หลังจากที่เปียโนกลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้ว เธอก็มุ่งหน้าเดินทางมาที่โรงพยาบาลที่พ่อของเธอรักษาตัวจากอุบัติเหตุ
"พ่อเป็นอย่างไรบ้างคะ" "มาแล้วเหรอลูก" เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาถามลูกสาว ในสายตาของนิลภพเปียโนยังเป็นเพียงเด็กน้อยสำหรับเขาเสมอ รอยยิ้มของเปียโนฉีกขึ้นกว้างเธอสาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ เตียงผู้ป่วย นิลภพไม่ได้นอนพักที่ห้องพิเศษแต่อย่างใดเพราะตอนนี้ตัวเขาไม่ได้มีเงินเหมือนเมื่อก่อนการรักษาตัวทำได้เพียงนอนพักที่ห้องผู้ป่วยรวมเท่านั้น "หนูรีบกลับมากลัวพ่อจะเหงา" "เหงาที่ไหนล่ะ ดูสิข้าง ๆ ก็มีแต่เพื่อน" ชายวัยเกือบหกสิบพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แม้ว่าตามร่างกายจะมีแต่รอยฟกช้ำก็ตามที "แล้วคุณหมอบอกหรือเปล่าคะว่าจะให้พ่อกลับบ้านวันไหน" "พ่อก็ไม่รู้แต่เห็นว่าพ่อต้อง x-ray อีกรอบ" " x-ray ??" คำพูดของพ่อทำเอาเปียโนชะงักเล็กน้อย เธอรู้ได้เลยว่าต้อง x-ray ส่วนไหนทว่าตอนนี้เธอยังไม่มีแม้เงินที่ต้องเตรียมผ่าตัด "พ่อค่ะ เดี๋ยวหนูมานะ" เปียโนสาวเท้าออกจากเตียงผู้ป่วยมุ่งหน้าออกไปที่แผนกอายุรกรรมระบบประสาทและสมองเธออยากจะขอคุยกับคุณหมอเรื่องการผ่าตัดหากจะผ่าตัดตอนนี้เธอไม่มีเงินมากขนาดนั้น ใบหน้าสวยคมดวงตากลมโตเหมือนจะหวั่นวิตกมากมาย สองมือเรียวงามบีบกันแน่น "ขอโทษนะคะ คุณพยาบาลหนูอยากพบคุณหมอค่ะ คือ...หนูเป็นลูกสาวนาย นิลภพ ค่ะ" "สักครู่นะคะ" เปียโนเธอยืนรอสักพัก คุณหมอเจ้าของไข้ก็เดินมาพบ ใบหน้าคุณหมอใหญ่วัยสี่สิบต้น ๆ ยิ้มเล็กน้อยจ้องมองใบหน้าเด็กสาวด้วยความเอ็นดู "สวัสดีค่ะคุณหมอ คือหนูอยากจะขอเวลาเลื่อนการผ่าตัดออกไปสักนิดได้ไหนคะ ตอนนี้หนูยังไม่พร้อมเรื่องค่ารักษา" "ได้ครับ แต่หมอก็ไม่อยากให้ปล่อยไว้นานเกรงว่ามันจะมีผลกระทบหลายด้าน หากเลื่อนก็อย่าให้มากกว่าหนึ่งเดือนนะครับ เพราะตอนนี้มันก็ไม่ได้ใหญ่มากหากปล่อยไว้นานมันจะโตมากกว่านี้อาจจะทำให้การผ่าตัดยากขึ้น" "ค่ะ หนูเข้าใจแล้วค่ะ" หลังจากไปพบคุณหมอเจ้าของไข้มาแล้ว เปียโนเธอกลับมาที่เตียงผู้ป่วยอีกครั้งแม้ว่าภายในหัวจะแอบกังวลมากมายทว่าต่อหน้าพ่อแล้วเธอจำเป็นต้องฝืนยิ้มร่าออกมา "ไปไหนมาลูก" "อ้อ คือหนูแวะไปถามอาการพ่อเท่านั้นค่ะ อีกสองวันก็กลับบ้านได้แล้วนะ" "ดีเหมือนกัน พ่อเองก็เบื่อโรงพยาบาลเต็มทีแล้วเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ อันที่จริงพ่อก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่รอยฟกช้ำตามร่างกายเท่านั้น" นิลภพพูดพร้อมรอยยิ้มส่งให้ลูกสาว เปียโนเองก็ยิ้มรับแต่ภายในใจเธอแอบกังวลมากมายอยากจะให้พ่อได้ผ่าตัดเร็ววัน เวลาผ่านไปสักพักใหญ่นิลภพก็สั่งให้ลูกสาวกลับมาห้องพักไม่อยากให้ลูกสาวต้องมาเฝ้าให้ลำบากเพราะตัวเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก และยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนเปียโนเธอเดินทางกลับมาที่ห้องพักที่อาศัยอยู่กับพ่อ ใบหน้าของเธอดูจะเหนื่อยล้าเล็กน้อยตึกสูงตระหง่านนี้เป็นอพาร์ตเมนต์ระดับกลางภายในห้องไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์มากมายอะไร มีแค่ทีวีและของใช้จำเป็นที่วางอยู่ในห้องโถงและยังมีห้องนอนส่วนตัวแยกออกไปอีกห้อง นิลภพเลือกที่จะเช่าห้องแบบนี้เพราะคิดเห็นใจลูกสาว อย่างน้อย ๆ น่าจะมีห้องที่แยกออกเป็นส่วนตัว ส่วนราคานั้นสี่พันกว่าบาท ถือว่าแพงสำหรับเขาในตอนนี้ หากถามว่าทำไมถึงมีค่าเช่าได้จ่ายทุกเดือนเพราะเขาขายสมบัติที่เป็นของภรรยาที่ควรเก็บไว้ให้ลูกแต่เพราะความจำเป็นเลยต้องกัดฟันสละพื้นที่ต่างจังหวัดทิ้ง "สำลี ฉันกลับมาแล้ว" เปียโนมุ่งหน้าไปอุ้มแมวตัวสีขาวสะอาด หน้าตาของมันน่ารักแสนรู้ เปียโนรับแมวตัวนี้มาเลี้ยงได้สองปีเพราะเห็นว่ามันน่าสงสารนอนขดตัวหนาวสั่นอยู่หน้าเซเว่นแถวบ้านจนตอนนี้แม้ว่าเธอจะไม่มีอะไรเหลือก็ยังอุตส่าห์หอบมันมาอยู่ห้องเช่าด้วย หลังจากที่เปียโนอุ้มแมวตัวนั้นก็วางมันลงจัดการเทอาหารให้กินเรียบร้อยก่อนที่เธอจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะไปทำงานพาร์ตไทม์ร้านกาแฟแถวห้างเป็นรายได้เสริมที่ช่วยให้เธอได้มีเงินไปเรียนหนังสือ ใบหน้าเรียวสง่างามสวมเสื้อผ้ารัดกุมดูเรียบร้อยก่อนที่เธอจะเรียกวินมอเตอร์ไซค์ในซอยให้ไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อทำหน้าที่พนักงาน ไม่กี่อึดใจที่วินมอเตอร์ไซค์ก็ขับมาส่ง เปียโนรีบล้วงเงินในกระเป๋าให้จากนั้นก็เหมือนจะเร่งรีบเธอทั้งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเมื่อมาถึงร้านก็รีบคว้าผ้ากันเปื้อนมาสวมใส่จังหวะนั้นเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น ครืด ครืด เปียโนรีบเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วกดรับสายเพื่อนของเธอ "ว่าอย่างไรแมงเม่า?" "เปียโนฉันโทรถามผู้จัดการให้แล้วนะ วันนี้ว่างหรือเปล่าพี่เขาอยากเจอ" "วันนี้เลยเหรอ คือตอนนี้ฉันมาอยู่ที่ร้านแล้วน่ะสิ" "ก็ลาสักวันซิ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนะหากแกอยากได้ค่าผ่าตัดพ่อฉันว่างานนี่มันน่าจะหาเงินได้เร็ว" เปียโนเงียบไปสักพัก แม้ว่างานแบบนั้นเธออาจจะไม่ค่อยชอบทว่าเป็นทางเดียวที่เธอจะมีเงินเก็บไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลพ่อของเธอ เปียโนครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "งั้น ฉันจะลองดู" เปียโนตัดสินใจลางานเจ้าของร้านด้วยเหตุผลที่พ่อเข้าโรงพยาบาลเธอไม่ได้บอกความจริงว่าจะไปที่ไหน กลัวว่าหากที่นั่นไม่เหมาะกับเธออย่างน้อย ๆ ก็มีงานที่นี่รองรับ เปียโนเดินทางมาพบเพื่อนที่เลานจ์ขนาดใหญ่ ส่วนเจ้าของเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ที่ชื่อเควินวัยสามสิบปี "ยัยเปียทางนี้" แมงเม่ายืนรอเพื่อนที่หน้าร้าน เพื่อที่จะพาเปียโนไปพบผู้จัดการสาวที่ดูแลที่นี่แทนเจ้าของ ส่วนเจ้าของจะเข้ามาแค่ตรวจงานเท่านั้น "ที่นี่?" "เขาเรียกว่าเลานจ์ เป็นสถานที่สำหรับคนรวยชอบมาปาร์ตี้ เข้าไปข้างในกันเถอะ" "......"เสียงเพลงขับกล่อมเบา ๆ ภายในห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ ชายหนุ่มร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตรรูปร่างสูงโปร่งกล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน ผมของเขาดำขลับเล็กน้อยดวงตาสีฟ้าใสแต่ดูเย็นชาเป็นนิจมือหนายกแก้วลวดลายหรูภายในแก้วมีน้ำเมาสีเข้มก่อนที่เขาจะยกมันเทลงลำคอเกร็งแอ๊ดเสียงเปิดประตูของผู้ที่เข้ามาใหม่ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเหลือบขึ้นมองเล็กน้อย ใบหน้าที่นิ่งสนิทนี้ไม่ได้แสดงกิริยาใด ๆ ออกมา ทันทีที่แก้ววางลงที่เดิมเสียงเข้มนั้นก็โปร่งขึ้นถาม"มาแต่หัววันขนาดนี้ท่านประธานคงมีเรื่องเครียดสินะ" คนที่เอ่ยถามเสียงราบเรียบนี้คือเจ้าของเลานจ์แหล่งผ่อนคลายของนักธุรกิจหลายคน 'เควิน'"นิดหน่อย โครงการใหม่ค่อนข้างล่าช้า วิศวกรคุมงานก็เกิดป่วยกะทันหัน"น้ำเสียงห้วนห้าวพร้อมทั้งล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุด จนไฟสว่างโร่ เขาสูบมันเข้าไปจนเต็มปอดก่อนที่จะพ่นควันสีหม่นออกมา กิริยาเหล่านี้ทำเอาผู้ที่เป็นเจ้าของรวมทั้งเป็นเพื่อนสนิทต้องส่ายหัว ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เคยเกิดความผิดพลาดกับงานใหญ่มันมาคู่กันเสมอเควิน เดินเข้าไปช้า ๆ ก่อนที่จะหย่อนก้นลงนั่งข้าง ๆ ชายหนุ่มลูกครึ่งเจ้าของคอนโดมิเนียมหลายพันล้านบาทและโครงการอ
ร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบกระโจนตัวไปผลักที่อกของชายร่างท้วมใหญ่ ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความน่ากลัวหนำซ้ำยังจ้องหน้าเสี่ยใหญ่เขม็ง"คะ คุณติน ไม่มีอะไรหรอกครับผมแค่เห็นว่าน้องเขาเมาเลยอยากช่วย"เสี่ยโชคโกหกหน้าตายพร้อมทั้งกวาดสายตามามองเปียโนที่ยืนตัวสั่นเทาเล็กน้อย "ไปได้แล้ว""ครับ" เสียงเข้มโพล่งบอกชายร่างท้วมตรงหน้า ออสตินเป็นที่รู้จักในวงการ อสังหา ฯ มากไม่ว่าจะรุ่นใหญ่รุ่นเล็กก็ต้องรู้จักเขา ไม่เพียงเท่านั้นอิทธิพลที่อยู่ในมือของหนุ่มคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ก็พ่อของเขาเป็นทายาทของตระกูลเก่าแก่ไม่เพียงกิจการที่อยู่ในไทยยังมีกิจการร้านอาหารที่อยู่ต่างประเทศที่เป็นของครอบครัวฝั่งมารดาอีก"ขอบคุณมากนะคะ" เสียงหวานยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้า ด้วยท่าทีตื่นกลัวเล็กน้อย เปียโนกำลังจะสาวเท้าออกไปจากบริเวณนั้นด้วยซ้ำ แต่เสียงเข้มก็ต้องรั้งเธอไว้อีกครั้ง"เดี๋ยว!"เปียโนชะงักหยุดเท้านิ่ง ใบหน้าของเธอก้มต่ำจนแทบมองไม่เห็นความสวย"เธอพึ่งมาทำงานที่นี่เหรอ""คะ ค่ะ" ตอบเสียงสั่น จนออสตินต้องสาวเท้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก แต่เหตุนั้นทำให้เปียโนต้องถอยหลังอัตโนมัติ"เป็นเด็กนั่งดริ้งเหรอ แล้วอย่าง
"พ่ออย่าเป็นอะไรนะคะ ฮือ..ฮึก"หญิงสาวในชุดลำลองสบายสวมกางเกงวอร์มและเสื้อยืดวิ่งตามเปลพยาบาลที่กำลังเข็นพ่อของเธอเข้าห้องฉุกเฉินนิลภพวัยห้าสิบหกปีอดีตนักธุรกิจอสังหาฯ ที่เคยร่ำรวยอู้ฟู่ต้องประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักหลังจากที่กลับมาจากคุยธุระเรื่องคดีของเขาหากจะย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน นิลภพเป็นนักธุรกิจอสังหาฯ ที่พอมีชื่อเสียงอยู่บ้างแต่ด้วยเหตุผิดพลาดทางหน้าที่การงานจึงทำให้เขากลายเป็นบุคคลล้มละลายแถมยังมีหนี้สินจนท่วมหัวส่วนลูกสาวเพียงคนเดียวก็กำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัยปีสาม ด้านภรรยานั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกสาวยังเล็กด้วยโรคประจำตัว'เปียโน' ลูกสาวอันเป็นที่รักและยังเป็นทุกอย่างของนิลภพเขายอมทำงานหนักเพื่อเลี้ยงลูกอยากให้ลูกสาวสุขสบายเพราะเขาคิดว่าลูกขาดแม่จึงอยากเติมเต็มให้ทุกอย่าง แต่ใครจะไปคิดละว่าบริษัทจะถึงคราวเคราะห์เพียงแค่มีคนลักลอบข้อมูลให้คู่แข่งนิลวรรณหรือ เปียโน เธอค่อนข้างบอบบางคงเพราะผู้เป็นบิดาเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน และตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวเธอ เธอก็พยายามช่วยพ่อทุกอย่างจากที่ไม่เคยทำอะไรก็หันมารับงานร้านกาแฟ ร้านขนมช่วงวันหยุดหญิงสาวใบหน้าสะสวยดวง
ร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบกระโจนตัวไปผลักที่อกของชายร่างท้วมใหญ่ ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความน่ากลัวหนำซ้ำยังจ้องหน้าเสี่ยใหญ่เขม็ง"คะ คุณติน ไม่มีอะไรหรอกครับผมแค่เห็นว่าน้องเขาเมาเลยอยากช่วย"เสี่ยโชคโกหกหน้าตายพร้อมทั้งกวาดสายตามามองเปียโนที่ยืนตัวสั่นเทาเล็กน้อย "ไปได้แล้ว""ครับ" เสียงเข้มโพล่งบอกชายร่างท้วมตรงหน้า ออสตินเป็นที่รู้จักในวงการ อสังหา ฯ มากไม่ว่าจะรุ่นใหญ่รุ่นเล็กก็ต้องรู้จักเขา ไม่เพียงเท่านั้นอิทธิพลที่อยู่ในมือของหนุ่มคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ก็พ่อของเขาเป็นทายาทของตระกูลเก่าแก่ไม่เพียงกิจการที่อยู่ในไทยยังมีกิจการร้านอาหารที่อยู่ต่างประเทศที่เป็นของครอบครัวฝั่งมารดาอีก"ขอบคุณมากนะคะ" เสียงหวานยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้า ด้วยท่าทีตื่นกลัวเล็กน้อย เปียโนกำลังจะสาวเท้าออกไปจากบริเวณนั้นด้วยซ้ำ แต่เสียงเข้มก็ต้องรั้งเธอไว้อีกครั้ง"เดี๋ยว!"เปียโนชะงักหยุดเท้านิ่ง ใบหน้าของเธอก้มต่ำจนแทบมองไม่เห็นความสวย"เธอพึ่งมาทำงานที่นี่เหรอ""คะ ค่ะ" ตอบเสียงสั่น จนออสตินต้องสาวเท้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก แต่เหตุนั้นทำให้เปียโนต้องถอยหลังอัตโนมัติ"เป็นเด็กนั่งดริ้งเหรอ แล้วอย่าง
เสียงเพลงขับกล่อมเบา ๆ ภายในห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ ชายหนุ่มร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบเซนติเมตรรูปร่างสูงโปร่งกล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน ผมของเขาดำขลับเล็กน้อยดวงตาสีฟ้าใสแต่ดูเย็นชาเป็นนิจมือหนายกแก้วลวดลายหรูภายในแก้วมีน้ำเมาสีเข้มก่อนที่เขาจะยกมันเทลงลำคอเกร็งแอ๊ดเสียงเปิดประตูของผู้ที่เข้ามาใหม่ ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเหลือบขึ้นมองเล็กน้อย ใบหน้าที่นิ่งสนิทนี้ไม่ได้แสดงกิริยาใด ๆ ออกมา ทันทีที่แก้ววางลงที่เดิมเสียงเข้มนั้นก็โปร่งขึ้นถาม"มาแต่หัววันขนาดนี้ท่านประธานคงมีเรื่องเครียดสินะ" คนที่เอ่ยถามเสียงราบเรียบนี้คือเจ้าของเลานจ์แหล่งผ่อนคลายของนักธุรกิจหลายคน 'เควิน'"นิดหน่อย โครงการใหม่ค่อนข้างล่าช้า วิศวกรคุมงานก็เกิดป่วยกะทันหัน"น้ำเสียงห้วนห้าวพร้อมทั้งล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุด จนไฟสว่างโร่ เขาสูบมันเข้าไปจนเต็มปอดก่อนที่จะพ่นควันสีหม่นออกมา กิริยาเหล่านี้ทำเอาผู้ที่เป็นเจ้าของรวมทั้งเป็นเพื่อนสนิทต้องส่ายหัว ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เคยเกิดความผิดพลาดกับงานใหญ่มันมาคู่กันเสมอเควิน เดินเข้าไปช้า ๆ ก่อนที่จะหย่อนก้นลงนั่งข้าง ๆ ชายหนุ่มลูกครึ่งเจ้าของคอนโดมิเนียมหลายพันล้านบาทและโครงการอ
หลังจากที่เปียโนกลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้ว เธอก็มุ่งหน้าเดินทางมาที่โรงพยาบาลที่พ่อของเธอรักษาตัวจากอุบัติเหตุ "พ่อเป็นอย่างไรบ้างคะ""มาแล้วเหรอลูก"เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาถามลูกสาว ในสายตาของนิลภพเปียโนยังเป็นเพียงเด็กน้อยสำหรับเขาเสมอรอยยิ้มของเปียโนฉีกขึ้นกว้างเธอสาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ เตียงผู้ป่วย นิลภพไม่ได้นอนพักที่ห้องพิเศษแต่อย่างใดเพราะตอนนี้ตัวเขาไม่ได้มีเงินเหมือนเมื่อก่อนการรักษาตัวทำได้เพียงนอนพักที่ห้องผู้ป่วยรวมเท่านั้น"หนูรีบกลับมากลัวพ่อจะเหงา""เหงาที่ไหนล่ะ ดูสิข้าง ๆ ก็มีแต่เพื่อน"ชายวัยเกือบหกสิบพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แม้ว่าตามร่างกายจะมีแต่รอยฟกช้ำก็ตามที"แล้วคุณหมอบอกหรือเปล่าคะว่าจะให้พ่อกลับบ้านวันไหน""พ่อก็ไม่รู้แต่เห็นว่าพ่อต้อง x-ray อีกรอบ"" x-ray ??"คำพูดของพ่อทำเอาเปียโนชะงักเล็กน้อย เธอรู้ได้เลยว่าต้อง x-ray ส่วนไหนทว่าตอนนี้เธอยังไม่มีแม้เงินที่ต้องเตรียมผ่าตัด"พ่อค่ะ เดี๋ยวหนูมานะ"เปียโนสาวเท้าออกจากเตียงผู้ป่วยมุ่งหน้าออกไปที่แผนกอายุรกรรมระบบประสาทและสมองเธออยากจะขอคุยกับคุณหมอเรื่องการผ่าตัดหากจะผ่าตัดตอนนี้เธอไม่มีเงินมากขนาดนั้นใบหน้าสวยคมดวงต
"พ่ออย่าเป็นอะไรนะคะ ฮือ..ฮึก"หญิงสาวในชุดลำลองสบายสวมกางเกงวอร์มและเสื้อยืดวิ่งตามเปลพยาบาลที่กำลังเข็นพ่อของเธอเข้าห้องฉุกเฉินนิลภพวัยห้าสิบหกปีอดีตนักธุรกิจอสังหาฯ ที่เคยร่ำรวยอู้ฟู่ต้องประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักหลังจากที่กลับมาจากคุยธุระเรื่องคดีของเขาหากจะย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน นิลภพเป็นนักธุรกิจอสังหาฯ ที่พอมีชื่อเสียงอยู่บ้างแต่ด้วยเหตุผิดพลาดทางหน้าที่การงานจึงทำให้เขากลายเป็นบุคคลล้มละลายแถมยังมีหนี้สินจนท่วมหัวส่วนลูกสาวเพียงคนเดียวก็กำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัยปีสาม ด้านภรรยานั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกสาวยังเล็กด้วยโรคประจำตัว'เปียโน' ลูกสาวอันเป็นที่รักและยังเป็นทุกอย่างของนิลภพเขายอมทำงานหนักเพื่อเลี้ยงลูกอยากให้ลูกสาวสุขสบายเพราะเขาคิดว่าลูกขาดแม่จึงอยากเติมเต็มให้ทุกอย่าง แต่ใครจะไปคิดละว่าบริษัทจะถึงคราวเคราะห์เพียงแค่มีคนลักลอบข้อมูลให้คู่แข่งนิลวรรณหรือ เปียโน เธอค่อนข้างบอบบางคงเพราะผู้เป็นบิดาเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน และตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวเธอ เธอก็พยายามช่วยพ่อทุกอย่างจากที่ไม่เคยทำอะไรก็หันมารับงานร้านกาแฟ ร้านขนมช่วงวันหยุดหญิงสาวใบหน้าสะสวยดวง