แสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาจากรอยแยกของม่านหน้าต่างทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่น หญิงสาวรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนแทบขยับร่างกายไม่ไหว
เธอลืมตาขึ้นมองและตกใจเมื่อบรรยากาศในห้องนั้นไม่คุ้นเคยเลยสักนิด เมื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืนแล้วก็ต้องรีบลุกจากเตียงและมองหาชุดของตัวเอง
หญิงสาวคว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนโซฟาปลายเตียงมาพันรอบกายเปลือยเปล่าก่อนจะเดินออกมานอกห้องอย่างเงียบที่สุด เธอจำได้ว่าครั้งแรกของเธอและเขาเกิดขึ้นบนโซฟาในห้องรับแขก
เมื่อเจอชุดชั้นในของตนเองที่ตกอยู่กลางห้องก็รีบหยิบขึ้นมาสวมแต่สายเดี่ยวที่เธอใส่มาเมื่อคืนนั้นถูกเขาดึงจนขาดไปแล้ว เธอจึงหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตกอยู่บนพื้นมาสวมแทนและนับว่าโชคดีอยู่บ้างที่กางเกงขาสั้นของเธอยังอยู่ในสภาพที่พอจะสวมได้
หญิงสาวรีบแต่งตัวและคว้ากระเป๋าสะพายของตนที่ตกที่ทำตกไว้เธอก้มลงเก็บและจังหวะที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาก็มองเห็นกรอบรูปอันหนึ่งที่รูปค่อนข้างคุ้นตา
เมื่อขยับเข้ามาใกล้และหยิบขึ้นมาดูหญิงสาวต้องตกใจจนหน้าซีดเพราะมันคือรูปถ่ายรูปเดียวกับรูปที่เธอมีอยู่ รูปถ่ายก่อนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกของเธอและเพื่อนๆ นั่นก็เท่ากับว่าผู้ชายที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนก็คือเพื่อนคนใดคนหนึ่งของเธอ
เธอรีบวางกรอบรูปลงและออกจากห้องอย่างรวดเร็วเพราะถ้าหากเจ้าของห้องตื่นขึ้นมาเจอกับเธอตอนนี้คงไม่ดีแน่ เรื่องคืนนี้มันจะเป็นความลับ เธอมองหน้าเขาไม่ชัดเท่าไหร่ส่วนเขาถ้าเจอกับเธออีกครั้งก็คงจำไม่ได้เนื่องจากเมื่อคืนหญิงสาวแต่งหน้าจัดกว่าทุกครั้ง
เมื่อออกมาจากห้องของชายหนุ่มแล้วเธอก็เรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่หน้าซอยเข้าหอพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่เธอทำงานเท่าไหร่ หญิงสาวเดินไปยังร้านขายยาที่อยู่ใกล้ๆ ขณะกำลังจะเข้าไปซื้อยาคุมฉุกเฉินก็เจอกับเภสัชกรประจำร้านซึ่งทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกับเธอ
“อ้าวป่านมาซื้ออะไรแต่เช้าล่ะ”
หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเพราะถ้าบอกว่ามาซื้อยาคุมฉุกเฉินก็คงต้องตอบคำถามยาวหรืออาจจะถูกเภสัชกรมองไม่ดีก็ได้เธอจึงรีบโกหกออกไป
“ยาแก้ปวดประจำเดือนน่ะ” ปราญติญาหรือป่านตอบเภสัชไปแบบนั้น เธอพลาดเองที่มาซื้อยาคุมฉุกเฉินที่ร้านของคนรู้จัก
เมื่อได้ยาแก้ปวดประจำแล้วหญิงสาวก็เดินกลับหอพักของตนที่อยู่ไม่ไกล เธอรีบอาบน้ำและเปลี่ยนชุดก่อนจะขับรถญี่ปุ่นคันเล็กของตนเองไปซื้อยาคุมฉุกเฉินร้านที่ไกลออกไปจากบริเวณนี้
พอออกจากร้านยามาแล้วก็รีบรับประทานทันที ถึงแม้เมื่อคืนเธอจะพลาดไปนอนกับผู้ชายที่ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่เธอจะพลาดให้ตัวเองท้องไม่ได้ หลังจากทานยาแล้วหญิงสาวก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากเธอขับรถมายังร้านข้าวแกงจากนั้นซื้อข้าวและข้าวแกงใส่ถุงสำหรับทานมื้อเช้าและมื้อกลางวันก่อนจะขับรถกลับมายังหอพักของตนเอง
หอพักแห่งนี้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่เธอทำงานผู้พักอาศัยส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนวัยทำงานมีทั้งคนในโรงพยาบาลเดียวกับเธอและคนที่ทำงานในบริษัทอื่นที่อยู่บริเวณนี้ใกล้
“ไปไหนมาแต่เช้า” เพื่อพยาบาลทักทายเมื่อหญิงสาวกำลังจะเดินขึ้นตึก
“ไปซื้อข้าวมาจ้ะ เจี๊ยบเพิ่งลงเวรเหรอ”
“ใช่จ้ะ ป่านหยุดเหรอ”
“เปล่าหรอกวันนี้ป่านขึ้นเวรบ่ายนะ เจี๊ยบล่ะต่อเวรไหม”
“เจี๊ยบหยุดสองวันว่าจะกลับบ้านน่ะ”
“เดินทางปลอดภัยนะ” ปราญติญาบอกกับเพื่อน
เธอกับพยาบาลที่ชื่อเจี๊ยบทำงานโรงพยาบาลเดียวกันแต่คนละแผนกปราญติญาทำงานแผนกฉุกเฉินส่วนเพื่อนทำงานที่แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางพนักงานในโรงพยาบาลจึงรู้จักกันดี
หญิงสาวเดินขึ้นมาบนห้องพักหลังจากทานอาหารเช้าแล้วก็ล้มตัวลงนอนเพราะเมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนพักเลย หญิงสาวกลัวว่าจะไม่มีแรงไปทำงานในเวรบ่าย
เธอหลับยาวตั้งแต่ช่วงสายแล้วตื่นมาอีกครั้งในเวลาบ่ายสามโมงเย็นก็รีบอาบน้ำเพื่อจะแต่งตัวไปทำงาน
โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่นั้นใกล้กับหอพักมากปกติถ้าเป็นเวรเช้าเธอจะเดินไปทำงานแต่วันนี้เป็นเวรบ่ายและต้องเลิกงานในเวลาเที่ยงคืนหญิงสาวจึงขับรถไปโรงพยาบาลเพราะไม่อยากเดินกลับในเวลากลางคืนคนเดียว
“สวัสดีค่ะพี่บี” ปราญติญามือไหว้พี่บีหรือสุนิสาหัวหน้าแผนกฉุกเฉินที่กำลังจะเดินออกจากห้องพักด้านหลังแผนก
“สวัสดีจ้ะป่านวันนี้ขึ้นบ่ายกับน้องใหม่พี่ฝากดูด้วยนะ พี่ไปประชุมก่อน”
“ได้ค่ะพี่บี”
เมื่อเก็บของใช้ส่วนตัวในตู้ล็อกเกอร์แล้วปราญติญาก็ออกมาที่ห้องฉุกเฉินซึ่งตอนนี้พยาบาลเวรเช้ากำลังทำแผลให้กับคนไข้ที่มีเพียงคนเดียวในแผนก
เวรบ่ายวันนี้ผู้ป่วยในแผนกฉุกเฉินค่อนข้างยุ่งมากเธอและเพื่อนพยาบาลที่ขึ้นเวรด้วยกันห้าคนแทบไม่ได้มีเวลาพักเลยแม้กระทั่งเวลาทานอาหารเย็นก็ต้องเปลี่ยนกันไปทาน ก่อนจะรีบออกมาทำงานต่อกว่าทุกคนจะได้นั่งพักก็เกือบจะห้าทุ่ม
“ขึ้นเวรกับหมออรรณพทีไรยุ่งทุกทีเลยป่านว่ามั้ย”
“อืมป่านเห็นด้วยนะ ดีนะที่วันนี้ป่านนอนพักเอาแรงมาเยอะแล้วบุ๋มไหวไหมบ่ายต่อดึกด้วย” ปราญติญาถามเพราะวันนี้เพื่อนของเธอต้องทำงานตั้งแต่เวลาสี่โมงเย็นจนถึงแปดโมงเช้าของอีกวัน
“สบายมากเพราะเวรบ่ายวันนี้บุ๋มขึ้นกับพี่นกหนักแค่ไหนพี่นกก็เอาอยู่ บุ๋มเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าป่านยังไม่ตอบตกลงจะไปงานโรงเรียนเลยนะ”
“งานจะเริ่มแล้วเหรอ”
“อีกสองอาทิตย์ตกลงไปนะ เรื่องเวรไม่ต้องห่วงเพราะบุ๋มโยกให้แล้วนะ” บุ๋มหรือพรชนกรู้ว่าปราญติญาเกรงใจเพื่อนร่วมงานคนอื่นจริงไม่กล้าแลกเวรเธอก็เลยจัดการให้เพราะโรงเรียนเก่าทั้งสองเรียนด้วยกันในสมัยชั้นมัธยมปลายนั้นไม่ได้จัดงานกันทุกปีและมันพิเศษกว่ามากเพราะปีนี้เป็นการจัดงานครบรอบ 50 ปีของโรงเรียน
“เพื่อนในห้องเราไปกันครบทุกคนไหมบุ๋ม” ปราญติญาเป็นกังวลเพราะกลัวว่าจะไปเจอผู้ชายคนนั้น
“ตอนนี้เพื่อนคนอื่นก็พยายามตามให้ครบทุกคนนะ บุ๋มตื่นเต้นมากไม่ได้เจอเพื่อนมาเกือบหกปีแล้วไม่รู้ว่าแต่ละคนจะเป็นยังไงบ้าง”
“ป่านก็ตื่นเต้นเพื่อนกลุ่มเราจะมากับครบไหม”
“ครบสิขนาดยัยกวางที่แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่กับสามีที่อเมริกายังบินมาเลย”
“ไม่เจอกันนานไม่รู้ว่าเพื่อนจะจำป่านได้มั้ยนะ”
“ไม่มีใครจำป่านได้แน่ๆ เพราะป่านสวยขึ้นมาก”
“มันต่างจากตอนอยู่ม.ปลายมากๆ เลยใช่ไหมบุ๋ม”
“ต่างสิตอนอยู่ม.ปลายป่านเพิ่งเริ่มดัดฟันหน้าก็เป็นสิวและยังอ้วนกว่าตอนนี้มากๆ เพื่อนที่เคยเรียกป่านว่ายัยอ้วนยัยเหยินจะต้องตะลึงในความสวยของป่านแน่เผลอๆ จะเข้ามาจีบป่านด้วย”
“คงไม่ขนาดนั้นหรอก พอโตขึ้นคนเราก็หน้าเปลี่ยนและรู้จักดูตัวเองมากขึ้น บุ๋มก็ยังสวยขึ้นมากกว่าตอนเรียน”
“เราสองคนเหมาะจะเป็นเพื่อนกันนะ ชมกันได้ไม่มีเบื่อ”
พูดจบปราญติญากับพรชนกพากันหัวเราะ
ภาณุวิชญ์รู้สึกตัวตื่นในตอนสายชายหนุ่มพลิกตัวมาอีกด้านเพื่อจะกอดหญิงสาวที่เขาพากลับมาเมื่อคืนแต่บนเตียงก็ว่างเปล่า เขาไม่คิดว่าเธอจะตื่นตั้งแต่เช้าชายหนุ่มรีบออกมาจากห้องนอนเพื่อมองหาผู้หญิงคนนั้นแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเธอทิ้งไว้เพียงเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กที่ขาดไว้บนโซฟา“เธอเป็นใครกันนะ”เขาบ่นกับตนเองจากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาเพื่อนเพื่อจะถามว่าผู้หญิงที่เขาพามาเมื่อคืนนั้นเธอเป็นใครชื่ออะไรเพราะคิดว่าหญิงสาวคือคนที่เพื่อนของเขาเรียกมาให้บริการ“มีอะไรวะณุโทรมาแต่เช้า”“เช้าที่ไหนนี่มันเกือบจะเที่ยงแล้วนะไอ้โชค”“ก็นี่มันวันเสาร์ใครเขาตื่นเช้ากันล่ะ ว่าแต่มึงมีอะไรเมื่อคืนก็หนีกลับก่อนแล้วยังจะโทรปลุกกูอีก”“กูอยากถามว่าเด็กเมื่อคืนมึงหามาจากไหนวะ”“เด็กไหนวะ”“ก็เด็กที่กูพามาด้วยไงมึงให้ยาเธอไปด้วยใช่ไหม”“ไม่นะเด็กที่กูดิวให้มึงมาไม่ได้กูกำลังจะเดินไปบอกที่ก็เห็นมึงหิ้วผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นรถไปแล้ว”“ฉิบหายล่ะ แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครวะ”“กูจะไปรู้กับมึงเหรอ มึงไม่รู้จักหรอกเหรอ”“ไม่เลยกูก็นึกว่าเป็นผู้หญิงที่มึงหาให้”“เฮ้ย!...มึงดูดีๆ นะข้าวของอะไรในห้องหายไปบ้างหรือเปล่า”เมื่อเพื่อนพูดแบ
วันจันทร์ที่แสนวุ่นวายภาณุวิชญ์เข้ามารับงานจากบริษัทจากนั้นก็ออกไปดูไซต์งานก่อสร้างซึ่งตอนนี้โครงการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรคืบหน้าไปมากแล้วเกือบ 60% ชายหนุ่มเป็นวิศวกรอยู่ในบริษัทของพี่ชาย ซึ่งเขามีหน้าที่รับผิดชอบดูแลโครงการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมต่างๆ ส่วนพี่ชายและพี่สาวก็ทำหน้าที่บริหารอยู่ในบริษัทนานๆ ครั้งเขาถึงจะเข้ามาประชุมที่บริษัทเพราะส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ตามไซต์งานมากกว่าวันนี้มีไซต์งานที่เขาต้องไปดูทั้งสามที่ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันเป็นงานที่ท้าทายที่จะต้องขับรถไปนั่นมานี่มันทำให้เขาไม่เบื่อเลยที่จะออกไปเจอผู้ คนการได้คุยกับโฟร์แมนการได้คุยกับคนงานก่อสร้างมันเป็นความสนุกอีกอย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้ชีวิตของเพื่อนร่วมงานหลังจากคุยกับโฟร์แมนคุมงานก่อสร้างแล้วภาณุวิชญ์ก็ขอตัวกลับแต่เมื่อเดินมาถึงรถก็มันขึ้นได้ว่ามีบางอย่างที่ยังไม่ได้บอกกับหัวหน้าคนงานชายหนุ่มจะกลับเข้าไปงานอีกครั้งเพราะคิดว่าจะคุยไม่นานภาณุวิชญ์จึงไม่ได้สวมหมวกนิรภัยและมันเป็นจังหวะที่เศษไม้ชิ้นหนึ่งร่วงลงมาทำให้กระแทกกับศีรษะของเขาอย่างจัง“โอ๊ย....” เขากุมศีรษะแน่นและรู้สึกถึงของเหลวเหนียวๆที่ไหล
เมื่ออธิบายทุกอย่างให้ชายหนุ่มฟังแล้วเขาก็เดินออกไปจากห้องฉุกเฉินปราญติญารู้สึกใจเต้นแรงมากๆ ที่อยู่ใกล้กับผู้ชายคนนี้น้ำเสียงและใบหน้าของเขามันค่อนข้างคุ้นตา เธอคิดว่าเขาน่าจะใช่ผู้ชายที่ตนเองนอนด้วยเมื่อคืนก่อนแต่ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่เมื่อหญิงสาวมาเปิดดูประวัติของเขาในคอมพิวเตอร์แล้วมันไม่ใช่ชื่อหรือนามสกุลของเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอเลย ที่หญิงสาวรู้ก็เพราะตอนนี้เพื่อนในกลุ่มส่งใบรายชื่อที่เคยถ่ายเก็บไว้ตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษาปีที่หกเข้ามาในไลน์กลุ่มซึ่งในนั้นมันไม่มีชื่อของผู้ชายคนเมื่อกี้อยู่ด้วย บางทีเขาก็แค่คนหน้าคล้ายก็ได้“ป่านเป็นอะไรหรือเปล่า” หัวหน้าพยาบาลถามเมื่อเห็นหญิงยืนมองไปนอกห้องฉุกเฉินอยู่นาน“เปล่าค่ะพี่บี”“ดูท่าทางเหมือนป่านไม่สบายนะมานั่งพักก่อนไหม”“ป่านก็แค่มึนนิดหน่อยค่ะพี่บี พอดีผู้ชายคนเมื่อกี้ใส่น้ำหอมกลิ่นแรงไปหน่อย” หญิงสาวแก้ตัวก่อนจะกลับมานั่งที่หน้าเคาน์เตอร์และทำงานของตัวเองต่อเวรบ่ายวันนี้ผู้ป่วยมาใช้บริการไม่มากเท่าไหร่ทำให้เธอมีเวลาเข้าไปอ่านไลน์กลุ่มเพื่อนสมัยชั้นมัธยมปลายซึ่งตอนนี้เพื่อนๆ คุยกันถึงงานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ข้า
เมื่อขึ้นมาบนห้องปราญติญาก็รีบแปรงฟันและบ้วนปากอยู่หลายรอบหญิงสาวไม่คิดเลยว่ารัฐภูมิจะกล้าทำแบบนั้นกับเธอในลานจอดรถจูบของเขามันไม่ได้อ่อนหวานเร่าร้อนหรือประทับใจตรงไหนเลยสักนิด มันมีแต่ความรู้สึกเกลียดขยะแขยงยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโกรธยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นรู้สึกผิดที่ไม่ฟังคำเตือนของพรชนกที่บอกว่าผู้ชายคนนี้ดูท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจแต่หญิงสาวก็บอกเพื่อนไปว่าเขาเป็นคนคุยเก่งร่าเริงก็เลยดูเหมือนจะเจ้าชู้ ตอนนั้นเธอเถียงพรชนกและเข้าข้างรัฐภูมิแต่พอมาวันนี้กลับรู้สึกได้เลยว่าถ้าหากเชื่อคำพูดของเพื่อนตั้งแต่แรกตนเองก็ไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ปราญติญาเอามือจับริมฝีปากของตนเองจากนั้นก็นึกถึงจูบของผู้ชายอีกคนหญิงสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครชื่ออะไรแต่จูบของเขามันทำให้เธอรู้สึกดีมากๆ จูบของเขาเร่าร้อนหนักหน่วงบางครั้งก็อ่อนหวานและมันยังติดอยู่ในความทรงจำของเธอแม้จะเห็นใบหน้าเขาไม่ชัดเพราะฤทธิ์ยาและแอลกอฮอล์ทำให้ตาพร่ามัวไปหมดอีกทั้งบริเวณหน้าห้องน้ำแสงก็ไม่สว่างมากเท่าไหร่ แต่เธอจำความรู้สึกทุกอย่างได้ดี กลิ่นกายของเขาน้ำหอมของเขามันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้กลิ่นแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ห
และวันที่เป็นกังวลก็มาถึงวันนี้เป็นวันที่โรงเรียนเก่าของปราญติญาจะจัดเลี้ยงซึ่งงานจะเริ่มในเวลาหกโมงเย็นแต่เธอและพรชนกก็เดินทางกลับมาบ้านตั้งแต่เช้าปราญติญาแวะส่งพรชนกที่บ้านและนัดเจอกันในเวลา 17:45 น. เพราะบ้านของพวกเธอนั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเมื่อส่งเพื่อนเสร็จแล้วหญิงสาวก็ขับรถกลับไปที่บ้านของตนเอง“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะแม่” หญิงสาวยกมือไหว้บิดามารดาที่นั่งรอเธออยู่ที่ระเบียงบ้าน“สวัสดีจ้ะลูก กินข้าวมาหรือยัง”“ป่านกินข้าวมาแล้วค่ะแม่ วันนี้แปลกจังที่พ่อไม่เข้าสวน”“ก็พ่อรอเจอป่านก่อนไงล่ะ ขับรถมาเหนื่อยไหม”“ไม่เลยค่ะ พ่อกับแม่สบายดีมั้ยคะ”“สบายดีจ้ะ แต่แม่ว่าป่านผอมลงหรือเปล่าลูกยังจะลดความอ้วนอีกเหรอ”“เปล่านะคะแม่ป่านก็น้ำหนักเท่าเดิมเลย”“แม่คงติดภาพตอนที่ป่านเรียนม.ปลายมากไปหน่อย พอเห็นป่านผอมแม่ก็ไม่ค่อยชินตา”“พ่อก็ว่าตอนนี้ลูกสาวของพ่อสวยกว่าตอนเรียนมากไม่รู้ว่าตอนนี้มีหนุ่มมาจีบบ้างหรือเปล่า” คุณอาคมถามเพื่อหยั่งเชิงเพราะถ้าหากปราญติญายังไม่มีแฟนเขาจะติดต่อลูกชายของเพื่อนให้กับลูกสาว“ป่านมีแฟนแล้วค่ะและก็เพิ่งจะเลิกกันได้ไม่กี่วันพ่ออย่าพยายามหาใครมาแนะนำให้ป่านรู้จ
“คผู้หญิงสองคนนั้นเป็นใครนะ” เขตแดนถามศุภโชคเมื่อเห็นปราญติญาและพรชนกเดินเข้ามาในงาน“คนพี่ใส่กระโปรงน่าจะชื่อบุ๋มนะเป็นเพื่อนในห้องเรานั่นแหละมึงจำไม่ได้เหรอวะเขต แต่อีกคนหนึ่งกูไม่แน่ใจน่าจะเป็นเพื่อนห้องอื่นล่ะมั้ง ถามทำไมวะหรือมึงสนใจ”“ก็ทั้งสวยทั้งหุ่นดีแบบนี้มันก็น่าสนใจ เดี๋ยวกูว่าจะเข้าไปทักทายเขาสักหน่อยมึงว่าดีไหมล่ะ”“มึงเข้าไปทักทายได้แต่ห้ามยุ่ง” ภาณุวิชญ์รีบบอก“ทำไมวะมึงชอบเหรอ”“เปล่าแต่กูก็แค่รู้จัก”“คำว่ารู้จักของมึงถึงขั้นไหนล่ะ”“ก็รู้จักประมาณหนึ่งรู้ว่าเขาทำงานที่ไหน”“เพื่อนห้องเราเหรอทำไมกูไม่คุ้นหน้าเลยว่ะ”ขณะที่เขตแดนกับภาณุวิชญ์กำลังคุยกันอยู่ศุภโชคก็เดินออกจากโต๊ะเพื่อไปทักทายเพื่อนผู้หญิงกลุ่มนั้นแล้วชายหนุ่มทักทายเพื่อนทุกคนยกเว้นก็แต่ปราญติญาเพราะเขาจำไม่ได้จริงๆ ว่าเธอคือเพื่อนร่วมห้องเรียนของตนเองหรือเปล่า“ทำไมทักทายเพื่อนไม่ครบล่ะโชค” กวางเพื่อนร่วมชั้นเรียนถามขึ้นเพราะมั่นใจว่าที่ศุภโชคไม่ทักทายปราญติญาเพราะเขาน่าจะจำไม่ได้“นั่นสิหรือที่ไม่ทักเพราะจำเพื่อนไม่ได้” พรชนกได้ทีก็พูดต่อ“คนนี้ใช่เพื่อนห้องเราเหรอบุ๋ม ทำไมผมจำไม่ได้เลยล่ะ”“ลองมองดีๆ
แล้วเพื่อนทั้งกลุ่มก็ตกลงไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวเมืองปราญติญานั่งมองเพื่อนที่ดื่มและเต้นกันอย่างสนุกสนานกันแต่เธอไม่คิดจะดื่มเครื่องดื่มอะไรทั้งนั้นเพราะหญิงสาวต้องเป็นคนขับรถกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณเกือบ 20 กิโลเมตร"จะไม่ดื่มอะไรหน่อยเหรอป่าน” ภาณุวิชญ์ถือโอกาสที่เพื่อนๆ กำลังสนุกสนานเข้ามานั่งใกล้กับปราญติญา“ไม่ล่ะ ป่านต้องขับรถแล้วณุล่ะ”“ผมก็เหมือนกัน ป่านรู้สึกไหมว่าบรรยากาศแบบนี้มันคุ้นๆ”ชายหนุ่มขยับมาใกล้และเมื่อได้กลิ่นกายของหญิงสาวอีกทั้งบรรยากาศในร้านมันคล้ายกับเธอคนนั้นมากก็ทำให้เขามั่นใจทันทีว่าเธอคือผู้หญิงที่เขานอนด้วยในคืนนั้น“ป่านไม่คุ้นนะเพราะปกติป่านไม่ค่อยเที่ยวเท่าไหร่”“ผมว่าเรามีเรื่องจะต้องคุยกันนะ ออกไปคุยกันหน่อยดีไหม”“คุยตรงนี้ก็ได้นะ”“แต่ตรงนี้มันเสียงดังและผมกลัวว่าถ้าคนอื่นมาได้ยินเรื่องที่ผมจะคุยกับป่านมันจะทำให้ป่านเสียหายได้นะ”“มีเรื่องอะไรที่ต้องสองคนจะต้องคุยกันด้วยเหรอ”“แน่ใจนะว่าจะให้ผมพูดเรื่องคืนนั้นตรงนี้”“เรื่องคืนนั้นคือเรื่องอะไร” ปราญติญาเริ่มเป็นกังวลว่าเขาจะใช่ผู้ชายคนนั้น“ตามผมออกมาสิ” ภาณุวิชญ์เดินนำหญิง
ความทรงจำในคืนนั้นมันกลับเข้าในความคิดของปราญติญาอีกครั้งผับ XXX เมื่อสองสัปดาห์ก่อน“คุณค่ะ ช่วยฉันด้วย” ปราญติญาคว้าแขนผู้ชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากห้องน้ำชาย“จะให้ผมช่วยอะไรครับ” ชายหนุ่มหันมาถาม“ช่วยพาฉันออกไปจากตรงนี้ เรียกแท็กซี่ให้ฉันก็ได้”“คุณเป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า”“ฉันรู้แค่ว่าฉันรู้สึกแปลกๆ นะคะพาฉันออกไปจากตรงนี้”ชายหนุ่มคิดว่าผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงที่เพื่อนติดต่อมาให้เขาจึงไม่รีรอที่จะพาเธอเดินออกไปที่รถ“ขึ้นรถมาเถอะ” เขาเปิดประตูให้หญิงสาวเข้าไปนั่งในและรับขับออกไปยังคอนโดมิเนียมของตนเอง“คุณช่วยฉันด้วย ฉันร้อนฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้”“ก่อนหน้านี้คุณกินอะไรมาหรือเปล่าอาการคุณเหมือนคนโดนยาเลย”“ฉันไม่รู้แต่ฉันดื่มเครื่องที่เขาสั่งให้ ฉันร้อน ร้อนมากๆ”หญิงสาวพูดแล้วพยายามจะดึงเสื้อของตัวเองออกทำให้เขาต้องรีบขับรถให้เร็วขึ้นภาณุวิชญ์ก็ไม่นึกมาก่อนว่าเพื่อนตนเองจะเล่นพิเรนทร์เอายาปลุกเซ็กซ์กับผู้หญิงที่ติดต่อมาให้เขาจอดรถและพาเธอมายังลิฟต์เมื่อประตูลิฟต์ปิดชายหนุ่มก็คว้าเธอเข้ามากอดจูบลงไปยังเร่าร้อนหญิงสาวตอบรับจูบของเขาอย่างไม่ประสาเท่าไร่ เมื่อเรียวลิ้นสอดเข้าไปกระห
ปราญติญาขับรถมาส่งพรชนกที่หน้าโรงพยาบาลเพราะใกล้จะถึงเวลาที่แฟนของเธอเลิกงานพอดี“บุ๋มดีใจกับป่านด้วยนะ”“ขอบใจจ้ะ ป่านก็ต้องขอบคุณบุ๋มมากถ้าบุ๋มไม่บอกให้ณุตามป่านไปที่สมุยป่านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็นยังไงบ้าง”“ป่านโชคดีมากๆ นะที่ณุเข้ามาช่วยไว้”“ใช่ป่านโชคดีมากทั้งเขาช่วยป่านไว้ทั้งคืนนั้นที่ป่านโดนยาปลุกเซ็กซ์และครั้งที่โดนผู้ชายเมาเข้ามาทำร้าย ถ้าไม่ได้ณุเข้ามาป่านคงแย่”“เพราะแบบนี้ป่านถึงยอมใจอ่อนแล้วยกโทษให้เขา”“มันก็มีส่วนอยู่นะแต่ระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ป่านห่างจากณุป่านก็ไม่เคยลืมเขาได้เลย บุ๋มว่ามันเร็วไปไหม”“ไม่หรอกนะป่านกับณุไม่ใช่เพิ่งรู้จักกันสักหน่อย ทั้งสองคนรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนแล้วเพียงแต่ว่าแยกย้ายกันไปและกลับมาเจอกันอีกครั้ง บุ๋มบอกแล้วว่าคนเป็นเนื้อคู่กันยังไงวันหนึ่งก็ต้องกลับมาเจอกันอยู่ดี บุ๋มใจด้วยมากๆ บุ๋มไปก่อนนะ”เมื่อพรชนกลงจากรถไปแล้วปราญติญาก็ขับรถกลับมาที่คอนโดมิเนียมของภาณุวิชญ์อีกครั้งเมื่อมาถึงชายหนุ่มก็อาบน้ำสวมชุดนอนรออยู่แล้ว “วันนี้เป็นยังไงบ้างปวดแผลหรือเปล่า”“ไม่ปวดเลย ผมนอนทั้งวันจนจะปวดหลังแล้ว”“อดทนหน่อยนะยิ่งพักผ่อนเยอ
ปราญติญาและพรชนกนั่งคุยกันต่อไม่นานก็มีอุบัติเหตุเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินเสียก่อนทั้งสองคนจึงรีบวิ่งออกมาทำงานซึ่งกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ถึงเวลาลงเวรเช้าพอดี“บุ๋มอยากไปเยี่ยมณุมั้ย”“จะดีเหรอ”“ดีสิณุต้องดีใจมากๆ ที่บุ๋มไปเยี่ยม”“จะไม่เป็นการรบกวนมากเกินไปใช่ไหม”“ไม่หรอกน่าเดี๋ยวป่านขอโทรถามณุก่อนว่าอยากจะกินอะไรเราจะได้ซื้อไปกินที่นั่น ว่าแต่บุ๋มจะไปกับป่านได้หรือเปล่าล่ะ”“ได้สิวันนี้พี่อรรถลงเวรสองทุ่มบุ๋มมีเวลาให้ป่านเยอะเลย ไปเยี่ยมณุหน่อยก็ดีเหมือนกัน”ปราญติญาโทรศัพท์ไปหาภาณุวิชญ์และบอกว่าจะชวนพรชนกมาทานอาหารเย็นด้วยชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะพรชนกก็คือเพื่อนของเขาและถ้าไม่มีเธอเขากับปราญติญาก็คงยังไม่เข้าใจหญิงสาวแวะซื้ออาหารที่ร้านด้านหน้าโรงพยาบาลก่อนจะขับรถพาพรชนกไปยังคอนโดมิเนียมของภาณุวิชญ์“เป็นยังไงบ้างเจ็บหนักเลยใช่ไหม” พรชนกทักทายภาณุวิชญ์ที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก“ก็นิดหน่อยนะแต่เจ็บครั้งนี้มันคุ้มมากๆ เลยนะ” เขาพูดแล้วมองหน้าปราญติญาแล้วยิ้ม“บุ๋มดีใจด้วยนะที่ป่านกับณุเข้าใจกันตกลงคบกินจริงใช่ไหม”“ผมต้องขอบคุณบุ๋มมากๆ ถ้าบุ๋มไม่ช่วยผมกลับป่านก็คงไม่เข้าใจกันเร็วแ
“ป่านทำไมถึงนอนห่างผมขนาดนั้นล่ะ ขยับเข้ามาใกล้ๆ ได้ไหม นอนห่างแบบนั้นแล้วผมจะกอดได้ยังไง”“ณุลืมอะไรไปหรือเปล่าณุมีแผลอยู่นะ ป่านกลัวจะดิ้นไปโดนแผลจริงๆ แล้วป่านน่าจะออกไปนอนอีกห้องหนึ่งหรือไม่ก็นอนที่ห้องรับแขกด้วยซ้ำ”“ไม่ได้นะ ป่านต้องนอนกับผมถ้าเกิดผมเป็นอะไรขึ้นมาตอนกลางคืนแล้วใครจะช่วยผมล่ะ”“ณุไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วนอนตอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เอาหมอนข้างกั้นไว้แบบนี้ดีแล้วเกิดป่านดิ้นไปโดนแผลขึ้นมามันจะแย่เอานะ”“ทำไมไม่เห็นใจกันเลยนะ ไม่ได้นอนด้วยกันตั้งเดือนกว่าแล้วนะแล้วจะมานอนห่างกันแบบนี้ได้ยังไง”“ณุอย่างอแงเป็นเด็กสิตัวเองเจ็บอยู่นะ”“ก็อยากนอนกอด”“ถ้าณุยังงอแงพูดไม่รู้เรื่องป่านจะออกไปนอนที่ห้องรับแขกแล้วนะ”“ถ้างั้นขอจับมือได้ไหมนิดเดียวนะ”“ได้สิ” ปราญติญาตอบตกลงและให้ภาณุวิชญ์จับมือไว้จนกระทั่งชายหนุ่มหลับสนิทเธอแกะมือเขาออกแล้วห่มผ้าให้เขาจากนั้นก็กลับมานอนอีกฝั่งของเตียงปราญติญาตื่นนอนตั้งแต่เช้าเธอลงไปซื้อแซนด์วิชกับขนมปังมาให้ภาณุวิชญ์ทานเป็นอาหารเช้า ส่วนอาหารกลางวันจะให้เขาสั่งขึ้นมาทานเองเพราะเธอทำกับข้าวไม่เป็นหญิงสาวให้เขาทานยาก่อนอาหารและทาน
“ผมขอโทษนะป่านที่ทำให้การมาเที่ยวสมุยของคุณต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาล”“ไม่เป็นไรหรอกอย่างน้อยป่านก็ได้เที่ยวก่อนหน้าที่ณุจะมาแล้ว ว่าแต่ณุเถอะไหวแน่นะที่จะต้องออกโรงพยาบาลวันนี้”“ไหวสิผมไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียวหรอกนะ ป่านกลับกรุงเทพผมก็จะกลับด้วย หมอก็บอกแล้วว่าแผลของผมไม่ได้เป็นอะไรมากกลับไปรักษาตัวที่บ้านหรือโรงพยาบาลที่กรุงเทพก็ได้”“แล้วณุจะเอายังไงต่อจะไปนอนโรงพยาบาลไหมป่านจะได้ให้คุณหมอที่นี่เขาประสานงานให้”“ผมว่าไม่ดีกว่าตอนนี้ผมก็ดีขึ้นมากๆ แล้ว”“แต่ณุต้องกินยาแก้อักเสบให้ตรงเวลาและครบตามที่คุณหมอสั่งให้เข้าใจไหม”วันนี้เธอต้องกลับกรุงเทพตามกำหนดเดิมและภาณุวิชญ์ก็ไม่ยอมอยู่โรงพยาบาลต่อ เมื่อปรึกษาคุณหมอแล้วท่านก็อนุญาตให้เขาออกจากโรงพยาบาลได้แต่ต้องระวังเรื่องแผลและทานยาให้ครบคุณหมอให้ประวัติการรักษาไปด้วยเพราะเขาต้องไปให้หมอที่กรุงเทพตัดไหมให้ตอนนี้เธอเก็บของใช้ของตัวเองลงกระเป๋าเสร็จแล้วส่วนกระเป๋าเดินทางของภาณุวิชญ์ทางรีสอร์ทก็เอามาให้ตั้งแต่วันที่พาตำรวจมาสอบปากคำโรงพยาบาล เรื่องคดีเธอก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจและทางรีสอร์ทจัดการเพราะถึงเวลาแล้วที่หญิงสาวจะต้องบิน
ปราญติญาระบายความรู้สึกของตัวเองออกมาโดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่าภาณุวิชญ์นั้นรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เธอกลับมาจากห้องน้ำ ภาณุวิชญ์รู้สึกดีมากที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาว เขาเองก็รู้สึกไม่ได้ต่างจากปราญติญาเลยระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันหนึ่งเดือนนั้นทำให้เขารู้ใจตัวเองมากขึ้น เขาไม่สามารถลืมเรื่องราวระหว่างตนเองกับหญิงสาวได้เลย เขาตั้งใจไว้ว่าจะตามมาขอโทษเธออย่าจริงจังและขอโอกาสกับปราญติญาอีกครั้ง เขาจะบอกความรู้สึกที่มีกับเธอทั้งหมดเพราะกลัวว่าจะเสียเธอไปภาณุวิชญ์มาถึงสมุยในเย็นวันศุกร์หลังจากเช็กอินที่รีสอร์ทเดียวกับปราญติญาแล้วก็ไปหาเธอที่บ้านพักซึ่งรู้มาจากพรชนกว่าหญิงสาวพักอยู่ที่บ้านหลังไหนเมื่อไปถึงก็ยืนเคาะประตูอยู่นานแต่ทั้งบ้านก็เงียบสนิทชายหนุ่มจึงเดินไปหาเธอบริเวรชายหาดเพราะคิดว่าหญิงสาวน่าจะไปเดินเล่นเขาเดินไปเรื่อยๆ จนเห็นเธอเดินอยู่ที่ชายหาด แต่ก็ไม่ได้ตามเธอในระยะใกล้เพราะกลัวจะรบกวนเวลาของหญิงสาว แต่ก็ไม่คิดเลยว่าการที่เขาทิ้งระยะห่างจากเธอมากนั้นมันจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ถ้าหากปราญติญาเป็นอะไรไปเขาคงรู้สึกผิดและให้อภัยตัวเองไม่ได้อย่างแน่นอน“คุณจะหลับแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนนะ น
เพราะมัวแต่ตกใจปราญติญาจึงไม่ทันได้สังเกตว่าผู้ชายที่เข้ามาช่วยเธอนั้นคือใคร แต่พอพาเขาขึ้นมาบนรถพยาบาลและกำลังตรงไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดพยาบาลที่มาด้วยก็เริ่มซักประวัติชายหนุ่มเพราะกลัวว่าถ้าไปถึงที่โรงพยาบาลแล้วเขาจะหมดสติไปเสียก่อน“คนเจ็บชื่ออะไร อายุเท่าไหร่คะ เคยมารักษาที่นี่ไหม คุณมีบัตรประจำตัวหรือบัตรประกันติดตัวมาหรือเปล่า”“ผมชื่อภาณุวิชญ์อายุ 27 ปี บัตรประจำตัวบัตรประชาชนผมอยู่ในกระเป๋าครับ” เสียงที่ตอบนั้นฟังดูเบาแต่มันก็ทำให้ปราญติญารีบหันหน้าไปมองเธอตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าคนที่นอนเจ็บอยู่ตรงหน้าคือภาณุวิชญ์“ณุมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ภาณุวิชญ์ยิ้มก่อนจะตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา“ผมมาหาป่าน” เขาตอบเบาๆ เพราะตอนนี้เริ่มเจ็บแผลมากขึ้นเรื่อยๆ“คุณรู้จักกับคนเจ็บเหรอคะ” พยาบาลที่นั่งมาถามขึ้น“ค่ะฉันรู้จักเขา”“ถ้ายังงั้นเดี๋ยวไปถึงโรงพยาบาลคุณช่วยทำประวัติคนไข้ให้ฉันด้วยนะคะ เราอาจจะต้องรีบพาเขาเข้าไปผ่าตัดด่วนเพราะตอนนี้เลือกเขาออกเยอะมาก”“ที่นี่มีคุณหมอประจำห้องผ่าตัดใช่ไหมคะ”“มีค่ะคุณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แต่คนไข้ค่อนข้างเสียเลือดมาก คุณเลือกกรุ๊ปอะไรคะพอจะจำได้ไหม” พยาบ
ปราญติญาเดินทางมาถึงสมุยในบ่ายของวันพฤหัสเมื่อลงจากเครื่องก็มีรถของทางรีสอร์ทมารอรับ เมื่อไปถึงรีสอร์ทเธอก็เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก่อนจะเดินออกมาบริเวณร้านค้าเลือกซื้อขนมและเครื่องดื่มสำหรับตนเองซึ่งวางแผนไว้แล้วว่าตลอดเวลาที่อยู่ที่เกาะสมุยเธอจะให้เวลากับตัวเองอย่างเต็มที่และไม่คิดจะออกไปเที่ยวไหนเพราะครั้งนี้อยากจะมาพักผ่อนจริงๆเมื่อได้ขนมเครื่องดื่มตามที่ต้องการแล้วก็เดินกลับไปยังบ้านพักหลังริมสุดของรีสอร์ทซึ่งมีสระว่ายน้ำเล็กๆ อยู่ด้านข้างของตัวบ้าน ปราญติญารู้สึกว่าที่นี่มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง หญิงสาวเอาขนมและเครื่องดื่มที่ซื้อมาเก็บเข้าตู้เย็นจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำไปเดินเล่นบริเวณชายหาดซึ่งตอนนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินอนอาบแดดอยู่หลายคนบางคนก็เดินเล่นกันเป็นคู่แต่ปราญติญาก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่มีใครที่จะรู้จักและรู้สึกดีมากๆ ที่บริเวณนี้ไม่มีคนไทยเลยสักคนหญิงสาวลงไปเล่นน้ำคนเดียวแม้ว่ามันจะเหงาแต่ก็รู้สึกดีที่ได้ผ่อนคลาย เมื่อเล่นน้ำตรงชายหาดจนมืดค่ำก็เดินกลับมาที่บ้านพักล้างทรายออกจากตัวจนหมดจากนั้นก็ลงไปว่ายน้ำในสระอีกพักใหญ่ การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้
พรชนกแวะมาหาปราญติญาซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลาที่หญิงสาวพักทานอาหารกลางวันพอดี“อ้าวบุ๋มวันหยุดแท้ๆ ทำไมมาที่โรงพยาบาลล่ะ”“บุ๋มเอากาแฟมาให้พี่อรรถก็เลยเอาให้ป่านด้วย”“ขอบใจนะ ทั้งหมดนี่ของป่านเหรอ” ปราญติญามองกาแฟกับเค้กอีกลายชิ้นที่เพื่อนวางตรงหน้าแล้วถามอย่างแปลกใจ“อืม มีคนฝากมาให้ป่านน่ะ”“ใครเหรอ”“ณุ”ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของเพื่อนทำให้ปราญติญาชะงักเล็กน้อยก่อนจะยกกาแฟขึ้นดูดเพราะกลัวพรชนกจะสงสัย“ไปเจอณุมาเหรอ”“บังเอิญเจอกันที่ร้านกาแฟน่ะ พอเขารู้ว่าป่านขึ้นเวรก็เลยฝากขนมมาให้”“ทำไมเขาต้องฝากมาให้ป่านด้วย”“ไม่รู้สิเขาน่าจะกำลังจีบป่านอยู่มั้ง แต่บุ๋มไม่ได้บอกอะไรกับณุนะเพราะเรื่องนั้นมันเป็นความลับของป่าน แต่ดูท่าทางเขาอยากจะจีบป่านจริงๆ นะ ป่านลองเปิดโอกาสให้เขาหน่อยดีมั้ย”“ป่านก็เคยบอกไปแล้วนี่ว่าไม่อยากเอาเพื่อนมาเป็นแฟนถ้าหากเลิกกันมันจะมองหน้ากันไม่ติด แต่ถ้าถ้าหากคบกันแล้วไม่เลิกกันมันก็จะดีมากๆ ที่มีได้ทั้งเพื่อนได้ทั้งแฟนนะ ป่านลองคิดดูดีๆ สิณุเขาก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายตรงไหนเลย”“แต่เขาเคยล้อป่านว่ายัยอ้วน ยัยเหยินนะ” ปราญติญายังจำเรื่องนี้ฝังใจ“ก็นั่นมันเรื่องในอดีตนะ
เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่ภาณุวิชญ์กับปราญติญาไม่ได้ติดต่อกันแต่ชายหนุ่มก็ยังคงแอบมองเธออยู่ห่างๆ เขาเซฟตารางเวรของเธอมาจากไลน์ซึ่งพรชนกส่งให้กับเพื่อนในกลุ่มดูชายหนุ่มคอยตามดูเธออยู่ไม่ห่างวันไหนที่หญิงสาวขึ้นเวรบ่ายเขาก็จะมารอที่หน้าโรงพยาบาลและขับรถตามจนกระทั่งเธอถึงหอพัก ส่วนวันไหนที่หญิงสาวขึ้นเวรดึกเขาก็จะมารอที่หน้าหอพักตั้งแต่ห้าทุ่มจากนั้นก็ขับรถตามเธอไปจนเห็นว่าหญิงสาวไปถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย รถที่เขาใช้เป็นรถอีกคันที่ปราญติญาไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้หญิงสาวไม่เคยรู้เลยว่าตลอดเวลานั้นตนเองอยู่ในสายตาของภาณุวิชญ์ตลอดเขาคิดว่าถึงตอนนี้ปราญติญาน่าจะใจเย็นลงบ้างแล้ว ชายหนุ่มอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ภาณุวิชญ์คิดว่าตอนนี้ความรู้สึกที่มีให้กับปราญติญานั้นมากกว่าเพื่อนและมันมากกว่าเพื่อนหรือคู่นอนระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ไม่มีเธออยู่ข้างกายไม่ได้พูดคุยกับหญิงสาวมันเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกทรมานมากๆ แต่ก็ยังไม่รู้จะเข้าหาเธอยังไงดีเพราะโทรศัพท์ไปหาเธอก็ไม่รับสายพอไลน์ไปก็ไม่อ่านบางทีเขาคงต้องหาตัวช่วยซึ่งคนที่เขานึกถึงก็คือพรชนกเพื่อนสนิทของปราญติญาสัปดาห์นี้ผ่านมาภาณุวิชญ์ค่อนข้างยุ่งกั