“คผู้หญิงสองคนนั้นเป็นใครนะ” เขตแดนถามศุภโชคเมื่อเห็นปราญติญาและพรชนกเดินเข้ามาในงาน
“คนพี่ใส่กระโปรงน่าจะชื่อบุ๋มนะเป็นเพื่อนในห้องเรานั่นแหละมึงจำไม่ได้เหรอวะเขต แต่อีกคนหนึ่งกูไม่แน่ใจน่าจะเป็นเพื่อนห้องอื่นล่ะมั้ง ถามทำไมวะหรือมึงสนใจ”
“ก็ทั้งสวยทั้งหุ่นดีแบบนี้มันก็น่าสนใจ เดี๋ยวกูว่าจะเข้าไปทักทายเขาสักหน่อยมึงว่าดีไหมล่ะ”
“มึงเข้าไปทักทายได้แต่ห้ามยุ่ง” ภาณุวิชญ์รีบบอก
“ทำไมวะมึงชอบเหรอ”
“เปล่าแต่กูก็แค่รู้จัก”
“คำว่ารู้จักของมึงถึงขั้นไหนล่ะ”
“ก็รู้จักประมาณหนึ่งรู้ว่าเขาทำงานที่ไหน”
“เพื่อนห้องเราเหรอทำไมกูไม่คุ้นหน้าเลยว่ะ”
ขณะที่เขตแดนกับภาณุวิชญ์กำลังคุยกันอยู่ศุภโชคก็เดินออกจากโต๊ะเพื่อไปทักทายเพื่อนผู้หญิงกลุ่มนั้นแล้ว
ชายหนุ่มทักทายเพื่อนทุกคนยกเว้นก็แต่ปราญติญาเพราะเขาจำไม่ได้จริงๆ ว่าเธอคือเพื่อนร่วมห้องเรียนของตนเองหรือเปล่า
“ทำไมทักทายเพื่อนไม่ครบล่ะโชค” กวางเพื่อนร่วมชั้นเรียนถามขึ้นเพราะมั่นใจว่าที่ศุภโชคไม่ทักทายปราญติญาเพราะเขาน่าจะจำไม่ได้
“นั่นสิหรือที่ไม่ทักเพราะจำเพื่อนไม่ได้” พรชนกได้ทีก็พูดต่อ
“คนนี้ใช่เพื่อนห้องเราเหรอบุ๋ม ทำไมผมจำไม่ได้เลยล่ะ”
“ลองมองดีๆ สิโชคว่าคนนี้คือใคร” ศุภโชคมองหน้าปราญติญาอีกครั้งแต่เขาก็ยังนึกไม่ออกและเมื่อเห็นท่าทางของเธอสนิทสนมกับพรชนกก็เลยเดาออกไปว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นใคร
“ป่านเหรอ” เขาถามออกไปอย่างไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่
“ใช่ป่านเอง”
“โอ้โห...ทำไมป่านถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ล่ะ สวยขึ้นหุ่นดีขึ้นแทบไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ถ้ารู้ว่าป่านจะสวยขนาดนี้ผมคงจีบตั้งแต่อยู่ม.ปลายแล้ว” ศุภโชคพูดแล้วหัวเราะแต่ถ้าหากปราญติญาเปิดโอกาสเขาก็อาจจะจีบเธอขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
“ไม่ต้องมาปากดีเลยบุ๋มจำได้ว่ากลุ่มของนายชอบเรียกป่านว่ายัยอ้วน”
“แหมก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกันมากนี่ ขอโทษก็แล้วกันนะป่านตอนนั้นสมองของพวกผมน่าจะน้อยไปหน่อย ถ้าเพื่อนของผมอีกสองคนรู้ว่าป่านเปลี่ยนไปมากขนาดนี้พวกมันต้องตกใจมากแน่ แน่รอแป๊บนะเดี๋ยวผมไปพาสองคนมา”
ศุภโชคเดินกลับไปที่โต๊ะจากนั้นก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเขตแดนและภาณุวิชญ์
“ดีใจจังที่ได้เจอป่านอีก” ภาณุวิชญ์มองหน้าปราญติญาแล้วยิ้มด้วยความดีใจ
“อ้าวมึงเคยเจอป่านแล้วเหรอณุ” ศุภโชคหันมาถามเพื่อนคำถามของศุภโชคทำให้ภาณุวิชญ์มองหน้าปราญติญาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ป่านเหรอ”
“ก็ใช่สิแล้วนายคิดว่าเป็นใครเหรอ” พรชนกถามเพราะเห็นท่าทางแปลกๆ ของชายหนุ่ม
“ขอโทษนะป่านที่ผมจำป่านไม่ได้”
“ไม่เป็นไรเพราะป่านก็จำณุไม่ได้เหมือนกัน”
แล้วปราญติญาก็เล่าให้เพื่อนฟังว่าเธอเคยเจอกับภาณุวิชญ์มาแล้วสองครั้งเพราะชายหนุ่มไปที่โรงพยาบาลแต่เธอไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนห้องเดียวกันเพราะเขาเปลี่ยนชื่อและนามสกุลไปแล้วอีกทั้งตอนที่เรียนอยู่ปราญติญาก็ไม่ค่อยคุยกับเพื่อนผู้ชายเท่าไหร่
ภาณุวิชญ์มองหน้าปราญติญาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะถ้าหากเธอเป็นเพื่อนสมัยเรียนของเขาการจะถามเรื่องคืนนั้นก็คงจะง่ายขึ้น
เมื่อทักทายกันครบทุกคนแล้วสามหนุ่มก็ขยับโต๊ะของตนเองมาต่อกับโต๊ะของปราญติญาและเพื่อนเพื่อจะได้คุยกันให้ได้มากขึ้น
“ณุ นายคิดอะไรกับป่านใช่ไหม” พรชนกที่นั่งสังเกตมานานกระซิบถามภาณุวิชญ์”
“เปล่าก็แค่แปลกใจป่านสวยขึ้นมาก”
“จะจีบเหรอ” พรชนกถามออกไปตามตรง
“ได้ไหมล่ะ” ภาณุวิชญ์ถามกลับ
“อย่าเลย”
“ทำไมล่ะบุ๋ม”
“ก็ป่านเพิ่งเลิกกับแฟนแล้วยังไม่พร้อมจะมีใครแต่ถ้าคิดว่ารอได้ก็ไม่ว่ากัน”
“ป่านเพิ่งเลิกกับแฟนเหรอแต่ดูเธอไม่เศร้าเลยนะ”
“ก็เลิกกับคนเลวๆ จะเศร้าทำไมล่ะ”
ภาณุวิชญ์ไม่รู้ว่าที่ปราญติญาเลิกกับแฟนจะเป็นเพราะเรื่องคืนนั้นหรือเปล่า แต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าจะถามยังไงเพราะเขากับเธอยังไม่มีโอกาสอยู่กันตามลำพังเลย
ส่วนเรื่องที่คิดว่าปราญติญาคือผู้หญิงในคืนนั้นเขาก็เริ่มมั่นใจมากขึ้น เมื่อเห็นลักยิ้มที่มุมปากของหญิงสาวเพื่อนในกลุ่มคุยกันสนุกสนานขณะที่ปราญติญาก็พยายามจะสนุกไปกับบรรยากาศรอบข้างเธอคิดว่าภาณุวิชญ์คงไม่ใช่ผู้ชายที่นอนกับเธอในคืนนั้นแต่ถึงจะใช่หญิงสาวก็ไม่สนใจเพราะหลังจากคืนนี้ก็คงไม่เจอกันอีกนานเพราะงานโรงเรียนไม่ได้จัดทุกปี
“บุ๋มจะไปเข้าห้องน้ำป่านจะไปด้วยไหม” พรชนกถาม
แต่ปราญติญายังไม่ทันตอบเพื่อนอีกคนก็พูดขึ้นมาก่อน
“บุ๋มจะไปเข้าห้องน้ำเหรอไปพร้อมกับเราเลยก็ได้”
เมื่อพรชนกเดินออกไปแล้วภาณุวิชญ์ก็ถือโอกาสขยับมานั่งเก้าอี้ของพรชนกซึ่งตอนแรกเธอนั่งกั้นกลางอยู่ระหว่างเขาและปราญติญา
“มันบังเอิญมากเลยใช่มั๊ยป่านที่เราได้มาเจอกันอีกครั้ง”
“ก็ประมาณนั้น”
“ผมคงเป็นผู้ชายที่สายตาแย่มากๆ เลยนะเจอกับป่านและคุยกับป่านตั้งวันแต่กลับจำไม่ได้ว่าป่านคือเพื่อนในห้องเรียน ป่านเปลี่ยนไปมากเลยจริงๆ สวยขึ้นกว่าแต่ก่อน ถ้ารู้ว่าป่านจะสวยขนาดนี้ผมคงจีบป่านตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”
“คุณนี่พูดเหมือนเพื่อนเลยนะ”
“เพื่อนผมคนไหนเหรอ” ภาณุวิชญ์ตกใจเพราะไม่คิดว่ามีใครจะพูดแบบนี้กับผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นของเขา
“ก็ศุภโชคนั่นไงล่ะ เมื่อกี้เขาก็พูดแบบนี้กับป่าน”
“ป่านอย่าไปหลงคารมไอ้โชคมันนะไอ้นั่นน่ะมันเจ้าชู้”
“ได้ข่าวว่าณุเองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน”
“ผมยอมรับว่าพวกผมและเจ้าชู้แต่ป่านอยากรู้มั้ยเพราะอะไรล่ะ”
“เจ้าชู้ก็คือเจ้าชู้มันมีเหตุผลของความเจ้าชู้ด้วยเหรอ”
“มีสิที่ผู้ชายเจ้าชู้และคบผู้หญิงไปทั่วเพราะยังเขายังไม่เจอคนที่ใช่หรือคนที่ถูกใจยังไงล่ะ”
“พูดเป็นนิยายไปได้ความเจ้าชู้น่ะต่อให้เจอคนที่ใช่คนที่ถูกใจยังไงผู้ชายก็ไม่หยุดเจ้าชู้หรอก” ปราญติญาเข้าใจข้อนี้ดีเพราะเธอไม่ใช่สาวไร้เดียงสาที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน
“มันก็มีทั้งจริงและไม่จริง แล้วป่านอยากพิสูจน์ไหม”
“ไม่ล่ะเรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะมาพิสูจน์กัน”
“หลังจากเลิกงานแล้วป่านจะไปต่อที่ไหนหรือเปล่า”
“เพื่อนๆ คุยกันว่าจะไปร้านเหล้าในเมือง”
“แล้วป่านจะไปไหม”
“คงต้องถามบุ๋มอีกที มีอะไรหรือเปล่า”
“นานๆ พวกเราจะได้มาเจอกันสักทีผมว่าไปเที่ยวด้วยกันหมดนี่ก็คงสนุกดีเหมือนกันนะ” ที่เขาชวนปราญติญาไปเที่ยวเพราะอยากจะสังเกตปฏิกิริยาของเธอเวลาที่อยู่ในบรรยากาศแบบนั้นบางทีมันก็จะทำให้หญิงสาวแสดงพิรุธอะไรออกมาก็ได้
“ขอที่นั่งของบุ๋มคืนด้วยณุ” พรชนกสังเกตตั้งแต่เธอเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วว่าภาณุวิชญ์นั้นมาคุยกับเพื่อนของเธอ หลังจากกลับมาจากห้องน้ำหญิงสาวก็ยืนดูอยู่พักใหญ่แล้วเมื่อเห็นท่าทางอึดอัดของปราญติญาก็เลยรีบเข้ามาแยกชายหนุ่มให้ออกจาก
“อ้าวบุ๋มมาพอดีเลยผมกำลังจะถามว่าคุณจะไปต่อที่ร้านในเมืองกันหรือเปล่า” เขาพูดแล้วขยับมานั่งที่เดิม
“ก็น่าจะอย่างนั้นทำไมพวกผู้ชายก็จะไปด้วยเหรอ”
“ไหนๆ ก็มาเจอกันแล้วไปสนุกด้วยกันทั้งหมดนี่แหละเดี๋ยวคืนนี้ผมเป็นเจ้าภาพเองนะ”
แล้วเพื่อนทั้งกลุ่มก็ตกลงไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวเมืองปราญติญานั่งมองเพื่อนที่ดื่มและเต้นกันอย่างสนุกสนานกันแต่เธอไม่คิดจะดื่มเครื่องดื่มอะไรทั้งนั้นเพราะหญิงสาวต้องเป็นคนขับรถกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณเกือบ 20 กิโลเมตร"จะไม่ดื่มอะไรหน่อยเหรอป่าน” ภาณุวิชญ์ถือโอกาสที่เพื่อนๆ กำลังสนุกสนานเข้ามานั่งใกล้กับปราญติญา“ไม่ล่ะ ป่านต้องขับรถแล้วณุล่ะ”“ผมก็เหมือนกัน ป่านรู้สึกไหมว่าบรรยากาศแบบนี้มันคุ้นๆ”ชายหนุ่มขยับมาใกล้และเมื่อได้กลิ่นกายของหญิงสาวอีกทั้งบรรยากาศในร้านมันคล้ายกับเธอคนนั้นมากก็ทำให้เขามั่นใจทันทีว่าเธอคือผู้หญิงที่เขานอนด้วยในคืนนั้น“ป่านไม่คุ้นนะเพราะปกติป่านไม่ค่อยเที่ยวเท่าไหร่”“ผมว่าเรามีเรื่องจะต้องคุยกันนะ ออกไปคุยกันหน่อยดีไหม”“คุยตรงนี้ก็ได้นะ”“แต่ตรงนี้มันเสียงดังและผมกลัวว่าถ้าคนอื่นมาได้ยินเรื่องที่ผมจะคุยกับป่านมันจะทำให้ป่านเสียหายได้นะ”“มีเรื่องอะไรที่ต้องสองคนจะต้องคุยกันด้วยเหรอ”“แน่ใจนะว่าจะให้ผมพูดเรื่องคืนนั้นตรงนี้”“เรื่องคืนนั้นคือเรื่องอะไร” ปราญติญาเริ่มเป็นกังวลว่าเขาจะใช่ผู้ชายคนนั้น“ตามผมออกมาสิ” ภาณุวิชญ์เดินนำหญิง
ความทรงจำในคืนนั้นมันกลับเข้าในความคิดของปราญติญาอีกครั้งผับ XXX เมื่อสองสัปดาห์ก่อน“คุณค่ะ ช่วยฉันด้วย” ปราญติญาคว้าแขนผู้ชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากห้องน้ำชาย“จะให้ผมช่วยอะไรครับ” ชายหนุ่มหันมาถาม“ช่วยพาฉันออกไปจากตรงนี้ เรียกแท็กซี่ให้ฉันก็ได้”“คุณเป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า”“ฉันรู้แค่ว่าฉันรู้สึกแปลกๆ นะคะพาฉันออกไปจากตรงนี้”ชายหนุ่มคิดว่าผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงที่เพื่อนติดต่อมาให้เขาจึงไม่รีรอที่จะพาเธอเดินออกไปที่รถ“ขึ้นรถมาเถอะ” เขาเปิดประตูให้หญิงสาวเข้าไปนั่งในและรับขับออกไปยังคอนโดมิเนียมของตนเอง“คุณช่วยฉันด้วย ฉันร้อนฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้”“ก่อนหน้านี้คุณกินอะไรมาหรือเปล่าอาการคุณเหมือนคนโดนยาเลย”“ฉันไม่รู้แต่ฉันดื่มเครื่องที่เขาสั่งให้ ฉันร้อน ร้อนมากๆ”หญิงสาวพูดแล้วพยายามจะดึงเสื้อของตัวเองออกทำให้เขาต้องรีบขับรถให้เร็วขึ้นภาณุวิชญ์ก็ไม่นึกมาก่อนว่าเพื่อนตนเองจะเล่นพิเรนทร์เอายาปลุกเซ็กซ์กับผู้หญิงที่ติดต่อมาให้เขาจอดรถและพาเธอมายังลิฟต์เมื่อประตูลิฟต์ปิดชายหนุ่มก็คว้าเธอเข้ามากอดจูบลงไปยังเร่าร้อนหญิงสาวตอบรับจูบของเขาอย่างไม่ประสาเท่าไร่ เมื่อเรียวลิ้นสอดเข้าไปกระห
“หายไปนานเลยนะป่านมีอะไรหรือเปล่า” พรชนกรีบเข้ามาถามเมื่อเห็นว่าปราญติญาหายออกไปกับภาณุวิชญ์ค่อนข้างนานจนเธอคิดว่าจะออกไปตาม“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะบุ๋ม”“แน่นะ ณุเขาไม่ได้ทำอะไรป่านใช่ไหม”“อือ เขาก็แค่ถามเรื่องแผลที่หัวเขานั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” ปราญติญาไม่อยากจะโกหกพรชนกเลยแต่เรื่องระหว่างเธอกับภาณุวิชญ์นั้นไม่สามารถบอกใครได้แม้ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทก็ตามเสียงเพลงในผับที่ค่อนข้างดังและแสงไฟสลัวๆ ทำให้พรชนกไม่เห็นว่าปราญติญานั้นนั่งถอนหายใจอยู่หลายครั้งและสีหน้าของเธอก็เครียดกว่าปกติเพื่อนทุกคนสนุกสนานกันจนถึงเวลาผับปิดก็แยกย้ายกลับ“ผมไปส่งไหมป่าน” ภาณุวิชญ์เดินตามหญิงสาวมาที่รถ“ไม่เป็นไรหรอก นี่มันดึกมากแล้วรีบแยกย้ายกันเถอะ”“ขับรถดีๆ นะป่าน อย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันล่ะ” ภาณุวิชญ์บอกกับหญิงสาวก่อนจะเดินมาที่รถของตนเองซึ่งตอนนี้ศุภโชคและเขตแดนเข้าไปนอนรอในรถแล้วชายหนุ่มขับรถไปส่งเพื่อนทั้งสองคนที่บ้านส่วนตัวเขาเองก็กลับมาเช่าโรงแรมนอนเพราะบ้านเดิมของเขาไม่มีคนอยู่เนื่องจากครอบครัวย้ายเข้าไปอยู่กรุงเทพมานานหลายปีแล้วคืนนี้ภาณุวิชญ์ดื่มไปไม่กี่แก้วเพราะรู้ว่าตนเองจะต้องเป็นคนขับรถไปส
ปราญติญาขับมาแวะรับพรชนกที่บ้านจากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้ากลับกรุงเทพ แต่ขับรถออกมาได้ไม่นานก็รู้สึกง่วงจึงแวะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเพื่อซื้อกาแฟระหว่างรอกาแฟหญิงสาวก็เห็นศุภโชคเดินเข้ามาในร้านเธอมองไปทางด้านหลังของเขาเพื่อจะดูว่าภาณุวิชญ์จะมาด้วยหรือเปล่าเพราะเมื่อคืนพวกเขาก็กลับพร้อมกัน แล้วเธอก็ยิ้มออกเมื่อไม่เห็นใครเดินตาม“มากินกาแฟเหรอป่าน”“อือ โชคล่ะ”“แวะมากินกาแฟก่อนกลับกรุงเทพน่ะ ป่านก็จะกลับเหมือนกันใช่ไหม”“ใช่จ้ะ”“แล้วขับรถกลับคนเดียวเหรอ”“เปล่า ป่านมากับบุ๋มนะตอนนี้ไปซื้อขนมอยู่นั่นไงล่ะมาแล้ว”“สวัสดีโชค จะกลับกรุงเทพเหมือนกันใช่ไหมล่ะ” พรชนกรู้เพราะเมื่อกี้เขาเจอกับเขตแดนและภาณุวิชญ์ในร้านสะดวกซื้อ“อือ นี่พวกเราทำงานอยู่ที่กรุงเทพกันหมดทุกคนเลยใช่มั๊ย”“บุ๋มกับป่านทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกันแล้วโชคกับเพื่อนอีกสองคนล่ะ”“ผมเป็นวิศวกรคุมงานอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลที่ป่านกับบุ๋มทำงานอยู่นั่นแหละส่วนไอ้ณุก็ทำที่เดียวกับผมจะมีก็แต่ไอ้เขตนั่นแหละที่ทำไกลออกไปหน่อยแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่เอาไว้วันหลังเรานัดกินข้าวกันดีไหม”“ได้สิ ป่านขอตัวก่อนนะเพราะบ่ายนี้ต้องกลับไปทำงาน”“เดินทางปลอดภ
การกลับมาทำงานหลังจากไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงเรียนชีวิตของปราญติญาไม่เป็นปกติอีกต่อไปเพราะในทุกวันภาณุวิชญ์จะโทรศัพท์มาหาเธอทั้งเช้าทั้งกลางวันและเย็นหญิงสาวพยายามอธิบายว่าเธอทำงานและไม่สะดวกคุยแต่ชายหนุ่มก็เปลี่ยนมาเป็นการไลน์มาหาซึ่งเรื่องที่เขาไลน์มันก็ไม่พ้นเรื่องที่เขากับเธอมีความสัมพันธ์กันวันนี้ภาณุวิชญ์นัดให้เธอออกมาเจอเขาที่ร้านอาหารแต่หญิงสาวก็ปฏิเสธเพราะเธอขึ้นเวรบ่ายและเผลอบอกเขาไปว่าเลิกงานในเวลาเที่ยงคืนอันที่จริงชายหนุ่มก็นัดให้เธอออกมาเจอหลายครั้งแต่ปราญติญาก็ไม่กล้าออกไปเจอเขาตามลำพังเพราะกลัวเรื่องแบบคืนนั้นจะเกิดขึ้นอีก ถึงแม้รู้ดีว่าคืนนั้นทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะฤทธิ์ยาแต่หญิงสาวก็รู้สึกหวั่นไหวเมื่อได้อยู่ใกล้เขาแต่เธอจะให้เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดหญิงสาวจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของเขาถึงแม้เขาจะเอาคลิปมาขู่เธอก็ตามปราญติญาพยายามพูดให้เขาเห็นถึงผลดีผลเสียของการปล่อยคลิปเพราะถ้าคลิปนั้นเผยแพร่ออกไปไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่จะเสียหาย เขาเองก็จะเสียหายไปด้วยแต่ดูเหมือนภาณุวิชญ์จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรเลยเขาบอกว่ายังไงวันนี้ก็จะต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ปราญติญาขอเลื่อนนั
พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของปราญติญาแต่วันนี้เธอก็ทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าไปจนถึงเที่ยงคืน หลังจากเลิกงานแล้วหญิงสาวก็รีบเดินมายังลานจอดรถก็เจอกับภาณุวิชญ์ที่มายืนรออยู่แล้ว“ป่านทางนี้” เขารีบเรียกเมื่อหญิงสาวกำลังจะเดินไปยังรถของเธอที่จอดอยู่“ณุมาทำไม” ปราญติญารีบเดินมาคุยใกล้ๆ เพราะกลัวคนอื่นจะมาเห็น“ผมก็มารับป่านไง”“แต่เราตกลงกันแล้วนี่ว่าณุจะไม่มาหาที่นี่”“ก็ไม่ได้มาหาแต่มารับ”“มันก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละ”“ป่านรีบขึ้นรถเถอะนะถ้าเกิดใครไม่เห็นขึ้นมันจะไม่ดีเอานะ”“ณุจะรับป่านไปไหน”“ก็เราคุยกันแล้วนี่ว่าวันหยุดป่านจะไปอยู่กับผมที่คอนโด”“แต่ป่านไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าเตรียมอะไรมาเลยขอไปพรุ่งนี้เช้าได้ไหม”“ไปคืนนี้เลยผมเตรียมของทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว”“มันจะเกินไปแล้วนะณุ ป่านทำงานมาเหนื่อยมากๆ ขอนอนพักก่อนได้ไหมแล้วพรุ่งนี้จะไปหาที่คอนโดเอง”“ผมรู้ว่าป่านเหนื่อยก็เลยมารับ เอาน่ารีบขึ้นรถเถอะถ้ามัวแต่ช้าคนอื่นมาเห็นผมไม่รู้ด้วยนะ”ชายหนุ่มเปิดประตูรถและดันให้เธอเข้าไปนั่งก่อนจะขับรถออกมาจากโรงพยาบาลแล้วแวะที่ร้านข้าวต้มร้านหนึ่งซึ่งเปิดโต้รุ่ง“แวะทำไมหิวข้าวเหรอ”“หิวสิเย็นนี้ยังไม่ไ
พอได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มเช้านี้ปราญติญาก็เลยรู้สึกสดชื่นมาก หญิงสาวอาบน้ำและเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อจะหาชุดมาสวมแต่ในตู้ก็มีแต่ชุดกระโปรงกับกางเกงขาสั้นเท่านั้น เธอเลือกหยิบกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดมาสวมจากนั้นก็ออกมานั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ห้องรับแขกเพราะตอนนี้เจ้าของห้องยังคงนอนหลับอยู่หญิงสาวรู้สึกดีมากๆ ที่เมื่อคืนเขายอมให้เธอนอนหลับโดยไม่ได้ทำอะไรถ้าหากเธอหลบเลี่ยงเขาแบบนี้ได้ไปตลอดมันก็น่าจะดีกับตัวเองมากเธอนั่งเล่นมือถือไปเรื่อยๆ ไม่นานนักเจ้าของห้องก็เดินตามออกมาเขานุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวลำตัวยังมีหยดน้ำเกาะ“ทำไมป่านตื่นเช้าจัง ผมตกใจมากที่ตื่นมาแล้วไม่เจอป่านอยู่ข้างๆ ปกติป่านตื่นเช้าเหรอ”“ป่านก็ตื่นเช้าแบบนี้แหละณุล่ะปกติตื่นเช้าไหม”“ถ้าวันเสาร์ส่วนใหญ่ก็เกือบเที่ยง”“ถ้างั้นไปนอนต่อก็ได้ ป่านจะอยู่เงียบๆ ไม่ทำเสียงดังหรอก”“ไม่ล่ะตอนนี้ตื่นแล้วก็ไม่อยากนอนต่อ ป่านหิวหรือยัง”“ยังเลยณุไปใส่เสื้อก่อนดีไหม”“ทำไมล่ะเห็นหุ่นผมแล้วรู้สึกหวั่นไหวเหรอ”“ไม่หรอกป่านเห็นมาเยอะแล้ว”“เห็นของใคร” ภาณุวิชญ์มองหน้าเธอด้วยความแปลกใจ เขามั่นใจว่าตนเองเป็นคนแรกของเธอเพราะฉะนั้นปราญติญาไม่
“ณุ....”“อย่ากลัวไปเลยไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย”“แต่วันนี้ป่านไม่เมา”“ไม่เมาก็ดีสิ ป่านจะได้รู้ว่าเราสองคนเข้ากันได้ดีแค่ไหน”ภาณุวิชญ์จูบลงมาอีกครั้งอย่างหิวกระหาย เนิ่นนานและเร่าร้อนจนหญิงสาวต้องเบี่ยงหน้าออกเพื่อสูดเอาอากาศเข้าปอดหลายครั้ง แต่ปากหยักก็ตามจูบไม่ยอมปล่อย“อื้อ...ณุพอก่อน”“อย่าห้ามเลยป่าน เกือบเดือนเลยนะนับตั้งแต่เรานอนด้วยกันครั้งแรก” เสียงกระซิบของภาณุวิชญ์ปลุกไฟพิศวาสในตัวของปราญติญาให้ลุกโชนชายหนุ่มมองเรือนร่างของปราญติญาอย่างหลงใหล“คุณสวยมากนะป่าน”เขาลากไล้ปลายลิ้นไปตามผิวเนียนนุ่ม ทุกสัมผัสของเขาสร้างความเสียวซ่านจนปราญติญาสั่นสะท้านเธอเม้มริมฝีปากแน่นเพราะพยายามไม่เปล่งเสียงออกมา แต่แล้วก็ห้ามตัวเองไม่ได้เพราะความเสียวมันมากขึ้นไปทุกขณะ“อื้อ ณุ....”ปราญติญาครางหวานเมื่อชายหนุ่มฟอนเฟ้นอกอิ่มทั้งสองข้างอย่างเมามัน แล้วปลายลิ้นร้อนก็ลากวนส่วนฐานสีสวยก่อนจะอ้าปากงับเม็ดทับทิมที่แข็งชูชันเข้าอุ้งปากอีกครั้ง“อ๊ะ!....”หญิงสาวสะดุ้งเมื่อนิ้วร้ายของภาณุวิชญ์กดนวดเนินเนื้อนุ่มด้านล่างผ่านชั้นในตัวบางก่อนนอนจะดึงมันออกจากเรียวขา หญิงสาวรีบหุบขาทันทีแต่เขาก็เอามือร
ปราญติญาขับรถมาส่งพรชนกที่หน้าโรงพยาบาลเพราะใกล้จะถึงเวลาที่แฟนของเธอเลิกงานพอดี“บุ๋มดีใจกับป่านด้วยนะ”“ขอบใจจ้ะ ป่านก็ต้องขอบคุณบุ๋มมากถ้าบุ๋มไม่บอกให้ณุตามป่านไปที่สมุยป่านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็นยังไงบ้าง”“ป่านโชคดีมากๆ นะที่ณุเข้ามาช่วยไว้”“ใช่ป่านโชคดีมากทั้งเขาช่วยป่านไว้ทั้งคืนนั้นที่ป่านโดนยาปลุกเซ็กซ์และครั้งที่โดนผู้ชายเมาเข้ามาทำร้าย ถ้าไม่ได้ณุเข้ามาป่านคงแย่”“เพราะแบบนี้ป่านถึงยอมใจอ่อนแล้วยกโทษให้เขา”“มันก็มีส่วนอยู่นะแต่ระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ป่านห่างจากณุป่านก็ไม่เคยลืมเขาได้เลย บุ๋มว่ามันเร็วไปไหม”“ไม่หรอกนะป่านกับณุไม่ใช่เพิ่งรู้จักกันสักหน่อย ทั้งสองคนรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนแล้วเพียงแต่ว่าแยกย้ายกันไปและกลับมาเจอกันอีกครั้ง บุ๋มบอกแล้วว่าคนเป็นเนื้อคู่กันยังไงวันหนึ่งก็ต้องกลับมาเจอกันอยู่ดี บุ๋มใจด้วยมากๆ บุ๋มไปก่อนนะ”เมื่อพรชนกลงจากรถไปแล้วปราญติญาก็ขับรถกลับมาที่คอนโดมิเนียมของภาณุวิชญ์อีกครั้งเมื่อมาถึงชายหนุ่มก็อาบน้ำสวมชุดนอนรออยู่แล้ว “วันนี้เป็นยังไงบ้างปวดแผลหรือเปล่า”“ไม่ปวดเลย ผมนอนทั้งวันจนจะปวดหลังแล้ว”“อดทนหน่อยนะยิ่งพักผ่อนเยอ
ปราญติญาและพรชนกนั่งคุยกันต่อไม่นานก็มีอุบัติเหตุเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินเสียก่อนทั้งสองคนจึงรีบวิ่งออกมาทำงานซึ่งกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ถึงเวลาลงเวรเช้าพอดี“บุ๋มอยากไปเยี่ยมณุมั้ย”“จะดีเหรอ”“ดีสิณุต้องดีใจมากๆ ที่บุ๋มไปเยี่ยม”“จะไม่เป็นการรบกวนมากเกินไปใช่ไหม”“ไม่หรอกน่าเดี๋ยวป่านขอโทรถามณุก่อนว่าอยากจะกินอะไรเราจะได้ซื้อไปกินที่นั่น ว่าแต่บุ๋มจะไปกับป่านได้หรือเปล่าล่ะ”“ได้สิวันนี้พี่อรรถลงเวรสองทุ่มบุ๋มมีเวลาให้ป่านเยอะเลย ไปเยี่ยมณุหน่อยก็ดีเหมือนกัน”ปราญติญาโทรศัพท์ไปหาภาณุวิชญ์และบอกว่าจะชวนพรชนกมาทานอาหารเย็นด้วยชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะพรชนกก็คือเพื่อนของเขาและถ้าไม่มีเธอเขากับปราญติญาก็คงยังไม่เข้าใจหญิงสาวแวะซื้ออาหารที่ร้านด้านหน้าโรงพยาบาลก่อนจะขับรถพาพรชนกไปยังคอนโดมิเนียมของภาณุวิชญ์“เป็นยังไงบ้างเจ็บหนักเลยใช่ไหม” พรชนกทักทายภาณุวิชญ์ที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก“ก็นิดหน่อยนะแต่เจ็บครั้งนี้มันคุ้มมากๆ เลยนะ” เขาพูดแล้วมองหน้าปราญติญาแล้วยิ้ม“บุ๋มดีใจด้วยนะที่ป่านกับณุเข้าใจกันตกลงคบกินจริงใช่ไหม”“ผมต้องขอบคุณบุ๋มมากๆ ถ้าบุ๋มไม่ช่วยผมกลับป่านก็คงไม่เข้าใจกันเร็วแ
“ป่านทำไมถึงนอนห่างผมขนาดนั้นล่ะ ขยับเข้ามาใกล้ๆ ได้ไหม นอนห่างแบบนั้นแล้วผมจะกอดได้ยังไง”“ณุลืมอะไรไปหรือเปล่าณุมีแผลอยู่นะ ป่านกลัวจะดิ้นไปโดนแผลจริงๆ แล้วป่านน่าจะออกไปนอนอีกห้องหนึ่งหรือไม่ก็นอนที่ห้องรับแขกด้วยซ้ำ”“ไม่ได้นะ ป่านต้องนอนกับผมถ้าเกิดผมเป็นอะไรขึ้นมาตอนกลางคืนแล้วใครจะช่วยผมล่ะ”“ณุไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วนอนตอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เอาหมอนข้างกั้นไว้แบบนี้ดีแล้วเกิดป่านดิ้นไปโดนแผลขึ้นมามันจะแย่เอานะ”“ทำไมไม่เห็นใจกันเลยนะ ไม่ได้นอนด้วยกันตั้งเดือนกว่าแล้วนะแล้วจะมานอนห่างกันแบบนี้ได้ยังไง”“ณุอย่างอแงเป็นเด็กสิตัวเองเจ็บอยู่นะ”“ก็อยากนอนกอด”“ถ้าณุยังงอแงพูดไม่รู้เรื่องป่านจะออกไปนอนที่ห้องรับแขกแล้วนะ”“ถ้างั้นขอจับมือได้ไหมนิดเดียวนะ”“ได้สิ” ปราญติญาตอบตกลงและให้ภาณุวิชญ์จับมือไว้จนกระทั่งชายหนุ่มหลับสนิทเธอแกะมือเขาออกแล้วห่มผ้าให้เขาจากนั้นก็กลับมานอนอีกฝั่งของเตียงปราญติญาตื่นนอนตั้งแต่เช้าเธอลงไปซื้อแซนด์วิชกับขนมปังมาให้ภาณุวิชญ์ทานเป็นอาหารเช้า ส่วนอาหารกลางวันจะให้เขาสั่งขึ้นมาทานเองเพราะเธอทำกับข้าวไม่เป็นหญิงสาวให้เขาทานยาก่อนอาหารและทาน
“ผมขอโทษนะป่านที่ทำให้การมาเที่ยวสมุยของคุณต้องอุดอู้อยู่แต่ในโรงพยาบาล”“ไม่เป็นไรหรอกอย่างน้อยป่านก็ได้เที่ยวก่อนหน้าที่ณุจะมาแล้ว ว่าแต่ณุเถอะไหวแน่นะที่จะต้องออกโรงพยาบาลวันนี้”“ไหวสิผมไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียวหรอกนะ ป่านกลับกรุงเทพผมก็จะกลับด้วย หมอก็บอกแล้วว่าแผลของผมไม่ได้เป็นอะไรมากกลับไปรักษาตัวที่บ้านหรือโรงพยาบาลที่กรุงเทพก็ได้”“แล้วณุจะเอายังไงต่อจะไปนอนโรงพยาบาลไหมป่านจะได้ให้คุณหมอที่นี่เขาประสานงานให้”“ผมว่าไม่ดีกว่าตอนนี้ผมก็ดีขึ้นมากๆ แล้ว”“แต่ณุต้องกินยาแก้อักเสบให้ตรงเวลาและครบตามที่คุณหมอสั่งให้เข้าใจไหม”วันนี้เธอต้องกลับกรุงเทพตามกำหนดเดิมและภาณุวิชญ์ก็ไม่ยอมอยู่โรงพยาบาลต่อ เมื่อปรึกษาคุณหมอแล้วท่านก็อนุญาตให้เขาออกจากโรงพยาบาลได้แต่ต้องระวังเรื่องแผลและทานยาให้ครบคุณหมอให้ประวัติการรักษาไปด้วยเพราะเขาต้องไปให้หมอที่กรุงเทพตัดไหมให้ตอนนี้เธอเก็บของใช้ของตัวเองลงกระเป๋าเสร็จแล้วส่วนกระเป๋าเดินทางของภาณุวิชญ์ทางรีสอร์ทก็เอามาให้ตั้งแต่วันที่พาตำรวจมาสอบปากคำโรงพยาบาล เรื่องคดีเธอก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจและทางรีสอร์ทจัดการเพราะถึงเวลาแล้วที่หญิงสาวจะต้องบิน
ปราญติญาระบายความรู้สึกของตัวเองออกมาโดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่าภาณุวิชญ์นั้นรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เธอกลับมาจากห้องน้ำ ภาณุวิชญ์รู้สึกดีมากที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาว เขาเองก็รู้สึกไม่ได้ต่างจากปราญติญาเลยระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกันหนึ่งเดือนนั้นทำให้เขารู้ใจตัวเองมากขึ้น เขาไม่สามารถลืมเรื่องราวระหว่างตนเองกับหญิงสาวได้เลย เขาตั้งใจไว้ว่าจะตามมาขอโทษเธออย่าจริงจังและขอโอกาสกับปราญติญาอีกครั้ง เขาจะบอกความรู้สึกที่มีกับเธอทั้งหมดเพราะกลัวว่าจะเสียเธอไปภาณุวิชญ์มาถึงสมุยในเย็นวันศุกร์หลังจากเช็กอินที่รีสอร์ทเดียวกับปราญติญาแล้วก็ไปหาเธอที่บ้านพักซึ่งรู้มาจากพรชนกว่าหญิงสาวพักอยู่ที่บ้านหลังไหนเมื่อไปถึงก็ยืนเคาะประตูอยู่นานแต่ทั้งบ้านก็เงียบสนิทชายหนุ่มจึงเดินไปหาเธอบริเวรชายหาดเพราะคิดว่าหญิงสาวน่าจะไปเดินเล่นเขาเดินไปเรื่อยๆ จนเห็นเธอเดินอยู่ที่ชายหาด แต่ก็ไม่ได้ตามเธอในระยะใกล้เพราะกลัวจะรบกวนเวลาของหญิงสาว แต่ก็ไม่คิดเลยว่าการที่เขาทิ้งระยะห่างจากเธอมากนั้นมันจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ถ้าหากปราญติญาเป็นอะไรไปเขาคงรู้สึกผิดและให้อภัยตัวเองไม่ได้อย่างแน่นอน“คุณจะหลับแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนนะ น
เพราะมัวแต่ตกใจปราญติญาจึงไม่ทันได้สังเกตว่าผู้ชายที่เข้ามาช่วยเธอนั้นคือใคร แต่พอพาเขาขึ้นมาบนรถพยาบาลและกำลังตรงไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดพยาบาลที่มาด้วยก็เริ่มซักประวัติชายหนุ่มเพราะกลัวว่าถ้าไปถึงที่โรงพยาบาลแล้วเขาจะหมดสติไปเสียก่อน“คนเจ็บชื่ออะไร อายุเท่าไหร่คะ เคยมารักษาที่นี่ไหม คุณมีบัตรประจำตัวหรือบัตรประกันติดตัวมาหรือเปล่า”“ผมชื่อภาณุวิชญ์อายุ 27 ปี บัตรประจำตัวบัตรประชาชนผมอยู่ในกระเป๋าครับ” เสียงที่ตอบนั้นฟังดูเบาแต่มันก็ทำให้ปราญติญารีบหันหน้าไปมองเธอตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าคนที่นอนเจ็บอยู่ตรงหน้าคือภาณุวิชญ์“ณุมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ภาณุวิชญ์ยิ้มก่อนจะตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา“ผมมาหาป่าน” เขาตอบเบาๆ เพราะตอนนี้เริ่มเจ็บแผลมากขึ้นเรื่อยๆ“คุณรู้จักกับคนเจ็บเหรอคะ” พยาบาลที่นั่งมาถามขึ้น“ค่ะฉันรู้จักเขา”“ถ้ายังงั้นเดี๋ยวไปถึงโรงพยาบาลคุณช่วยทำประวัติคนไข้ให้ฉันด้วยนะคะ เราอาจจะต้องรีบพาเขาเข้าไปผ่าตัดด่วนเพราะตอนนี้เลือกเขาออกเยอะมาก”“ที่นี่มีคุณหมอประจำห้องผ่าตัดใช่ไหมคะ”“มีค่ะคุณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แต่คนไข้ค่อนข้างเสียเลือดมาก คุณเลือกกรุ๊ปอะไรคะพอจะจำได้ไหม” พยาบ
ปราญติญาเดินทางมาถึงสมุยในบ่ายของวันพฤหัสเมื่อลงจากเครื่องก็มีรถของทางรีสอร์ทมารอรับ เมื่อไปถึงรีสอร์ทเธอก็เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก่อนจะเดินออกมาบริเวณร้านค้าเลือกซื้อขนมและเครื่องดื่มสำหรับตนเองซึ่งวางแผนไว้แล้วว่าตลอดเวลาที่อยู่ที่เกาะสมุยเธอจะให้เวลากับตัวเองอย่างเต็มที่และไม่คิดจะออกไปเที่ยวไหนเพราะครั้งนี้อยากจะมาพักผ่อนจริงๆเมื่อได้ขนมเครื่องดื่มตามที่ต้องการแล้วก็เดินกลับไปยังบ้านพักหลังริมสุดของรีสอร์ทซึ่งมีสระว่ายน้ำเล็กๆ อยู่ด้านข้างของตัวบ้าน ปราญติญารู้สึกว่าที่นี่มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง หญิงสาวเอาขนมและเครื่องดื่มที่ซื้อมาเก็บเข้าตู้เย็นจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำไปเดินเล่นบริเวณชายหาดซึ่งตอนนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินอนอาบแดดอยู่หลายคนบางคนก็เดินเล่นกันเป็นคู่แต่ปราญติญาก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่มีใครที่จะรู้จักและรู้สึกดีมากๆ ที่บริเวณนี้ไม่มีคนไทยเลยสักคนหญิงสาวลงไปเล่นน้ำคนเดียวแม้ว่ามันจะเหงาแต่ก็รู้สึกดีที่ได้ผ่อนคลาย เมื่อเล่นน้ำตรงชายหาดจนมืดค่ำก็เดินกลับมาที่บ้านพักล้างทรายออกจากตัวจนหมดจากนั้นก็ลงไปว่ายน้ำในสระอีกพักใหญ่ การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้
พรชนกแวะมาหาปราญติญาซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลาที่หญิงสาวพักทานอาหารกลางวันพอดี“อ้าวบุ๋มวันหยุดแท้ๆ ทำไมมาที่โรงพยาบาลล่ะ”“บุ๋มเอากาแฟมาให้พี่อรรถก็เลยเอาให้ป่านด้วย”“ขอบใจนะ ทั้งหมดนี่ของป่านเหรอ” ปราญติญามองกาแฟกับเค้กอีกลายชิ้นที่เพื่อนวางตรงหน้าแล้วถามอย่างแปลกใจ“อืม มีคนฝากมาให้ป่านน่ะ”“ใครเหรอ”“ณุ”ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของเพื่อนทำให้ปราญติญาชะงักเล็กน้อยก่อนจะยกกาแฟขึ้นดูดเพราะกลัวพรชนกจะสงสัย“ไปเจอณุมาเหรอ”“บังเอิญเจอกันที่ร้านกาแฟน่ะ พอเขารู้ว่าป่านขึ้นเวรก็เลยฝากขนมมาให้”“ทำไมเขาต้องฝากมาให้ป่านด้วย”“ไม่รู้สิเขาน่าจะกำลังจีบป่านอยู่มั้ง แต่บุ๋มไม่ได้บอกอะไรกับณุนะเพราะเรื่องนั้นมันเป็นความลับของป่าน แต่ดูท่าทางเขาอยากจะจีบป่านจริงๆ นะ ป่านลองเปิดโอกาสให้เขาหน่อยดีมั้ย”“ป่านก็เคยบอกไปแล้วนี่ว่าไม่อยากเอาเพื่อนมาเป็นแฟนถ้าหากเลิกกันมันจะมองหน้ากันไม่ติด แต่ถ้าถ้าหากคบกันแล้วไม่เลิกกันมันก็จะดีมากๆ ที่มีได้ทั้งเพื่อนได้ทั้งแฟนนะ ป่านลองคิดดูดีๆ สิณุเขาก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายตรงไหนเลย”“แต่เขาเคยล้อป่านว่ายัยอ้วน ยัยเหยินนะ” ปราญติญายังจำเรื่องนี้ฝังใจ“ก็นั่นมันเรื่องในอดีตนะ
เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่ภาณุวิชญ์กับปราญติญาไม่ได้ติดต่อกันแต่ชายหนุ่มก็ยังคงแอบมองเธออยู่ห่างๆ เขาเซฟตารางเวรของเธอมาจากไลน์ซึ่งพรชนกส่งให้กับเพื่อนในกลุ่มดูชายหนุ่มคอยตามดูเธออยู่ไม่ห่างวันไหนที่หญิงสาวขึ้นเวรบ่ายเขาก็จะมารอที่หน้าโรงพยาบาลและขับรถตามจนกระทั่งเธอถึงหอพัก ส่วนวันไหนที่หญิงสาวขึ้นเวรดึกเขาก็จะมารอที่หน้าหอพักตั้งแต่ห้าทุ่มจากนั้นก็ขับรถตามเธอไปจนเห็นว่าหญิงสาวไปถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย รถที่เขาใช้เป็นรถอีกคันที่ปราญติญาไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้หญิงสาวไม่เคยรู้เลยว่าตลอดเวลานั้นตนเองอยู่ในสายตาของภาณุวิชญ์ตลอดเขาคิดว่าถึงตอนนี้ปราญติญาน่าจะใจเย็นลงบ้างแล้ว ชายหนุ่มอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ภาณุวิชญ์คิดว่าตอนนี้ความรู้สึกที่มีให้กับปราญติญานั้นมากกว่าเพื่อนและมันมากกว่าเพื่อนหรือคู่นอนระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ไม่มีเธออยู่ข้างกายไม่ได้พูดคุยกับหญิงสาวมันเป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกทรมานมากๆ แต่ก็ยังไม่รู้จะเข้าหาเธอยังไงดีเพราะโทรศัพท์ไปหาเธอก็ไม่รับสายพอไลน์ไปก็ไม่อ่านบางทีเขาคงต้องหาตัวช่วยซึ่งคนที่เขานึกถึงก็คือพรชนกเพื่อนสนิทของปราญติญาสัปดาห์นี้ผ่านมาภาณุวิชญ์ค่อนข้างยุ่งกั