Share

บทที่ 122

Author: ลิ่วเยว่
วันต่อมาหลงฉางเทียนก็นำทหารกลับมา เขาหาจนทั่วภูเขาเฮยเฟิงแล้ว แต่จูซิวมิได้กลับไป หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ จูซิวไม่ได้จับคนไปจริง ๆ

หลังจากกลับถึงจวน ฮูหยินผู้เฒ่าก็เรียกเขาไปอย่างร้อนใจทันที

หลังจากฟังเรื่องทั้งหมดอย่างชัดเจนแล้ว หลงฉางเทียนก็วิตกกังวลอย่างหนัก

“ท่านแม่ ข้าสงสัยมาตลอดว่านางจะมีมือดีคอยช่วยเหลืออยู่ข้างตัว ท่านคิดว่าเป็นผู้ใด?” หลงฉางเทียนถาม

“นอกจากเซ่อเจิ้งอ๋องก็ไม่มีใครอื่น” ฮูหยินผู้เฒ่าเปล่งเสียงเนิบ ๆ

หลงฉางเทียนแววตาร้อนรนเล็กน้อย “ทำเรื่องที่ไทฮองไทเฮามอบหมายไม่สำเร็จ กลัวแต่วันหน้าอยู่ต่อหน้าไทฮองไทเฮา ข้าจะไม่มีที่ยืนแล้ว”

ฮูหยินผู้เฒ่าแววตาเคร่งขรึม มองเขาดุ ๆ “นี่ก็ยอมแพ้แล้วหรือ? จะให้นางตาย มีสารพัดวิธี อยู่ที่ว่าเจ้าจะเลือกวิธีไหน”

“ท่านแม่ยังมีแผนเด็ด ๆ อีกหรือขอรับ?” หลงฉางเทียนหน้าระรื่น

“เคยได้ยินเรื่องภูเขาหลัวถัวมีปีศาจจิ้งจอกออกอาละวาดหรือไม่?” ฮูหยินผู้เฒ่าถาม

“ภูตผีปีศาจหลอกคน โลกนี้มีปีศาจที่ไหน? ท่านแม่อย่าได้เชื่อข่าวลือนะขอรับ” หลงฉางเทียนเอ่ย

ฮูหยินผู้เฒ่ามองตาขวางทีหนึ่ง “โลกนี้มีปีศาจหรือไม่ มันเกี่ยวอันใดกับเจ้า? ที่สำคัญที่สุ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 123

    ครั้นถึงตอนเย็น เสียงดนตรีเศร้าโศกดังขึ้น จวนตระกูลหลงหามโลงศพออกมาหลายโลง แล้วตรงดิ่งไปยังนอกเมือง คนที่กำลังจะเข้าเมืองเห็นเข้าพอดี ต่างเล่าว่าได้ยินเสียงร้องไห้ฮือ ๆ จากในโลงศพ มิหนำซ้ำยังมีน้ำเลือดไหลอยู่เต็มพื้น แม้แต่ทหารหน้าประตูเมืองเห็นแล้วยังพากันหลีกหนีพริบตาเดียวเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ก็กลายเป็นเมืองร้าง บรรยากาศอึมครึม เมื่อถึงยามราตรี บรรดาภัตตาคารโรงน้ำชาต่างปิดประตูไม่ทำการ แม้แต่หอนางโลมที่มีเสียงดนตรีทุกค่ำคืนตลอดเส้นทางก็ยังเงียบกริบช่วงกลางคืนลมพายุรุนแรงหนักกว่าเดิม เมฆดำไม่สลายตัวไปสักที แต่ก็ไม่มีฝนตกลงมาด้วย อากาศสอดแทรกบรรยากาศแปลกประหลาดถึงที่สุดอยู่ อากาศที่ผิดปกติเช่นนี้ แม้แต่ราชครูก็ยังมิอาจเข้าใจวันต่อมา ทางตะวันตกของเมืองก็มีข่าว ครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวตายด้วยน้ำมือของปีศาจจิ้งจอกยกครัว ลักษณะการตายอุจาดตามาก แม้แต่หัวใจก็ยังถูกควัก เลือดไหลนอง ครอบครัวสี่คนของหญิงม่ายแม่เซว ทั้งมารดาสามี ลูกชาย ลูกสาว และแม้แต่หญิงม่ายแซ่เซวก็ยังมิอาจรอดพ้นเคราะห์กรรมนี้ไปได้ทางการต้องทำคดี จึงรีบส่งหัวหน้ามือปราบและมือปราบไปชันสูตรศพ ครั้นเคลื่อนย้ายศพมาถึงที่เก็บศ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 124

    อาเสอถาม “แล้วมันใช่ปีศาจจิ้งจอกออกอาละวาดหรือไม่เจ้าคะ?”“เจ้าไม่ได้กลิ่นยั่วยวนฉุน ๆ ในอากาศหรือ? ครั้งนี้สกุลหลงไม่ได้โกหก มีปีศาจจิ้งจอกเข้าจวนจริง ๆ” จ่านเหยียนเอ่ย“เช่นนั้นท่านยังไม่กำจัดปีศาจอีก?” อาเสอรีบพูด“เจ้าก็ปีศาจเหมือนกัน ถ้าจะกำจัดก็กำจัดเจ้าก่อนเลย ข้าบอกตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้ว ปีศาจแบ่งออกเป็นปีศาจดีและปีศาจไม่ดี” จ่านเหยียนท่าทางหนักใจ“แต่ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ฆ่าคนแล้วนะเจ้าคะ ครอบครัวหญิงม่ายแซ่เซวตายด้วยน้ำมือนางมิใช่หรือ? ข้าไม่เคยฆ่าคนสักหน่อย” กล่าวอย่างมีคุณธรรมเต็มเปี่ยมจ่านเหยียนยื่นมือเขกหัวของนางทีหนึ่ง “เจ้านี่นะ คนอื่นพูดอะไรก็เชื่อหมดหรือ? เจ้าไม่ตรวจสอบดูบ้างหรือไง? ปีศาจจิ้งจอกฆ่าคนจะควักหัวใจ? หรือเจ้าเห็นว่านางกินคน?”อาเสอคิดครู่หนึ่ง “ก็จริงแฮะ อย่างมากปีศาจจิ้งจอกก็แค่ดูดพลังชีวิต หัวใจไม่มีประโยชน์จริง ๆ แต่ถ้าครอบครัวของหญิงม่ายแซ่เซวไม่ได้ถูกปีศาจจิ้งจอกฆ่า เช่นนั้นใครกันที่เป็นคนลงมือ? โหดเหี้ยมขนาดนี้เชียวหรือเจ้าคะ?”“สรรพสัตว์บนโลกใบนี้ เผ่าพันธุ์ใดโหดเหี้ยมที่สุด?” จ่านเหยียนถามนางอาเสอตอบ “เผ่าพันธุ์ที่โหดเหี้ยมที่สุดคือเสือกระมังเ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 125

    ที่เรียกว่าประตูมิตินั้น ความจริงมิใช่ประตู มันอาจมี ทว่าประตูบานนี้ไร้ลักษณ์ และไม่เปิด มันก็เหมือนกับอากาศ มีแต่ตอนที่เปิดจึงจะเห็นแสงเส้นหนึ่ง และแสงนี้จะหายไปในพริบตา ปกติความเร็วของมนุษย์จะเข้าไปไม่ได้สกุลหลงมีความสามารถในการข้ามมิติเวลา ดังนั้นนางจึงสร้างบ้านไว้ตรงหน้าประตูของมิติ จากนั้นก็ร่ายมนตร์ให้บ้านของทั้งสองยุคเชื่อมต่อกัน บ้านจะมีประตูอยู่สองบาน บานหนึ่งเป็นประตูของยุคปัจจุบัน ส่วนอีกบานหนึ่งคือประตูของแคว้นต้าโจวนอกจากนางก็ไม่มีผู้ใดเดินทางทั้งสองฝั่งได้ แม้แต่อาเสอยังต้องให้นางมอบพลังในการทะลุมิติจึงจะเดินทางข้ามฝั่งช่วงหน้าบ้านเป็นการก่อสร้างสมัยใหม่ซึ่งมีกลิ่นอายโบราณ ทว่าจากตรงกลางกลับเป็นการก่อสร้างและการตกแต่งของสมัยใหม่ แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดในห้องก็เป็นของสมัยใหม่ด้วยในยุคปัจจุบัน ที่เห็นจะเป็นแค่บ้านหลังเดี่ยวตามปกติหลังหนึ่ง ต่อให้มีคนเข้าไปก็เข้าด้านในไม่ได้ ส่วนการก่อสร้างของยุคโบราณจะถูกซ่อนอยู่ที่นี่“ท่านดีแต่มาเสพสุข” อาเสอตัดสินจ่านเหยียนอดสูดปากไม่ได้ “คนเวลามีพลัง ใครบ้างไม่อยากเสพสุข? อีกอย่าง เจ้าไม่คิดถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือ? อยู่ในย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 126

    ข่าวลือเรื่องปีศาจจิ้งจอกหนักมากขึ้นทุกวัน สกุลหลงต่างรู้สึกถึงอันตราย หากไม่จำเป็น แม้แต่คนรับใช้ก็ไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอกวันต่อมา หลงฉางเทียนสั่งให้พ่อบ้านเชิญพระอาจารย์มาพ่อบ้านเพิ่งเปิดประตูจวนก็เห็นนักพรตท่านหนึ่งพร้อมนักพรตน้อยคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูดูท่าทางแล้วนักพรตอายุไม่มาก แต่เส้นผมหนวดเคราขาว ใบหน้าแดงฝาด ท่าทางเหมือนคนอายุสามสี่สิบ ในมือถือกระบี่เหรียญทองแดง ตรงด้ามกระบี่ยังมีเชือกสีแดงเส้นหนึ่งมัดอยู่นักพรตน้อยอยู่ในชุดสีเทาปลอด อายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปด หน้าตาหล่อเหลา ริมฝีปากแดงฟันขาว มีลักษณะของเซียนน้อยบางส่วนพ่อบ้านสอบถาม “มิทราบว่าท่านนักพรตมาหาผู้ใดหรือ?”นักพรตยิ้มบางและตอบ “ข้าฟางจี้จื่อ รบกวนท่านพาข้าไปพบท่านแม่ทัพหลงหน่อย”“ฟางจี้จื่อ?” พ่อบ้านชะงักไปเล็กน้อย สำรวจนักพรตตรงหน้าจากบนถึงล่าง เขาย่อมเคยได้ยินนามยิ่งใหญ่ของฟางจี้จื่อเป็นธรรมดา อีกฝ่ายคือผู้สูงส่งที่ฝึกบำเพ็ญอยู่บนภูเขาชุ่ยเวย ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกน้อยนัก แต่ทุกครั้งที่มา ล้วนมาเพื่อปัดเป่าให้มวลมนุษย์“ข้าเอง” ฟางจี้จื่อลูบเคราพลางเอ่ยพ่อบ้านจึงรีบเชิญ “ท่านนักพรตรีบเชิญเข้ามาเถอะขอรับ”

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 127

    “เช่นนั้นขอถามท่านแม่ทัพสักหน่อย ในจวนมีคนที่แปลกไปหรือไม่? อย่างเช่นนิสัยเปลี่ยนไปมาก หรืออย่างเช่นเปลี่ยนไปจนโหดเหี้ยมอำมหิต?” ฟางจี้จื่อถามหลงฉางเทียนแค่อยากไล่เขาไป แต่พอได้ยินเขาถามมาอย่างนี้ หัวใจพลันหยุดเต้น จากนั้นจึงนึกถึงตั้งแต่หลงจ่านเหยียนต้องเข้าวังฝังศพสังเวยชีวิต นิสัยของนางก็เปลี่ยนไปมากจริง ๆ สิบหกปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นคนเชื่อฟังทุกอย่าง แต่นับจากก่อนเข้าวังสองสามวัน จู่ ๆ ก็ใจกล้าบ้าบิ่น แม้แต่เขากับฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังกล้าข่มขู่ตำหนิ“ความหมายของท่านนักพรตคือ ถ้ามีคนนิสัยเปลี่ยนกะทันหัน ก็คือมารร้ายเข้าสิงหรือ?” ทีแรกเขายังไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ตอนนี้พอพินิจอย่างละเอียดแล้ว ไม่แน่ว่าการเปลี่ยนแปลงของหลงจ่านเหยียนอาจจะมีสาเหตุก็เป็นได้“ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นแน่นอน” ฟางจี้จื่อเอ่ยยามนี้เย่เต๋อโหรวเดินออกมาพอดี ครั้งได้ยินถ้อยคำของฟางจี้จื่อที่หน้าประตูก็เดินพรวดพราดเข้ามาทันที ก่อนจะเอ่ย “ท่านนักพรต มีอยู่เรื่องหนึ่ง ท่านโปรดไขข้อสงสัยให้ด้วย”หลังจากตระหนักว่าตัวเองเสียมารยาทมาก นางจึงรีบสำรวมกิริยา “ข้านางเย่ คารวะท่านนักพรต”“ฮูหยินมิต้องมากพิธี!” ฟางจี้จ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 128

    เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ย “ท่านนักพรตโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปทูลก่อน”ฟางจี้จื่อตอบ “ได้” เขาลุกขึ้นยืน จากนั้นยื่นยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งให้หลงฉางเทียน “ท่านแม่ทัพนำสิ่งนี้ไปด้วย ต่อให้นางรู้วัตถุประสงค์ของท่านก็หนีไปไม่รอด”“ได้!” หลงฉางเทียนมือสั่นระริก เขาตื่นเต้นมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาถูกขุนนางบุ๋นบู๊ในราชสำนักตำหนิว่าขายบุตรสาวเพื่อความรุ่งเรือง แต่ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าจ่านเหยียนคือปีศาจ เช่นนั้นเขาก็คือขุนนางผู้มีคุณูปการที่สังหารญาติเพื่อผดุงความเป็นธรรมเย่เต๋อโหรวเห็นหลงฉางเทียนเดินไปแล้ว จึงเอ่ยกับฟางจี้จื่อ “ท่านนักพรต ท่านแม่ชื่นชมชื่อเสียงของท่านมานาน ไม่ทราบว่าท่านจะให้เกียรติพบกับนางสักหน่อยหรือไม่?”“ฮูหยินเกรงใจแล้ว รบกวนนำทางด้วย” ฟางจี้จื่อได้ยินมานานว่าฮูหยินผู้เฒ่าหลงอยู่ในศีลในธรรม จึงอยากพบนานแล้ว“ท่านนักพรต เชิญ!” เย่เต๋อโหรวค้อมตัวกล่าวเย่เต๋อโหรวสั่งให้คนไปรายงาน เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่าฟางจี้จื่อมาก็ตื่นเต้นมาก รีบสั่งให้คนช่วยแต่งตัวแต่งผมแล้วออกมาต้อนรับนางยืนอยู่หน้าห้อง มองผู้มีนรลักษณ์แห่งเซียนเดินเข้ามาจากประตูหน้า จึงยิ้มบาง “ท่านนักพรต พวกเรา

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 129

    “ก็จริง สกุลหลงข้าภักดีทุกยุคทุกสมัย จะถูกปีศาจใช้งานได้อย่างไร? ท่านนักพรต เรื่องนี้ต้องรบกวนท่านแล้ว หากพิสูจน์ได้ว่าหลานสาวคนนั้นของข้าถูกปีศาจเข้าสิงจริง ๆ...” ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อเจือน้ำเสียงสะอื้น “ท่านนักพรตก็โปรดมอบศพที่สมบูรณ์ให้นางด้วย เฮ้อ...” เห็นฮูหยินผู้เฒ่าปวดใจเช่นนี้ นักพรตก็อดปลอบใจไม่ได้ “วางใจเถอะ ข้าต้องพยายามอย่างสุดความสามารถแน่”เมื่อนั้นคนของหลงฉางเทียนก็มาเชิญฟางจี้จื่อ “ท่านนักพรต ไทเฮาเชิญขอรับ”ฟางจี้จื่อลุกขึ้นยืนและหันไปบอกกับนักพรตน้อยเสวี้ยนจื่อด้านข้างด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เจ้าตามข้ามา”“ขอรับ ท่านอาจารย์!” เสวี้ยนจื่อขานรับด้วนสีหน้าไร้คลื่นอารมณ์คนรับใช้พาฟางจี้จื่อและเสวี้ยนจื่อเดินออกไปข้างนอก ครั้นเดินไปสองสามก้าว ฟางจี้จื่อก็หันกลับมา เมื่อนั้นก็ได้เห็นจิตสังหารที่แวบเข้ามาในดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าพอดิบพอดี เขาชะงักเล็กน้อย ครั้นมองอีกทีนางกลับมามีดวงหน้าอ่อนโยนเปี่ยมด้วยเมตตาดังเดิมแล้วเขาสับสนอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็ปล่อย ๆ กับปีศาจยังจะเมตตาอันใดอีก?เขาเอ่ย “รอให้ข้าปราบปีศาจได้แล้ว จะมาสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าอีกที”“ไ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 130

    ฟางจี้จื่อเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า เขายิ่งเดินเข้าไปข้างใน ไอปีศาจก็ยิ่งแรง ถึงขนาดว่ากลิ่นอายยั่วยวนอัดแน่นอยู่เต็มห้องเขายิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ดูท่าปีศาจจิ้งจอกตัวนี้จะสิงร่างไทเฮาอย่างที่คิดจริง ๆเขาเดินเข้าไป ครั้นเงยหน้ามองจ่านเหยียนก็ชะงักชั่วขณะหนึ่ง ดูเหมือนว่าไอปีศาจจะไม่ได้แผ่ออกมาจากตัวของนาง แต่... กลิ่นอายยั่วยวนนั้นมาจากตัวนางจริง ๆดูท่าเขาจะประเมินพลังของปีศาจตนนี้ต่ำไปแล้ว คิดไม่ถึงว่านางจะบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นที่สามารถปกปิดแก่นวิญญาณของตัวเองได้ทุกเมื่อแต่ไม่ว่าจะปกปิดอย่างไร กลิ่นอายยั่วยวนของจิ้งจอกก็ยังอยู่“ข้าผู้เป็นนักพรตฟางจี้จื่อถวายพระพรไทเฮา!” ฟางจี้จื่อประสานมือคำนับจ่านเหยียนเอ่ย “ท่านนักพรตมิต้องมากพิธี เชิญนั่ง!”“ขอบพระทัยไทเฮา!” ฟางจี้จื่อก็ไม่เกรงใจ นั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือด้านล่างของห้องโถงกระบี่เหรียญทองแดงในอกของเขาส่งเสียงสั่นดังวู้ ๆ เหมือนเสียงลม เขาจึงเอามือกดทับเอาไว้ และเข้าใจว่าปีศาจตรงหน้าไม่ธรรมดา“ท่านนักพรต!” หลงฉางเทียนนั่งอยู่ด้านข้างเอื้อมมือมาดึงแขนเสื้อของฟางจี้จื่อทีหนึ่งเสวี้ยนจื่อเอ่ยเรียบ “ท่านแม่ทัพอย่าได้ใจร้อน”

Latest chapter

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 196

    จ่านเหยียนมาเรียกพระอาจารย์เป่ากวงแต่เช้าตรู่ เพื่อมอบวิญญาณสัมภเวสีที่เก็บมาเมื่อคืนให้เขา แล้วให้เขาสวดมนต์ส่งไปเกิดพระอาจารย์เป่ากวงอมยิ้มแล้วกล่าว “ท่านเซียนใจกว้างมีเมตตา อาตมาขอบคุณท่านเซียนแทนพวกเขาด้วย”จ่านเหยียนโบกมือ กระดากเล็กน้อย “รับคำว่าใจกว้างมีเมตตาไม่ได้จริง ๆ หลวงจีนน้อย เจ้าสวดมนต์ส่งพวกเขาไปเกิดด้วยแล้วกัน บุญนี้เป็นของเจ้า อย่าได้จดอยู่บนตัวข้าผู้ชรา”“อาตมามิกล้ารับความชอบ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” พระอาจารย์เป่ากวงเอ่ยจ่านเหยียนมองเขาแล้วนึกถึงตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน เคยได้ยินผู้บำเพ็ญเพียรกล่าว ผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ออกบวชมิควรถามไถ่เรื่องทางโลก บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวก็พอ ตอนนั้นนางฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจมาก พระพุทธองค์ทรงมีเมตตา โปรดสรรพชีวิต หรือว่าแค่พูดแต่ปาก?แต่... พระอาจารย์เป่ากวงมอบการอธิบายใหม่หมดกับนาง นางพึงพอใจมาก“หลวงจีนน้อย ได้ยินว่าผู้ออกบวชไม่สนใจเรื่องทางโลก มีเพียงการบำเพ็ญภาวนาจึงจะขายความสามารถในตัวกับครอบครัวจักรพรรดิได้ เหตุใดเจ้าจึงเข้าทางโลกยุ่งเรื่องกิเลสบนโลก?” จ่านเหยียนอดถามไม่ได้พระอาจารย์เป่ากวงยิ้มน้อย ๆ “อาตมาจำได้ว่าท่านเซีย

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 195

    “นอน!” จ่านเหยียนถอดรองเท้าขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงอาเสอก็เปิดประตูกลับห้องเช่นกัน นางเดินเท้าตลอดทาง ใบหน้าจึงแดงแจ๋ หัวใจเต้นตึกตัก ๆในหัวคิดถึงเมื่อครู่ตอนที่ไปหาคุณชายหวัง ดื่มกับเขาสองจอกก็เริ่มเมาแล้ว ทั้งยังลากนางไปสุขาด้วยกันอีกมนุษย์กับงูมีความแตกต่างกันมากนะ อาเสอคิดอย่างมึนเมา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไม่หลับ ในหัวมักคิดถึงภาพในคืนนี้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม นางจึงเข้าห้องของจ่านเหยียนและมุดขึ้นเตียง ก่อนจะเขย่าจ่านเหยียนให้ตื่น “คุณหนูใหญ่ ข้าอยากถามท่านหนึ่งเรื่อง!”จ่านเหยียนเตะขาออกไปแล้วพูดแบบงัวเงีย “ไสหัวไป!”อาเสอกลิ้งตัวลงมาจากเตียงดังตุบ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงอีกแบบไม่ตายใจ “เฮ้อ ข้าเจอเรื่องใหญ่แล้ว ท่านต้องช่วยข้านะ”“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!” จ่านเหยียนหงุดหงิดสุดเหวี่ยง เพิ่งจะหลับก็ทำจนนางตื่นอีก คืนนี้ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว“ไม่นะ ข้าจะพูดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ” อาเสอกล่าวอย่างดื้อดึง“เจ้าไปเจอพระใหญ่อะไร?” จ่านเหยียนลุกพรวดขึ้นมาตะคอกใส่นาง“ไม่ใช่พระใหญ่ เรื่องใหญ่ต่างหาก!” อาเสอแก้ไขให้ถูกต้องอย่างจริงจัง“เรื่องใหญ่?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 194

    มู่หรงฉิงเทียนถามอีก “เคยเข้าวังหรือไม่?”จ่านเหยียนส่ายหน้า “มิเคยมีโอกาสนี้พ่ะย่ะค่ะ”“เอาไว้ข้าจะพาเจ้าเข้าวังไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วฮองไทเฮาสักหน่อย พวกเจ้าสองคนเหมือนกันมาก”จ่านเหยียนเริ่มฉุน “ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? จะบอกว่ากระหม่อมหน้าตาเหมือนอิสตรีหรือ?” นางมีลูกกระเดือกนะ เขาไม่เห็นหรือ? ตาบอด? เฮ้อ โลภในความงามไม่ได้จริง ๆ รู้แต่แรกก็ทำหน้ากากหนังมนุษย์สักแผ่นแล้วเพียงแต่หน้ากากหนังมนุษย์ถ่ายเทอากาศไม่ดี ใส่เป็นเวลานานจะไม่ดีต่อผิวมู่หรงฉิงเทียนตอบอย่างสัตย์จริง “ถูกต้อง!”จ่านเหยียนมองเขาอยู่นิ่ง ๆ เหตุใดเขายังยอมรับอีก? จะไว้หน้านางบ้างได้หรือไม่? แล้วนี่จะให้นางต่ออย่างไร?จ่านเหยียนทิ้งไหล่ทั้งสองข้าง “ช่างเถอะ ท่านคือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่โต้เถียงกับท่านแล้ว”มู่หรงฉิงเทียนรินน้ำชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง จ้องนางอยู่นาน คล้ายมีถ้อยคำจะพูดกับนาง แต่สุดท้ายกลับบอกว่า “เจ้าไปได้แล้ว”จ่านเหยียนอัดอั้นตันใจเล็กน้อย รู้สึกว่าวันนี้ถูกแกล้งนางหมุนตัวก็เดินออกไป ก่อนจะสะบัดประตูแรง ๆหลังจากที่นางออกไป ใบหน้าของมู่หรงฉิงเทียนเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฉับพลันผ่านไปนานจ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 193

    “ถามได้มาจากคนรับใช้น่ะ เป็นชาใหม่ของปีนี้ เห็นว่าวันนี้เพิ่งส่งมาถึงจวน เรามาลองชิมกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ” จ่านเหยียนตอบ“อื่ม!” มู่หรงฉิงเทียนไม่ได้สะบัดหน้าใส่นางอย่างอัศจรรย์ มองการกระทำของนางอย่างอารมณ์ดี“นี่คือชาใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนเกินไป ประมาณเก้าสิบองศาก็พอ หรือก็คือไม่ได้เดือดปุด ๆ ท่านดูนะ แช่ลงไป ใบชาจะค่อย ๆ คลี่ตัวออก งดงามแค่ไหน? น้ำชาใสวาว กลิ่นหอมของชาปะทะจมูก ได้กลิ่นหรือไม่? นี่คือชาน้ำแรก ต้องเททิ้งนะ เพราะชา...”จ่านเหยียนสาธยายยาวเหยียด โอ้อวดความรู้เรื่องน้ำชาของนาง ในที่สุดก็ได้ใช้ฝีมือจากยุคปัจจุบันสักทีนางยื่นน้ำชาให้เขา “ดมกลิ่นความหอมของชาก่อน จากนั้นก็จิบคำเล็ก ๆ ให้น้ำชาอยู่ที่ลิ้น...”เขารับน้ำชามาแล้วจรดดื่มหมดในคราวเดียว “อึก” ตามด้วยปรายตามองนาง จ่านเหยียนพูดไม่ออกกับท่าทางวัวเคี้ยวดอกโบตั๋นของเขาพรรค์นี้มาก แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอ่ย “อื่ม หากท่านกระหายก็ดื่มเช่นนี้ได้เหมือนกัน”มู่หรงฉิงเทียนยื่นถ้วยให้นางแล้วกวักมือ “มานี่!”จ่านเหยียนรับถ้วยมา เติมแล้วยื่นให้เขาอีกเขากลับไม่รับ แต่จ้องนางเขม็ง เขาเอื้อมมือมาลูบคอของนางเบา ๆ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 192

    “ข้ากระหายแล้ว!” เขาเอ่ยเรียบแบบเมินความประหลาดใจบนใบหน้าของนางนางเลิกคิ้วแล้วแสยะยิ้ม “ดังนั้น?”“ไปชงน้ำชามา!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ราวกับสั่งบ่าวไพร่คนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเวรเอ๊ย! นางหลงจ่านเหยียนชาตินี้เคยปรนนิบัติใครบ้าง? เขานึกว่าตัวเองเป็นใคร?ทว่าไม่นานความกรุ่นโกรธของนางก็มลายหายไปด้วยคำพูดต่อมาของเขาเขามองดูนางอย่างสงบ “ข้าเห็นนิ้วมือของเจ้างดงามมาก คาดว่าต้องเป็นมือดีในการชงน้ำชา ข้าอยากลองชิมฝีมือของเจ้าหน่อย”ถ้อยคำนี้ถือว่าสอพลอได้ตรงจุด เมื่อก่อนส่วนที่หลงจ่านเหยียนภาคภูมิใจที่สุดก็คือมือทั้งคู่ของตัวเอง เรียวยาวขาวเนียน ปราศจากตำหนิ มือของนักเปียโนยังไม่งดงามเท่านางเลยที่สำคัญที่สุดคือ ศิลปะการชงน้ำชาของนางยอดเยี่ยมจริง ๆ ไม่ได้แสดงฝีมือนานแล้ว ครั้นวันนี้พูดถึงจึงชักคันไม้คันมือ “ท่านอ๋องอย่าพูดไป อย่างอื่นกระหม่อมทำไม่เป็น แต่เรื่องชงน้ำชากระหม่อมนี่แหละมืออาชีพ ท่านโปรดรอสักเดี๋ยว กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”จังหวะที่ประตูเปิดออก ฮุ่ยอวิ่นเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรนทันที ครั้นเห็นมู่หรงฉิงเทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสงบจึงโล่งอก หัน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 191

    จ่านเหยียนเห็นดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นสีแดงเพลิง สีหน้าคลุ้มคลั่ง หัวใจพลันหนักอึ้ง สถานการณ์เช่นนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง หนึ่ง ไอหยินแว้งกัด สอง ธาตุไฟเข้าแทรกจ่านเหยียนฉุดแขนของเขาแล้วลากมาด้านหน้าตนแบบแทบจะไม่ใช้สมองคิด แต่ทันใดนั้นนางก็ได้รู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว เพราะไม่สามารถใช้แข็งปะทะแข็งกับการต่อกรกับคนที่ถูกไอหยินแว้งกัดหรือธาตุไฟเข้าแทรกได้เขากางกรงเล็บทั้งห้าแล้วตะครุบมาทางลำคออย่างรวดเร็ว จ่านเหยียนเอนตัวไปด้านหลังพร้อมฉุดเขาลงกับพื้นด้วยเขาทับอยู่บนตัวนางอย่างจัง ดวงตาทั้งคู่แดงประหนึ่งอัคคี เจือความดุร้ายและไอมารเช่นธาตุไฟเข้าแทรก มิหนำซ้ำยังมีสีสันแห่งความทรมานที่มิอาจมองข้ามไม่นานจ่านเหยียนก็วินิจฉัยว่าเขาถูกไอหยินแว้งกัด สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เลือดทั้งสรรพางค์กายตีกลับ เจ็บปวดทุกรูขุมขนยากจะทานทนมิน่าเขาถึงมีบาดแผลที่ศีรษะและใบหน้า คาดว่าเมื่อครู่คงทำร้ายตัวเองในตอนที่ทรมานจนทนไม่ไหวจ่านเหยียนพลันรู้สึกสงสารเล็กน้อย จังหวะที่เขาบีบคอนาง หว่างคิ้วของนางก็ปรากฏดอกบัวส่องแสงเป็นประกายดอกบัวเปล่งแสงหมายถึงความการุญและการช่วยเหลือรักษา ส่วนตัวอักขระสวัสต

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 190

    อาเสอกลับมาตอนครึ่งคืน หน้าตามอมแมมราวกับมุดออกมาจากเตาไฟที่ไหนนางเขย่าตัวจ่านเหยียนให้ตื่น แล้วยื่นหยกเฝ่ยชุ่ยอมเขียวก้อนหนึ่งให้นาง “เอาไป”ครั้นจ่านเหยียนเห็นก้อนหยกก็เอ่ยด้วยความดีใจ “เจ้าเอาหยกเฝ่ยชุ่ย”“ขโมยมาจากทางคุณชายหวัง ไม่ทันระวังถูกท่านเทพเฝ้าประตูเห็นเข้า ไม่อยากให้เป็นเรื่องจึงได้แต่มุดเตาไฟมา” อาเสอกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“คุณชายหวัง?” จ่านเหยียนอึ้ง ดูเหมือนว่านางมีนัดดื่มสุรากับคุณชายหวังคืนนี้นี่ ลืมไปเสียสนิทเลย“คุณชายหวังยังไม่นอน อยู่ที่ลานเรือนไม่รู้ว่ารอใครสิน่า...” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วจึงเบิกตาโพลงมองจ่านเหยียน “คงไม่ได้รอท่านอยู่กระมัง?”จ่านเหยียนหัวเราะแหะ ๆ “น่าจะใช่”อาเสอมองนางอย่างเวทนา “ท่านตายแน่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับการนัดหมายกับท่านด้วยสิ”จ่านเหยียนจุกอก “เจ้าว่าตอนนี้เขายังรออยู่หรือไม่?”“ตอนข้ามาเขายังรออยู่นะ ไม่รู้ว่าส่งคนไปตามท่านที่จวนเราหรือไม่ เขาคงคิดไม่ถึงว่าพวกเราจะถูกรั้งตัวให้ค้างคืนอยู่ที่จวนอ๋องกระมัง?” อาเสอเอ่ยจ่านเหยียนลุกขึ้นยืนใส่รองเท้า “น่าสงสารจริง ๆ ดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้ยังรอข้าอยู่ ข้าต้องไปดื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 189

    จ่านเหยียนลืมตาขึ้น แล้วกอบใบหน้าของอาเสอพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ย “เจ้ามีอะไรน่ามอง?”อาเสอตอบอย่างขัดเขิน “ท่านไม่คิดว่าข้าน่ามองหรือ?”“มีตา มีจมูก มีปาก หากจะพูดกันจริง ๆ ก็ไม่แย่ แต่... ตอนนี้เจ้าแต่งตัวเป็นบุรุษ” จ่านเหยียนทำลายความฝันของหญิงสาวอาเสอกระซิบ “ข้าได้ยินมาว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกับคุณชายฮุ่ยอวิ่นคือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ พวกเขาคือเพื่อนชายที่ดีตลอดชีวิต”“เจ้าเนี่ย ดูนิยายวายมากไปแล้ว ข้ามั่นใจได้เลยนะ ฮุ่ยอวิ่นเป็นชายแท้+” จ่านเหยียนไล่นาง “เร็ว ออกไปหาหินหยกเฝ่ยชุ่ยให้ข้า”อาเสอเดินไปถึงหน้าคันฉ่องแล้วมองทีหนึ่งอย่างไม่สมัครใจ ตามด้วยแค่นเสียงเชอะ “ข้างามพริ้มเพราจะตาย อย่างน้อยต่อให้อยู่ในคราบบุรุษก็ปกปิดบุคลิกและเสน่ห์ของข้าไม่ได้”“กลิ่นคาวงูด้วย!” เสียงอู้อี้ดังมาจากในผ้าห่ม โทษอาเสอไม่ได้จริง ๆ ได้แต่โทษฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้อาเสอเกิดอารมณ์วสันต์“ไม่พูดกับท่านแล้ว!” อาเสอแค่นเสียงแล้วกลายร่างเป็นควันกลุ่มหนึ่งจ่านเหยียนชะโงกศีรษะออกมาจากผ้าห่ม ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับนอนไม่หลับเสียอย่างนั้น?นางลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปลานเรือนครั้นสาวใช้ทั้งสองเห็

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 188

    “ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” พระอาจารย์เป่ากวงถามจ่านเหยียนคำนวณพักหนึ่ง วันนี้วันที่หก แกะสลักวิญญาณมังกรต้องใช้เวลาสองวัน แล้วค่อยให้วิญญาณมังกรดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินและแสงแห่งสุริยันจันทรา ส่วนแสงแห่งสุริยันจันทราจำเป็นต้องดูดซับในคืนพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้น เร็วที่สุดก็ต้องหลังวันที่สิบห้านางเอ่ย “ให้เวลาข้าสิบวัน”“จริงหรือ?!” ฮุ่ยอวิ่นไม่ค่อยจะเชื่อ “คุณชายรู้ที่อยู่ของวิญญาณมังกรอีกชิ้นหรือ?”จ่านเหยียนผงกศีรษะ “ข้ารู้”“อยู่ที่ใด?” ฮุ่ยอวิ่นถามด้วยความยินดีพระอาจารย์เป่ากวงยื่นมือมากดฮุ่ยอวิ่นเล็กน้อย “คุณชายฮุ่ยอวิ่นมิต้องถามมาก ในเมื่อคุณชายอู่รับปากแล้ว เช่นนั้นเขาจะต้องทำได้อย่างแน่นอน”ฮุ่ยอวิ่นอ้อ ๆ แล้วมองจ่านเหยียนด้วยสายตาร้อนแรงและจริงใจมู่หรงฉิงเทียนเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลำบากคุณชายอู่พักอยู่ที่จวนอ๋องสักระยะ เจ้าแค่บอกที่อยู่ของวิญญาณมังกรกับฮุ่ยอวิ่นก็พอ เขาต้องเอามาให้เจ้าได้แน่”จ่านเหยียนเข้าใจความหมายของเขา ตอนนี้นางรู้สถานการณ์ของเขาแล้ว เขาไม่วางใจให้นางออกไปเขาไม่เคยเชื่อใจนาง ระแวดระวังนางอย่างหนัก“ได้!” จ่านเหยียนรับปากมู่หรงฉิงเทียนฮุ่ย

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status