โมโหมาก แต่ก็โต้เถียงไม่ได้ คำพูดอ่อนโยนและเป็นมิตรที่เตรียมมาเต็มท้อง ยังไม่ทันได้พูดออกมาสักคำ ก็ถูกบังคับให้หุบปากแล้วเพิ่งตั้งครรภ์ ก็อยากถีบนางที่เป็นแม่คนนี้ทิ้งแล้ว?เป็นนังหนูที่ไร้มโนธรรมจริงๆเด็กในท้องเป็นชายหรือหญิงยังไม่รู้ ก็เย่อหยิ่งเช่นนี้แล้ว วันข้างหน้าหากคลอดออกมา ตัวจะไม่ลอยไปอยู่บนฟ้าหรือ?ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง บุญคุณเลี้ยงดูของนางอันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้!“ไป” นางอันหันหน้า กล่าวกับหมอมอที่อยู่ข้างๆ “เจ้าปล่อยข่าวออกไปข้างนอกทุกวัน บอกว่าพระชายาอ๋องเฉินกับนางอันแม่ของนาง ความรักแม่ลูกลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ดีมาก แม่เมตตาลูกกตัญญู พยายามชมในแง่ดีที่สุด”หมอมอตะลึงงันครู่หนึ่ง“อี๋เหนียง นี่…ในความเป็นจริงพระชายาอ๋องเฉินไม่ได้ดีกับท่านเลย และยังดื้อรั้นมาก มักจะโต้เถียงท่าน…”“เจ้าจะไปเข้าใจอะไร” นางอันหรี่ตา มีประกายของกลอุบายในแววตาวิธีนี้เรียกว่า สวมหมวกสูงชมฉู่เชียนหลีก่อน ให้ทุกคนคิดว่านางเป็นลูกกตัญญู รู้จักทดแทนบุญคุณ เป็นเด็กดี เคารพมารดา ในวันข้างหน้า หากฉู่เชียนหลีไม่เชื่อฟังนาง ก็เท่ากับหมิ่นชื่อเสียงที่ดีงามนี้ถึงเวลา ราษฎรทั้งเมืองหลวงจะ
คนทั้งกลุ่มเข้ามาอวยพร หลังจากเสนอหน้าพอแล้ว ก็เปลี่ยนคนกลุ่มใหม่มา ทุกคนพูดในทำนองเดียวกัน ฉู่เชียนหลีฟังอย่างเกียจคร้าน ตอบรับคำสองคำเป็นระยะหลิงเชียนอี้ก็มาเช่นกัน“สวัสดีน้าสะใภ้! แล้วเจอกันน้าสะใภ้!”เมื่อทักทายเสร็จ ก็สับขาวิ่ง พริบตาเดียวก็ไม่เห็นคนแล้วพลันฉู่เชียนหลีหันไปมอง อวิ๋นอิงที่เมื่อครู่ยังอยู่ ถูกลักพาตัวไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้นางส่ายศีรษะ “ผู้หญิงเมื่อโตแล้วรั้งไม่อยู่จริงๆ”เยว่เอ๋อร์ปิดปากยิ้มอย่าสวยงาม มุมปากหุบไม่ลงแล้ว “พระชายา ข้ารู้สึกว่าท่านอ๋องน้อยกับอวิ๋นอิงเหมาะสมกันมาก ท่านโหวน้อยดื้อเช่นนั้น ส่วนอวิ๋นอิงก็วรยุทธ์ดีมาก เหมือนกับจอมยุทธหญิงท่องยุทธภพคนหนึ่ง ต้องสามารถสยบท่านอ๋องน้อยได้อย่างแน่นอน!”จินตนาการเห็นภาพที่ท่านโหวน้อยเคารพเชื่อฟัง และคล้อยตามอวิ๋นอิงทุกอย่างในอนาคตแล้วแค่นึกถึงภาพนั้น ก็ยิ้มจนหน้ากระตุก“พระชายา”จุดที่ไม่ไกลนัก หานเฟิงเดินเข้ามา เขาสวมชุดจิ้นจวงสีดำ มือถือกระบี่ ท่าทางที่สูงใหญ่และสุขุมมีส่วนคล้ายอ๋องเฉินสามส่วนเขาคำนับแล้วกล่าว “ข้าน้อยรับคำสั่งจากนายท่าน ลาดตระเวนความปลอดภัยจุดต่างๆ ของจวนอ๋อง ข้าอยู่ทุกเมื่อ
แน่นอนว่าฉู่เชียนหลีเข้าใจองค์ชายใหญ่ตายไปแล้ว ตำแหน่งรัชทายาทว่างอยู่ องค์ชายทั้งหกภายในเป็นพี่น้องที่กลมเกลียวกัน แต่ล้วนมีความคิดเป็นของตัวเอง จ้องราชบัลลังก์ตาเป็นมันเด็กคนนี้ นางจะต้องปกป้องเอาไว้เป็นอย่างดี“พี่อวี๋ พี่กับพี่สี่แต่งงานกันมานานขนาดนี้แล้ว ไม่อยากจะมีลูกสักคนหรือ?” นางถามอย่างประหลาดใจเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ พระชายาอ๋องติ้งอดไม่ได้ที่จะกลอกตา“เจ้าอ้วนที่ไม่เอาไหนคนนั้นพูดว่าเงินเดือนแต่ละเดือนยังไม่พอยาไส้ จะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงลูก? รอให้พวกเราอายุสี่สิบก่อนค่อยมี”“หมอหลวงกล่าวว่า ผู้หญิงมีลูกก่อนสามสิบปีห้าก็พอ พวกเราจึงไม่รีบร้อน”สองสามีภรรยานับถือศาสนาพุทธ“แต่ว่าความรู้เกี่ยวกับด้านตั้งครรภ์ของผู้หญิง ข้าก็เข้าใจไม่น้อย” พระชายาอ๋องติ้งนั่งหลังตรงขึ้น ประสานนิ้วมือ กำชับกับตนเอง“เสียวฉู่ ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ช่วงสามเดือนแรกเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด จะต้องเลิกนิสัยที่ไม่ดี เลิกนอนดึกกินของเผ็ดร้อน เลิกร่วมรัก รอจนกว่าจะถึงเดือนที่สี่ถึงเดือนที่หก...”นางค่อย ๆ พูดทีละข้อ ๆ แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยไม่เคยมีลูก แต่กลับเข้าใจกว่าคนที่เคยมีลูกมากเลยทีเดียว
ในขณะที่พูด หางตานางก็เหลือบไปเห็นอ๋องอันที่อยู่บริเวณไม่ไกลนัก รีบก้มหน้าลงไป หลังจากรีบร้อนพูดไม่กี่ประโยค ก็รีบออกไปอย่างรวดเร็วอ๋องอันเห็นแล้ว ไม่ได้สนใจที่จะทักทายฉู่เชียนหลี ทิ้งผู้ติดตามของตนเอง รีบเดินตามฉู่หงหลวนไปหลังจากอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายฉู่พูดไม่กี่ประโยค ก็ออกไปเช่นกันฉู่เชียนหลีสังเกตเห็นฉากนี้จึงหรี่ตา“หลายวันมานี้เจ้าไม่ได้ออกนอกเรือน มีบางเรื่องอาจจะยังไม่รู้” พระชายาอ๋องติ้งยื่นมือทั้งสองข้างออกไปผิงไฟ กล่าว “เจ้าหกเขาไปสู่ขอถึงจวนอัครมหาเสนาบดีฉู่ แต่ถูกปฏิเสธ”“อย่างนั้นหรือ?” ฉู่เชียนหลีมีความสนใจขึ้นมาทันทีอ๋องอันชอบฉู่หงหลวน? แม้ว่าฉู่หงหลวนจะเคยเป็นผู้หญิงขององค์ชายใหญ่มาก่อน ก็ยินดีแต่งงานด้วย?ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ ฉู่หงหลวนปฏิเสธเป็นเพราะไม่ชอบอ๋องอัน หรือว่าเป็นวิธีการปฏิเสธทางอ้อม?พูดตามหลักแล้ว คนเคยแต่งงานอย่างฉู่หงหลวน ชื่อเสียงเสียหาย ยากมากที่จะได้แต่งงานเป็นครั้งที่สอง อ๋องอันอยากสู่ขอนาง ตามหลักแล้วนางจะดีใจถึงจะถูก ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ดูท่าจะเป็นการจงใจเสแสร้ง เพื่อกระตุ้นความอยากของอ๋องอันวิธีการหลักแหลมไม่เบานางลูบท้อง “ป
คำพูดแปดคำนี้ยังไม่ทันได้โพล่งออกไป ก็พูดว่าเด็กในท้องของนางจะต้องเป็นลูกสาว? หรือว่าฉู่เจียวเจียวนางให้กำเนิดลูกชายได้?เมื่อพูดประโยคนี้ ฉู่เชียนหลีก็ไม่พอใจแล้วฉู่เชียนหลีแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “พี่สาม ท่านกับท่านอ๋องหลีแต่งงานกันมานานขนาดนี้แล้ว มือก็ยังไม่เคยได้จับ จะตั้งท้องเร็วขนาดนี้เลยหรือ? พวกท่านสืบพันธุ์โดยที่ไม่ต้องมีสัมพันธ์กัน?”“...”รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่เจียวเจียวชะงักไป อับอายอย่างเห็นได้ชัด แต่รอยยิ้มก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “เกรงว่าน้องสาวจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป ความสัมพันธ์ของข้ากับอ๋องหลีดีมาก”ในขณะที่พูด นางก็เอียงศีรษะ ซบลงไปบนแขนของชายหนุ่มเบา ๆ เงยใบหน้าเล็กที่สวยงามขึ้น จ้องมองชายหนุ่ม ใบหน้าราวกับดอกไม้“ใช่หรือไม่ ท่านอ๋อง?”นางยิ้มหวานมากในรอยยิ้มที่หวานหยาดเยิ้มนี้ ราวกับแฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้งบางอย่างสีหน้าของเฟิงเจิ้งหลีกลับดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ดูแย่ เม้มริมฝีปากบาง ใบหน้าไม่ได้มีอารมณ์ใด ๆ มากกว่านั้น สงบนิ่งราวกับน้ำที่ไร้คลื่นอยากจะชักมือออก ในหัวก็มีคำพูดของฉู่เจียวเจียวดังก้องขึ้นในหัว‘ท่านอ๋อง ท่านสังหารองค์ชายใหญ่ เ
ฉู่เจียวเจียว ‘ข้า’ อยู่ครึ่งวัน ถูกฉู่เชียนหลีดักคอเอาไว้ได้ทุกครั้ง ‘ข้า’ พูดเหตุผลออกมาไม่ได้ โมโหจนสีหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม มือทั้งสองข้างกำแน่นน่าชิงชัง!สาปแช่งลูกของนางก็พอทนแล้ว ยังสาปแช่งให้นางตายทั้งสองแม่ลูก เหตุใดหัวใจของฉู่เชียนหลีถึงได้น่าสะอิดสะเอียนเช่นนี้?“ท่านอ๋อง ท่านดูนางสิ!”นางดึงมือของเฟิงเจิ้งหลี กระทืบเท้าด้วยความโมโห แฝงด้วยความออดอ้อน อยากจะให้อ๋องหลีทวงความยุติธรรมให้นางเฟิงเจิ้งหลีไม่ได้อยากจะพูดมาก“อ๋องเฉินมาแล้ว ข้าขอไปทักทายเสียหน่อย”พูดจบ เขาชักมือออกอย่างไม่ไยดี สาวเท้าเดินออกไปไม่ได้เข้าข้างฉู่เชียนหลี แล้วก็ไม่ได้ปกป้องฉู่เจียวเจียวเช่นกัน ทำตัวเป็นกลาง ปลีกตัวเดินออกไปหาที่สงบในความเป็นจริง ฉู่เจียวเจียวเถียงไม่ชนะฉู่เชียนหลี การเมินเฉยของเขาเท่ากับว่าเป็นการเข้าข้างฉู่เชียนหลีฉู่เจียวเจียวโมโหไม่น้อย กัดฟันเงินจนเกือบแตกละเอียดเขาไปทั้งแบบนี้หรือ?ทิ้งนางไว้ไม่สนใจงั้นหรือ?ไม่มีความอดทนขนาดนี้เลยหรือ?หรือว่าเขาไม่กลัวว่านางจะโพล่งเรื่องที่เขาฆ่าองค์ชายใหญ่ออกไปงั้นหรือ?“พระชายา ดื่มน้ำชา” เยว่เอ๋อร์ยกน้ำชามาให้ แล้วก็ยกมาให้
ถ้าหากอ๋องติ้งเป็นอะไรไป นางก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้บรรดาแขกเหรื่อสังเกตเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติ ต่างพากันเดินไปทางห้องครัว“เพลิงไหม้รุนแรง รีบไปดูเร็วเข้า!”“ได้ข่าวว่าท่านอ๋องติ้งถูกขังอยู่ในเปลวเพลิงรุนแรง เกรงว่าจะถึงแก่ชีวิต!”“เร็วเข้า!”ทันทีที่ฉู่เชียนหลีร้อนใจ ท้องน้อยก็กระตุกทีหนึ่ง “ซี้ด——““พระชายา ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”“หลีก!” เฟิงเย่เสวียนฝ่าฝูงชนที่วุ่นวาย วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จับมือทั้งสองข้างของฉู่เชียนหลี ประคองนางไปนั่งอย่างระมัดระวัง“เจ้าอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด มีข้าอยู่ ไม่มีทางเกิดเรื่องขึ้นแน่!”กล่าวอย่างรวดเร็ว “หานเฟิง เจ้าไปอพยพแขกเหรื่อ พาคนไปดับไฟ บอกพวกเข้าอย่าอยู่รวมกันเป็นก้อน ป้องกันการเกิดการบาดเจ็บซ้ำซ้อน!”“ขอรับ!” หานเฟิงรับคำสั่ง รีบไปจัดการ“หานอิ๋ง!”หานอิ๋งเองก็รีบเดินทางมาอย่างรวดเร็ว“เจ้าอยู่ที่นี่ เฝ้าพระชายาเอาไว้อย่าให้ห่างแม้แต่ก้าวเดียว ห้ามเกิดข้อผิดพลาดใด ๆ!” เฟิงเย่เสวียนกำชับเสียงเข้มเสร็จ ก็รีบไปจัดการกับเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นทันทีเกิดเพลิงไหม้เรื่องเล็ก ถ้าหากเกิดมีใครถึงแก่ความตาย เช่นนั้นก็คงจัดก
ทุกคนถึงได้สังเกตว่าพระชายาหายไปแล้วหานอิ๋งวิ่งเข้ามา ประหลาดใจ และมีความตื่นตระหนกเล็กน้อย “เมื่อครู่พระชายายังนั่งอยู่ตรงนี้...เหตุใดจู่ ๆถึงหายตัวไป?”เฟิงเย่เสวียนสีหน้าอึมครึมขึ้นมาทันที สีหน้าหมองคล้ำราวกับถ่านไม้ สายตาที่เย็นเยือกมองตรงไปยังหานอิ๋ง“ข้าให้เจ้าปกป้องนางเอาไว้ให้ดีไม่ใช่หรือ!”หานอิ๋งตกใจ“นายท่าน ข้า...เมื่อครู่นี้ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ล้มหัวแตก ข้าน้อยไปช่วยทำแผลให้นาง ตอนที่ข้าเดินออกไป เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพระชายายังอยู่ ข้ายังกำชับให้พระชายาอย่าเดินไปไหน เป็นนางที่จงใจเดินไปเอง ชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย...โอ๊ย!”เพียะ!จู่ ๆ เสียงฝ่ามือที่แหวกอากาศก็ดังก้องขึ้น ความเย็นเยือกที่แผ่ซ่านออกมา ทำให้ทุกคนทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้นตัวสั่นเทา สีหน้าแข็งทื่อ ไม่กล้าหายใจเสียงดังฉู่เชียนหลีหายตัวไปแล้วเพลิงไหม้ครั้งนี้ ไม่ใช่อุบัติเหตุ...ฤดูหนาวอันเย็นเยียบ เสียงน้ำไหลจ๊อก ๆ ลมที่ปะทะผิวน้ำเหมือนกับมีดที่ไร้รูปร่าง หนาวเย็นยะเยือกเข้ากระดูก เหมือนกับว่าจะกรีดใบหน้าจนมีเลือดออกตอนที่ฉู่เชียนหลีฟื้นขึ้นมา เป็นริมคูน้ำรอบนอกเมืองนางนอนอยู่บนพื้น มือทั้งสองข้า
ศาลาพักม้า“ชิงอวี่ ไม่ต้องกลัวนะ เสด็จแม่อยู่นี่ เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร…ท่านหมอ จะต้องรักษาเขาให้หายนะ! ขอร้อง!”ฮองเฮาหนานยวนจับมือของจวินชิงอวี่ลูกชายคนที่สามไว้แน่น มองใบหน้าที่ซีดเผือกของลูกชาย พึมพำอย่างปวดใจหมอกำลังรักษาอย่างเต็มที่จวินลั่วยวนยืนอยู่ตรงประตู กัดฟันกล่าวเสียงเบา“ก็แค่เป็นไข้ ไม่ตายสักหน่อย ตั้งแต่เล็กจนโตอาการของเขาเคยกำเริบครั้งนับไม่ถ้วน มีอะไรต้องกังวล?”เมื่อซวงซวงได้ยิน รีบก้มหน้าอย่างหวาดกลัว“ข้าถูกฉู่เชียนหลีตบหน้าต่อหน้าผู้คน เสด็จแม่ไม่ช่วยข้า เสด็จพี่สามแค่เป็นลม ก็กังวลเช่นนี้แล้ว ดูเหมือนนางจะให้ความสำคัญผู้ชายมากกว่าผู้หญิง”“ไม่ยุติธรรมเลย แม่ที่ลำเอียงเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับแม่เลี้ยงของข้า”ซวงซวงหวาดกลัว“องค์หญิง…”จวินลั่วยวนหันไป จู่ๆ ใบหน้าน้อยที่งดงามก็บิดเบี้ยว “หรือข้าพูดผิด?”ซวงซวงจับแขนเสื้อของตัวเองอย่างตื่นตระหนกรับใช้องค์หญิงสิบกว่าปี นางเป็นคนสนิทขององค์หญิง ก็เพราะเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าไปพูดอะไรข้างนอก หลายครั้งที่องค์หญิงอยู่ต่อหน้านาง จึงพูดจาไม่คิดเมื่อนางได้ยินก็เก็บไว้ในใจ ไม่กล้าไปพูดกับคนอื่นนางก้มหน้ากล่าว
จวินลั่วยวนพูดโกหกหน้าตาย ฉวยโอกาสใส่ความฉู่เชียนหลีด้วยคำพูดที่ไม่น่าฟังต่างๆ“อ๋องเฉินไม่สามารถทำให้เจ้าพอใจหรือ?”“เจ้าเป็นแม่ที่มีลูกถึงสองคนแล้ว ไม่รู้จักคำว่า ‘ยางอาย’ เลยหรือ?”“เจ้าสำส่อนจัง!”สายตายฉู่เชียนหลีเย็นลง เดินไปที่ตรงหน้านางจู่ๆ ก็เข้าใกล้กลิ่นอายอันเย็นเยียบพุ่งเข้ามากะทันหัน ทำเอาจวินลั่วยวนแน่นหน้าอก ถอยหลังครึ่งก้าวอย่างไม่สามารถควบคุม หลังจากตั้งสติได้ สีหน้าบูดบึ้งทันทีนางกลัวฉู่เชียนหลีได้อย่างไร?ไม่!เป็นไปไม่ได้!ฉู่เชียนหลีจ้องนาง “เสด็จพี่สามของเจ้าป่วยหนัก เขาขอให้ข้าช่วย ข้าจึงแสดงความเมตตา ประคองเขาไปที่โรงหมอ ถ้าหากเจ้าคิดว่าข้ามีเจตนาไม่ดี ข้าไม่สนใจเขาก็สิ้นเรื่อง”เมื่อสิ้นเสียง เดินไปที่ข้างกาย คลายจุดชีพจรที่สกัดไว้เมื่อครู่“อ่า!”ทันใดนั้น ลมปราณของเขาไหลเวียน สีหน้าเปลี่ยนฉับ อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาคว้าคอเสื้อของตัวเองอย่างเจ็บปวด หอบหายใจอย่างทรมานเมื่อจวินลั่วยวนเห็นแล้วเลิกคิ้ว“เจ้าช่วยเขา? น่าขำ เห็นได้ชัดว่าเจ้าพิศวาสในความงามของเขา”นางสั่งให้ซวงซวงเขียนจดหมายให้เสด็จพี่สาม คิดไม่ถึงว่าเสด็จพี่สาม
“อ่า…”ชายคนนั้นล้มอยู่บนพื้น สองมือกอดร่างกายตัวเองแน่น ใบหน้าที่ละเอียดละออจนยากจะแยกออกว่าเป็นเพศใดแดงก่ำ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทรมานดวงตาหงส์ที่เรียวยาวพร่ามัว เจ็บจนแทบไม่มีสติแล้วฉู่เชียนหลีขมวดคิ้ว ตรวจชีพจรเขาครู่หนึ่งตัวร้อนจนหน้าตกใจชีพจรยุ่งเหยิงและอ่อนมากถูกพิษ แต่ก็ไม่เหมือนถูกพิษ ไข้สูง แต่ก็ไม่เหมือนไข้สูง ป่วย แต่ก็ไม่เหมือนป่วย รักษาคนมาหลายปี เพิ่งเคยพบอาการแปลกๆ เช่นนี้ครั้งแรกหลังจากครุ่นคิด ทำได้เพียงสกัดจุดชีพจรที่สำคัญต่างๆ ของเขา“ช่วย…ช่วยข้า…”เขาเจ็บมาก มีเส้นเลือดสีฟ้าปูดขึ้นที่หน้าผากเขาคว้าข้อมือของฉู่เชียนหลีไว้มือของเขาร้อนมาก!ดวงตาแดงก่ำฉู่เชียนหลีเม้มริมฝีปาก กวาดมองซ้ายขวา เมื่อเห็นมีโรงหมอที่ท้ายถนน ก็รีบประคองเขาขึ้นมาเตรียมตัวส่งคนไปที่โรงหมอ แต่เนื่องจากรูปร่างของเขาสูงใหญ่และหนักมาก กว่าจะลุกขึ้นได้ น้ำหนักตัวเขาก็ล้มทับไปทางฉู่เชียนหลีทั้งหมดหนึ่งร้อยกว่าชั่ง ทับจนฉู่เชียนหลีล้มลงบนพื้นทันทีปัง!ฉู่เชียนหลีอยู่ข้างล่าง เขาอยู่ข้างบนบนถนน ท่าทางที่เป็นจุดเด่นของคนทั้งสอง ดึงดูดผู้คนไม่น้อยทันที มีชาวบ้านคนหนึ่งยิ
สงครามนำไปสู่ความวุ่นวายพริบตาเดี๋ยวก็ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว“รายงาน…”ทหารส่งสารวิ่งเข้าตำหนัก คุกเข่าอยู่บนพื้น กล่าวรายงานด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว “ทูล ทูลฝ่าบาท เมืองเจียหนาน…ถูกยึดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”สีหน้าของเหล่าขุนนางเปลี่ยนฉับพลันบนราชบัลลังก์ เฟิงเจิ้งหลีได้ยินข่าวนี้ สีหน้าสงบ เรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเงียบหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง จึงจะกล่าวอย่างเรียบเฉย“ฮืม”ทหารส่งสารหวาดกลัว กองทัพของอ๋องเฉินมาอย่างดุดัน และโจมตีกะทันหัน บุกโจมตีอย่างดุเดือด เมืองเจียหนานต้านไม่ไหว แค่คืนเดียวก็ถูกยึดแล้วเหล่าขุนศึกกล่าวอย่างร้อนใจ“เมืองเจียหนานขุดเหมืองมากมาย แร่เหล่าหลายหมื่นชั่งล้วนอยู่ที่นั่น หากไม่มีแร่เหล็ก อาวุธของเราก็จะลดลงอย่างมาก เมื่อเกิดการสู้รบ ก็เหมือนกับแม่ครัวไม่มีข้าวให้หุง…”ไม่มีอาวุธจะได้อย่างไร?“เหตุใดอ๋องเฉินโดดข้ามสองเมือง โจมตีเมืองเจียหนานกะทันหัน?”“ไม่มีเหตุผลเลย!”“ใช่”“เมืองมากมายไม่โจมตี ดันไปโจมตีเมืองเจียหนานกะทันหัน…”เหล่าขุนนางเจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า ถกเถียงเรื่องนี้กันเบาๆ คนละหนึ่งประโยค บรรยากาศวุ่นวายไปหมดเฟิงเจิ้งหลีหลุบตาเล็กน้อย
พลันจวินลั่วยวนแน่นหน้าอก เมื่อเห็นเสด็จแม่ทำหน้าจริงจัง รีบอธิบายทันที“เสด็จแม่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…ข้า ข้า…”“ข้าทุ่มเทให้เจ้าทั้งกายและใจ ทุกอย่างที่ทำไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนเลย”นางรัก ‘ลูกสาว’ คนหนึ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดมากเช่นนี้ ลองถามใจตัวเองดู นางรู้สึกว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้วเพราะหาลูกสาวแท้ๆ ไม่เจอเพราะรู้สึกผิดดังนั้นจึงยิ่งดีกับจวินลั่วยวนมากๆ หวังเพียงสิ่งที่ตัวเองทำด้วยใจ จะสามารถทำให้สวรรค์ซาบซึ้ง ประทานพรทั้งหมดให้ลูกสาวแท้ๆ หวังว่าลูกสาวแท้ๆ อยู่ในสถานที่ที่นางไม่รู้จัก ก็มีแม่คนหนึ่งที่ดีกับนางเช่นนี้“เสด็จพ่อของเจ้ารักเจ้า พี่ชายทั้งสามของเจ้าตามใจเจ้าทุกอย่าง ทุกคนล้วนเอาเจ้าเป็นที่ตั้ง ทั้งแคว้นหนานยวนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า หรือข้ายังดีกับเจ้าไม่พออีก?”ฮองเฮาหนานยวนกล่าวอย่างปวดใจช่างเถอะพูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์เป็นเพราะพวกเขาปกป้องยวนเอ๋อร์ดีเกินไป ส่งผลให้นางอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ยังไม่มีความสามารถในการดูแลตัวเอง และไม่เข้าใจสัจธรรมทางโลกอย่างไรก็เป็นลูกที่นางเลี้ยงมากับมือสิบเจ็ดปี โทษลูกสาวไม่ลง ถอนหายใจแล้วกล่าว“กลั
“ความงามของค่าพังหมดแล้ว!”“ข้ากลายเป็นคนอัปลักษณ์แล้ว!”“ข้าจะฆ่าเจ้า! อ๊ะ!”จวินลั่วยวนนั่งอยู่บนพื้น กรีดร้องถีบเท้างอแงเหมือนเด็กคนหนึ่ง มือทั้งสองข้างก็ทั้งโบกทั้งเหวี่ยงท่าทางที่ป่าเถื่อนนั่น ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เรื่องราวบานปลายไม่นาน ฮองเฮาหนานยวนมาแล้ว“เสด็จแม่!”เมื่อจวินลั่วยวนเห็นมารดา ก็ปล่อยโฮร้องไห้ทันที “เสด็จแม่ ท่านต้องแก้แค้นให้ยวนเอ๋อร์นะเพคะ พระชายาอ๋องเฉินตีหน้าข้า นางอิจฉาความงามของข้า นางจะทำลายโฉมของข้า!”“ข้ากลายเป็นคนอัปลักษณ์แล้ว ทำอย่างไรดี อ๊ะ! ข้าไม่อยากเป็นคนอัปลักษณ์! ฮือๆ…”นางกล่าวทั้งน้ำตาฮองเฮาหนานยวนยกคางของจวินลั่วยวนขึ้น เมื่อดูอย่างละเอียดบนผิวหนังบริเวณแก้มมีรอยขีดข่วนเล็กๆ และมีเลือดออกเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ไม่มีบาดแผลอื่นนางดูจนคิ้วขมวด“ยวนเอ๋อร์!”แผลแค่นี้ ร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตาย ทำเอาคนทั้งทำเนียบเจียงหนานวุ่นวายไปหมด ไม่สมกับเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นเลยทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะจวินลั่วยวนกำลังเสียใจ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว“ข้าไม่สวยแล้ว! ใบหน้าของข้าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เสด็จแม่ ท่านต้องออก
หลังจากกล่าวจบ ในความมืด เสียงลมหายใจของเฟิงเย่เสวียนแรงขึ้นแรงน้อย“ครึ่งปีมานี้ เขาดีกับเขา และดีกับจื่อเยี่ยมาก ไม่เคยทำร้ายพวกเราเลย ตอนข้าเลือกที่จะหักหลังเขา ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจรู้สึกผิดอย่างน่าประหลาด”ฉู่เชียนหลีจับหน้าอก อธิบายความรู้สึกนี้ไม่ถูก“ถ้าหากเจ้าได้รับชัยชนะของจุดจบ ไม่ฆ่าเขาได้หรือไม่? ทำให้เขาพิการก็ได้ กักบริเวณทั้งชีวิตก็ได้ ข้าไม่อยากให้เขาตายเพราะทำดีกับข้า”สายตาเฟิงเย่เสวียนเคร่งขรึม มือที่วางอยู่บนเอวของนางกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังข่มอารมณ์แต่แค่สองวินาที ก็คลายมือออกอย่างเงียบๆ เปล่งเสียงออกมาจากลำคอแค่คำเดียว“อืม”ทั้งคืนไร้คำพูดวันรุ่งขึ้นฉู่เชียนหลีเพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จ มีเสียงที่เกรี้ยวกราดดังขึ้นจากนอกประตู“ฉู่เชียนหลี!”จวินลั่วหยวนสีหน้านางดูโกรธมาก เดินปรี่เข้ามา ไฟโทสะทั้งหมดมุ่งเป้ามาที่ฉู่เชียนหลีสาวใช้เสียวอู่เข้าไปขวางทันที“เจ้าออกไปก่อน” ฉู่เชียนหลีเงยหน้ามองผู้มา “มีอะไร?”จวินลั่วหยวนกล่าวด้วยความโกรธ“ข้าเจ็บที่หน้า ยังไม่ทันมาหาเรื่องเจ้า แต่เจ้ากลับกล้าส่งคนออกไปปล่อยข่าวลือที่ข้างนอก ทำลายชื่อเสียงข
จะไม่ขอพบอีก…อวิ๋นอิงกล่าวอย่างเด็ดขาดเด็ดเดี่ยว เฉียบขาดไร้ความรู้สึกใดๆ ในแววตาชีวิตที่เหลือ นางและเจี๋ยวเจี๋ยวพึ่งพากันและกัน ไม่คิดไม่ต้องการสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ถูกหรือผิดล้วนไม่ยุ่งเกี่ยวชีวิตที่เหลือ อยู่เพื่อเจี๋ยวเจี๋ยวเท่านั้นฉู่เชียนหลีอ้าปาก ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่อวิ๋นอิงตัดสินใจไปแล้ว พูดมากมีแต่จะยิ่งทำให้นางรู้สึกต่อต้านถอนหายใจเบาๆช่างเถอะ!ส่วนวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เส้นทางของวันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้กับเรื่องไม่คาดคิด อันไหนจะมาก่อนกัน“เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าช่วยเจ้าอุ้มลูกออกไปก่อน แม่นมก็เตรียมไว้แล้ว เจ้าผอมเกินไป อย่าป้อนนมแม่เอง”น้ำนมหนึ่งหยด ก็คือเลือดหนึ่งหยดฉู่เชียนหลียุ่งเรื่องทางนี้เสร็จ เมื่อกลับถึงห้องก็ดึกแล้วหนึ่งวันที่แสนวุ่นวายสิ้นสุดลง ไม่ง่ายเลยที่จะมีเวลาได้นอนกับเว่ยซีและจื่อเยี่ย ยังไม่ทันนอนลงไป ก็ถูกเฟิงเย่เสวียนที่กลับมาไล่ออกไป เปลี่ยนเป็นเขามานอนกับนางแทนตั้งแต่กลับมา ยังไม่เคยได้นอนกับลูกชายและลูกสาวเพียงลำพังเลยถูกเขาไล่ออกไปทุกครั้งเขากล่าว“นี่เป็นเตียงของข้า”ค
จ้านหู่จากไปพร้อมกับคำด่าทอ เหมือนกับเม่นที่อารมณ์ไม่ดีตัวหนึ่งฉู่เชียนหลีไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเขา คิดเสียว่าเป็นการผูกมิตรแม้จ้านหู่เป็นคนของฮองเฮาซีอวี้ แต่ในใจยังมีความอ่อนโยนอยู่ หวังว่ากันผูกมิตรนี้ของนาง วันข้างหน้าจะสามารถช่วยจิ่งอี้กลับห้องอารมณ์ของอวิ๋นอิงสงบลงมากแล้วฉู่เชียนหลีนั่งอยู่ที่ขอบเตียง “ร่างกายของเจ้ารับปัญหาอะไรไม่ไหวแล้ว ต่อจากนี้สามเดือน เจ้าพักฟื้นเถอะ”พักฟื้นหลังคลอดหนึ่งร้อยวันอวิ๋นอิงไม่สนใจเรื่องนี้ นางกอดลูกที่ได้คืนมาหลังจากสูญเสียไว้แน่น เบ้าตาแดงก่ำ“พระชายา ขอบคุณมาก!”“ขอบคุณที่ท่านช่วยเอาลูกสาวของข้ากลับคืนมา!”ตื้นตันจนน้ำตาไหลฉู่เชียนหลีเช็ดน้ำตาให้นาง “ยายโง่ ระหว่างเจ้ากับข้าต้องใช้คำพูดเช่นนี้ด้วยหรือ? ครึ่งปีที่ข้าไม่อยู่ เจ้าช่วยค่าดูแลเว่ยซีกับลู่ฉิน คนที่ควรพูดขอบคุณคือข้า”“ระหว่างพักฟื้น ห้ามร้องไห้เด็ดขาด และห้ามนั่งนาน ระหว่างทิ้งต้นตอของโรคไว้”“อืม!”อวิ๋นอิงกอดลูกไว้แน่น พยักหน้าแรงๆฉู่เชียนหลีมองเด็กที่นอนหลับสนิทในผ้าห่อทารกตัวน้อยๆ หนังเหี่ยวย่น แก้มแดง ท่าทางคล้ายจิ่งอี้ คิ้วบางเหมือนอวิ๋นอิง และยังมีกลีบริม