ณ สนามบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย "เมื่อไหร่ไอ้โบตั๋นจะมาสักที รอนานแล้วเนี่ย เก้าโมงไม่มีจริงสินะ" เสียงบ่นของสายสวยที่ชื่อว่าองุ่น ผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวขาวและตัวเล็ก ราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นพูดขึ้น "โธ่ ไอ้องุ่น แกจะบ่นทำไมวะ ฉันบอกแล้วให้นัดไอ้โบตั๋นก่อนสองชั่วโมงแกก็ไม่เชื่อ" หลินหลินผู้ที่มีตาชั้นเดียวแต่เฉี่ยว ทำให้ดูเป็นสาวเปรี้ยว ผิวขาว รูปร่างสมส่วนพูดพร้อมตบบ่าองุ่นและทำหน้าเหมือนว่าให้ทำใจเสียเถอะ "เหอะ...ลำไย" องุ่นบ่นแล้วนั่งทำหน้าเซ็งๆ "มาแล้วค่า~ คุณเพื่อนขา~" โบตั๋นผู้ที่มีใบหน้าสวยหวาน ผิวขาว อกเป็นอก เอวเป็นเอว ตูดเป็นตูดหรือที่เรียกกันว่าหุ่นนาฬิกาทรายพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยและวิ่งเข้ามาหาเพื่อนๆที่นั่งรออยู่ราวกับอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่พอเห็นหน้าขององุ่นที่ทำหน้าตาบึ้งตึงจึงรีบไปกอดแขนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆว่า "องุ่นคนดี อย่าโกรธโบตั๋นสุดสวยเลยน้า~" พูดจบก็ยื่นหน้าไปหอมแก้มองุ่น "อี๋~ ไม่ใช่ผู้ชายอย่ามาง้อฉันอย่างนี้" องุ่นดันใบหน้าของโบตั๋นออกและรีบลุกมาหลบอยู่ข้างหลังหลินหลิน "ไม่โกรธมันแล้วใช่ป่ะ" หลินหลินหันไปถามองุ่น "ไม่โ
"ฮือๆ คุณหนู...ไม่ใช่สิ...พระชายา...ฮือๆ...ท่านฟื้นสิเจ้าคะ" "ฮือๆ...พระชายา...ได้โปรดอย่าจากบ่าวไปเลยเพคะ....ฮือๆ" เสียงร่ำไห้ของสตรีดังขึ้น จนทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงขมวดคิ้วหน่อยๆเนื่องจากรำคาญ จึงพูดว่า "ไอ้โบตั๋น ไอ้องุ่น ร้องไห้หาพระแสงอะไรวะ คนจะหลับจะนอน รำคาญโว้ย!" สตรีทั้งสองที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญ จึงหันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึงก่อนจะส่งเสียงอย่างดีใจว่า "พระชายา ท่านฟื้นแล้ว..ท่านยังไม่ตาย..บ่าวตกใจแทบแย่" "ฮึก...ฮือๆ...พระชายาท่านอย่าทรงทำเช่นนี้อีกนะเพคะ ถ้าหากไม่มีท่าน บ่าวก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้วเพคะ" สตรีรูปร่างอวบเอ่ยขึ้น "พระชายา...ฮือๆ...ข้าสงสารท่านยิ่งนัก" สตรีร่างบางร่างผอมเอ่ยขึ้น "โอ๊ย คนจะหลับจะนอนร้องไห้อยู่ได้ เป็นบ้าอะไรฮะ ญาติใครเสียหรือไง!" ฉันที่นอนหลับอยู่บนเตียงรู้สึกหงุดหงิดสุดๆจึงตะโกนออกมา คนยิ่งแฮงค์ๆอยู่ ยัยสองคนนั้นไม่แฮงค์บ้างหรือไง มาโวยวายอะไรกันแต่เช้าเนี่ย:-( "พระชายาเพคะ...ท่านอย่าได้กริ้วเลยเพคะ บ่าวไม่พูดแล้ว" สตรีร่างอวบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียงสั่นเครือ ก่อนที่สตรีทั้งสองจะเงียบและปล่อยให้นายของตนหลับ เวลาต่อมา "หาว~" ฉันบ
"ฮือๆ...พระชายาเพคะ...เมื่อไหร่ท่านจะฟื้น...ฮือ" เอาอีกแล้ว ฉันได้ยินเสียงนี้อีกแล้ว ฉันกระพริบตาช้าๆแล้วมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จูจูกำลังร้องไห้ ส่วนเสี่ยวฮวากำลังนั่งทำหน้าเศร้าและคอยเฝ้าฉันอยู่ "พระชายา...ท่านฟื้นแล้ว" เสี่ยวฮวาพูดพร้อมคุกเข่ามานั่งข้างเตียงด้วยความดีใจ จูจูที่ได้ยินอย่างนั้นจึงหยุดร้องไห้แล้วโถมตัวกอดฉัน "พระชายา...หม่อมฉันดีใจที่พระองค์ไม่เป็นอะไรเพคะ""จูจู...ฉันจะตายเพราะเธอเนี่ยแหละ หนักนะ ลุกออกไป" ฉันนิ่วหน้าร้องโอดโอย"อุ๊ย หม่อมฉันขออภัยเพคะ" "เฮ้อ...หลินหลินเอ๋ย แทงตัวเองทำไมล่ะเนี่ย ไม่ได้กลับบ้านแถมยังต้องมาเจ็บตัวอีก" ฉันบ่นอย่างเซ็งๆ เสี่ยวฮวาจึงถามว่า "พระชายาเพคะ ท่านอยากกลับจวนหรือเจ้าคะ""ใช่" "แต่ถ้าท่านกลับไป ท่านก็จะเจอนางนะเพคะ หม่อมฉันกลัวว่าท่านจะโมโหจนเสียสุขภาพ" เสี่ยวฮวาทำหน้าลำบากใจ "นาง? ใครเหรอ" ฉันทำหน้างง "ก็คุณหนูหลินโหรวไงเพคะ" จูจูตอบ "แล้วหลินโหรวที่ว่าคือใครล่ะ" "พระชายา!!!" เสี่ยวฮวากับจูจูร้องเสียงหลง ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะจูจูจะพูดด้วยเสียงกระซิบว่า "คุณหนูหลินโหรว น้องสาวต่างมารดาของท่านไงเจ้าคะ นางเป็นลูกสาวขอ
ผ่านมาสามวันแล้ว ฉันก็ยังคงอยู่ในเรือน จะก้าวเท้าออกจากตัวเรือนก็ยังทำไม่ได้เพราะคำสั่งของอีตาอ๋องบ้าอำนาจนั่น กินๆนอนๆตอนแรกๆก็สบายอยู่หรอก แต่ทำแบบนี้ทุกวันก็น่าเบื่อ แถมไม่มีซีรี่ส์หรือมือถือให้เล่นอีก วันๆก็เจอแค่จูจูกับเสี่ยวฮวาและบ่าวรับใช้คนอื่นๆที่อยู่ภายในเรือน ไม่เคยเจอคนข้างนอกเลย ชีวิตแบบนี้ช่างน่ารันทดเกินไปแล้ว "เฮ้อ...น่าเบื่อจังเลย" ฉันถอนหายใจพร้อมทำหน้าเซ็งอยู่หน้ากระจก ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือฉันเด็กลง จากอายุ25 กลายเป็นอายุ18 หน้าก็สวยใสไร้สิวดั่งดอกไม้แรกแย้ม แต่...ก็นั่นแหละ มันใช้เป็นประโยชน์ได้ที่ไหนล่ะ...เอ๊ะ ต้องได้สิ ใช้แผนหญิงงามกับอีตาอ๋องบ้าอำนาจนั่นดีไหมน้า~ ถ้าทำได้ เขาจะใจดีกับฉันไหม น่าลองแฮะ"เสี่ยวฮวา" ฉันเรียกเสี่ยวฮวาพร้อมยิ้มอย่างซุกซน "เพคะพระชายา" "เจ้ามาช่วยข้าแต่งหน้าแต่งตัวหน่อยสิ ข้าจะไปหาท่านอ๋อง" "พระชายา...แต่ท่านอ๋องมีคำสั่งกักบริเวณท่านนะเจ้าคะ" เสี่ยวฮวาพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ "ข้าบอกให้ทำก็ทำเถอะ...จูจูไปบอกห้องครัวต้มน้ำแกงมาให้ด้วย" ฉันยิ้มให้เสี่ยวฮวาและหันไปบอกจูจู "เพคะ" จูจูรับคำและเดินจากไป เสี่ยวฮวาจึงลุกขึ
"ทำไมโรงเตี๊ยมเงียบจัง" ฉันเอ่ยเบาๆพลางเงยหน้าขึ้นมองโรงเตี๊ยมซึ่งอยู่ในสภาพกลางเก่ากลางใหม่ ตกแต่งด้วยโคมไฟ มีจำนวนสองชั้น "เถ้าแก่ เถ้าแก่" ฉันเดินเข้าไปข้างในพร้อมร้องเรียก เพียงไม่นานก็มีชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจรีบวิ่งเข้ามาและตอบว่า"มาแล้วๆ" เสี่ยวฮวาจึงเดินไปจองห้องกับเถ้าแก่ ส่วนฉันก็เดินสำรวจพร้อมกวาดตามองรอบๆบริเวณ"เถ้าแก่ จองแค่คืนเดียวทำไมแพงจัง" เสี่ยวฮวาขมวดคิ้วแล้วถามด้วยความไม่พอใจ"คือ...คือว่า...พวกเจ้าจะพักไหมล่ะ ถ้าไม่พักก็ไปที่อื่น...แต่ข้าบอกไว้ก่อนที่นี่มีโรงเตี๊ยมที่เดียว คือโรงเตี๊ยมของข้า" เถ้าแก่ทำหน้าลังเลก่อนจะตะคอกตอบ "เพ้ย!! ข้าไม่พักหรอก เอาเปรียบกันอย่างนี้ มีเสียที่ไหนจะเอาตั้ง10ตำลึง ฝันไปเถอะ" เสี่ยวฮวายืนเท้าสะเอวแล้วทำท่าถุยน้ำลาย จากนั้นจึงหันมาพูดกับฉันว่า "คุณหนู พวกเราไปกันเถอะเจ้าค่ะ""อืม" ฉันจึงเดินนำหน้าเสี่ยวฮวาออกจากโรงเตี๊ยม "เดี๋ยวสิ" เถ้าแก่รีบวิ่งมาดึงแขนเสี่ยวฮวาไว้ "กรี๊ด~ เจ้าทำบ้าอะไรน่ะ" เสี่ยวฮวากรีดร้อง ชาวบ้านที่ได้ยินจึงแอบมองเหตุการณ์อยู่ในที่ไกลๆ "แม่นาง...พักที่นี่เถอะ...ถือว่าข้าขอ" เถ้าแก่ทำห
ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาบนเตียงโบราณ ค่อยๆนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ "อุ๊บส์" ฉันเอามือปิดปากตัวเองเหมือนจะอาเจียนออกมาเพราะรู้สึกว่าเหมือนได้กลิ่นคาวเลือดอยู่ ภาพที่พ่อบ้านโดนตัดหัวยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ เขา...เซียวหรง จิตใจเขาช่างโหดร้ายอำมหิตยิ่งนัก"เจ้าฟื้นแล้วหรือ" เสียงดุดันที่แฝงไปด้วยอำนาจเอ่ยถามขึ้น เล่นเอาฉันที่นั่งเหม่ออยู่บนเตียงสะดุ้งตัวโยนพร้อมกรีดร้องด้วยความตกใจในทันที"ว้าย" "เจ้ามีอะไรอยากจะบอกเปิ่นหวางหรือไม่?" เขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กลางห้องในคราแรก ค่อยๆเดินเข้ามาหาฉัน ฉันกลืนน้ำลายลงคอแล้วพูดด้วยเสียงสั่นๆว่า "ท่าน...ท่านอย่าเข้ามานะ" "เป็นอะไรไปพระชายา...เจ้ากลัวเปิ่นหวางงั้นหรือ หึหึ" เขายื่นมือมาเชยคางฉันให้สบตากับเขา "ท่าน...ท่านฆ่าคนแล้ว" ฉันชี้มือสั่นเทาไปตรงหน้าเขา "เจ้าตกใจอันใดกัน เจ้าก็เคยฆ่าคนเช่นเดียวกับเปิ่นหวาง" เขาแสยะยิ้ม "มะ...ไม่...ข้าไม่เคย...ข้าไม่เคยฆ่าคน" ฉันส่ายหน้าเป็นพัลวัน ในใจรู้สึกหวาดกลัวเขามากขึ้นไปอีก "น้องสาวเจ้าล่ะ เจ้าเคยฆ่านางมิใช่หรือ?" "ข้าไม่เคยฆ่าใคร" ฉันเถียงเขาด้วยความไม่ยินยอม "แล้วเรื่องที่เจ้าผลักนางตก
ยามซวี (19.00 - 20.59 น.) "โอ๊ย จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย" ฉันเดินไปเดินมาอยู่หน้าเตียงนอนจีนโบราณพลางกระสับกระส่ายไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ตั้งแต่อีตาอ๋องนั่นบอกว่าจะเข้าหอกับฉัน ฉันก็ถูกบ่าวรับใช้จับอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณ จับแต่งหน้าแต่งตัวแล้วพาฉันเข้ามาในห้องนอนของเขา จะหนีก็ไม่ได้เพราะด้านนอกประตูมีคนเฝ้าอยู่ "โอ๊ย ฉันจะเสียตัวแล้วเหรอเนี่ย เสียตัวให้กับผู้ชายจีนโบราณเสียด้วย" ฉันขยี้ผมตัวเองจนผมยุ่งไม่เป็นทรงพร้อมกับทำหน้าคิดไม่ตก "แต่เขาก็เป็นสามีแกนะหลินหลิน มีอะไรไม่ถูกกันล่ะ" "แต่เขาเป็นสามีของหลินหลินในโลกนี้ ไม่ใช่โลกอนาคตสักหน่อย" "แต่ว่า...ไม่ว่าจะเป็นหลินหลินในโลกไหน ก็คือหลินหลินอยู่ดี" ฉันยืนเถียงกับตัวเองอยู่อย่างนั้น จนได้ยินเสียงคนข้างนอกพูดว่า "คาระวะท่านอ๋องเพคะ" "พระชายาล่ะ" "อยู่ในห้องบรรทมเพคะ" "แอ๊ด~" เสียงประตูเปิดออก ฉันจึงรีบวิ่งขึ้นเตียงแล้วแกล้งหลับ "พระชายา" เขาเดินมาที่เตียงและนั่งลงข้างเตียงจากนั้นจึงสะกิดเรียกฉันแต่ฉันยังคงแกล้งหลับ"นึกว่าเปิ่นหวางไม่รู้หรือว่าเจ้าแกล้งหลับ" "......" "อืม...หรือพระชายาอยากให้เปิ่นหวางลักหลับ...เปิ่นหวางไม่ขัดศรัทธาเจ้
วันต่อมา "ท่านอ๋องเพคะ พวกเราออกไปกันเถิด หม่อมฉันพร้อมแล้ว" ฉันเร่งเขาที่กินข้าวเช้าเสร็จเมื่อครู่ เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "เจ้ารีบร้อนอันใดกัน" "หม่อมฉันอยากออกไปเดินเล่น" ฉันทำหน้าสลดใส่เขาเพราะเขาขมวดคิ้วใส่ฉัน"งั้นก็ไปกันเถิด" เขารับคำแล้วเดินนำหน้า ฉันจึงยิ้มด้วยความสมใจและเดินตามหลังเขาไป"ว้าว~บรรยากาศที่แสนสดชื่น" ฉันยืนกางแขนพร้อมสูดบรรยากาศที่คิดว่าจะได้รับในแถบชายแดนซึ่งเป็นชนบทแห่งนี้ "สดชื่นอะไรของเจ้า แดดร้อนขนาดนี้" เขาเอ่ยเสียงเข้มอยู่ด้านข้าง "ท่านอ๋องเพคะ ทำไมถึงได้ร้อนเช่นนี้เล่า หม่อมฉันนึกว่าจะมีลมพัดและได้กลิ่นดินของต้นไม้ทำให้รู้สึกสดชื่นเสียอีก เฮ้อ ความฝันกับความจริงมันช่างกันเหลือเกิน" "เกรงว่าเจ้าต้องผิดหวังแล้ว" เขาหันมายิ้มเยาะให้ฉันที่ทำหน้าม่อยลง "เจ้ากลับวังเสียเถิด" เขาโบกมือเหมือนไล่ฉันกับวัง และตัวเขาก็เดินจากไป "ท่านอ๋องจะเสด็จไปไหนเพคะ" "เปิ่นหวางจะไปทำงาน เจ้าอยากไปหรือไม่?" เขาหันมาถามพร้อมกับเลิกคิ้วหนึ่งข้างใส่ฉัน"ไปสิเพคะ ไหนๆก็ออกมาแล้ว" ฉันตอบและรีบเดินไปหาเขา "หืม เจ้าไม่กลัวร้อนหรืออย่างไร?" "กลัวเพคะ แต่ความอยากรู้มีมีมากกว่า"
ครึ่งปีต่อมา ราษฎรต่างพากันเดินทางมายังชายแดนของแต่ละแคว้น เนื่องจากในวันนี้จะมีการลงนามสัญญาสงบศึกของทั้งสามแคว้น ซึ่งเริ่มจากแคว้นหลงที่ฮ่องเต้เฟยหรงส่งพระราชสาส์นมายังฮ่องเต้ของแคว้นเว่ยต้าและแคว้นซีฮัน โดยเนื้อหาสำคัญก็คือการที่ราษฎรของทั้งสามแคว้นอยู่เป็นสุข ไม่ต้องรับความเดือดร้อนใดๆจากสงครามระหว่างแคว้นอีกต่อไปแล้ว "ไฮ~" โบตั๋นโบกไม้โบกมือให้ราษฎรที่มารอชมฉากสำคัญของประวัติศาสตร์ระหว่างสามแคว้น โดยตอนนี้ฮ่องเต้เฟยหรงและโบตั๋นยืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างแคว้น แค่ก้าวมาอีกก้าวเดียวก็จะเป็นแคว้นเว่ยต้ากับแคว้นซีฮันแล้ว"โบกมือเป็นนางงามเลยนะแก คิกๆ" หลินหลินที่ยืนอยู่กับท่านอ๋องเซียวหรงอยู่ที่ด้านหลังฮ่องเต้พูดแล้วหัวเราะเบาๆกับท่าทางของเพื่อน"คิกๆ" องุ่นที่ยืนอยู่กับแม่ทัพจางเหว่ย และยืนอยู่ด้านหลังฮ่องเต้แคว้นซีฮันหัวเราะเพื่อนทั้งสองเบาๆ "เริ่มพิธี" เสียงขันทีแคว้นหลงประกาศ ฮ่องเต้เฟยหรงจึงก้าวข้ามเขตแดนของตนมายืนอยู่ในเขตแดนของทั้งสองแคว้น ฮ่องเต้ทั้งสองเห็นอย่างนั้นจึงก้าวข้ามเขตแดนของตนด้วย ทั้งสามแคว้นหยุดอยู่ตรงกลางซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างแคว้นทั้งสาม ก่อนจะทำการจุดธู
หลังจากกลับวัง พวกเราก็รีบเข้าห้องมาอาบน้ำ ฉันอาบก่อนแล้วให้เขาอาบทีหลัง โดยฉันไปค้นกระเป๋าแล้วหยิบดิลโด้ที่พกมาด้วยมาเตรียมไว้ จากนั้นจึงแต่งหน้าด้วยความรวดเร็ว ปล่อยผมยาวสยาย แล้วเอาถุงน่องตาข่ายสีดำมาสวมครึ่งขา ก่อนจะมานอนอยู่บนเตียงเพื่อรอเขา "ฝ่าบาทเพคะ~" ฉันร้องเรียกเขาแล้วนอนโพสท่าราวกับนางแบบในนิตยสาร18+ โดยนอนตะแคงข้างพร้อมโชว์ก้นขาวจั๊วแล้วทำสีหน้ายั่วยวน เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกลืนน้ำลายลงหนึ่งอีก แล้วพูดว่า "เจ้ายั่วยวนเราเก่งนัก" เขาพูดจบก็ใช้มือบีบก้นฉันเบาๆ "ฝ่าบาทเคยเห็นสิ่งนี้ไหมเพคะ" ฉันหยิบดิลโด้ขึ้นมาพร้อมเปิดสั่น"อย่าเพิ่งสิเพคะ...ฝ่าบาทดูนี่เสียก่อน" "มันคืออะไร" เขาถามดวยความสงสัย "ฝ่าบาทว่า...สิ่งนี้มันดูเหมือนอะไรหรือเพคะ" ฉันถามยิ้มๆ "Banana ของเรา" "คิกๆ ใช่เพคะ" ฉันหัวเราะ ก่อนหันหน้ามาแยกขาออกกว้างแล้วใช้ดิลโด้ถูไถกลีบกุกลาบ "อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ" ฉันครางพร้อมทำหน้ายั่วยวน ก่อนจับนิ้วมือเขามาดูดเลีย "เจ้า" เขาพูดได้แค่นั้นก็ยิ้มมุมปากมองฉันอย่างชอบใจ แล้วจับใบหน้าฉันให้หันมาจูบเขา เข้าใช้ลิ้นสอดเข้ามาดูดรักพันเกี่ยวอย่างเร่าร้อน "จ๊วบๆ จ๊วบ" จากนั้
สองวันต่อมา วันนี้เป็นวันที่เดินทางไปชายแดน โดยการเดินทางครั้งนี้ไปแบบลับๆ มีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ในระหว่างทางฝ่าบาทก็จะคอยสอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้านว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยไม่ได้บอกว่าตนเป็นผู้ใด เพียงบอกว่ามาจากพระราชวังเท่านั้น "เราอยากให้สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสามแคว้นสิ้นสุดลงสักที" เขาเอ่ยด้วยเสียงกลัดกลุ้ม เนื่องจากตลอดทางที่มาแม้จะพูดถึงเรื่องภัยธรรมชาติ แต่ส่วนใหญ่แล้วพูดถึงสถานการณ์ของสามแคว้น "แล้วฝ่าบาทคิดจะทำเช่นใดเพคะ" "ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะสงบศึก...จะมีอะไรสำคัญไปกว่าราษฎรของเราอีกล่ะ" "ฝ่าบาทก็ทำให้เป็นจริงสิเพคะ ไม่แน่ว่าแคว้นอื่นๆก็อาจจะเช่นเดียวกับฝ่าบาท" ฉันยื่นมือไปกุมมือเขา "หากเป็นเช่นนั้นจริงๆก็ดียิ่ง เราจะเป็นผู้เริ่มส่งหนังสือสัญญาสงบศึกก่อน" "ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่ง" ฉันยิ้มกว้างและเกาะแขนเขาอย่างออดอ้อน หกวันต่อมา เดินทางมาหลายวันในที่สุดพวกเราก็มาถึงชายแดน วังของฝ่าบาทที่ชายแดนก็ยังคงงดงามวิจิตดังเช่นพระราชในเมืองหลวงเพียงแต่เล็กกว่าเท่านั้น ยังมีความสะดวกสบายอยู่เช่นเดิม สิ่งแรกที่ฉันทำคืออาบน้ำเพราะในระหว่างเดินทางได้อาบน้ำไม่กี่ครั
วันต่อมา ยามอู่ (11.00 - 12.59 น.) ฉันงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็แฝงไปด้วยความฟิน บอกตรงๆว่าคิดไม่ผิดที่เลือกเขา>..จากนั้นฉันก็อาบน้ำ แต่งตัว และกินข้าว ก่อนจะเดินออกจากตำหนักของฝ่าบาทและไปตำหนักฮองเฮา ในระหว่างทางที่เดินก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังตะโกนโห่ร้อง"นั่นเสียงอะไรน่ะ" ฉันถามหมิงจู "น่าจะเป็นเสียงฝึกยิงธนูของราชองครักษ์เพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าฝ่าบาททรงเสด็จไปทอดพระเนตรด้วยเพคะ" "ยิงธนูเหรอ...น่าสนุกแฮะ" ฉันยิ้มกว้าง จากนั้นจึงเดินไปตามเสียง ก็มาถึงลานกว้าง ที่รอบด้านทำเป็นที่นั่งล้อมรอบเหมือนอัฒจันทร์ มีเป้าธนูขนาดกลางวางเร
ฉันกับองค์หญิงเฟยเจินนั่งรอฝ่าบาทอยู่ในตำหนัก เราต่างก็รู้สึกกังวล กลัวว่าฝ่าบาทจะได้รับบาดเจ็บ เพราะด้านนอกคงมีเสียงของการต่อสู้อยู่"ทำไมเสด็จพี่เฟยฉีต้องคิดก่อกบฏด้วย...ฮือๆ...เสด็จพี่เฟยหรงทรงดีต่อท่านมากแท้ๆ" องค์หญิงเฟยเจินร้องไห้ "เฮ้อ" ฉันถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะปลอบใจอย่างไร จึงได้แต่กอดปลอบองค์หญิงเฟยเจินพร้อมกับลูบหลังเบาๆ "ฮือๆ...ฮือๆ..." สองชั่วยามต่อมา ฝ่าบาทเดินเข้ามาในตำหนักด้วยชุดที่เปื้อนเลือด "เสด็จพี่" องค์หญิงเฟยเจินวิ่งเข้าไปกอดฝ่าบาทพร้อมกับร้องไห้โฮ "เจ้าอย่าร้องไห้เลย พี่ชายอย่างข้าเจ็บปวดหัวใจนัก...องค์หญิงของข้าเหมาะกับรอยยิ้มนะรู้หรือไม่" ฝ่าบาทลูบหัวองค์หญิงเฟยเจินอย่างแผ่วเบา ก่อนจะบอกข้ารับใช้ให้พาตัวองค์หญิงกลับตำหนัก หลังจากที่องค์หญิงเฟยเจินเดินออกไปแล้ว ฉันก็มองสำรวจเขาว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ "ฝ่าบาท..." ฉันเรียกเขาแล้วกอดเขาไว้ ก่อนจะร้องไห้เสียงดัง"หม่อมฉันกลัวว่าพระองค์จะ...ฮือๆ" "เจ้าห่วงใยเราขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน หืม?"เขาถามเสียงเรียบแต่มีแววหยอกล้อในน้ำเสียง "ฮือๆ..." ฉันทุบอกอกเขาแล้วมองเขาด้วยความโกรธแล้วพูดต่อว่า "เมื่อครู่หม
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่สระบัวด้านหลังวัง และกำลังยืนรอใครบางคนอยู่ "เจ้ามาแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยด้วยความดีใจ เขาก็คือองค์ชายเฟยฉีนั่นเอง "ข้าจะลงมือคืนนี้" ฉันยิ้มร้ายๆและมองสบตากับองค์ชายเฟยฉี "ดีมาก...ถ้าหากสำเร็จ...เจ้าก็จะเป็นฮองเฮาของข้า" เขาแสยะยิ้ม ใบหน้าที่ดูอ่อนโยนกลับบิดเบี้ยว รอยยิ้มของเขามันดูโรคจิตราวกับฆาตรในภาพยนตร์ที่เคยดู เล่นซะฉันขนลุกเกรียว "อย่าลืมที่สัญญาล่ะ" ฉันยิ้มกว้าง ก่อนจะมองซ้ายขวาแล้วรีบเดินจากมา วันนี้เป็นงานวันเกิดขององค์ชายเฟยฉี จึงมีการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองภายในวัง ฉันเห็นพวกนางกำนัลวิ่งวุ่นกันแต่เช้า มองดูแล้วก็รู้สึกเหนื่อยตาม ฉันเดินตามทางไปเรื่อยๆจนมาถึงห้องทรงงานของฝ่าบาทก็พบว่าฝ่าบาทไม่อยู่ "ฝ่าบาทอยู่ที่ใดหรือ" ฉันถามคนที่เฝ้าอยู่ด้านนอก"เสด็จไปที่สวนพะย่ะค่ะ" เมื่อได้ยินอย่างนั้นฉันจึงออกจากห้องทรงงานแล้วเดินไปที่สวน เห็นฝ่าบาทกำลังนั่งจิบชาในศาลาเก๋งจีนพลางชมดอกไม้ และมีบรรดาพระสนมนั่งและข้ารับใช้นั่งอยู่บนพื้นหญ้าด้านข้าง "ฝ่าบาทเพคะ ชาที่หม่อมฉันชงรสชาติดีหรือไม่เพคะ" เสียงออดอ้อนที่ฉันจำได้ว่าเป็นเสียงของพระสนมฉางดังขึ้
วันต่อมา องค์หญิงเฟยเจินรีบมาหาฉันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และยังเตรียมของมาให้ฉันพอกหน้าให้อีกด้วย ฉันจึงสอนนางกำนัลขององค์หญิงและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง "ต่อไปนี้ก็ทำเองได้แล้ว" "ขอบพระทัยเพคะ" องค์หญิงเฟยเจินย่อกายคาระวะ จากนั้นก็พูดว่า "จริงสิเพคะ วันนี้เสด็จพี่เฟยฉีจะกลับมาจากชายแดนเพคะ" "เฟยฉี?" ฉันทำท่านึกก่อนจะนึกออกว่าเขาคือคนที่แอบลอบพบกับฉันก่อนที่ฉันจะทะลุมิติมาที่นี่"พี่สะใภ้...หม่อมฉันทูลด้วยความหวังดี อันที่จริงฝ่าบาท...เสด็จพี่เฟยหรงทรงอบอุ่น ใจดีมากนะเพคะ เพียงแต่แสดงออกไม่เป็นเท่าใดนัก" องค์หญิงเฟยเจินกระซิบที่ข้างหูของฉัน ฉันจึงมองหน้าองค์หญิงเฟยเจินก็พลันเข้าใจในสิ่งที่นางต้องการจะสื่อ "เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก ข้าไม่ไม่มีวันผิดพลาดซ้ำสองแน่" ฉันยิ้มบางๆให้องค์หญิงเฟยเจิน "เฮ้อ~ หม่อมฉันค่อยโล่งใจหน่อย หากหม่อมฉันสมรสจะได้ไม่ต้องห่วงเสด็จพี่เฟยหรง" องค์หญิงเฟยเจินถอนหายใจอย่างโล่งอก "เจ้าจะสมรสกับผู้ใดหรือ?" "พี่สะใภ้ท่านไม่รู้หรือ...เสด็จพี่จะให้หม่อมฉันสมรสเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น แต่หม่อมฉันยังคงคิดอยู่ว่าจะเลือกสมรสกับผู้ใดระหว่างฮ่องเต้แคว้นซีฮัน ท่านอ๋อง
วันต่อมา ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) ฉันตื่นนอนและลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ อันที่จริงโดนกักบริเวณก็ไม่แย่สักเท่าไหร่ จะตื่นหรือจะกินข้าวตอนไหนก็ได้ แถมไม่มีผู้ใดมายุ่งอีก อันที่จริงในตำหนักนี้ยังมีนางกำนัลคนอื่นๆอีกแต่ฉันไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย มากคนก็มากความ "พระองค์จะอาบน้ำเลยหรือไม่เพคะ" หมิงจูที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูได้ยินเสียงสวบสาบภายในห้องจึงรีบเข้ามาปรนนิบัติ "อาบเลย" ฉันพูดแล้วลุกจากเตียงโดยมีหมิงจูช่วยพยุง "ข้าอาบคนเดียว เจ้าออกไปเถอะ" "เพคะ" หมิงจูรับคำแล้วย่อทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกไป "ลา~ลา~" ฉันฮัมเพลงพร้อมกับถูสบู่ที่เอามาจากยุคปัจจุบันก็กระเป๋าที่ฉันให้หลินหลินกับองุ่นนั่นแหละ ดีนะที่ฉันฉลาดเตรียมไว้ อันที่จริงไม่ได้เตรียมไว้เพื่อทะลุมิติหรอกนะ ฉันเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉิน ในนั้นมีไฟฉาย เซ็ตยา ผงป้องกันแมลง ผงป้องกันงู สารพัดอย่าง และที่สำคัญคือดิลโด้ ฉันใส่ในกระเป๋าเอาฮาเฉยๆ ไม่รู้ว่าพวกมันจะเอาไปทำอะไรกันบ้าง "จริงสิ...ฉันต้องสืบว่าท่านอ๋องกับท่านแม่ทัพที่หลินหลินกับองุ่นเลือกอยู่ที่ไหน ฉันจะได้ไปหาพวกมันไง อิอิ" ฉันยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เมื่อคิดว่าจะได้เจอเพื่อนๆ เด
สามวันต่อมา ฉันนั่งเท้าคางด้วยความเบื่ออยู่ในสวนภายในตำหนักฮองเฮา "เฮ้อ~" ฉันถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย "ทรงเป็นอันใดเพคะ" หมิงจูนางกำนัลที่คอยรับใช้ฉันถามด้วยความเป็นห่วง "เบื่อ" ฉันตอบพร้อมกับฟุบหน้าลงบนโต๊ะ หลังจากที่มีคำสั่งจากฮ่องเต้ให้กักบริเวณฉัน ฉันก็ได้สอบถามกับหมิงจูว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ฉันถึงได้โดนขังอยู่ในตำหนัก เค้นอยู่ตั้งนานกว่าหมิงจูจะยอมบอกหมิงจูบอกว่าเพราะฉันลอบพบบุรุษ และบุรุษผู้นั้นไม่ใช่คนอื่นไกล เพราะเขาคือน้องชายร่วมสายเลือดเดียวกับฮ่องเต้เฟยหรงมีนามว่าเฟยฉี พอฉันได้ฟังเรื่องราวแล้วก็อยากจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอด พี่สะใภ้พบกับน้องชายของสามีลอบพบกัน แค่ได้ฟังก็ได้รู้ว่าฮ่องเต้ผู้นั้นโดยสวมหมวกเขียวเข้าแล้ว ฉันที่เพิ่งทะลุมิติมาก็ต้องชดใช้กับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ...โคตรซวยเลย(TT) และหมิงจูก็เล่าอีกว่าฮ่องเต้องค์นี้อยากจะปลดสตรีหลังวังให้เหลือเพียงตำแหน่งฮองเฮาเท่านั้น แต่โดนพวกขุนนางคัดค้าน และเขาเห็นพฤติกรรมของฉัน เขาจึงพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน จากการไตร่ตรองจากสมองอันชาญฉลาดของฉันแล้ว ฉันคิดว่าฮ่องเต้ต้องมีใจให้ฉันชัวร์ๆ โดนสวมหมวกเขียวขนาดนี้ยังทำแค่กั