เดิมทีก็เศร้าเสียใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เขาคิดไม่ตกจึงถือคบไฟมาที่ยุ้งฉาง“ชีวิตเอ้อร์โก่วคือชีวิต แล้วชีวิตลูกชายทั้งสองของข้าไม่ใช่ชีวิตหรือ?”อารมณ์ของลุงเนี่ยค่อนข้างคุกรุ่น ทำให้ทุกคนรู้สึกเกรงกลัวไปชั่วขณะหนึ่งกู้หว่านเยว่รีบเอ่ยขึ้น “หากท่านเผายุ้งฉางจริง ๆ ท่านจะไม่สามารถทวงคืนความยุติธรรมให้กับเสือใหญ่และเสือน้อยได้อีก”ลุงเนี่ยชะงักงันไปในทันทีประโยคนี้ของกู้หว่านเยว่ พูดกระทบส่วนลึกในจิตใจของเขาที่เขาก่อเหตุนี้ขึ้นมา ต้องการเผายุ้งฉางเพื่อระบายความโกรธจริงหรือ?ไม่ใช่ เขาแค่ต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้กับลูกชายเท่านั้น“ท่านอ๋อง ชายาท่านอ๋อง”ลุงเนี่ยน้ำตาอาบแก้ม“เสือใหญ่และเสือน้อย เมียของข้าแลกมาด้วยชีวิตเพื่อคลอดพวกเขา เมียของข้าต้องตายระหว่างคลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้ากลัวการแต่งงานใหม่กับคนอื่น แล้วคนผู้นั้นจะทำไม่ดีกับลูกทั้งสองในอนาคตข้าเป็นทั้งพ่อและแม่ เลี้ยงดูพวกเขาจนเติบใหญ่ เพื่อวันหนึ่งในอนาคต เมื่อข้าลงไปพบเมียของข้าในยมโลก จะได้บอกนางว่า: เจ้าเห็นไหมว่าข้าดูแลลูกสองคนดีแค่ไหน?”ลุงเนี่ยสะอึกสะอื้นขึ้นมาโดยพลัน ร้องไห้โฮอย่างเจ็บปวด “ลูกชาย
“วีรบุรุษให้กำเนิดคนขี้ขลาดไร้ความสามารถ เมื่อทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ”กู้หว่านเยว่ไม่พอใจอยู่ครู่หนึ่ง จะถูกหรือผิด ค่อยไปว่ากันในศาล“ไปพักผ่อนเถอะ เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของข้า”เมื่อเห็นเอ้อร์โก่วเอะอะโวยวาย ซูจิ่งสิงก็ขมวดคิ้วบาง ๆ ไม่อยากให้คนแบบนี้มาแปดเปื้อนสายตาของภรรยา“ยังเหลืออีกหนึ่งถึงสองชั่วยามก่อนรุ่งสาง”“ก็ดีเหมือนกัน”พรุ่งนี้กู้หว่านเยว่ยังมีงานอื่นต้องทำอีก จึงไม่ฝืนอยู่ที่นี่ต่อ รีบกลับไปพักผ่อนลุงเนี่ยคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณท่านอ๋อง ขอบคุณชายาท่านอ๋อง ที่ทวงคืนความยุติธรรมให้กับลูกชายทั้งสองของข้า”ซูจิ่งสิงเอ่ยเสียงขรึม “วันนี้เจ้าต้องการจุดไฟเผายุ้งฉาง ก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายด้วย เจ้าจะยอมรับหรือไม่?”ลุงเนี่ยคุกเข่าไม่ยอมลุก “เรื่องนี้ข้าน้อยทำผิดไปแล้ว ข้าน้อยยินดีรับโทษทุกอย่าง ขอเพียงลูกชายทั้งสองไม่ตายเปล่า”“อืม”ซูจิ่งสิงโบกมือให้คนมาช่วยจับเขาและเอ้อร์โก่วขึ้นมา กุมตัวไปส่งทางการในวันพรุ่งนี้“หัวหน้าหมู่บ้าน พรุ่งนี้เจ้าพาต้าหนิวไปส่งทางการพร้อมกันเลย”หัวหน้าหมู่บ้านสั่นสะท้านจากสายตาเย็นยะเยือกของซูจิ่งสิง “ขอรับ”เขากลัวว
หนานหยางอ๋องยังคงสงบนิ่งเมื่ออยู่บนรถม้า แต่เมื่อมาถึงเมืองอวี้ ก็ต้องการจะบุกเข้าไปในสกุลเผยเพื่อฆ่าล้างโคตรพวกเขาในทันทีซูจื่อชิงแนะนำเขาว่า “อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น ให้นำภาพม้วนเหล่านั้นออกมาก่อน หากต้องการลงมือ ก็ต้องกวาดล้างสกุลเผยทั้งหมด”หนานหยางอ๋องจึงสงบสติอารมณ์ลงได้ มองซูจื่อชิงด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป “เมื่อก่อนเจ้ายังมีความเป็นเด็กนัก ไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”ซูจื่อชิงหลุบตาลงกล่าวว่า “ความไม่เป็นผู้ใหญ่ของคนรุ่นหลังนั่นแหละที่ทำร้ายชิงหว่าน ต่อไปนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว”หนานหยางอ๋องนิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะพยักหน้าเขาคุมตัวเผยเสวียนเข้าไปในคุกใต้ดินของจวนฟู่ก่อน จากนั้นซูจื่อชิงก็นำภาพม้วนออกมาตามที่อยู่ที่เผยเสวียนบอกไว้ แล้วมอบให้กับเมี่ยชิงหว่านเพื่อนำไปเผาด้วยตัวเองตอนที่เผาภาพม้วน มือของเมี่ยชิงหว่านสั่นเทิ้มอยู่ตลอดเวลาเมื่อเห็นเปลวไฟกลืนกินภาพม้วน หัวใจของเมี่ยชิงหว่านก็ผ่อนคลายลง และรู้สึกสงบสุขได้ในที่สุดช่วงบ่าย ซูจื่อชิงกลับไปรายงานซูจิ่งสิง “เผยเสวียนตายแล้ว”ซูจิ่งสิงพยักหน้า แต่เมื่อเห็นซูจื่อชิงยังไม่ไปไหนก็เลิกคิ้วขึ้น“ม
ทั้งสามคนหัวเราะครื้นเครงเป็นเสียงเดียวกันในทันทีกู้หว่านเยว่หาเวลาบอกนางหยางเรื่องที่ซูจื่อชิงและเมี่ยชิงหว่านคืนดีกันแล้ว และย่อมไม่ได้พูดถึงเรื่องสกปรกที่เผยเสวียนทำในระหว่างนั้นก่อนหน้านี้ไม่นานซูจื่อชิงเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะช่วยชีวิตเมี่ยชิงหว่านมาแล้ว นางกังวลว่านางหยางจะไม่ชอบใจแต่ใครจะรู้หลังจากนางหยางฟังจบแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก “เด็กสองคนนี้ควรจะได้เป็นคู่กันอยู่แล้ว หวังว่าคราวนี้พวกเขาจะได้เรียนรู้บทเรียน ต่อไปจะได้ทะนุถนอมซึ่งกันและกันให้ดี ๆ อย่าทะเลาะกันอีกเลย”กู้หว่านเยว่อมยิ้ม นางหยางเป็นแม่สามีที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ตามที่คิดไว้หลังจากออกจากเรือนของนางหยาง นางก็ไปพบเฉินจื่อวั่งอีกครั้งเฉินจื่อวั่งเพิ่งกลับมาจากสำนักศึกษาถงซัน รู้สึกมึนงงไปหมด“ชายาท่านอ๋อง เป็นครั้งแรกที่ข้าน้อยรู้ว่า สำนักศึกษาสามารถใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้ เจิดจรัสได้ถึงเพียงนี้ ยังมีสิ่งที่เรียกว่ากระดานดำและชอล์ก มันคือของสิ่งใดกัน ข้าน้อยไม่เคยเห็นมาก่อน”“ตอนนี้บอกข้าหน่อยว่า เจ้ายินดีที่จะเป็นผู้อำนวยการสำนักศึกษาถงซันหรือไม่?”“ยินดี ยินดี!”ก่อนหน้านี้เฉินจื่อวั่งยังลังเลอยู่
“ก็ดีเหมือนกัน”เฉินจื่อวั่งลูบศีรษะพลางคิดในใจว่า ถ้าอาจารย์ของเขามาที่นี่ได้ก็คงจะดีกว่านี้เพียงแต่ว่า นี่แค่ลองคิดดูเท่านั้นอาจารย์ของเขาคือราชครู ถึงแม้ตอนนี้จะเกษียณกลับบ้านเกิดไปแล้ว แต่นั่นก็คือราชครู ไม่มีทางมาที่เจดีย์หนิงกู่ ไม่มีทาง“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน เรื่องความคืบหน้าของสำนักศึกษา ข้าน้อยจะคอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลา”“อืม”กู้หว่านเยว่หยิบตำราแพทย์ที่เหลืออยู่เล่มเดียวออกมาจากมิติ มอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปจัดการ วันเวลาว่าง ๆ แสนสบายนั้นไม่เลวจริง ๆไม่ได้ร่ำเรียนวิชาแพทย์มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็สามารถใช้เวลาศึกษาค้นคว้าจากตำราแพทย์ได้พอกู้หว่านเยว่ได้เปิดอ่านเวลาก็หมดไปทั้งช่วงบ่าย หลังจากยืดเส้นยืดสายจนพอใจแล้ว ก็เห็นเมี่ยชิงหว่านและซูจื่อชิงเข้ามาส่งอาหารให้นาง“เอามาจากจินโหลว จิ่นเอ๋อร์บอกว่าท่านชอบกิน พวกข้าก็เลยเอามาให้ท่านส่วนหนึ่ง”กู้หว่านเยว่เปิดกล่องออก เห็นกุ้งแช่เหล้าจานหนึ่ง จึงดีใจเป็นที่สุดทันที“ขอบคุณนะ ข้าชอบกินจานนี้จริง ๆ”เมี่ยชิงหว่านยิ้มอย่างเก้อเขิน “เรื่องระหว่างข้ากับจื่อชิงก่อนหน้านี้ ทำให้พี่หว่านเยว่ต้องเป็นกังวล”“ไม่
“บ่าว จะเอาความบริสุทธิ์ของตัวเองมาล้อเล่นได้ยังไงเจ้าคะ?”ชิวจู๋จะล้มมิล้มแหล่ ไม่กล้าสบสายตากับกู้หว่านเยว่เมี่ยชิงหว่านกลับมองอะไรไม่ออกมากนัก ในชั่วขณะนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไป“จื่อชิง เจ้าจะว่ายังไง?”กู้หว่านเยว่ทำได้เพียงมองไปทางซูจื่อชิง แต่ปรากฏว่าซูจื่อชิงส่ายหัวอย่างหนักแน่น“คืนวันนั้น ข้าไม่ได้แตะต้องชิวจู๋เลย”“คุณชายรอง ท่าน...”สายตาของชิวจู๋สับสนเล็กน้อย ทำไมซูจื่อชิงถึงพูดเช่นนี้?คืนวันนั้นชัดเจนว่านางปีนขึ้นไปในขณะที่เขากำลังสลบไสลอยู่ ว่ากันตามเหตุผลแล้วเขาไม่ควรรู้เรื่องถึงจะถูก“คืนวันนั้นข้าเมาเหล้า อารมณ์ไม่ค่อยดี แต่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นหรือไม่ ข้ารู้อยู่แก่ใจดี”ซูจื่อชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย“ตอนนั้นเพิ่งตื่นพอดี สมองของข้าตื้อเหลือเกิน ยังไม่อาจตอบสนองอะไรได้ทัน”“บนหัวเตียงมีคราบเลือดของข้า ตอนนั้นคุณชายรองก็เห็น”ชิวจู๋ไม่อยากยอมรับ จนทำให้ซูจื่อชิงต้องส่ายหัว “ถ้าไม่ใช่เพราะคราบเลือด ข้าคงไม่สามารถยืนยันได้ เจ้าบอกมาซิว่าบาดแผลที่มือของเจ้าคืออะไร?”“ข้า...” ชิวจู๋รีบซ่อนนิ้วมือเอาไว้ ไม่นึกเลยว่าซูจื่อชิงจะสังเกตได้อย่างรอบคอบเช่นนี้“ชิวจู๋
“ไม่จำเป็น”ซูจื่อชิงมองไปที่ร่างบางอ่อนแอของนาง ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี เลื่อนสายตา “ชิวจู๋ ต่อให้วันนี้เจ้าไม่ได้ตั้งใจไปพูดคำเหล่านั้นต่อหน้าพี่สะใภ้ใหญ่ เจ้าก็ไม่สามารถอยู่ข้างกายข้าได้อีกแล้ว”“คุณชายรอง...”ชิวจู๋โงนเงน ประกายน้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตาก่อนหน้านี้ซูจื่อชิงเห็นใจนางอยู่บ้าง แต่กลับเป็นเพียงความเห็นใจที่มีต่อสาวใช้คนหนึ่งเท่านั้น แต่ไหนแต่ไรมาไม่มีความรักระหว่างชายหญิงเมื่อครู่ถูกนางทำร้าย บัดนี้แม้แต่ความเห็นใจก็ไม่เหลือเลยสักเศษเสี้ยว“ข้างกายข้าไม่มีที่ให้สาวใช้มีใจเป็นอื่น”หากวันใดถูกวางอุบายจริง ก็ไม่มีวันรู้“พี่สะใภ้ใหญ่ ในเมื่อนางพูดว่าบ้านของนางจัดเตรียมงานแต่งไว้ให้นางแล้ว เช่นนั้นก็รบกวนพี่สะใภ้ใหญ่มอบหนังสือปลดปล่อยทาสให้นาง ปล่อยให้นางออกไปเถอะ”ภายใต้สถานการณ์ทั่วไป หนังสือปลดปล่อยทาสมอบให้เพียงสาวใช้ทำความผิด นั่นหมายถึงการไล่ออกจากจวน“ไปทำตามความนัยของเขา”กู้หว่านเยว่พยักหน้า ชิวจู๋เป็นคนของเรือนซูจื่อชิง นางเองก็คร้านจะดูแล“คุณชายรอง ท่านจะไล่บ่าวไป เหตุใดท่านใจร้ายถึงเพียงนี้? ดีชั่วอย่างไรบ่าวก็ดูแลท่านมานานแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นบ่าวยังจริ
บัดนี้เส้นโครงเรื่องถูกตนเปลี่ยนแปลง ซูจิ่งสิงยังมีชีวิตอยู่ บนตัวซูจื่อชิงกลับไม่มีภาระอะไร ตรงข้ามกันทำให้ตอนนี้ยังมีความเป็นเด็กอยู่บ้าง“ใช่แล้ว พรุ่งนี้โจวเหล่าและซ่งเสวี่ยจะเดินทางมาถึงเจดีย์หนิงกู่”ซูจิ่งสิงเอ่ยเรื่องนี้ออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้กู้หว่านเยว่ตกตะลึง“พี่หญิงซ่งมิใช่พูดว่า ผ่านไปอีกระยะเวลาหนึ่งถึงจะเดินทางมามิใช่หรือ เหตุใดโจวเหล่าเองก็มาได้เล่า?”ซูจิ่งสิงเห็นท่าทางตกตะลึงของนางนี้น่ารักมาก ยื่นมือออกไปบีบจมูกนางอย่างสุดจะหักห้ามใจ“เจ้ามิใช่พูดว่าเจ้าต้องการสร้างสำนักศึกษาแห่งหนึ่ง แต่ภายในสำนักศึกษายังขาดแคลนอาจารย์หรอกหรือ? ข้าก็เรียกตัวโจวเหล่ามาอย่างไรเล่า”กู้หว่านเยว่ว้าวุ่นใจ นางขาดแคลนอาจารย์จริง แต่นางเองก็คาดไม่ถึงว่าจะสามารถเรียกตัวโจวเหล่ามาได้ต้องรู้ว่า ในอดีตโจวเหล่าเป็นอาจารย์ขององค์รัชทายาท เป็นราชครูเชียวนะ!ให้เขามาสอนหนังสือที่เจดีย์หนิงกู่?ซูจิ่งสิงพูดยิ้มๆ “โจวเหล่าอยากเห็นเสี่ยวจ้านจ้าน เขาวางแผนสอนเสี่ยวจ้านจ้านด้วยตนเอง”กู้หว่านเยว่เข้าใจแล้วเสี่ยวจ้านจ้านเป็นลูกชายของซูจิ่งสิง ก็คือสายเลือดของอดีตองค์รัชทายาท โจวเหล่าเป็นอ
“พวกเจ้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว”“ปล่อยนางซะ”กู้หว่านเยว่เก็บหนังสือรับสารภาพความผิดไว้ แล้วมองมู่หรงถิง “นางตายแล้ว”“อะไรนะ?”มู่หรงถิงเบิกตากว้าง ราวกับยามนี้เพิ่งรู้สึกตัว มองทั้งสองคนอย่างโกรธแค้นมาก“พวกเจ้ากล้าหลอกลวงเราหรือ?”“พวกเจ้าสังหารนางแล้ว แต่กลับหลอกให้เราเขียนหนังสือรับสารภาพความผิดซูจิ่งสิง กู้หว่านเยว่ ทำไมบนโลกนี้ถึงได้มีคนที่เลวทรามต่ำช้าอย่างพวกเจ้า?นางเป็นเพียงสตรีคนหนึ่งเท่านั้น นางคือผู้บริสุทธิ์”เขาราวกับคนเสียสติ ควบคุมยากยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีกกู้หว่านเยว่มองเขา “หนานหลีม่านเป็นผู้บริสุทธิ์จริง คนในสกุลหนานหลีก็บริสุทธิ์เช่นกัน”มู่หรงถิงชะงักไปเล็กน้อย“บอกความจริงกับท่านก็ได้ พวกเราไม่ได้ฆ่านางและเด็กคนนี้ และพวกเราไม่ได้นำเด็กออกจากท้องนาง แต่นางเป็นคนเอาเด็กออกมาด้วยตัวเอง”กู้หว่านเยว่เดินไปตรงหน้ามู่หรงถิง แล้วบอกความจริงกับเขาทีละคำ“ไม่ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”มู่หรงถิงไม่มีทางยอมรับได้ จึงจ้องกู้หว่านเยว่อย่างเคียดแค้น“นี่ต้องเป็นคำโกหกของเจ้า เจ้าฆ่านางแต่ไม่กล้ายอมรับ ดังนั้นจึงใช้คำโกหกเหล่านี้มาปิดบัง”“นางอยู่
“ซูจิ่งสิงเอ๋ยซูจิ่งสิง เจ้าบอกว่าตัวเองเป็นคนดี เป็นแบบอย่างของคนมีคุณธรรมไม่ใช่หรือ ลงมือกับสตรีเป็นวีรบุรุษประสาอะไร?”เขาพยายามอดกลั้นความห่วงใยที่มีต่อหนานหลีม่าน ไม่อยากถูกทั้งสองควบคุม“ท่านลองดูสิว่านี่คือสิ่งใด?”กู้หว่านเยว่โบกมือ สั่งให้ชิงเหลียนยกอ่างเลือดใบนั้นเข้ามา“นี่มัน”มู่หรงถิงนึกถึงบางอย่าง สองมือสั่นเทาขึ้นมา เขาเงยหน้าขึ้นทันใด ดวงตาแดงก่ำมองไปที่สองสามีภรรยา“เราจะฆ่าพวกเจ้า!”“เราจะฆ่าพวกเจ้า!”“น้องหญิงระวัง” ซูจิ่งสิงรีบโอบเอวของกู้หว่านเยว่ แล้วพานางเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างมู่หรงถิงโผเข้าหาความว่างเปล่า ล้มลงบนพื้นอย่างแรงสายตากินเลือดกินเนื้อของเขาจ้องมองทั้งสอง“พวกเจ้าสองคนมันสารเลว มีความโกรธแค้นชิงชังใด ให้มาลงที่ข้า เหตุใดจึงลงมือกับนาง จิตใจช่างอำมหิตยิ่งนัก!”เขารู้ดีว่าสิ่งที่อยู่ในอ่างเลือดใบนั้นคือสิ่งใดเขาเกลียดชังสุดขีดไม่เคยเกลียดซูจิ่สิงเท่าวินาทีนี้มาก่อน“เจ้าเป็นคนดีวีรุบุรุษประสาอะไร ถึงได้ลงมือกับสตรี?”ซูจิ่งสิงมองเขาคลุ้มคลั่งอย่างเย็นชา“ตอนนั้นที่เจ้าลงมือกับมารดาของข้า เคยคิดบ้างหรือไม่ว่านางคือหญิงท้อง และในท้องน
“หนานหลีม่าน?”กู้หว่านเยว่เบิกตาโต รีบพุ่งเข้ามาตรงประตู แล้วถีบประตูออก เมื่อนางเห็นสภาพด้านใน ดวงตานางเพ่งมอง จากนั้นหันไปตะโกนบอกซูจิ่งสิง“ท่านพี่ ท่านอย่าเข้ามา!”ซูจิ่งสิงหดขากลับไป ฟังคำสั่งของกู้หว่านเยว่ ไม่ได้เดินไปข้างหน้าต่อแต่เขาได้กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งออกมาจากในห้องแล้วเขาคาดเดาถึงบางอย่าง เดินวนไปมาในลานบ้านด้วยสีหน้าหนักหน่วง“หนานหลีม่าน เจ้า เจ้าทำเช่นนี้ทำไม?”กู้หว่านเยว่ก้าวไปข้างหน้าหลายก้าว ดึงตัวหนานหลีม่านที่จมอยู่ในกองเลือดขึ้นมาช่วงล่างของนางเต็มไปด้วยเลือดนางถึงกับทำคลอดให้ตัวเอง!“ข้า หน้าที่ของข้าเสร็จสิ้นแล้ว”หนานหลีม่านหายใจอย่างอิดโรย ดวงตาจ้องมองหลังคา“นี่ นี่เป็นมารหัวขนของมู่หรงถิง ข้าเก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด”กู้หว่านเยว่เงียบงัน“พระชายา เรื่องที่ข้ารับปากเจ้าทำได้แล้ว มู่หรงถิงรักข้ามาก เจ้า เจ้านำเด็กในอ่างเลือดไปมอบให้เขา เขาจะรับปากเจ้าแน่นอนและขอร้องเจ้า ให้รับปากข้าเรื่องหนึ่ง”กู้หว่านเยว่ไม่อาจปฏิเสธนางได้ “เจ้าว่ามา”“เสี่ยวเหอ เป็นนางกำนัลที่ข้ารับมาเลี้ยงดู นาง นางเป็นผู้บริสุทธิ์”“คุณหนู” เสี่ยวเหอคุกเข่าบนพื้น
กู้หว่านเยว่พยักหน้า “หนานหลีอ๋องไม่ได้ชอบนาง”หนานหลีม่านหัวเราะ “เทียนอวี๋ นางเป็นสตรีที่ชอบคาดเดาจิตใจผู้อื่น หลังจากนางเข้ามาในจวนอ๋อง แสร้งทำเป็นสหายรักกับข้า ต่อมา นางปลอมตัวเป็นข้า แล้วเข้าไปในห้องของพี่ชาย หลังจากที่เขาดื่มเหล้าจนเมา”กู้หว่านเยว่หรี่ตาลงเทียนอวี๋เป็นคนที่ฉลาดมากจริงๆ หากนางแสร้งตีสนิทกับหนานหลีม่าน แล้วสังเกตเห็นความสัมพันธ์ของหนานหลีม่านกับหนานหลีอ๋อง ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ “มิน่าผู้เฒ่าหวงถึงได้กล่าวเช่นนั้น”เป็นเวรกรรมจริงๆนางคาดเดาความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้แล้ว“ต่อจากนั้น เทียนอวี๋ข่มขู่ให้หนานหลีอ๋องจำเป็นต้องแต่งกับนาง แล้วหลอกล่อมู่หรงถิงมา จากนั้นอาศัยอำนาจของมู่หรงถิง แยกพวกเจ้าออกจากกันเพื่อให้ได้ตัวเจ้ามาครอง มู่หรงถิงจึงทำลายล้างตระกูลหนานหลี”นี่เรียกได้ว่า ราชาชิงรักขุนนางอย่างแท้จริง!“ถูกต้อง”ดวงตาหนานหลีม่านสั่นไหว“พระชายา ท่านคาดเดาได้ถูกต้องทั้งหมด”“นางหลอกเอาภาพวาดของข้า แล้วมอบให้มู่หรงถิง”เรื่องราวต่อจากนั้น เป็นที่รู้กันไปทั่วแผ่นดินเมื่อมู่หรงถิงเห็นภาพวาดหนานหลีม่าน ตกหลุมรักนางทันที จึงไปขอกับหนานหลี
เขาทำลายทุกอย่างของข้า ยังบังคับให้ข้าเข้าวัง บังคับขืนใจข้า”หนานหลีม่านเอ่ยถึงเรื่องในอดีต ใบหน้างดงามเปี่ยมความแค้นเคือง“ข้าไม่มีวันลืมทั้งหมดที่เขาทำกับสกุลหนานหลี”จู่ๆ นางก็หันมองทางซูจิ่งสิง“เจิ้นเป่ยอ๋อง ท่านทุกข์ใจมากใช่หรือไม่?เมื่อแรกท่านถูกยึดทรัพย์เนรเทศ จะต้องทุกข์ใจมากแน่ ใช่หรือไม่?”นางพูดพึมพำ“แต่ข้าทุกข์ใจยิ่งกว่าท่าน ข้าไม่ได้ทำอันใด ก็แค่เกิดมามีรูปโฉมเช่นนี้จวนหนานหลีอ๋องของข้า ทั้งหมดหลายร้อยชีวิตสกุลหนานหลีของข้า ถูกทำลายทั้งตระกูล เหลือเพียงข้าผู้เดียว”กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงสบตากันแวบหนึ่ง ปีนั้นฮ่องเต้ชั่วทำเรื่องนี้แล้วก็เริ่มหาทางปิดปากทุกคนวันนี้ได้ยินหนานหลีม่านพูดออกมา ทั้งคู่ยังรู้สึกตกใจเพื่อสตรีคนหนึ่งก็สามารถทำเรื่องฆ่าล้างตระกูลได้ฮ่องเต้ชั่วช่างโหดเหี้ยมอำมหิตโดยแท้กู้หว่านเยว่ลอบสอดเรื่องชาวบ้านหนานหลีม่านคนนี้งดงามจริง รูปโฉมงดงามเป็นอันดับหนึ่งทว่า เพราะวาสนาได้พบหน้ากันเพียงครั้งเดียว มู่หรงถิงก็สามารถทำเรื่องบ้าคลั่งเช่นนี้ออกมาได้หรือ?“เจ้าและมู่หรงถิงมีวาสนาได้พบหน้ากันเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหรือ?”“ย่อมเป็นเ
ดวงตากู้หว่านเยว่ทอประกายระยับ จู่ๆ ก็เอ่ยปากออกมา“วิธีใด?”ซูจิ่งสิงเอ่ยถามเสียงเครียด เขาเห็นว่ามู่หรงถิงเป็นคนดื้อรั้น“ตอนนี้ยังไม่รีบ ต้องรอคนผู้หนึ่งกลับมาเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่หันมองฉู่เฟิง“เจ้าเฝ้าฮ่องเต้ดีๆ อย่าให้เขาหนีไปได้ อีกทั้งอย่าให้เขาฆ่าตัวตายเป็นอันขาด”ทว่า อิงตามความเข้าใจของกู้หว่านเยว่ที่มีต่อฮ่องเต้ชั่ว เขาเป็นคนรักชีวิตคนหนึ่ง ไม่มีวันทำเรื่องฆ่าตัวตายทำนองนี้“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”ฉู่เฟิงรีบเข้าไปในห้อง เฝ้ามู่หรงถิงอย่างใกล้ชิด“พวกเราไปกินข้าวก่อนเถอะเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่พาซูจิ่งสิงกลับห้อง ทั้งคู่เหนื่อยมาหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่ได้นอนหลับพักผ่อน อีกทั้งยังไม่ได้กินข้าวแม้แต่มื้อเดียวนางสั่งให้ห้องครัวยกโจ๊กข้าวฟ่างเข้ามาสองถ้วยซูจิ่งสิงไม่อยากอาหารกินสองคำก็วางถ้วยลงแล้ว“น้องหญิงเจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปพักผ่อนก่อนเถอะ งานที่เหลือมอบให้ข้าจัดการก็พอ”“ไม่ได้ ข้าต้องอยู่เป็นเพื่อนท่าน”เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอดีตรัชทายาท นางกังวลซูจิ่งสิงจะวู่วามนางกินโจ๊กข้าวฟ่างทีละคำๆ ตอนวางถ้วยลง เกาเจี้ยนก็กลับมาจากภายนอกแล้ว“กลับมาเร็วถึงเพียงนี้ จ
“โจวเหล่า ท่านรีบนั่งเถอะ”ประคองโจวเหล่าไปนั่งดีแล้ว เขาถึงเอ่ยถาม “ท่านไม่อยู่ที่เจดีย์หนิงกู่ เหตุใดมาที่นี่เล่า?”“ท่านอ๋อง”โจวเหล่าจับแขนของซูจิ่งสิงเพื่อให้เขานั่งลงข้างกัน เปล่งเสียงชรา“ท่านอ๋อง วันที่ฮ่องเต้ต้องการยกทัพด้วยตนเอง ข้าก็เดินทางมาจากเจดีย์หนิงกู่ในวันนั้นข้าเดาว่าท่านจะต้องสามารถจับฮ่องเต้ได้แน่ท่านยังจำได้หรือไม่ ข้าเคยกำชับท่าน อย่าฆ่าฮ่องเต้เป็นอันขาดจะต้อง จะต้องทำเรื่องบางอย่างให้ชัดเจน”ซูจิ่งสิงหยั่งเดาบางอย่างได้“สาเหตุการตายของอดีตรัชทายาทและพระชายารัชทายาท จะต้องให้ฮ่องเต้ยืนยันเรื่องนี้”พูดตามสัตย์จริงมู่หรงถิงคนพรรค์นั้น เขาเป็นฮ่องเต้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตฮ่องเต้อย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม เว้นเสียแต่สืบหาสาเหตุการตายของอดีตรัชทายาทให้กระจ่าง ซูจิ่งสิงถึงจะสืบทอดบัลลังก์ได้อย่างไร้มลทิน“ท่านข้าล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ การตายของท่านพ่อท่านแม่หนีไม่พ้นฮ่องเต้ชั่ว”ซูจิ่งสิงหรี่ตาทั้งสองข้างลง“แต่จะให้เขาเอ่ยปากยอมรับ น่ากลัวว่าเป็นไปไม่ได้”ตราบใดที่มู่หรงถิงไม่ได้เสียสติ เขาก็ไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้โจวเหล่าพูดเสียงเครียด “ไม่เพ
“ไป”ใบหน้าซูจิ่งสิงประดับยิ้ม นำกองทัพไปรวมตัวกับกู้หว่านเยว่“ซูจิ่งสิง เจ้ากบฏ เจ้าขวัญกล้าจับเรา คนรุ่นหลังจะวิจารณ์เจ้าเยี่ยงไร!”มู่หรงถิงสบถด่าตลอดทางไม่หยุด“เราได้รับสืบทอดบัลลังก์จากอดีตฮ่องเต้อย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม”“เจ้ายกทัพก่อกบฏ เจ้าทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง!”เขาด่าว่ายกใหญ่ ด่าได้หยาบคายเพียงใดก็ด่าเพียงนั้นกู้หว่านเยว่แคะหู มอบให้เขาหนึ่งหมัด “หุบปากสุนัขของท่านเสีย ยังกล้าพูดอีก ข้าจะตัดลิ้นท่าน!”มู่หรงถิงถูกต่อยจนฟันหลุดหนึ่งซี่ คนงุนงงไปสุดท้ายก็เป็นความน่ากลัวของกู้หว่านเยว่ใช้ได้ผล เขาไม่กล้าพูดอีกตามคาด“ฉวยโอกาสตอนได้รับชัยชนะ บุกโจมตีด่านหานกู่!”ภายในด่านหานกู่ หนานหลีม่านเพิ่งตื่น นางที่ได้รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์คล้ายถูกอัสนียบาตร“เก็บเด็กคนนี้ไว้ไม่ได้”หนานหลีม่านยื่นมือออกไปหมายจะทุบครรภ์ของตนนางกำนัลเสี่ยวเหอตกใจรีบห้ามนางไว้“คุณหนู ท่านจะทำร้ายตนเองไม่ได้นะเจ้าคะ”เดิมทีสุขภาพของคุณหนูก็ไม่ดีอยู่แล้ว ฝืนทำให้แท้งเช่นนี้จะต้องส่งผลเสียต่อร่างกายแน่“เจ้าอย่าห้ามข้า!”หนานหลี่ม่านตอบสนองอย่างรุนแรง“ต่อให้ตาย ข้าก็ไม่ต้องการเด็กคน
“ทุกคนในสกุลโจวล้วนเป็นขุนนางซื่อสัตย์ พวกเขาไม่มีวันยอมจำนน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็จับเป็นเขาเถอะ จำไว้ให้ดีอย่าทำร้ายแม่ทัพน้อยโจว”ขุนนางซื่อสัตย์เช่นนี้ นางไม่อยากเด็ดขาดเกินไปนัก“บ่าวเข้าใจแล้ว”ชิงเหลียนพูดหนึ่งประโยค ตอนนี้กองทัพเจดีย์หนิงกู่ทางฝั่งนี้ล้วนเคลื่อนไหวทั้งหมดแล้ว ภายในมือพวกเขาถือธนูและหน้าไม้ผู้อยู่ใต้อาณัติโจวเสี้ยนไม่ใช่คู่ต่อสู้ตั้งแต่แรก ผ่านไปเพียงครู่เดียวก็พ่ายแพ้ราบคาบมู่หรงถิงกวาดตามองรอบด้าน หาโอกาสหนีอยู่ตลอดกู้หว่านเยว่ย่อมไม่เปิดโอกาสให้เขาหนีไปได้ เห็นว่าทั้งสองฝ่ายใกล้ปะทะกันเต็มที นางเหินบินขึ้นไป“ฝ่าบาทระวัง”โจวเสี้ยนตะโกนดังลั่น ลองยับยั้งกู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่ยกเท้าขึ้นเตะโจวเสี้ยนออกไป ขณะเดียวกันองครักษ์จันทราทางด้านหลังก็ไล่ตามมาจับโจวเสี้ยนไว้“บังอาจ!”มู่หรงถิงฝืนรักษาศักดิ์ศรี ตะเบ็งเสียงใส่กู้หว่านเยว่“เราเป็นโอรสสวรรค์ เป็นฮ่องเต้ต้าฉี เจ้าถึงขั้นขวัญกล้าไล่ต้อนเราถึงเพียงนี้”กู้หว่านเยว่หัวเราะดูเบา“บัดนี้ท่านเป็นฮ่องเต้ต้าฉีจริง แต่ฮ่องเต้ท่านคนนี้หมดวาระแล้ว ภายภาคหน้าให้คนอื่นมาเป็นแทนเถอะ”นางลงพื้นอย่างไร้เ