ฉู่จวินสิงระแวดระวังทันทีที่เห็นเจี่ยนอันอันคำนับศีรษะให้ป้ายหลุมศพเขาเอาตัวมาบังด้านหลังเจี่ยนอันอัน แววตาลุ่มลึกกวาดมองรอบด้านถ้าหากประเดี๋ยวมีลูกธนูยิงออกมาอีก เขาต้องปกป้องเจี่ยนอันอันให้ดี ห้ามให้นางถูกธนูยิงแต่ที่น่าแปลกก็คือ คราวนี้ไม่มีธนูยิงออกมาเจี่ยนอันอันเงยหน้าขึ้น พบว่าป้ายหลุมศพไม่ได้สั่นสะเทือนมันตั้งตระหง่านอยู่แน่นิ่ง ไม่มีความเคลื่อนไหวเจี่ยนอันอันหันไปยิ้มให้ฉู่จวินสิง “หรือว่าข้าจะเป็นผู้มีวาสนาคนนั้น?”ขณะที่เจี่ยนอันอันกำลังพูด ตัวอักษรบนป้ายหลุมศพก็กลายเป็นฝุ่นผงและร่วงสู่พื้นทิ้งให้ป้ายสุสานกลายเป็นเพียงป้ายศิลาธรรมดาเจี่ยนอันอันเห็นดังนี้ก็ลุกพรวดขึ้นนางหยิบอัญมณีเม็ดหนึ่งมาเก็บในห้วงมิติยังคงไม่มีธนูยิงใส่คราวนี้เจี่ยนอันอันเบาใจลงในที่สุดนางกว้านสมบัติเข้าสู่ห้วงมิติอย่างมีความสุข ครั้นเห็นภูเขาทองคำสามลูกถูกเจี่ยนอันอันเก็บเอาไปภายในเวลาไม่นานเซิ่งฟางกับเหยียนเซ่าก็หันไปสบตากันโชคดีที่พวกเขาเคยได้ยินฉู่จวินสิงพูดให้ฟังมาก่อนว่าเขาได้รับถุงเฉียนคุนที่สามารถบรรจุสารพัดสิ่งมาจากผู้วิเศษ มิเช่นนั้นพวกเขาคงคิดว่าตัวเองกำลังฝันเป็
ใบหน้าของบรรดาเจ้าหน้าที่ทางการต้องซีดเผือดเมื่อได้ยินดังนี้พวกเขาต่างก็รู้ถึงความร้ายกาจของเจี่ยนอันอันหลังจากที่ถูกเข็มเงินของเจี่ยนอันอันทิ่มใส่ จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังเดินไม่ได้เลยอย่าว่าแต่ขยับร่างกายครึ่งซีกไม่ได้ ตอนนี้พวกเขายังขยับร่างกายส่วนใดไม่ได้ทั้งนั้นก่อนหน้านี้นายอำเภอเห็นพวกเขามีสภาพเช่นนี้ก็ด่าว่าเป็นสวะไร้ค่าจากนั้นหมุนตัวเดินเข้าที่ว่าการอำเภอโดยไม่สนใจพวกเขาด้วยซ้ำตอนนี้พวกเขานึกย้อนเสียใจสุดๆบรรดาเจ้าหน้าที่ทางการไม่อยากยืนแสดงอยู่ที่นี่ พวกเขาพากันวิงวอนว่า “ท่านจอมยุทธ์หญิง ปล่อยพวกข้าไปเถิด”“พวกข้าเพียงแต่ทำตามที่ใต้เท้าสั่ง เขาสั่งสิ่งใดมา พวกข้าก็ต้องทำตามนั้น”“ใช่ขอรับๆ พวกข้าไม่ได้คิดจะเป็นศัตรูกับพวกท่านจริงๆ ท่านจอมยุทธ์หญิงปล่อยพวกข้าไปเถิด”เจี่ยนอันอันไม่สนใจคำวิงวอนของพวกเจ้าหน้าที่ทางการ นางเดินตรงเข้าไปในที่ว่าการอำเภอ ไม่อยากจะมองพวกเขาอีกบรรดาเจ้าหน้าที่ทางการด้านในที่ว่าการอำเภอได้รับการทำแผลอย่างง่ายๆแต่ละคนมีสีหน้าตื่นตกใจเมื่อเห็นพวกเจี่ยนอันอันทั้งสี่คนพวกเขาเห็นกับตาว่าสี่คนนี้ถูกขังในกรงเหล็กไปแล้วพวกเขาออกมาได้อย่
เจี่ยนอันอันหันไปถลึงตาใส่นายอำเภอด้วยความเดือดดาล “นี่เจ้าลงมือกับซ่างชิวหนักปานนี้เชียวหรือ”“หากซ่างชิวเป็นอะไรไป ข้าจะฆ่าพวกเจ้าแล้วส่งไปอยู่กับเขาให้หมด!”นายอำเภอได้ยินว่าต้องตายตามซ่างชิวก็หวาดกลัวจนตัวสั่นอย่างหยุดไม่อยู่“จอมยุทธ์หญิงโปรดไว้ชีวิต ข้าจะไปตามหมอที่เก่งที่สุดในอำเภอมารักษาซ่างชิว โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”เจี่ยนอันอันแค่นเสียงเย็น “เมื่อครู่เจ้าบอกว่าน้องเขยของเจ้ายังไม่ได้สติใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นก็พาข้าไปพบเขา”นายอำเภอเห็นเจี่ยนอันอันยืนกรานจะพบจางต้าให้ได้ อีกทั้งเขาก็ถูกฉู่จวินสิงจับไม่ปล่อย สุดท้ายจึงได้แต่ยอมตอบตกลงที่จะพาพวกเขาไปพบจางต้าเจี่ยนอันอันให้เซิ่งฟางกับเหยียนเซ่าอยู่ดูแลซ่างชิวที่นี่ส่วนตัวเองกับฉู่จวินสิงคุมตัวนายอำเภอเข้าไปยังที่พักของจางต้านายอำเภอผลักประตูเดินเข้าไปด้วยขาสั่นเทิ้มครั้นมาถึงภายในห้อง เจี่ยนอันอันก็เห็นว่าจางต้ากำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียงนายอำเภอเดินไปที่เบื้องหน้าจางต้าและชี้ไปที่เขา “เขาก็คือน้องเขยของข้า”เจี่ยนอันอันส่ายมือด้วยความรำคาญ “หลบไป”นายอำเภอไม่กล้าพูดมาก ได้แต่ยอมขยับร่างกายอ้วนตุ๊ต๊ะของตัวเองถอยไปด
นายอำเภอหวาดกลัวจนหน้าซีดหนักกว่าเดิมเขาคุกเข่าเบื้องหน้าเจี่ยนอันอันดัง ‘ตุบ’“จอมยุทธ์หญิงโปรดไว้ชีวิตจางต้าด้วยเถิด หากเขาตาย ข้าคงได้ถูกอวี้เฟิ่งถลกหนังแน่”ไม่มีผู้ใดกล้าขัดอารมณ์ของอวี้เฟิ่ง แม้แต่พี่ชายอย่างเขาที่เป็นนายอำเภอก็ยังต้องยอมถอยให้หลายส่วนเจี่ยนอันอันได้ยินว่าอวี้เฟิ่งจะถลกหนังนายอำเภอก็ยิ้มเยาะ “ดีสิ ข้าอยากเห็นเหมือนกันว่าอวี้เฟิ่งจะถลกหนังเจ้าอย่างไร”นางว่าจบก็กระชากผมจางต้าให้เดินออกไปด้านนอกส่วนฉู่จวินสิงก็คุมตัวนายอำเภอให้เดินออกไปพวกเขากลับไปหาเซิ่งฟางกับเหยียนเซ่าเจี่ยนอันอันพูดกับทั้งสอง “พวกเรากลับหมู่บ้านชิงสุ่ยกันเถอะ ที่นั่นจะมีเรื่องสนุกให้รอชม”เซิ่งฟางกับเหยียนเซ่าไม่รู้ว่าเรื่องสนุกที่เจี่ยนอันอันพูดถึงคืออะไรทว่าเมื่อเห็นจางต้ามีสภาพจนตรอกและเห็นนายอำเภอที่หน้าซีดเผือด ทั้งสองคนก็เข้าใจโดยพลันพวกเขาหามซ่างชิวที่หมดสติแล้วเดินออกจากที่ว่าการอำเภอ บรรดาเจ้าหน้าที่ทางการเห็นนายอำเภอของตัวเองจะถูกคุมตัวไปหมู่บ้านชิงสุ่ยกระนั้นกลับไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวางทั้งนั้น ได้แต่มองพวกเขาเดินออกจากที่ว่าการอำเภอตาปริบๆเมื่อมาถึงหน้ารถม้า เจ
ชาวบ้านที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินตามหลังรถม้าไปพวกเขาอยากเห็นว่าพวกเจี่ยนอันอันกำลังจะทำอะไรกันแน่รถม้ามาหยุดจอดที่หน้าบ้านซ่างชิวเซิ่งฟางกับเหยียนเซ่าลงจากรถม้าแล้วช่วยกันหามซ่างชิวเข้าไปในบ้านเจี่ยนอันอันให้ทั้งสองคนรออยู่ด้านนอกเพื่อเฝ้านายอำเภอกับจางต้านางพูดกับเซิ่งฟางและเหยียนเซ่าว่า “ไม่ว่าผู้ใดมาก็ห้ามให้เข้าไปในบ้านทั้งนั้น”เจี่ยนอันอันลงจากรถม้าแล้วเข้าไปในบ้านของซ่างชิวฉู่จวินสิงตามเข้าไปเช่นกัน เจี่ยนอันอันไม่ได้ห้ามปรามอะไรเมื่อมาถึงหน้าเตียงอุ่น เจี่ยนอันอันก็ทำการจับชีพจรให้กับซ่างชิวแม้เขาจะใช้ยาสำหรับรักษาอาการเลือดออกภายในไปแล้ว แต่ฤทธิ์ยาแค่นั้นไม่อาจทำให้ซ่างชิวฟื้นตัวโดยไวเจี่ยนอันอันรีบนำยาเฉพาะทางจากคลังยาในห้วงมิติออกมาฉีดเข้าเส้นเลือดของซ่างชิวจากนั้นช่วยทำแผลบริเวณศีรษะให้กับเขาครั้นทายาสำหรับบาดแผลภายนอกเสร็จก็พันแผลให้ยาเฉพาะทางออกฤทธิ์เร็วมาก หลังจากที่ฉีดให้หนึ่งขวด ซ่างชิวก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติเขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงอุ่นที่บ้านตัวเอง ข้างกายมีเจี่ยนอันอันกับฉู่จวินสิงคอยเฝ้าอยู่ซ่างชิวมีสีหน้าสับสน “ไม่ใช่ว่า
บรรดาชาวบ้านสังเกตเห็นว่านายอำเภอมีท่าทีตื่นตระหนก เกรงว่าคงไม่ได้ถูกคนเหล่านี้เชิญตัวมา แต่ถูกจับมามากกว่าเรื่องนี้ทำให้บรรดาชาวบ้านยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม พวกเขาจับนายอำเภอมาทำอะไร?ตอนนี้มีชาวบ้านวิ่งไปแจ้งข่าวที่บ้านแม่สามีของอวี้เฟิ่งแล้วไม่นานอวี้เฟิ่งก็พาบ่าวรับใช้จำนวนหนึ่งเร่งร้อนเดินทางมาที่นี่สีหน้าของนางเปลี่ยนไปโดยพลันเมื่อเห็นจางต้าอยู่บนรถม้าในสภาพจนตรอก“ท่านพี่ เกิดอะไรขึ้นกับท่าน ผู้ใดทำร้ายท่านเช่นนี้ บอกข้ามา ข้าจะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด!”ความสนใจของเฟิ่งอวี้อยู่ที่จางต้าทั้งหมดนางไม่เห็นว่าเจี่ยนอันอันยืนอยู่หน้าบ้านซ่างชิวอวี้เฟิ่งพูดจบก็เหลือบไปเห็นนายอำเภอผู้เป็นพี่ใหญ่นางเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับชี้หน้าด่านายอำเภอ “เจ้าหมูโง่นี่ เจ้าเป็นคนทำร้ายสามีข้าจนมีสภาพนี้ใช่หรือไม่”“ไสหัวลงจากรถม้าแล้วมาคุยกันเสียดีๆ”เมื่อนายอำเภอเห็นอวี้เฟิ่ง เขาพลันมีอาการเหมือนหนูที่เจอแมวนายอำเภอก้มหน้าอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นานแต่ก็อธิบายเหตุผลอะไรไม่ได้ ตอนนี้เขากล้าพูดอะไรที่ใดกัน ผู้ที่จับเขามาที่นี่กำลังรอดูอยู่ว่าเขาจะถูกถลกหนังอย่างไรหากเขาพูดอะไรที่ทำให้อวี้เฟิ่งโมโห คร
อวี้เฟิ่งรีบร้องว่า “ท่านพี่ ท่านพูดอะไรบ้างสิ รีบขอร้องให้นางปล่อยตัวท่านสิ”จางต้าเผยอปากแต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เปล่งออกมาผมของเขาจะถูกเจี่ยนอันอันกระชากจนร่วงหมดแล้วเวลานี้ใบหน้าของเขามีน้ำตาและน้ำมูกไหลมากองกันเขาเองก็อยากร้องขอความเมตตาเช่นกัน ติดก็แต่ทำไม่ได้!จังหวะนี้เอง ท่านปู่เฉินซึ่งได้รับแจ้งข่าวจากชาวบ้านเร่งร้อนเดินเข้ามา“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”บรรดาชาวบ้านเห็นท่านปู่เฉินมาถึงก็รีบเปิดทางให้เขาครั้นท่านปู่เฉินเดินมาถึงหน้ารถม้าก็เห็นเจี่ยนอันอันกระชากผมจางต้าไม่ยอมปล่อยขณะที่อวี้เฟิ่งกับบรรดาบ่าวรับใช้ของนางได้แต่ยืนร้อนใจอยู่ตรงนั้นท่านปู่เฉินไม่รู้เรื่องที่ซ่างชิวถูกจับ เขาจึงเข้าใจไปว่าเจี่ยนอันอันมีเรื่องบาดหมางกับอวี้เฟิ่งและบ้านแม่สามีของนางอีกแล้วภายในใจเขากลัดกลุ้มขึ้นมาโดยพลันเขารู้ว่าอวี้เฟิ่งกับบ้านแม่สามีของนางต่างก็อวดดีและใช้อำนาจบาตรใหญ่กันมากแต่บรรดาชาวบ้านล้วนแต่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะมีปัญหากับพวกนางมาโดยตลอดเพราะถึงอย่างไรแล้วทุกคนก็ต้องพึ่งพาเสบียงอาหารจากบ้านแม่สามีอวี้เฟิ่งอยู่นับจากที่พวกเจี่ยนอันอันมาถึงหมู่บ้านชิงสุ่ย ที่นี่ก็
หลังจากที่ท่านปู่เฉินได้ยินแล้ว ก็มองไปยังจางต้าด้วยใบหน้าประหลาดใจขึ้นมา“จางต้า เจ้านำคนไปจับตัวซ่างชิวทำไม ครอบครัวของเขาติดค้างเงินครอบครัวเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ?”จางต้าอ้าปากออกด้วยความขมขื่น เขาอยากจะอธิบายออกมา แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียวเจี่ยนอันอันปล่อยผมของจางต้า ก่อนจะหันไปจับผมของนายอำเภอนายอำเภอรู้สึกได้ถึงหนังศีรษะเกิดอาการเจ็บปวดเป็นระยะๆ เขาถูกจับจนต้องกรีดร้องออกมาเจี่ยนอันอันยิ้มเย้ยออกมา “เงินที่ซ่างชิงติดค้างครอบครัวของอวี้เฟิ่งข้าช่วยคืนไปจนหมดแล้ว” “แต่นายอำเภอหมูอ้วนนี้กลับฟังคำใส่ร้ายของจางต้านี่ จงใจให้จางต้าไปจับตัวซ่างชิวมา” “วันนี้ข้านำพวกเขามาทั้งหมดแล้ว” “ข้าเพียงแต่อยากจะดูว่า อวี้เฟิ่งจะถลกหนังนายอำเภอหมูอ้วนนี่อย่างไรกัน”ท่านปู่เฉินได้ยินว่าถลกหนังนายอำเภอ นี่ก็เท่ากับว่าต้องการชีวิตของคนกันเชียวเขารีบพูดออกมา “แม่นาง ข้าว่าในนี้จะต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ พวกเรามีอะไรก็ให้พูดคุยกันดีๆ เถิด”เจี่ยนอันอันตะคอกออกมา “คนประเภทนี้ ข้าไม่มีอะไรให้พูดกันดีๆ”ขณะที่นางพูดก็หันไปมองยังอวี้เฟิ่ง “ข้าได้ยินมาว่าที่ดินของครอบครัวซ่างชิว จนตอ
คำพูดของเจี่ยนหลิงเยว่ไม่ได้ทำให้กู้มั่วหลีปล่อยมือเขาตีหน้าเย็นชาถามเสียงทุ้มต่ำ “สิ่งที่เจี่ยนอันอันพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงสินะ ยาถอนพิษถูกเจ้าทำหายไประหว่างทางแล้ว?”ก่อนหน้านี้เจี่ยนหลิงเยว่ยังบอกว่าจะเขียนจดหมายถึงเจี่ยนกั๋วกง ทำให้เขาไม่ได้ให้คนนำยาถอนพิษมาส่งตอนนี้เห็นที ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นคำโกหกที่นางปั้นแต่งขึ้นมาถ้านางไม่รู้เรื่องนี้แล้วจะพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรเล่าคิดถึงตรงนี้ เรี่ยวแรงที่มือของกู้มั่วหลีก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายส่วนเจี่ยนหลิงเยว่รู้สึกว่าหนังศีรษะแทบจะถูกกู้มั่วหลีกระชากหลุดไปแล้ว เจ็บปวดจนนางตัวสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง“คุณชายกู้ ข้าไม่ได้เอายาถอนพิษมาด้วยจริงๆ ท่านต้องเชื่อข้านะ!”เจี่ยนหลิงเยว่เจ็บปวดจนถึงที่สุด ตอนนี้แม้แต่บาดแผลบนใบหน้าของนางก็ยังถูกดึงจนเจ็บไปด้วยเสียงร้องแหลมของเจี่ยนหลิงเยว่พลันดังขึ้นภายในห้องเจี่ยนอันอันมองกู้มั่วหลีกระชากผมเจี่ยนหลิงเยว่ด้วยสายตาเย็นชา ในใจร่ำร้องสะใจรอยยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง กล่าวยั่วยุเหมือนที่เจี่ยนหลิงเยว่เคยทำกับเจ้าของร่างเดิมว่า“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้นำยาถอนพิษมาด้วย แล้วเจ้าม
“เมื่อครู่อยู่ข้างนอก ข้าได้ยินการพูดคุยของพวกเจ้า คุณชายกู้อยากรู้ใช่ไหมว่า ยาถอนพิษที่ฮ่องเต้ให้มา เหตุใดตั้งหลายวันยังมาไม่ถึงอีก?”กู้มั่วหลีได้ยินประโยคนี้เข้า พลันเหยียดริมฝีปากขึ้น“ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ความนัย”เพราะหลายวันมานี้ เมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืน พิษในตัวก็จะแผ่ขยายไปทั่วสรรพางค์กายกู้มั่วหลีต้องฝืนทนต่อความทรมานอย่างรุนแรง ตราบใดที่ไม่ได้กินยาถอนพิษ เขาจะไม่อาจพักผ่อนได้เลยสักวันเดียวและทุกๆ ครึ่งปี ฮ่องเต้จะให้คนมาส่งยาถอนพิษหนึ่งครั้ง จุดประสงค์เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของเขาหากเขากล้าขัดพระบัญชาเมื่อใด ก็จะถูกพิษร้ายในตัวทรมานเสียจนยิ่งกว่าความตายมาเยือนด้วยเหตุนี้เขาได้ทดลองยาถอนพิษอยู่หลายแขนง แต่ก็ไม่อาจช่วยบรรเทาพิษร้ายที่อยู่ในตัวได้ยามนี้เมื่อเจี่ยนอันอันกล่าวถึงเรื่องยาถอนพิษขึ้นมา แสดงว่านางคงรู้เรื่องราวบางอย่างสายตากู้มั่วหลีจับจ้องที่นางเขม็ง เพื่อจะจับพิรุธที่ออกทางสีหน้าบ้างแต่เจี่ยนอันอันยังคงมีสีหน้าเรียบเป็นปกติ “ข้าย่อมรู้เบื้องหลังแน่นอน ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของเจี่ยนหลิงเยว่”เจี่ยนอันอันพุ่งเป้าไปยังเจี่ยนหลิงเยว่หน้าตาเฉยกู้มั่วหลี
เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน
“คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ
เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ
มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต
ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ
หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก