Share

บทที่ 65

Author: เจียงหนานเยียน
ในเวลานี้เยียนซุ่ยซุ่ยก็เข้ามาด้วย นางตรวจชีพจรของเยียนเซียวหรานเป็นอันดับแรก “เสด็จแม่ ท่านไม่ต้องกังวล อาการบาดเจ็บของพี่ชายสามไม่ร้ายแรงเจ้าค่ะ”

“ข้าจะรักษาบาดแผนของเขาก่อน เขาควรจะตื่นหลังจากได้พักผ่อนสักครู่”

ในเวลานี้เยียนเซียวหรานโชกเลือด พระชายาเยียนอ๋องจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร?

แต่เวลานี้นางยังรู้ดีว่ากังวลไปก็เปล่าประโยชน์ เมื่อพิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิง นางจึงเรียกเด็กรับใช้คนหนึ่งมาช่วย

เห็นได้ชัดว่าซือเจ๋อเยว่ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่เช่นกัน

หลังจากที่นางเดินไปถึงประตู ก็หันกลับไปมองเยียนเซียวหรานอีกครั้ง หว่างคิ้วของเขาอบอวลด้วยพลังชั่วร้าย และพลังชั่วร้ายดูเหมือนจะกลายเป็นธาตุแท้

นางเหลือบมองเส้นสีแดงบนข้อมือของตัวเอง ถอนหายใจเบา ๆ หันหลังกลับแล้วเดินออกไป

หลังจากนางเดินออกมาก็เห็นเฟิ่งจือเซี่ยยืนอยู่ที่โถงทางเดิน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ดวงตาค่อนข้างลึกลับ

ซือเจ๋อเยว่ไม่อยากรบกวนนาง ขณะที่กำลังจะเดินผ่านนางไป จู่ ๆ นางก็ถามว่า “องค์หญิงเชี่ยวชาญคาถาลัทธิเต๋าจริงหรือ?”

ซือเจ๋อเยว่ชะงักไปชั่วขณะ ถามว่า “เจ
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 66

    เฟิ่งจือเซี่ยเดินมาหยุดอยู่ข้างกายซือเจ๋อเยว่ด้วยความตื่นเต้นพลางเอ่ยถาม “ข้าตั้งครรภ์แล้ว? เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”ซือเจ๋อเยว่ตอบกลับ “ฝีมือการแพทย์ของข้าหาได้สูงส่งไม่ ทำได้ก็แต่เพียงดูโหงวเฮ้งเป็นเท่านั้น เรื่องนี้เจ้าคงต้องไปขอคำยืนยันกับซุ่ยซุ่ยอีกที”เฟิ่งจือเซี่ยหมุนตัวเตรียมจะไปหาเยียนซุ่ยซุ่ย ทว่าซือเจ๋อเยว่รั้งนางเอาไว้ก่อนพลางเอ่ย “เจ้าค่อยๆ เดินเถิด”เฟิ่งจือเซี่ยรู้ดีว่าหากนางตั้งครรภ์จริง อายุครรภ์ก็คงยังน้อยนัก ไม่ควรขยับตัวแรงจริงๆ แต่นางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าซือเคล็ดวิชาโหงวเฮ้งของซือเจ๋อเยว่แม่นยำหรือไม่ ในใจจึงอดไม่ได้ที่จะเกิดกังวลขึ้นมาบ้างนางรีบตอบ “ข้าจะค่อยๆ เดินหากข้าตั้งครรภ์ลูกของพี่เอ้อร์จริง ข้าย่อมต้องตอบแทนท่านอย่างงามเลย!”ซือเจ๋อเยว่หัวเราะพลางว่า “เจ้าจะขอบคุณข้าไปไย? หากจะขอบคุณก็ต้องขอบคุณความพยายามครานั้นของพี่เอ้อร์เสียมากกว่า เกี่ยวพันอันใดกับข้ากัน”เฟิ่งจือเซี่ย “…”นางพบว่าซือเจ๋อเยว่ไม่มีท่าทีเฉกเช่นองค์หญิงเลยสักนิด และนิสัยของนางก็ไม่ใช่คนเคร่งขรึมอะไรเช่นเดียวกันนางยื่นใบหน้าเข้าใกล้พลางเอ่ย “องค์หญิง ท่าน...”ซือเจ๋อเยว่ห

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 67

    ซือเจ๋อเยว่ “...”ซือเจ๋อเยว่ “!!!”นี่มันบ้าอะไรกัน!ถ้าเกิดเยียนเซียวหรานตื่นขึ้นมาตอนนี้ นางเป็นต้องถูกเขาสงสัยอีกรอบแน่ๆนางสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมกำลัง เพื่อให้ตนเองสามารถลุกยืนขึ้นได้ เพียงแต่วันนี้ไม่รู้เพราะเหตุใด ร่างกายจึงแทบไม่มีแรงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย นางบอกตัวเองไม่ให้ร้อนใจไป ขอเพียงเยียนเซียวหรานไม่ตื่นขึ้นมาก็เป็นอันใช้ได้แล้วหลังจากนางสูดลมหายใจเข้าออกอยู่หลายครั้งก็พอรวบรวมกำลังได้บ้างแล้ว นางจึงค่อย ๆ ใช้มือยันกายขึ้น หวังจะถอยห่างออกไปด้านข้างอีกหน่อยแต่ทันทีที่นางเพิ่งยันกายขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็พบว่าตนเองไม่มีแรงหลงเหลืออยู่เสียแล้ว ร่างของนางจึงล้มลงไปอีกครั้งตอนที่นางล้มลงมานี้เอง ริมฝีปากของนางก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอ่อนนุ่มเมื่อมองดูใกล้ ๆ แล้ว เมื่อครู่นางพบว่าเมื่อครู่ตนได้ล้มลงบริเวณใกล้เคียงกับลำคอของเยียนเซียวหราน และความอบอุ่นอ่อนนุ่มที่นางเพิ่งจะได้เสียดสีสัมผัสก็คือริมฝีปากของเขานั่นเองซือเจ๋อเยว่ “!!!”นางแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว!ขณะที่นางพยายามรวบรวมกำลังอีกครั้งเพื่อขยับถอยออกไป กะทันหันนั้นเองเยียนเซียวหรานก็ลืมตาข

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 68

    เดิมทีเขาเพียงแค่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกล้วยไม้ ทว่าในตอนนี้กลิ่นนั้นกลับเข้มข้นมากยิ่งขึ้น กลิ่นหอมกรุ่นนี้ราวกับจะทะลุทะลวงทางจมูกปากเข้าไปสู่หัวใจของเขาในใจของเยียนเซียวหรานเกิดสับสนอลหม่านขึ้นมา เขาดันกายของนางออกห่างจากตัวด้วยความรวดเร็วครานี้เขาบังคับยั้งแรงเอาไว้ไม่อยู่ ทำให้ซือเจ๋อเยว่ถูกโยนลงไปนอนบนพื้นข้างเตียงซือเจ๋อเยว่ “...”เจ็บชะมัด!เยียนเซียวหรานลุกขึ้นนั่งพลางกล่าว “องค์หญิงโปรดสำรวมด้วยขอรับ”ซือเจ๋อเยว่ขบกรามแน่นก่อนสบถออกมา “สำรวมอะไรกัน! ข้านี่โง่ดีแท้ที่ช่วยเจ้า!”“นี่ก็ครั้งที่สองแล้ว ข้าคงจะสติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมังถึงได้ช่วยเจ้าไว้!”หลังจากที่เยียนเซียวหรานได้รับบาดเจ็บเมื่อคืนวานก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตนมีพลังงานหยินแผ่ซ่านอยู่ทั่วร่าง ทำเอารู้สึกอึดอัดไม่สบายเป็นอย่างมากทว่าในตอนนี้พลังหยินบนร่างของเขากลับมลายหายไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวราวกับแช่ในน้ำพุร้อนก็มิปาน อบอุ่นสบายกายเป็นยิ่งเขาจึงรู้ตัวว่าตนเข้าใจนางผิดไป เพียงแต่ว่าอย่างไรเสียเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็ชวนให้อึดอัดใจมากเกินไปเขากระแอมไอเบาๆ ก่อนเอ่ย “ขอบคุณองค์หญิงที

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 69

    หากวันนี้เส้นสีแดงบนมือของนางไม่หดสั้นขึ้นไปอีกหน่อย นางคงเสียหายใหญ่หลวงเข้าจริงๆ แล้ว!เยียนเซียวหรานเอ่ยถาม “ตอนนี้องค์หญิงรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่?”ซือเจ๋อเยว่ตอบกลับ “ไม่เลย ข้ารู้สึกแย่ยิ่งนัก ไหนจะเสียใจทีหลังที่ช่วยเจ้าไว้อีก”พูดจบนางสูดจมูกเบาๆ “ข้าทุ่มเทชีวิตช่วยไว้แท้ๆ แต่กลับเกือบถูกคนที่ช่วยเอาไว้ลอกหนังหน้าอยู่แล้ว ข้าช่างโชคร้ายเสียจริงๆ!”บรรยากาศที่เคยกระอักกระอ่วน ถูกคำพูดนี้ของนางทำให้คลี่คลายลงไปไม่น้อยเยียนเซียวหรานหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามไปตามตรงๆ “กลิ่นหอมบนตัวขององค์หญิงมาจากไหนหรือ?”ซือเจ๋อเยว่ก้มหน้าลงดมดอมไปตามกายของตนก่อนเอ่ย “บนตัวข้ามีกลิ่นด้วยหรือ? ข้ามิเห็นรู้เลย?”เยียนเซียวหราน “…”ก่อนนี้เขาเคยได้ยินมาก่อน ว่าหญิงสาวแต่ละคนจะมีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งแตกต่างกันออกไปสำหรับซือเจ๋อเยว่กลิ่นบนตัวนางคือกลิ่นหอมของกล้วยไม้ หอมรัญจวนใจ และก็เพราะหาได้ยากยิ่ง จึงยิ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นมากยิ่งขึ้นไปเขาจึงยิ่งรู้สึกสงสัยในตัวนางมากขึ้นไปอีกขั้นซือเจ๋อเยว่เอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหรือ? เหตุใดทั่วทั้งตัวจึงได้มีพลังวิบากเข้มข้นรุนแรงเช่นนี้ได้?”

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 70

    เพราะโดยรวมแล้วการต่อสู้ระหว่างเยียนเซียวหรานและชายชุดดำต่อสู้กันเรียกได้ว่าน้อยคนชนะหมู่คน แต่กลับไม่ได้มีสิ่งพิเศษอะไรมากมายนางยังคงไม่เข้าใจ สองคนแยกกันไปเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น เขาจะไปเอาพลังวิบากเช่นนั้นมาจากที่ใดได้? ยามนี้กายนางเริ่มผ่อนคลายลงบ้างแล้ว มือเองก็เริ่มมีกำลังวังชา จึงได้ยกแขนเสื้อขึ้นมองดูไปคราหนึ่ง พอเห็นก็ถึงกับตกตะลึงนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น เส้นแดงที่เมื่อครู่ใกล้จะถึงข้อมืออยู่แล้ว ถอยร่นหดกลับไปไกลอีกระยะหนึ่งดวงตาซือเจ๋อเยว่เต็มด้วยความประหลาดใจ คิดว่าตนมองผิดไป จึงยื่นมือออกไปขยี้ตา เส้นสีแดงสั้นลงแล้วจริงๆ สั้นกว่าตอนก่อนที่นางจะเข้าจวนอ๋องมาเสียอีกนางเผลอหันมองไปทางเยียนเซียวหราน เขาจึงเอ่ยถามขึ้น “องค์หญิงเป็นอะไรไปหรือ?”ในใจของซือเจ๋อเยว่รู้สึกหลากหลายปนเปวันนี้ที่นางช่วยเขาเอาไว้ก็เพราะมีเจตนาทดลองเป็นสำคัญ โดยปกติแล้ว นางช่วยกำจัดพลังวิบากบนร่างให้เขา เส้นสีแดงของนางก็จะต้องยาวขึ้นทันทีทันใดแต่วันนี้ไม่เพียงไม่ยาวขึ้น แต่กลับถอยร่นสั้นขึ้นไปมาก ไม่ถูกวิสัยที่ควรเป็นเลยและสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติเช่นนี้ ก็มีเพียงการที่นางได้สัมผัสชิด

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 71

    เขามีท่าทีราวเพิ่งตื่นขึ้นมา ดูเหมือนยังมึนงงอยู่เล็กน้อยเยียนซุ่ยซุ่ยกลับเอ่ยด้วยความดีใจว่า “พี่สาม ท่านตื่นแล้วก็ดี วันนี้ทำให้พวกเราตกใจแทบแย่!”กล่าวจบนางก็เผยสีหน้าเศร้าเล็กน้อยกล่าวว่า “หากท่านเป็นอะไรขึ้นมาอีก เกรงว่าจวนอ๋องคงถึงคราวสูญสิ้นแล้ว”เยียนเซียวหรานถามนางว่า “ข้างนอกเกิดเรื่องอันใดหรือ?”ที่นี่ไม่มีคนนอก เยียนซุ่ยซุ่ยจึงกล่าวตรง ๆ ว่า “ครอบครัวทางบ้านของพี่สะใภ้สี่มาแล้ว แม้จะรู้ว่าพี่สะใภ้สี่กำลังตั้งครรภ์ พวกเขาก็ยังยืนกรานให้สะใภ้สี่กลับบ้านเกิด”เมื่อคืนนี้เยียนเซียวหรานไม่ได้อยู่ที่จวน จึงไม่ทราบเรื่องที่ลู่จิ่นเหนียงตั้งครรภ์ พอได้ฟังคำของเยียนซุ่ยซุ่ย เขาก็แปลกใจเล็กน้อย “น้องสะใภ้สี่ตั้งครรภ์แล้วหรือ?”เยียนซุ่ยซุ่ยพยักหน้า “ใช่แล้ว แต่พวกเขาไม่ยอมให้พี่สะใภ้สี่คลอดเด็กออกมา บอกว่าตอนนี้จวนเยียนอ๋องเปรียบเสมือนบ่อเพลิง”“หากพี่สะใภ้สี่คลอดบุตรของพี่สี่ออกมา นางก็จะไม่สามารถตัดขาดจากจวนเยียนอ๋องได้ พวกเขาอาจจะต้องถูกดึงเข้ามาพัวพันกับจวนเยียนอ๋องอีก”เมื่อครู่นางไปฟังมาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงกลับมาดูว่าเยียนเซียวหรานตื่นแล้วหรือยังสิ่ง

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 72

    วันนี้พระชายาเยียนอ๋องกล่าววาจาโน้มน้าวด้วยคำอ่อนหวานไปจนหมดสิ้น ทุกสิ่งที่นางสามารถกระทำได้ก็ได้กระทำไปจนสุดกำลัง คำมั่นสัญญาทั้งหลายที่มอบให้ก็ได้ให้ไปทั้งหมดแล้วในตอนนี้นางไม่รู้แล้วว่าจะเกลี้ยกล่อมต่อไปเช่นไรนางได้แต่หันไปถามลู่จิ่นเหนียงว่า “จิ่นเหนียง เจ้าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้?”ลู่จิ่นเหนียงเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วตอบว่า “ข้าฟังคำของบิดามารดาเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ สีหน้าของพระชายาเยียนอ๋องพลันซีดลง มองลู่จิ่นเหนียงด้วยความไม่คาดคิดลู่จิ่นเหนียงเบือนสายตาหลบเลี่ยง ไม่ยอมสบตากับนางเดิมทีพระชายาเยียนอ๋องคิดว่าลู่จิ่นเหนียงมีสายสัมพันธ์อันดีต่อเยียนซื่อ อีกทั้งนางเพิ่งตั้งครรภ์ คงยินดีที่จะอยู่ต่อ แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่า...นางยังคงไม่ละความพยายาม กล่าวขึ้นว่า “จิ่นเหนียง เจ้าลองไตร่ตรองดูให้ดีอีกครั้งเถิด…”“พระชายา ท่านเองก็เป็นสตรี” มารดาของลู่จิ่นเหนียงมองไปที่พระชายาเยียนอ๋องแล้วกล่าวว่า “ท่านย่อมทราบดีว่าสตรีดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ช่างยากเย็นเพียงใด”“ขอท่านได้โปรดเห็นใจพวกหม่อมฉันที่เป็นบิดามารดาด้วยเถิด ท่านย่อมคำนึงถึงบุตรชายของท่าน ฉันใดก็ฉันนั้น พวกหม

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 73

    เขาไม่ได้พูดอะไรอีก สั่งให้คนไปเอาปากกาและกระดาษมาเขาเขียนสาส์นปล่อยภรรยาอย่างรวดเร็วและยื่นให้ลู่จิ่นเหนียง “นับแต่นี้ ไม่ว่าอนาคตของจวนเยียนอ๋องจะรุ่งเรืองหรือเสื่อมถอย ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับจวนตระกูลลู่อีกต่อไป”“นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ลู่จิ่นเหนียงจะไม่ถือเป็นคนของจวนเยียนอ๋องอีก ไม่ว่านางจะกระทำสิ่งใด ก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับจวนเยียนอ๋องอีกแล้ว”บิดาของลู่ยิ้มอย่างพอใจ ขณะรับสาส์นปล่อยภรรยาจากมือของเยียนเซียวหราน กล่าวว่า “ท่านอ๋องสามโปรดวางใจได้ ไม่ว่าในภายหน้าจวนอ๋องจะรุ่งเรืองเพียงใด พวกเราก็จะไม่อิจฉาริษยาแต่อย่างใด”“เหล่าไท่จวิน พระชายา ถือว่าเคยนับญาติกันมาก่อน เช่นนี้ก็ถือว่าแยกย้ายกันไปด้วยดี”เมื่อกล่าวจบ เขาก็ดึงลู่จิ่นเหนียงออกไปทันทีขณะเดินจากไป ลู่จิ่นเหนียงมิได้แม้แต่จะเหลียวมองเหล่าไท่จวินและพระชายาเยียนอ๋องแม้แต่น้อยพระชายาเยียนอ๋องไม่คิดเลยว่า ลู่จิ่นเหนียงจะตัดขาดเยื่อใยจนสิ้นเช่นนี้!ร่างกายของจู้อี๋เหนียงไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ยิ่งช่วงนี้ที่เศร้าโศกเพราะการตายของเยียนหวังจ้าน ยิ่งทำให้โศกเศร้าจนใจแทบแหลกสลาย วันนี้เริ่มมีความหวังเล็ก ๆ แต่ความหวังนั้นกลั

Latest chapter

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 357

    ตลอดทาง เขากลับทำให้ตัวประหลาดนั่นไม่ต้องครุ่นคิดอีก วิ่งไล่ตามชื่อปาเลี่ยไปทันทีในระหว่างที่ซือเจ๋อเยว่กำลังพูด ตัวประหลาดก็ได้โจมตีชื่อปาเลี่ยหลายรอบแล้วชื่อปาเลี่ยในเวลานี้ได้สติกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์แล้ว กลัวว่าจะช่วยชีวิตเขาไม่ได้ เขาจำต้องคิดหาหนทางช่วยเหลือตัวเองศักยภาพของร่างกายเขาถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ไม่นึกเลยว่าเขาจะหลบการโจมตีนับครั้งไม่ถ้วนของตัวประหลาดได้อย่างหวุดหวิดเขาในเวลานี้พลางร้องอย่างสิ้นหวัง พลางหลบอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นเจ้าอ้วนที่คล่องแคล่วที่สุดในใต้หล้านี้ได้สำเร็จเมื่อซือเจ๋อเยว่มองเห็นท่าทางที่ตกอยู่ในอันตรายของเขา ทั้งรู้สึกว่าเขาน่าสงสาร แล้วก็อยากจะขำอีกด้วย เนื่องจากตอนที่เขาหลบ เรียกได้ว่าไม่ได้สนใจภาพลักษณ์เลยสักนิดนางกล่าวกับเยียนเซียวหราน “ถึงแม้ในหนังสือจะไม่ได้บอกวิธีการที่สามารถสังหารตัวประหลาดประเภทนี้เอาไว้ สิ่งของบนโลกใบนี้อยากจะให้หายไปก็มีเพียงสองวิธี”“หนึ่งคือการโจมตีทางกายภาพ อีกอย่างก็คือการโจมตีแบบลี้ลับ”“ในเมื่อการโจมตีทางกายเมื่อครู่นี้ไม่ได้ผล เช่นนั้นก็ต้องลองการโจมตีแบบลี้ลับดูเสียหน่อย”ครั้งก่อนนางวาดยันต์สำรองเอาไว

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 356

    ตอนนี้สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขา ก็คือสัตว์ยักษ์สีแดงที่สูงประมาณหนึ่งจั้งตัวหนึ่งสัตว์ยักษ์ตัวนั้นมีดวงตาสีดำที่คล้ายกับระฆัง ไม่มีคิ้ว ไม่มีขนตาจมูกมีเพียงรูจมูกสองรู ปากไม่มีริมฝีปาก ปรากฏให้เห็นฟันแหลมคมเต็มปาก ภายใต้ฟันอันแหลมคม เวลานี้ยังมีของเหลวสีเหลืองไหลย้อยออกมาเพียงแค่พวกนี้ก็พอทนแล้ว ร่างกายของเขายังมีตุ่มสีแดงเต็มตัวตุ่มพวกนั้นห้อยอยู่บนร่างกายของสัตว์ยักษ์ ปกคลุมร่างกายของมันที่เดิมทีเต็มไปด้วยขนสีดำ มองดูน่าสะอิดสะเอียนเป็นอย่างยิ่ง ซือเจ๋อเยว่ที่คิดว่าตัวเองเป็นคนมีความรู้กว้างขวางมาโดยตลอด กลับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนขนาดนี้ชื่อปาเลี่ยร้องออกมาอย่างอดไม่ได้ “นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย!”นี่เป็นคำถามที่เยี่ยมมากจริง ๆ ซือเจ๋อเยว่เองก็อยากรู้เช่นกันว่านี่มันคือตัวบ้าอะไรสัตว์ยักษ์ที่กำลังน้ำลายไหลตัวนั้นเดินมุ่งหน้าเข้ามาหาพวกเขา ทันทีที่มันเข้าใกล้ กลิ่นคาวกลุ่มนั้นก็รุนแรงขึ้นซือเจ๋อเยว่สะอิดสะเอียนจนอยากอ้วก!ตอนที่เยียนเซียวหรานมองเห็นสัตว์ยักษ์ตัวนั้น เสียงเตือนภายในใจของเขาก็ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่งตอนที่สัตว์ยักษ์ตัวนั้นเดินเ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 355  

    นางมีแววตาเปล่งประกายล้ำลึก “ช่างเป็นฝีมือที่สูงส่งยิ่งนัก!”  เยียนเซียวหรานมองนาง นางจึงเอ่ยต่อ "ฟ้าคือหยาง ดินคือหยิน ยามหยินหยางกลับตาลปัตร สรรพสิ่งพลิกผัน กฎแห่งฟ้าดินถูกตัดขาด!"  “แต่สิ่งใดที่หลอกลวงได้ชั่วคราว ย่อมไม่อาจปิดบังไปชั่วชีวิต!”  “เหล่าดวงวิญญาณผู้ซื่อสัตย์แห่งสนามรบ ท่านทั้งหลายที่คืนสู่แผ่นดิน ณ ที่แห่งนี้ โปรดร่วมมือกับข้ากำจัดภาพลวงที่ปกคลุมโลกใบนี้ จงสลายม่านมายา! ทำลายมันเสีย!”  นางฟาดฝ่ามือลงกับพื้นดิน สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสี่ทิศ เสียงแตกร้าวดังมาจากรอบทิศ  ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น พื้นดินสีดำสนิทรอบตัวก็พลันหายไป อาการหายใจที่ยากลำบากบัดนี้กลับมาเป็นปกติ  ต้นไม้ที่เคยหายไปปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและความเสื่อมสลาย  ขุนเขาเช่นนี้ หาได้มีภาพของทัศนียภาพอันงดงามเหนือจินตนาการอย่างที่ชื่อปาเลี่ยที่เคยบอกเอาไว้ไม่  แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้ากลับเป็นดินแดนรกร้างที่ไร้ซึ่งชีวิต!  เกรงว่าภาพที่เยียนอ๋องเห็นในอดีตก็คงจะเป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น เพียงแค่นางยังไม่เข้าใจเหตุผล ผู้ที่วางค่ายกลนี้ เหตุใดจึงต้องสร้างภาพลวงเช่น

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 354  

    ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่อากาศโดยรอบเริ่มบางเบาจนผิดปกติ  พวกเขาเพียงแค่เดินตามปกติ แต่กลับรู้สึกหายใจติดขัด  ชื่อปาเลี่ยอ้าปากหอบหายใจ พลางเอ่ยด้วยความตระหนก “นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ เหตุใดข้าหายใจไม่ออก?”  ซือเจ๋อเยว่เอ่ยเสียงเบา “เราก้าวเข้าสู่ค่ายกลของผู้อื่นแล้ว”  ชื่อปาเลี่ยเอ่ยด้วยความสงสัย “แต่เมื่อครู่ยามที่เข้ามา ท่านได้ทำลายค่ายกลไปแล้วไม่ใช่หรือ?”  ซือเจ๋อเยว่ตอบไป “นี่คือค่ายกลซ้อนค่ายกล ผู้วางค่ายกลนี้ร้ายกาจอย่างยิ่ง ฝีมือในด้านค่ายกลไม่ได้ด้อยกว่าข้าเลย” “แม้แต่ยามที่ก้าวเข้ามาครั้งแรก ข้าเองก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ” “ในเมื่อเราตกเข้ามาแล้ว ยามนี้สิ่งที่ต้องทำคือหาทางทำลายค่ายกลนี้”  ชื่อปาเลี่ยรีบถาม “ทำอย่างไรจึงจะทำลายได้?”  ซือเจ๋อเยว่กวาดตามองโดยรอบแล้วเอ่ยขึ้น “หากต้องการทำลายต้องหาแกนกลางค่ายกลให้พบ ขอเพียงหามันเจอ การทำลายค่ายกลนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างยิ่ง”  “ส่วนเรื่องที่ว่ามันอยู่ที่ใด ยามนี้ข้าเองก็ยังไม่แน่ชัด เราต้องหาต่อไป”  ยิ่งพวกเขาก้าวไปข้างหน้าเท่าใด ก็ยิ่งรู้สึกว่าการหายใจยากลำบากเท่านั้น พื้นดินรอบตัวกลายเป็นสีดำไหม้ ฟ้า

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 353  

    ราชครูมองเห็นโชคชะตาของจวนหนิงกั๋วกงกระจัดกระจาย ก่อนที่มันจะรวมตัวขึ้นอีกครั้ง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย  เขายกนิ้วขึ้นคำนวณบางสิ่ง แต่เมื่อได้ผลลัพธ์ เขากลับแย้มยกริมฝีปากแล้วเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “นี่มันตัวอันใด!”  เด็กรับใช้สำนักเต๋าชุดเขียวที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายเอ่ยถาม “ท่านราชครู เป็นอันใดไปหรือขอรับ?”  ทว่าราชครูกลับตอบไม่ตรงคำถาม “ทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนมีเหตุและผลของมัน”  “มีบางเรื่องที่ข้าสามารถแทรกแซงได้ แต่บางเรื่องต้องปล่อยให้นางเป็นผู้จัดการเอง”  “นางคนนั้นมีชะตาชีวิตที่แตกต่างจากผู้อื่น เมื่อยามทุกข์ก็ทุกข์อย่างแท้จริง” “แม้ข้าจะสงสารนางเพียงใด แต่เรื่องบางเรื่องก็มีแต่นางที่ต้องเผชิญด้วยตนเอง”  เด็กรับใช้สำนักเต๋าชุดเขียวเอ่ยถาม “ท่านกำลังเอ่ยถึงชะตากรรมใดกัน? หรือว่าท่านกำลังเป็นห่วงศิษย์พี่หญิง?”  ราชครูหยิบไม้ขนไก่ข้างตัวขึ้นมาแล้วหวดลงไปที่หลังของเด็กรับใช้สำนักเต๋าชุดเขียวทันที “ผู้ใดสนใจนางกัน?!”  “ชะตาชีวิตของนางเป็นชะตาที่ต้องตาย แม้แต่มหาเทพเซียนมาเองก็ไม่อาจช่วยนางได้!”  “ตลอดหลายปีมานี้ เป็นเพราะนาง ข้าแก่ขึ้นไปตั้งเท่าใด ข้าจะไปสนใจนางเ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 352  

    ดังที่ซือเจ๋อเยว่คาดการณ์ไว้ อดีตหนิงกั๋วกงพลันกระอักเลือดออกมา  เขาเอ่ยขึ้นมาอย่างเคียดแค้น “ซือเจ๋อเยว่!”  ตลอดหลายวันผ่านมานี้ เขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรักษาโชคชะตาของจวนหนิงกั๋วกง  สมบัติวิเศษล้ำค่าที่เขาเสาะหามานานหลายปีล้วนถูกใช้ไปจนหมดสิ้น จึงจะประคับประคองไว้ได้อย่างยากลำบาก ครั้งก่อนที่ไป๋จื้อเซียนบุกเข้าไปยังห้องลับ และกลืนกินดวงวิญญาณของบรรพบุรุษคนสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็ทำให้อดีตหนิงกั๋วกงเริ่มรู้สึกถึงความสั่นคลอนของพลัง  แม้เวลานั้นสถานการณ์จะอันตราย แต่ค่ายกลใหญ่แห่งชายแดนยังไม่ถูกทำลายโดยสมบูรณ์  หากสามารถจัดการพลังที่หลงเหลือได้อย่างเหมาะสม ก็ยังสามารถต่อเวลาของโชคชะตาในจวนหนิงกั๋วกงออกไปได้อีกระยะหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เมื่อรู้ว่าซือเจ๋อเยว่และเยียนเซียวหรานออกจากเมืองหลวง เขาจึงเร่งวางแผนเพื่อกำจัดพวกเขาให้สิ้นซาก เดิมทีเขาคิดว่าหากสามารถสกัดซือเจ๋อเยว่และเยียนเซียวหรานเอาไว้ที่ด่านอวิ๋นหลิ่งได้ ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา  ทว่าเมื่อครู่ เขาได้รับสารลับจากนกพิราบส่งข่าวจากด่านอวิ๋นหลิ่ง  ข้อความในจดหมายบอกเอาไว้ว่าที่ด่านอวิ๋นหลิ่งนั้น เกิดหิมะตกหนัก

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 351  

    ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนจากบุรุษผู้ซื่อสัตย์ กลายเป็นคนหยาบกระด้างและไม่สนใจเหตุผลใด ๆ อีกต่อไป  เขาชินเสียแล้วกับสายตาของผู้คนที่มองเขาปานสิ่งสกปรก เขาใช้ชีวิตอย่างเมามายไร้จุดหมายไปวัน ๆ  แต่เมื่อวาน ยามที่ไป๋จื้อเซียนคิดจะสังหารเขา ซือเจ๋อเยว่กลับทุ่มเทสุดกำลังเพื่อช่วยชีวิตเขา  ยิ่งไปกว่านั้นแววตาที่นางใช้มองเขา ก็หาได้แตกต่างไปจากการมองคนอื่นไม่ ไม่มีแม้เพียงเศษเสี้ยวของความดูแคลน  เขาจึงรู้สึกว่าสตรีในโลกนี้ ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเช่นมารดาหรือสตรีที่เขาเคยหมายปองในอดีต  เขากระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “คุณชายสาม หลังจากเรื่องนี้จบแล้ว ท่านพอจะพาข้าไปเมืองหลวงได้หรือไม่?”  เยียนเซียวหรานรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “เจ้าคิดจะไปเมืองหลวง?”  ชื่อปาเลี่ยตอบไป “ใช่ขอรับ ข้าไม่อยากอยู่ที่ชายแดนอีกต่อไปแล้ว ที่นี่ทุกคนล้วนรู้เรื่องของข้า หากข้าไม่เลือกเป็นอันธพาลก็ต้องเป็นเพียงคนไร้ค่า” “แต่ข้าไม่อยากเป็นอันธพาลและไม่อยากเป็นคนไร้ค่า ข้าเพียงแค่อยากเป็นคนธรรมดา”  “ข้าต้องการพึ่งพาความสามารถของตนเอง มีชีวิตที่ดี และแต่งงานกับสตรีดี ๆ สักคน เพื่อใช้ชีวิตอย่างปกติสุข”  เยียนเซียวหรานเอ่ย

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 350

    คำพูดประโยคนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบรับอย่างไรเพียงแต่เขายังจับใจความสำคัญได้อย่างหนึ่ง “วันแต่งงานวันนั้นท่านก็อยากจะลูบคลำข้าแล้ว?”ซือเจ๋อเยว่กล่าวแก้ไข “ไม่ใช่ว่าอยากลูบคลำเจ้า เพียงแค่คิดว่าขาของเจ้าทั้งยาวทั้งตรง น่าดูจริง ๆ จึงอยากจะลูบสักครั้ง”เยียนเซียวหราน “...เขาคิดว่านางเป็นคนที่มีความสามารถ ไม่คิดเลยว่าจะมีความคิดแบบนี้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วซือเจ๋อเยว่กล่าวอีกครั้ง “ตอนหลังจำเจ้าได้ กลัวว่าเจ้าจะเอามีดฟันข้า ต่อให้ในใจมีความคิดมากกว่านี้ ก็ทำได้เพียงข่มเอาไว้เท่านั้น”เยียนเซียวหรานกล่าวอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ท่านทำเรื่องแบบนั้นออกมาแล้ว ไม่คิดเลยว่ายังจะกลัวข้าลงมืออีก”“ต่อให้ข้าลงมือ ก็ทำอะไรท่านไม่ได้หรอกกระมัง? เรื่องแบบนั้นอย่างไรเสียก็น่าอาย ข้าไม่สามารถบอกใครได้ ก็เหลือแค่อดทนไว้เท่านั้น”ซือเจ๋อเยว่เม้มริมฝีปากยิ้มบาง ๆ ทีหนึ่ง “พูดถูกต้อง แต่หลังจากเกิดเรื่องครั้งนั้นขึ้นเจ้าก็ดุจริง ๆ นี่นา!”เยียนเซียวหรานค้อนนางทีหนึ่ง “หากมีคนฉวยโอกาสตอนท่านไม่ระวังตัว ทำเรื่องแบบนั้นกับท่าน ท่านจะไม่โมโหหรือ?”ซือเจ๋อเยว่หดคอ “โมโหนั่นเป็นเรื่องแน่อยู่แล้ว ข้า...

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 349

    “สิ่งชั่วร้ายนั่นไม่มายังพอไหว ทันทีที่มาก็จะเอาชีวิตของพวกมันเสีย”นางมีความมั่นใจต่อค่ายกลที่ตนเองวาดมาก โดยเฉพาะในเวลานี้ พวกเขายิ่งต้องเก็บสะสมพลังงานเอาไว้เยียนเซียวหรานพยักหน้าเบา ๆ ทีหนึ่ง นอนลงไปแล้วกอดนางเอาไว้ในอ้อมกอดหลวม ๆนางเงยหน้าขึ้นหันหน้ามองเขา เขากล่าวเสียงอ่อนโยน “ท่านนอนให้สบายเถอะ รักษาสุขภาพให้ดีขึ้น เรื่องพวกนี้ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างก็ต้องพึ่งพาท่าน”นับตั้งแต่เขาสารภาพรักกับนางครั้งก่อน ตอนที่ซือเจ๋อเยว่อยู่ตามลำพังกับเขาก็มักจะมีความไม่สบายใจเกิดขึ้นบัดนี้นางคิดว่าเขาได้ช่วยชีวิตนางมาหลายครั้งแล้ว ทั้งสองคนเคยมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยามาก่อนเช่นกัน หากนางเขินอายจนเกินไปก็จะยากที่จะพูดนางคิดว่าไม่สู้ถือโอกาสในคืนนี้คุยเรื่องนี้ให้ชัดเจนไปเลยนางจึงกล่าว “คือว่า...ชีวิตของข้าในตอนนี้ผูกไว้กับเจ้า หากพูดว่าชอบเจ้าในเวลานี้ เหมือนว่ากำลังพยายามประจบเอาใจเจ้า”“ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยชอบใครมาก่อน ไม่รู้ว่าการชอบเป็นความรู้สึกแบบใด”“แต่ว่ามีข้อหนึ่งที่ข้าสามารถแน่ใจได้ ข้าไม่ได้รังเกียจที่ใกล้ชิดกับเจ้า บางทีนี่อาจจะเป็นความชอบก็ได้”“สุขภาพของข้าเป็

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status