All Chapters of ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง: Chapter 121 - Chapter 130

192 Chapters

บทที่ 121

“แต่ก็ต้องขอบคุณท่านอ๋องที่ดูแลมาตลอด” จ่านเหยียนกล่าวจากใจจริง“มิต้องเกรงพระทัย” เซ่อเจิ้งอ๋องลุกขึ้นยืนช้า ๆ “ดึกมากแล้ว ไม่รบกวนไทเฮาทรงพักผ่อน กระหม่อมทูลลา!”เขายกนัยน์ตาดำขลับขึ้น มองจ่านเหยียนเงียบ ๆ จ่านเหยียนก็มองเขาตอบเหมือนกัน ท่ามกลางแสงเทียนสลัว เห็นเพียงสองสายตาประสานกันจนเกิดเป็นประกายไฟที่คนอื่นดูไม่ออก“ส่งท่านอ๋อง!” จ่านเหยียนหันไปสั่งกับจิ้นหรู“ท่านอ๋อง เชิญ!” จิ้นหรูอมยิ้มแล้วเดินไปข้างหน้าเซ่อเจิ้งอ๋องมองจิ้นหรูทีหนึ่ง “คืนนี้ทำให้เจ้าตกใจแล้ว?”“นิดหน่อยเพคะ!” จิ้นหรูยิ้ม“แต่ไหนมาเจ้าก็ขี้กลัว” เซ่อเจิ้งอ๋องส่ายหน้า “เพียงแต่ต่อไปติดตามนายเช่นนี้ ต้องหัดใจกล้ามากหน่อยแล้ว มิเช่นนั้นจะตกใจตายได้ง่าย”จิ้นหรูขำพรืด “เพคะ!”ฮุ่ยอวิ่นไม่ค่อยอยากกลับ ก่อนจากไปยังหันไปมองจ่านเหยียนอีกทีหนึ่งแบบไม่ยอมแพ้ ครั้นเห็นจ่านเหยียนนิ่งเฉยจึงได้แต่ถอนหายใจและออกไประหว่างทางกลับ ฮุ่ยอวิ่นยังครุ่นคิดอยู่“คิดอะไรอยู่น่ะ?” เซ่อเจิ้งอ๋องเดินทอดน่องพลางถาม เขาถอดแหวนอังคุฐหยกแล้วเล่นอยู่ในมือฮุ่ยอวิ่นตอบ “คิดเรื่องในคืนนี้นะสิ เทียน ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าหลงจ่านเหยียนผ
Read more

บทที่ 122

วันต่อมาหลงฉางเทียนก็นำทหารกลับมา เขาหาจนทั่วภูเขาเฮยเฟิงแล้ว แต่จูซิวมิได้กลับไป หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ จูซิวไม่ได้จับคนไปจริง ๆหลังจากกลับถึงจวน ฮูหยินผู้เฒ่าก็เรียกเขาไปอย่างร้อนใจทันทีหลังจากฟังเรื่องทั้งหมดอย่างชัดเจนแล้ว หลงฉางเทียนก็วิตกกังวลอย่างหนัก“ท่านแม่ ข้าสงสัยมาตลอดว่านางจะมีมือดีคอยช่วยเหลืออยู่ข้างตัว ท่านคิดว่าเป็นผู้ใด?” หลงฉางเทียนถาม“นอกจากเซ่อเจิ้งอ๋องก็ไม่มีใครอื่น” ฮูหยินผู้เฒ่าเปล่งเสียงเนิบ ๆหลงฉางเทียนแววตาร้อนรนเล็กน้อย “ทำเรื่องที่ไทฮองไทเฮามอบหมายไม่สำเร็จ กลัวแต่วันหน้าอยู่ต่อหน้าไทฮองไทเฮา ข้าจะไม่มีที่ยืนแล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าแววตาเคร่งขรึม มองเขาดุ ๆ “นี่ก็ยอมแพ้แล้วหรือ? จะให้นางตาย มีสารพัดวิธี อยู่ที่ว่าเจ้าจะเลือกวิธีไหน”“ท่านแม่ยังมีแผนเด็ด ๆ อีกหรือขอรับ?” หลงฉางเทียนหน้าระรื่น“เคยได้ยินเรื่องภูเขาหลัวถัวมีปีศาจจิ้งจอกออกอาละวาดหรือไม่?” ฮูหยินผู้เฒ่าถาม“ภูตผีปีศาจหลอกคน โลกนี้มีปีศาจที่ไหน? ท่านแม่อย่าได้เชื่อข่าวลือนะขอรับ” หลงฉางเทียนเอ่ยฮูหยินผู้เฒ่ามองตาขวางทีหนึ่ง “โลกนี้มีปีศาจหรือไม่ มันเกี่ยวอันใดกับเจ้า? ที่สำคัญที่สุ
Read more

บทที่ 123

ครั้นถึงตอนเย็น เสียงดนตรีเศร้าโศกดังขึ้น จวนตระกูลหลงหามโลงศพออกมาหลายโลง แล้วตรงดิ่งไปยังนอกเมือง คนที่กำลังจะเข้าเมืองเห็นเข้าพอดี ต่างเล่าว่าได้ยินเสียงร้องไห้ฮือ ๆ จากในโลงศพ มิหนำซ้ำยังมีน้ำเลือดไหลอยู่เต็มพื้น แม้แต่ทหารหน้าประตูเมืองเห็นแล้วยังพากันหลีกหนีพริบตาเดียวเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ก็กลายเป็นเมืองร้าง บรรยากาศอึมครึม เมื่อถึงยามราตรี บรรดาภัตตาคารโรงน้ำชาต่างปิดประตูไม่ทำการ แม้แต่หอนางโลมที่มีเสียงดนตรีทุกค่ำคืนตลอดเส้นทางก็ยังเงียบกริบช่วงกลางคืนลมพายุรุนแรงหนักกว่าเดิม เมฆดำไม่สลายตัวไปสักที แต่ก็ไม่มีฝนตกลงมาด้วย อากาศสอดแทรกบรรยากาศแปลกประหลาดถึงที่สุดอยู่ อากาศที่ผิดปกติเช่นนี้ แม้แต่ราชครูก็ยังมิอาจเข้าใจวันต่อมา ทางตะวันตกของเมืองก็มีข่าว ครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวตายด้วยน้ำมือของปีศาจจิ้งจอกยกครัว ลักษณะการตายอุจาดตามาก แม้แต่หัวใจก็ยังถูกควัก เลือดไหลนอง ครอบครัวสี่คนของหญิงม่ายแม่เซว ทั้งมารดาสามี ลูกชาย ลูกสาว และแม้แต่หญิงม่ายแซ่เซวก็ยังมิอาจรอดพ้นเคราะห์กรรมนี้ไปได้ทางการต้องทำคดี จึงรีบส่งหัวหน้ามือปราบและมือปราบไปชันสูตรศพ ครั้นเคลื่อนย้ายศพมาถึงที่เก็บศ
Read more

บทที่ 124

อาเสอถาม “แล้วมันใช่ปีศาจจิ้งจอกออกอาละวาดหรือไม่เจ้าคะ?”“เจ้าไม่ได้กลิ่นยั่วยวนฉุน ๆ ในอากาศหรือ? ครั้งนี้สกุลหลงไม่ได้โกหก มีปีศาจจิ้งจอกเข้าจวนจริง ๆ” จ่านเหยียนเอ่ย“เช่นนั้นท่านยังไม่กำจัดปีศาจอีก?” อาเสอรีบพูด“เจ้าก็ปีศาจเหมือนกัน ถ้าจะกำจัดก็กำจัดเจ้าก่อนเลย ข้าบอกตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้ว ปีศาจแบ่งออกเป็นปีศาจดีและปีศาจไม่ดี” จ่านเหยียนท่าทางหนักใจ“แต่ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ฆ่าคนแล้วนะเจ้าคะ ครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวตายด้วยน้ำมือนางมิใช่หรือ? ข้าไม่เคยฆ่าคนสักหน่อย” กล่าวอย่างมีคุณธรรมเต็มเปี่ยมจ่านเหยียนยื่นมือเขกหัวของนางทีหนึ่ง “เจ้านี่นะ คนอื่นพูดอะไรก็เชื่อหมดหรือ? เจ้าไม่ตรวจสอบดูบ้างหรือไง? ปีศาจจิ้งจอกฆ่าคนจะควักหัวใจ? หรือเจ้าเห็นว่านางกินคน?”อาเสอคิดครู่หนึ่ง “ก็จริงแฮะ อย่างมากปีศาจจิ้งจอกก็แค่ดูดพลังชีวิต หัวใจไม่มีประโยชน์จริง ๆ แต่ถ้าครอบครัวของหญิงม่ายแซ่เซวไม่ได้ถูกปีศาจจิ้งจอกฆ่า เช่นนั้นใครกันที่เป็นคนลงมือ? โหดเหี้ยมขนาดนี้เชียวหรือเจ้าคะ?”“สรรพสัตว์บนโลกใบนี้ เผ่าพันธุ์ใดโหดเหี้ยมที่สุด?” จ่านเหยียนถามนางอาเสอตอบ “เผ่าพันธุ์ที่โหดเหี้ยมที่สุดคือเสือกระมังเ
Read more

บทที่ 125

ที่เรียกว่าประตูมิตินั้น ความจริงมิใช่ประตู มันอาจมี ทว่าประตูบานนี้ไร้ลักษณ์ และไม่เปิด มันก็เหมือนกับอากาศ มีแต่ตอนที่เปิดจึงจะเห็นแสงเส้นหนึ่ง และแสงนี้จะหายไปในพริบตา ปกติความเร็วของมนุษย์จะเข้าไปไม่ได้สกุลหลงมีความสามารถในการข้ามมิติเวลา ดังนั้นนางจึงสร้างบ้านไว้ตรงหน้าประตูของมิติ จากนั้นก็ร่ายมนตร์ให้บ้านของทั้งสองยุคเชื่อมต่อกัน บ้านจะมีประตูอยู่สองบาน บานหนึ่งเป็นประตูของยุคปัจจุบัน ส่วนอีกบานหนึ่งคือประตูของแคว้นต้าโจวนอกจากนางก็ไม่มีผู้ใดเดินทางทั้งสองฝั่งได้ แม้แต่อาเสอยังต้องให้นางมอบพลังในการทะลุมิติจึงจะเดินทางข้ามฝั่งช่วงหน้าบ้านเป็นการก่อสร้างสมัยใหม่ซึ่งมีกลิ่นอายโบราณ ทว่าจากตรงกลางกลับเป็นการก่อสร้างและการตกแต่งของสมัยใหม่ แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดในห้องก็เป็นของสมัยใหม่ด้วยในยุคปัจจุบัน ที่เห็นจะเป็นแค่บ้านหลังเดี่ยวตามปกติหลังหนึ่ง ต่อให้มีคนเข้าไปก็เข้าด้านในไม่ได้ ส่วนการก่อสร้างของยุคโบราณจะถูกซ่อนอยู่ที่นี่“ท่านดีแต่มาเสพสุข” อาเสอตัดสินจ่านเหยียนอดสูดปากไม่ได้ “คนเวลามีพลัง ใครบ้างไม่อยากเสพสุข? อีกอย่าง เจ้าไม่คิดถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือ? อยู่ในย
Read more

บทที่ 126

ข่าวลือเรื่องปีศาจจิ้งจอกหนักมากขึ้นทุกวัน สกุลหลงต่างรู้สึกถึงอันตราย หากไม่จำเป็น แม้แต่คนรับใช้ก็ไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอกวันต่อมา หลงฉางเทียนสั่งให้พ่อบ้านเชิญพระอาจารย์มาพ่อบ้านเพิ่งเปิดประตูจวนก็เห็นนักพรตท่านหนึ่งพร้อมนักพรตน้อยคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูดูท่าทางแล้วนักพรตอายุไม่มาก แต่เส้นผมหนวดเคราขาว ใบหน้าแดงฝาด ท่าทางเหมือนคนอายุสามสี่สิบ ในมือถือกระบี่เหรียญทองแดง ตรงด้ามกระบี่ยังมีเชือกสีแดงเส้นหนึ่งมัดอยู่นักพรตน้อยอยู่ในชุดสีเทาปลอด อายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปด หน้าตาหล่อเหลา ริมฝีปากแดงฟันขาว มีลักษณะของเซียนน้อยบางส่วนพ่อบ้านสอบถาม “มิทราบว่าท่านนักพรตมาหาผู้ใดหรือ?”นักพรตยิ้มบางและตอบ “ข้าฟางจี้จื่อ รบกวนท่านพาข้าไปพบท่านแม่ทัพหลงหน่อย”“ฟางจี้จื่อ?” พ่อบ้านชะงักไปเล็กน้อย สำรวจนักพรตตรงหน้าจากบนถึงล่าง เขาย่อมเคยได้ยินนามยิ่งใหญ่ของฟางจี้จื่อเป็นธรรมดา อีกฝ่ายคือผู้สูงส่งที่ฝึกบำเพ็ญอยู่บนภูเขาชุ่ยเวย ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกน้อยนัก แต่ทุกครั้งที่มา ล้วนมาเพื่อปัดเป่าให้มวลมนุษย์“ข้าเอง” ฟางจี้จื่อลูบเคราพลางเอ่ยพ่อบ้านจึงรีบเชิญ “ท่านนักพรตรีบเชิญเข้ามาเถอะขอรับ”
Read more

บทที่ 127

“เช่นนั้นขอถามท่านแม่ทัพสักหน่อย ในจวนมีคนที่แปลกไปหรือไม่? อย่างเช่นนิสัยเปลี่ยนไปมาก หรืออย่างเช่นเปลี่ยนไปจนโหดเหี้ยมอำมหิต?” ฟางจี้จื่อถามหลงฉางเทียนแค่อยากไล่เขาไป แต่พอได้ยินเขาถามมาอย่างนี้ หัวใจพลันหยุดเต้น จากนั้นจึงนึกถึงตั้งแต่หลงจ่านเหยียนต้องเข้าวังฝังศพสังเวยชีวิต นิสัยของนางก็เปลี่ยนไปมากจริง ๆ สิบหกปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นคนเชื่อฟังทุกอย่าง แต่นับจากก่อนเข้าวังสองสามวัน จู่ ๆ ก็ใจกล้าบ้าบิ่น แม้แต่เขากับฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังกล้าข่มขู่ตำหนิ“ความหมายของท่านนักพรตคือ ถ้ามีคนนิสัยเปลี่ยนกะทันหัน ก็คือมารร้ายเข้าสิงหรือ?” ทีแรกเขายังไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ตอนนี้พอพินิจอย่างละเอียดแล้ว ไม่แน่ว่าการเปลี่ยนแปลงของหลงจ่านเหยียนอาจจะมีสาเหตุก็เป็นได้“ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นแน่นอน” ฟางจี้จื่อเอ่ยยามนี้เย่เต๋อโหรวเดินออกมาพอดี ครั้งได้ยินถ้อยคำของฟางจี้จื่อที่หน้าประตูก็เดินพรวดพราดเข้ามาทันที ก่อนจะเอ่ย “ท่านนักพรต มีอยู่เรื่องหนึ่ง ท่านโปรดไขข้อสงสัยให้ด้วย”หลังจากตระหนักว่าตัวเองเสียมารยาทมาก นางจึงรีบสำรวมกิริยา “ข้านางเย่ คารวะท่านนักพรต”“ฮูหยินมิต้องมากพิธี!” ฟางจี้จ
Read more

บทที่ 128

เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ย “ท่านนักพรตโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปทูลก่อน”ฟางจี้จื่อตอบ “ได้” เขาลุกขึ้นยืน จากนั้นยื่นยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งให้หลงฉางเทียน “ท่านแม่ทัพนำสิ่งนี้ไปด้วย ต่อให้นางรู้วัตถุประสงค์ของท่านก็หนีไปไม่รอด”“ได้!” หลงฉางเทียนมือสั่นระริก เขาตื่นเต้นมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาถูกขุนนางบุ๋นบู๊ในราชสำนักตำหนิว่าขายบุตรสาวเพื่อความรุ่งเรือง แต่ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าจ่านเหยียนคือปีศาจ เช่นนั้นเขาก็คือขุนนางผู้มีคุณูปการที่สังหารญาติเพื่อผดุงความเป็นธรรมเย่เต๋อโหรวเห็นหลงฉางเทียนเดินไปแล้ว จึงเอ่ยกับฟางจี้จื่อ “ท่านนักพรต ท่านแม่ชื่นชมชื่อเสียงของท่านมานาน ไม่ทราบว่าท่านจะให้เกียรติพบกับนางสักหน่อยหรือไม่?”“ฮูหยินเกรงใจแล้ว รบกวนนำทางด้วย” ฟางจี้จื่อได้ยินมานานว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลงอยู่ในศีลในธรรม จึงอยากพบนานแล้ว“ท่านนักพรต เชิญ!” เย่เต๋อโหรวค้อมตัวกล่าวเย่เต๋อโหรวสั่งให้คนไปรายงาน เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าฟางจี้จื่อมาก็ตื่นเต้นมาก รีบสั่งให้คนช่วยแต่งตัวแต่งผมแล้วออกมาต้อนรับนางยืนอยู่หน้าห้อง มองผู้มีนรลักษณ์แห่งเซียนเดินเข้ามาจากประตูหน้า จึงยิ้มบาง “ท่านนักพรต พวกเรา
Read more

บทที่ 129

“ก็จริง สกุลหลงข้าภักดีทุกยุคทุกสมัย จะถูกปีศาจใช้งานได้อย่างไร? ท่านนักพรต เรื่องนี้ต้องรบกวนท่านแล้ว หากพิสูจน์ได้ว่าหลานสาวคนนั้นของข้าถูกปีศาจเข้าสิงจริง ๆ...” ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อเจือน้ำเสียงสะอื้น “ท่านนักพรตก็โปรดมอบศพที่สมบูรณ์ให้นางด้วย เฮ้อ...” เห็นฮูหยินผู้เฒ่าปวดใจเช่นนี้ นักพรตก็อดปลอบใจไม่ได้ “วางใจเถอะ ข้าต้องพยายามอย่างสุดความสามารถแน่”เมื่อนั้นคนของหลงฉางเทียนก็มาเชิญฟางจี้จื่อ “ท่านนักพรต ไทเฮาเชิญขอรับ”ฟางจี้จื่อลุกขึ้นยืนและหันไปบอกกับนักพรตน้อยเสวี้ยนจื่อด้านข้างด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เจ้าตามข้ามา”“ขอรับ ท่านอาจารย์!” เสวี้ยนจื่อขานรับด้วนสีหน้าไร้คลื่นอารมณ์คนรับใช้พาฟางจี้จื่อและเสวี้ยนจื่อเดินออกไปข้างนอก ครั้นเดินไปสองสามก้าว ฟางจี้จื่อก็หันกลับมา เมื่อนั้นก็ได้เห็นจิตสังหารที่แวบเข้ามาในดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าพอดิบพอดี เขาชะงักเล็กน้อย ครั้นมองอีกทีนางกลับมามีดวงหน้าอ่อนโยนเปี่ยมด้วยเมตตาดังเดิมแล้วเขาสับสนอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็ปล่อย ๆ กับปีศาจยังจะเมตตาอันใดอีก?เขาเอ่ย “รอให้ข้าปราบปีศาจได้แล้ว จะมาสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าอีกที”“ไ
Read more

บทที่ 130

ฟางจี้จื่อเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า เขายิ่งเดินเข้าไปข้างใน ไอปีศาจก็ยิ่งแรง ถึงขนาดว่ากลิ่นอายยั่วยวนอัดแน่นอยู่เต็มห้องเขายิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ดูท่าปีศาจจิ้งจอกตัวนี้จะสิงร่างไทเฮาอย่างที่คิดจริง ๆเขาเดินเข้าไป ครั้นเงยหน้ามองจ่านเหยียนก็ชะงักชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนว่าไอปีศาจจะไม่ได้แผ่ออกมาจากตัวของนาง แต่... กลิ่นอายยั่วยวนนั้นมาจากตัวนางจริง ๆดูท่าเขาจะประเมินพลังของปีศาจตนนี้ต่ำไปแล้ว คิดไม่ถึงว่านางจะบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นที่สามารถปกปิดแก่นวิญญาณของตัวเองได้ทุกเมื่อแต่ไม่ว่าจะปกปิดอย่างไร กลิ่นอายยั่วยวนของจิ้งจอกก็ยังอยู่“ข้าผู้เป็นนักพรตฟางจี้จื่อถวายพระพรไทเฮา!” ฟางจี้จื่อประสานมือคำนับจ่านเหยียนเอ่ย “ท่านนักพรตมิต้องมากพิธี เชิญนั่ง!”“ขอบพระทัยไทเฮา!” ฟางจี้จื่อก็ไม่เกรงใจ นั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือด้านล่างของห้องโถงกระบี่เหรียญทองแดงในอกของเขาส่งเสียงสั่นดังวู้ ๆ เหมือนเสียงลม เขาจึงเอามือกดทับเอาไว้ และเข้าใจว่าปีศาจตรงหน้าไม่ธรรมดา“ท่านนักพรต!” หลงฉางเทียนนั่งอยู่ด้านข้างเอื้อมมือมาดึงแขนเสื้อของฟางจี้จื่อทีหนึ่งเสวี้ยนจื่อเอ่ยเรียบ “ท่านแม่ทัพอย่าได้ใจร้อน”
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
20
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status