แชร์

บทที่ 102  

ผู้เขียน: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
“จริงอย่างไร้ข้อสงสัย” เจียงจิ่นเหยียนกล่าวต่อ “ข้าน้อยตรวจสอบแล้ว เป็นของจริง” เขาทำกิจการค้าหยกมานานหลายปี ไม่มีผิดพลาด แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กจ้อย แต่แท้จริงแล้วมันคือสมบัติล้ำค่าที่มิอาจประเมินราคาได้

เซี่ยซางสงสัยว่าหินหยกวิจิตรมาอยู่ในมือของเจียงจิ่นเหยียนได้อย่างไร หินหยกวิจิตรเดิมเป็นเคยสมบัติของราชวงศ์ก่อน และต่อมาก็ตกอยู่ในการครอบครองของสกุลเซี่ยแห่งแคว้นต้าโจว กลายเป็นสมบัติที่ถูกฝังไปพร้อมกับพระศพของฮ่องเต้พระองค์ก่อน

เจียงจิ่นเหยียนเอ่ย “ท่านอ๋องไม่อยากถามดูว่าของชิ้นนี้มาตกอยู่ในมือของผู้แซ่เจียงได้อย่างไรหรือ”

“ท่านไปได้ของแบบนี้มาจากที่ใด?” เซี่ยซางเอ่ย

“เมืองเชียง” เจียงจิ่นเหยียนตอบด้วยความสัตย์จริง “นั่นเป็นเส้นทางที่จำเป็นต้องผ่านเพื่อไปยังแดนตะวันตก”

“คนจากแดนตะวันตกบุกเข้าไปในสุสานหลวงเพื่อขโมยสมบัติที่อยู่ด้านในหรือ?” เซี่ยซางเอ่ยด้วยเสียงขรึม “ท่านยังรู้อะไรอีก”

“ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น และข้าน้อยก็ไม่กล้ายืนยันด้วยว่านอกจากคนแดนตะวันตกแล้ว ยังมีความช่วยเหลืออื่นใดอยู่อีกหรือไม่ ถึงอย่างไรสุสานหลวงก็เป็นสถานที่สำคัญของแคว้นต้าโจว คนทั่วไปไม่กล้าพิชิตสุสานหล
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 103  

    เซี่ยซางถามเขาว่า ทั้งที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และความสามารถชาญฉลาด ไฉนจึงไม่เข้ารับราชการเป็นขุนนาง? เขาบ่ายเบี่ยงและไม่ตอบคำถาม “หากท่านอ๋องไว้ใจผู้แซ่เจียง ข้าน้อยสามารถช่วยท่านเกลี้ยกล่อมไล่ซานได้ หากว่าเขายอมช่วยเหลือด้วยความยินดีแล้ว ก็ประหยัดทั้งแรงและเวลามากกว่าการที่ท่านอ๋องต้องวิ่งวุ่นไปทั่วเช่นนี้” เซี่ยซางเงียบไม่เอ่ยวาจาใด เขากำลังคิดว่าเจียงจิ่นเหยียนจะสามารถทำให้เขายอมเชื่อหมดใจได้หรือไม่ เจียงจิ่นเหยียนกล่าวต่อ “หากท่านอ๋องไว้ใจผู้แซ่เจียง ท่านอ๋องโปรดเขียนใบแสดงรายการออกมา ไม่เกินสองเดือน ข้ารับรองว่าจะตามหาทุกสิ่งกลับมาอย่างครบถ้วน” เซี่ยซางหยิบพู่กันขึ้นมาวาดบางสิ่งลงบนกระดาษ ครั้นเจียงจิ่นเหยียนมองไปแล้ว สีหน้าก็เยือกเย็นในทันใด หลังจากนั้น เจียงจิ่นเหยียนก็ได้พบไล่ซานแล้ว ไล่ซานถูกทารุณอย่างหนัก ทว่าเซี่ยซางก็ยังคงไม่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าใดนักจากปากของเขา กระทั่งเขาได้พบเจียงจิ่นเหยียน “หัวหน้าเจียงช่วยข้าด้วย” เขามองไปยังเซี่ยซางซึ่งอยู่ด้านข้างอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อทันที “ต่อให้ข้าน้อยจะกล้าหาญถึงร้อยเท่า ข้าน้อยก็ไม่บังอาจไปปล้นสุสานหลวงหรอก” “

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 104  

    ทุกคนเมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าก็แดงขึ้นพร้อมกัน รีบเอ่ยทันใด “คารวะพระชายาอ๋องสาม คารวะพระชายาอ๋องห้าเพคะ” พระชายาอ๋องสามกล่าวอย่างองอาจผ่าเผย “วันนี้ในวังหลวงจัดงานเลี้ยงฉลอง มีผู้คนมากมาย พวกเจ้าทั้งหลายอย่าได้ทำให้สามีของพวกเจ้าขายหน้าเด็ดขาด” ทุกคนเมื่อได้ยิน ก็ส่งเสียงตอบรับคำทันที จากนั้นกล่าวลาและทยอยกันแยกย้ายออกไป พระชายาอ๋องรองเห็นทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว ก็หันไปเอ่ยกับพระชายาอ๋องสาม “พระชายาอ๋องสามบารมียิ่งใหญ่นัก วังหลวงทั้งบนทั้งล่างล้วนอยู่ในกำมือของท่าน” “พระชายารองพูดล้อเล่นแล้ว ในฐานะสตรีของราชวงศ์ ข้าเพียงแค่ทำไปตามหน้าที่ของตนเองเท่านั้น” พระชายาอ๋องสามกล่าวต่อไปว่า “เรื่องที่อวี้อ๋องทำในวัง ข้าเองก็พอได้ยินผ่านหูมาบ้าง พอฟังจบแม้แต่ท่านอ๋องของข้ายังหน้าแดง ราวกับผิวหนังถูกเลาะออกไปจนเกลี้ยง ยากเกินจะรับไหว” “หยวนเหวินเฉียง เจ้าเจอหน้าข้าเมื่อใด หากไม่ทำตัวเป็นอริกับข้าแล้วเจ้าจะกระสับกระส่ายจนทนไม่ได้หรือ!” พระชายาอ๋องรองโกรธจนเหลืออดแล้ว พระชายาอ๋องสามคร้านจะสนใจนาง ก็ดึงมือเจียงเฟิ่งหัวมาและเดินมุ่งหน้าไปยังตำหนักคุนหนิง ซูถิงหว่านเดินมาข้างกายพระชาย

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 105  

    ภายในท้องพระโรงของตำหนักคุนหนิงได้จัดวางโต๊ะเก้าอี้และม้านั่งไว้พร้อมก่อนแล้ว ฮูหยินของอำมาตย์ใหญ่ในราชสำนักรวมไปถึงบรรดาประยูรญาติเชื้อพระวงศ์ต่างพากันนั่งลงตรงตำแหน่งที่นั่งถัดลงมาและพูดคุยกับฮองเฮา ภายในท้องพระโรงของตำหนักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เจียงเฟิ่งหัวและหยวนเหวินเฉียงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะพากันทำความเคารพต่อฮองเฮา “ถวายบังคมเพคะเสด็จแม่ ขอเสด็จแม่ทรงเกษมสำราญยิ่งยืนนาน” ฮองเฮาแย้มพระสรวลอย่างเบิกบ้าน “ลุกขึ้นเถิด วันนี้คนมาก ไม่ต้องมากพิธีแล้ว” “ขอบพระทัยเพคะเสด็จแม่” สองคนลุกขึ้นอย่างอ่อนช้อย ครั้นทั้งสองเข้ามา ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากเหล่าสตรีผู้สูงศักดิ์ไม่ขาดปาก พระชายาอ๋องสามเข้าไปร่วมในวงสนทนาเดียวกับเหล่าสตรีผู้สูงศักดิ์ แย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า “พวกท่านอย่าล้อข้านักเลย เป็นแม่ลูกสามแล้ว พูดออกไปก็เกรงว่าจะถูกคนหัวเราะเยาะเอา พระชายาอ๋องห้าต่างหากที่เป็นหญิงงามอย่างแท้จริง!” เจียงเฟิ่งหัวใบหน้าเปื้อนสีแดงระเรื่อ ก่อนจะกล่าวอย่างถ่อมตัว “พี่สะใภ้สามอย่าให้ท้ายเฟิ่งหัวด้วยคำชื่นชมเลยเพคะ เฟิ่งหัวเพิ่งเข้าวังมาครั้งแรก ยังต้องขอคำชี้แนะจากพี่สะใภ้สามอีกมาก เพื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 106  

    “โธ่เอ๋ย เด็กสาวอย่างพวกเจ้าไปเล่นอยู่ด้วยกันเถิด นั่งคุยกับว่าคนแก่เฒ่าอย่างพวกเราจะไม่อึดอัดแย่หรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าจางพูดขึ้นมาทันที จากนั้น นางก็เรียกดรุณีน้อยรูปโฉมงดงามอ่อนหวานตามมาตรฐานคนหนึ่งมาข้างกาย “มั่วเอ๋อร์ เจ้าเหม่ออะไรอยู่หรือ เข้ามาคุยกับพระชายาอ๋องสามและพระชายาอ๋องห้าสิ” จางอวี่มั่ววัยสิบเก้าแล้ว ทว่านางยังมิได้แต่งงาน ยิ่งไปกว่านั้นยังมิได้หมั้นหมายกับผู้ใด ด้วยฐานะของจวนจางกั๋วกง องค์ชายและคุณชายในเมืองหลวงพร้อมให้นางเลือกสรร ทว่า นางกลับไม่สนใจชายใดเลย เว้นแต่… “ท่านย่า” จางอวี่มั่วขานรับด้วยเสียงอันอ่อนโยน เมื่อนางเห็นเจียงเฟิ่งหัว ทันใดนั้นใบหน้าก็แดงขึ้นมา เจียงเฟิ่งหัวมองไปทางนาง ก็จำได้ว่าเมื่อชาติก่อนมีสตรีจากสกุลจางท่านหนึ่งปลิดชีวิตตนเองที่แม่น้ำ หรือก็คือแม่นางน้อยจางท่านนี้ ชาติก่อน พี่ชายใหญ่มิได้ออกไปเร่ร่อนหาวิชาความรู้ ทว่าไปสอบเข้าเป็นขุนนางในเมืองหลวงแทน และได้เข้าร่วมการสอบหน้าพระที่นั่งด้วยผลการสอบอันดับหนึ่ง ทั้งที่ควรจะได้เป็นจอหงวนแล้ว แต่กลับถูกฮ่องเต้ขีดฆ่าและจัดสรรให้เป็นเพียงขุนนางทั่นฮวาลำดับที่สาม เขาได้เข้าสู่เส้นทางขุนนางแล้ว

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 107  

    ทุกคนมองว่าภายนอกพระชายาเหิงอ๋องบอบบางอ่อนแอ นอกพระตำหนักเมื่อครู่ก่อน พระชายาอวี้อ๋องพูดจาเสียดสีกระทบกระแทกนาง ทว่านางก็ทำเสมือนว่าไม่ได้ยินและไม่แม้แต่จะเอ่ยปากตอบโต้ ทุกคนจึงคิดว่านางเป็นผลพลับอ่อนถูกรังแกได้ง่าย บัดนี้เพียงถ้อยคำประโยคเดียวกลับทำให้พระชายาอวี้อ๋องและเยี่ยนเฟยกลายเป็นใบ้ไปในทันที ทุกคนต่างรู้แล้วว่า พระชายาเหิงอ๋องมิใช่คนที่จะถูกรังแกได้ง่ายดายเพียงนั้น หยวนเหวินเฉียง พระชายาอ๋องสามเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี ก็รีบเอ่ยทันใด “เฟิ่งหัว พวกเราไปเดินเล่นด้านนอกกันเถิด เสด็จพ่อและบรรดาขุนนางอำมาตย์กำลังต้อนรับคณะทูตจากแคว้นเจาซีกันอยู่ ได้ยินว่าองค์หญิงที่มาจากแคว้นเจาซีเป็นหญิงงามสะคราญ ฝ่าบาททรงพระราชทานแต่งตั้งนางขึ้นเป็นหย่าเฟยแล้ว พวกเราเองก็ไปดูสักหน่อยเป็นอย่างไร” “งานเลี้ยงฉลองยังไม่เริ่ม ออกไปแบบนี้เกรงว่าจะผิดต่อประเพณีเจ้าค่ะ” เจียงเฟิ่งหัวตักเตือนนางด้วยเสียงแผ่วเบา ฮ่องเต้และท่านอ๋องทุกพระองค์ รวมถึงขุนนางอำมาตย์ผู้ใหญ่กำลังต้องรับแขกจากต่างแดน สตรีอย่างพวกนางมิควรออกไปชมความครึกครื้น หากว่าเกิดเรื่องน่าอับอายขึ้นมา จะต้องถูกลงโทษอย่างเลี่ยงไม่ได้ อาจถึงข

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 108  

    ฮองเฮาตรัสถาม “เจ้ามีนามว่าอะไร? ไฉนจึงเข้ามาที่ตำหนักฝ่ายในเพียงลำพัง และเหตุใดจึงทะเลาะวิวาทกับองค์หญิงเก้า?” “หม่อมฉันนามว่าอวี๋เพียนเพียน เป็นนางกำนัลขององค์หญิงเชียนหย่าแห่งแคว้นเจาซี หม่อมฉันหลงทางจึงเผลอเดินเข้ามายังที่แห่งนี้เพคะ” นางชี้นิ้วไปที่ซูถิงหว่านพลางเอ่ยว่า “เป็นนางที่ถือดีมากล่าววาจาจาบจ้วงก่อนเพคะ จากนั้นแม่นางน้อยคนนั้นก็ไม่ฟังเหตุผล ตบหน้าหม่อมฉันทันทีหนึ่งฉาด ด้วยความโมโหหม่อมฉันจึงตบนางคืนไปสองฉาด จากนั้นแม่นางอีกคนที่พอเป็นวิชามวยอยู่บ้างก็เข้ามาจัดการหม่อมฉันอย่างทารุณ หม่อมฉันโกรธจึงตอบโต้กลับไป…” นางสาธยายอย่างละเอียดโดยใจความหลักสรุปได้ว่า ซูถิงหว่านมิได้ว่ากล่าวอวี๋เพียนเพียน ทว่าปากพล่อยปากไวไปกล่าวว่าแคว้นเจาซีเป็นดินแดนเล็กจ้อย หากแคว้นต้าโจวจะยึดคืนก็ง่ายดายเหมือนบี้มดตัวหนึ่งให้ตาย นางดูหมิ่นทั้งแคว้นเจาซี อวี๋เพียนเพียนบังเอิญได้ยินเข้าย่อมรู้สึกไม่พอใจ เพราะแคว้นเจาซีเป็นฝ่ายขอเจรจาสงบศึกด้วยเห็นแก่คุณธรรม ไม่อยากให้ราษฎรของสองดินแดนต้องเข่นฆ่าทำลายชีวิต หากแคว้นเจาซียืนกรานจะทำสงครามต่อ ผลแพ้ชนะมิอาจคาดเดา ด้วยเหตุนี้เอง อวี๋เพียนเพียนจึงด่

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 109  

    เจียงเฟิ่งหัวรีบตามไปทันที ก็ยิ้มให้นางพลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน “แม่นางเพียนเพียนช้าก่อน” ไม่แปลกใจเลยที่รู้สึกคุ้นหน้า ที่แท้ก็เป็นดรุณีอาภรณ์สีแดงท่านนั้นที่เคยเข้าร่วมประลองฝีมือชิงตำแหน่งยอดนางคณิกาที่หออี๋ชุนเมื่อคืนก่อนนั้นเอง ในบรรดาสตรีที่เข้าร่วมการแข่งขันในคืนนี้ แน่นอนว่าเป็นเพียนเพียนที่ได้รับเลือกให้เป็นอันดับหนึ่ง ทว่านับจากคืนนั้น นางคณิกาเพียนเพียนก็หายสาบสูญไป เป็นเหตุให้หลินอวี่ถึงกับตั้งใจสืบหาความจริงเป็นพิเศษ ที่แท้นางก็คือแขกผู้มีเกียรติจากแคว้นเจาซีนี่เอง อวี๋เพียนเพียนมองนางกลับ รู้สึกเพียงแค่ว่าดรุณีตรงหน้าอ่อนโยนและสง่างาม เรียบร้อยมีมารยาทสมเป็นกุลสตรี ทั้งรูปโฉมและผิวพรรณยังงดงามเป็นที่สุด เป็นไปตามแบบฉบับของดรุณีในตระกูลใหญ่ของพื้นที่จงหยวนที่นางเคยได้ยินคนเล่าลือมาไม่มีผิดเพี้ยน นางตอบ “มีเรื่องใดหรือ” “ผู้มาเยือนย่อมเป็นแขก เมื่อครู่ได้รับรู้ถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของแม่นางเพียนเพียนแล้ว เฟิ่งหัวนับถือยิ่งนัก” อวี๋เพียนเพียนผงะไปเล็กน้อย เจียงเฟิ่งหัวกล่าวต่อ “จากแคว้นเจาซีผ่านมาราวพันลี้ถึงแคว้นต้าโจว เดาว่าต้องมีความจริงใจที่จะเจริญสัมพันธไมตรีอ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 110  

    บุรุษแคว้นต้าโจวล้วนชื่นชอบการมีภรรยาหลายคน ไม่อาจเข้าใจได้เลยจริง ๆ ทั้งที่มีพระชายาที่งดงามเลิศล้ำดุจหยกแก้วและบุปผาอยู่แล้ว เหตุใดจะต้องแต่งชายารองที่ไม่รู้กฎระเบียบอีกคนหนึ่งด้วย นางกวาดสายตามองอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงผู้คนจอแจอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเสื่อมโทรม ทว่าในตอนนี้เองนางคล้ายจะมองเห็นเงาร่างสีขาววูบหนึ่งปรากฏอยู่ตรงที่นั่งสำหรับบุรุษด้านนอก เพียงแค่สีขาววูบเดียวนั้นกลับปลุกเร้าอารมณ์ที่แตกต่างออกไปขึ้นมาได้ นางรู้สึกเพียงว่ากลิ่นอายของความโสมมทั่วทั้งท้องพระโรงถูกแต่งแต้มไปด้วยความสงบและบริสุทธิ์ ซางอวี๋เพียนเพียนพลันลุกขึ้นยืนและเดินออกไปด้านนอก ฝีเท้าของนางดุจสายลม สายตามุ่งตรงไปด้านหน้า รู้สึกเพียงแค่ว่าบุคคลผู้นั้นช่างสง่างามและเต็มด้วยพลัง ดั่งจันทร์กระจ่างหลังสายพิรุณ นางเดินไปตรงหน้าเจียงจิ่นเหยียน และเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “ข้ารู้จักท่าน” เจียงจิ่นเหยียนกำลังยกจอกสุราดื่มฉลองกับเซียวอวี้และบรรดาศิษย์ ครั้นเห็นสตรีในอาภรณ์หรูหราท่านหนึ่งเดินมาตรงหน้า ชุดของนางคือชุดแบบแคว้นเจาซี อีกทั้งยังแต่งตัวได้รุ่มรวยทรงเกียรติ ก็เดาฐานะของผู้มาเยือนได้ในทันที “องค์หญิง

บทล่าสุด

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 310

    เขาคิดว่า ระหว่างราชวงศ์กับขุนนางมักมีความเกี่ยวข้องที่ซับซ้อนร้อยแปดพันเก้า สุดท้ายก็เป็นเพราะเขายังไม่แข็งแกร่งพอ จึงได้ถูกผู้อื่นควบคุมเหตุใดเสด็จพ่อจึงมอบความโปรดปรานให้กับซูกุ้ยเฟย ก็มิใช่เพราะสกุลซูเช่นกันหรือ? เสด็จพ่อถึงกับรู้ว่าสกุลซูยักยอกสวัสดิการกองทัพ แต่ก็ไม่อาจลงโทษได้ นั่นก็เป็นเพราะสกุลซูตรากตรำทำงานหนัก ปกปักชายแดน สร้างผลงานยิ่งใหญ่เมื่อเขาขบคิดเข้าใจก็ตรงไปที่ห้องทรงอักษรทันทีรอจนเซี่ยซางจากไป เจียงเฟิ่งหัวก็เช็ดน้ำตาที่หางตา แล้วกล่าวกับเหลียนเย่ว่า “ในช่วงนี้จนกระทั่งท่านอ๋องรบชนะกลับมา ข้าจะอาศัยอยู่ในวังตลอด เจ้าไปเตรียมการสักหน่อยเถิด” นางต้องแจ้งต่ออู๋ซินเช่นกัน ให้เขาช่วยคอยประสาน สกุลเจียงจะได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้หรือไม่ อำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของฮ่องเต้เมื่อเซี่ยซางไปถึงห้องทรงอักษร ก็คุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ทันที แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ลูกขอให้เสด็จพ่อทรงมีราชโองการโดยเร็ว ลูกตรวจสอบพบแล้วว่า ผู้ที่เป็นแกนนำในการโจมตีต้าโจวของเราครั้งนี้ คือผู้บัญชาการของเผ่าหู ฮูเหยียนซิวหลัว ลูกเดาว่าที่เขายกทัพมาในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 309

    เจียงเฟิ่งหัวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เซี่ยซางมายืนตรงหน้านางด้วยแววตาของเขาที่ดำทะมึนอย่างน่าสะพรึงกลัว ไม่รอให้นางกล่าวสิ่งใดแม้แต่ประโยคเดียว เขาก็ก้าวเข้าข้างหน้าแล้วมาใช้กำลังบังคับอุ้มนางออกไปทันที แม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้วแต่ภายในใจของนางยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง ดูท่าคงจะทำให้เซี่ยซางโมโหเข้าแล้วจริงๆเมื่อออกจากตำหนักคุนหนิง เจียงเฟิ่งหัวแสร้งทำเป็นยังโมโหอยู่ “ท่านอ๋องจะอุ้มหม่อมฉันไปที่ใดเพคะ จู่ๆ ทรงทำเช่นนี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่เพคะ? พระองค์ไม่กลัวชายารองซูจะโกรธหรือเพคะ”เซี่ยซางหยุดฝีเท้าลง วางนางลงบนทางเดิน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธจ้องดวงหน้าของเจียงเฟิ่งหัวเขม็ง “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเจ้ากับข้าเป็น ‘สามีภรรยาที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ให้เกียรติกันและกันดุจอาคันตุกะ’ หมายความว่าอย่างไร?”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวไม่ยอมถอยว่า “ก็หมายความตามอักษรเพคะ”เซี่ยซางแทบจะถูกทำให้โมโหจนหัวเราะออกมาแล้ว “เจ้ากำลังบอกว่าข้าปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนแขกผู้มีเกียรติอย่างนั้นหรือ”เจียงเฟิ่งหัวตกตะลึงไป พูดสิ่งใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว จากนั้นก็ได้ยินเซี่ยซางกล่าวต่อด้วยความโมโหว่า “ช่วงที่ผ่านม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 308

    เมื่อเซี่ยซางได้ยินสิ่งนี้ เขาก็แอบคิดในใจว่า ซูถิงหว่านบอกว่าเสด็จแม่แกล้งป่วย? อาการป่วยของเสด็จแม่นั้นเขาได้เห็นด้วยตาตนเอง ซูถิงหว่านช่างกล้าพูดได้ทุกอย่างจริงๆ!นางคิดว่าหากเขาคิดจะตีชาวหูให้ถอยร่นกลับไป ก็ได้แต่พึ่งสกุลซูของนางหรือไร จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เห็นเสด็จแม่อยู่ในสายตาเลยเจียงเฟิ่งหัวเห็นเขาไม่กล่าววาจาจึงจากไปทันที ไม่มีผู้ใดเห็นว่าในเสี้ยววินาทีที่นางหมุนตัวไป มุมปากของนางก็โค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา ยิ่งซูถิงหว่านทำเช่นนี้ก็จะยิ่งผลักเซี่ยซางให้ไกลออกไปนางคิดว่าในแผ่นดินนี้มีเพียงสกุลซูที่ออกรบเป็นหรือไง สกุลซูตรากตรำสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ทุกคนล้วนต้องให้ความยำเกรงพวกเขา ทว่าทุกเรื่องราวล้วนควรหยุดในจุดที่เหมาะสม ไม่ว่าสิ่งใดหากมากเกินไปจะเป็นโทษได้ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นผลงานยิ่งใหญ่จนคุกคามผู้เป็นนายเหนือหัว ทำให้ผู้คนชิงชังเอาได้ที่ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้เซี่ยซางแต่งซูถิงหว่านเป็นภรรยาเอก จะไม่มีการพิจารณาในข้อนี้เชียวหรือ?เจียงเฟิ่งหัวย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว ฮ่องเต้ที่ขี้ระแวงขี้สงสัย แม้แต่ลูกชายของตัวเองก็ยังระวังป้องกัน แล้วนับประสาอะไรกับแม่ทัพที่เฝ้ารักษา

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 307

    ในเวลานั้นเอง เซี่ยซางย้อนกลับมาที่เบื้องหน้าของคนทั้งสอง เขาเห็นบรรยากาศออกจะเคร่งเครียดอยู่บ้าง จึงถามว่า “มีสิ่งใดหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ข้างนอกกันหมด?”ซูถิงหว่านจ้องมองเซี่ยซางอย่างอ่อนแอและน่าสงสาร ต่อหน้าเจียงเฟิ่งหัว นางดึงเซี่ยซางไปยังมุมที่อยู่อีกด้าน “ท่านอ๋อง มิได้ทรงรับปากว่าจะพาหม่อมฉันกลับชายแดนหรือเพคะ? ท่านย่ากับพี่ใหญ่ยังรอพวกเรานะเพคะ”เซี่ยซางกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “แผนการมีการเปลี่ยนแปลง ยามนี้เสด็จแม่ทรงประชวรหนัก ข้างกายนางไม่อาจไม่จัดคนไว้คอยปรนนิบัติ เจ้าเป็นชายารองของจวนเหิงอ๋อง และก็เป็นสะใภ้ของเสด็จแม่ ตามหลักจึงควรรั้งอยู่ดูแลเสด็จแม่”เขาลดเสียงเบากล่าวต่อว่า “หวานหว่าน เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่ไม่ดีนัก จะได้ถือโอกาสนี้มาฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่พอดี” เพราะเขากังวลว่าซูถิงหว่านจะเสียมรรยาทต่อฮองเฮาด้วยเหตุนี้ จึงได้มาอธิบายต่อนางให้ชัดเจนด้วยตนเองท่านอ๋องก็ทรงรู้ดีว่าฮองเฮาไม่โปรดหม่อมฉัน ไม่ว่าหม่อมฉันจะทำสิ่งใดก็ทรงรังเกียจหม่อมฉันทั้งนั้น เดิมหม่อมฉันก็ปรนนิบัติคนไม่เป็นอยู่แล้ว เกรงว่าจะทำได้ไม่ดีจนทำให้ฮองเฮายิ่งทรงพิโรธ กล

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 306

    นึกถึงชาติก่อนที่นางถูกเซี่ยอวี้หย่า มีจุดจบที่ไร้ทั้งทรัพย์สินและอำนาจ สุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่าไม่อาจตั้งครรภ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็มิได้ตายในตำแหน่งพระชายาอวี้อ๋องดังที่ปรารถนาคนอย่างหลัวจื่อฉยงไม่มีทางฆ่าตัวตาย ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาหากกระทำอัตวินิบาตกรรมขึ้นมาถือเป็นความผิดมหันต์ หลังตายไม่เพียงไม่อาจสงบสุข ยังจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องพลอยเดือดร้อนไปอีก จุดนี้หลัวจื่อฉยงได้ไตร่ตรองเป็นอย่างดีนางน่าจะมาถึงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไร้หนทางแล้วแต่นางมิใช่พระโพธิสัตว์ ไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านของจวนอวี้อ๋อง นอกจากนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งและเซี่ยซางก็ไม่อยากให้นางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นางคิดว่า ชาติก่อนแม้หลัวจื่อฉยงถูกหย่าอย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิต ในชาตินี้หวังว่าชะตาชีวิตของนางอย่าได้แย่กว่าชาติที่แล้วเลยนางเพิ่งเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ก็เห็นซูถิงหว่านเดินมาที่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งมาที่นางอย่างดุเดือด ทว่าในไม่ช้า นางก็เก็บงำความโกรธในก้นบึ้งดวงตาแล้วเดินเข้ามาใกล้เจียงเฟิ่งหัวเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 305

    เจียงเฟิ่งหัวเหยียดหลังตรง เดินผ่านหน้าซูถิงหว่านไปอย่างสง่างาม ทำให้ซูถิงหว่านโมโหแทบตายแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกนางคร้านจะสนใจสีหน้าซีดเผือดราวเถ้ากระดูกคนตายของนาง ไปส่งทุกคนถึงหน้าประตูตำหนักคุนหนิงด้วยตนเองในเวลานั้นเอง จู่ๆ เจียงเฟิ่งหัวก็รั้งพระชายาองค์ชายรองไว้ ดึงนางไปกระซิบถามที่ด้านข้างว่า “คอของพี่สะใภ้รองเป็นอะไรไป? ได้รับบาดเจ็บหรือ?”พระชายาขององค์ชายรองสวมเสื้อปกสูง ทั้งยังสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่อีก นางพยายามลดการคงอยู่ของตนลงมากที่สุดแล้ว แต่ก็ยังคงถูกเจียงเฟิ่งหัวค้นพบเข้าได้นางจึงเผยบาดแผลที่แขนออกมาให้เจียงเฟิ่งหัวดู จากนั้นก็เลิกคอเสื้อให้นางดูอีก รอยแผลถูกเชือกรัดออกมา นางเกือบขาดอากาศหายใจตายไปแล้ว นางจากบริเวณพวกนี้ บนมือ ขา เอว และแผ่นหลังของนางล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเซี่ยอวี้ทั้งสิ้น เขาคิดจะซ้อมนางให้ตายจริงๆหลังเจียงเฟิ่งหัวได้เห็นก็รู้สึกสะทกสะท้อนใจ กล่าวเสียงเบาว่า “แผลพวกนี้เป็นอวี้อ๋องตีอย่างนั้นหรือ?”พระชายาอวี้อ๋องหัวเราะเยาะตนเองทีหนึ่ง “นอกจากเขาแล้วยังจะมีผู้ใดกล้าลงมือกับข้าอีกเล่า”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ท่านก็

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 304

    โดยไม่รู้ว่า แผนการเล็กๆ ของนางกำลังจะพังทลายลงแล้วเมื่อเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ซูถิงหว่านจึงได้พบว่าพระชายาทุกท่านล้วนอยู่ที่นี่ ด้านนอกหนาวจนคนฟันกระทบกัน แต่นางมีเสื้อคลุมตัวใหม่ที่แสนอบอุ่น ด้านคุณภาพมันถูกทำขึ้นจากขนมิงค์ ส่วนด้านรูปลักษณ์นี่เป็นแบบล่าสุดในตอนนี้ ในมือของนางยังถือเตาพกไว้ นอกจากปลายจมูกที่ถูกความเย็นทำให้แดงก่ำแล้ว นางก็ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด ดูไปแล้วน่ารักเป็นอย่างมากสายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ตัวนาง นางติดตามอยู่ที่ด้านหลังของเซี่ยซางอย่างสงบเสงี่ยมรู้ธรรมเนียม ทว่าภายในใจกลับกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง ความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นจับจ้องช่างดีจริงๆ ทว่า ทุกคนกลับรู้สึกว่าชายารองซูแต่งกายอย่างโอ้อวดเกินไปหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรฮองเฮาก็ถือเป็นแม่สามีของนาง นางเพิ่งมาถึงตอนนี้เดิมก็ไม่ผิดธรรมเนียมแล้ว เห็นแก่ที่นางเป็นเพียงชายารองมิใช่ชายาเอก จึงไม่มีผู้ใดตำหนินาง แต่การแต่งกายประดับประดาอย่างฉูดฉาดเย้ายวนยิ่งกว่าพระชายาเช่นนี้สถานการณ์แบบใดควรแต่งกายเช่นใด นางควรจะแยกแยะให้ออกสิ!เมื่อมาถึงเบื้องหน้าของฮองเฮา เซี่ยซางก็กล่าวว่า “เสด็จแม่ทรงประชวรแล้ว เจ้ามีฐานะเป็น

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 303

    “แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่หรวนหร่วน ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ สุขภาพของแม่ไม่สำคัญ การปกป้องหลานของข้าให้ดีจึงจะเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของเจ้า แค่กๆ…”ฮองเฮาปิดปาก “อย่าเข้ามาใกล้แม่เช่นนี้ อยู่ห่างออกไปสักหน่อย แม่จะได้ไม่ทำให้เจ้าติดโรคจนทำร้ายเด็กไปด้วย ซางเอ๋อร์ลูกดูแลหรวนหร่วนให้ดีก็พอ แม่ไม่เป็นไร แค่กๆ…”เจียงเฟิ่งหัวชื่นชมทักษะการแสดงของเฉิงฮองเฮาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อนางได้ยินเสียงไอพวกนี้ นางยังรู้สึกสงสารและกังวลขึ้นมาในใจเลยต่อหน้าทุกคน เซี่ยซางไม่กล้าให้เจียงเฟิ่งหัวนั่งแล้ว ไม่เช่นนั้นหากถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ที่ได้รับผลกระทบก็คือชื่อเสียงของนาง อีกทั้งนางทำดีมากแล้ว ยิ่งไม่อาจให้คนครอบชื่อเสียงอกตัญญูให้นางอย่างไร้เหตุผลแม้เสด็จแม่มีเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่ในจวนอ๋องของเขามีผู้หญิงอยู่สองคน บัดนี้ คนหนึ่งมาคอยปรนนิบัติดูแลอย่างตั้งใจอยู่ที่นี่ อีกคนกลับไม่ถามไถ่ มิน่าเสด็จแม่จึงไม่เคยชอบซูถิงหว่านเลยตอนนั้น หากเขาแต่งซูถิงหว่านมาเป็นพระชายาเหิงอ๋องจริง ไม่รู้ว่าเสด็จแม่จะทรงเสียใจและเป็นทุกข์เพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้ ราชครูเจียงและเจียงฮูหยินน

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 302

    แต่หากฮองเฮาทำให้เขาโมโห เขาก็สามารถทอดทิ้งนาง ทรมานนางได้เช่นกันเพราะเขาคือฮ่องเต้ที่สูงส่งเหนือผู้ใด เคยชินกับการมีสตรีคอยเอาอกเอาใจและเชื่อฟังมานานแล้ว ก็แค่นั้นเอง ดังนั้นฮ่องเต้และฮองเฮาจะมีความผูกพันฉันสามีภรรยาได้สักเท่าไรนางรับรู้ได้ถึงความเย็นชาไร้น้ำใจของฮ่องเต้มีเพียงใช้ชีวิตอย่างไร้ใจไร้ไมตรีเท่านั้นจึงจะไม่เจ็บปวดนางคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าเส้นทางที่นางต้องเดินก็คือทางสายเก่าของฮองเฮา แต่เส้นทางของนางกับฮองเฮาก็แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนางจะกุมหัวใจของเซี่ยซางไว้ให้มั่น แล้วเหยียบซูถิงหว่านกับสกุลซูทั้งตระกูลขึ้นสู่ตำแหน่งหากมีวันหนึ่ง พวกมันได้รู้ว่า ความร่ำรวยหรูหรายศถาบรรดาศักดิ์ที่พวกมันเคยได้เพลิดเพลินในชาติก่อน ถูกตัวนางในชาตินี้ทำลาย ไม่รู้ว่าพวกมันจะสำนึกเสียใจต่อทุกสิ่งที่เคยทำร้ายนางหรือไม่เส้นทางนี้ทั้งยาวนานและยากลำบากอย่างยิ่ง ทว่าขอเพียงนางค่อยๆ วางแผนไปทีละก้าว ก็ไม่มีอุปสรรคใดที่ไม่อาจเอาชนะ นางมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะได้เห็นฉากที่พวกมันก้มกราบศิโรราบอยู่บนพื้นทางด้านนี้ เหล่าองค์ชายกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแสดงออกถึงความกตัญญูของตน แ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status