Share

บทที่ 51  

Author: ลิ่วเยว่
ตำแหน่งที่หลงจ่านเหยียนยืนอยู่ สามารถมองเห็นใบหน้าของเขาได้พอดี ยิ่งไปกว่านั้นยังมองเห็นประกายความโศกเศร้าที่สว่างวูบออกมาจากนัยน์ตาของเขาชัดเจน

ในราชวงศ์อาจจะมีการเข่นฆ่าแย่งชิงอำนาจกันไม่ขาด แต่ถึงอย่างไร ตีกระดูกหักไปก็ยังมีเส้นเอ็นเชื่อมโยง ผู้ที่จากไปแล้ว ก็เพียงพอจะทำให้ผู้ที่ยังมีชีวิตมีเสี้ยวขณะที่เจ็บปวดโศกเศร้าได้เสมอ

เนิ่นนานครู่ใหญ่ มู่หรงฉิงเทียนค่อยเงยศีรษะขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปทางนาง

สายตาของเขาเย็นชาและห่างเหิน ทว่ามารยาทที่พึงมีก็มิได้ขาดตกบกพร่อง เขาสืบเท้ามาด้านหน้าก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเบา “พี่สะใภ้ ขอแสดงความเสียใจด้วย!”

หลงจ่านเหยียนมิได้รู้สึกเจ็บปวดโศกเศร้าอะไร ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย นางเห็นมาก็มากแล้ว ที่เรียกว่าเกิดแก่เจ็บตาย นอกจากความแก่ชราและการเจ็บไข้ได้ป่วย อันที่จริงการเกิดและความตายนับเป็นความเมตตากรุณาจากสวรรค์ ไม่มีความจำเป็นจะต้องโศกเศร้าเสียใจเลยจริง ๆ

นางผงกศีรษะเล็กน้อย “ท่านอ๋องมีน้ำใจดี”

เขามิได้เอ่ยวาจาใด เพียงแต่เหลือบสายตาจ้องมองนางอีกครั้ง ก็หมุนตัวและเดินจากไป แม้แต่คำกล่าวลาก็ยังไม่มี

หลงจ่านเหยียนรู้สึกว่าเขาคงจะดูแค
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 52  

    หลงจ่านเหยียนเดินตามหรูหัวเข้าไปในตำหนักตามลำพัง ตำหนักชิงหนิงงดงามและหรูหรากว่าตำหนักหรูหลันของนางไปไกลมาก ใช้หยกขาวแทนอิฐ เครื่องใช้ภายในตำหนัก ล้วนทำจากไม้จันทน์ชั้นดี เสากลมสองต้นกลางท้องพระโรงสลักรูปหงส์ทะยานในเกลียวเมฆสายหมอก เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความสง่างามน่าเกรงขามของฮองไทเฮามารดาแห่งแผ่นดิน หรูหัวนำทางนางเข้าไปยังตำหนักข้าง ภายในตำหนักข้าง ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยฉากบังตาหินอ่อนสี่บานเฟี้ยม ประดับด้วยผ้าม่านสองชั้นห้อยลงมา ผ้าม่านผืนบางสีเหลืองถูกลมม้วนขึ้น เผยให้เห็นมุมเล็ก ๆ สามารถมองเห็นถงไทเฮากำลังเอกเขนกเอนกายอยู่บนตั่งกุ้ยเฟยได้อย่างเลือนราง “ไทเฮาเพคะ หลงไทเฮาเสด็จมาถึงแล้วเพคะ!” หรูหัวเดินขึ้นไปด้านหน้าก่อนจะค้อมกายลงกล่าวรายงาน “อือ!” เสียงยานคางแว่วดังมาจากหลังผ้าม่านบาง มุมหนึ่งของผ้าม่านที่ยกขึ้น มีชายกระโปรงสีทองลู่ลงมาข้างตั่ง ชวนให้รู้สึกว่าสูงส่ง…ทรงอำนาจอย่างไร้ใดเปรียบ ความจริงด้วยกฎระเบียบของพระราชวัง ถงไทเฮาจะต้องคารวะจ่านเหยียน แม้จะไม่คารวะ ทว่าสองคนก็ควรยืนเสมอกันนั่งเสมอกัน นางมิควรเอาแต่เอนกายอยู่ด้านในนั้น แม้แต่ผ้าม่านยังไม่ม้วนขึ้นเสียด้วยซ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 53  

    ถงไทเฮาพลันหยัดกายขึ้นยืน และคว้าแขนของนางเอาไว้ สีหน้ามืดครึ้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “น้องหญิงไยจึงรีบร้อนนัก? นั่งดื่มชากับข้าก่อนเถิด” แรงบีบมือของนางมีมหาศาล จนปลายเล็บจิกเข้าไปในแขนของจ่านเหยียน จ่านเหยียนพลันขมวดคิ้วขึ้น “ท่านยังมีธุระใดอีก พูดออกมาให้หมดเถิด” ถงไทเฮาหัวเราะเย็น ๆ แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ไยเจ้าจึงรีบร้อนนัก? นั่งคุยเล่นกับข้าก่อนมิได้หรือ?” จ่านเหยียนสะบัดมือของนางออก ก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง “ได้ ท่านอยากคุยเรื่องอะไร?” ถงไทเฮาก็ค่อย ๆ นั่งลงเช่นกัน “น้องหญิงเข้าวังมาถึงวันนี้ คงจะปรับตัวได้แล้วกระมัง?” “ได้แล้ว!” จ่านเหยียนตอบกลับอย่างรวบรัด ถงไทเฮาชี้ปลายนิ้วไปยังน้ำชาในถ้วยซึ่งตั้งอยู่หน้านาง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “น้ำชานี้ได้ยินว่าเป็นเครื่องบรรณาการมาจากตระกูลชั้นสูง รสชาติเย็นสดชื่น ไฉนน้องหญิงจึงไม่ลองลิ้มรสดูสักครั้ง?” จ่านเหยียนยกน้ำชาขึ้นมา พลางปัดเศษชาออกด้วยความเคยชิน เห็นน้ำชาใสกระจ่าง กลิ่นหอมตลบอบอวล ชาคงจะเป็นชาชั้นดีแน่ หากว่ามิได้เติมสิ่งอื่นใดลงไปด้วย ทว่า นางมีชีวิตมาตั้งกี่ร้อยปีแล้ว ยังมียาสลบแบบใดที่ไม่เค

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 54  

    หน้าประตูตำหนักพลันมีแสงเงาวูบไหว นางกำนัลร่างกำยำสูงใหญ่หลายคนพลันแหวกม่านประตูเข้ามา ยืนตัวตรงอยู่ข้างกายถงไทเฮา ถงไทเฮาหยัดกายขึ้นพลางยิ้มเริงร่า บนดวงพักตร์ที่ปัดผงชาดหนาเตอะเต็มไปด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ นางชี้นิ้วออกไป ปลายเล็บยาวงุ้มไปยังจ่านเหยียน ก่อนจะตรัสกับนางกำนัลว่า “จงไปเตรียมผ้าขาวและสุรายาพิษ ให้หมู่โฮ่วฮองไทเฮา” จ่านเหยียนก้าวเท้าเล็กน้อย ถงไทเฮาคิดว่านางจะวิ่งหนี ก็ตะคอกใส่นางกำนัลด้วยเสียงเหี้ยม “จับตัวนางไว้” นางกำนัลเหล่านั้นรีบรุดไปด้านหน้าอย่างเร็วรี่ คว้าแขนของจ่านเหยียนไว้ และบิดไปด้านหลังอย่างรุนแรง จ่านเหยียนหงุดหงิด กำลังจะบันดาลโทสะแล้ว กลับมีเสียงแจ้งรายงานของขันทีแว่วดังมาจากด้านนอกเสียก่อน “เซ่อเจิ้งอ๋องมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ!” ถงไทเฮาผงะไป ตรัสอย่างร้อนใจว่า “ขวางเซ่อเจิ้งอ๋องไว้” ทันทีที่สิ้นเสียง เซ่อเจิ้งอ๋องก็นำคนเข้ามาถึงด้านในแล้ว เขาสวมอาภรณ์ตัวยาวสีดำปักลายมังกรห้าตัว พร้อมด้วยองครักษ์จำนวนหนึ่งเดินตามมาด้านหลัง จ่านเหยียนเงยหน้าขึ้น ก็เห็นจิ้นหรูกูกูเดินตามหลังกลุ่มองครักษ์ และเข้ามาในตำหนักด้วย จิ้นหรูสืบเท้าสวบ ๆ เดินไปข้างกายจ่านเ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 55  

    วันนี้ก็แค่ละครตลกฉากหนึ่งเท่านั้น มิได้ทำให้นางบาดเจ็บอะไร ขณะเดียวกันก็ยังทำให้เข้าใจถงไทเฮาลึกซึ้งขึ้นอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ บุคคลผู้นี้ช่างโง่เขลาดุจสุกร ความโหดเหี้ยมมีมากพอแล้ว ทว่าคนที่โหดเหี้ยมชั่วร้าย จำเป็นต้องมีสติปัญญาความฉลาดเฉลียวมหาศาลถึงจะลุล่วงไปได้ ทว่าถงไทเฮานั้น ไม่น่าเกรงกลัวเอาเสียเลย จ่านเหยียนยืนอยู่ริมสระบัวในอุทยานหลวง เดือนสี่ของโลกมนุษย์เต็มไปด้วยหมู่มวลบุปผาที่แย้มบาน ดอกไห่ถังดอกทับทิมฝั่งตรงข้ามออกดอกสีแดงสดงดงามบานสะพรั่งเป็นแนว ต้นไม้เขียวขจีตัดกับพวงผกาสีแดงสด ต่างยิ่งเกื้อหนุนกันให้งดงามลงตัว ในสระบัวมีดอกบัวอ่อนเพิ่งโผล่ปลายแหลมขึ้นมา ปกคลุมทั่วทั้งผืนน้ำ และเมื่อสายลมอ่อนพัดมา ตรงช่องว่างระหว่างใบบัว สามารถมองเห็นผิวน้ำขยับไหวเป็นริ้วคลื่นจากสายลม ความวิจิตรตระการตาเช่นนี้ มองแล้วนางยังเผลอเคลิบเคลิ้มล่องลอยไป คนเราเมื่อถึงวัยหนึ่งแล้ว จะเข้าใจได้เองว่า ความจริง แค่ได้ทอดสายตามองทัศนียภาพอย่างเงียบสงบเช่นนี้ ก็นับเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งแล้วเหมือนกัน “ไทเฮาเพคะ ทรงถูกรังแกหรือไม่เพคะ?” จิ้นหรูถามอย่างเป็นกังวล จ่านเหยียนผุดยิ้ม “ม

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 56

    จ่านเหยียนมองตามเงาหลังของเขาด้วยความสงสัย เอ่ยถามจิ้นหรู “คนผู้นี้เขาเป็นคนเย็นชาแบบนี้ตลอดเลยหรือ?”จิ้นหรูเหลือบมองอาซานแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยกับจ่านเหยียน “จริง ๆ แล้วท่านอ๋องเป็นคนปากแข็งใจดี ไทเฮาอย่าได้เข้าใจผิด เขาทำเช่นนี้ ก็เพื่อไทเฮาเองเพคะ”“เขาดูเหมือนจะเคารพท่านมาก” จ่านเหยียนกล่าวด้วยท่าทางครุ่นคิดจิ้นหรูยิ้ม “บ่าวเติบโตมาพร้อมกับฮ่องเต้พระองค์ก่อน จึงสนิทสนมกับท่านอ๋องมากกว่าเล็กน้อย”“ฮ่องเต้พระองค์ก่อนกับเขามีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาก่อนใช่หรือไม่?” จ่านเหยียนเอ่ยถาม“ฮ่องเต้พระองค์ก่อนทรงมีพระชนมายุมากกว่าท่านอ๋องกว่าสิบปี ตอนที่ฮ่องเต้ทรงอภิเษกสมรส ท่านอ๋องยังเป็นเพียงเด็กน้อย พึ่งพาฮ่องเต้พระองค์ก่อนมาก แต่ว่าหลังจากนั้น...” สีหน้าของจิ้นหรูกูกูเศร้าสร้อยเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรต่อถึงแม้นางจะไม่พูด จ่านเหยียนก็เข้าใจแล้ว การแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์ ย่อมทำให้ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องและพ่อลูกกลายเป็นเหินห่าง หรือแม้กระทั่งเป็นศัตรูกัน ในระหว่างนั้น คงจะเกิดเรื่องราวมากมายทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอาซานไม่ได้พูดอะไร เดินตามจ่านเหยียนและจิ้นหรูกลับไปยังตำหนักชิงหนิงผู้คน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 57

    “แต่ว่า จะหาบุรุษแบบไหนส่งเข้าวังไป? แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่านางจะชอบหรือไม่ชอบ?” มู่หรงฉิงเทียนรู้สึกว่าที่ฮุ่ยอวิ่นพูดนั้นมีเหตุผล จึงเริ่มคล้อยตามบ้างแล้วฮุ่ยอวิ่นยิ้ม “สตรีล้วนชอบบุรุษรูปงาม เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เรื่องนี้ให้ข้าเป็นคนจัดการเถอะ”“อืม!” มู่หรงฉิงเทียนตอบรับในที่สุดสองวันผ่านไป มู่หรงฉิงเทียน เซ่อเจิ้งอ๋องได้ส่งนักดนตรีหลายคนเข้าวัง โดยให้เหตุผลว่าเพื่อคลายเหงาให้หมู่โฮ่วฮองไทเฮา และให้พวกเขาประจำอยู่ที่ตำหนักหรูหลานการกระทำของเซ่อเจิ้งอ๋องในครั้งนี้ ทำให้จ่านเหยียนพอใจเป็นอย่างมาก นางรู้สึกเบื่อจนแทบแย่แล้วจริง ๆ แม้ในยุคปัจจุบันนางจะเป็นคนติดบ้าน แต่ก็มีคอมพิวเตอร์มีไอแพดไว้คลายเหงา เวลาเบื่อ ๆ ก็ดูหนัง ดูข่าว ท่องเว็บไซต์ อ่านเรื่องราวสัพเพเหระ อ่านเรื่องไร้สาระ เรื่องน่าปวดหัวของชาวบ้าน หรือไม่ก็ขับรถออกไปเที่ยวเล่น ดูนั่นดูนี่ วันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่มาที่นี่ นางก็ไม่ได้ดูหนังมาเป็นเวลานานแล้ว รถคู่ใจคงจอดทิ้งไว้จนฝุ่นจับหนาแล้วนักดนตรีทั้งสี่คนนี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ชื่อของพวกเขาก็น่าสนใจไม่น้อย เหมย หลาน จวี๋ จู๋ ซึ่งเป็นชื่อของสตรี

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 58

    ตั้งแต่มีนักดนตรีมาอยู่ที่ตำหนักหรูหลาน ก็มีเสียงดนตรีขับกล่อมแทบทุกค่ำคืน โชคดีที่ตำหนักตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างห่างไกล จึงไม่รบกวนใครในบรรดาเหมย หลาน จวี๋ จู๋ มีอยู่คนหนึ่งที่เอาอกเอาใจเป็นพิเศษ และเป็นที่ถูกใจของจ่านเหยียนมาก นั่นก็เหมย ซึ่งเป็นคนที่อยู่ลำดับแรก จ่านเหยียนจึงตั้งชื่อให้เขาว่าต้าเหมยจ่านเหยียนมักจะเรียกเขาให้มาบรรเลงดนตรีเกือบทุกคืน ต้าเหมยก็มีความสามารถรอบด้าน เป่าขลุ่ยก็ได้ ดีดพิณก็เป็น ร้องเพลงก็ยังได้ เต้นรำก็เป็น แถมยังเต้นได้ไม่แพ้นางรำเลยทีเดียวในตอนแรก จ่านเหยียนไม่ยอมให้พวกเขาเข้ามาปรนนิบัติในตำหนัก แต่พอนานวันเข้า ต้าเหมยผู้นี้ทำให้จ่านเหยียนยอมแหกกฎเพื่อเขา แถมยังเรียกเขาเข้าไปในตำหนักทุกคืนคนในตำหนักหรูหลานเริ่มซุบซิบนินทา จนในที่สุด คนทั้งวังก็รู้กันหมดว่า หมู่โฮ่วฮองไทเฮาทรงโปรดปรานนักดนตรีคนหนึ่ง ฮุ่ยไท่เฟยถึงกับไปฟ้องไทฮองไทเฮา ทว่าไทฮองไทเฮากลับแย้มพระสรวล แล้วโบกพระหัตถ์ “ก็นางเข้าวังมาตั้งแต่ยังอายุน้อย ต้องเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว น่าสงสาร ปล่อยให้นางสนุกสนานไปเถอะ สักพักเดี๋ยวนางก็เลิกราเอง”ไทฮองไทเฮาตรัสเช่นนั้นแล้ว ใครเล่าจะกล้าตำหนิติ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 59

    ดวงตาสีดำขลับของจ่านเหยียนจ้องมองเขาอย่างเงียบ ๆ ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “จริงหรือ? เช่นนั้นก็ต้องลองดูเสียแล้ว”ต้าเหมยค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ ดวงตาเป็นประกายดูมีเลศนัย มือทั้งสองข้างลูบไล้ไปบนขาของจ่านเหยียนอย่างแผ่วเบา บีบนวดเบา ๆ ครู่หนึ่ง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม “หากไทเฮาบรรทมไม่หลับ ก่อนบรรทมสามารถแช่เท้าด้วยน้ำอุ่น จากนั้นให้ข้าช่วยนวดให้ รับรองว่าจะทำให้ไทเฮาเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวาน...”เขาบีบนวดขึ้นไปตามน่องอย่างต่อเนื่อง ตอนแรก แรงที่ใช้นั้นเบาอย่างยิ่ง แต่ค่อย ๆ เพิ่มแรงกดบนปลายนิ้วมากขึ้นปลายนิ้วกดลงบนผ้าไหม ให้ความรู้สึกสบายจนแทบจะเคลิ้มหลับจ่านเหยียนค่อย ๆ หลับตาลง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ฝีมือการนวดของเขานั้นสบายมาก ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันทีในขณะที่มือของเขากำลังจะสัมผัสต้นขาของนาง จ่านเหยียนก็ลืมตาขึ้นทันที แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ข้ารู้สึกปวดไหล่มาก เจ้ามานวดให้ข้าหน่อย”แววตาของต้าเหมยฉายแววผิดหวังอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมละมือจากหัวเข่า ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พ่ะย่ะค่ะ!”เขาลุกขึ้นอย่างช้า ๆ เดินไปด้านหลังของจ่านเหยียน โน้มตัว

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 191

    จ่านเหยียนเห็นดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นสีแดงเพลิง สีหน้าคลุ้มคลั่ง หัวใจพลันหนักอึ้ง สถานการณ์เช่นนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง หนึ่ง ไอหยินแว้งกัด สอง ธาตุไฟเข้าแทรกจ่านเหยียนฉุดแขนของเขาแล้วลากมาด้านหน้าตนแบบแทบจะไม่ใช้สมองคิด แต่ทันใดนั้นนางก็ได้รู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว เพราะไม่สามารถใช้แข็งปะทะแข็งกับการต่อกรกับคนที่ถูกไอหยินแว้งกัดหรือธาตุไฟเข้าแทรกได้เขากางกรงเล็บทั้งห้าแล้วตะครุบมาทางลำคออย่างรวดเร็ว จ่านเหยียนเอนตัวไปด้านหลังพร้อมฉุดเขาลงกับพื้นด้วยเขาทับอยู่บนตัวนางอย่างจัง ดวงตาทั้งคู่แดงประหนึ่งอัคคี เจือความดุร้ายและไอมารเช่นธาตุไฟเข้าแทรก มิหนำซ้ำยังมีสีสันแห่งความทรมานที่มิอาจมองข้ามไม่นานจ่านเหยียนก็วินิจฉัยว่าเขาถูกไอหยินแว้งกัด สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เลือดทั้งสรรพางค์กายตีกลับ เจ็บปวดทุกรูขุมขนยากจะทานทนมิน่าเขาถึงมีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า คาดว่าเมื่อครู่คงทำร้ายตัวเองในตอนที่ทรมานจนทนไม่ไหวจ่านเหยียนพลันรู้สึกสงสารเล็กน้อย จังหวะที่เขาบีบคอนาง หว่างคิ้วของนางก็ปรากฏดอกบัวส่องแสงเป็นประกายดอกบัวเปล่งแสงหมายถึงความการุญและการช่วยเหลือรักษา ส่วนตัวอักขระสวัสต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 190

    อาเสอกลับมาตอนครึ่งคืน หน้าตามอมแมมราวกับมุดออกมาจากเตาไฟที่ไหนนางเขย่าตัวจ่านเหยียนให้ตื่น แล้วยื่นหยกเฝ่ยชุ่ยอมเขียวก้อนหนึ่งให้นาง “เอาไป”ครั้นจ่านเหยียนเห็นก้อนหยกก็เอ่ยด้วยความดีใจ “เจ้าเอาหยกเฝ่ยชุ่ย”“ขโมยมาจากทางคุณชายหวัง ไม่ทันระวังถูกท่านเทพเฝ้าประตูเห็นเข้า ไม่อยากให้เป็นเรื่องจึงได้แต่มุดเตาไฟมา” อาเสอกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“คุณชายหวัง?” จ่านเหยียนอึ้ง ดูเหมือนว่านางมีนัดดื่มสุรากับคุณชายหวังคืนนี้นี่ ลืมไปเสียสนิทเลย“คุณชายหวังยังไม่นอน อยู่ที่ลานเรือนไม่รู้ว่ารอใครสิน่า...” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วจึงเบิกตาโพลงมองจ่านเหยียน “คงไม่ได้รอท่านอยู่กระมัง?”จ่านเหยียนหัวเราะแหะ ๆ “น่าจะใช่”อาเสอมองนางอย่างเวทนา “ท่านตายแน่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับการนัดหมายกับท่านด้วยสิ”จ่านเหยียนจุกอก “เจ้าว่าตอนนี้เขายังรออยู่หรือไม่?”“ตอนข้ามาเขายังรออยู่นะ ไม่รู้ว่าส่งคนไปตามท่านที่จวนเราหรือไม่ เขาคงคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะถูกรั้งตัวให้ค้างคืนอยู่ที่จวนอ๋องกระมัง?” อาเสอเอ่ยจ่านเหยียนลุกขึ้นยืนใส่รองเท้า “น่าสงสารจริง ๆ ดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้ยังรอข้าอยู่ ข้าต้องไปดื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 189

    จ่านเหยียนลืมตาขึ้น แล้วกอบใบหน้าของอาเสอพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ย “เจ้ามีอะไรน่ามอง?”อาเสอตอบอย่างขัดเขิน “ท่านไม่คิดว่าข้าน่ามองหรือ?”“มีตา มีจมูก มีปาก หากจะพูดกันจริง ๆ ก็ไม่แย่ แต่... ตอนนี้เจ้าแต่งตัวเป็นบุรุษ” จ่านเหยียนทำลายความฝันของหญิงสาวอาเสอกระซิบ “ข้าได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกับคุณชายฮุ่ยอวิ่นคือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ พวกเขาคือเพื่อนชายที่ดีตลอดชีวิต”“เจ้าเนี่ย ดูนิยายวายมากไปแล้ว ข้ามั่นใจได้เลยนะ ฮุ่ยอวิ่นเป็นชายแท้+” จ่านเหยียนไล่นาง “เร็ว ออกไปหาหินหยกเฝ่ยชุ่ยให้ข้า”อาเสอเดินไปถึงหน้าคันฉ่องแล้วมองทีหนึ่งอย่างไม่สมัครใจ ตามด้วยแค่นเสียงเชอะ “ข้างามพริ้มเพราจะตาย อย่างน้อยต่อให้อยู่ในคราบบุรุษก็ปกปิดบุคลิกและเสน่ห์ของข้าไม่ได้”“กลิ่นคาวงูด้วย!” เสียงอู้อี้ดังมาจากในผ้าห่ม โทษอาเสอไม่ได้จริง ๆ ได้แต่โทษฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้อาเสอเกิดอารมณ์วสันต์“ไม่พูดกับท่านแล้ว!” อาเสอแค่นเสียงแล้วกลายร่างเป็นควันกลุ่มหนึ่งจ่านเหยียนชะโงกศีรษะออกมาจากผ้าห่ม ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น?นางลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปลานเรือนครั้นสาวใช้ทั้งสองเห็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 188

    “ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” พระอาจารย์เป่ากวงถามจ่านเหยียนคำนวณพักหนึ่ง วันนี้วันที่หก แกะสลักวิญญาณมังกรต้องใช้เวลาสองวัน แล้วค่อยให้วิญญาณมังกรดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินและแสงแห่งสุริยันจันทรา ส่วนแสงแห่งสุริยันจันทราจำเป็นต้องดูดซับในคืนพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้น เร็วที่สุดก็ต้องหลังวันที่สิบห้านางเอ่ย “ให้เวลาข้าสิบวัน”“จริงหรือ?!” ฮุ่ยอวิ่นไม่ค่อยจะเชื่อ “คุณชายรู้ที่อยู่ของวิญญาณมังกรอีกชิ้นหรือ?”จ่านเหยียนผงกศีรษะ “ข้ารู้”“อยู่ที่ใด?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความยินดีพระอาจารย์เป่ากวงยื่นมือมากดฮุ่ยอวิ่นเล็กน้อย “คุณชายฮุ่ยอวิ่นมิต้องถามมาก ในเมื่อคุณชายอู่รับปากแล้ว เช่นนั้นเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ ๆ แล้วมองจ่านเหยียนด้วยสายตาร้อนแรงและจริงใจมู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลำบากคุณชายอู่พักอยู่ที่จวนอ๋องสักระยะ เจ้าแค่บอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับฮุ่ยอวิ่นก็พอ เขาต้องเอามาให้เจ้าได้แน่”จ่านเหยียนเข้าใจความหมายของเขา ตอนนี้นางรู้สถานการณ์ของเขาแล้ว เขาไม่วางใจให้นางออกไปเขาไม่เคยเชื่อใจนาง ระแวดระวังนางอย่างหนัก“ได้!” จ่านเหยียนรับปากมู่หรงฉิงเทียนฮุ่ย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 187

    “หลวงจีน ไม่เจอกันนานเลยนะ!” จ่านเหยียนตอบรับเรียบ ๆ“ก็ไม่นับว่านาน เพียงหนึ่งปีเท่านั้น คุณชายสบายดีหรือ?” พระอาจารย์เป่ากวงกล่าวด้วยความนอบน้อมจ่านเหยียนตอบ “ยังไม่ตายก็นับว่าดีมากแล้ว”“คุณชายกล่าวหนักไปแล้ว!” พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ แล้วตอบมู่หรงฉิงเทียนกับฮุ่ยอวิ่นแปลกใจกับการกระทำของพระอาจารย์เป่ากวงมาก แม้ก่อนหน้านี้พระอาจารย์เป่ากวงจะแนะนำหลงอู่ แต่พวกเขาแค่นึกว่าพระอาจารย์เป่ากวงชื่นชมเขาเล็กน้อย ตอนนี้ดูแล้ว... ไม่เพียงแต่ชื่นชม หากมีความเคารพด้วยท่าทีของพระอาจารย์เป่ากวงทำให้มู่หรงฉิงเทียนใช้อีกมุมหนึ่งในการมองประเมินจ่านเหยียน“พระอาจารย์ ท่านเคยรู้จักกับคุณชายอู่มาก่อนหรือ?” ฮุ่ยอวิ่นถามพระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “กล่าวได้ว่าอาตมาเคารพคุณชายอู่มานาน กลับมีวาสนาได้พบเพียงหนเดียว”“อ้อ? เพิ่งพบเพียงหนเดียว?” ฮุ่ยอวิ่นประหลาดใจเล็กน้อย พบหนเดียวก็ศรัทธาอีกฝ่ายถึงเพียงนี้แล้ว? ไม่เหมือนลักษณะของหลวงจีนเฒ่าเลยนี่?“หนึ่งหนก็เป็นบุญวาสนาใหญ่หลวงในชาตินี้ของอาตมาแล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยอย่างพึงพอใจจ่านเหยียนเหลือบมองเขาชืด ๆ ทีหนึ่ง “หลวงจีน คำนี้จะประจบเก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 186

    จ่านเหยียนอยากหมุนตัวกลับมาก ถ้านางเด็กกว่านี้สักสองร้อยปี นางคงจะไปจริง ๆ ทว่านางในตอนนี้ไม่เด็กแล้ว กอปรกับถูกเนรเทศอยู่ที่นี่ จิตใจจึงเปลี่ยนแปลงไปมากอาจเพราะนางไม่อยากให้เขาตายจริง ๆ อย่างไรก็ตาม แคว้นต้าโจวยังต้องการเขาอยู่นางเอ่ยอย่างสงบ “ท่านอ๋อง กระหม่อมกล้าพูดว่านอกจากกระหม่อม โลกนี้ก็ไม่มีใครรักษาท่านได้อีก”ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนมีสีสันของการเสียดสีและเย้ยหยันเพิ่มขึ้นบางส่วน “อย่างนั้นหรือ?”“ท่านอ๋องจะไม่เชื่อก็ได้พ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนเอ่ย“ข้าไม่เชื่อจริง ๆ นั่นแหละ ฮุ่ยอวิ่น ให้เงินเขาร้อยตำลึง ส่งเขาออกไป!” มู่หรงฉิงเทียนสั่งด้วยน้ำเสียงเฉยชาฮุ่ยอวิ่นเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็รีบหันไปส่งสายตากับอาซิ่น อาซิ่นพลันเข้าใจจึงวิ่งออกไปแล้วอาเสอเห็นมู่หรงฉิงเทียนโอหังเช่นนี้จึงกลั้นโทสะไม่ได้ หน้าแดงเอ่ย “คนเท่าไรเฝ้ารอให้คุณชายบ้านข้ารักษา คุณชายบ้านข้ายังไม่รับปากเลย ตอนนี้มาหาถึงที่ ท่านกลับไม่รู้คุณค่า ท่านได้เสียใจแน่”“อาเสอ!” จ่านเหยียนขมวดคิ้ว “ถอยออกไป!”แม้นางจะอารมณ์เสียเหมือนกัน เพราะมาถึงที่แล้วกลับถูกอีกฝ่ายขับไล่ไสส่ง ใบหน้าชราของนางเสียหายไม่มากก็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 185

    “ใครอยู่ข้างนอก?” เสียงสุขุมอ่อนล้าดังออกมาจากห้องหนังสือฮุ่ยอวิ่นผลักประตูเข้าไป “เทียน ข้าเชิญคุณชายหลงอู่มาแล้ว”จ่านเหยียนยืนอยู่ข้างหลังฮุ่ยอวิ่น เห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือหลังฉาก ดวงหน้าซีดเซียวเล็กน้อย ทั้งยังคล้ายผ่ายผอมไปประมาณหนึ่ง เบ้าตาลึกมากขึ้น แววตาดุร้ายมากกว่าเดิมไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ สมองของจ่านเหยียนก็นึกถึงคำพูดของจิ้นหรู ใบหน้าชราแดงซ่าน รีบก้มหน้าประสานมือ “หลงอู่คารวะท่านอ๋อง”มู่หรงฉิงเทียนมิได้เอื้อนเอ่ย บรรยากาศหนักอึ้งและ...อึดอัดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัดจ่านเหยียนรู้ว่าเขากำลังจ้องนางอยู่ เพราะสายตานั้นแหลมคมยิ่งนัก แทบจะมองนางให้ทะลุปรุโปร่งจ่านเหยียนถอนหายใจอยู่ในใจ จิ้นหรูคิดมากไปแล้ว หากนางจะเข้าสู่พุ่มบุปผาในวัยชรา อันดับแรกจะไม่หาหนุ่มน้อย อันดับสองคือจะไม่หาคนที่สร้างความกดดันให้กับนางเช่นนี้เพราะสายตาของเขาทำให้คนประหม่าผ่านไปครู่ใหญ่มู่หรงฉิงเทียนจึงเอ่ยเรียบ “เจ้าก็คือหลงอู่?”จ่านเหยียนขานรับ “พ่ะย่ะค่ะ”มู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “เงยหน้าขึ้น!”จ่านเหยียนทำใจให้สงบ จากนั้นก็เงยหน้ามองเขาเขาเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย มือหนึ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 184

    จ่านเหยียนนิ่งงันไปแล้ว นางไม่เคยคิดถึงจุดนี้ มิเช่นนั้นตอนนั้นก็คงไม่มือบอนทำลายวิญญาณมังกร“ตอนนี้ต้องการให้ข้าทำอย่างไร?” จ่านเหยียนถามฮุ่ยอวิ่นทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย “พระอาจารย์เป่ากวงบอกว่าท่านมีวิธี”จ่านเหยียนถอนหายใจทีหนึ่ง “ข้าจะไปจวนอ๋องกับท่าน เจอท่านอ๋องแล้วค่อยว่ากันเถอะ”“ได้!” ฮุ่ยอวิ่นพลันดีใจ จากนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนจ่านเหยียนมองฮุ่ยอวิ่น “แต่ ไม่แน่ว่าข้าจะช่วยท่านอ๋องได้”ฮุ่ยอวิ่นคิดว่านางแค่พูดเผื่อเอาไว้ จึงรีบพูดว่า “คุณชายอู่โปรดวางใจ ไม่ว่าจะรักษาได้หรือไม่ ข้าน้อยจะไม่โทษคุณชายอู่เด็ดขาด”ความจริงจ่านเหยียนมิได้หมายความเช่นนั้น แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “ดี พวกเราไปกันเถอะ”เป็นครั้งแรกที่จ่านเหยียนย่างเท้าเข้าจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง นางแหงนหน้ามองป้าย ตัวอักษรลี่ซูสีทองเงาเขียนคำว่า ‘จวนเซ่อเจิ้งอ๋อง’ อร่ามแวววาว ตัวอักษรหวัดเขียนได้ทรงอำนาจมากป้ายนี้เป็นของใหม่ เดิมคือจวนอันหนิงอ๋องกำแพงจวนอ๋องเคยเสริมความแข็งแรงมาก่อน มีร่องรอยของใหม่ บนกำแพงปราศจากพืชไต่ ตัวกำแพงอิฐเขียวทอดตัวยาว กินเนื้อที่ประมาณหลายสิบหมู่หน้าประตูจวนมีทหารเฝ้ายามอยู่ บนปร

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status