การถ่ายเลือดในยุคปัจจุบันนั้น โดยส่วนมากจะเป็นการถ่ายส่วนประกอบของเลือดแทน ซึ่งจะแยกออกเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด เพื่อนำไปใช้กับอาการต่าง ๆเซลล์เม็ดเลือดขาวในเลือดทั้งหมดล้วนแต่เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกัน ถึงแม้ว่าจะมีหมู่เลือดที่เหมือนกันก็ตาม ทว่า ก็อาจจะเกิดการตอบสนองของภูมิคุ้มกั
บุรุษร่างสูงใหญ่พลางคุกเข่าคำนับด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด หากแต่สีหน้ากลับเจือไปด้วยความยินดี “ขอบพระทัยพระชายาอ๋องเจ็ดที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ บุญคุณในครานี้ช่างใหญ่หลวงยิ่งนัก กระหม่อมจะมิมีวันลืมเลยพ่ะย่ะค่ะ”ฉินเหยี่ยนเย่ว์แย้มยิ้มให้กับเขา “ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ทั้งแม่และลูกปลอดภัยแล้ว”“มีอีกอย
“ซวี่เอ๋อร์” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตกตะลึงไปในทันทีทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยังไม่ทันได้สติกลับมา“ข้าไม่เป็นอะไร” ตงฟางซวี่เช็ดเลือดออกจากมุมปากของนาง “ช่างเป็นคนที่เก่งกาจ แข็งแกร่งยิ่งนัก ข้ายังมิเคยพบเจอคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อนเลย”ตงฟางซวี่ขยับคอไปมาเล็กน้อย ก่อนจะหักข้อมือจนเสียงดัง
สาวใช้นางนั้นหาได้ยอมรับหรือปฏิเสธออกมาไม่ เพียงแต่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ข้าอยากจะรู้ว่าท่านมีฝีมือไปถึงขั้นไหน ทว่า พระชายาอ๋องเจ็ดทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตายิ่งนัก”ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำมือแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ผู้หญิงที่ท้องเป็นผู้บริสุทธิ์ เด็กก็เป็นผู้บริสุทธิ์เช่นกันคนผู้นี้ เพียงเพื่อ
“จุดประสงค์ของข้า เจ้าน่าจะเข้าใจ” เขาจ้องมองไปยังแหวนของนาง“เจ้าอยากได้สิ่งนี้หรือ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอดแหวนออกมา “ข้าสามารถให้เจ้าได้ แต่ข้าบอกเจ้าชัด ๆ ได้เลยนะ ว่าของสิ่งนี้มีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถใช้ได้”“จริงหรือ?” เขายื่นมือออกมาฉินเหยี่ยนเย่ว์วางแหวนลงในมือของเขาโดยไม่ลังเลดูเหมือนเขาคา
“ได้” มือสังหารนำเสื้อผ้าของสาวใช้ที่เอามาจากที่ไหนสักแห่งโยนให้นางฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอดเสื้อคลุมออกอย่างเอาจริงเอาจัง ครั้นกำลังจะพับมัน มือก็หยุดชะงัก “ท่านมือสังหาร เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้ามีนามว่าอะไร?”มือสังหารหรี่ตาลง“ในเมื่อข้าต้องตามเจ้าไป เอาแต่เรียกเจ้าว่าท่านมือสังหารไม่ได้กระมัง? เจ้า
รถม้าวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก ไม่รู้ว่าวิ่งไปนานเท่าใดแล้วยิ่งฟ้ามืด อากาศก็ยิ่งหนาวเดิมทีนางที่ขี้หนาวอยู่แล้ว ครั้นถูกความหนาวเย็นโจมตี จึงขดตัวเป็นก้อน“เจ้าจะพาข้าไปที่ใด?” หลังจากผ่านไปนาน นางก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “โรงฆ่าสัตว์? ห้องลับ? ตลาดค้ามนุษย์?”นางคิดถึงความเป็นไปได้ต่
“เทพพิษรึ? ฮ่าฮ่า ล้วนเป็นชื่อที่คนน่าเบื่อบางคนตั้งให้” ไป๋หลินยวนกล่าวนี่เท่ากับการยอมรับแล้วฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอนหายใจคนเหล่านี้รอบข้างนางไม่มีใครธรรมดาเลย แม้แต่อสรพิษที่นางพบโดยบังเอิญล้วน ก็ยังเป็นคนวิปริตในตำนานทั้งนั้น“นี่ แม่นางฉิน” เสียงของไป๋หลินยวนแผ่วเบา “เมื่อครู่ ข้ารู้สึกเหมือนว่าท่
“ศิษย์พี่ไม่รู้”“เขาเองก็เป็นศิษย์ของนักพรตเต๋าเทียนหลิงเหมือนกัน” ตงฟางหลีพูด“ท่านโง่หรือเปล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดอย่างขุ่นเคือง “ศิษย์พี่มิใช่ผู้ที่ปรับตัวกับหินจันทราได้เสียหน่อย ต่อให้ได้แหวนไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ ย่อมไม่มีทางเข้าใจพวกนี้”ตงฟางหลีครุ่นคิด พลั
ตงฟางหลีเลิกคิ้วขึ้นสูงนัยน์ตาน่ามองเปล่งประกายแสงดาวระยิบระยับหากทำเช่นนั้นแล้วสามารถมาถึงที่แห่งนี้ได้ สามารถมองเห็นนางได้ เขาจะต้องทำให้มากขึ้นถึงจะถูกต้องฉินเหยี่ยนเย่ว์มองสีหน้าของเขา ก็รู้แล้วว่าเขากำลังคิดเรื่องไม่ดีอันใดอยู่นางหยิกใบหน้าหล่อเหลาของเขา “ท่านเพลา ๆ ลงหน่อย อย่าเอาแต่คิดเรื
การตกแต่งแปลกประหลาดยิ่ง และทั้งหมดเป็นของที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน“พี่เจ็ด ท่านใช้ได้เลยนี่เพคะ” ช่วงเวลาที่กำลังตื่นตะลึงอยู่นั้น เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นตงฟางหลีรีบหันไปมอง เห็นเพียงฉินเหยี่ยนเย่ว์นั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าบึ้งตึง“ท่านลงมือกับหม่อมฉันที่อยู่ในสภาพนั้นได้อย่างไร?” นางขบเขี้ยว
ตงฟางหลีอุ้มฉินเหยี่ยนเย่ว์กลับไปที่เตียงฉินเหยี่ยนเย่ว์ดูเหมือนจะตกใจกลัว ขณะที่ร้องไห้ก็พลางส่ายหน้าเฮยตั้นคิดว่าตงฟางหลีกำลังรังแกนาง ขนตั้งชัน และส่งเสียงขู่คำรามออกมาจากในลำคอมันจ้องเขม็ง พร้อมที่จะโจมตีตงฟางหลีได้ทุกเมื่อ“เฮยตั้น เจ้าอย่ามายุ่ง นี่เป็นเรื่องของพวกเราสองคน ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
ตงฟางหลีรู้สึกไปไม่ถูกเล็กน้อยยังไม่ถึงเวลาอย่างที่คิด และเหยี่ยนเย่ว์ก็ยังไม่ฟื้นตัวดีด้วยตงฟางหลียังมีเรื่องที่ต้องทำเขาเอนตัวนอนอยู่สักพักหนึ่ง อยากจะออกไปอย่างเงียบ ๆทันทีที่ออกไป ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก็แสดงสีหน้าน้อยใจสีหน้าที่แสดงออกมานั้น ตงฟางหลีก็ไม่มีทางรับมือได้เลย“เหยี่ยนเย่ว์ รอเจ้าตื่น
ดวงตาของตงฟางหลีเบิกกว้างปรากฏน้ำค้างจาง ๆ และความอบอุ่นเล็กน้อยฉินเหยี่ยนเย่ว์เป็นเหมือนเด็กทารกที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย ทั้งโง่เขลาและน่ารักนางสัมผัสใบหน้าของตงฟางหลี ราวกับว่าได้รับของเล่นสนุก ๆ“เหยี่ยนเย่ว์!” ใบหน้าของตงฟางหลีเปลี่ยนเป็นมืดทะมึนยัยหนูคนนี้ แม้นสภาพจิตใจจะกลายเป็
ในที่สุดตงฟางหลีก็สงบลง และพูดคุยกับฉินเหยี่ยนเย่ว์อยู่สักพักในคราแรกฉินเหยี่ยนเย่ว์อยู่เฉย ๆ ก็น่ารัก ไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไรภายใต้การชี้นำอย่างอดทนของเขา นางจึงมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจับความหมายของคำง่าย ๆ บางคำได้อย่างรวดเร็วราวกับเป็นเด็กที่กำลังพูดอ้อแอ้ตงฟางหลีรู้สึกว่าวิธีการของลู่จิ
“นี่ก็พูดยาก” ลู่จิ้นกล่าว “แต่ข้าคิดว่านี่ไม่เกี่ยวอะไรกับความทรงจำ”“เจ้าไม่สามารถพูดได้หรอกว่า ถ้าใบไม้ของต้นไม้ร่วงหล่น และในปีหน้าใบใหม่เติบโต ต้นไม้นี้จะกลายเป็นต้นไม้อีกต้นหรือไม่? รูปลักษณ์ในตอนนี้ของศิษย์น้องหญิงก็เหมือนกับเป็นต้นกล้าใหม่ เมื่อต้นกล้าค่อย ๆ เติบโตขึ้น ศิษย์น้องหญิงก็ยังคงเป
ลู่จิ้นเอาพู่กันแตะปลายคาง ราวกับกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจัง “ข้ามีชีวิตเกินร้อยปีแล้ว ยังไม่เคยพบเห็นสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย”ตงฟางหลีหัวเราะเยาะ “ร้อยปีกว่านี้ท่านใช้ชีวิตไร้ประโยชน์เช่นสุนัขมาตลอดหรือ?”ใบหน้าของลู่จิ้นซีดลงทันใด “เจ้าเจ็ด เจ้ากำลังหาเรื่องใช่หรือไม่? ถ้าเจ้ามีความสามารถก็มาอธิบา