Share

บทที่ 152

Author: เล่อเอิน
ใกล้จะหย่ากันแล้ว ฉันไม่อยากติดค้างน้ำใจอะไรกับฟู่ฉีชวน!

ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือหนี้ของหลินกั๋วอัน ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมไปใช้หนี้แทนคนประเภทนี้แน่นอน

"ฉันรู้ดีว่าเขาเป็นใครมีฐานะอะไร"

ชายเสียงเป็ดคนนั้นมุ่ยปากและกดปุ่มโทรออกพร้อมกดปุ่มเปิดลำโพง "เราไม่อยากผิดใจกับเขา ถ้าเธอไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาจริง ฉันก็ไม่ได้โง่ขนาดหาเรื่องให้กับตัวเอง"

ขณะฟังเสียงต่อสายโทรศัพท์ "ตู๊ด...ตู๊ด..." ฉันรู้สึกอึดอัดใจ

ฉันควรขอร้องเขาให้มาช่วย หรือฉันควรปฏิเสธความสัมพันธ์

ฉันกำลังชั่งน้ำหนักความคิดทั้งสองในใจ แต่ว่าทันทีที่สายถูกรับ ฟู่ฉีชวนก็ให้คำตอบกับฉัน

ปลายสายเสียงของฟู่จินอันดังขึ้นมาก่อน

"ใคร? ดึกดื่นขนาดนี้แล้วโทรมาอยู่ได้..."

ฉันกำมือจิกเล็บแน่น จิกจนรู้สึกเจ็บ "ฉันเอง หร่วนหนานจือ ฟู่ฉีชวนล่ะ?"

เขาไม่ได้บอกว่าแค่ไปเซ็นเอกสารหรอกเหรอ

ตอนนี้ขนาดมือถือเขาเองยังไปอยู่ในมือของฟู่จินอัน

ฟู่จินอันแน่นิ่งไปเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มระเริง น้ำเสียงดูภูมิใจ ค่อยๆ จีบปากจีบคอพูด "เขาน่ะหรอเขาไม่รู้ว่าหลังจากแท้งไปแล้วประมานเดือนถึงจะมีรอบเดือน เขาคิดว่าฉันรอบเดือนใกล้มา ก็เลยวิ่งไปซื้อผ้าอนามัย
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
toom wicha
สรุปแล้ว จบเฉยเลย????
goodnovel comment avatar
Ggege
นอ. น่าส่งสารจัง
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 153

    ชายเสียงเป็ดเดินเข้าไปหาใช้เท้าทีบหลินกั๋วอัน หยิบขวดเหล้าเทรดใส่หัวเขา "ไอสันขวาน แกเล่นลูกไม้กับพี่ไห่งั้นรึ? ภรรยาตระกูลฟู่หรอ? บ้านป้าแกน่ะสิ! ประธานฟู่เขาไปซื้อผ้าอนามัยให้กับแฟนใหม่เขาแล้ว เขาจะมายอมใช้หนี้เงินพนันลุงเขยของอดีตภรรยารึไง?"หลินกั๋วอันไม่ทันได้ระวัง ล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น เขาพยายามกระเสือกกระสนคลานไปอยู่ตรงหน้าหัวหน้าชายคนนั้น "พี่ไห่ พี่ไห่ครับ! ผมไม่กล้าเล่นลูกไม้กับพี่หรอก เธอเป็นภรรยาของฟู่ฉีชวนจริงๆ วันนั้นที่พวกนายไปโรงพยาบาลก็เห็นไม่ใช่หรอว่าภรรยาฉันพักอยู่ห้อง VIP ถ้าฟู่ฉีชวนไม่สนใจเธอ ภรรยาฉันจะไปพักอยู่ห้อง VIP ในโรงพยาบาลเซิ่งซินได้ไง?"……ฉันจ้องเขม็งมองเขาอย่างอาฆาตร "หลินกั๋วอัน! ลุงมันคนเนรคุณ ถ้าไม่ใช่เพื่อคุณป้า มีหรือหนูจะไปขอร้องฟู่ฉีชวนเพื่อยกให้พักผู้ป่วยนี้ให้ฉัน? ตอนนี้ลุงกลับเอามาใช้ทำร้ายหนูงั้นหรอ?!"หลินกั๋วอันทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินพูด เขากอดขาของพี่ไห่"พี่ไห่ กำขี้ก็ยังดีกว่ากำตด เธอต่อให้หย่ากับฟู่ฉีชวนแล้ว ฟู่ฉีชวนจะไม่แบ่งเงินช่วยเธอสักนิดเลยรึไง? เงินล้านเดียว สำหรับเธอแล้วมันแค่เรื่องเล็กน้อย!"หนึ่งล้านเขาแค่คนจนขี้กุ้ย ทำไมถึ

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 154

    พี่ไห่โมโหเอามือตบหัวของชายเสียงเป็ด ตะวาดจนน้ำลายกระเด็น "แม่งูเอ๋ย ฉันโดนแกหลอกแต่แรกเลยหรอวะเนี่ย! อดีตภรรยาบ้านป้าแกที่ไหนล่ะ เจอปัญหาใหญ่แล้ว!""พี่..."ชายเสียงเป็ดชี้ไปยังเท้าของของเขาที่เหยียบอยู่บนหน้าของฉัน "พี่เอาเท้าออกก่อนดีกว่าไหมครับ?"เขาถึงได้ก้มลงมาดู ทันใดนั้นก็สะดุ้ง ขณะกำลังชัดเทากลับ ทันใดนั้นประตูม้วนก็ถูกเปิดออก!เดิมที ฉันคิดว่าเป็นคนที่ลุงเฉิงส่งมาเพื่อเอาเอกสารมาให้ฉัน พอเห็นฉันถูกลักพาตัว ก็เลยส่งคนมาช่วยฉันแต่ตอนนี้พอฉันแหงนหน้าขึ้นมอง ก็เห็นใบหน้าเย็นชาเคร่งขรึมของฟู่ฉีชวนในสายเมื่อครู่นี้ เขา...ไม่ใช่ว่าไปซื้อผ้าอนามัยให้ฟู่จินอันหรอกเหรอ ทำไมถึงมาที่นี่ได้?ระยะห่างจากที่นี่ถึงโรงพยาบาลเซิ่งซิน อย่างน้อยก็ต้องขับรถหนึ่งชั่วโมง"รอง...ประธานฟู่!"พี่ไห่ที่ยโสโอหังเมื่อครู่ ทันใดนั้นก็เสียงนอบน้อม "กระผมได้ยินชื่อท่านมานานแล้ว!"ฟู่ฉีชวนสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงเขายิ่งทำให้ขนลุกขนพอง "นี่หรอเหตุผลที่ต้องลักพาตัวภรรยาของฉัน?""เข้าใจผิดแล้วครับ นี่ไม่ใช่การลักพาตัว ต่อให้ผมกินใจหมีดีเสือก็ไม่กล้าหรอกครับ"พี่ไห่โยนความผิดชี้ไปทางหลินกั๋วอันและยิ้ม

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 155

    "จริงเหรอ?"เขาแคลงใจฉันโกรธจัด "จริงสิ ลุงรีบๆ แก้มัดเร็ว!"หลินกั๋วอันดีใจไม่หาย เขาช่วยแก้เชือกที่มัดไว้จนมือไม้เป็นพัลวันจากนั้น ทันทีที่ฉันเป็นอิสระ ก็มีคนหนึ่งจากด้านหลังเข้ามาคว้าแขนของฉันไว้อย่างหยาบคาย ฉันยังไม่ทันได้ขัดขืน วัตถุแข็งๆเย็นๆ ก็จ่อตรงขมับของฉันจากประสบการณ์หนังอาชญากรรมและหนังสงครามที่ดูไปไม่น้อยก็ได้บอกกับฉันว่ามันคือปืนฉันสั่นสะท้านไปทั้งตัว ไม่กล้าขยับ ปล่อยให้เขาค่อยๆ ลากฉันขึ้นมา"ประธานฟู่! ถ้าคุณยังขัดขืน งั้นผมก็จะไม่เกรงใจกับคุณนายฟู่อีกแล้ว"พอคนข้างหลังเอ่ยพูด ฉันก็ฟังออกว่าเป็นผู้ชายเสียงเป็ดคนนั้นในตอนนั้น คนของเขาล้มไปแล้วเกินครึ่ง เห็นได้ชัดว่าคนของฟู่ฉีชวนเป็นต่อฟู่ฉีชวนหยุดมือและยิ้มเยาะ "นายไม่น่าโง่เลย ถ้าหากเธอเป็นอะไรแม้แต่ปลายผม พวกนายไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่แน่"เสียงเป็ดของเขาแหบแห้งและขืนดันทุรังต่อไป "แต่ผมเห็นว่าประธานฟู่ก็ดูเหมือนว่าไม่คิดจะปล่อยพวกเราไปอยู่แล้ว""ลักพาตัวเมียฉัน ถ้าฉันไม่แสดงให้พวกนายเห็น พวกนายก็คงจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใหญ่ ใครเป็นรอง"ฟู่ฉีชวนค่อยๆ จัดเสื้อเชิ้ตของตนเองที่เละเทะจากการต่อสู้และค่อย

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 156

    "ที่ดินตรงเฉิงซี ประธานฟู่ยกให้ผม"ชายหัวร้อนตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว "เขาไปยุ่งกับคุณนายฟู่ เป็นความไม่รู้กาละเทศะของเขา เรื่องที่เหลือผมจะจัดการให้ ประธานฟู่จะต้องพอใจแน่นอน"ฟู่ฉีชวนยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเย็นชา "ตกลง""ประธานฟู่ ประธานฟู่..."โจวไห่เพิ่งรู้ว่า คนที่ตามมาสบทบไม่ได้มาช่วยเขา แต่ใช้เขาอาศัยโอกาสตักตวงปลประโยชน์จากฟู่ฉีชวนเขาตกใจจนรีบวิ่งออกมา กอดขาของฟู่ฉีชวนอ้อนวอนร้องขอ "ประธานฟู่ ท่านโปรดเมตตา ปล่อยพวกเราไปเถอะ!""ฉินเจ๋อ"ฟู่ฉีชวนจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาฉินเจ๋อทีบโจวไห่ออกไป "ก่อนหน้านี้ทำกับคุณนายฟู่ของเรา แกควรจะคิดทบทวนให้ดีก่อน ตอนนี้จะมาขอร้อง มันสายไปแล้วล่ะ!"เขาลุกขึ้นมาคลานอย่างไม่ยอมแพ้เข้ามากอดขาของฉัน "คุณนายฟู่ คุณนายฟู่ ผมมีตาหามีแววไม่! ท่านช่วยละเว้นผมได้ไหม!"มือของฉันกดตรงปากแผลของฟู่ฉีชวนไว้ตลอด พอนึกถึงเขาที่เป็นคนยิง ความโกรธก็ปะทุขึ้นมาจากใจ "ไปให้พ้น!"วินาทีต่อมา ฉินเจ๋อก็ทีบเขากระเด็นออกไปและประคองเราขึ้นรถฉินเจ๋อเป็นคนขับรถให้กับเรา ส่วนลูกน้องคนอื่นของฟู่ฉีชวนก็ทยอยขึ้นรถคันอื่น รถนับสิบคันขับขึ้นมาอยู่บนถนนทางหลวงพร้อมกันอย่างรวดเร็

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 157

    "ใช่"ฉินเจ๋อถอนใจโล่งอกหลังจากถึงโรงพยาบาล ฟู่ฉีชวนถูกย้ายไปยังเตียงรถเข็นของโรงพยาบาลเป็นอันดับแรกไฟของโรงพยาบาลสว่าง ในตอนนั้นฉันเพิ่งถึงได้เห็นว่าหน้าของฟู่ฉีชวนซีดขาวเพราะเสียเลือดไปอย่างมากเขาตอนอยู่บนรถ...เขากลัวว่าฉันจะกังวลก็เลยพยายามประคองสติพอประตูห้องฉุกเฉินปิดลง หัวใจของฉันก็ถูกความกลัวเข้าครอบงำขนาดหายใจยังลำบากฉันพิงกำแพง พูดไม่ออกว่าหัวใจตอนนี้รู้สึกอะไรรู้แค่ว่าพอประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก หมอก็บอกว่าผ่าตัดเอากระสุนออกมาแล้ว ช่วงนี้พักรักษาตัวให้เต็มที่ พอรู้ว่าอาการไม่สาหัส ฉันก็ถอนหายใจโล่งอกฉันเดินเข้าห้องผู้ป่วย ดวงตาสีดำราวกับอีกาของเขาลุกโชนทอเป็นประกายจ้องมาที่ฉันราวกับจะมองฉันให้ทะลุฉันเม้มริมฝีปากและเทน้ำอุ่นให้เขา "ฉินเจ๋อกลับไปเตรียมของใช้ประจำวันและเสื้อผ้าให้คุณ เดี๋ยวพอเขากลับมาแล้วฉันค่อยกลับเขายิ้มมุมปาก "กลับ?""ใช่"ฉันพยักหน้า "วันนี้...ขอบคุณคุณมาก"หากเขาไม่ได้ไปช่วย เกรงว่าคงเป็นเรื่องยากที่ฉันจะหนีออกจากที่นั่นโดยไม่มีบาดแผลไม่รู้ว่าหลินกั๋วอันเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ไปเกี่ยวข้องกับอันธพาลพวกนั้นฟู่ฉีชวนแกล้งพูดตลก "หร

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 158

    ฉันไม่ได้รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย แม้แต่หัวใจก็ไม่รู้สึกอะไรทีไหนมีฟู่ฉีชวน ที่นั่นก็จะเห็นเธอทำท่าเหมือนหมาเห็นซาลาเปาเนื้อ ทำอะไรก็ไม่ได้ดูน่าแปลกฟู่ฉีชวนสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อยพูดอย่างเย็นชา "ผมไม่หิวแล้ว""ทำไมไมหิวน้ำแล้วล่ะ? เมื่อกี้หนานจือยังป้อนคุณอยู่เลยไม่ใช่หรอ..."ฟู่จินอันหน้ามุ่ย เต็มไปด้วยความสงสัยจากนั้นก็พูดกับตัวเอง "ก็อย่างว่า ฉันคงไม่ได้เข้าใจคุณดีเท่าเธอ ไม่รู้ว่าเวลาไหนคุณควรต้องการอะไร"พูดจบก็เอาแก้ววางไว้ข้างๆเดิมฉันกลุ้มใจเรื่องอาการบาดเจ็บของฟู่ฉีชวน ไม่เหมาะจะถามเรื่องของฟู่จินอัน แต่ตอนนี้โอกาสมาอยู่ตรงหน้า ไม่เอาก็โง่แล้วฉันหันไปมองฟู่ฉีชวนและยิ้มเบาๆ "เรื่องของเธอ คุณตัดสินใจได้แล้วรึยัง?"กลางวันบอกว่าจะเก็บเอาไปคิด ตอนนี้คงจะตัดสินใจได้แล้ว"ตัดสินใจเรื่องอะไร?"ฟู่จินอันรู้ว่า 'เธอ' ในประโยคที่ฉันพูดก็คือเธอเอง เลยแกล้งถามอย่างสงสัยฟู่ฉีชวนเหลือบมองฉัน สายตาสงบอ่อนโยน "คุณจะข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพานทิ้งเลย? ผมตอนนี้เป็นแค่คนป่วย" (ข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพานทิ้ง หมายถึง ได้รับผลประโยชน์แล้วแล้วถีบหัวส่ง)"แต่เธอไม่ใช่"ฉันหันไปมองฟู่จิน

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 159

    "ลูกของผมกับหนานจือ จากไปได้อย่างไร? คุณลืมแล้วหรอ?"ดวงตาของฟู่ฉีชวนสองข้างย้อมไปด้วยความหนาวเย็นของช่วงที่หนาวที่สุด น้ำเสียงก็เย็นเยือกจนน่าขนลุกฟู่จินอันร้องไห้เสียใจยิ่งกว่าอะไร ราวกับกระต่ายตกใจ "ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ฉันไม่รู้ว่าเธอท้องอยู่! อาชวน คุณก็รู้ วันนั้นฉันทำแบบนั้นไปก็เพราะกลัวว่าจะเสียคุณไป เลยขาดสติไปชั่วขณะ! ถ้าหากรู้ว่าเธอท้อง ฉันไม่ว่ายังไงก็คงไม่กล้า...อีกอย่าง ฉันเองก็ท้อง...ถ้าฉันรู้ว่ามันจะมาลงเอยร้ายแรงแบบนี้ ฉันคงไม่กล้าทำ...หรือคุณคิดว่าฉันเองก็อยากจะเสียลูกไปงั้นหรอ?"สะตอสะตอจริงๆเธอคงจะตีหน้าซื่อแบบนี้ตอนอยู่กับฟู่ฉีชวนตอนอยู่กันส่วนตัวในเวลาปกติ ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่างฉันพูดอย่างไม่แยแส "ใครจะไปรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องเธอคือใคร เขาเป็นคนยังไงก็ไม่รู้"ฟู่จินอันหน้าเกร็งขึ้นมาจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า เธอชี้มาที่ฉันพร้อมกับนิ้วที่สั่น เหมือนกับถูกปักปรำ "หร่วนหนานจือ เธอพูดจาส่งเดชอะไร?!""พอเถอะ"ฉันถอนหายใจ "ขี้เกียจเถียงกับเธอเรื่องพวกนี้ ในเมื่อเธออยากจะอยู่ดูแลเขา งั้นเธอก็ดูแล คืนสุดท้ายก่อนไปต่างประเทศ ดูแลเขาให้ดีๆ ล่ะ"พูดจบ ฉันก็เดินออกจา

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 160

    ตกดึก ขณะฉันกำลังนอนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ก็เหมือนมีนิ้วหยาบกร้านเข้ามาสัมผัสใบหน้าของฉัน"ยัยทึ่ม ใครหลอกคุณ คุณก็เชื่อหมด""อือ..."ฉันปัดมือนั้นออกไปอีกทาง ต่อมาก็เหมือนจะฉุกคิดนึกขึ้นมาได้ ว่าตัวเองกำลังนอนเฝ้าไข้อยู่ ฉันชะโงกหัวขึ้นมาและรีบถาม "เมื่อกี้คุณพูดอะไร ตรงไหนไม่สบายรึเปล่า?"สิ่งที่เห็นคือดวงตาหลับสนิทสองข้างของฟู่ฉีชวน หายใจช้าๆหูฟาดหรอ?ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าตัวเองคงแค่ตกใจเรื่องที่เกิดวันนี้ คงจะเครียด ก็เลยสะลึมสะลือหลับไป……เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินเจ๋อก็ตั้งใจเอาอาหารเช้าจากภัตตาคารอาหารกวางตุ้งเจ้าเก่ามาให้เป็นรสชาติที่ฟู่ฉีชวนชอบแต่ว่าเขากินได้ไม่กี่คำก็ไปจัดการเรื่องงานแล้วฉินเจ๋อไม่ได้เอามาแค่อาหารเช้า แต่ยังมีเอกสารกองโตที่ต้องจัดการ รองประธานของบริษัทแซ่ฟู่กรุ๊ปใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่ายๆฉันขณะทานอาหารเช้าก็เหลือบมองเขาทางด้านนั้นเป็นระยะๆแสงอบอุ่นในฤดหนาวสาดส่องเข้ามา แสงสาดสะท้อนลงมาปกคลุมจนเกิดเป็นชั้นแสงออร่าบนตัวเขา คมสันใบหน้าด้านข้างเพอร์เฟคมาก สันจมูกโด่งสูงทับด้วยแว่นตา รีบฝีปากบางเฉียบไม่พูดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้แค่ดูจากรุปลักษณ์ภายนอก

Latest chapter

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 340

    สีหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึม และเสียงของเขาที่ฟังดูแหบแห้งและหยาบกระด้าง "ฉันให้หุ้นแก่คุณเพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อให้คุณมาต่อรองกับฉัน""ประธานฟู่ คุณเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย?""......"เขาเยาะเย้ยและพูดอย่างเย็นชา "งั้นคุณก็ลองดูสิ ฉันจะฆ่าใครก็ตามที่คุณขายให้ ถ้าคุณอยากทำร้ายใครก็เชิญเลย""......"เขายังคงหวาดระแวงอย่างมาก เกือบจะเหมือนโรคจิตในเรื่องของการข่มขู่ คือการแข่งขันกันว่าใครจะยอมทำสิ่งที่ต่ำที่สุดมากกว่ากันฉันไม่สามารถเปรียบเทียบกับเขาได้ พูดมากเกินไปก็ไร้ประโยชน์ฉันกัดฟันแล้วเดินไปหาเจียงไหลเจียงไหลและเฉินเย่กำลังคุยกันเรื่องทั่วไปบางอย่างเมื่อเห็นฉันมา เจียงไหลยกริมฝีปากแดงของเธอไปทางเฉินเย่และพูดว่า "คุณเฉิน ฉันจะเชิญคุณไปทานอาหารเย็นเมื่อฉันกลับไปเมืองเจียงเฉิงหลังตรุษจีน""ได้"เฉินเย่พยักหน้าเล็กน้อยหลังจากทักทายเขาแล้ว ฉันก็ไปกับเจียงไหล"ประธานหร่วน!"เฉินเย่หยุดฉันไว้ทันที ก่อนจะเปิดปากถามอย่างระมัดระวังว่า: "คุณและพี่ชวนต้องหย่ากัน มันเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวและการหมั้นหมายของเขากับเสิ่นซิงหยูหรือเปล่า?"ฉันพูดตามตรงว่า "ใช่ แ

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 339

    ฉันเงียบไปและพูดเบาๆ ว่า "ทำไมฉันถึงไม่รู้มาก่อนว่าคุณมีความอดทนสูงขนาดนั้น"คืนนั้น ฉันจูบโจวฟางต่อหน้าเขาแม้ว่าฉันจะเมามากเกินไป แต่เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นจริงๆด้วยบุคลิกของเขา แบบที่ยอมให้ตัวเองทำผิดกฎได้แต่ห้ามคนอื่น เขาน่าจะหยุดมองมาทางฉันนานแล้วทันทีที่ฉันพูดจบ เสียงที่ดังขึ้นกลับไม่ใช่เสียงของฟู่ฉีชวน แต่เป็นเสียงที่มาจากทางกลางห้องจัดงานเลี้ยงเสิ่นชิงหลี่เปลี่ยนเสื้อผ้าและสวมชุดสีขาวล้วนสุดหรู เธอถือไมโครโฟนไว้ตรงกลางห้อง ดูขี้อายเล็กน้อย แต่ดวงตาสีเช้มของเธอกลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นในขณะที่เธอจ้องไปที่ทิศทางหนึ่งโดยเฉพาะทิศทางที่โจวฟางอยู่"ตลอดหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ฉัน จากอ้อมอกของคุณย่า คุณพ่อและคุณแม่ไป ฉัน... ฉันต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย ทนทุกข์ทรมานจากวิธีที่ผู้คนปฏิบัติต่อฉัน แต่ด้วยช่วงเวลาที่สวยงามที่เหลืออยู่ในความทรงจำ ฉันกัดฟันและอดทนต่อไป"เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยขณะที่เธอสะอื้น “แต่ฉันโชคดี ครอบครัวของฉัน… และพี่อาฟางไม่เคยยอมแพ้ในการตามหาฉัน เช้านี้คุณย่าถามฉันว่าความปรารถนาของฉันคืออะไร ตอนนั้น ฉันนึกอะไรไม่ออก เพราะแค่การได้กลับไปยังตระกูลเสิ่นก็ถือเ

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 338

    "คุณนายเสิ่น"ฟู่ฉีชวนขมวดคิ้วอย่างใจเย็นและพูดด้วยเสียงต่ำ "คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกับฉันเกี่ยวกับการถอนหมั้น"เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งของแผนของเขาแม่เสิ่นไม่รู้ว่าเธอไม่เข้าใจจริงๆ หรือว่าเธอจงใจแกล้งทำเป็นสับสน "แน่นอนว่าฉันต้องอธิบาย ทันทีที่คุณได้ยินว่าวันนี้เป็นซิงหยูของเราที่มารับคุณ คุณก็มาพร้อมกับประธานเสิ่นโดยเฉพาะ ฉันเข้าใจแล้ว...."ปากของเฉินเย่กระตุกเมื่อเขาฟัง และเขาไม่สามารถทนขัดจังหวะได้ "ความมั่นใจของคุณนั้นยอดเยี่ยมมาก แต่ฉันยังต้องแทรกอยู่ดี ประธานฟู่มาที่นี่วันนี้และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณหนูเสิ่นแม้แต่สลึงเดียว โอ้ ไม่ มันไม่เกี่ยวข้องแม้แต่สตางต์เดียว""มันจะไม่เกี่ยวข้องกับซิงหยูได้ยังไง ประธานฟู่าหาครอบครัวเสิ่นของเรา ถ้าไม่ใช่เพราะซิงหยู....."เมื่อพูดไปได้ครึ่งทาง แม่เสิ่นก็คิดได้และสีหน้าของเธอก็มืดมนลง ทันใดนั้นก็มองไปในทิศทางที่ฉันอยู่!ฟู่ฉีชวนก้มตาลงและปรับแขนเสื้อ เสียงของเขาเย็นชาและเฉยเมย "พูดตามตรงนะ คุณนายเสิ่น วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อตามง้อภรรยาของฉัน"เสียงของเขาไม่ได้ดังเป็นพิเศษ แต่ทุกคำก็ตั้งใจทำเพื่อให้ทุกคนรอบข้างได้ยินเขาอย่างชัดเจน

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 337

    เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม่เสิ่นก็กวาดสายตาไปรอบๆ ห้องอย่างรวดเร็ว แล้วก็ล็อกเป้าหมายไปที่คุณพ่อของเสิ่น แล้วดึงเขาออกไปด้วยกันเพื่อไปต้อนรับไม่นาน ก็เกิดความโกลาหลขึ้นจากทางเข้าห้องจัดเลี้ยงเป็นฟู่ฉีชวน เฉินเย่แลตระกูลเสิ่นจำนวนสามคนที่เดินเข้ามาฟู่ฉีชวนสวมเสื้อคลุมสีดำ มีคิ้วกับดวงตาที่สง่างามและเย็นชา ก้าวเดินอย่างมั่นคง และมีรัศมีแห่งอำนาจที่แข็งแกร่งเฉินเย่เหมือนกับครั้งที่แล้ว เมื่อเขาไปที่หนานซี เขาอยู่ห่างจากฟู่ฉีชวนครึ่งก้าว แต่ทั้งสองดูคุ้นเคยกันดีเมื่อมองดูครั้งแรกเมื่อรวมกับสิ่งที่แม่เสิ่นพูดก่อนจะออกไปรับเขาคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่ผ่านโลกมานาน แค่มองแวบเดียวก็เข้าใจทุกอย่างแล้วฟู่ฉีชวนเป็นบอสใหญ่ของRF กรุ๊ปไม่ใช่ใครอื่นฟู่ฉีชวนคือชายคนเดียวกันที่ตระกูลเสิ่นเคยถอนหมั้นด้วยแต่ตอนนี้ ในชั่วพริบตา พวกเขากลับปฏิบัติกับเขาเหมือนแขกผู้มีเกียรติของตระกูลเสิ่นอีกครั้ง ไม่กล้าแสดงความละเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหน ก็ต้องทนต่อไปโดยไม่สามารถแสดงออกมาได้ความสัมพันธ์นี้ ส่งผลให้บรรยากาศก็ตึงเครียดอย่างประหลาด และไม่มีใครกล้าเข้าใกล้และพูดคุยส

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 336

    "ผลตรวจ DNA ออกมาแล้ว"ฉันจนปัญญาเขาพูดอย่างหนักแน่นว่า "ผลตรวจ DNA ต้องมีปัญหาแน่ หร่วนหนานจือ ฉันอาจเข้าใจผิดคิดว่าคนอื่นเป็นเธอ"ฉันรู้ดีว่า "คนอื่น" นั้นหมายถึงฉันจากนั้น เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ "แต่ฉันจะจำเธอได้เสมอ""......"ฉันเม้มริมฝีปาก "นั่นเป็นเรื่องระหว่างคุณกับตระกูลเสิ่น โจวฟาง เราควรจะรักษาระยะห่างไว้บ้าง"ฉันไม่อยากทำให้ตัวเองเดือดร้อนอีกจริงๆพูดจบ ฉันไม่แม้แต่จะมองสีหน้าของเขา ดึงเจียงไหล แล้วเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงทันทีแม้ว่างานเลี้ยงต้อนรับนี้จะจัดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ก็ไม่ได้จัดแบบลวกๆ เลยแสงไฟที่ระยิบระยับและบรรยากาศที่หรูหรา บ่งบอกอย่างชัดเจนว่างานนี้ยิ่งใหญ่อลังการท่ามกลางชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งหลังจากรับเครื่องดื่มจากถาดของพนักงานเสิร์ฟ เจียงไหลมองมาที่ฉันด้วยความประหลาดใจ "เธอกลายเป็นคนไร้ความปรานีตั้งแต่เมื่อไหร่?""เจ๊คะ"ฉันยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ให้เธอ "แม้แต่คนโง่ที่สุดก็ยังเรียนรู้จากประสบการณ์ นอกจากนี้ สิ่งต่างๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป""ไม่เหมือนเดิมยังไง?""เมื่อก่อนฉันเคยถลำลึกลงไปแล้ว กว่าจะดึงตัวเองกลับมาได้ มันทั้งยากและเจ็บปวด

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 335

    "แค่ก..."เจียงไหลเห็นว่าฉันยังรับมือได้ แต่เธอเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหากับฉันจึงเงียบอยู่ตลอดในขณะนี้ คำพูดของโจวฟาง ทำให้ฉันอดไม่ได้และสำลักน้ำลายของตัวเองสำหรับฉันแล้ว แม่เสิ่นสามารถพูดจาเหน็บแนมฉันได้แม่ของเสินรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าโจวฟางกับคุณย่าโจว เธอไม่สามารถแสดงความไม่พอใจออกมาได้ เพราะต้องระวังมารยาทกับผู้ใหญ่ และทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความหงุดหงิด“ไอ้เด็กเวร!”ไม่ว่าคุณย่าโจวจะตามใจโจวฟางมากเพียงใด เธอก็ยังต้องรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ เธอจ้องเขม็งไปที่เขา “ใครสอนให้แกพูดแบบนั้น?”"ก็คุณย่าสอนผมนั่นแหละ"โจวฟางไม่ได้ใส่ใจและพูดว่า "เมื่อคุณเห็นความอยุติธรรม จงยื่นมือเข้ามาช่วย""......"คุณย่าโจวโกรธมากจนจ้องมองเขา แต่เธอไม่สามารถหาคำพูดมาโต้ตอบได้ใครก็ตามที่อยู่ตรงนั้น สามารถได้ยินว่าแม่เสิ่นตั้งใจหาเรื่อง และคำพูดที่เธอพูดออกมานั้นร้ายกาจเกินไปเสิ่นชิงหลี่ผู้ซึ่งเคยเงียบและขี้อายเสมอมา พูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสาและเบาบาง เมื่อถึงเวลาที่ต้องหยุดพูดถึงเรื่องนี้"แต่พี่อาฟาง คุณแม่ของฉันก็พูดไม่ผิดนะ เด็กผู้หญิงควรรักษาความบริสุทธิ์และซื่อสั

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 334

    เสิ่นชิงหลี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันนั้น อันตรายยิ่งกว่าฟู่จินอันที่เคยเจอเสียอีกฉันไม่อยากสร้างปัญหา[ทำไมคุณไม่ไปตรวจ DNA ด้วยล่ะ][หร่วนหนานจือ ตอบฉันหน่อย][หนีอีกแล้วเหรอ?]……บรรยากาศในห้องยังคงดูผ่อนคลายเหมือนเดิม แต่โทรศัพท์ของฉันยังคงส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความไม่หยุดฉันขมวดคิ้ว เปลี่ยนการตั้งค่าแชทของโจวฟางเป็นห้ามรบกวนแม้เสิ่นชิงหลี่ที่ยืนอยู่ตรงนี้ แต่เขาก็ยังคิดว่าฉันคือตัวจริงอยู่ดี“คุณหร่วน คุณเพิ่งหย่า แต่โทรศัพท์ของคุณกลับไม่หยุดสั่น”แม่เสิ่นสังเกตเห็นการกระทำของฉัน และพูดด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชัน "มูฟออนได้เร็วจริง ๆ เลยนะ"โจวฟางส่งเสียงเฮอะออกมา และกำลังจะระเบิดความโกรธออกมาในทันทีฉันไม่อยากยุ่งกับเขาในตอนนี้ ฉันจึงชิงพูดก่อน "โดยทั่วไปแล้ว ฉันไม่สามารถเทียบกับความเร็วของเสิ่นซิงหยูได้ พอฉันเพิ่งหย่าเสร็จ เธอก็หมั้นหมายกับอดีตสามีของฉันไปแล้ว"“…เธอ!”แม่เสิ่นจ้องฉันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อเธอจงใจจงใจทำให้ฉันอับอายต่อหน้าคนจำนวนมากการใช้คำพูดทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด มีใครบ้างที่ทำไม่ได้?คุณย่าโจวสังเกตเห็นบางอย่างและขมวดคิ้ว "หนานจือ งั้นอดีตสามีของเ

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 333

    แต่ทำไมฉันต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรเลยด้วยความคิดนี้ ฉันเงยหน้าขึ้นมองไปในทิศทางที่พวกเขาอยู่ หลังจากที่เสิ่นชิงหลี่กระโจนเข้าหาเขา เขาก็ลังเลเล็กน้อย ดูเหมือนไม่สบายใจและกลัวที่จะทำให้เสิ่นชิงหลี่เศร้าเขาจับแขนของเธอแล้วดึงออก เสียงของเขากลับเย็นชาเหมือนเดิม ไม่มีอารมณ์อะไร "วิ่งช้าๆ หน่อย""แต่ฉันคิดถึงคุณนะ"เสิ่นชิงหลี่เงยหน้าขึ้นมองเขา กระพริบตาปริบๆ ใบหน้าซีดขาวและท่าทางเหมือนกระต่ายตัวน้อย "เมื่อวานคุณออกไปแต่เช้า และฉันไม่ได้เจอคุณมาเกือบยี่สิบชั่วโมงแล้ว"นับกระทั่งชั่วโมงฉันรวบรวมความคิด ยิ้มมุมปากเล็กน้อย และเห็นสายตาของโจวฟางจ้องมองมาที่ฉันอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นว่าฉันสงบและไม่มีอารมณ์ใดๆ ดูเหมือนจะโกรธเล็กน้อยเขาปล่อยมือของเสิ่นชิงหลี่ แล้วยิ้มกวนๆ ทักทายกับคุณยายทั้งสองก่อน จากนั้นก็นั่งลงบนโซฟาตรงข้ามฉันอย่างขี้เกียจคุณย่าโจวมองเขาด้วยสายตาโกรธเคืองและพูด “ไอ้เด็กเวร ดูแลชิงหลี่ให้ดีกว่านี้ไม่ได้เหรอ เธอเพิ่งกลับมา...”"โอ้ย เธอกำลังพูดอะไรอยู่? ชิงหลี่อยู่ที่บ้านของเธอเอง เธอยังต้องการให้อาฟางดูแลเธออีกเหรอ?"คุณย่าเสิ่นยิ้มตอบ

  • ให้ตายเถอะ โยนอดีตสามีไปข้างหลังคนรักที่มิอาจเอื้อม เขาคลั่งไปแล้ว   บทที่ 332

    ฉันปลอบใจว่า "อาจจะเป็นเพราะเธอค่อนข้างขี้อาย? ในอนาคตยังมีเวลาอีกเยอะ ถ้าได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น คงจะดีขึ้นเอง""แต่ฉันรู้สึกเสมอว่ามีบางอย่างผิดปกติ"หญิงชรารู้สึกเสียใจเล็กน้อย “เด็กสาวคนนั้น ตอนเด็กๆ เป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ว่าคนคนหนึ่งจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เธอก็ไม่ควรกลายเป็นคนขี้อายได้ขนาดนี้…”ขณะที่ฉันกำลังจะพูด หญิงชราถอนหายใจและพูดว่า "ไม่เป็นไร ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่ดี เธอยังอยู่เมืองจิ่งเฉิงอยู่ไหม?"ฉันตอบตามตรง “อืม ฉันยังอยู่ค่ะ”“ดีมากเลย! ฉันจะส่งคนขับรถไปรับเธอ”หญิงชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม "คืนนี้ฉันกำลังวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับชิงหลี่ และฉันต้องการให้เธอมา ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรก็ตาม ฉันกับย่าโจวสวมเสื้อผ้าที่เธอออกแบบให้เราสำหรับช่วงตรุษจีน และหลายคนถามว่าสั่งจากที่ไหน ฉันจะใช้โอกาสนี้แนะนำเธอ สัญญาว่าเธอจะไม่ขาดลูกค้าไปทั้งปี!!"".....ดีจังค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า"ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตกลงทำข้อตกลงทางธุรกิจตั้งแต่ที่เลือกทำงานออกแบบชุดที่สั่งทำพิเศษแบบนี้ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดต่อกับคุณหญิงคุณนายจากตระกูลใหญ่ แม้ตอนนี

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status