Share

บทที่ 100

Author: ฉินอันอัน
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เกาเจียก็รีบเร่งฝีเท้าเข้ามาปลอบประโลมนางหวัง “ฮูหยิน ไฟด้านหน้าถูกดับลงหมดแล้วเจ้าค่ะ ยามนี้ไม่มีปัญหาใดแล้วเจ้าค่ะ!”

ขอบคุณฟ้าดิน!

นางหวังพนมมือขึ้นท่องชื่อองค์พระอย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็เชิญองค์หญิงใหญ่ให้ไปชมการแสดงงิ้วที่เรือนด้านหน้า

องค์หญิงใหญ่มองชีหยวนอย่างอบอุ่น พลางตบหัวของชีหยวนเบาๆ “ช่างเถอะ ข้ามิได้ฟังงิ้วมานานหลายสิบปีแล้ว ยามนี้ ไม่มีความสนใจต่อสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว เมื่อมาเยือนและได้พบกับสาวน้อยผู้นี้แล้ว ก็ให้จบเพียงเท่านี้เถิด

นี่หมายความว่าจะจากไปแล้ว

ลู่ฮูหยินเม้มปาก รู้สึกว่าองค์หญิงใหญ่ช่างให้เกียรติยัยเด็กนี่เหลือเกิน ก็ไม่รู้ว่าที่แท้เด็กผู้นี้มีสิ่งใดพิเศษกันแน่

หานเยว่เอ๋อร์กลับขมวดคิ้วเบาๆ

เพลิงไหม้ในครั้งนี้รุนแรงถึงเพียงนี้ องค์หญิงใหญ่กลับไม่ทรงรู้สึกว่า นี่เป็นความอัปมงคลที่ชีหยวนนำพามาเลยหรือ?

ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ภรรยาของหลิวจงก็กลับมาจากด้านนอกอีกครั้ง นางกล่าวกับนางหวังเบาๆ ว่า “ฮูหยิน ท่านโหวให้เชิญคุณหนูใหญ่และคุณหนูหานไปทางนั้นสักรอบเจ้าค่ะ”

อะไรนะ?

นางหวังตกตะลึง มองไปที่หานเยว่เอ๋อร์อย่างไม่คาดคิดอยู่บ้าง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (13)
goodnovel comment avatar
Benchawan
อ่านวางไม่ลงเลย
goodnovel comment avatar
Hnong nattorn_w@ho
เมื่อไหร่จะ updateอ่ะคะ
goodnovel comment avatar
Nuchy Angel
ไม่อัพแล้วหรอค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 101  

    หานเยว่เอ๋อถลึงตาจ้องชิงซงอย่างไม่อยากเชื่อ หากว่ามีมีดสักเล่มอยู่ในมือตอนนี้ นางคงถือมีดเล่มนั้นแทงชิงซงให้ตายโดยไม่ลังเลไปแล้วจริง ๆ สวะ ชั้นต่ำ! เขาวางเพลิงเสร็จแล้ว จะหลบหนีไปเลยก็ย่อมได้ ถึงอย่างไรก็ไม่มีผู้ใดเจอตัวอยู่แล้ว แต่เขามิเพียงถูกจับได้ บัดนี้ยังลากตนเองไปรับเคราะห์ด้วยอีก! นางร่ำไห้ทันที “ท่านลุง ข้าจะบังอาจได้อย่างไรเจ้าคะ?!” แขกเหรื่อจำนวนมากล้วนอยู่กันพร้อมหน้า ยิ่งไปกว่านั้นชีหยวนก็กำลังมองอยู่ด้านข้าง หานเยว่เอ๋อตัดสินใจคุกเข่าลงกับพื้นทันที พลางคลานเข่าไปหาชีเจิ้น คว้าเสื้อคลุมของชีเจิ้นไว้และร่ำไห้คร่ำครวญ “ท่านลุง บิดาของข้าตายในสมรภูมิ เพื่อจะฮุบเอารางวัลและที่ดินของบิดาข้าไป บรรดาญาติพี่น้องในตระกูลคนอื่น ๆ ล้วนอยากจะกินเลือดกินเนื้อข้าทั้งสิ้นเจ้าค่ะ…” สีหน้าของทุกคนต่างดูค่อนข้างเหลืออด งานเลี้ยงพบญาติครั้งนี้ ชีเจิ้นเชิญคนจากในกองทัพมาด้วยไม่น้อย ถึงอย่างไรตัวเขาเองก็มีศักดิ์ฐานะอยู่ในกองทัพ สหายสนิทจำนวนไม่น้อยบัดนี้ยังคงรับราชการอยู่ในกองทัพเช่นกัน และคนเหล่านี้โดยส่วนมากล้วนรู้จักกับบิดาของหานเยว่เอ๋อ ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้ด้วยว่าเหตุใด

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 102  

    ภายในห้องของนางมีสิ่งที่มิอาจให้ผู้ใดเห็นได้อยู่จริง ๆ ท่านโหวผู้เฒ่าสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง ก็ประสานมือคำนับต่อทุกคน และกล่าวอย่างขึงขังจริงจัง “แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ณ ที่แห่งนี้ ในวันนี้ต้องขออภัยทุกท่าน ที่ทำให้ทุกท่านต้องมาทนเห็นเรื่องวุ่นวายแล้ว ด้วยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับศาลบรรพบุรุษตระกูล และรากฐานกิจการของบรรพชน ข้าจึงจำเป็นต้องคิดให้รอบคอบละเอียดยิ่งขึ้นสักหน่อย” ชายชรากล่าวอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ชี้ให้เห็นว่าเรื่องใหญ่เกินไป มิอาจมองข้ามข้อสงสัยเล็กน้อยใด ๆ ได้ทั้งสิ้น และทุกคนก็มิได้มีข้อโต้แย้งใดจะเอ่ยออกมา ผู้คนล้วนแต่ออกปากว่าเห็นด้วย “เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมดา” ท่านโหวผู้เฒ่าประสานมือทำความเคารพอีกครั้ง “ข้าขอให้สัตย์ปฏิญาณ ณ ที่แห่งนี้ หากบ่าวรับใช้ในเรือนจงใจป้ายความผิด ปรักปรำแม่นางหาน ข้าจะขอคุกเข่าก้มกราบขอโทษนางด้วยตนเอง และจะเตรียมพิธีวิวาห์ให้นางประหนึ่งเป็นหลานสาวของตนเอง!” พูดมาถึงขั้นนี้แล้ว แก้ปัญหาเช่นนี้ใครก็หาข้อตำหนิไม่ได้ ทุกคนล้วนมองหานเยว่เอ๋อด้วยท่าทางครุ่นคิด หานเยว่เอ๋อกระวนกระวายจนแม้แต่โลหิตในกายยังเหมือนถูกแช่แข็งไปด้วย สายลมใน

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 103  

    หานเยว่เอ๋อแทบจะเสียสติไปแล้ว! วันนี้มันวันวิปโยคอะไรกัน อุบายทั้งหมดล้วนไม่เป็นไปตามความคิดของนางเลยสักอย่าง ชิงซงวางเพลิงสร้างความวุ่นวายเอิกเกริกใหญ่โตแล้ว แต่กลับมาแว้งกัดใส่ร้ายตนเอง ยืนกรานหนักแน่นว่าตนเองเป็นคนสั่งให้เขาไปวางเพลิง! แล้วชีเจิ้นยังสั่งให้คนไปรื้อค้นตรวจสอบห้องของนางด้วย จดหมายเหล่านี้… นางเอื้อมมือไปหยิบกระดาษจดหมายขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ทันทีที่ได้อ่านดวงตาก็เบิกโพลงทันที ร้องเสียงหลงอย่างไม่อยากเชื่อว่า “ไม่! นี่ข้าไม่ได้เขียน! นี่ไม่ใช่จดหมายที่ข้าเขียน!” นางคว้าขึ้นมาอ่านทีละใบ ตกใจจนหน้าถอดสี เป็นไปได้อย่างไร? จดหมายเหล่านี้นางทำลายทิ้งไปหมดแล้ว นางมั่นใจว่าตัวนางเองได้ทำลายมันทิ้งไปหมดแล้ว! ถูกหลิวจงค้นเจอได้อย่างไร? หลิวจงไปเอามาจากไหน? ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ มีแค่นางกับท่านอ๋องเท่านั้นที่รู้! ต่อให้มีใครบางคนต้องการจะให้ร้ายนาง ก็ไม่ควรรู้รายละเอียดเหล่านี้ มิหนำซ้ำยังรู้ละเอียดถึงเพียงนี้ด้วย ไม่จริง เป็นไปไม่ได้! หลังท่านโหวผู้เฒ่าอ่านจดหมายเหล่านั้นด้วยความเงียบขรึมจบแล้ว ก็มองหานเยว่เอ๋อนิ่ง ๆ “พวกข้าทั้งครอบครัวปฏิ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 104  

    นางเริ่มรับรู้ได้รางๆ ว่าเรื่องทุกอย่างมันอยู่นอกเหนือการควบคุมไปหมดแล้ว ชิงซงแผดเสียงร่ำไห้ออกมา “แม่นางหานกล่าวว่า วางเพลิงเผาศาลบรรพบุรุษแล้ว ก็จะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา เมื่อถึงยามนั้นนางจะรีบบุกเข้าไปนำป้ายวิญญาณบรรพบุรุษออกมา และคนทั้งตระกูลจะต้องเคารพนางสรรเสริญนาง! และเมื่อถึงยามนั้นคุณหนูใหญ่ก็จะกลายเป็นดาววิปโยคขอรับ และในตระกูลจะต้องเลือกให้นางได้แต่งแก่ท่านอ๋องฉีเท่านั้นขอรับ!” สีหน้าของเสนาบดีหลูพลันแปลกประหลาดขึ้นมา สีหน้าของทุกคนที่มองไปยังหานเยว่เอ๋อล้วนดูแปลกประหลาดและลึกซึ้งขึ้น ทำคุณบูชาโทษจริง ๆ เลี้ยงดูด้วยอาหารเครื่องดื่มชั้นดีเพียงนั้น ทั้งที่ควรจะได้มิตรไมตรี กลับได้ศัตรูคู่อาฆาตออกมาแทน เพื่อหาเหตุผลให้ได้สมรสกับอ๋องฉี ต้องทำถึงขั้นวางเพลิงเผาศาลบรรพบุรุษของคนอื่นเชียวหรือ นางคิดออกมาได้อย่างไร! หลักฐานแน่นหนาดุจขุนเขา ไม่มีทางโต้แย้งได้แล้ว ท่านโหวผู้เฒ่าโกรธจนหน้าสั่น “ใครก็ได้! ใครก็ได้! ในเมื่อนางกับอ๋องฉีต่างมีจิตใจเชื่อมสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนจดหมายสื่อรักกันแล้ว พวกข้าก็มิบังอาจขอให้นางอยู่ต่อในตระกูลได้อีก!” เขาหัวเราะอย่างขมขื่น

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 105  

    อ๋องฉีรู้สึกมีเสียงระเบิดดังก้องอยู่ในหัว ถึงขั้นคิดว่าตนเองคงหูฝาดไปแล้ว เขาไม่รอให้ขันทีสวีขยับมือ ก็เดินมาถึงหน้าประตูด้วยตนเองก่อนจะกระชากประตูเปิดดังโครม ถามด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “เจ้าว่าอย่างไรนะ?” จินเป่าไม่กล้าแม้แต่เงยหน้ามองสีหน้าของท่านอ๋องตนเอง ตัวเย็นวาบขึ้นมา เอ่ยปากชี้แจงอย่างระมัดระวังด้วยเนื้อตัวสั่นเทิ้ม “ทะ…ท่านอ๋อง หย่งผิงโหว หย่งผิงโหวนำตัวแม่นางหานมาส่งด้วยตนเองแล้วพ่ะย่ะค่ะ บัดนี้กำลังรออยู่ที่ประตูใหญ่ของจวนพวกเรา…” อ๋องฉีแยกตัวออกมาปลูกจวนนอกเขตวัง และจวนอ๋องของเขาก็ยังอิงตามระบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ใกล้กับจวนองค์หญิงและอ๋ององค์อื่น ๆ ทั้งหมดล้วนอยู่ใกล้เขตวังหลวง อย่างเช่นอ๋องโจว อ๋องอู๋ก็อยู่ข้างจวนเขาและอยู่ตรงข้ามจวนเขา และถัดไปอีกหน่อยก็เป็นจวนขององค์หญิงอีกหลายพระองค์ ดังนั้นก็หมายความว่า เรื่องที่ชีเจิ้นพาตัวหานเยว่เอ๋อมาที่หน้าประตูใหญ่ อีกไม่นาน ก็ต้องถูกลือไปทั่วแล้ว! “บังอาจ!” อ๋องฉีไม่สนแล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตำหนิจินเป่าด้วยเสียงกราดเกรี้ยวว่า “เจ้าพวกสวะ! ไม่รู้จักพาคนเข้ามาด้านในก่อนหรือ?!” ต่อให้ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่การที

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 106  

    นี่คิดจะทำอะไรกันแน่!? ลำพังแค่คิดว่าทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาล้วนถูกอ๋องฉีจับตาดูอยู่ เขาก็รู้สึกครั่นคร้ามขึ้นมาแล้ว เขาเองก็เคยลังเลว่าเรื่องนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องเล็กลงได้ และจะหายไปในที่สุดหรือไม่ แต่ชีหยวนเตือนเขาแล้ว ขณะนั้นมีคนอยู่ในเหตุการณ์จำนวนมาก บรรดาแขกเหรื่อต่างรู้แล้วว่าสาเหตุที่ไฟไหม้ศาลบรรพบุรุษขึ้นมาก็เป็นเพราะหานเยว่เอ๋อ และรู้ด้วยว่าหานเยว่เอ๋อและอ๋องฉีเขียนจดหมายส่งถึงกัน เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้ตระกูลชีอยากจะกดมันลงไปปิดไว้ให้มิดชิดสักเพียงใด ก็กดมันลงไปไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ตระกูลชีจะพยายามกดมันลงได้สำเร็จแล้ว ถึงกระนั้นตนเองก็ต้องอดทนกลืนความเจ็บช้ำไว้อยู่ดี แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง อ๋องฉีเขาจะเชื่อหรือ? เขาจะเชื่อหรือว่าตระกูลชีจะไร้ซึ่งความรู้สึกโกรธแค้น? ในเมื่อทางไหนก็ไม่เป็นผลดีแล้ว เช่นนั้นเหตุใดไม่บีบให้อีกฝ่ายยอมแพ้ก่อนเสียเลยเล่า? พวกเขาตระกูลชีก็มิใช่ผลพลับอ่อนที่จะยอมให้ใครมาบีบเล่นก็ได้! เขาผลักหานเยว่เอ๋อไปด้านหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา “ท่านอ๋อง ถ้อยคำนี้ควรจะเป็นข้าน้อยมากกว่าที่ถาม! ข้าน้อยต้องการถามว่

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 107

    คนที่มามุงดูรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางฝูงชนอ๋องฉีมองเห็นใบหน้าซึ่งดูคุ้นเคยอยู่หลายคน เหล่านั้นล้วนเป็นบ่าวรับใช้ของจวนอ๋องอู๋ และจวนอ๋องโจว จะยอมให้เหตุการณ์ความวุ่นวายยาวนานไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เขาได้แต่จำใจเอ่ยปากอย่างเยือกเย็น “มีเรื่องอันใด หย่งผิงโหวไม่สู้เข้ามาคุยกันให้ชัดเจนในจวนของข้าดีกว่า!” เขาควรจะให้ชีเจิ้นเข้ามาคุยกันในจวนตั้งแต่แรก ถึงแม้ว่าชีเจิ้นน่าจะไม่ยอมตกปากรับคำก็เถิด บัดนี้เรื่องราวยิ่งลุกลามใหญ่โตเกินไปแล้วจริง ๆ ชีเจิ้นแค่นเสียงฮึ่มออกมาอย่างเย็นชา ก็จะเอ่ยวาจาถากถางว่า “ท่านอ๋อง ข้าน้อยมิบังอาจ! ที่ข้าน้อยเดินทางมาครั้งนี้ เพราะอยากจะคุยกับท่านอ๋องให้ชัดเจน แม่นางคนนี้มีความผูกพันลึกซึ้งกับท่านอ๋อง มีอะไรก็เล่าให้ฟังทั้งหมด! แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างอาหารในแต่ละมื้อ ขนมหวานของว่างของแต่ละมื้อในหนึ่งวันนั้นมีอะไรบ้างล้วนรายงานต่อท่านอ๋องครบถ้วนทุกกระบวน ข้าน้อยรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก!” ทุกคนพลันส่งเสียงเกรียวกราวทันที หา แม่นางหานเยว่เอ๋อคนนี้ทำเกินไปแล้วกระมัง? ไม่เชื่อใจตระกูลชีมากเพียงนี้เชียวหรือ? คนเขาหนึ่งวันสามมื้อกินอะไรบ้างแค่เรื

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 108  

    ในเมื่อโปรดปรานแม่นางคนนี้เพียงนั้น ก็ควรจะต้องแสดงท่าทางโปรดปรานเอ็นดูออกมาด้วยมิใช่หรือ? หานเยว่เอ๋อเย็นเยียบไปทั้งตัว นางมองอ๋องฉีด้วยสายตาอ้อนวอน ขอบตาแดงก่ำใครเห็นก็ต้องสงสาร อ๋องฉีสีหน้ามืดครึ้มจนน่าพรั่นพรึง มองหานเยว่เอ๋อปราดหนึ่ง เขาก็กัดฟันกรอด ๆ ชีเจิ้นพาหานเยว่เอ๋อมาทิ้งหน้าประตูใหญ่ของจวนเขาต่อหน้าคนจำนวนมากมายเพียงนั้นในเมืองหลวง และยังประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเขามีสัมพันธ์ส่วนตัวกับหานเยว่เอ๋อ หากว่าเขาไม่รับหานเยว่เอ๋อเข้าไปในจวนแล้ว น้ำลายจากปากชาวบ้านคงท่วมท้นจนอ๋องอย่างเขาจมน้ำตายได้แน่ ๆ วันรุ่งขึ้นเมื่อผู้ตรวจการเข้าทูลรายงานน้ำลายคงปลิวว่อน ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อคนเข้าจวนของเขามาแล้ว จะให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นมิได้เป็นอันขาด หากสังหารให้ตาย คนทั้งโลกจะพากันคิดว่าท่านอ๋องอย่างเขาเริ่มต้นด้วยความหลงจบลงด้วยการทอดทิ้ง และสังหารคนปิดปาก! ช่างเลวทรามขาดคุณธรรมอย่างถึงที่สุด! จวนหย่งผิงโหวเลวทรามยิ่งนัก! เขาไม่อยากมองต่อแม้สายตาเดียว หมุนตัวและกลับเข้าไปในจวนอ๋องทันที ขันทีสวีส่งสายตาให้จินเป่า ทันใดนั้นจินเป่าก็สั่งให้คนไปพาหานเยว่เอ๋อและเหลียนเอ๋อร์เข้ามา

Latest chapter

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 446

    ชีหยวนยืนมองอยู่ข้าง ๆ อย่างไร้ความรู้สึกท่านโหวผู้เฒ่าชีกับชีเจิ้นแอบอยู่หลังต้นไทร สั่นเทิ้มไปทั้งร่างขอให้สวรรค์คุ้มครอง ขอให้สวรรค์คุ้มครอง ฮ่องเต้กับพระชายาทะเลาะกัน พระชายากับเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยถึงกับลงไม้ลงมือกัน พวกเขาไม่ได้ตั้งใจมาดูเรื่องสนุกเลยสักนิด!พวกเขาไม่อยากเห็นเลยจริง ๆ!!ขณะนั้น เซียวอวิ๋นถิงสะกิดเรียกชีหยวน แล้วลดเสียงเอ่ยถามนาง “รู้สึกอย่างไร?”รู้สึกอย่างไร?ชีหยวนถึงกับครุ่นคิดอย่างจริงจังจากนั้นนางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “การเสียสละตนเองและอุทิศทุกสิ่งเพื่อความรักเป็นเรื่องโง่เสมอ คำสัญญาของบุรุษจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อยังมีรักเท่านั้น”พอหมดรักแล้ว ก็ไม่มีค่าอะไรอีกต่อไปเซียวอวิ๋นถิงถึงกับตะลึงงันเขาไม่เข้าใจ เหตุใดหญิงสาวที่อายุเพียงสิบกว่าปีที่แทบจะไม่มีประสบการณ์ได้ใกล้ชิดกับบุรุษมาก่อน เมื่อต้องเผชิญกับความเป็นความตาย การพลัดพราก และความแค้นที่ซับซ้อนเช่นนี้ กลับสามารถมองทะลุปรุโปร่ง และกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมาได้เขาอดไม่ได้ที่จะแย้งขึ้นมา “แต่ แต่ว่าคนที่รักกัน ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อกันและกัน มันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำหรอกหรือ?”ชีหยวนหันไปมองเ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 445

    ฮ่องเต้หย่งชางรู้สึกหนักอึ้งในใจ ก่อนหน้านี้ที่ตำหนิเซียวอวิ๋นถิงไปสองสามประโยค ก็เพียงเพื่อหาข้ออ้างให้สามารถพูดกับพระชายาหลิ่วได้เขาพูดเบา ๆ ว่า “หว่านหยิน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า เรามารับเจ้ากลับไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว”พระชายาหลิ่วเหลือบมองเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยที่ดูบอบบางอ่อนแออย่างเย้ยหยัน แต่ครั้งนี้ไม่ได้แสดงความเกรงใจอีกต่อไปมีบางเรื่องที่ไม่อาจปล่อยผ่านได้ และไม่อาจใช้คำพูดคลุมเครือเพื่อให้จบไปนางเอ่ยถามอย่างเสียดสี “ครอบครัวพร้อมหน้าหรือ ให้ข้ากลับวังไปอยู่พร้อมหน้ากับสนมรักของท่านที่เป็นศัตรูฆ่ามารดาข้าอย่างนั้นหรือ?”คำพูดนี้กล่าวหนักเกินไปเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยถูกองค์หญิงเป่าหรงบีบมือเบา ๆ นางก็เข้าใจทันทีว่าลูกสาวต้องการให้ทำอะไร จึงรีบก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าพระชายาหลิ่วพื้นดินบนภูเขาแข็งกระด้างและขรุขระนางคุกเข่าลงเช่นนี้ คนรอบข้างถึงกับเผลอสูดลมหายใจเข้าด้วยความเจ็บแทนแต่เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้แสดงอาการลังเลเลยแม้แต่น้อย นางเงยหน้ามองพระชายาหลิ่ว น้ำเสียงขมขื่นและเต็มไปด้วยความคับข้องใจ “พี่หญิง! ข้ารู้ว่าท่านเกลียดข้า ท่านเกลียดข้า

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 444

    ฮ่องเต้หย่งชางเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแล้ว ทรงโบกพระหัตถ์ให้ไล่เฉิงหลงออกไปจากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้ข่มตาหลับตลอดทั้งคืนบาดแผลบนหน้าผากของนางถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้กระแทกอย่างแรงจริง ๆเมื่อเห็นองค์หญิงเป่าหรงถูกนางกำนัลประคองเข้ามา นางก็ราวกับเห็นที่พึ่งและทางรอด รีบปรี่เข้าไปกุมมือลูกสาวแน่น “เป่าหรง! เจ้าว่า เจ้าว่าควรทำอย่างไรดี?”เสียงของนางสั่นเครือจนแทบร้องไห้เพียงแค่คิดถึงบิดาที่ตายอย่างน่าเวทนา และมารดาที่โกรธแค้นจนสิ้นลมครอบครัวที่เคยสมบูรณ์พลันพังพินาศ สามีภรรยาพรากจาก บ้านแตกสาแหรกขาด ใจของนางเจ็บราวกับถูกมีดกรีดยิ่งไปกว่านั้น ขาของบุตรชายก็พิการนางกำมือองค์หญิงเป่าหรง บุตรสาวคนนี้เป็นหวังเดียวที่เหลืออยู่ของนางเมื่อนางเพิ่งเข้าวังยังมิได้เป็นที่โปรดปรานถึงเพียงนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะการกำเนิดของเป่าหรง เป่าหรงนำพาความโปรดปรานอันยาวนานหลายสิบปีมาให้แก่นางองค์หญิงเป่าหรงค่อย ๆ กอบกุมมือของมารดากลับ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ และกล่าวด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิดเพคะ มีลูกอยู

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 443

    ฮ่องเต้หย่งชางยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่ได้ขยับ พระพักตร์เย็นชาองค์รัชทายาทคลำไปคลำมาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบกระชากผ้าปิดตาออก แล้วสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือพระพักตร์ที่โกรธจัดของฮ่องเต้หย่งชางเขาตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกไป ร่างอ้วนใหญ่ทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นเสียงดังโครมจนราวว่าพื้นรอบ ๆ สั่นสะเทือนขันทีเซี่ยรีบเบือนหน้าหนีทันทีคนอื่น ๆ ก็ไม่กล้ามองเช่นกันคนทั้งสองนี้ คนหนึ่งคือฮ่องเต้ อีกคนคือองค์รัชทายาทฮ่องเต้ทรงตำหนิรัชทายาทเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้วแต่ในอนาคต หากรัชทายาทนึกถึงเหตุการณ์นี้ เขาย่อมไม่กล้าไปเอาเรื่องฮ่องเต้ ก็คงต้องมาผูกใจเจ็บกับพวกเขาที่ได้เห็นความอับอายของเขาในวันนี้ อยู่ห่างออกไปหน่อยจะดีกว่ารัชทายาทได้สติ รีบคลานเข้าไปข้างหน้าฮ่องเต้หย่งชาง คุกเข่าลงแล้วปล่อยโฮออกมาร้องไห้พลางกล่าวยอมรับผิด“เสด็จพ่อ เป็นความผิดของลูกเอง ลูกจะไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้ว”“ลูกจะไล่พวกตัวกาลกิณีพวกนี้ออกไปให้หมด ไล่ไปให้หมดเลยพ่ะย่ะค่ะ!”ความรู้สึกของฮ่องเต้หย่งชางพลันซับซ้อนขึ้นมาชั่วขณะก่อนเสด็จมา เขาเชื่อจริง ๆ ว่ารัชทายาทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 442

    ท่านโหวผู้เฒ่าชีตบมือหัวเราะลั่นดี!ดี! ดี!เขาชมอยู่สามคำติดต่อกันส่วนพระชายาหลิ่ว ราชบุตรเขยลู่ และองค์หญิงใหญ่ ทั้งสามคนมองไปที่ชีหยวน ต่างพากันตะลึงโดยเฉพาะราชบุตรเขยลู่ เขาเคยเห็นฝีมือการฆ่าคนของชีหยวนมาก่อน หากสามารถสังหารได้ในดาบเดียว นางจะไม่มีวันฟันซ้ำเป็นครั้งที่สองความแข็งแกร่งและความศรัทธาของเด็กสาวผู้นี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตเขาตามความคิดและการกระทำของคนหนุ่มสาวรุ่นนี้ไม่ทันเสียแล้วเซียวอวิ๋นถิงยืนกอดอกยิ้มมองชีหยวนแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกต ว่ารอยยิ้มนั้นเจิดจ้าราวดวงดารา สาดส่องไปทั่วทุกหนแห่งเขาไม่เคยพบสตรีเช่นนี้มาก่อนทะนงในศักดิ์ศรี เคารพตนเอง แข็งแกร่งและพึ่งพาตัวเองนางไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยเหลือ เพราะตัวนางคือผู้ช่วยเหลือตนเองกลีบเหมยที่ร่วงโรยปลิวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะโปรยปรายลงบนศีรษะและอาภรณ์ของทุกคน ชั่วขณะนั้น เซียวอวิ๋นถิงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนในความฝันยามสนธยาแต่ความคิดนี้ก็เพียงแค่แวบเข้ามาแล้วก็จางหายไปชีเจิ้นถอนหายใจอย่างจนปัญญาแล้วเอ่ยว่า “แล้วเรื่องตรงหน้านี้จะ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 441

    ชีเจิ้นรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของตนคงตกต่ำอย่างถึงที่สุดไม่สิ แต่เดิมดวงของเขาก็คงไม่ดีอยู่แล้วมิฉะนั้น เหตุใดในช่วงเวลาอันสั้นนี้ เขาถึงได้พบกับสตรีที่น่าสะพรึงกลัวถึงสองคน และแต่ละคนก็น่ากลัวไม่แพ้กัน!ชีหยวนก็ไม่ต้องพูดถึง เขาเห็นกับตาตัวเองว่านางบิดคอคนเหมือนบิดผ้า วิธีฆ่าของนางก็แปลกประหลาด วิธีที่ใช้บ่อยที่สุดคือปาดคอหรือแทงเข้าหัวใจ คนที่ถูกฆ่าล้วนไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายส่วนองค์หญิงเป่าหรง ฟังดูก็ไม่ใช่คนที่จะยุ่งด้วยได้ง่าย ๆตั้งแต่ยังเด็ก นางก็อ้างว่าตัวเองถูกสาป ทำให้พระภิกษุ นักพรต และชาวบ้านล้มตายไปไม่รู้เท่าไรสองคนนี้คิดจะแข่งกันว่าใครฆ่าคนได้มากกว่ากันหรือ?ถ้าหากต้องแข่งกันจริง ๆ แม้ว่าชีหยวนจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา และตัวเขาเองก็อยู่ข้างชีหยวน แต่เขาต้องบอกไว้ก่อน หากต้องเดิมพันแพ้ชนะ เขาก็ยังต้องลงเดิมพันให้กับองค์หญิงเป่าหรงอยู่ดีชีวิตคนเราไม่เคยยุติธรรม สิ่งที่เจ้าต้องใช้ความพยายามมหาศาลเพื่อให้ได้มา บางคนกลับสามารถยกนิ้วกวักมือเรียกแล้วแย่งไปได้ง่าย ๆ เพียงเพราะเกิดมาต่างชนชั้น นี่แหละคือชะตากรรมที่ถูกกำหนดมาแล้วสีหน้าของเขาดูแปลกประหลาดไปชั่วขณะ ไ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 440  

    ทว่าในขณะเดียวกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ สวรรค์ยุติธรรมเสมอ ในโลกปัจจุบันนางคือคุณหนูใหญ่ที่ใครต่างก็จับตามอง ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ก็ยังเป็นองค์หญิงที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดในต้าโจว เห็นไหมล่ะคนชั้นสูงอยู่ที่ไหนก็เป็นคนชั้นสูงอยู่วันยังค่ำ บิดาของนางเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนมารดาของนางก็เป็นอาจารย์ชั้นพิเศษ นางเคยชินกับการมีแค่พี่เลี้ยงและเงินทองอยู่เป็นเพื่อนมาตั้งแต่ยังเล็กแล้ว จึงเรียนรู้ที่จะพูดแบบคนเมื่ออยู่ต่อหน้าคน และพูดแบบผีเมื่ออยู่ต่อหน้าผีมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครจะปิดบังความรู้สึกของตนเองได้เก่งไปมากกว่านางแล้ว ในโลกยุคปัจจุบันนางยังสามารถกลั่นแกล้งพวกปรสิตชั้นต่ำที่ไร้ประโยชน์พวกนั้นให้ตายไปทีละคนได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับโลกยุคโบราณ? นางเป็นถึงองค์หญิงเชียวนะ นางฆ่าคนก็ไม่อะไรต่างจากฆ่ามดปลวกให้ตาย และตอนนี้ก็ถึงคราวของชีหยวนเจ้ามดปลวกตัวนี้แล้ว นางเดาะลิ้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ ดูสิ ทั้งที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่เหมือนกัน อ๋องฉีกลับไม่เอาไหนถึงเพียงนี้ ทว่ากลับกันคนอย่างชีหยวนยังสามารถก่อเมฆลมปลุกปั่นสถานการณ์ได้เลย แต่ว่า ถึงจะเป็นเช

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 439  

    ฮ่องเต้หย่งชางแทบจะหมดหนทางกับธิดาพระองค์นี้ของตนจริง ๆ หลังจากส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาก็ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ว่า: “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับที่เจ้ากล่าวถึงชีหยวนคนนั้นขึ้นมาหรือ?” สองคนที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน คนหนึ่งคือจันทรากระจ่างบนฟากฟ้ามิอาจแตะต้อง ส่วนอีกคนเป็นแค่ดอกหญ้าทั่วไปบนพื้นดินที่จะเอื้อมมือไปเด็ดเมื่อใดก็ได้ ชีหยวนมีความพิเศษอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้คนอย่างเป่าหรงจดจำได้ องค์หญิงเป่าหรงเม้มปาก ดูคล้ายว่ากำลังงุนงงสับสน และก็คล้ายว่ามีความสงสัยใคร่รู้อยู่ในที นางลืมตากว้างด้วยดวงตาที่ไร้เดียงสา เม้มริมฝีปากพลางมองฮ่องเต้หย่งชางและกล่าวว่า: “เสด็จพ่อ ลูกจำนางได้ มิใช่เพราะตัวนาง แต่เป็นเพราะเสด็จป้าองค์หญิงใหญ่และอวิ๋นถิง” เอ่ยถึงเรื่องนี้ สีพระพักตร์ของฮ่องเต้หย่งชางมืดครึ้มลง ก่อนจะเปล่งเสียงโอ้ออกมาเพียงหนึ่งคำ และถามอย่างคลุมเครือ: “พวกเขามีความเกี่ยวข้องอันใดกันหรือ?” “เสด็จพ่อไม่ทราบหรือเพคะ? ตอนที่คุณหนูใหญ่สกุลชีท่านนี้เพิ่งกลับมาจากบ้านในชนบท คนในตระกูลของพวกเขาต่างไม่โปรดปรานนางเลยสักคน จนสุดท้ายในตอนที่จัดงานเลี้ยงรับญาติ ก็มีพระปิตุจฉาองค์หญิง

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 438  

    สถานการณ์ในตอนนี้ พระชายาหลิ่วโกรธเกลียดเคียดแค้นทุกคนในสกุลหลิ่ว หากว่าองค์หญิงเป่าหรงและเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเข้าไปยุ่งด้วย จะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ? องค์หญิงเป่าหรงผุดยิ้มอย่างลำพองตนในใจ จะว่าไป ความรักของบุรุษอยู่ที่ใด ความลำเอียงย่อมอยู่ที่นั่นด้วย บางทีเขาเองก็อาจจะไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ ว่าเขามีใจเอนเอียงไปทางเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยรวมถึงบรรดาพระโอรสพระธิดาที่นางให้กำเนิดโดยสมบูรณ์แล้ว ยิ่งเป็นเช่นนี้ องค์หญิงเป่าหรงก็ยิ่งอาศัยจังหวะที่ได้เปรียบโจมตีต่อเนื่อง: “เสด็จพ่อ! ในเมื่อพระองค์ตรัสเองว่า นางเป็นฮองเฮาองค์แรกของท่าน ช้าเร็วอย่างไรนางก็ต้องเสด็จกลับเข้าวัง พวกหม่อมฉันจะหลบหนีไปได้ชั่วชีวิตหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางเงียบไป องค์หญิงเป่าหรงน้ำตาร่วงเผาะพลางเอ่ยด้วยเสียงเบา: “เสด็จพ่อ ให้พวกหม่อมฉันไปเถิดเพคะ ให้พวกหม่อมฉันไปทูลขอพระราชทานอภัยจากนางเถิดเพคะ หากทุกฝ่ายเปลี่ยนอาวุธเป็นผ้าไหมและเครื่องหยก ไม่ดีหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ท้ายที่สุดก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะถามถึงอาการบาดเจ็บของนาง: “อดทนไหวหรือ?” องค์หญิงเป

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status