Beranda / รักโบราณ / ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก! / บทที่ 2 เริ่มต้นชาติใหม่

Share

บทที่ 2 เริ่มต้นชาติใหม่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-03-27 20:36:08

บทที่ 2 เริ่มต้นชาติใหม่

เมื่อถึงกำหนดเข้าห้องหอ เหยียนซือเหยียนก็ยังนั่งดื่มสุรามงคลอย่างใจเย็นโดยที่ผ้าคลุมหน้าของนางยังคงปิดอยู่

นางไม่สนใจว่าเขาจะดื่มหรือไม่ และไม่คิดจะรีรอพิธีอย่างไรก็ต้องทำให้เสร็จสิ้นเพื่อที่จะให้แม่สื่อออกจากเรือนไป

“เชิญเจ้าบ่าวยกจอกสุราขึ้นดื่ม”

เสียงแม่สื่อเร่งเร้าไป๋จิ้งหานอีกครั้ง นางเห็นมือเรียวขาวของเขายกจอกสุราที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจึงยกมุมปากเยาะหยัน

แน่นอนว่าเขาไม่ยินยอม แต่ก็ไม่อาจขัดขืน

แม่สื่อออกไปแล้ว ไป๋จิ้งหานนั่งมองนางนิ่งงันจากนี้จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำไร้อารมณ์

“ถอดผ้าคลุมหน้าออกเสีย มือของเจ้ายังใช้งานได้คงไม่ต้องรอให้ข้าถอดให้กระมัง”

ไม่ผิดเพี้ยวจากว่าจาในชาติที่แล้ว เพราะเขาเองก็เอ่ยเช่นนี้ ทว่านางกลับใช้น้ำเสียงอ้อนวอนตอบเขากลับไปว่า

ผ้าคลุมหน้าต้องเป็นท่านพี่ที่เป็นคนเปิด หากท่านไม่เปิดจะถือว่าผิดธรรมเนียมนะเจ้าคะ

หลังจากกล่าวจบ จากนั้นเขาก็ไม่ตอบสนองหรือเอ่ยคำใดอีกบรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและเงียบงันยิ่งนัก

ในชาติที่แล้วเหยียนซือเหยียนเกรงว่าเขาจะโกรธ สุดท้ายจึงเป็นคนเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวด้วยตนเองแม้ว่าจะเป็นการผิดธรรมเนียมก็ตาม

และดูเหมือนว่าตั้งแต่วันนั้นต่อหน้าเขา นางก็จำเป็นเชื่อฟังเฝ้าปรนนิบัติเขาราวกับสุนัขที่เขาเลี้ยงเอาไว้ตัวหนึ่ง  ทั้งหมดล้วนเพราะนางรักเขาจนไม่กล้าทำให้เขาขุ่นเคืองใจ

ทว่าไป๋จิ้งหานกลับเห็นความจริงใจของเหยียนซือเหยียนว่าเป็นเพียงการเสแสร้ง

ในชาติที่แล้วนางเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจไม่ยอมร่วมเตียงจึงได้ให้คนผสมยากำหนัดเข้มข้นไว้ในสุรามงคล และเพราะยาปลุกกำหนัดนั่นจึงทำให้เขายอมร่วมเตียงกับนางอยู่ด้วยกันเป็นเวลาถึงสองวันสองคืนกว่าที่ยาจะสิ้นฤทธิ์

 และหลังจากวันนั้นเขาก็พลันโกรธนางเป็นฟืนเป็นไฟต่อว่านางว่าไร้ยางอายจึงทำเรื่องเช่นนี้มาได้

 โชคดีที่หรงฮูหยินแม่สามีเข้าข้างนางมิเช่นนั้นเรื่องคงบานปลายวุ่นวายจนเข้าหน้ากันไม่ติด

เดิมเหยียนซือเหยียนมีฉายาว่าคุณหนูเอาแต่ใจ เมื่ออยู่ในจวนเสนาบดีนางต้องการสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น

ทว่าเพราะรักเขามากจึงยอมทุกอย่างเป็นภรรยาที่ต่อหน้าเชื่อฟัง ไม่กล้าเอ่ยปากโต้แย้ง ไม่กล้าพูดสิ่งที่ตนเองอยากพูด จะคิดการทำสิ่งใดต่อหน้าล้วนระมัดระวังเพราะกลัวเขาจะไม่พอใจ นางเอ่ยชมเขาต่อหน้าบิดามารดาเสมอ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเท็จเพราะกลัวบิดามารดาของนางจะตำหนิสามีและทำให้เขาได้รับความลำบากใจ

นางคิดโง่ ๆ ว่าเมื่อกลายเป็นสามีภรรยาผูกผมได้ร่วมเตียงกันแล้ว เขาจะรักใคร่นางเช่นสามีภรรยาคู่อื่น

ทว่านางกลับคิดผิด ต่อให้ร่วมเตียงนอนด้วยกันแล้วหรือเฝ้าทำดีมาเนิ่นนานหลายปีเพียงนั้นแล้วอย่างไร คนเขาเกลียดอย่างไรเขาก็ยังคงเกลียดอยู่เช่นนั้น

ความจริงชีวิตสามีภรรยาของนางนั้นน่าเศร้านัก ชาติที่แล้วนางกับเขาร่วมเตียงกันไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งก็ล้วนเป็นมารดาของไป๋จิ้งหานที่มาจัดการกดดันบุตรชายให้มีทายาทด้วยตนเองโดยอ้างว่าเป็นไทเฮาที่กดดันนางมาอีกต่อหนึ่งยิ่งทำให้ไป๋จิ้งหานไม่กล้าขัดใจมารดา

และท้ายที่สุดเหยียนซือเหยียนกลับจับได้ว่าเขารังเกียจนาง กระทั่งเขาใช้สมุนไพรชนิดหนึ่งเป็นยาดื่มเพื่อให้หยางของเขาพร่อง ไม่อาจทำให้สตรีใดตั้งครรภ์

จะมีบุรุษใดในโลกนี้ที่กล้าดื่มยาที่ทำลายธาตุหยางของตนเองบ้าง หากว่าบุรุษผู้นั้นไม่รังเกียจภรรยาของตนเองสุดหัวใจ

เพราะเรื่องนี้จึงทำให้เหยียนซือเหยียนเสียใจราวกับถูกเขานำมีดมากรีดที่หัวใจ

ข้าน่ารังเกียจเพียงนั้นหรือ เขาจึงไม่อยากมีลูกกับข้า

กว่านางจะผ่านความทรมานนั้นมาได้ไม่ง่ายเลย ชาตินี้นางจึงคิดหนีให้ห่างจากเขา อโหสิกรรมในชาติที่แล้วและไม่คิดอยู่ร่วมกันอีก

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอีกครั้งดึงสติของนางให้กลับมาอยู่ในปัจจุบัน

“หากไม่อยากถอดผ้าคลุมหน้า ข้าก็ไม่คิดสนใจ”

จู่ ๆ เหยียนซือเหยียนก็คิดที่จะแกล้งคนขึ้นมาบ้าง นางสงสัยว่าหากว่านางกลายเป็นตัวของตัวเอง อยากทำสิ่งใดก็ทำเช่นนั้นไม่เสแสร้งต่อหน้าเขาอีก เรื่องราวนับจากนี้จะเป็นเช่นใด

ในตอนนี้นางจึงอยากทดสอบ ลองแกล้งเขาดูสักหน่อย

เหยียนซือเหยียนเผยรอยยิ้มภายใต้ผ้าคลุมหน้าจากนั้นก็ลุกขึ้นยืน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับไม่ใช่มนุษย์นั้นกำลังขมวดคิ้วมองเหยียนซือเหยียนด้วยความสงสัยทั้งระมัดระวัง

ได้แต่คิดในใจว่า นางคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ กระทั่งนางส่งเสียงออกมา

“อ๊ะ ท่านพี่...ข้า...วิงเวียนยิ่ง”

และเมื่อลุกขึ้นนางก็แสร้งยกมือจับศีรษะที่ยังคลุมด้วยผ้าแดง จากนั้นร่างกายกลับเริ่มโอนเอนไปมา ก่อนจะซวนเซแล้วล้มลงไปข้างหน้า ราวกับกำลังจะหมดสติ

ไป๋จิ้งหานตกใจมือแข็งแกร่งยื่นออกไปคว้าเอวนางไว้โดยสัญชาตญาณกระทั่งนางเสียหลักล้มลงนั่งบนตักของเขา

แน่นอนว่านางจงใจ

แต่ทันทีที่สัมผัสกับร่างบาง เขาก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจเมื่อถูกมือเล็กของนางรัดเอวเขาเอาไว้แล้วซุกใบหน้าลงมาบนอก

เหยียนซือเหยียนรู้ดีว่าสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือการที่นางใช้มารยาเช่นนี้กับเขา

ดังนั้นชาติที่แล้วหลังจากที่นางวางยากำหนัดในคืนแต่งงาน นางก็ไม่กล้าใช้เล่ห์กลกับเขาอีก

ทว่าชาตินี้นางคิดดีแล้วแม้ว่าจะคิดว่าต่างคนต่างอยู่ แต่สามปีนี้นางต้องได้เอาคืนเขาบ้างเป็นการล้างแค้นเล็ก ๆ ของตนเอง

และเป็นไปอย่างที่นางคิด เพียงนางกอดเขาไป๋จิ้งหานก็ตัวแข็งค้างเอ่ยน้ำเสียงดุกร้าวออกมา

“เอามือออกไป!”

เหยียนซือเหยียนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มแผ่ว ผ้าคลุมหลุดออกเผยให้เห็นใบหน้างามสะคราญโฉมที่แต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ท่าน...พี่...ข้าเมาแล้วเจ้าค่ะ”

“หึ” เขาหัวเราะเย็นชา “เจ้าเมาหรือ อย่ามาเสแสร้งเลย”

“ไม่ได้เสแสร้งสักนิด...สุรามงคลรสชาติบาดคอนัก ข้าเมาแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ” นางลากเสียงยาวก่อนจะเอนตัวเข้าหาเขาอย่างแนบชิด

นิ้วเรียวขาวไต่ไปตามสันกรามคม เลื่อนผ่านมาที่ริมฝีปากจากนั้นก็วางที่จมูกโด่งได้รูป

“ท่านพี่ ใบหน้านี้ของท่านที่ทำให้ข้าหลงใหลนัก มิน่าเล่าจึงได้มีสตรียอมตายเพื่อท่าน”

จากนั้นก็คิดในใจว่า

สตรีโง่ไยมีอยู่มากนัก ข้าก็โง่จนกระทั่งถูกเขาฆ่าตาย แม่ดอกบัวขาวอี้ชิงคนนั้นก็โง่จึงได้รอเขาจนเหี่ยวแห้งนับสิบปี

นางจ้องเขาโดยไม่หลบสายตา ไม่มีทีท่าเขินอายแต่กลับมองเขาเหมือนกำลังล้อเล่นหยอกเย้ากับนายโลมผู้หนึ่ง

จู่ ๆ ไป๋จิ้งหานก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเหยียนซือเหยียนผู้นี้จะเป็นคนเถรตรงทั้งยังกล่าววาจาหน้าไม่อายเช่นนี้ออกมาได้

“อย่ามาเล่นตลกกับข้า!”

เหยียนซือเหยียนส่ายหน้า

“ตลกอันใดกัน ท่านมีใบหน้างดงามจริง ๆ มิได้ล้อเล่นเลย บุรุษในหอนายโลมยังสู้ท่านไม่ได้ ท่านของข้าท่านหล่อเหลาจริง ๆ เจ้าค่ะ”

เหยียนซือเหยียนเอ่ยเสียงหวาน เอียงคอมองเขาด้วยสายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม นางมิได้พูดผิดสักคำ

สาเหตุที่นางคลั่งรักบุรุษผู้นี้จนยอมทำทุกอย่างเพื่อเขานั้นก็เพราะว่าเขาหน้าตาดี ส่วนตัวของนางก็ดันชอบบุรุษหน้าตาดีเสียด้วย แม้ว่าเขาจะทำร้ายจิตใจเพียงแต่เขาอยู่ใกล้ ๆ มองนางสักหน่อย นางก็ลืมทุกอย่างไปอย่างง่ายดาย

ให้ตายเถิด ข้าช่างนิสัยเสียจริง ๆ

ยิ่งเพ่งพิศมอง นางก็ยิ่งเห็นชัดแจ้งบุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย นัยน์ตาหงส์ ริมฝีปากบางระเรื่อ รูปร่างสูงโปร่ง มีกล้ามเนื้อร่างกายงดงามสมส่วน ท่วงท่าสง่างามประดุจเทพเซียน มองอย่างไรก็ไม่อาจเบื่อได้ แม้ว่าจะมองมาถึงสองชาติอย่างใกล้ชิดก็ยังไม่เบื่อ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด เขาก็ยังคงรูปงามโดดเด่นอยู่เสมอเสียดายเพียงแต่ใบหน้านี้ของเขาช่างแสดงเพียงด้านที่เย็นชาออกมาเสมอ

ไป๋จิ้งหานเอ่ยถามนางด้วยนางเสียงเต็มไปด้วยโทสะ

“เหยียนซือเหยียน เจ้าเคยไปเที่ยวหอนายโลมด้วยหรือ ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก”

จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าถูกหยามน้ำหน้าอย่างไรไม่รู้ เมื่อสตรีที่ตามติดเขายิ่งกว่ากาวหนังสุนัขนางนี้เอ่ยว่าไปเที่ยวหอนายโลมมาก่อนแต่งงาน

นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน!

เหยียนซือเหยียนพยักหน้าโดยไร้ความละอาย

“เจ้าค่ะ ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ผู้ใดก็ไปกัน สตรีไปกันมากมายนัก จะไร้ยางอายได้อย่างไร ที่นั่นมีบุรุษดีดพิณ ขับร้อง และยังร่ายรำ น่าเสียดายที่ข้าน่าจะไปตั้งนานแล้วที่นั่นทำให้สำราญช่วยคลายทุกข์ได้ดี ท่านพี่คราหน้าข้าพาท่านไปร่วมสนุกด้วยดีหรือไม่”

ไป๋จิ้งหานมองเหยียนซือเหยียนดวงตาขึงขัง

เหยียนซือเหยียนไยจึงไร้ท่าทางเขินอายเฉกเช่นสาวน้อยวัยสิบเจ็ดอย่างสิ้นเชิง แววตานี้ของนางราวกับสตรีที่ผ่านโลกมาเนิ่นนานแล้ว

“นี่เจ้า...”

ดูเหมือนเขาก็พูดไม่ออกแล้ว เหยียนซือเหยียนฉีกยิ้มดวงตาคู่งามกระจ่างใส

นางมิได้โกหก ชาติที่แล้วหลังจากแต่งงานกับเขามาหลายปี องค์หญิงใหญ่สตรีหม้ายที่เป็นญาติผู้พี่ก็พานางไปเปิดหูเปิดตาจริง ๆ

วันนั้นนางโกรธที่เขาไม่สนใจตนเอง เอาแต่ใส่ใจแม่ดอกบัวขาวอี้ชิงที่แสร้งป่วยนางนั้น ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเมื่อองค์หญิงใหญ่เชื้อเชิญนางจึงไม่ลังเลที่จะตอบรับ

และช่างเป็นเรื่องที่ตัดสินใจถูกต้อง เมื่อได้ฟังนายโลมผู้งดงามเล่นดนตรี ขับร้องและพูดคุยด้วยถ้อยคำหวานหูก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา

 เหยียนซือเหยียนในวัยสามสิบกว่าจึงยอมรับว่าความจริงแล้วยังมีบุรุษหน้าตาดีอีกมากมายรอรับใช้นางอยู่ ไยนางจึงได้หลงใหลไป๋จิ้งหานมานานเพียงนั้น

และหลังจากวันนั้นเขาก็วางยาพิษนางจนตาย  และแน่นอนว่านางก็ฆ่าเขาเช่นกัน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ใจก็รู้สึกโกรธไม่ได้ ถึงแม้ว่าต่างคนต่างล้วนมอบยาพิษถือว่าควรจบสิ้นกันไปได้แล้ว แต่นางก็ยังคงหลงเหลือโทสะที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ

จู่ ๆ ภายในดวงตาคู่งามมีประกายความเคียดแค้นเต็มเปี่ยม ไอสังหารพวยพุ่งรอบกาย มือเรียวขาวราวหยกเลื่อนลงมาที่ลำคอขาวของเขาและกำแน่นขึ้นในใจคิดว่า

หักคอให้ตายเลยดีหรือไม่ คนสารเลว!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 3 ข้าก็มีปาก

    บทที่ 3 ข้าก็มีปากทว่าก่อนที่นางจะลงแรงบีบคอคนจริง ๆ ไป๋จิ้งหานก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นพร้อมกับดึงมือของนางออกจากลำคอของเขาแน่นอนว่าเขาไม่คิดว่านางจะบีบคอเขาจริง ๆ อย่างไรมือนางก็ทั้งเรียวทั้งเล็ก เพียงแต่เมื่อท้องนิ้วนุ่มนิ่มสัมผัสที่ลำคอทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนแปลก ๆ“เจ้าช่างน่าไม่อาย”จากนั้นเขาก็ยังทำท่าทางเป็นหนุ่มน้อยผู้หนึ่งที่วางท่ามองนางด้วยสายตาไม่พอใจถึงสีหน้าจะยังคงเย็นชาแต่ก็สายตายังแสดงออกถึงอาการตกตะลึงพรึงเพริดที่รู้ว่านางแอบไปเที่ยวหอนายโลม มิได้มีหนังหน้าหนาจนดูไม่ออกว่าคิดอะไรเฉกเช่นตาเฒ่าไป๋คนใจจืดใจดำในชาติที่แล้วเหยียนซือเหยียนหัวเราะออกมาโดยพลัน“หน้าไม่อายหรือ ไยข้าต้องหน้าไม่อายด้วย หอนางโลมเปิดถูกต้องตามกฎหมายต้าหยาง คนที่ไปที่นั้นล้วนเป็นชนชั้นสูงมีฐานะ กระทั่งองค์หญิงใหญ่ยังเลี้ยงนายโลมในตำหนักหลายคน ฝ่าบาทยังไม่ตำหนิ เช่นนั้นหมายความว่าสตรีสามารถหาความสำราญได้อย่างที่ใจต้องการ ต้าหยางให้อิสระเพียงนี้มีสิ่งใดต้องหน้าไม่อายกันเจ้าคะ”ไป๋จิ้งหานตกตะลึงเมื่อจนไม่รู้ว่าต้องรู้สึกอย่างไร เมื่อนางเปิดเผยเรื่องนี้กับเขาอย่างซื่อตรงในคืนเข้าหอ เขาควรรังเ

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27
  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 4 เปิดศึกในจวน

    บทที่ 4 เริ่มเปิดศึกในจวนโหวยามเช้าตรู่วันต่อมา แสงอาทิตย์แรกของวันสาดส่องผ่านม่านโปร่งของ เรือนไป๋เหมย ที่ตั้งอยู่ใจกลางจวนโหว เรือนนี้เป็นที่พำนักของ ฮูหยินใหญ่หรง หรือ หรงเจิน ผู้เป็นมารดาของไป๋จิ้งหานไป๋จิ้งหานได้รับคำสั่งให้มาพบมารดาตั่งแต่ลืมตาตื่นใจยามเช้า และเมื่อก้าวเข้ามาในเรือนอันอบอุ่น เขาก็ได้พบกับเหยียนซือเหยียนที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างมารดาของเขานางกำลังรินชาให้อย่างนุ่มนวล ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา แววตาเศร้าสร้อยและแดงเรื่อ ราวกับคนที่ผ่านค่ำคืนแห่งความทุกข์ระทมมาทั้งคืนสีหน้าของนางในยามนี้ทำให้เขารู้สึกว่าเย็นที่แผ่นหลังอย่างประหลาด ราวกับว่ากำลังมีเรื่องให้รำคาญใจรอเขาอยู่หลังจากเขาคารวะมารดาเรียบร้อย ฮูหยินใหญ่หรงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิอย่างไม่รอช้า“เช้าวันนี้ไม่มีผ้าหงปู้[1]ส่งมาจากเรือนหอของเจ้า แม่สอบถามลูกสะใภ้แล้วจึงได้รู้ว่าเมื่อคืนลูกมิได้เข้าเรือนหอ บ่าวไพร่บอกแม่ว่าลูกไปนอนที่เรือนหนังสือ เจิ้นโหวไยเจ้าจึงได้ไม่รู้ความประพฤติตนเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่าหากไทเฮาทรงทราบเรื่องนี้ พระนางสามารถเอาผิดกับจวนโหวได้”ไป๋จิ้งหานกำลังจะอ้าปากตอบ เหยียนซือเหยียนกลับส่งเส

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27
  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 5 เริ่มต้นก็ปวดหัวแล้ว

    บทที่ 5 เริ่มต้นก็ปวดหัวแล้ว“ท่านพี่เมื่อเช้าท่านเพิ่งถูกตำหนิมาแต่หากท่านต้องการให้ท่านแม่ไม่สบายใจ ก็ออกไปเถิดข้าไม่ห้ามแล้วเจ้าค่ะ แต่ท่านโทษข้าไม่ได้หากข้าจะต้องเอ่ยความจริงกับท่านแม่ว่าท่านออกไปนอนที่เรือนหนังสืออีก ท่านพี่ข้าพูดโกหกไม่เป็นนะเจ้าคะ”ไป๋จิ้งหานมีสีหน้าเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเห็นว่าเหยียนซือเหยียนทำดวงตาใสซื่อทว่าในใจคงกำลังเยาะหยันเขาอยู่ จึงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจเอาเสียเลยด้านเหยียนซือเหยียนนางชอบความรู้สึกนี้ยิ่งนัก ที่สามารถทำให้เขาอัดอั้นตันใจได้เพียงนี้ดี เกลียดนางนักก็อยู่ด้วยกันตรงนี้ เกลียดให้ตายไปเลยข้างหนึ่งนางดักทางเขาเอาไว้หมดแล้ว เขาเพิ่งถูกท่านแม่ตำหนิเรื่องทิ้งเจ้าสาวมาในตอนเช้า หากว่าเขาไม่นอนในเรือนนี้อีกท่านแม่ต้องไม่สบายใจเป็นแน่ไป๋จิ้งหานจะอยู่ก็รังเกียจ จะไปก็เกรงท่านแม่จะคิดมากและเป็นกังวล เขาจึงไร้ทางออกเพราะอึดอัด สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาเอ่ยเสียงสั่งการ“ข้าต้องล้างหน้าถูฟัน เปลี่ยนอาภรณ์ก่อนเข้านอน”เหยียนซือเหยียนล้มตัวลงนอนตะแคงมองเขาพร้อมเผยรอยยิ้มแต่ไม่คิดขยับไปไหน“เจ้าได้ยินหรือไม่ ว่าข้าต้องทำสิ่งใด”ไป๋จิ้งหานมองใบหน

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27
  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 6 เป็นอิสระแล้ว

    บทที่ 6 เป็นอิสระแล้วครึ่งเดือนต่อมาแดนเหนือ เมืองหลงเซิง เป็นดินแดนที่ไป๋จิ้งหานคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเป็นสถานที่ที่เขาเติบโตมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมืองแห่งนี้เป็นเส้นเขตแดนสำคัญที่เชื่อมต่อกับดินแดนของชนเผ่าเร่ร่อน และบัดนี้มันกลับเต็มไปด้วยควันเพลิงแห่งกบฏการก่อกบฏครั้งนี้ทำให้ไป๋จิ้งหานได้รับพระบัญชาให้เดินทางกลับไปยังแดนเหนือเพื่อปราบกบฏที่ฮึกเหิมเกินกำลังเจ้าเมืองหลงเซิงที่จะต่อกรได้เหยียนซือเหยียนรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงนางจึงบอกเขาว่า เขาจะไม่ได้กลับบ้านเดิมกับนางอย่างแน่นอนไป๋จิ้งหานยังจำคำของนางได้ และวาจาของนางที่เคยกล่าวเอาไว้กลับกลายเป็นความจริงจะมีเรื่องบังเอิญอะไรได้เพียงนี้ในขณะที่ไป๋จิ้งหานกำลังคิดถึงเรื่องบังเอิญนี้ เหยียนซือเหยียนก็คิดถึงเรื่องชาติที่แล้วไป๋จิ้งหานไปออกรบหายหน้าไปนานถึงห้าเดือน ก่อนจะกลับมาพร้อมกับ อี้ชิง และ ท่านย่าผู้ลำเอียงของเขา โดยที่นางไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย นางเคยใช้ชีวิตรอคอยเขาด้วยความทรมาน ใจจดจ่อทุกวันว่าเขาจะกลับมาหรือไม่กิจวัตรประจำวันของนางก็คือการไปไหว้พระสวดมนต์ขอพรให้เขารอดปลอดภัยกลับมานอกจากนั้นนางยังส่งจดหมายไปถึงเขาฉ

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27
  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 7 นางช่างกล้านัก

    บทที่ 7 นางช่างกล้านักสองเดือนที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่ไป๋จิ้งหานออกศึก เหยียนซือเหยียนก็ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี นางไปจวนองค์หญิงใหญ่อยู่เสมอ เพื่อฟังชายงามขับร้องบทกวี ชมงิ้ว เล่นไพ่ และเล่นหมากล้อมนอกจากนั้นนางยังคัดเลือกสาวงามอีกหลายคน เพื่อเตรียมส่งไปบำเรอความสุขให้สามีที่แดนเหนือแม้ว่าเขาจะปฏิเสธเสียงแข็งก็ตามเพราะนางรู้ว่าเขาจะปราบกบฏที่ชายแดนในค่ายทหารไม่กี่เดือน จากนั้นจะกลับเข้ามาพำนักรอดูความเรียบร้อยในจวนสกุลไป๋เมืองหลงเซิงอันเป็นเมืองหลวงในแดนเหนือ และอี้ชิงก็จะกลายเป็นนางในดวงใจของเขาตอนนี้สาวงามที่นางคัดเลือกให้ไป๋จิ้งหานล้วนมีใบหน้า รูปร่าง และกิริยาใกล้เคียงกับอี้ชิง ทว่านอกเหนือจากนั้นพวกนางยังได้รับการฝึกฝนให้ปรนนิบัติบุรุษบนเตียงจากนางโลมอันดับหนึ่งอย่างลับ ๆเรื่องนี้เหยียนซือเหยียนล้วนแอบลักลอบทำ ไม่ให้ผู้ใดรู้และจะส่งไปให้ไป๋จิ้งหานเมื่อถึงเวลานางมีความสุขยิ่งกว่าชาติที่แล้วจนไม่อาจบรรยาย ถึงจะยังคงมีอาการเจ็บแค้นใจไป๋จิ้งหานและคิดถึงเขาอยู่บ้างแต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่เท่านั้นเพราะทุกวันนางล้วนได้รับการเยียวยาจิตใจจากจวนองค์หญิงใหญ่ ด้วยบุรุษมากมายที่แสนเอาอกเอาใจท

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27
  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 8 พบโจรร้าย

    บทที่ 8 พบโจรร้ายหลี่หลงนำองครักษ์จำนวนไม่น้อยคอยคุ้มครองเหยียนซือเหยียนเดินทางขึ้นเหนือในวันรุ่งขึ้นตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง หลังจากนั้นนางก็แทบจะไม่ได้หยุดพักอีกการมาครานี้ของเหยียนซือเหยียน นางมิได้นำเพียงสาวใช้ข้างกายของตนเองมาเท่านั้น สตรีที่นางฝึกฝนเพื่อให้เป็นอนุของไป๋จิ้งหานก็ติดตามมาด้วยผู้หนึ่งในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรก็ต้องได้พบกับอี้ชิง สู้นางลงมือก่อนจึงจะนับว่าได้เปรียบจวบจนเวลาผ่านไปนับสิบวันก็ดูเหมือนว่าใกล้ถึงแดนเหนือขึ้นทุกขณะแล้ว อากาศที่หนาวเย็นอยู่แล้วยิ่งหนาวเย็นจับจิต แม้หลี่หลงจะอายุยังน้อย ทว่าเขากลับเป็นคนที่โตเกินวัย วรยุทธ์ล้ำเลิศทั้งยังเคร่งขรึมและดูเหมือนจะพึ่งพาได้ชาติที่แล้วเหยียนซือเหยียนแทบจะไม่เคยพูดคุยกับองครักษ์ของไป๋จิ้งหานหากว่าไม่จำเป็น สิบกว่าปีที่อยู่ร่วมกับเขามาเรียกได้ว่านางไม่สนิทสนมกับคนใกล้ชิดของเขาแม้แต่คนเดียวก็แน่ล่ะ...แม้แต่ตัวเขายังตีตัวออกห่างจากนาง เช่นนี้แล้วจะเปิดโอกาสให้นางสนิทสนมกับผู้ใดได้อีกการเดินทางสำหรับนางในครานี้ อันที่จริงจะว่าน่าเบื่อหน่ายก็ไม่อาจพูดได้ ชาติที่แล้วนางอยากมาที่แดนเหนือนัก เพราะอยากเห็นว่าเขาใช้ชีว

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27
  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 9 ถูกจับไปก็ดีแล้ว

    บทที่ 9 ถูกจับไปก็ดีแล้วกลางดึกอันเหน็บหนาว ณ เชิงเขาชีอันเสียงกีบม้ากระทบพื้นหิมะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ลมหายใจของฝูงม้าส่งไอสีขาวออกมาท่ามกลางความหนาวเหน็บ ไป๋จิ้งหาน เร่งม้าควบผ่านผืนป่าอย่างเร่งร้อนหลังได้รับข่าวว่าขบวนของเหยียนซือเหยียนถูกซุ่มโจมตี นางยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไป๋จิ้งหานร้อนรนรีบจัดเตรียมกำลังพลทันที โดยส่งหลี่จื้อคอยช่วยเหลือน้องชายของเขาดูแลชายแดนแทนตนเองเมื่อไป๋จิ้งหานมาถึงเชิงเขาชีอัน กองทหารที่ถูกส่งมาก่อนหน้าได้รอคอยอยู่แล้ว หลี่หลง รีบก้าวออกมาต้อนรับเขา สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด"เรียนนายท่าน พบว่ากลุ่มโจรที่ซุ่มโจมตีคือกลุ่มกบฏขอรับ ข้าสามารถจับเป็นและจับตายได้ทั้งหมด รวมทั้งหัวหน้ากลุ่มกบฏ ทว่ารถม้าของฮูหยินน้อยกลับหายไป กระทั่งข้าตามพบที่เชิงเขาชีอันจากนั้นร่องรอยก็หายไปทั้งหมด"ไป๋จิ้งหานยังคงฟังอย่างเงียบงัน ใบหน้าของเขานิ่งสงบ ทว่าดวงตากลับฉายแววดุดันขึ้นทุกขณะ“นอกจากเหยียนซือเหยียนแล้วยังมีผู้ใดหายไปอีก”“บ่าวของนางทั้งสองคนเซียวยี อาเหวิน และยังมีสตรีนางหนึ่งที่ติดตามมาด้วยหายไป อีกทั้งในรถม้าของฮูหยินน้อยล้วนเต็มไปด้วยหีบเงิ

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27
  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 10 สตรีบ้าผู้นี้

    บทที่ 10 สตรีบ้าผู้นี้การเดินทางขึ้นเขาเต็มไปด้วยอุปสรรค หมอกหนาปกคลุมเส้นทาง กิ่งไม้เปียกชื้นบดบังทัศนวิสัย แต่อันตรายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่อากาศหนาวเย็น แต่เป็นกับดักที่ซุกซ่อนอยู่ตามแนวทางเดิน“หยุด!”เสียงสั่งการของไป๋จิ้งหานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดหลี่หลงชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นว่า พื้นดินเบื้องหน้ามีรอยแตกผิดปกติ ไป๋จิ้งหานหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขว้างลงไปที่รอยแยกนั้นเพียงชั่วพริบตา พื้นดินก็ค่อย ๆ ทรุดลงกลายเป็นหลุมลึก!ภายในหลุมเต็มไปด้วยไม้แหลมมากมาย หากพวกเขาเดินพลาดแม้แต่ก้าวเดียว สิ่งที่รออยู่เบื้องล่างคือความตายอันแสนสยดสยอง“พวกมันวางกับดักได้แนบเนียนนัก หากไม่มีนายท่าน พวกเราคงร่วงไปตายกันหมด”ไป๋จิ้งหานเอ่ยว่า“ทุกคนต้องระวังให้มาก ตามข้ามา”พวกเขาหลบเลี่ยงกับดักหลุมนั้นไปได้ แต่ไม่ทันขยับตัวไปไกล เชือกเส้นหนึ่งก็พุ่งขึ้นจากพื้นดินอย่างฉับพลันฟึบ!เชือกเส้นหนาตวัดเข้าพันขาของทหารผู้หนึ่ง ร่างของเขาถูกกระชากขึ้นกลางอากาศแทบจะทันทีอั่ก!ทหารผู้นั้นดิ้นรน มือคว้าอากาศอย่างตื่นตระหนกไป๋จิ้งหานพุ่งตัวไปข้างหน้า ชักกระบี่ตวัดตัดเชือกพริบตาเดียว ร่างของทหารร่วงลงมากระแทกพื

    Terakhir Diperbarui : 2025-03-27

Bab terbaru

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 56 ตอนจบ

    บทที่ 56 ตอนจบหลังจากสงครามที่ดุเดือดกินเวลาหลายวัน ในที่สุดอวิ๋นอ๋องก็ถูกจับกุมและถูกตัดสินประหารชีวิต เมืองหลวงที่เคยลุกเป็นไฟก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้งเด็กๆ ที่ถูกจับมาฝึกฝนเป็นทหารเดนตายของอวิ๋นอ๋องต่างได้รับการช่วยเหลือและถูกส่งตัวกลับไปยังแดนเหนือ ฝ่าบาททรงพระเมตตาพระราชทานเงินทุนจำนวนหนึ่งเพื่อให้พวกเขาจัดตั้งสำนักศึกษา ให้พวกเขาได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ใหม่อีกครั้ง และยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการรับราชการทหารได้เข้าฝึกฝนอย่างถูกต้องภายใต้การดูแลของกองทัพหลวงทว่าหลายวันผ่านไป ก็ยังไม่มีข่าวคราวของไป๋จิ้งหานกลับมายังจวนสกุลไป๋ ทำให้เหยียนซือเหยียนและทุกคนในจวนต่างก็เฝ้ารอด้วยความวิตกกังวลในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่เหยียนซือเหยียนนั่งอยู่ในสวนเงียบๆ มองดูดอกเหมยที่ผลิบานอย่างงดงาม ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกังวลและคิดถึง พลันเสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หัวใจนางเต้นรัวแรงอย่างควบคุมไม่ได้“เหยียนเหยียน ข้ากลับมาแล้ว”น้ำเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของเหยียนซือเหยียนพองโตด้วยความดีใจ นางหันขวับไปมองทันที และเห็นไป๋จิ้งหานยืนอยู่ตรงนั้น แม้ร่างกายจะดูซูบผอมลงเล็กน้อ

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 55 แผนการจบสิ้น

    บทที่ 55 แผนการจบสิ้นแสงเทียนอบอุ่นส่องสว่างทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ที่จัดไว้สำหรับงานเลี้ยงค่ำคืนนี้ ธูปกำยานหอมกรุ่นลอยอวลอยู่ในอากาศ ฮูหยินชรานั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน ดวงหน้ายิ้มแย้มมองไปที่ฮูหยินใหญ่หรงด้วยสายตาอ่อนโยน“ลูกสะใภ้ ข้าต้องขอบใจเจ้าที่คอยดูแลข้าในยามที่ล้มป่วย ลำบากเจ้าแล้ว”ฮูหยินใหญ่หรงก้มศีรษะอย่างนอบน้อม “ข้าเพียงทำหน้าที่ของลูกสะใภ้เท่านั้นเอง ท่านแม่เกรงใจไปแล้วเจ้าค่ะ”ฮูหยินชรายิ้มอ่อนโยนพลางหันไปทางอี้ชิงที่นั่งอยู่ด้านข้าง “อี้ชิง เจ้าก็เช่นกัน ขอบใจเจ้ามากที่ปรนนิบัติข้าไม่เคยขาดตกบกพร่อง การที่มีเจ้าอยู่ข้างกายข้านับว่าเป็นวาสนาของข้าแล้ว”อี้ชิงยิ้มอย่างนอบน้อม แต่ดวงตาของนางกลับเปล่งประกายแปลกประหลาด “ท่านย่าประดุจดั่งท่านย่าแท้ ๆ ของชิงเอ๋อร์ ที่ผ่านมาชิงเอ๋อร์สมควรกตัญญูเจ้าค่ะ”“ดี เด็กดีเจ้าช่างกตัญญูยิ่งนัก”สายตาฮูหยินชรากวาดผ่านไปทางเหยียนซือเหยียนเพียงชั่วครู่โดยไม่เอ่ยสิ่งใด เหยียนซือเหยียนหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ยังคงนิ่งเงียบไว้ไม่พูดจาไป๋จิ้งหานที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นบรรยากาศเริ่มอึดอัดจึงรีบกล่าวขึ้นเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด“ท่านย่าอาการป่วยของท

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 54 หล่อเหลาที่สุด

    บทที่ 54 หล่อเหลาที่สุดสองสามีภรรยาเดินไปยังโต๊ะที่จัดเตรียมแพะย่างหอมกรุ่นไว้ข้างกองไฟเหยียนซือเหยียนนั่งลงพลางเอ่ยว่า“หานหาน ท่านต้องรู้จักระมัดระวังรักษาร่างกาย อากาศหนาวหากสวมเพียงเสื้อตัวบางเหมือนเมื่อครู่อาจจะล้มป่วยได้”ไปจิ้งหานจับมือนางเอาไว้บีบเบา ๆ เอ่ยเสียงอ่อน“ไม่หนาวเลยสักนิดหรือถ้าหากข้าหนาวข้าก็จะกอดเจ้า ยังจำที่พวกเราอยู่ข้างแม่น้ำในวันที่มีโจรร้ายหวังสังหารเจ้าได้หรือไม่ วันนั้นอากาศหนาวเย็นยิ่งกว่านี้ เพราะว่าได้กอดเจ้าทั้งคืนส่งผ่านความอบอุ่นให้กันและกันพวกเราจึงรอดหนาวมาได้”เหยียนซือเหยียนหัวเราะร่วน“ผู้ใดจะลืมเล่า วันนั้นข้าเกือบตายเลยนะโชคดีที่มีหลี่จื้อช่วยเหลือ”“พูดถึงข้าหรือขอรับ”จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา เหยียนซือเหยียนหันไปมอง เห็นสองพี่น้องสกุลหลี่กำลังประสานมือคารวะไป๋จิ้งหาน นางเอ่ยถามสีหน้าประหลาดใจ“พวกท่านมาตั้งแต่เมื่อใด”“เพิ่งมาถึงขอรับ ได้กลิ่นแพะย่างจึงเดินตามมาคิดว่านายท่านน่าจะอยู่ที่นี่ ว่าแต่ฮูหยินน้อยกำลังเอ่ยถึงข้าหรือขอรับ”“ใช่ข้าย่อมหมายถึงพี่หลี่ผู้เก่งกาจที่ช่วยข้าจากโจรร้ายในวันนั้น วันนี้ขอตอบแทนท่านด้วยแพะย่างแสนล้ำเลิ

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 53 หนึ่งแลกหนึ่งร้อย

    บทที่ 53 หนึ่งแลกหนึ่งร้อยเหยียนซือเหยียนบัดนี้แอบมองอี้ชิงอยู่ที่มุมหนึ่ง นางเองก็ตั้งใจมารอรับไป๋จิ้งหานกลับจวนเช่นกัน ทว่าเมื่อเห็นว่าอี้ชิงรออยู่หน้าประตูใหญ่ก่อนนางแล้วจึงได้ซ่อนตัวในมุมมืดไม่ให้อี้ชิงเห็นภาพที่อี้ชิงโกรธแค้นไป๋จิ้งหานบัดนี้นางจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจน ในใจพลันรู้สึกหนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูกนั่นเป็นเพราะว่า อี้ชิงในยามนี้ไม่แตกต่างจากนางในชาติที่แล้วเลยแม้แต่น้อยเพราะทุ่มเทมาก รักมากจนทำเรื่องผิด สุดท้ายแล้วก็เป็นตัวเองที่เคียดแค้นอยู่เพียงลำพัง หมายสังหารเขาให้ตายตกตามกันไปความรักเช่นนี้ บัดนี้เหยียนซือเหยียนกระจ่างแจ้งแล้วว่า หาใช่ความรักที่แท้จริงเลยสักนิดเมื่อไม่ได้ครอบครองกลับคิดทำลาย จะเรียกว่ารักได้อย่างไรเหยียนซือเหยียนมองดูอี้ชิงถูกสาวใช้ของนางประคองกลับเรือนไปก่อนจะเผยกายออกจากที่ซ่อนพร้อมกับเซียวยีเซียวยีเอ่ยเบา ๆ“ท่าทางของคุณหนูอี้เหมือนกลายเป็นสตรีวิปริต ดูสายตาของนางที่มองท่านโหวอย่างเคียดแค้น ทั้งวาจาเช่นนั้นของนางข้าเห็นแล้วขนลุกนักเจ้าค่ะ”“เจ้าคิดว่านางน่ากลัวหรือ”“เจ้าค่ะ ทั้งดูเหมือนคนบ้าและน่ากลัวนัก ทำให้ข้าไม่อยากเข้าใกล้เลยสักนิด คุณ

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 52 เรื่องราวหวนกลับ

    บทที่ 52 เรื่องราวหวนกลับอี้ชิงไม่รอช้าวันต่อมานางวางแผนการจากนั้นรีบไปปรึกษากับฮูหยินใหญ่หรง บอกว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับฮูหยินชรากลับจวนแต่ขอให้ฮูหยินใหญ่หรงออกหน้า ด้วยเหยียนซือเหยียนไม่ชอบนางเกรงว่าจะเกิดปัญหากระทบกระทั่งได้ หากว่าจัดในนามของฮูหยินใหญ่หรงเช่นนี้ก็จะปรองดองกันได้ง่ายฮูหยินใหญ่หรงเห็นว่าที่จวนไม่เคยจัดงานเลี้ยงมานานแล้ว ครั้งล่าสุดก็คืองานแต่งงานของไป๋จิ้งหานและเหยียนซือเหยียนนางจึงตกลง ทั้งยังกล่าวชื่นชมอี้ชิงไม่ขาดปากว่าคิดการได้รอบคอบยิ่งนัก ดังนั้นนางจึงรับปากจัดงานเลี้ยงขึ้นมา“หลานจะดูแลจัดการไม่ทำให้ท่านป้าลำบากเจ้าค่ะ”“อย่างไรข้าก็เป็นฮูหยินใหญ่จวนเจิ้นโหว เจ้ามีสิ่งใดให้ข้าช่วยข้าย่อมยินดี”เรื่องการจัดงานเลี้ยงนี้วันต่อไปฮูหยินใหญ่หรงย่อมนำไปปรึกษากับเหยียนซือเหยียนลับหลังอี้ชิง เล่าให้นางฟังว่าอี้ชิงต้องการให้จัดงานเลี้ยงและนางก็เห็นด้วย“แม่ได้รับสุรามาจากท่านย่าของเจ้า ตอนที่ปรนนิบัติอยู่ในวังหลวง สุรานี่เป็นสุราที่ไทเฮาพระราชทานทั้งยังเป็นสุราบำรุงร่างกาย เหมาะนักที่จะนำมาดื่มฉลอง แต่ก็ยังห่วงว่าแม่นางอี้ผู้นั้นจะมีแผนการใดหรือไม่”เหยียนซือเหยียนตก

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 51 ข้าคิดถึงท่าน

    บทที่ 51 ข้าคิดถึงท่านภายในรถม้าที่หยุดวิ่ง บัดนี้เหยียนซือเหยียนเพ่งพิศไป๋จิ้งหานแน่วนิ่งดวงตาไม่กะพริบเขาทำท่าโกรธนางขึงขังที่นางขัดคำสั่งออกจากแดนเหนือมาเช่นนี้เหยียนซือเหยียนกระเถิบเข้าไปหาไป๋จิ้งหานที่นั่งอยู่ตรงหน้าจากนั้นก็ยื่นมือไปโอบกอดรอบร่างสูงพร้อมกับซบดวงหน้าลงบนอกกว้างก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“หานหานมารับข้าหรือ ลำบากท่านแล้ว”โทสะของเขาที่ขึงขังมาตั้งแต่รู้ว่านางออกจากเมืองอย่างดื้อรั้นบัดนี้กลับค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับร่างนุ่มนิ่มที่ซุกซบอยู่บนอกเขาขยับมือขึ้นโอบกอดนางตอบเอ่ยเสียงเบาไม่ต่างกัน “เจ้าไม่เคยฟังข้าจริง ๆ สินะ ออกจากแดนเหนือมาทำไม รู้อยู่แล้วว่าจะเกิดสงคราม”“หานหานข้าไม่อยากอยู่ห่างท่านแล้ว ท่านจากมานานเกินไปอีกอย่างข้าไม่อาจคาดเดาว่าอวิ๋นอ๋องจะก่อกบฏเมื่อใด หากในเร็ววันก็ช่างเถิดแต่หากเนิ่นนานไปข้าคงได้อกแตกตายเสียก่อนแน่”ไป๋จิ้งหานโอบรอบร่างเล็กดึงเข้ามาให้นั่งบนตักโอบกอดนางถนัดยิ่งขึ้นทำให้ร่างบอบบางทั้งร่างขออยู่ในอกของเขา ราวกับลูกนกที่กำลังถูกมารดากกกอดไป๋จิ้งหานอดไม่ได้ที่จะกดจุมพิตลงบนศีรษะด้วยความคำนึงถึงทั้งรู้สึกหวานล้ำอยู่ในอกเมื่อนางบอกว่าไม

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 50 ดื้อรั้น

    บทที่ 50 สตรีดื้อรั้นด้านอวิ๋นอ๋องเมื่อเขาได้รับตราสั่งการที่คิดว่าเป็นของจริง ก็พลันหัวเราะลั่นเอ่ยว่า“ในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างข้า บัลลังก์นั่นจะให้เด็กเมื่อวานซืนเช่นหยวนตี้ครอบครองได้อย่างไร เมื่อมีกองทัพแดนเหนือในมือ รวมกับกองทัพที่ข้าเฝ้ารวบรวมมาหลายปีกรอปกับนักรบแดนตายที่ฝึกฝน จากนี้ไปบัลลังก์ย่อมเป็นของข้าแล้ว”ที่แท้เด็กกำพร้า ที่หายตัวไปล้วนเป็นอวิ๋นอ๋องที่ขโมยคน เขาพาเด็กเหล่านั้นไปฝึกเป็นนักรบเดนตาย ทำงานใต้คำสั่งด้วยชีวิตและบัดนี้อวิ๋นอ๋องไม่รู้เลยว่า เด็กที่เขาได้รับมาใหม่จำนวนร้อยกว่าคนนั้นล้วนเป็นคนของไป๋จิ้งหาน อีกทั้งไป๋จิ้งหานรู้แหล่งซ่องสุมกำลังและให้คนไปเฝ้าจับตาดูโอบล้อมเอาไว้แล้วเพียงแต่ว่าไป๋จิ้งหานยังไม่ลงมือ หวังโอกาสเหมาะเจาะให้อวิ๋นอ๋องยกทัพ และจัดการพร้อมกันทีเดียวให้เสร็จสิ้นบัดนี้อวิ๋นอ๋องกำลังเพ่งพิศอี้ชิง เขารู้ว่านางเป็นหญิงงามทว่าเขาไม่เคยพบนางมานานแล้ว ก่อนหน้านั้นที่จะส่งนางเข้าไปแฝงกายในจวนสกุลไป๋นางก็ยังเด็กเหลือเกินบัดนี้ได้เห็นคนงามชัด ๆ ก็รู้สึกว่าอี้ชิงผู้นี้เข้าตานัก ดวงตาจึงเกิดอารมณ์ใคร่กระหายอยากขึ้นมา“ข้าต้องเรียกเจ้าว่าอี้ชิงหรืออ

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 49 สำเร็จ

    บทที่ 49 เป็นไปตามแผนไป๋จิ้งหานพาอี้ชิงมาที่เมืองหลวงได้เดือนกว่าแล้ว ทว่านางก็มิได้ปรนนิบัติฮูหยินชราเพราะไป๋จิ้งหานได้พาฮูหยินชราไปรักษาตัวที่วังหลวง ด้านเหยียนซือเหยียนนั้น ไป๋จิ้งหานกลับให้นางอยู่ที่แดนเหนือห้ามมิให้ติดตามมาเด็ดขาดเพราะเขากำลังเตรียมการปราบปรามอวิ๋นอ๋อง คิดว่านางอยู่ที่แดนเหนือย่อมปลอดภัยกว่าหลังจากมาที่เมืองหลงไป๋จิ้งหานก็พาอี้ชิงไปเยี่ยมฮูหยินชราด้วยตนเองในวังหลวงเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น อี้ชิงสังเกตได้ว่าฮูหยินชราดูจะไม่สนใจนางดั่งเช่นเดิม เพียงสนทนากันไม่กี่คำฮูหยินชราก็เอ่ยปากว่าให้นางกลับเสียแล้ว“ท่านย่าไม่คิดถึงชิงเอ๋อร์หรือเจ้าคะ”ฮูหยินชราเผยรอยยิ้มบางเอ่ยว่า“ย่อมคิดถึง ทว่าอยู่ในวังหลวงต้องคำนึงถึงกฎเกณฑ์ การที่เจ้าเข้ามาได้ล้วนเป็นพระกรุณาของไทเฮา ทว่าอย่างไรก็ไม่อาจให้อยู่นานได้ เจ้ารีบออกจากวังก่อนจะค่ำมืดเถิด”“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ หากว่าท่านพี่มีเวลาชิงเอ๋อร์จะให้ท่านพี่พามาเยี่ยมท่านย่าอีกครั้งนะเจ้าคะ”“ไม่ต้องห่วงย่า ที่วังหลวงมีหมอหลวงคอยดูแล ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่สุขภาพของย่าก็ดีขึ้นไม่น้อย”ก่อนหน้านั้น ไป๋จิ้งหานเคยเอ่ยกับท่านย่าว่าร่างกายขอ

  • ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก!   บทที่ 48 ค้นพบความสุข

    บทที่ 48 ค้นพบความสุขไป๋จิ้งหานจูงมือเหยียนซือเหยียนไปยังเตียงกว้าง แสงเทียนส่องประกายรำไร ฉายเงาทอดยาวท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรี ดวงตาคมเข้มของเขาจับจ้องใบหน้าหวานละมุนตรงหน้าอย่างไม่วางตาเหยียนซือเหยียนถูกเขาจ้องจนแก้มร้อนผ่าว ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก“ไยไม่ไปนอนที่เตียงของท่านเล่า”ไป๋จิ้งหานแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “เตียงของข้าอยู่ตรงนี้มิใช่หรือ” “เช่นนั้นข้าจะไปนอนเตียงนั้นเสียเอง”“เหยียนเหยียน...พวกเรานอนด้วยกันเถิด” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชวนใจเต้น ก่อนจะดึงนางเข้ามาโอบกอดอย่างแนบแน่นเหยียนซือเหยียนรู้สึกถึงไออุ่นจากกายแกร่งที่แนบชิดจนแทบมิอาจขยับหนีได้ ลมหายใจของเขารินรดที่ข้างแก้มอ่อนละมุน ความอบอุ่นของเขาทำให้หัวใจนางเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้“ไป๋จิ้งหาน ข้าบอกเพียงว่ายินยอมให้ท่านนอนในเรือน มิได้หมายความว่าจะให้ท่านนอนเตียงเดียวกัน ได้คืบจะเอาศอกหรือ”เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังขึ้นข้างหูนาง “ข้าไม่ต้องการศอก ข้าเพียงต้องการเจ้าเท่านั้น...”“ตาเฒ่าไป๋หน้าไม่อาย”นางดุเสียงเบา แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำ มือเรียวเล็กฟาดเบา ๆ ลงบนแผ่นอกเขา ไป๋จิ้งหานปล่อยให้นางตี

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status