บทที่ 5 อาหารยามเช้าของจวิ้นอ๋อง
รุ่งเช้าของอีกวัน
เสียงนกกระจิบร้องดังกังวารแต่ก็ไม่สามารถรบกวนการนอนของหลิ่งฟู่ได้ ตอนนี้นางนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของจวิ้นอ๋องอย่างมีความสุข หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืน นางได้นอนก็ใกล้จะสว่างแล้วทำเอานางปวดร้าวไปทั้งตัว นางเริ่มขยับตัวเพราะนอนท่านี้มานาน
“อือ ข้ายังไม่ให้เจ้าลุกไปที่ใดนอนต่ออีกสักหน่อยเถอะนะ” จวิ้นอ๋องรู้ถึงการดิ้นของนางเลยกอดนางไว้แนบอกและไม่ให้นางหนีเขาไปไหน
“หม่อมฉันไม่ได้จะลุกเพคะ หม่อมฉันแค่พลิกตัวเปลี่ยนท่าเท่านั้น หม่อมฉันเหนื่อย” นางพูดจบก็นอนบนแขนของจวิ้นอ๋องและหันหลังให้เขา แต่ทว่านางกลับรู้สึกถึงอะไรแปลกๆ ที่ทิ่มแทงขานางอยู่
“ท่านพี่ที่นอนของท่านมีไม้ด้วยหรือเพคะ”
“ก็ไม่มีนะทำไมเจ้าว่าเช่นนั้นล่ะ นี่ที่นอนของจวิ้นอ๋องนะ”
“ก็หม่อมฉันรู้สึกถึงอะไรที่มันกำลังทิ่มแทงอยู่นี่เพคะ”
“เจ้าก็ลองจับมันดูสิ” ด้วยความอยากรู้หลิ่งฟู่จึงคว้ามือไปจับแท่งที่นางสงสัยจนความอยากรู้ของนางได้หายไปเมื่อนางสัมผัสถึงเนื้ออุ่นๆ ที่กำลังขยายขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่มือของนางไปสัมผัส ทำให้นางรีบดึงมือออกมาทันทีตอนนี้นางอายหน้าแดงจนถึงใบหู จวิ้นอ๋องที่นอนอยู่ด้านหลังนางกลับยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูพร้อมขยับกายมากระซิบข้างๆ หูของนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ความอยากรู้ของเจ้ากระจ่างแล้วหรือ ทำไมถึงรีบดึงมืออกมาเร็วยิ่งนัก” น้ำเสียงยั่วยวนของจวิ้นอ๋องทำให้หลิ่งฟู่วูบไหวไปทั้งร่างกาย
“ท่านพีาแกล้งหม่อมฉัน"
“ข้าไม่ได้แกล้งเจ้าแค่ไม่บอกเท่านั้นเองว่ามันคือสิ่งใด เจ้าไม่ต้องพูดกับข้าเหมือนเราเหินห่่งกันนักสิ ไม่ต้องพูดกับข้าเช่นสาวใช้พูดคุบกับข้าเหมือนสามีภรรยาก็พอ”
“นั่นแหละเพคะที่เรียกว่าแกล้ง ก็ได้หากท่านพี่ต้องการ “หลิ่งฟู่ทำหน้าบูดบึ่งเพื่อกลบเกลื่อนความอายไว้ ทำให้จวิ้นอ๋องอดไม่ได้ที่จะเชยชมนางอีกครั้ง
“เช้านี้ข้าคงไม่หิวข้าวแล้ว”
“ทำไมกันเพคะ”
“เพราะว่าตอนนี้ข้าจะกลืนกินเจ้าไปทั้งแล้ว”
“แต่เมื่อคืนนี้ท่านพี่ทำให้ข้าแทบไม่ได้นอนแล้วนะเพคะ”
“ไม่ต้องห่วงข้าจะให้เจ้าได้นอนทั้งวัน” พูดจบจวินอ๋องก็มุดหน้าลงซอกคอระหงของหลิ่งฟู่อย่างหลงไหลทำให้นางเคลิบเคลิ้มกับรสสัมผัสที่จวิ้นอ๋องมอบให้ ก่อนที่เขาจะจับแท่งร้อนของเขามาถูไถที่บั้นท้ายของหลิ่งฟู่ไปมาอย่างเชื่องช้า และจับขาของนางขึ้นข้างหนึ่งโดยที่เขาใช้ขาของเขารองรับขาของนางไว้ ก่อนที่จะจับแท่งร้อนถูที่ลำธารที่ไม่เคยได้แห้งของหลิ่งฟู่ไปมาจนเริ่มมีน้ำหล่อเลี้ยงไหลออกมา และค่อยๆ จับยัดเข้าไปอย่างช้าๆ หลิ่งฟู่เจ็บระบมของนางบวมแดง เมื่อโดนแท่งร้อนเข้าไปอีกรอบนางรู้สึกแสบจนขยับตัวหนี แต่โดนจวิ้นอ๋องกอดรัดร่างของหลิ่งฟู่เข้าใกล้เขามากกว่าเดิมจนนางไม่รู้ตัวว่าแท่งร้อนเข้าสู่ร่างกายของนางจนสุดตั้งแต่เมื่อไหร่
"ท่านพี่ข้ารู้สึกเจ็บท่านพี่โปรดเมตตาข้าด้วย"
"ข้ารู้ ข้าจะเบามือทะนุทะนอมเจ้าเป็นอย่างดี."ว่าแล้วเอวของเขาก็เด้งเข้าออกอย่างช้าๆ มืออีกข้างของเขาตอนนี้ก็คลึ่งเล่นอยู่ที่แก่นกลางระหว่างกายของหลิ่งฟู่เพื่อให้นางรู้สึกเสียวซาบซ่าและลืมความเจ็บลง เขาบดขยี้มือที่ติ่งรักของหลิ่งฟู่จนนางต้องขมิบด้วยความเสี่ยงและเกร็งจนทำให้ช่องรักคับยิ่งกว่าเดิม จวิ้นอ๋องกลับยิ่งขอบใจที่ร่างกายของนางตอนรับเขาเช่นนี้
เขากระแทกใส่นางจนทำให้นางใช้มือหยิกจับผ้าห่มเพื่อข่มความเสียวนี้ไว้
ช่วงบ่ายของวันหลิ่งฟู่ยังคงนอนอยู่บนเตียงเพราะการร่วมรักของท่านจวิ้นอ๋องทำให้นางลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้ ขาของนางแทบไม่มีแรงจะก้าวลงจากเตียงนอน จวิ้นอ๋องเองก็ปล่อยให้นางได้นอนพักโดยไม่ให้สาวใช้เข้ามากวนนาง
"เมียรักของข้า เจ้าลุกกินอาหารหน่อยเถอะ" จวิ้นอ๋องนั่งลงข้างๆ กายของหลิ่งฟู่ใช้มือปัดผมที่บังหน้าของนางไปทัดหูเอาไว้ และลูบใบหน้านวลใสของนางอย่างอ่อนโยน
"อื้อ ท่านพี่ตอนนี้ข้าปวดร้าวไปหมดท่านพี่ช่วยพยุงข้าลุกได้หรือไม่" หลิ่งฟู่ลืมตาขึ้นก็ออดอ้อนจวิ้นอ๋องทันที มิใช้นางลุกไม่ใหวแต่ทว่านางอยากจะอ้อนสามีของนางเท่านั้น
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ข้าจะอุ้มเจ้าไปกินข้าวเอง" พูดจบจวิ้นอ๋องก็ได้ช้อนตัวของหลิ่งฟู่จากเตียงนอนไปยังโต๊ะกินข้าว ที่ตอนนี้สาวใช้ได้นำอาหารและน้ำชามาตั้งไว้ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว
"อาหารมีแต่น่ากินทั้งนั้นเลย แถมยังหอมอีกด้วย"
"เช่นนั้นเจ้าก็กินเยอะๆ จะได้มีเรี่ยวแรงไว้ปรนนิบัติข้า"
หลิ่งฟู่นางไม่ได้พูดอันใดเพราะตอนนี้ที่ห้องนั่งเล่นมิได้มีเพียงสองคนยังมีสาวใช้คนอื่นรวมทั่งซูฮวาที่ยืนยิ้มกริ่มหลบสายตาของหลิ่งฟู่อยู่ด้วย
จวิ้นอ๋องนั่งมองหลิ่งฟู่กินอาหารไม่วางสายตา
"ทำไมท่านพี่ถึงมองข้าเช่นนี้ ท่านไม่กินอาหารกับข้าหรือเพคะ"
"ข้ากินไปแล้ว เจ้ากินไปเถอะแแค่ดูเจ้ากินข้าก็มีความสุขมากแล้ว จริงสิวันพรุ้งนี้ข้าจะออกเดินทางไปที่หมู่บ้านทางใต้เจ้าอยากไปเที่ยวกับข้าหรือไม่ ที่หมู่บ้านแห่งนั้นมีลำธารที่สวยงามแถมยังมีฝูงผีเสื้อมากมาย"
หลิ่งฟู่ได้ยินก็ทำตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น
"ไปสิเพคะ ว่าแต่ท่านจะไปทำอันใดหรือ การที่ข้าไปด้วยท่านสะดวกหรือไม่ "
"ข้าแค่ไปทำธุระนิดหน่อย เจ้าไม่ต้องคิดมากธุระไม่สำคัญอันใด ข้าแค่อยากพาเจ้าไปเที่ยวเท่านั้น"
"เพคะ " พูดจบหลิ่งฟู่ก็กลับมาสนใจอาหารที่อยู่ต่อหน้าของนาง
หลังจากนางกินอาหารเสร็จจวิ้นอ๋องก็ได้สั่งให้สาวใช้ไปเตรียมน้ำให้พระชายาอาบ
หลิ่งฟู่รู้สึกสบายกายเมื่อได้มานั่งแช่น้ำอุ่นๆ และกลิ่นธูปหอมและดอกไม้ที่สาวใช้โปรยลงไปในน้ำ
"คุณหนูของข้าตอนนี้เป็นพระชายาเต็มตัวแล้วสินะเจ้าคะ ต่อจากนี้ข้าคงเรียกคุณหนูไม่ได้แล้วคงต้องเรียกพระชายา"
"ข้าจะเป็นอะไร ตำแหน่งอะไรข้าก็เป็นคุณหนูของเจ้าเช่นเคย"
"พระชายาเพคะ หม่อมฉันขอถามท่านได้มั้ยเพคะ "
"ถามเรื่องอันใดกัน"
ซูฮวาก้มลงมากระซิบข้างหูของหลิ่งฟู่อย่างเบาเสียง
"ท่านจวิ้นอ๋องโหดร้ายกับท่านมั้ยเพคะ โหดร้ายเช่นดั่งคำรำลือรึไม่"
"เจ้าหมายถึงอันใด หากเป็นนิสัยท่านพี่ไม่ใช่อย่างที่เจ้าเคยได้ยินมาแน่นอน แต่เรื่องบนเตียงละก็ท่านนี่ช่างโหดร้ายกับข้าเช่นดั่งสัตว์ป่าแต่ก็ยังคงความนุ่มนวลไว้บ้าง" หลิ่งฟู่พูดไปนางก็อมยิ้มเมื่อนึกถึงเวลาที่นางร่วมรักกับจวิ้นอ๋อง ซูฮวาได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากเจ้านายก็เผลอยิ้มไปด้วย
"หม่อมฉันนึกแล้วเชียว เพราะมื้อเช้าหม่อมฉันมารับใช้ท่านแต่เช้าตรู่แต่ก็ถูกท่านจวิ้นอ๋องไล่ออกมา บอกว่าท่านนอนหลับยังไม่ตื่น ท่านจวิ้นอ๋องนี่ร้ายไม่เบาเลยนะเพคะ ดูสิคุณหนูของหม่อมฉันถึงได้ยิ้มเล็กยิ้มใหญ่ขนาดนี้ "
บทที่ 6 ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบกอดรุ่งเช้าของอีกวันหลิ่งฟู่ได้ตื่นมาแต่เช้าเตรียมตัวออกไปที่หมู่บ้านทางด้านใต้กับจวิ้นอ๋องวันนี้ซูฮวานางไม่ได้เดินทางไปด้วยเพราะท่านอ๋อนจะเดินทางโดยการควบม้าไป ทำให้หลิ่งฟู่ต้องไปกับจวิ้นอ๋องและทหารของเขา"เจ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วรึ" จวิ้นอ๋องที่เดินเข้ามาจากด้านนอกเพราะเขาออกไปสั่งให้บ่าวรับใช้เตรียมม้าไว้ให้''ข้าเตรียมตัวเสร็จแล้วเพคะ ""งั้นดีเลย เราออกเดินทางกันเถอะสายมากเดี๋ยวเจ้าจะร้อน""ได้เพคะ ซูฮวาเจ้าอยู่ที่จวนอย่าทำเรื่องอันใดให้ข้าเดือดร้อนเข้าใจมั้ย" ก่อนนางจะออกไปจากห้องได้หันกลับไปสั่งสาวใช้อย่างเป็นห่วง''เข้าใจแล้วเพคะ ขอให้ท่านทั้งสองคนเที่ยวให้สนุกนะเพคะ""เดี๋ยวข้าจะแวะซื้อขนมอร่อยๆ มาฝากเจ้านะซูฮวา""ขอให้ท่านอ๋องและพระชายาเดินทางปลอดภัยนะเพคะ "ซูฮวาโบกมือให้กับเจ้านายของตนที่นั่งม้าไปกับท่านอ๋องพร้อมออกเดินทาง หลิ่งฟู่เองก็เช่นกันทั้งสองคนเดินทางมาถึงกลางทางก็ได้พักกินข้าวที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วจวิ้นอ๋องสั่งอาหารมาให้หลิ่งฟู่นั่งกินอยู่ผู้เดียวก่อนที่เขาจะขอตัวออกไปทำธุระด้านนอกสักครู่ โดยให้ทหารของเขาเฝ้าค
บทที่ 7 ออกรบวันเวลาล่วงเลยมาเป็นเดือนความรักของท่านอ๋องมอบให้หลิ่งฟู่ก็มากเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่มีวันใดที่ท่านอ๋องจะออกห่างจากหลิ่งฟู่ได้เลยวันนี้หลิ่งฟู่ได้เข้าครัวทำขนมที่ท่านแม่เคยสั่งสอนมาเพื่อนำไปให้ท่านอ๋องได้ชิมก็เกิดทำมีดบาดมือของตนเองเพราะความเหม่อลอย"โอ๊ย!! " หลิ่งฟู่ร้องออกมาด้วยความตกใจปนความเจ็บที่มือ ซูฮวารีบเดินเข้ามาดูนายหญิงของตนด้วยความร้อนรน"เลือด พระชายาเลือดออกทำเช่นไรดี ท่านคงต้องเจ็บน่าดูข้าว่าท่านกลับห้องก่อนเถิดเพคะ ขนมพวกนี้เดี๋ยวหม่อมฉันจะทำให้เองนะเพคะ""โธ่!! ซูฮวาข้าแค่ตกใจเลยร้องออกมา ข้าไม่ได้เจ็บมากเสียหน่อย ข้าทำต่อได้""ไม่ได้เพคะ หม่อมฉันไม่ให้ทำ ท่านไปห้องก่อนเถอะนะเพคะ" ซูฮวาดันตัวของหลิ่งฟู่ออกมาจนนางอ่อนใจเลยทำตามที่ซูฮวาบอกทั้งๆ ที่นางได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย"นี่พวกเจ้าช่วยดูขนมพวกนี้ให้ข้าด้วย เดี๋ยวข้าจะพาพระชายาไปพักที่ห้องก่อนแล้วข้าจะมาทำต่อ" ซูฮวาหันหลังมาบอกคนรับใช้อีก 2-3 คนที่ท่านอ๋องได้ให้พวกนางมาดูแลปรนนิบัติหลิ่งฟู่ช่วยซูอวา"ได้เจ้าค่ะ"นางได้มาส่งหลิ่งฟู่ที่ห้องและทำแผลที่มือเป็นจังหวะเดียวกันที่ท่านอ๋องเดินเข้ามาเห็นพอดี"เก
บทที่ 8 ท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บหลิ่งฟู่วิ่งออกมาจากห้องด้วยความดีใจที่จะได้พบหน้าของสามีที่นางคิดถึงสุดหัวใจ นางเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่ทางเข้าจวนก็พบกับท่านอ๋องที่ตอนนี้ถูกทหารแบกตัวของเขาที่ได้รับบาดเจ็บลงจากหลังม้า ใจของหลิ่งฟู่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจากที่ยิ้มร่าออกมาต้องหุบยิ้มในทันทีนางเองแทบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินเมื่อเห็นคนที่รักได้รับบาดเจ็บเลือดไหลออกมาไม่หยุด"ท่านพี่ท่านได้รับบาดเจ็บ ข้าจะทำเช่นไรดี ซูฮวาเจ้าไปตามหมอมาโดยเร็ว ส่วนพวกเจ้ารีบพาตัวของท่านอ๋องไปที่ห้องของข้า" แม้ว่านางจะทุกข์ใจแต่ทว่าบัดนี้นางต้องตั้งสติช่วยเหลืออาการบาดเจ็บของท่านอ๋องเสียก่อน ใบหน้าผีดเผือกไร้เลือดฝืนยิ้มแห้งให้กับเมียรักของตนและเอ่ยเสียงออกมาอย่างแหบพร่า"ข้าไม่เป็นอะไรมากเสียหน่อย ดูหน้าเจ้าสิทำไมมองเหมือนข้าจะตายจากเจ้าอย่างไรอย่างนั้น " จูบจบท่านอ๋องก็หมดสติลงทันที"ท่านพี่ อย่าพึ่งเป็นอะไรนะเคะ พวกเจ้ารีบพาท่านพี่ไปที่ห้องโดยเร็ว" สีหน้าตื่นตะหนกเมื่อเห็นท่านอ๋องหมดสติไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความเป็นห่วงและตกใจหลิ่งฟู่ฟูมฟายร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายผู้ใดทหารพาตัวท่านอ๋องมานอนบนเตียงหลิ่งฟู่รีบแก้เสื้
บทที่ 9 ออกรบอีกคราสามวันผ่านมาท่านอ๋องได้พาหลิ่งฟู่เดินเล่นแถวตลาดก็ได้ผ่านหน้าบ้านของใต้เท้าท่านหนึ่งและได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของสตรีสองนางที่แย่งชิงดีชิงเด่นจนทำให้ใต้เท้าผู้นั้นปวดหัวกับสตรีทั้งสองนางทำให้เขารีบเดินออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย ท่านอ๋องเห็นภาพตรงหน้าและตระหนักว่าตนเองจะไม่มีทางรับสตรีใดมาเป็นอนุเขาจะมีเพียงหลิ่งฟู่พระชายาเพียงผู้เดียว"ใยเจ้าต้องทำหน้าเช่นนั้นด้วย" ท่านอ๋องสังเกตุสีหน้าวิตกกังวลของหลิ่งฟู่ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน"ในภายภาคหน้าข้าคงต้องตบตีชิงดีชิงเด่นเช่นนี้กับพระชายารองไหนจะอนุของท่านพี่สินะ แค่ข้าเห็นภาพเมื่อครู่ข้ายังรู้สึกเหนื่อยใจ หากวันนั้นเกิดขึ้นจริงข้าเองก็ไม่รู้จะเป็นเช่นไร""เจ้าคิดไปไกลแล้วชายา ข้าจวิ้นอ๋องไม่คิดจะมีพระชายารอง และจะไม่รับผู้ใดเป็นอนุเพิ่ม ข้าจะมีเพียงชายาเท่านั้นสบายใจได้เลย ดูสิเจ้าคิดมากเสียจนคิ้วจะชนกันอยู่แล้วไปที่ตลาดหาขนมที่เจ้าชอบกินกันเถอะ ข้าจะซื้อทุกอย่างที่ชอบให้ทั้งหมดเลย""ท่านพูดเองนะเะคะ ข้าจะพลานเงินท่านพี่ให้หมดเลย" หลิ่งฟู่มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อนางถูกตามใจและท่านอ๋องเองก็ช่างรู้ใจว่านางชอบของหวานเพียง
บทที่ 10 สตรีในฝัน"กรี๊ด!!! ไม่นะท่านพี่อย่าทิ้งข้าไป " หลิ่งฟู่สะดุ้งตื่นกรีดร้องออกมาเสียงดังทำให้ซูฮวาที่นอนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงเจ้านายของตนจึงรีบลุกขึ้นมาดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น"เกิดอะไรขึ้นเพคะ ทำไมท่านถึงกรีดร้องยามวิการเช่นนี้ หรือว่าท่านโดนแมลงกัดหรือเพคะ ดูสิเหงื่อท่านไหลเต็มตัวไปหมดแถมท่านยังสั่นเทาเช่นนี้ เดี๋ยวหม่อมฉันไปจุดไฟก่อนนะเพคะจะได้หาแมลงที่กัดท่านเจอ"ซูฮวากำลังลุกไปจุดเทียนแต่ถูกหลิ่งฟู่ดึงแขนนางไว้ก่อน"เจ้าอย่าพึ่งไปไหน เมื่อครู่ข้าแค่ฝันร้ายไม่ได้ถูกแมลงกัดต่อยหรอก ""โธ่ หม่อมฉันก็คิดว่าท่านถูกแมลงกัดเสียอีก แล้วท่านฝันว่าอย่างไรหรือเพคะถึงได้กรีดร้องออกมาเช่นนี้ ""ข้าฝันเห็นเลือดและท่านพี่ที่กำลังจะจากข้าไป ข้ากลัวเหลือเกิน""โบราณกล่าวว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี อาจเป็นเพราะท่านคิดมากและเป็นห่วงท่านอ๋อง ท่านเลยฝันเช่นนี้คงไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรอกเพคะ ท่านนอนต่อเถิด อีกตั้งหลายชั่วยามกว่าจะเช้า หากพระชายากลัวหม่อมฉันก็จะนั่งเฝ้าจนกว่าพระชายาจะหลับนะเพคะ""แต่ความฝันมันน่ากลัวจริงๆ นะ ท่านพี่เปลี่ยนไปมาก มากจนข้าเองไม่เคยพบเจอแถมในความฝันท่านพี่ยังเดินจากข้
บทที่ 11 รักไม่จืดจางมู่เอ๋อร์เข้ามาอยู่ที่จวนจวิ้นอ๋องเป็นเวลาหลายวัน หลังจากที่นางถูกแต่งตั้งให้เป็นพระชายารองของจวิ้นอ๋องและคืนส่งตัวเข้าหอ จวิ้นอ๋องก็ไม่เคยมาหานางอีกเลย ปล่อยให้นางเฝ้ารอคอยท่านอ๋องที่ห้องอยู่เพียงลำพัง โชคดีที่นางมีสาวใช้ที่ติดตามมาตั้งแต่นางยังเด็ก มาคอยรับใช้นางอยู่ที่จวนอ๋องด้วย"พระชายารอง ทำไมถึงทำหน้าเช่นนั้นเพคะหรือว่าท่านจะคิดถึงท่านแม่ทัพหยวน โธ่ชีวิตคุณหนูของหม่อมฉัน""ข้าเบื่อนะสิ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่ท่านอ๋องก็ไม่เคยมาหาข้าเลย ไม่เคยสนใจใยดีข้าด้วยซ้ำ""ท่านจะรอท่านอ๋องมาหาท่านทำไมเพคะ ท่านก็ไปหาท่านอ๋องเองสิเพคะ"."นั้นสิ ทำไมข้าคิดไม่ได้กันนะ เจ้าถือพิณหลิวไปด้วย ข้าจะไปแสดงให้ท่านอ๋องได้ดู ""ได้เพคะ " พิณหลิวเป็นเครื่องดนตรีที่มู่เอ๋อร์ชอบเล่นมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเป็นเสน่ห์ที่ติดตัวนางมาไม่ว่าผู้ใดได้ยินเสียงดีดพิณของนางต่างพากันหลงไหลในเสียงพิณนั้นราวกับมีมนตร์สะกดทั้งสองคนก็ได้พากันเดินไปที่ตำหนักของท่านอ๋อง แต่ทว่าเมื่อไปถึงท่านอ๋องกลับไม่อยู่ที่ตำหนัก ชาวใช้ที่ดูแลตำหนักนั้นได้บอกว่าท่านอ๋องไปอยู่ที่ตำหนักของพระชายาเอก มู่เอ๋อร์จึงเดินไปหาท
บทที่ 12 พระชายาหลิ่งฟู่ตั้งครรภ์"ขอบพระทัยท่านอ๋องนะเพคะ ที่เข้าใจหม่อมฉัน"นางขยับกายเข้ามาใกล้หวังจะเข้ามาสวมกอดท่านอ๋องแต่จู่ๆ เสียงดังเอะอะด้านนอกประตูก็ดังขึ้น"เสียงใครกัน" ท่านอ๋องคิ้วขมวดเข้าหากันสงสัยเสียงท่่ดังอยู่ด้านนอก"เจ้าไปดูสิ ใครมาเอะอะโวยวายยามวิกาลเช่นนี้ "มู่เอ๋อร์สั่งสาวใช้นางให้ออกไปดู แต่ทว่าประตูถูกเปิดเข้ามาก่อน ผู้ที่เอะอะโวยวายนั้นคือซูฮวาสาวใช้ของหลิ่งฟู่"หม่อมฉันขออภัยที่เข้ามารบกวนท่านอ๋องและพระชายารอง แต่ว่าตอนนี้พระชายาหลิ่งฟู่เกิดประชวรท่านอ๋องช่วยไปดูพระชายาด้วยเพคะ " ท่านอ๋องได้ยินดังนั้นรีบลุกขึ้นวิ่งไปที่ตำหนักของหลิ่งฟู่ด้วยความกังวลและเป็นห่วงสุดหัวใจ ซูฮวาเองก็วิ่งตามท่านอ๋องมาติดๆ ปล่อยให้มู่เอ๋อร์อารมณ์เสียที่ถูกขัดจังหวะแผนของนางเกือบสำเร็จแล้วถ้าไม่มีมารอย่างสาวใข้ของพระชายาเอกเข้ามาขัดจังหวะ นางได้กรีดร้องโวยวายทำร้ายข้าวของทั่วห้อง"ทำไม ทำไมต้องมาป่วยเวลานี้ด้วย หรือว่าจะเป็นแผนของนางกันนะ นางรู้ว่าท่านอ๋องจะมาหาข้า นางเลยคิดแผนให้ท่านอ๋องไปหานาง นางก็คงสำออยสินะ ข้าไม่ยอม ข้าจะไปดูให้เห็นกับตาว่านางประชวรจริงๆ หรือไม่" มู่เอ๋อร์พูดจบก
บทที่ 13 โดนรอบทำร้ายบ้านใต้เท้าโจ"แม่ดีใจเหลือเกินต่อจากนี้พระชายาจะได้เป็นแม่คนแล้ว ดูแลตนเองดีๆ นะเพคะพระชายา ""ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านอ๋องก็ดูแลข้าดีเหลือเกินทุกวันนี้ข้าแทบจะเดินไม่เป็นอยู่แล้วเจ้าค่ะ อีกอย่างท่านแม่โปรดพูดกับข้าเช่นเคยเถิด ถึงข้าจะเป็นพระชายาของจวิ้นอ๋องแต่เมื่อไหร่ที่ตัวของข้าอยู่ในบ้านหลังนี้ข้าก็ยังคงเป็นเพียงบุตรสาวของท่านเท่านั้น ""หลิ่งฟู่เอ้ย ตอนนี้เจ้าเป็นทั้งพระชายาของท่านอ๋องและกำลังจะเป็นมารดา พ่อเช่นข้าดีใจกับเจ้ายิ่งนัก" ใต้เท้าโจพูดพร้อมใช้แขนเสื้อซับน้ำตาที่ไหลออกไม่อยากให้บุตรสาวของตนได้เห็น"ตอนนี้ก็บ่ายคล้อยแล้วอากาศไม่ค่อยร้อนลูกขอตัวกลับจวนอ๋องก่อนนะเจ้าคะ""งั้นเดี๋ยวแม่จะออกไปส่งเจ้าที่เกี้ยวนะ""ได้เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านพ่อกับท่านแม่เองก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะเจ้าคะ ใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้ว ร่างกายของท่านเแม่ก็ไม่ค่อยแข็งแรง ""เจ้าเองก็เช่นกัน ตอนนี้เจ้าเองก็ต้องดูแลตนเองให้ดี จากนี้ไปเจ้าไม่ได้มีเพียงตัวคนเดียว แต่เจ้ายังมีอีกลมหายใจน้อยๆ ที่กำลังหายใจร่วมกับเจ้าอยู่ ""ลูกลาแล้วนะเจ้าคะ"หลิ่งฟู่และซูฮวานั่งเกี้ยวออกมา
บทที่ 25 ข้าจะตามรักเจ้าเมื่อจวิ้นอ๋องได้รับจดหมายจากทหารที่ส่งมาจากบ้านใต้เท้าโจ เขาก็ขยำจดหมายนั้นทิ้ง และวันรุ่งขึ้นก็สั่งให้ทหารนำของกำนัลไม่ว่าจะเป็นเงินทองหรือหยกที่หายยากไปมอบให้แก่หลิ่งฟู่เพื่อแสดงความจริงใจว่าเขานั้นชอบนางจริงๆครั้งแล้วครั้งเล่าก็ถูกปฏิเสธอยู่ดี แต่ทว่าจวิ้นอ๋องก็ไม่ยอมแพ้เขาจึงไปหานางที่บ้านของ"สตรีที่งดงามมักเหมาะกับดอกไม้งามๆ เช่นนี้"ท่านอ๋องยื่นดอกไม้ให้กับหลิ่งฟู่แต่นางก็ต่อว่าเพราะความรำคาญหลายวันมานี้ท่านจวิ้นอ๋องมักจะมาหานางและส่งของมาให้แก่นางอยู่ทุกวัน นางทำถึงขนาดนั้นท่านจวิ้นอ๋องผู้นี้ก็ไม่ยอมเลิกลา นางจึงจัดสินใจต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงเพื่อไม่ให้ท่านจวิ้นอ่่องมารบกวนนางอีก"นี่ท่านจวิ้นอ๋อน ท่านเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไรเหตุใดท่านถึงไม่เข้าใจที่ข้าทำไปทั้งหมดเพราะข้าไม่ได้ชอบท่านและท่านก็เลิกมาตามตอแยข้าได้เสียที ข้าละเกลียดขี้หน้าท่านที่สุด สตรีในใต้หล้ามีตั้งมากมายเหตุใดท่านไม่ไปหาผู้อื่น ต่อให้ท่านมาตามข้าอยู่เช่นนี้ทั้งชาติข้าก็ไม่มีวันชอบท่านหรอกนะเพคะ" เมื่อได้ยินคำพูดของหลิ่งฟู่ท่านอ๋องก็มีแววตาเศร้าสร้อยและเปล่งเสียงเล็ดลอกตามไรฟันออกมาอ
บทที่ 24 ข้าเกลียดท่านอ๋องผู้นี้เสียจริงเสียงสว่างที่สาดส่องแยงตาทำให้หลิ่งฟู่ตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกแสบตา"ที่นี่ที่ใดกันนี่ข้ามาอยู่แดนสวรรค์แล้วหรือ""คุณหนูเจ้าคะ วันนี้ท่านตื่นสายนะเจ้าคะรีบลุกขึ้นแต่งตัวได้แล้วท่านลืมแล้วหรือว่าวันนี้ท่านจวิ้นอ๋องจะมาหาท่านใต้เท้าโจ" เสียงเจี๊ยวจ้าวของซูฮวาทำให้หลิ่งฟู่หันมาทางนางและเอะใจ"นี่เจ้าก็ตามข้ามาที่สวรรค์เช่นกันนะหรือซูฮวา""คุณหนูข้าว่าท่านคงนอนมากเกินไปนะเจ้าคะ จนมีเวลาไปฝันลุกขึ้นเสียทีเจ้าค่ะเดี๋ยวฮูหยินก็ตำหนิได้นะเจ้าคะ"หลิ่งฟู่นิ่่งงงอยู่พักใหญ่ นางคิดว่าตนเองนั้นได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว นางรู้สึกถึงความเจ็บปวดและหายใจติดขัดแต่เมื่อนางคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าทำไมนางถึงคิดว่าตนเองได้ตายไปแล้ว และไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรที่ทำให้นางตาย นางรับรู้เพียงว่าก่อนที่นางจะสิ้นใจนางทรมานมากมายเหลือเกิน"คุณหนูท่านนั่งเหม่อนานแล้วนะเจ้าคะ หากข้าโดนดุข้าจะบอกว่าท่านตื่นสายนะเจ้าคะ" เสียงของซูฮวาดึงสติของหลิ่งฟู่อีกครั้ง นางจึงหยุดคิดถึงเรื่องนั้นและคิดว่าตนคงฝันไป"ก็ได้ไปเตรียมเสื้อผ้าให้ข้าที ""ได้เจ้าค่ะ" หลิ่งฟู่ลุกขึ้นเตรียมตัวและออกไปหา
บทที่23 ดวงใจขอท่านอ๋องแตกสลายท่านอ๋องตื่นจากอาการเมามายก็ได้สติและหวนคิดถึงหลิ่งฟู่พระชายาสุดที่รัก วันเวลาและรอยยิ้มที่เคยรู้จักกำลังจะจางหายลับไปทุกที วันคืนที่เคยร่วมรักเฝ้านึกถึงคำสัญญา ท่านอ๋องพึ่งรู้ตัวว่าตนเองนั้นไม่ได้ฟังนางอธิบายเลยเพราะความโมโหของตน และนึกย้ำคิดถึงคำพูดที่เขาได้เปล่งออกไปเมื่อคืนนี้ว่าเขาได้สั่งประทานยาพิษให้พระชายาในเช้าวันรุ่ง นี่ตัวเขาทำอันใดลงไป ท่านอ๋องใคร่ครวญคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเขาอยู่กับหลิ่งฟู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะออกไปรบทหารผู้นั้นก็ได้ตามเขาไปด้วย เขาเริ่มเอะใจท่านอ๋องรีบวิ่งไปที่ห้องขังของทหารผู้นั้นด้วยความเร่งรีบ"เจ้าไปนำตัวทหารผู้นั้นออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้" ท่านอ๋องได้บอกทหารที่เฝ้าประตูคุกอยู่ ก็ได้ทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง สัักพักเขาก็พยุงร่างที่บาดเจ็บไปทั่วร่างกายเพราะการกระทำโหดร้ายที่ท่านอ๋องได้สั่งทำโทษ จนบัดนี้ร่างกายของชายผู้นี้แทบจะทนไม่ไหวและกำลังโรยรินจากโลกนี้ไป"เจ้า ช่วยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาให้หมดให้แก่ข้าได้ฟังเสียที แล้วข้าจะปล่อยตัวของเจ้าไป""ท่านอ๋องท่านมาถามเอาความจริงในตอนนี้มันจะทันการอะไรพะย่ะค่ะ ในเมื่อใจของท่านประจั
บทที่ 22 ความหนาวเหน็บในจิตใจหลิ่งฟู่ได้สิตฟื้นขึ้นมานางลืมตาอีกครั้งก็พบกับห้องเดิมที่นางเคยเข้ามาอยู่เมื่อไม่กี่วันก่อนภายใต้ห้องคุมขังที่มืดมนสตรีที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระชายากลับต้องถูกจองจำอยู่ในคุกแห่งนี้เพียงเพราะวิบากกรรมของนางในชาติปางก่อน ทำให้นางต้องมาชดใช้ในชาตินี้ กลิ่นห้องขังที่เหม็นอับความชื้นของพื้นห้องทำให้ร่างกายที่ถูกการโบยตีเป็นแผลเต็มแผ่นหลัง หนาวสั่นจนทนไม่ไหว นางนอนร้องไห้ด้วยความช้ำใจเพราะเหตุใดบุรุษที่เคยพร่ำรักนางนักหนาถึงได้ตัดสินนางเช่นนี้ร่างกายที่เจ็บปวดยากที่จะพยุงให้ตนเองลุกขึ้นมาจากพื้นเยือกเย็นไปที่กองฟางข้างๆ ได้ แสงของดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามากระทบหน้าทำให้นางตัดสินใจใช้เแรงฮึดอีกนิดเพื่อนำตัวเองไปที่กองฟางนั้นให้ได้"ลูกเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง นี่เป็นเวรกรรมอันใดของเจ้าเจ้าถึงได้รับเวรกกรรมกับแม่เช่นนข้าด้วย แม่สงสารเจ้าเหลือเกิน" นางลูบที่ท้องของตนอย่างเป็นห่วงไม่รู้ว่าการที่ตนเองถูกโบยนั้นจะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องหรือไม่"พระชายาเพคะ ท่านได้ยินเสียงหม่อมฉันมั้ยเพคะ" ซูฮวาเดินเข้ามาหาหลิ่งฟู่ที่คุกเพื่อนำข่าวมาทูลและนำข้าวปั้นมาให้"เจ้าเข้ามาที่นี่ท
บทที่ 21 เฆี่ยนตี"ข้าขอถามเจ้าอีกครั้งนี่มันเรื่องจริงใช่มั้ยเหตุใดเจ้าไม่ตอบ" ท่านอ๋องหันกลับมาถามหลิ่งฟู่ด้วยแววตาเจ็บปวด นางเองก็เช่นกันแม้ว่านางจะบอกความจริงเช่นไรท่านอ๋องก็คงไม่เชื่อนางอยู่ดี"เรื่องจริงเพคะ หม่อมฉันให้ทหารผู้นี้เข้ามาพบบ่อยครั้งแต่หม่อมฉันไม่เคยคิดจะทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้เหมือนกันนอกซะจากว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนของพระชายารอง เพราะที่ข้าเรียกทหารผู้นี้เข้ามาพบนั้นเพราะให้ไปสืบเรื่องราวของมู่เอ๋อร์และได้รู้มาว่านางทำเเสน่ห์ใส่ท่านพี่ให้ท่านพี่หลงรักนาง และก่อนที่ท่านพี่จะเปลี่ยนไปนางเคยจ้างนักฆ่ามาดักทำร้ายข้าในระหว่างทางที่ข้ากลับจากบ้านท่านพ่อ และนี่คือเหตุผลที่ข้าเรียกทหารผู้นี้มาพบ""ไม่จริงเพคะท่านพี่อย่าไปเชื่อพระชายานะเพคะ นางโกหก หม่อมฉันไม่เคยทำเช่นนั้นเลย พระชายาท่านอย่าหาเรื่องหม่อมฉันสิเพคะ ท่านเป็นคนทำตัวเองแท้ๆ แต่กลับมาโยนความผิดให้หม่อมฉันได้อย่างไร ""จริงๆ เพคะท่านอ๋อง ซูฮวาผู้นี้เป็นพยานให้ได้ ในวันที่หม่อมฉันและพระชายาเกือบโดนทำร้ายร่างกายโชคดีที่ทหารผู้นี้เข้ามาช่วยไว้ทัน""หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อยากฟังเรื่องอันใดทั้งสิ้น ทหารก่อนจ
บทที่ 20 เคราะห์ของพระชายาฝั่งด้านหลิ่งฟู่หลังออกมาจากคุกนางก็ยังคงเก็บตัวอยู่ภายในนตำหนักแะคิดไม่ตกว่านางจะ่วยให้ท่านอ๋องหลุดพ้นจากยาเสน่ห์นั้นได้อย่างงไร"พระชายาเพคะ ท่านกินอาหารอีกสักหน่อยเถิดเพคะช่วงท่านไม่ค่อยกิินอะไรเลย หม่อมฉันเป็นห่วงว่าร่างกายของท่านจะอ่อนแอลง""ซูฮวา ข้าจะทำอย่างไรดีถึงจะแยกท่านพี่ออกจากมู่เอ๋อร์ได้ ""หม่อมฉันได้ยินเหล่าทหารพูดกันว่าวันนี้จะเข้าไปที่วังหลวงหากพระชายาอยากพบท่านอ๋องวันนี้ก็เป็นโอกาศดีเพคะ""งั้นดีเลยเมื่อท่านพี่กลับมาข้าจะไปยืนรอท่านพี่ที่หน้าจวน ก่อนที่ท่านพี่จะไปหามู่เอ๋อร์"หลิ่งฟู่ไม่รู้เลยว่าการสนทนาของนางกับซูฮวานั้นถูกสาวใช้อีกนางหนึ่งแอบฟังอยู่ และรีบวิ่งออกไปที่ตำหนักมู่เอ๋อร์เพื่อทูลเรื่องที่หลิ่งฟู่พูดคุยกันมู่เอ๋อร์จึงให้ยาชนิดหนึ่งกับนางที่ผสมอยู่ในธูปหอมเมื่อนำไปจุดแล้วจะทำให้ผู้ได้กลิ่นนั้นสลบและไม่ได้สติ สาวใช้จึงรีบกลับมาที่ตำหนักของหลิ่งฟู่ ในตอนแรกนางเองก็ไม่คิดที่จะทำเช่นนี้แต่เมื่อนางเห็นทางรอดของตนเองหากนางไม่ทำตามคำสั่งของพระชายารอง นางเองก็ไม่รู้ว่าพระชายาเอกจะปกป้องชีวิตนางได้หรือไม่ เพราะทุกวันนี้ท่านอ๋องไม่โปรดปร
บทที่ 19 เป่าหูฝั่งด้านหลิ่งฟู่กับซูฮวาตอนนี้ทั้งคู่ถูกขังที่คุกตำหนักหลัง แต่ทว่าด้วยความที่ทหารและเหล่าข้ารับใช้ต่างพากันเคารพนางจึงได้หาผ้ามาปูให้พระยาชานั่งอย่างน้อยก็ไม่ต้องนั่งบนพื้นที่เยือกเย็นเพราะช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูหนาว ซูฮวาถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้หลิ่งฟู่ต้องบอกให้นางอยู่นิ่งเพราะกว่าจะถึงสามวันไม่รู้ว่าร่างกายของนางจะไหวหรือไม่"ซูฮวาเจ้าอยู่นิ่งๆ เสียที เดี๋ยวแรงเจ้าก็ได้หมดก่อนจะถึงสามวันเสียหรอก""ก็หม่อมฉันโมโหนี่เพคะ ท่านอ๋องไม่ไม่ฟังคำพูดของพวกเราเลย หม่อมฉันสงสารพระชายากับบุตรในท้องเหลือเกินหากข้ารู้ว่าจะถูกขังเช่นนี้ข้าจะให้พระชายาใส่เสื้อที่หนากว่านี้และจะหยิบข้าวปั้นติดไม้ติดมือมาเสียหน่อย อย่างน้อยให้ท่านได้กินอะไรบ้างก็ยังดี ท่านอ๋องใจร้ายอำมหิตเช่นดังคำเล่าลือจริงๆ""อย่าโทษท่านพี่เลย ที่ท่านพี่เป็นเช่นนี้เพราะโดนยาเสน่ห์ต่างหาก""พระชายาใจดีเกินไปแล้วนะเพคะตั้งแต่ที่พระชายารองมู่เอ๋อร์เข้ามาอยู่ที่จวนไม่มีวันใดที่พระชายาไม่เคยทุกข์ใจเลย หม่อมฉันล่ะเกลียดพระชายารองเหลือเกิน""เจ้าหยุดพูดเถิดเก็บแรงของเจ้าเอาไว้ให้อยู่รอดถึงสามวันเถิดนะ หากเจ้าพูดเรื่อ
บทที่ 18 ปวดร้าวไปทั้งร่างกายและจิตใจมู่เอ๋อร์เดินออกมาส่งหลิ่งฟู่ที่หน้าตำหนักอย่างที่พูดเอาไว้ ฟลิ่งฟู่นางอดไม่ได้ที่จะถามเาื่องราวทั้งหมด นางจึงได้ถามเพราะอยากรู้ความจริงจากปากของมู่เอ๋อร์"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าคิดทำเรื่องชั่วร้ายอันใดอีก เหตุใดเจ้าไม่จำ" มู่เอ๋อร์เมื่อได้ยินก็ขมวดคิ้วตีหน้าซื่อแสร้งเป็นไม่รู้เรื่อง"พระชายาพูดถึงเรื่องอันใดหรือเพคะ เหตุใดถึงมาว่ามู่เอ๋อร์เช่นนี้""ต่อหน้าท่านพี่เจ้าแกล้งแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอันใด แต่ข้ารู้เรื่องที่ท่านพี่เปลี่ยนไปเพราะนี่เป็นแผนของเจ้า เจ้าต้องการอันใดถึงทำเช่นนี้"."พระชายาหรือว่าท่านจะอิจฉาหม่อมฉันที่ทุกวันนี้ท่านพี่ไม่เคยไปหาท่านที่ตำหนักท่านเลยหาเรื่องมากลั่นแกล้งต่อว่าหม่อมฉันเช่นนี้"คำพูดที่ออกมาจากปากของมู่เอ๋อร์ทำให้หลิ่งฟู่รู้สึกโกรธ นางใช้มือจับไปที่แขนของมู่เอ๋อร์และบีบข้อแขนของนางด้วยแรงทั้งหมด."เจ้านี่ช่างเป็นสตรีที่ไร้ยางอาย อย่างข้าไม่เคยคิดอิจฉาเจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าที่ท่านพี่เปลี่ยนไปเพราะเจ้าใช้ายาเสน่ห์ "มู่เอ๋อร์หน้าซีดขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าพระชายาหลิ่งฟู่จะรู้เรื่องนี้ด้วย"ท่านอย่ากล่าว
บทที่ 17 ห่างเหินหลิ่งฟู่หวังว่าท่านอ๋องจะเดินตามมาอธิบายกับนางสักนิดแต่นางเฝ้ารอมีเพียงแค่ความว่างเปล่า นางปาดน้ำตาและเดินเข้าไปที่ห้องของตน"ข้าจะต้องเข็มแข็ง ขนาดท่านพ่อเป็นเพียงใต้เท้ายังมีฮูหยินรองแล้วทำไมท่านอ๋องจะมีคนอื่นบ้างไม่ได้ ซูฮวาเหตุใดใจของข้าถึงใหญ่ไม่พอที่จะให้ท่านพี่มีคนอื่นเช่นนี้ ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน เจ้าดูสิเมื่อวานท่านพี่ยังรักข้าแต่วันนี้ท่านพี่กลับไปหลงอยู่กับพระชายารอง ""พระชายาเพคะ ท่านอ๋องอาจจะแค่เป็นห่วงพระชายาอีกอย่างท่านอ๋องเป็นบุรุษหากจะเข้านอนกับพระชายาก็เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อบุตรในท้อง หรืออาจจะเป็นอีกอย่างก็ได้นะเพคะเพราะจู่ๆ ท่านอ๋องก็เปลี่ยนไปจากอีกคนไปเป็นอีกคน หรือว่านี่จะเป็นแผนของพระชายารองเพคะ""นั้นสิ ทำไมข้าคิดไม่ถึงกัน คราวที่แล้วนางมาทำร้ายข้า เมื่อทำกับข้าไม่ได้นางจึงเข้าทางท่านพี่ แล้วนางทำเช่นไรให้ท่านพี่หลงรักนางได้ขนาดนั้นกัน" หลิ่งฟู่เริ่มคิดหนักอีกครั้ง ถ้าหากเป็นแผนของมู่เอ๋อร์ก็เปรียบเสมือนว่าท่านอ๋องนั้นไม่ได้คลายรักหลิ่งฟู่เลย นางจึงเดินไปมาภายในห้องเพื่อคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้น"นี่ซูฮวาเจ้าไปตามทหารที่ช่วยเราวันนั้นมาให้ข้าที."