Share

สหายวัยเยาว์ / 2

"พวกทหารยามบอกว่านี่เป็นคำสั่งของท่านเสนาบดีเจ้ากรมซู่เจ้าค่ะ"

"ซู่ จินเพ่ย"

ชิงหรงเอ่ยนาม ซู่จินเพ่ย เสนาบดีของกรมกลาโหม ผู้มีอำนาจคุมทหารทั้งหมดของพระราชวังด้วยเสียงเคียดแค้น

แต่เดิมตนกับซู่จินเพ่ยก็ไม่ค่อยชอบหน้ากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดีที่ตนเป็นทหารของอ๋องสี่เลยไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้คำสั่งของซู่จินเพ่ย

"พวกเจ้าไม่ต้องกลัว [1]ยามอิ๋น นี้ท่านแม่ทัพจะเดินทางมาถึงจวนแล้ว ข้าจะขอร้องให้ท่านช่วยเหลือพวกเจ้าออกมาให้สำเร็จ"

หลันจินเยว่ได้ยินถึงกับดีใจเนื้อเต้นอยู่ข้างใน อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องแห้งตายในคุกแห่งนี้

"ขอบใจท่านมาก"

"เจ้ากล่าวเหมือนเกรงใจข้า เสี่ยวซิน...ต่อให้เจ้าจำข้าไม่ได้ ขอให้เจ้าจำไว้ ข้าอู่ชิงหรง คือคนที่เจ้าเชื่อใจได้ทุกยาม"

นอกจากจะรูปงามสมชายชาตรีแล้วยังน้ำใจดีเป็นเลิศ ถ้าเกิดในยุคของนางคงมีสาว ๆ รุมล้อมเป็นแน่

"ข้าต้องกลับค่ายทหารแล้ว หูตาของซู่จินเพ่ยมากมายนัก ข้าไม่อยากเพิ่มความเดือดร้อนให้พวกเจ้า"

ถึงจะไม่ได้ขึ้นตรงรับคำสั่งจากเขา ทว่าชิงหรงก็เป็นทหารที่กินเบี้ยหวัดของกรมกลาโหมอยู่จึงไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่สมควรขึ้นจนถูกกลั่นแกล้งเดือดร้อนไปถึงผู้บังคับบัญชาตน

"ขอบคุณท่านรองแม่ทัพที่ยังไม่ลืมคุณหนูข้าแม้ว่า..."

เสี่ยวโหรวอึดอัดใจไม่กล้าเอ่ยความในใจออกมา

"เจ้าไม่ต้องคิดเรื่องอื่น ดูแลคุณหนูเจ้าให้ดี ที่เหลือข้าจัดการเอง"

ได้ยินเยี่ยงนี้ทั้งสองนางต่างก็ยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง

"ขอบคุณท่านสำหรับทุกอย่าง"

แม้ความเป็นจริงตอนนี้นางจะไม่เคยรู้จักกับชิงหรงผู้นี้ แต่นางช่างอิจฉาเฟิงเยว่ซินตัวจริงนักที่มีเพื่อนดี ๆ ไว้ข้างกายถึงสองคน

"ข้าไปก่อน พรุ่งนี้พวกเจ้ารอฟังข่าวดีได้เลย"

ชิงหรงกลับออกไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงสตรีสองนางและบรรยากาศเย็นยะเยือกและอับชื้นอีกครั้ง

รุ่งสางของอีกวัน...

เคร้ง!

เสียงโซ่เส้นใหญ่ที่คล้องประตูคุกเอาไว้ถูกปลดออกด้วยฝีมือของทหารยาม

บัดนี้เป็นเวลายามเหม่าที่เหล่าผู้คุมจะต้องเดินปลุกนักโทษและให้ข้าวให้น้ำ

สตรีสองนางที่นอนกอดกองฟางเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพราะไร้ซึ่งผ้าห่มมาคลุมกายพากันอุดหูกับเสียงดังเสียดหูนั้น

"ตื่นได้แล้ว ที่นี่เจ้าเป็นนักโทษมิใช่คุณหนูรองของตระกลูเฟิงที่ล่มสลายเพราะบิดาผู้ละโมบอีกแล้ว รีบลุกขึ้นมากินข้าวกินปลาให้เสร็จก่อน[2]หนึ่งเค่อ"

"เดี๋ยวสิ! หนึ่งเค่อจะให้พวกเราสำลักข้าวติดคอตายหรือ" เสี่ยวโหรวรีบค้าน

"หรือจะให้ข้าเก็บไปตอนนี้เสีย"

ทหารยามคนนี้ช่างฝีปากเก่งกล้ากับสตรียิ่งนัก

เมื่อถูกข่มขู่ทั้งน้ำเสียงและใบหน้าเสี่ยวโหรวจึงได้แต่ทำหน้าบึ้งตึงแล้วหุบปากลง

"หนึ่งชั่วยามเท่ากับสองชั่วโมง หนึ่งเค่อเท่ากับ 15 นาที"

"อะไร นะ นา... นาที คืออะไรเจ้าคะ"

เสี่ยวโหรวไม่เคยได้ยินศัพท์คำนี้มาก่อนจึงถามคุณหนูด้วยใบหน้าอยากรู้

"ไม่มีอะไรหรอก รีบกินเถอะเดี๋ยวทหารหน้ายักษ์จะกลับมาอีก"

ทหารหน้ายักษ์แปลว่าอันใดกัน ทำไมนางจึงฟังที่คุณหนูพูดไม่ค่อยเข้าใจ

"โอ๊ย!"

ตอนที่ใช้จะเกียบคีบข้าวเข้าปาก หลันจินเยว่ก็เกิดปวดหัวขึ้นมากะทันหัน

"คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ!"

เสี่ยวโหรวตกใจที่จู่ ๆ คุณหนูนางก็ร้องขึ้นมาเสียงลั่นแถมยังมีสีหน้าบิดเบี้ยวคิ้วขมวดราวเจ็บปวดใจจะขาดดิ้น

"... ข้าปวดหัว"

ทำไมถึงมีความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยขึ้นมาให้เห็นกันล่ะ เธอผู้นั้นเป็นใคร ทำไมมีรอยยิ้มสดใสขนาดนั้น

'เจ้าคือข้า ข้าคือเจ้า เราเป็นหนึ่งเดียวกัน'

เสียงที่ไม่คุ้นหูดังก้องอยู่ในหัวนางราวกำลังสะกดจิตให้ดวงจิตกับร่างกายประสานกัน

"เกิดอะไรขึ้น!"

เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับเสียงดัง 'อั่ก!' ของทหารยามที่ถูกมือหนากำเสื้อแล้วโยนให้หลบทาง

"เสี่ยวซิน เจ้าเป็นอะไรไป"

ชิงหรงที่มาตามคำมั่นเอ่ยถามร่างบางที่บัดนี้นั่งฟุบหน้าซบไหล่สาวใช้ด้วยใบหน้าที่ดูทรมานยิ่งนัก

"คุณหนูบอกว่าปวดหัวแล้วเอาแต่ซบหน้ากับบ่าวแบบนี้เจ้าค่ะ" เสี่ยวโหรวอธิบายให้บุรุษรูปงามนามว่าอู่ชิงหรงฟัง

"พานางกลับจวนข้าก่อน" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้น

"มิได้ขอรับ! นางผู้นี้เป็นบุตรีของกบฎ ท่านเสนาบดีซู่สั่งไว้ไม่ให้ผู้ใดพานางออกไปจากคุกแห่งนี้จนกว่าจะมีราชโองการตัดสินโทษมาพะย่ะค่ะ"

"แม้แต่ข้า?"

ดวงตาคมดุจพญาเหยี่ยวปรายมองทหารยามที่แสนจะต่ำต้อยกว่าบรรดาศักดิ์เขายิ่งนัก

"ข...ข้าน้อยมิกล้า แต่ว่าคำสั่งท่านเสนา..."

"จำคำข้าไว้ หากเสนาซู่ต้องการเอาเรื่องเจ้าให้เขาไปพบข้าได้ทุกยามที่จวนอ๋องสี่"

ทหารยามตัวเล็กลีบเท่ามดปลวกทันทีเมื่อยืนเทียบเคียงองค์ชายสี่แห่งองค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

"ขอบพระทัยท่านอ๋อง"

"ไม่ต้องมากความ เจ้ารีบพานางกลับจวนโดยไว"

องค์ชายสี่แห่งแคว้นถังเอ่ยบอกองครักษ์ประจำกายหรืออีกตำแหน่งทางการทหารเป็นรองแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาว

อู่ชิงหรงรีบอุ้มสหายตั้งแต่เด็กพาออกไปจากคุกแห่งนี้โดยมีสาวใช้อย่างเสี่ยวโหรวเดินตามเจ้านายไม่ห่างสักฝีก้าวเดียว

[1] ราวตี 3-5

[2] เทียบเท่ากับ 15 นาทีโดยประมาณตามเวลาสากล

Related chapters

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   จวนเหมยฮัว / 1

    "อืม"เสียงครางแผ่วเบาของจินเยว่บ่งบอกว่าบัดนี้นางได้ตื่นขึ้นมาแล้ว"เจ้าตื่นแล้ว" ชิงหรงรีบเข้าไปประคองสหายสนิทให้ลุกขึ้นนั่ง"ที่นี่ที่ไหน"ดวงตาราวกวางน้อยกวาดมองรอบห้องที่ไม่คุ้นตา อันที่จริง แทบจะทุกพื้นที่ในดินแดนนี้ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน"จวนท่านอ๋อง""ท่านอ๋อง... อ๊ะ! นี่ข้าออกมาจากคุกได้แล้ว"เมื่อจำเรื่องราวก่อนหน้าได้หลันจินเยว่รีบกระโดดลงจากเตียงวิ่งรอบห้องสี่เหลี่ยมราวนกน้อยที่ได้ออกจากกรงสักทีอู่ชิงหรงมองสหายในวัยเด็กด้วยความครางแครงใจกับบุคลิกที่เปลี่ยนไปของนาง ทว่าก็แค่เปลี่ยนนิดหน่อย อย่างไรเสียเขาก็มองเห็นคนตรงหน้าเป็นเฟิ่งเยว่ซินอยู่ดี"เสี่ยวโหรวล่ะ" ข้ามมาภพนี้ หลันจินเยว่คงมีเพียงแค่เสี่ยวโหรวผู้เดียวที่นางสนิทสนมที่สุด"คุณหนูฟื้นแล้ว"สาวใช้ที่เดินวนแล้ววนอีกรอคุณหนูฟื้นรีบวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงเรียก"ดีใจจังที่เจ้าก็ได้ออกมาด้วย"ทั้งสองนางโผเข้ากอดกันเหมือนไม่ได้เจอกันมานาน"ถ้าไม่ได้ท่านอ๋องและท่านรองแม่ทัพข้าคงยังคงอยู่ในคุกอันมืดอับนั้น"พูดแล้วเหมือนเกิดใหม่ หลายวันมานี้ได้แต่หายใจเอาอากาศอันอับชื้นในคุกเข้าปอด พอได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์แล้วค่อยรู้ส

    Last Updated : 2025-01-23
  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   จวนเหมยฮัว / 2

    "คุณหนูจะถามเรื่องอะไรกับเสี่ยวโหรวหรือเจ้าคะ"บ่าวรับใช้ที่แสนจงรักภักดีต่อคุณหนูของนางค่อย ๆ นั่งลงกับพื้นข้างเตียง ทว่าหลันจินเยว่กลับรีบรั้งสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มผู้นี้ขึ้นมานั่งข้างกาย"คุณหนูทำอันใดเจ้าคะ บ่าวจะนั่งเทียบเคียงคุณหนูได้เยี่ยงไร"เสี่ยวโหรวทั้งตกใจจนรีบขัดขืนแรงของจินเยว่กลับมานั่งกับพื้นตามฐานะของตน"เจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องแค่นี้ มา ๆ ขึ้นมานั่งข้างข้าบนเตียงนี่มา"ฝ่ามือแน่งน้อยตบลงบนพื้นที่ว่างข้างกายนางเพื่อเป็นการออกคำสั่งให้สาวใช้ของเฟิงเยว่ซินตัวจริงมานั่งข้างนางหากแม้แต่เสี่ยวโหรวก็ไม่กล้ามานั่งตรงนี้เพราะนางเป็นขี้ข้า ก็คงไม่ต่างจากจินเยว่ที่ไม่ใช่เจ้าของร่างนี้ ไม่ควรอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำไป"ไม่ได้เจ้าค่ะ หากใครมาเห็นเข้าจะตำหนิได้""ช่างคนอื่นสิ เจ้าเป็นคนของข้า ข้าจะให้เจ้านั่งตรงไหนใครจะกล้าว่า"หลันจินเยว่เอื้อมมือไปฉุดร่างเล็กดูนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอมขึ้นมานั่งข้างกายอีกครั้งเสี่ยวโหรวไม่กล้าขัดคำสั่งเป็นหนที่สอง ได้แต่นั่งข้างคุณหนูนางอย่างเกร็ง ๆ"ทำตัวผ่อนคลายหน่อย ทำอย่างกับว่านั่งข้างข้าแล้วจะถูกตัดหัว"ก็ไม่ถึงขั้นตัดหัว อย่างมากก็ถูกโบยจนหลังลายเพื่อให

    Last Updated : 2025-01-23
  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   จวนเหมยฮัว / 3

    "คำถามแรก ข้าไม่มีพันธะกับชายใดใช่หรือไม่""ใช่เจ้าค่ะ นายท่านยังไม่ทันได้เรียกใช้เหล่าแม่สื่อก็เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน"นึกถึงแล้วก็หดหู่กับชะตานายหญิงของตนยิ่งนัก"งั้นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้อสอง..."จินเยว่ทำท่าครุ่นคิดจะถามอะไรต่อดีจนบังเกิดสิ่งที่อยากรู้ขึ้น"ทำไมข้ากับเจ้าถึงอยู่ในคุกแค่สองคน พี่สาวข้าอยู่ที่ไหน หรือว่า...""ไม่ใช่อย่างที่คุณหนูคิดนะเจ้าคะ คุณหนูใหญ่เดิมทีเป็นคนสนิทขององค์หญิงสามอยู่แล้ว พระองค์จึงใช้อำนาจขององค์หญิงพาตัวคุณหนูใหญ่ไปอยู่ที่ตำหนักในเจ้าค่ะ"หึ! หนีเอาตัวรอดคนเดียวสิไม่ว่าแต่ก็อย่างว่า เฟิงเยว่ซินนางเป็นเพียงบุตรีของอนุภรรยา ใครจะยอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงกับลูกกบฎแถมเป็นลูกเมียรองเช่นนี้"เอาตัวรอดเป็นยอดคน""..?""งั้นคำถามต่อไป""คุณหนูยังมีคำถามอีกหรือเจ้าคะ"นี่เป็นเรื่องราวพื้น ๆ ของนางอยู่แล้ว ถ้าหากแค่นี้ยังจำไม่ได้ เกรงว่าคืนนี้ทั้งคืนคงมีคำถามเป็นร้อยเป็นพันให้เสี่ยวโหรวคนนี้ตอบเป็นแน่"คำถามสุดท้ายแล้ว"ได้ยินเช่นนี้ค่อยสบายใจหน่อย"ที่นี่ที่ไหนเหรอ?"รู้แค่ว่าตื่นขึ้นมาอีกที จากคุกมืด ๆ กลายเป็นห้องหับที่กว้างขวางสะอาดสะอ้าน ตกแต่งสวยงามไปเส

    Last Updated : 2025-01-23
  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ตงเปียนอ๋อง / 1

    "ข้าก็มีความคิดเช่นพระองค์"หากเล่าถึงเสนาบดีเฟิงอู๋เยว่เขาเป็นคนตรงไปตรงมา บัญชีรายรับรายจ่ายตลอดสิบปีถวายให้ฝ่าบาทตรวจสอบไม่เคยมีความผิดปกติ แต่พอซู่จินเพ่ยที่เพิ่งขึ้นรับตำแหน่งเจ้ากรมกลาโหมได้เพียงไม่นานกลับพบหลักฐานการยักยอกเงินในคลังแถมยังใช้อำนาจจัดการปราบกบฎก่อนทูลฮ่องเต้หากยิ่งวิเคราะห์ตามเหตุตามผลทั้งสองยิ่งพบพิรุธจนเชื่อว่าตระกูลเฟิงกำลังถูกใส่ร้าย"เจ้าไม่คิดว่าเรื่องนี้ช่างน่าสนใจรึ ตระกูลซู่ที่เคยตกต่ำในอดีตกลับมามีอำนาจอีกครั้งเพราะอดีตกุ้ยเฟยที่สิ้นไปแล้วเมื่อครึ่งปีก่อน ตัวซู่จินเพ่ยรับราชการไม่นาน เร่งมีผลงานโดดเด่นจับกบฎในราชสำนักได้ ความดีความชอบขนาดนี้ เจ้าว่าฮ่องเต้จะพระราชทานรางวัลอะไรให้ดี"ริมฝีปากหยักลึก กล่าวถึงตระกูลที่ชอบทำตัวเป็นไม้ท่อนงัดไม้ซุงกับเขามาโดยตลอดอดีตตระกูลซู่เคยเป็นเพียงข้าราชการปลายแถว ทว่าพอบุตรีของซู่จ้านเกิง นามว่าซู่กุ้ยลี่ พี่สาวของซู่จินเพ่ยถูกแต่งเข้าเป็นสนมในวังแถมได้รับแต่งตั้งให้เป็นกุ้ยเฟยตระกูลซู่ก็ขึ้นมาเฟื่องฟูมีอำนาจครั้งใหญ่แต่น่าเสียดายที่ซู่กุ้ยลี่ได้เป็นกุ้ยเฟยไม่นานก็ป่วยด้วยโรคประหลาดสิ้นไป"พระองค์จะให้กระหม่อมแอบเข

    Last Updated : 2025-01-23
  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ตงเปียนอ๋อง / 2

    "เสี่ยวโหรวต้องหลงทางแน่เลย คนอะไรใช้ไม่ได้"ว่าคนอื่นหลงทาง ตนเองต่างหากที่วิ่งไม่สนใจเสียงร้องเตือนของสาวใช้สักนิดทำให้ตอนนี้หลันจินเยว่ย่างกลายเข้ามายังสถานที่ต้องห้ามโดยไม่รู้ตัว"อ้ะ! นั่นศาลากลางน้ำนี่ น่านั่งเล่นจัง"ตรงหน้านางคือศาลากลางน้ำ เป็นที่หวงห้ามของจวนเหมยฮัวแห่งนี้ หากเดินเข้าไปในตัวศาลา จะมีทางเดินไม้เพื่อเดินตรงไปยังบ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่อยู่หลังโขดหินขนาดใหญ่สถานที่ประจำของตงเปียนอ๋อง"สดชื่นจัง"ตั้งแต่มาโผล่ที่แห่งนี้ หลันจินเยว่เพิ่งจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดก็ตอนนี้นี่แหละกลิ่นของน้ำสะอาด กลิ่นดอกไม้นานาชนิดที่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างแย่งกันส่งกลิ่นหอมในตอนใกล้พลบค่ำจ้อก~เสียงท้องน้อย ๆ ดังขึ้นบ่งบอกว่าตอนนี้นางหิวแล้ว"ขนมอะไรหน้าตาน่ากินจัง"เบื้องหน้านางคือขนมหนวดมังกร จะมีลักษณะเป็นเส้นไหมขาว ๆ ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ คล้ายดักแด้ สอดไส้ต่าง ๆ ไว้ด้านใน มีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งโชยออกมาเรียกน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร"หอมจัง ขอชิมหน่อยนะ"หลันจินเยว่มองซ้ายขวาเล็กน้อย เมื่อปลอดคนนางจึงหยิบขนมที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมากัดกิน"อืม หอมน้ำผึ้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็กร๊อบกรอบ"

    Last Updated : 2025-01-23
  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ตงเปียนอ๋อง / 3

    "ให้นางทานยานี้ให้หมดก็ปลอดภัยแล้ว"หมอประจำจวนเหมยฮัวแจงเรื่องยาและอาการคนที่นอนหายใจหอบเหนื่อยอยู่บนเตียง"เสี่ยวโหรวขอบคุณท่านอ๋อง ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ"ปากเอ่ยขอบคุณ ค้อมหัวให้ด้วยความซึ้งในบุญคุณ มือแน่งน้อยกลับมาคอยเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้าให้คุณหนูที่รักอย่างเป็นห่วงเป็นใยต่อ"กระหม่อมทูลลา"เมื่อหมดหน้าที่รักษาคนแล้ว ท่านหมอเองก็กล่าวคำลาเพื่อกลับไปยังโรงหมอของตน"เสี่ยวโหรวไปส่งท่านหมอเองเจ้าค่ะ"เสี่ยวโหรวละมือจากการเช็ดตัวให้หลันจินเยว่ จากนั้นจึงเดินไปส่งท่านหมอกลับที่พักเช่นเดิม ทำให้ตอนนี้ภายในห้องสี่เหลี่ยมเหลือเพียงหนึ่งบุรุษรูปงามกับหนึ่งสตรีไร้สติองค์ชายสี่ผู้องอาจ ใบหน้านิ่งเรียบตลอดเวลาปราดมองหญิงสาวที่เริ่มนอนสงบนิ่งบนเตียงด้วยสายตาเพ่งพินิจหากดูจากหน้าตาที่สะอาดสะอ้าน ผิวขาวราวปุยเมฆ จมูกเชิดรั้นแลดูเป็นคนดื้ออยู่หน่อย ๆ อายุนางน่าจะน้อยกว่าตนหลายปีนัก"ลูกกบฎ"ริมฝีปากหยักลึกเอื้อนเอ่ยสิ่งที่ตนได้ยินมาถึงฐานะของนางบนเตียงใครจะคิดว่าคุณหนูของตระกูลที่ผลงานขาวสะอาดมาหลายชั่วอายุคนอย่างนางจะพลอยประวัติด่างพร้อยไปตามบิดาที่กลายเป็นกบฎแผ่นดินชั่วข้ามคืนทว่าหากเทีย

    Last Updated : 2025-01-23
  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ตงเปียนอ๋อง / 4

    "อ๊ะ! ข้ากลับมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเปลี่ยนสถานที่พำนักแล้ว"คุณหนูจำไม่ได้หรือเจ้าคะ ท่านเกือบตามท่านเสนาเฟิงไปแล้วนะเจ้าคะ"หมายถึงตามบิดาของเฟิงเยว่ซินไปน่ะหรือแต่เดี๋ยวนะ!พ่อของเฟิงเยว่ซินตายไปแล้วนี่ เหตุใดสาวน้อยคนนี้ถึงบอกว่านางเกือบตามคนตายไป หรือว่า..."เจ้าช่วยพูดให้ข้าเข้าใจที"เพิ่งตื่นขึ้นมาสมองเหมือนปรับจูนไม่ทันจนต้องถามสาวใช้ออกไป"ก่อนหน้านี้คุณหนูเผลอทานขนมหนวดมังกรไปใช่ไหมเจ้าคะ"หลันจินเยว่นึกย้อนไปถึงเรื่องก่อนหน้าที่ทำ ที่แท้เจ้าขนมสีขาวเหมือนดักแด้นั่นเรียกขนมหนวดมังกรนี่เอง"อืม อร่อยดี"ว่าแล้วก็เพิ่งรู้สึกแสบคอ คอแหบแห้งจนต้องฝืนกลืนน้ำลายลงไป"คุณหนู!"เสี่ยวโหรวมองใบหน้าสวยที่บัดนี้ซีดเซียวเพราะเหมือนเพิ่งผ่านจากความตายมาด้วยความตกใจขั้นสุดเหตุใดคุณหนูนางถึงได้กล่าวชมขนมที่มีส่วนผสมของสิ่งที่ตนเองแพ้ได้หน้าระรื่นเพียงนั้นกัน"เจ้าเสียงดังทำไม แล้วดูจ้องเข้า เหมือนข้าทำอะไรผิด"คนที่มาอยู่ในร่างคนอื่นยังไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำลงไปคือสิ่งผิดพลาดที่ร้ายแรงมากสำหรับร่างกายที่สิงสู่อยู่"คุณหนูลืมไปแล้วหรือเจ้าคะว่าตนเองทานน้ำผึ้งไม่ได้"

    Last Updated : 2025-01-23
  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ข่าวดี

    หลังจากที่หลันจินเยว่รู้ความจริงจากปากสาวใช้ว่าตอนที่ตนสลบอยู่ถูกตงเปียนอ๋องทำอันใด นางก็ไม่กล้าออกจากห้องพักอีกเลยจนผ่านมาแล้วสามวันเต็ม"จูบแรกฉัน"ทุกครั้งที่หลันจินเยว่อยู่คนเดียวและส่องคันฉ่องนางมักนึกถึงสิ่งที่สาวใช้เล่าให้ฟังเมื่อสามวันก่อนริมฝีปากจิ้มลิ้มที่สะท้อนผ่านคันฉ่องทองเหลืองตรงหน้าแม้จะไม่ใช่ร่างกายของหลันจินเยว่จริง ๆ แต่คนที่รู้สึกถึงจูบที่ว่าคือตัวนางเอง จะไม่ให้เสียใจได้เยี่ยงไร"คุณหนูไม่สบายรึเจ้าคะทำไมหน้าแดงเช่นนั้น"เสี่ยวโหรวที่ยกสำรับอาหารเข้ามาเอ่ยถามคุณหนูนางที่ไม่รู้ตัวว่าทุกครั้งเวลานึกถึงสิ่งที่สาวใช้บอกจะหน้าแดงอยู่นานสองนาน"ข้าสบายดี หอมจัง"หลันจินเยว่เปลี่ยนเรื่องทำจมูกสูดดมกลิ่นอาหารที่สาวใช้เพิ่งนำมาทันทีเพราะไม่อยากให้สาวใช้ซักความต่อ"เจ้าค่ะ วันนี้เสี่ยวโหรวเข้าครัวเองเลยนะเจ้าคะ"เพราะกลัวว่าพ่อครัวที่จวนจะเผลอทำอาหารที่คุณหนูนางแพ้อีกเลยต้องเข้าครัวจัดเตรียมเสียเอง"น่ากินทั้งนั้นเลย"บนโต๊ะมีอาหารอยู่ไม่กี่อย่างเพราะปกติเฟิงเยว่ซินตัวจริงจะทานน้อย นางมักบอกตนเองเสมอว่า ทานแต่พออิ่มอย่าให้ของเหลือ แล้วทำงานให้มาก บิดาจะได้ไม่แบกรับภาระมากเ

    Last Updated : 2025-01-27

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 2 [จบ]

    "เหตุใดท่านถึง..."จำต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อถูกนิ้วของคนรักปิดไว้ที่ริมฝีปากไม่ให้ขยับเอ่ย"อย่าขยับ ห้ามพูดใด ๆ"ตงเปียนอ๋องรู้สึกว่าร่างกายตนเองแปลกไปข้างในมันร้อนรุ่ม ลำคอแห้งผากเหมือนคนกระหายน้ำหากแต่ความรู้สึกเขากลับบอกว่าน้ำเพียงอย่างเดียวช่วยให้เขาดับกระหายไม่ได้เขาเริ่มตั้งสติจนจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่น ๆ หนึ่ง"ผงเริงรมย์""มันคืออันใด"หลันจินเยว่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกจึงใคร่สงสัย ทว่าสิ่งที่อยากรู้กลับไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาจากปากตงเปียนอ๋องเมื่อด้านนอกมีบุคคลมาเยือน"ฉินกงกงเข้าเฝ้าองค์ชายสี่เฟยหลง"เสียงกงกงของเสด็จย่าเขาดังขึ้นอยู่ด้านนอก"ฉินกงกงมีเรื่องอันใด"เหตุใดคนสนิทของเสด็จย่าถึงได้มาเยือนเข้าถึงจวนแห่งนี้ แถมมาได้เวลาเหมาะเจาะกับอาการประหลาดที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการอีก"ไทเฮามีรับสั่ง ผงเริงรมย์นั้นไซร้ จงใช้ให้เกิดประโยชน์ หลังจากนี้สามวันเป็นฤกษ์ดี สามารถจัดงานมงคลได้"เสียงแหลมบาดหูของฉินกงกงเอ่ยราชโองการขององค์ไทเฮาเสร็จจึงทูลลากลับเข้าวังหลวง ทิ้งให้ตงเปียนอ๋องอมยิ้มอยู่ในห้องเมื่อรู้สาเหตุแล้วว่าเหตุใดตนถึงมีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้"อะไรคือผงเริงรมย์และอะไรคือสามวันม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   บทส่งท้าย : 1

    บทส่งท้าย : เมื่อหมอกจางหาย บุปผางามผลิบาน"ข้าขับพิษออกจากร่างกายองค์ชายเรียบร้อยแล้ว พักฟื้นสักสองสามวันก็หายดี"หมอหลวงประจำจวนเหมยฮัวเอ่ยบอก"ส่วนยานี้ต้มทานสามมื้อจนกว่าแผลจะหายดี"เสี่ยวโหรวรีบเข้าไปรับยานั้นจากหมอหลวง"อ้อข้าลืมอีกเรื่อง"ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกว่าเดิมเพราะนึกว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอันใดอีก"แผลนั้นต้องห้ามโดนน้ำเด็ดขาด คงต้องรบกวนพระชายาแล้ว"หมอหลวงหันมากำชับเรื่องสำคัญนี้กับหลันจินเยว่ ทำเอาใบหน้านางแดงระเรื่อเพราะไม่คิดว่าคนนอกจวนอย่างหมอหลวงท่านนี้จะรู้เรื่องสถานะของนางกับองค์ชายสี่อีกคน"ข้าไปส่งท่านหมอ"อู่ชิงหรงเดินนำหน้าเพื่อส่งหมอหลวงกลับโรงหมอ"บ่าวขอตัวไปต้มยาให้ท่านอ๋องนะเจ้าคะ"ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเหลือเพียงแค่หนึ่งคนหลับอยู่บนเตียงอย่างไร้วี่แววจะฟื้นและอีกคนที่นั่งลงข้างเขาด้วยความเป็นห่วง"ไหนท่านรับปากข้าว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย"ตอนที่หลันจินเยว่ได้ยินว่าตงเปียนอ๋องถูกอาวุธลับอาบยาพิษเล่นงานถึงกับวิ่งถือห่อยาหลายขนานไปดักรอพวกเขาระยะทางกือบลี้ ทั้งล้มลุกคลุกคลานจนแข้งขาถลอก บ่าวใช้คนใดขวางนางไล่ตะเพิดจนหมดสิ้น หากไม่สลบเสียก่อนหลันจินเยว

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 3

    ชายแดนทิศใต้"เจ้าเลิกดื้อรั้นเถิด ตอนนี้เผ่าซีเซียงยอมจำนนต่อกองทัพมังกรขาวหมดแล้ว"เสียงกร้าวของอู่ชิงหรงประกาศลั่นการปราบกบฎดำเนินมาได้สองชั่วยามแล้ว คนของเผ่าซีเซียงบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วนจนหัวหน้าเผ่ายกธงขาวยอมแพ้ให้กับอำนาจของแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรขาวเฟยหลงทว่าต่อให้เสียเลือดเนื้อเสียคนไปมากมายเพียงใด ผู้ที่หัวรั้นเกลียดการพ่ายแพ้อย่างซู่จิ่งอวิ๋นไม่มีทางวางกระบี่ในมือลงเป็นแน่"วันนี้ข้ากับเจ้า ถ้าปลาไม่ตาย ตาข่ายก็ต้องขาด"ซู่จิ่งอวิ๋นโต้ตอบด้วยสำบัดสำนวนเสียงหนักแน่น วันนี้ทั้งเขาและตงเปียนอ๋องผู้นี้ต้องสู้กันให้ถึงที่สุด ให้ตายกันไปข้างถึงจะจบศึกในครั้งนี้"ช่างเด็ดเดี่ยวเช่นบิดาเจ้าเสียจริง"ตงเปียนอ๋องกล่าวชมในความเด็ดเดี่ยวนี้ หากเอามาใช้ให้ถูกทางคงเป็นที่น่ายกย่อง"วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อที่ถูกพวกเจ้าบังคับให้ดื่มยาพิษนั่น"[1]ยามโฉ่วของวันนี้ เสนาซู่จินเพ่ยได้กรอกยาพิษฆ่าตัวตายหลังได้รับราชโองการเป็นนักโทษประหารที่ต้องบั่นคอเสียบประจาน ข่าวนั้นดังเซ็งแซ่ไปทั่วแคว้นจนมาถึงหูซู่จิ่งอวิ๋นบุตรชายเพียงคนเดียวที่ตั้งใจจะบุกไปช่วยบิดาออกมาแต่มิทันกาลเสียงกระบี่ฟาดฟันอย่

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 2

    "ทะ...ท่านอ๋อง"ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกเอาอกเอาใจจากอีกคน"วันนี้สนุกไหม"เขาชวนนางคุยปกติ หากแต่ในแววตากลับมีความกลัดกลุ้มอยู่หลายส่วนจะเรื่องอะไรได้ ก็ตอนที่นางเดินซื้อของในตลาดมีนักฆ่าสะกดรอยตามถึงสามคน โชคดีที่ตงเปียนอ๋องอ่านเกมในครั้งนี้ออกคนรักของเขาถึงได้ปลอดภัยกลับมาหากเขาเล่าเรื่องนี้ให้นางฟัง หลันจินเยว่คงไม่สบายใจ เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องอีกเป็นแน่ ตอนนี้เลยต้องเอาอกเอาใจนางเพื่อบอกกล่าวแก่เรื่องที่ตริตรองมาอย่างดีแก่นางในเวลาที่เหมาะสม"ตอนแรกก็สนุก"ตอบพร้อมยู่ปากอย่างหุดหงิดในเวลาต่อมา"ใครทำอันใดให้ว่าที่ชายาของข้าขุ่นเคืองใจ"ที่ใช้คำว่า 'ว่าที่' เพราะทั้งสองยังไม่เข้าพิธีสมรสกัน ตงเปียนอ๋องอยากให้เกียรตินางจึงจะรอปราบกบฎตระกูลซู่แล้วสิ้นถึงจะทำพิธีตามประเพณีแคว้น"ข้ากำลังดูผ้าเพื่อจะเอามาตัดชุดใหม่ให้ท่าน แต่เจอเข้ากับคนที่วางยาสลบข้าเพื่อส่งต่อให้คนพวกนั้นเข้า"ที่จริงเรื่องนี้องครักษ์เงาของเขารายงานมาหมดแล้ว"เจ้าพบเฟิงเยว่ซู?""จะเป็นใครอีกละ! พี่สาวตัวดีของเฟิงเยว่ซินนั่นแหละ"ตงเปียนอ๋องหลุดขำออกมาเบา ๆ เมื่อได้ฟังประโยคแปลก ๆ นั้นจบ"เจ้าพูดเหม

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   ศึกชี้ชะตา / 1

    "เสี่ยวโหรวเร็ว ๆ เข้า"เสียงเจื้อยแจ้วของหลันจินเยว่ในอาภรณ์สีลูกท้อร้องเรียกสาวใช้ที่เดินหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง"คุณหนูช้าหน่อยเจ้าค่ะ"วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส นางเลยขออนุญาตตงเปียนอ๋องออกมาเดินตลาด ฝั่งนั้นเห็นว่านางเพิ่งผ่านอันตรายมาเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยให้ออกมาเที่ยวเล่นจะได้ลืมเรื่องร้าย ๆ พวกนั้น หากแต่ตงเปียนอ๋องก็มิได้นิ่งนอนใจ เขาส่งองครักษ์เงาคอยติดตามอยู่ห่าง ๆ เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือนางทัน"คุณหนูจะซื้อไปฝากท่านอ๋องหรือเพคะ"หลันจินเยว่ยืนดูผ้าไหมเนื้องามที่ร้านหนึ่งตรงตรอกเล็ก ๆ ของตลาด"เจ้าว่าหากท่านอ๋องเปลี่ยนมาใส่สีสว่างตาขึ้นจะดูภูมิฐานอยู่ไหม"ตั้งแต่ที่เห็นและรู้จักกันมา นางไม่เคยเห็นบุรุษที่ว่าสวมใส่เสื้อผ้าสีอื่นที่มิใช่สีดำสีเข้ม ๆ เลยสักครั้งเดียว"บ่าวว่าผ้าสีไหนหากอยู่บนตัวท่านอ๋องก็ดูสง่างามหมดเจ้าค่ะ"หลันจินเยว่เห็นด้วยอย่างยิ่ง วันนี้สาวใช้ของนางพูดได้ถูกใจต้องตบรางวัล"ผ้าพับนี้ข้าซื้อให้เจ้า"นางหยิบผ้าไหมสีกลีบดอกเหมยส่งให้เถ้าแก่ร้าน"คุณหนู นั่นคงแพงมากนะเจ้าคะ"มองแค่ตายังไม่ได้จับต้องเนื้อผ้าเสี่ยวโหรวก็รู้ว่านั่นคือไห

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 2

    ผ่านมาครึ่งชั่วยามแล้วหลังจากที่ตงเปียนอ๋องออกมาจากห้องนั้นเพื่อฟังรายงานจากเหล่าทหารว่าซู่จิ่งอวิ๋นหนีไปกบดานกับเผ่าซีเซียงบนเขาทางใต้ เขาเลยสั่งให้ทุกคนกลับมาวางแผนกันที่จวนเหมยฮัวก่อนการเดินทางกลับจำต้องใช้ม้าถึงจะถึงที่หมายโดยเร็ว ทว่าหลันจินเยว่กลับเลือกที่จะโดยสารม้ามากับอู่ชิงหรงแทนอีกคน"เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังหลบหน้าท่านอ๋อง"บุรุษผู้โผงผางคิดเห็นการใดก็พูดออกไปจนหมดสิ้นถามสหายวัยเยาว์"ข้ามิได้หลบหน้าผู้ใด"หลันจินเยว่ที่นั่งอยู่ด้านหลังเขาตอบเหมือนร้อนตัว"หากข้าเป็นคนอื่นคงเชื่อที่เจ้ากล่าวมา"จะมาเกิดฉลาดเอาอะไรตอนนี้ นางยิ่งอยากอยู่เงียบ ๆ ตบตีกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบจากตงเปียนอ๋องว่าตกลงแล้วที่เขาบอกชอบนางหมายถึงร่างกายเฟิงเยว่ซินหรือตัวตนที่นางแสดงออกกัน"หยุด!"ตงเปียนอ๋องที่ควบม้าตามหลังสองคนนี้สั่งเสียงลั่น ทหารทุกนายต่างหยุดควบม้าเพื่อรอฟังคำสั่งถัดไป"ท่านอ๋องพบสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ"หนึ่งในทหารที่ควบม้ารั้งท้ายลงจากม้ามาถามไถ่"ม้าตัวนี้อ่อนแรงแล้ว หยุดพักที่นี่สักพักก่อน"หากม้าที่ตงเปียนอ๋องทรงขี่อยู่คือทมิฬกาลคงหาข้ออ้างเช่นนี้ไม่ได้สายตาคมมองแผ่นหลังบ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เพียงเจ้าผู้เดียวที่เป็นสตรีของข้า / 1

    ตอนนี้ดวงตะวันเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง บ่งบอกว่าทั้งสองกายที่นอนกอดกันทั้งคืนเจอกับรุ่งเช้าของวันใหม่แล้วหลันจินเยว่รู้สึกตัวตื่นก่อนจึงค่อย ๆ แกะมือแกร่งที่โอบกอดนางไว้ในอ้อมกอดทั้งคืนออกอย่างช้า ๆเมื่อคืนไม่รู้ว่าเหตุใดจุดจบของทั้งคู่จึงกลายเป็นการหลอมรวมเป็นหนึ่งเช่นนั้นถึงแม้จะยังเคอะเขินและเจ็บหน่วงไปทั้งร่างกายอยู่ แต่นางไม่อยากให้อีกคนตื่นมาเจอสภาพกึ่งเปลือยเช่นนี้จึงตั้งใจหนีจากอกอุ่นออกมาแต่งกายให้เรียบร้อย"คิดจะหนีข้ารึ"ดวงตาดั่งกวางน้อยตกใจกับเสียงทุ้มที่เอ่ยทว่าหลับตาอยู่"ทะ...ท่านตื่นแล้ว"ปกติไม่ได้พูดจาติดขัดเช่นนี้ เหตุใดครั้งนี้ถึงไม่กล้าต่อปากต่อคำเถียงอีกคนกันเล่าพรึ่บ!ตงเปียนอ๋องขี้แกล้งพลิกร่างบอบบางกึ่งเปลือยของนางให้นอนกองทับบนอกตนหลันจินเยว่จ้องมองร่องรอยจิกข่วนบนกล้ามอกอันเกิดจากนางพลางร้อนรุ่มขึ้นที่พวงแก้มทั้งสองข้าง"แอบอ่านกินข้าอยู่หรือ""บ้า!"กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงกึ่งกลางเนื้ออกหนัดแน่น"หากข้าบ้า เจ้ามิน่าสงสารหรือ""ทำไมข้าต้องน่าสงสาร"นางเงยหน้าขึ้นมองคนที่พูดจาให้งวยงง"เพราะเจ้ามีสามีเป็นคนบ้า"สะ...สามี!ใบหน้าสวยแดงกร่ำไปทั่วพวงแก้ม ริมฝีปากเ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   กอดก่ายเคียงกาย

    "เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น ตลอดทางมาที่นี่ข้าทำเครื่องหมายเอาไว้แล้ว"อ้อ คงจะเป็นพวกเครื่องหมายลับที่รู้กันแค่ไม่กี่คน"แผลท่าน"ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองแขนที่พันผ้าสีขาวเพื่อห้ามเลือดเอาไว้"แผลเล็กน้อย ข้าต้มยาไว้เดี๋ยวเอามาให้เจ้าทาน"ไม่รอช้าตงเปียนอ๋องผู้เย่อหยิ่งไม่เคยปรนนิบัติใครมาก่อนรีบออกไปยกหม้อยาที่ต้มรอคนเจ็บฟื้นมาให้นางทันที"แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าขม"จริมฝีปากจิ้มลิ้มกล่าว ใบหน้าสวยหวานหันหนีไปอีกทางเพราะไม่ชอบกลิ่นของยาถ้วยนี้"ยาไม่ขมจะช่วยให้หายได้เยี่ยงไร เจ้าฝืนดื่มสักอึกเถอะ"ถ้วยยาถูกยกขึ้นใกล้ใบหน้าหวานนั้นอีกครั้งหลันจินเยว่เหมือนตกอยู่ในมนตร์สะกดเมื่อเผลอสบตาตงเปียนอ๋องที่จ้องนางอยู่ก่อนแล้ว"งั้นข้าป้อนเจ้าแล้วกัน"ว่าจบจึงจับช้อนแล้ววนยาในถ้วยสองสามรอบ ตักยาขึ้นจากถ้วยแล้วจ่อตรงริมฝีปากบางหลันจินเยว่อ้าปากเล็กน้อยเพื่อกลืนยาในช้อนนั้นหากแต่ไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าตงเปียนอ๋องราวกับมองแล้วจะช่วยลดรสชาติขมของยานี้ลงได้"เด็กดี"รู้ตัวอีกทีจากแค่คิดว่าต้องดื่มแค่อึกเดียวกลายเป็นถูกตงเปียนอ๋องป้อนจนหมดถ้วย"ทะ...ท่า...น"อ้าปากเตรียมต่อว่าอีกคนที่หลอกให้นางทานยาแ

  • ทะลุมิติมาเป็นกบฎที่หลงรักท่านอ๋อง   เสือขวางทาง / 2

    "ต้าเสียน?"นี่เป็นสิ่งเหนือความคาดเดาของตงเปียนอ๋อง เขาไม่เคยคิดว่าคนที่บงการพ่อลูกตระกูลซู่จะเป็นผู้ร่วมสายเลือดเดียวกับเขาอย่างองค์หญิงสาม"เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า เจ้าคงคิดว่าท่านพ่อข้าจะไม่หาทางหนีที่พึ่งไว้สินะ"เมื่อคิดว่าตอนนี้ตนมีอำนาจกว่าอีกฝ่ายก็เริ่มอวดเบ่งด้วยเสียงเย้ยหยัน"ถ้ำแห่งนี้จะเป็นสุสานของพวกเจ้า"จบประโยคนั้น ซู่จิ่งอวิ๋นปรี่เข้าไปฟาดฟันตงเปียนอ๋องเฟยหลงเช่นเดียวกับคู่ของต้าเสียนที่กำลังกันทางไม่ให้อู่ชิงหรงเข้าไปช่วยเหลือหลันจินเยว่บุรุษแห่งกองทัพมังกรขาวทั้งสองแม้จะรับมือคู่ต่อสู้หากแต่ในใจกลับห่วงสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกจับมัดไว้กลางวงต่อสู้หวั่นจะถูกลูกหลงเอา"ท่านอ๋องระวัง!"เสียงนั้นช้าไป คมกระบี่ของซู่จิ่งอวิ๋นเฉือนเข้าที่แขนตงเปียนอ๋องจนเลือดสีแดงซึมออกมา"ท่านอ๋อง!"อู่ชิงหรงอาศัยความเร็วเข้ารับกระบี่ของซู่จิ่งอวิ๋นที่กำลังจะซ้ำลงอีกครั้งได้ทันท่วงที"ท่านพาซินเอ๋อร์หนีไปก่อน"เสียงอู่ชิงหรงดังขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่คมกระบี่เขาฟันลงบนขาพับของซู่จิ่งอวิ๋นจนเซเสียหลัก"ท่านแม่ทัพอวิ๋น!"ต้าเสียนเห็นท่าทีไม่สู้ดี แม้จะบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายแต่บาดแผลของซู่จิ่งอว

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status