หวังหมินเอ๋อเป็นบุตรสาวลูกติดของคหบดีหวังที่แต่งงานใหม่และมีบุตรสาวอีกคน สองแม่ลูกพากันอิจฉาและเกลียดชังหมิ่นเอ๋อและกีดกันไม่ให้พ่อกับลูกได้ใกล้ชิดกัน ทำให้คหบดีหวังที่ต้องออกไปติดต่อค้าขายนอกเมืองไม่ค่อยได้กลับบ้านยิ่งห่างเหินกับบุตรสาวคนโต เมื่อเติบใหญ่เป็นสาวงามมากยิ่งถูกกลั่นแกล้ง นางพบรักกับแม่ทัพหนุ่มที่เป็นบุตรชายของเพื่อนบ้านและน้องสาวหวังฟางหลิวก็แอบรักเขาเช่นกัน ยิ่งพี่สาวนั้นคบหากับแม่ทัพหยางออกนอกหน้านางยิ่งอิจฉาไปฟ้องมารดาและพากันกีดกัน ใส่ไฟให้มารดาของแม่ทัพหนุ่ม และวันหนึ่งทั้งสองปลอมจดหมายของแม่ทัพหยางหลอกให้หมิ่นเอ๋อไปรอพบ เมื่อหมิ่นเอ๋อไปยืนรอคนรักตามที่ได้นัดกันไว้ ก็ถูกคนเป่าลูกดอกยาสลบทำให้นางหมดสติไป สองแม่ลูกใจอำมหิตลากตัวนางไปที่ห้องเก็บฟืนสำหรับฤดูหนาว แล้วปิดประตูขังเอาไว้ ทำให้หมิ่นเอ๋อติดอยู่ในนั้นและออกมาไม่ได้ หลายวันเข้าก็นางก็เสียชีวิตไป ก่อนขาดใจนางเข้าใจคนรักของตนเองผิดว่่าเขาต้องการกำจัดนางเพื่อจะได้ไปแต่งงานกับน้องสาวลูกแม่เลี้ยง นางจึงบอกกล่าวกับฟ้าดินว่า หากมีโอกาสได้เกิดใหม่นางจะเกลียดผู้ชายคนนี้และสองแม่ลูกนั่นและจะหาทางแก้แค้นพวกเขาให้สาสมกับที่พวกเขาทรมานนางจนตาย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป………
Lihat lebih banyakหลายเดือนต่อมาสถานการณ์ในจวนแม่ทัพก็ปกติดีไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ซูลี่วางใจแล้วเพราะคิดว่าฟางหลิวคงจะคิดได้จริงๆแล้ว คงจะไม่ก่อเรื่องขึ้นอีก เพราะนางเองนอกจากห่วงตนเองและบุตรที่เพิ่งจะคลอดแล้ว ก็เป็นห่วงบิดาเมื่ออดีตชาติที่ต้องอยู่ในจวนเดียวกับฟางหลิวด้วย เพราะท่านชราลงมากแล้ว นางอยากจะเห็นน้องสาวคิดได้จริงๆ วันหนึ่งซูลี่ให้สาวใช้ออกไปซื้อหาผลไม้เชื่อมมาหลายๆอย่างและขนมหวานแห้งที่ใส่ขวดโหลเอาไว้กินได้นานมาด้วยอีกสองสามอย่าง แล้วนางแบ่งให้สาวใช้นำไปให้ฟางหลิวที่จวนข้างๆ บอกว่านางฝากมาให้ ผ่านไปครู่ใหญ่สาวใช้กลับมาบอกว่าคุณหนูหวังฝากขอบคุณและตอนนี้นางกำลังนั่งปักผ้าอยู่ที่ศาลาริมบึง“ ข้าว่าคุณหนูหวังน่าจะหายดีแล้วนะเจ้าค่ะ บัดนี้นางแต่งกายดูดีขึ้นมาก สวมอาภรณ์สะอาดสะอ้านมีสาวใช้ดูแลสองคน กำลังนั่งปักผ้าอยู่ในศาลาริมบึงบัว นางบอกว่าขอบคุณมากที่พี่สาวยังคิดถึงนาง นางกำลังอยากจะกินผลไม้เชื่อมอยู่พอดี และจะแบ่งขนมหวานไว้ให้ท่านพ่อกินกับน้ำชาด้วยเจ้าค่ะ ” สาวใช้ที่กลับมารายงานดังนี้ ทำให้ซูลี่สบายใจขึ้น นางยกพัดขึ้นพัดวีตนเองแล้วยิ้มออกมาอย่างสุขใจตอนนี้นางเอนกายพักผ่อนและให้สาวใช้บีบนวดอยู่
ซูลี่จ้องมองใบหน้าของฟางหลิวนิ่งนาน และนางก็ค่อยๆเดินไปตรงหน้าของฟางหลิวอย่างไม่เกรงกลัวว่านางจะทำร้ายหรือคลุ้มคลั่งขึึ้นมา มือบางของซูลี่วางลงบนศีรษะของฟางหลิวเบาๆ แล้วลูบศีระษะของฟางหลิว แล้วเอ่ยว่า “ ฟางหลิว พี่ไม่ได้เกลียดเจ้า ไม่ได้ริษยาเจ้า พี่รักเจ้าเช่นดังน้องสาวของพี่จริงๆ ไม่ได้คิดจะแย่งยื้อสิ่งใดจากเจ้าทั้งนั้น เจ้าลองทบทวนดู เจ้าเติบใหญ่ขึ้นมาด้วยการเอาใจและการเลี้ยงดูที่ดีกว่าพี่มากนัก เจ้าเติบใหญ่่มามีพร้อมทั้งบิดาและมารดาที่คอยเลี้ยงดูเจ้า เงินทองข้าวของเจ้าก็มีมากมายกว่าพี่ เจ้าได้ใส่อาภรณ์ใหม่ๆดีๆ แต่พี่ต้องใช้ของเหลือจากเจ้า เจ้าได้เครื่องประดับของมีราคามากกว่าพี่จนนับไม่ถ้วน แต่พี่ไม่เคยมีสิ่งเหล่านั้น เจ้าลองทบทวนดูสิ ครั้งอดีตเมื่อท่านพ่อกลับมากจากนอกเมืองก็มักจะมีของมาฝากเสมอและของฝากของเจ้าก็มากกว่าพี่เสมอ เจ้าลองทบทวนความทรงจำดูสิ แล้วเจ้าจะพบว่าเจ้ามีสิ่งต่างๆล้นเหลือในขณะที่พี่แทบจะไม่มี แล้วเจ้าจะบอกว่าพี่แย่งทุกอย่างไปจากเจ้าได้อย่างไรกัน ” ซูลี่เอ่ยกับฟางหลิวเบาๆ จ้องมองนางอย่างให้อภัยและมีความรักใคร่เอ็นดูปนอยู่ในนั้น ฟางหลิวนิ่งฟังคำของซูลี่ แล้ว
ทั้งบนม้าหนุ่มตัวสูงใหญ่ของเขาที่ซูลี่ติดใจจังหวะการกระแทกของสามีเวลาม้าออกวิ่ง มันทั้งเสียวซ่านทั้งเร้าใจนางยิ่งนัก นางมักจะชวนเขาออกไปขี่ม้าเล่นกันเสมอ ทั้งสองคนแค่สบตาก็รู้แล้วว่านางและเขาต้องการกันและกันมากแค่ไหนคืนนี้วิวาห์นี้ซูลี่จึงสมใจยิ่งนัก นางร่อนสะโพกอวบรับเขาได้ทุกท่วงท่ายิ่งกว่าหญิงนางโลมที่ต้องบำเรอชาย ซูลี่คิดว่านางทำให้เขาถึงขนาดนี้แล้ว หากเขาแอบไปมีหญิงอื่นนางจะจัดการสามีผู้นี้ให้หนักทีเดียว คืนนั้นเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นระยะ เตียงวิวาห์หลังใหญ่ที่ไหวโยกอย่างรุนแรงหากเป็นเตียงไม้หยาบๆ ของชาวบ้านธรรมดาคงจะหักกลางไปเสียแล้ว เสียงร้องครวญครางผสานกันอย่างสุขสมของทั้งสองบ่าวสาว ดังขึ้นเป็นระยะจนกระทั่งเช้าวันใหม่เสียงทั้งหลายจึงได้เงียบสงบไป ขณะที่จวนแม่ทัพนั้นเต็มไปด้วยความสุขความสมหวัง และบรรยากาศที่ชื่นมื่นของคนในจวนที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบหลายปี จวนหวังที่อยู่ข้างๆก็พลอยมีบรรยากาศที่ดีขึ้น ทุกคนดูเป็นสุขนายท่านหวังก็เริ่มเป็นสุขมาก เขามักไปเยี่ยมซูลี่ที่จวนแม่ทัพบ่อยๆและรอคอยหลานที่อีกไม่นานคงจะมาเกิดแล้วหญิงผู้หนึ่งที่ซ่อนตัวในคราบของคนบ้ามาหลายปีแล้ว ใช่
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็ถึงวันแต่งงานของแม่ทัพหยางอี้เทียนกับคุณหนูเหลียงซูลี่แล้ว งานแต่งงานครั้งนี้ก็ยิ่งใหญ่เช่นกันเพราะเป็นการแต่งงานของแม่ทัพใหญ่ แขกเหรื่อได้รับเชิญเป็นจำนวนมาก ทุกคนวิ่งวุ่นวายจัดเตรียมงานและในวันงานกันวุ่นวาย บ่าวไพร่และสาวใช้หลายๆคนของจวนคหบดีหวังก็มาช่วยงานนี้ด้วยตัวของคหบดีหวังและพ่อบ้านหวังก็มาร่วมงานและช่วยเหลืองานหลายๆอย่างดังเช่นเป็นเจ้าภาพอีกคน และทุกคนก็ยินดีที่จะให้ท่านคหบดีหวังมาเป็นบิดาบุญธรรมของซูลี่อีกคน ทำให้เขามีความสุขมากที่นางเอ่ยปากเรียกเขาว่าท่านพ่อ วันงานแต่งแขกเหรื่อก็มากมายเกือบจะเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่มากอีกงานของเมืองนี้ งานแต่งนี้ก็มีราชวงศ์มาร่วมงานหลายคน ขุนนางและพ่อค้าคหบดีก็มากมาย งานเลี้ยงมีทั้งอาหารและสุราเลี้ยงไม่อั้น ทหารต่างก็มาร่วมงานกันมากมายและช่วยงานกันคึกคักเต็มหน้าลานกว้างของจวนแม่ทัพ เมื่อเสร็จพิธีไหว้ทั้งสี่แขกเหรื่อต่างก็ร่ำสุราและสนทนากันอย่างออกรส และฟังการบรรเลงพิณไปด้วย ที่เป็นสตรีก็จับกลุ่มคุยกัน อาหารนั้นแทบจะยกเหลามาไว้ที่นี่ เพราะมีการสั่งปิดภัตตาคารถึงสองที่เพื่อยกมาจัดเลี้ยงฉลองแต่งงานนี้โดยเฉพาะ ผลไม้แล
นิ้วแกร่งสอดเข้าไปในร่องอวบของนางช้าๆ เขางอข้อนิ้วแหย่ที่รูสวาทของนางไปมา เขี่ยเมล็ดดอกไม้ของนางจนสะโพกอวบโยกไปมาอย่างเสียวซ่าน น้ำรักของนางเริ่มไหลรินออกมาอีก เขาจึงได้ก้มลงไล้เลียร่องอวบของนางไปมา ขณะที่นิ้วแกร่งก็ขยับเข้าออกถี่ ๆ แหย่เข้าออกที่รูสวาทของนาง ปากหนาก็ดูดเมล็ดดอกไม้ของนางอย่างรุนแรงจนมันบวมเป่ง “ อ๊าา ซี๊ดดดดด ท่านพี่เจ้า ท่านพี่ อ๊าาา ข้า…ไม่ไหวแล้ว ซูลี่เสียวเหลือเกิน เสียวววว อ๊าาา ” ยิ่งเขาดูดเมล็ดดอกไม้ของนาง ยิ่งทำให้นางเสียวจนทนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว อี้ชิงสั่นเกร็งอย่างรุนแรง น้ำหวานทะลักทะลายออกมาอย่างมากมาย จนเปื้อนขาอวบไปหมด คุณชายเฟยหลงก้มลงมองร่องอวบที่บัดนี้มันตอดตุบๆ และฉ่ำไปด้วยน้ำรักของนาง เขาทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหว เขาต้องเลีย ต้องเลียร่องอวบของนางในตอนนี้ และเขาก็ก้มลงซุกใบหน้าหล่อเหลาลงที่ร่องอวบของนางทันที น้ำหวานของนางไหลรินไม่ขาดสาย เมื่อลิ้นสากที่ร้อนรุ่มของเขาสัมผัสกับเมล็ดดอกไม้ที่บวมเป่งจนร้อนผ่าวของนาง เสียงครวญครางของนางก็ดังกระเส่านางครวญครางแทบจะขาดใจ ร่อนสะโพกอวบโยกเข้าหาใบหน้าหล่อคมและก็แตกคาปากร้อนรุ่มของเขาไปทันทีสองครั้งติดๆกัน แม่ทั
“ ข้าทิ้งท่านเอาไว้ที่นี่ถึงสองวัน กินอาหารและน้ำก่อนเถิดเจ้าค่ะ แล้วค่อยอาบน้ำอีกสักหน่อย ข้าให้สาวใช้หยิบอาภรณ์มาให้ท่านผลัดเปลี่ยนแล้ว ” แม่ทัพหนุ่มที่ยังกอดนางเอาไว้ในอกรีบเอ่ยว่า “ ถ้าพี่ยอมกินอาหารและอาบน้ำแล้ว เจ้าจะให้อะไรเป็นรางวัลกับพี่เล่า ”แม่ทัพหนุ่มยังไม่วายมีข้อแม้เพราะเขาดีใจมากที่นางเปลี่ยนใจกลับมาช่วยเขา และคิดว่านางเองก็ยังมีเขาในหัวใจของนางอยู่ไม่น้อย จึงได้รีบอ้อนคนในอ้อมกอดใหญ่ “ ก็ได้ หากท่านยอมกินอาหารและอาบน้ำเสร็จแล้ว ท่านต้องการส่ิงใดข้าจะทำให้ท่าน ” ซูลี่ตัดสินรับปากกับเขาโดยไม่มีข้อแม้ แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มอย่างพอใจ “ ถ้าเช่นนั้น เจ้ามีอะไรให้พี่กินบ้างล่ะ เราออกไปนั่งกินข้างนอกดีกว่า ในนี้อากาศมันไม่ถ่ายเท ” เขาจูงมือของนางกลับออกไปที่ด้านนอก แล้วไปทรุดนั่นที่โต๊ะกลมที่เขาทำความสะอาดทิ้งเอาไว้วันก่อนในห้องโถงหน้าเรือนนั่น ซูลี่แกะห่อผ้าออก แล้วค้นหาห่อข้าวที่นางให้สาวใช้ห่อให้นางแกะแล้ววางไว้ตรงหน้าคนร่างหนา แล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำเอาไว้จนเต็มยื่นให้เขา “ ดื่มน้ำก่อนนะเจ้าคะ แล้วค่อยกินข้าว ข้าจะนั่งเป็นเพื่อนท่าน กินให้เยอะๆนะเจ้าคะ ” แม่ทัพหนุ่่ม
ซูลี่เร่งฝีเท้าให้เดินผ่านเรือนหลักของแม่ทัพหนุ่มให้เร็วที่สุด เพื่อมุ่งหน้าไปยังจวนข้างๆ เพื่อพบคนผู้หนึ่ง เมื่อไปถึงหน้าประตูนางบอกกับบ่าวชายที่ยืนอยู่นั่นว่านางมาขอพบพ่อบ้านหวัง บ่าวชายให้นางเดินตามเขาไป ซูลี่ไปหยุดรีรออยู่ที่สวนหน้าเรือนหลักจนกระทั่งพ่อบ้านชราเดินออกมาจากเรือนแล้วเดินมุ่งตรงมาหานาง ใบหน้าชรานั้นมีรอยยิ้มอย่างยินดี“คุณหนูเหลียง ท่านมาพบข้าน้อยด้วยเรื่องอันใดขอรับ ” พ่อบ้านหวังเอ่ยถามนางอย่างกังขา แม้เขาจะยินดีที่พบหน้านางในจวนนี้ แต่ก็อดใจหายไม่ได้ว่านางนั้นไม่ใช่คุณหนูใหญ่ แต่เป็นคุณหนูเหลียงบุตรสาวของรองแม่ทัพเหลียงที่อยู่จวนข้างๆ “ ข้ามีบางอย่างจะสอบถามท่าน มีที่นั่งคุยกับเงียบๆหรือไม่ ” พ่อบ้านหวังผายมือออกไปด้านหน้า“ เชิญคุณหนูเหลียงที่ในศาลาที่ริมบึงบัวดีกว่าขอรับ ที่นั่นอากาศดี” ขณะนั้นสาวใช้ก็เดินออกมาจากเรือนหลักพอดี “ มุ่ยเอ๋อ เอาน้ำชากับขนมหวานมาเลี้ยงคุณหนูเหลียงสักหน่อยนะ ข้าจะไปนั่งที่ศาลาริมบึง ” เขาหันไปบอกสาวใช้ผู้นั้น เมื่อนางรับคำสั่งแล้วก็เดินกลับเข้าไปในเรือน ทั้งสองคนจึงได้เดินตรงไปที่ศาลาริมบึงบัวตามที่พ่อบ้านหวังเชื้อเชิญจนเมื่อทรุดนั่งล
แต่ต่อหน้าท่านคหบดีหวังนางก็ทำตัวเป็นแม่เลี้ยงที่ดี ทำให้ท่านคหบดีวางใจนาง และเมื่อบุตรสาวคนเล็กที่เป็นบุตรของนางเกิดหลงรักท่านแม่ทัพหยางเข้าด้วยเรื่องมันจึงได้ยุ่งขึ้นมา สองแม่ลูกใส่ไฟให้มารดาท่านแม่ทัพหยางเกลียดคุณหนูใหญ่จนไม่อยากจะได้มาเป็นสะใภ้ทำให้การสู่ขอยืดเยื้อออกไปอีกจนท่านแม่ทัพที่มีราชการต่างเมืองจึงได้เดินทางไป หลังจากนั้นคุณหนูใหญ่ก็หายตัวไป หลายวันจนกระทั่งบิดาของนางกลับมาจากการค้าขายนอกเมืองจึงได้ให้คนตามหานางไปจนทั่ว แถมยังมีจดหมายทิ้งเอาไว้ว่านางหนีตามบุรุษไป แต่โชคดีท่านคหบดีหวังไม่เชื่อสั่งให้คนค้นหานางให้ทั่ว และภายในจวนก็ให้ค้นหาทุกซอกทุกมุมจนพบร่างของนางในห้องเก็บฟืนสำรองที่เอาไว้ใช้สำหรับฤดูหนาวที่ไม่ค่อยมีคนเข้าไปใช้งานมันเพราะยังไม่ถึงฤดูหนาว และยังไม่ได้สั่งฟืนมาเก็บเอาไว้ ท่านแม่ทัพกลับมาถึงจวนในวันที่มีการพบร่างของนางนั้นและเขาเองก็ไปที่จวนท่านคหบดีในตอนนั้นพอดีจึงได้ทันเห็นคนรักของตนเองที่เหลือเพียงร่างกายที่เสียชีวิตไปหลายวันแล้วของคนรัก ได้ยินว่าเขาร้องไห้น้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด ทั้งๆที่เขาเป็นชายชาติทหาร เห็นความตายมาก็มาก แต่บัดนี้คนที่ตายนั้นกลับกลาย
หลังจากนั้นซูลี่ก็ออกไปอาบน้ำที่บ่อน้ำด้านหลังเรือนนั้นจนเสร็จเรียบร้อย น้ำในบ่อน้ำไสสะอาดและไม่มีกลิ่นใดๆ ทั้งๆที่บ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้น่าจะนานพอสมควรทีเดียว เมื่อเสร็จแล้วนางก็แต่งตัวจนแล้วเสร็จ ถึงได้เดินไปบอกแม่ทัพหนุ่มให้ออกมาอาบน้ำบ้าง “ พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ ซูลี่ก็เก็บข้าวของรอเอาไว้นะ พี่กลับมาแล้วจะได้ออกเดินทางกันเลย ” ซูลี่แกล้งทำเป็นคืนดีกับแม่ทัพหนุ่ม นางทำเหมือนเข้าใจเขาและยอมทำตามที่เขาบอกอย่างเชื่อฟัง เมื่อแต่งกายกันแล้วเสร็จแม่ทัพหนุ่มก็ออกไปเตรียมม้าของเขา แล้วผูกอานจนเรีียบร้อยแล้วจึงได้เดินมาเพื่อบอกซูลี่ว่าพร้อมจะออกเดินทางแล้ว “ ท่านพี่เมื่อครู่ข้าพบสิ่งหนึ่งมันประหลาดมาก อยากจะให้ท่านดูว่าสิ่งที่ว่านั้นคืออะไร เราไปดูกันก่อนแล้วค่อยกลับนะเจ้าคะ ” แม่ทัพหนุ่มทำสีหน้ากังขาแต่เขาก็ยอมเดินตามนางไปแต่โดยดี เมื่อถึงหน้าห้องเล็กๆที่ในห้องครัวที่เอาไว้สำหรับเก็บผักดอง หรือเหล้าดองที่ภายในทำจากหินชนิดหนึ่งที่มันเย็นจัด “ ท่านพี่เข้าไปดูให้ข้าหน่อยเจ้าค่ะ ว่ามันคืออะไร ” แม่ทัพหนุ่มทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมเดินเข้าไปในห้องนั้นแต่โดยดี แม้จะรู้ว่าสิ่งที่น
หวังหมิ่นเอ๋อครุ่นคิดขณะที่ยืนรอคนรักของตนเองอยู่ที่หน้าศาลเจ้าในตลาด เพราะวันนี้นัดกับแม่ทัพหยางที่เป็นคนรักของตนเองเพื่อมาไหว้เจ้าขอพรและเที่ยวชมตลาดกัน นางยืนรอคนรักครู่หนึ่งเขาก็เดินมาสมทบ วันนี้เขาแต่งกายด้วยชุดนอกเครื่องแบบ ทำให้ดูคล้ายคุณชายในตระกูลใหญ่และหล่อเหลาดังเคย “ หมิ่นเอ๋อ พี่มาแล้ว เจ้ารอนานหรือไม่ ” เขาเดินยิ้มอย่างเบิกบานมาหานาง“ ไม่นานหรอกเจ้าค่ะ เราเข้าไปในวัดกันเลยนะเจ้าค่ะ ” ทั้งสองจูงมือพากันเดินเข้าไปในวัดที่ตอนนี้มีผู้คนคราคร่ำ เมื่อเดินเข้าไปไหว้พระในวัดแม่ทัพหนุ่มคุกเข่าลงข้างๆคนรัก แล้วขอพรดังๆให้นางได้ยิน “ ข้าแม่ทัพหยางอี้เทียน ขอพรต่อท่านเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ความรักของพวกเราทั้งคู่มั่นคงยืนนาน และรักกันไปตลอดจนแก่เฒ่าไปด้วยกันและหากข้าเกิดชาติใหม่ก็จะขอรักเพียงหมิ่นเอ๋อคนนี้เท่านั้น ” หมิ่นเอ๋อจึงได้อธิษฐานขอพรเช่นเดียวกับเขา ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างหวานชื่น พากันไปทำบุญตามจุดต่างๆในวัด และให้ทานคนขอทานที่มาขอเรี่ยไรเงินอยู่หน้าวัด แล้วก็จูงมือกันเดินออกมาจากวัดมุ่งหน้าไปเดินเล่นที่ตลาดในเมืองเกาสงที่ตอนนี้คับคั่งไปด้วยผู้คนมากมาย แม่ทัพหยางแวะร้...
Komen