10.00 น.
กริ๊งงงง กริ๊งงงง~
" ขิม.."
กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง
" โอ้ยขิม โทรศัพท์แก ! "
เสียงพรีมโวยวาย ก่อนจะดึงหัวตัวเองผงกขึ้นมาจากหมอนนุ่ม หน้ายับยู่ยี่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดสุดขีด ในขณะเสียงเจ้าของดังออกมาจากห้องน้ำ
" รับให้หน่อย ฉันอาบน้ำอยู่ ~"
" โอย..ใครโทรมา..คนยิ่งหลับสบายอยู่ นี่ก็เหมือนกัน ตั้งเสียงเรียกเข้าซะแก้วหูแทบแตก "
พรีมบ่นอุบปิดท้ายก่อนจะกดรับ แล้วมาชะงักตอนหลัง ด้วยน้ำเสียงนี้ ติ้ด!
" ฮัลโหล.."
( อรุณสวัสดิ์เด็กน้อย..)
" อ๊ะ.." สะตั้นอยู่สองวิ ดึงโทรศัพท์จากการแนบหูมาดูจอ พลางพึมพำ " ผู้ชาย.."
( ฮัลโหล ได้ยินมั้ย )
" คะ..ค่ะ ค่ะฟังอยู่ค่ะ "
และมาชะงักอีกทีก็ตอนเคลถาม
( คุณไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์ใช่ไหมครับ )
" อะ..อ่า..ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อน ยัยขิมอาบน้ำอยู่ "
( อ้อ..ชื่อขิมสินะ )
น่าทึ่งมากที่เขาจำเสียงเธอได้ ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักชื่อ
" ใช่..ค่ะ.. มีอะไรด่วนไหมคะ ฝากพรีมได้นะ เดี๋ยวพรีมจะบอกให้เองค่ะ "
( ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ไม่ได้สำคัญอะไร เอาเป็นว่าอีกครึ่งชั่วโมงผมจะโทรไปใหม่ ถึงตอนนั้นเพื่อนคุณคงสะดวกคุยกับผมพอดี)
" คะ?"
แล้วเขาก็วาง
**ติ้ด!**
" อะไรว้า.."
ทำเอาพรีมตาสว่าง นั่งงงเป็นเทวรูป จนกระทั่งเจ้าของตัวจริงเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ พรีมจ้องหน้า ตาไม่กระพริบ
" อะไร้.."
"..."
" มองอะไรของแก.."
ก่อนพรีมจะชูโทรศัพท์เธอขึ้นมาเขย่า
" ฉันจำเสียงไอ้แบงค์แฟนเก่าแกได้ มันไม่ใช่เสียงนี้ บอกมา..นี่ใคร "
" ผู้ชายโทรมาเหรอ.."
ทว่า ขิมกลับถามกลับ ไม่ได้สนใจท่าทางของพรีมเลยสักนิด
" เออ"
" เสียงทุ้มๆ เสียงแหบๆ ใช่ไหม "
" เออ"
นั่นเลยทำให้ขิมถลาเข้าไปคว้าโทรศัพท์คืนมาทันที พลางถาม..หน้าตาอยากรู้มาก
" เอามานี่ เขาบอกว่ายังไง"
" บอกอีกครึ่งชั่วโมงจะโทรมาใหม่ "
" โอเค ตามนั้น ฉันจะได้ปิดเครื่อง "
พลางหมุนตัวเดินหลีก แต่พรีมกับยื้อไว้
" เดี๋ยวอย่าเพิ่ง บอกมาก่อน..พ่อหนุ่มเสียงหวานคนนั้น..ใคร..แฟนแกเหรอ?"
ทว่าขิม..
" บอกทำไม บอกก็โง่ดิ "
แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอีกรอบ
" เฮ้ยยย"
ปัง!
" ฮ่าๆๆ"
**พั่บ!**
เสียงปิดโทรศัพท์แรงพอกับความหัวเสีย เคลโยนมันไปบนเบาะนั่งข้างๆคนขับ ก่อนจะเหยียบคันเร่งไปยังมหาลัยทันที
“ แสบจริงๆ “
พลางยิ้มขำกับตัวเอง หลังจากโทรไปแล้วขิมปิดเครื่อง เขารู้เธอจงใจ เพราะก่อนหน้านี้เขาบอกรูมเมทเธอไปแล้ว มันไม่ใช่เพราะเคลอยากจะเอาชนะเด็กคนนึงหรอกที่เขาลงทุนถึงขนาดนี้ เพียงแต่ว่าความติดนิสัยเคยชิน การพาพริ้ตตี้มานอน แล้วเลี้ยงดูจนเขามีสามี หรือ เลี้ยงจนตัวเองเบื่อนั้น มันเป็นเรื่องที่เขาทำมานับไม่ถ้วนแล้ว และแต่ละบุคคลเคลไม่เคยขอให้มาผลาญเงินเขาเลยสักครั้ง พวกเจ้าหล่อนนั่นแหละเสนอตัวให้เขาเอง ขุดสันดานแบบนี้ของผู้ชาย ทั้งๆที่มันควรจะอยู่ให้ลึกที่สุดออกมาเอง..
เหตุผลของความมักง่าย คนได้อ่านคงจะสงสัยว่าทำไม
.. ทำไมเคลถึงเป็นคนมักง่ายขนาดนี้ ...เปล่านะ เขาเปล่าข่มขืนใคร หรือ พรากผู้เยาว์ เขาไม่เคยทำอย่างนั้น และแม้แต่คิดจะทำ...ก็จะไม่มี ทว่า ความเหงา สถานะความเครียดในเรื่องของการเป็นพี่คนโต ภาระหลายๆอย่างที่รุมสุมให้คนๆเดียวอย่างเขาต้องดูแล มันทำให้เขาไม่มีเวลาพอที่จะมีแฟน อีกทั้งจุดด้อยที่ทำให้เขาฝังใจ มันก็มาจากเรื่องนี้นี่แหละ... แฟนทิ้งเขา เพราะเขาไม่มีเวลาให้กับเธอ วันนี้เคลก็เพียงคิด อยากจะดูแลใครสักคน ที่มันมาจากความรู้สึกจริงๆของเขาสักที นั่นก็คือ..สาวน้อยบ้านนอกคนนี้ ที่มีหน้าตาไม่ได้ต่างกันกับดาราในการที่เขาเคยคั่วมาเลยสักนิด
<strong>เอี๊ยด!</strong>
บริเวณหน้ามหาลัย มีรถคันนึงจอดเยื้ยงกัน แน่นอนแหละว่ามันต้องเป็นรถของเคล ที่มาดักรอขิม ซึ่งเดินมาแต่ไกลในชุด
...เอ่อ..
...กางเกงยีนส์เอวต่ำแฟชั่นเข่าขาดสีขาว ตัดกับเสื้อครอปเอวลอยสีเทา พร้อมกับรองเท้าผ้าใบขวัญใจเธออีกคู่หนึ่ง
“ เฮอะ..เด็กกะโปโลเอ๊ย..”
เคลส่ายหน้าขันเบาๆเมื่อเห็น ก่อนจะลงจากรถ ในขณะที่สาวร่างบางอย่างขิมยังไม่ทันสังเกตุ เดินผ่านรถเขาไปได้สักสามสี่ก้าวแล้ว
มาตกใจจริงๆก็ตอนที่เคลฉวยแขนไว้
“ น้องขิม..”
“ อ๊ะ!”
ด้วยความสูงที่ต่างกัน ทำเธอต้องเชยคางมอง ก่อนจะงงไก่ตาแตก
“ เฮ้ย คุณ...”
“ ครับผม “
“ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”
ขิมถามเสียงแหลม ตาเบิกกว้างจนเคลหลุดขำ ชี้ไปทางยานพหนะของตัวเอง
“ มากับรถ “
“ รู้แล้ว! คุณคงไม่เดินมาหรอกค่ะ “ ก่อนขิมจะแทรกเสียงฉุน “ แล้วมาทำไมคะ “
“ แวะมาทำธุระแถวนี้ ไม่คิดว่าจะมาเจอ บังเอิญจังเลยนะครับ...”
“ หืม...จริงเหรอ ”
ขิมถึงกับขมวดคิ้ว ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ ไปทานข้าวกันอีกไหม...ผมอยากกินอาหารแบบนั้นที่คุณสั่งอีก “
เคลตัดบทถาม พยายามหลีกเลี่ยง ทว่า ขิมกลับ ..
“ ไม่ล่ะคะ วันนี้หนูรีบ ขอตัว..”
หมุนตัวเดินต่อ เล่นเอาเคลถึงกับรนราน
“ เดี๋ยวๆ แล้วแผลหายดีแล้วเหรอ “
“ ยังค่ะ แต่จะทน “
“...”
“ ขอตัว...”
“ ไปกับผม ผมมีอะไรจะเสนอ คุณจะได้ไม่ต้องลำบากเดินแบบนี้ “
“ อะไรคะ “
“ มาเถอะน่า “
คราวนี้เคลไม่ปล่อยโอกาสให้ขิมได้เล่นตัวอีก เขายึดต้นแขนเธอไว้ทันทีในขณะพูด ก่อนจะใช้แรงบางส่วนลากเธอให้เดินตามมาที่รถ หลังจากมาถึง
“ อะไรคะ”
“ ทำงานกับผมไหม ผมมีตำแหน่งว่างอยู่ตำแหน่งนึง สามารถทำเป็นพาสไทม์ได้ โดยที่คุณไม่ต้องเสียการเรียน “
“ อะ..เอ๋.. งานอะไรคะ “
“ เป็นคู่ขาของผม “
**ผั๊วะ!!!**
“ โอ๊ย! อะไรของคุณเนี่ย! “
เสียงร้องนี้ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เคลนั่นแหละ ที่เผอิญโดนหมัดนิ่มชกเข้าไปตรงกลางเบ้า ก่อนจะถูกผลักอีกทีร่างถลาไปชนประตูรถ
ปึง!
“ ขอกันง่ายๆเลยเรอะ! คนบ้า!! “
ก่อนตัวคนทำจะถอยหลีก คราวนี้เคลไม่ได้ห้าม ปล่อยขิมเดินหายไปท่ามกลางกลุ่มคน นั่นเพราะไม่ใช่ว่าเขาเจ็บ แต่ทว่า...
“ ผู้หญิงอะไรวะเนี่ย...”
อึ้งรับประทานครับท่าน! สะตั้นอยู่พักนึง แล้วขึ้นรถไป
ฝั่งด้านของขิม ในขณะที่เธอเป็นฝ่ายเจ็บ เพราะเกิดชกผิดท่าไปหน่อยจนมือบอบช้ำ ทว่ากลับไม่ได้ทำให้เธอสะท้กสะท้านเท่ากับสีหน้าเธอในตอนนี้เลย ที่มันโกรธซะจนหาที่ลงไม่ได้ ถึงแม้จะเผลอคุมสติไม่ได้ ต่อยคนพูดไปแล้วก็เถอะ นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเย็นลงอยู่ดี
“ นี่เหรอ คนรวย ...ให้ตายเถอะ เห็นผู้หญิงเป็นของมีค่าเป็นไหมวะเนี่ย”
บ่นอุบเป็นหมีกินผึ้ง ก่อนเผลอเหลือบไปเห็นร้านๆนึง ที่ทำให้ขาเธอชะงัก
‘ รับสมัครพนักงานด่วน ‘
“ มีพาสไทม์ด้วยรึเนี่ย “
ได้โอกาสคนร้อนงานอย่างขิม ไม่สนใจสังขารแล้วในตอนนี้ หลังหันไปเห็นป้ายประกาศรับพนักงานอยู่ตรงกระจกหน้า และเขียนตัวใหญ่ๆว่า
...นักศึกษาฝึกงาน/รายชั่วโมงก็ทำได้....
เธอถึงกับเดินมึนเข้าไปทันที โดยไม่ต้องคิดเยอะ นั่นเพราะมันเป็นงานที่เธอถนัด สมัยตอนเรียนมัธยม เธอเคยเป็นคนเช็คของพวกนี้มาก่อน แถมเฝ้าล็อกเกอร์พวกที่มาใช้บรการยิ่งกว่าผู้รักษาความปลอดภัยโรงยิม พอมาเห็นแบบนี้ ก็มั่นใจทันทีว่าตัวเองนั้นทำได้ เลยไม่คิดจะตริตรองหรือรอช้าให้เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว
..กริ๊ง..
“ สวัสดีครับ ...”
ทว่า กลับตัองมาอ้าปากกับคนๆนี้ที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า แล้วมาหุบลงเป็นหน้างงในภายหลัง
“ ขิม! O.O “
“ พี่สปอร์ต O.O “
...ย้อนกลับไป 2 เดือนก่อน...
รักวัยใสที่เหมือนจะไปได้ด้วยดี กลับจบลงแบบไม่ทันได้เริ่ม หญิงร่างสูงโปร่งที่เป็นถึงนักบาสของโรงเรียนอย่างขิม ยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่บนดาดฟ้าอาคารเรียน นั่นเพราะวินาทีนั้นเธออกหัก เกิดพลาดไปจับได้ว่าแบงค์ แฟนรุ่นพี่ปีนึงของเธอ มีคนอื่น ..
...ซึ่ง ภาพนั้นคาหนังคาเขา เห็นชัดเต็มสองตาพอๆกับความเจ็บปวด...
หัวใจขิมถูกทำลายหลังจากนั้นทันที เธอไม่เคยคิดมาก่อน ว่าคนที่คบกันมามากกว่า 3 ปี จะทำแบบนี้ได้ ถึงมันจะเป็นรักของเด็กในสายตาผู้ใหญ่
รักที่ใครๆต่างพากันคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องสนุก ทว่า..สำหรับขิมแล้ว หากได้รักใครสักคน เธอรักหมดใจจริงๆ...
‘ พี่ไม่อยากขายเพื่อนนะขิม ‘
‘ บอกขิมมาเถอะนะพี่สปอร์ต ขิมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ‘
‘ ขิม...’
‘ ทำไมพี่แบงค์ถึงมีคนอื่น ทำไมถึงผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับขิมได้ ‘
และเชื่อไหมว่าความเจ็บปวด ที่เธอได้รับมาครานั้น มันไม่ได้มาแค่คำว่าอกหักเพียงอย่างเดียว แต่ทว่า .. มันกลับได้ความเกลียดชังแถมมาด้วย ผู้ชายคนนึง ที่พูดออกมาเต็มปากอย่างไม่ได้คิดจะให้เกียรติผู้หญิง ด้วยเหตุผลที่เขานั้นเลิก มันทำให้เธอแค้นฝั่งหุ่น ถึงขนาดอยู่แผ่นดินจังหวัดเดียวกันกับเขาไม่ได้
ซึ่งมันออกมาจากเพื่อนสนิทอย่างสปอร์ตประมาณว่า..
‘ มันบอกว่าขิมได้ยากกว่าคนนั้น ที่มันไปคบ ความสวย ความเด่น ก็น้อยกว่าด้วย ...’
‘ ฮึก...แค่นั้นน่ะเหรอคะ ...’
“ ขิม ...”
“...”
“ ขิม!!! “
“ คะ! ..คะ...”
“ เรียกตั้งหลายครั้งแล้วทำไมไม่ได้ยิน “
ก่อนเธอจะมาสะดุ้งอีกครั้ง เพราะถูกคนตรงหน้าเรียก
“ เอ่อ..ขอโทษค่ะ ขิมคิดอะไรเพลินไปหน่อย ตะกี้พี่สปอร์ตว่าอะไรนะคะ“
“ พี่ถามว่า เรามาทำอะไรที่นี่ “
“ มาเรียนค่ะ “
“ อันนั้นพี่รู้แล้ว หมายถึง ตรงนี้..และเวลานี้..”
สปอร์ตเลิกคิ้วเข้มขึ้น เหมือนรอคอยคำตอบ ก่อนจะมาชะงักก็ตอนนี้
“ มาสมัครงานค่ะ “
“ ห๊ะ ร้านขายอุปกรณ์กีฬาเนี่ยนะ!!!”
“ ค่ะ ^^ "
**...คาเฟ่ระแวกเดียวกัน ...**
สปอร์ตพาขิมมานั่งจิบกาแฟด้วยกัน นั่นหมายถึงการสานสัมพันธ์ใหม่ หลังจากห่างหายกันไปนาน แต่คราวนี้ไม่ใช่ในสถานะเพื่อนสนิทของแฟนนะ แต่มันคือพี่น้องคนละพ่อคนละแม่กัน
" คิดดีแล้วรึไง ถึงมาสมัครงานน่ะ "
ได้โอกาสตอนรอออเดอร์ที่สั่ง สปอร์ตก็ถามขิมทันที พลางขมวดคิ้วหลังจากได้คำตอบนี้
" ดีแล้วสิคะ พี่ถามทำไม มีอะไรรึเปล่า อย่าบอกนะว่าเขาไม่รับพนักงานผู้หญิงน่ะ "
" เปล่าครับ แต่เราน่ะเพิ่งจะเข้าปีหนึ่ง กิจกรรมก็เยอะแยะมากมาย ยังไม่มีเวลาหยุดตายตัว ตั้งใจเรียนก่อนไม่ดีกว่าเหรอ "
ในขณะประโยคนี้ของเขาทำขิมชะงักไปนิดนึงเหมือนกัน เธอเงียบไป ก่อนจะทำหน้าหงอย
" มันก็จริงอย่างที่พี่ว่า แต่ขิมไม่มีทางเลือก.."
" หมายความว่าไง ไม่มีทางเลือก "
" ขิมไม่มีเงินกินไปวันๆ นอกจากค่าเล่าเรียน แม่คำนวณมาแค่นั้น ไม่มีสิทธิ์ขอเพิ่ม "
เธอบอกตามความจริง ก้มหน้างุน รู้สึกถึงความขายหน้าที่มีนิดๆ
" อะไรกัน..ทำไมถึงขอไม่ได้ ลูกมาเรียนนะ ต้องมีเงินหนุนก่อนสิ ใช่ว่าจะมีทำงานได้เลยซะที่ไหน "
ในขณะที่คนตรงข้ามเหมือนกับฉุน ทว่าขิมกลับแทรกกลางคัน
" คือ..พี่สปอร์ต อันที่จริง ขิมดื้อมาเรียนเองค่ะ แม่ไม่ได้อยากให้มาตั้งแต่แรก.."
ห้ามทัพทันควัน เพราะไม่อยากให้ใครคิดไม่ดีกับแม่เธอ
" อ่าว... ไหงเป็นงั้นล่ะขิม "
"..."
ก่อนเธอจะเงียบไปในที่สุด แล้วก้มหน้างุนปริ่มๆจะร้องไห้แทน
" แม่ขิมไม่อยากให้มา แล้วขิมมาทำไม มหาลัยที่นั่นก็เยอะแยะไม่ใช่เหรอ.."
"..."
" หรือว่า..เรื่องไอ้แบงค์ "
" ฮึก.."
" ต้องใช่แน่ๆ "
จนกระทั่งสปอร์ตเป็นฝ่ายเงียบไปบ้างนั่นล่ะ เธอถึงจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมน้ำตา
" ฮึก.. พี่.."
" ขิมรักมันมากเลยเหรอ ผู้ชายนิสัยแบบนั้น "
" ขิมเจ็บใจ.."
" ไม่จริงหรอกขิม พี่ว่าขิมเปล่าเจ็บใจ แต่ขิมยังลืมมันไม่ได้มากกว่า.."
"..."
" เสียใจใช่มั้ย.. กับคำที่พี่บอกให้ฟังในวันนั้น "
เพราะความหยั่งรู้ของสปอร์ตแท้ๆ ที่ทำขิมพยักหน้ายอมรับ ก่อนจะถูกบีบมือด้วยอุ้งมือใหญ่เบาๆ
" เวลาจะเยียวยาเราได้เชื่อพี่ "
" ขอบคุณนะคะ.."
ซึ่งตอนนั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่พนักงานนำกาแฟมาเสิร์ฟพอดี
" อะ มาแล้ว กินกันก่อนดีกว่า หลังจากนี้ เดี๋ยวค่อยว่ากัน "
" ค่ะ "
" ว่าแต่ขิมมาที่นี่กับใคร? คนเดียวเหรอ "
" มากับเพื่อนค่ะ เพื่อนที่ซุ่มซ่ามไปชนพี่ตอนอยู่สนามบินวันนั้นไง "
" อ่ะ! ตกลงขิมหรอกเหรอ "
" คะ?"
" ตอนที่ชนวันนั้นน่ะ พี่ก็ว่าน่าจะใช่ แต่มานึกได้ ก็ตอนเดินมาไกลแล้ว ตอนนั้นรีบขึ้นเครื่องด้วย ..โทษทีนะ "
" อ่อ.. ไม่เป็นไรค่ะ ^^ " ขิมบอก พลางก้มลงไปดูดกาแฟปั่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานใหม่ สลับกันกับสปอร์ต " อร่อยดีนะคะ "
" ครับ ร้านประจำพี่น่ะ "
" จริงเหรอ?? สงสัยขิมต้องมาบ่อยๆละ "
" ทำไม.. อย่าบอกนะว่าอยากจะเจอพี่ "
" หะ??"
" ฮ่าๆๆ หยอก.. "
" โถ่เอ้ย ถ้าเรื่องนั้น ไม่ต้องมาเสียเงินที่ร้านกาแฟก็ได้หรอกมั้งคะ เพราะว่าเดี๋ยวพอขิมได้งานที่นั่น ขิมก็เจอพี่ทุกวันละ "
" หืม หมั่นใจจังเลยนะเรา ทำไมต้องเจอพี่ทุกวันด้วยล่ะ "
" เพราะว่าเดี๋ยวพี่จะต้องรับขิมเข้าทำงาน "
" ทำไมคนรับเราเข้าทำงานต้องเป็นพี่ด้วยล่ะ "
" ร้านนั่นน่ะเป็นของพ่อแม่พี่ไม่ใช่เหรอ พี่ย่อมมีสิทธ์อยู่แล้ว "
" อ้าว แล้วถ้าพี่ไม่รับ? "
" ขิมก็จะอ้อน จะไปนั่งเฝ้า จะรอจะตื้อจนกว่าพี่จะรับไง "
" เฮ้ย เอาจริงดิ "
" จริง ^^ "
ก่อนขิมจะหัวเราะร่า เพราะถูกสปอร์ตขยี้หัวเล่น
" นี่แน่ะ!...ร้ายจริงๆ "
" ฮ่าๆๆ"
กำลังใจด้วยค่ะ ขอ ขอ ขอ
...หอพัก...ประตูถูกเปิด" คืนนี้เลยรึคะ ได้เลยค่ะพี่ ไม่มีปัญหา.."ในขณะเสียงหวานของพรีมบ่นใส่โทรศัพท์ ก่อนจะชำเลืองมองขิมที่เดินเข้ามา ทว่ายังคงพูดต่อ ถึงขิมจะเริ่มขมวดคิ้วแล้วก็ตาม " อาทิตย์หน้า มหาลัยถึงเปิด ใช่ค่ะยังมีเวลาอีกเยอะ ""...."" หืม..ตรีมสีแดงรึคะ จัดไปค่ะ ""..."" ค่ะพี่ แล้วเจอกัน "**ติ้ด.**ก่อนจะกดวางหลังจากคุยเสร็จ เลิกคิ้วเชิงถามขิมประมาณว่าไปไหนมา" แผลหายเจ็บแล้วเหรอ "พลิกตัวจากทางนั่งมานอนคว่ำ ขิมส่ายหน้า พลางปลดเป้ออกจากหัวไหล่" ยังเจ็บนิดๆ ว่าแต่..แกคุยกับใครน่ะ "" กับพี่กระเทยคนนั้นน่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานกับพี่เขา "" ว่าไงนะ!"ขิมถึงกับบึ้งตึงหลังพรีมเอ่ยจบทันที" งานนั้นมัน.."" อย่าห้ามฉันเลยขิม ฉันต้องการเงิน "ในขณะที่พรีมแทรก ไม่เปิดโอกาสให้ขิมได้ขัดขวางเลย" แต่ที่บ้านแกเขาก็.."" ฉันอยากได้เงินมาซื้อของใช้ส่วนตัว รึของที่ฉันอยากจัได้น่ะ เงินที่พ่อให้ ..มันไม่พอ "ตอบหน้าตาเฉย ทำท่าทางเหมือนคนมีอีโก้ ไม่ใส่ใจอะไร ทั้งๆที่ขิมตอนนี้รู้สึกวิตกกังวลมาก ห่วงเพื่อนว่าอนาคตจะแย่ ถ้ายังไม่รู้จักแยกแยะแบบนี้" พรีม.. "" ไม่เอาน่าขิม "เจ้าของชื
วินาทีแรกที่รถมาจอด หลังจากพรีมนั่งเอามือจิกเข้าหากันจนเจ็บมาตลอดทางนั้น ความรู้สึกถัดมาต่อจากนั้นคือ .... หัวใจเธอเต้นแรงมาก... " ที่นี่..มันที่ไหนคะ.." ในขณะเสียงถามดังขึ้น คนถามยังก้มหน้าอยู่เลย เพราะภาพตรงหน้าที่เธอเห็นมันเป็นตึกคอนโดของคนพามาชัดๆ " ที่ๆเราจะดูดาวกันไงล่ะคะ " " ไม่ใช่ห้องพี่หรอกเหรอคะ " " หืม.." ก่อนคำถามนี้ของพรีมจะถูกขัดด้วยเสียงปิดเครื่องยนต์ และปลดเข็มขัดนิรภัย " ดูได้ค่ะ มองออกไปจากดาดฟ้าของตึกนี้ " " เหรอคะ.." ถึงแม้ว่าคำบอกเล่าของเขาจะน่านับถือ หรือมีเปอร์เซ็นเชื่อได้สักเท่าไหร่ เพราะรอยยิ้มเสมือนความจริงใจที่เขานั้นหยิบยื่นให้ทุกครั้งที่พูด ทว่า.. พรีมก็ยังคงถามใจตัวเองเหมือนเดิมอยู่ดี ...ทำไมแกไม่ทำตามหน้าที่ควรจะทำฮะ... แค่กินข้าวให้จบเมื่อครู่ ก็คงไม่ต้องมานั่งกดดันอยู่แบบนี้แล้ว ...นี่แกแพ้ความหล่อเขาจริงๆ อย่างที่ขิมเคยว่าไว้ใช่ไหม... " ครับผม.. โอเค ลงเลย " ก่อนจะรู้ตัวว่าความคิดตัวเองนั้น หมดความหมายไปก็ตอนที่รัลโ
" คุณ..เป็นใครน่ะ " เสียงอู้อี้ที่ผ่านการร้องไห้มานานถามขึ้น ในขณะเจ้าตัวใช้ผ้านวมพันร่างกาย ช้อนตาจากท่ากอดเข่าขึ้นมองเคลด้วยสภาพหัวยุ่ง "..." เคลถึงกับเงียบกริบไปไม่ถูก มองสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามีส่วนก่อตั้ง ไม่คิดว่ารัลโด้กับเพื่อนอีกสองคนจะทำถึงขนาดนี้ได้ สงสารจับใจ หดหู่จริงๆ " จะมาทำหนูอีกคน..." " เปล่าฮะ " รีบแทรกทันควัน ก่อนคนตรงหน้าจะเดาไปไกล " ผมมา... เอ่อ มาช่วยคุณ.." ถึงกับเสียงหาย เพราะอีกประโยคคำถามนี้ ที่พรีมเอ่ยมันออกมาพร้อมน้ำตา " ช่วย...ฮึก ช่วยทำไม " ก่อนร่างสูงในชุดลำลองดำทั้งชุดจะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พรีมทำท่าจะกระเถิบหนี ทว่า.. " ผมขอโทษ.." เคลกลับเอ่ยคำนี้ พร้อมอุ้งมือใหญ่ที่เข้าไปยื้อต้นแขน ทำเจ้าตัวชะงักกลางคันแล้วหันมามอง " ขะ ขอโทษทำไม.." " เอ่อ... คือ.." " คุณเป็นเพื่อนพวกนั้นเหรอ" พรีมชิงถา
" ไปแล้วนะแม่..หวัดดีค่ะ " เสียงใสแจ๋วดังขึ้น พร้อมหน้าที่จิ้มลิ้มของเธอโผล่เข้ามา ทำหญิงวัยกลางคนร่างอวบท้วมหันหลังกลับมามอง ในขณะหล่อนกำลังวุ่นวายกับการจัดกวาดบ้านอยู่ " เอ๋..นี่ลูกจะไปแล้วเหรอขิม " " ใช่ค่ะ " " ไหนบอกไฟล์ออกหกโมง นี่เพิ่งจะบ่ายสาม " " ขิมนัดพรีมเอาไว้ค่ะ " " หืม..แม่ไม่ยักรู้ พรีมจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพด้วย นึกว่าลูกไปคนเดียวซะอีก" " ยัยนั่นเพิ่งจะมาเปลี่ยนใจเอาเมื่อคืนน่ะค่ะ " " อีกแล้วเหรอ..พรีมเป็นแบบนี้ตลอด ชอบทำอะไรฉุกละหุก " แม่เธอบ่น ในขณะขิมเองก็ถอนหายใจ เลิกคิ้วขึ้น บ่งบอกถึงความหน่าย และเห็นด้วย " งั้นจะเป็นเพื่อนขิมได้เหรอคะ..เฮ้อ.." " อืม ถึงเมื่อไหร่ ก็โทรหาแม่ด้วยละกัน " " ได้ค่ะ ไปแล้วนะคะ " " บุญรักษาจ้ะ ^^" ถัดจากแม่ของเธอ ก็มาเจอด่านของพี่ชาย ซึ่งถอดเสื้อเหลือบ็อกเซอร์ตัวเดียวนอนแผ่อ้าซ่าอยู่ พอเธอเดินผ่าน " มองไม่เห็นหัวเฮียรึนะอิเตี้ย!" " แม่...ดู.." เธอ
สรุป..มีที่ลงคือร้านก๊วยเตี๋ยว พรีมปรับอารมณ์ไม่ทันกับขิมเลยจริงๆ ที่ตอนนี้ซัดเอาๆ มากกว่าหนึ่งถ้วยเข้าไปแล้ว " เดี๋ยว..คืออะไร ไหนบอกจะประหยัด " นั้นเลยทำให้เธอเผลอไปฉวยมือที่ถือตะเกียบอยู่ของขิมไว้อย่างช่วยไม่ได้ เพราะมันคาใจ " อาใยเย่า! อินๆ ไอเออะ!" " โอโห..คุณเพื่อน มีความเป็นกุลสตรีบ้างไหมนี่ " คิดจะหาเรื่อง แต่กลับต้องมาอมยิ้มแทน พลางถาม ก่อนคนถูกถามจะกลืนคำเบอเร่อลงคอ. " อึก! บ่นไร..ฉันบอกให้กินๆไปเถอะ หายากนะโอกาสที่ฉันจะกินเยอะแบบนี้.." แล้วกินต่อ.. " เดี๋ยว.." แต่เหมือนพรีมจะไม่ยอม เธอยื้อเอาไว้อีกรอบ พร้อมยักคิ้วตัดสินใจถาม " เรื่องไอ้แบงค์ใช่ปะ " " อะไร! " ทำขิมชะงักกลางคัน และเริ่มหน้าเหวอ " แกอกหักจากมันเลยมาเรียนที่นี่ใช่ปะ " เงียบไปในที่สุด ลดมือลงมากวนเส้นในชามเล่น พลางก้มหน้า.. " อย่าเผือก.." " ไม่เอาน่าขิม ฉันเพื่อนแกน่ะเว้ย บอกฉันได้ทุกเรื่อง ทำไมจะไม่รู้ "
ปี้นนนน!!ตุบ!"........"เอี๊ยดดดดด!รถเก๋งคันหรูหักพวงมาลัยกะทันหัน ก่อนจะเบรคลากล้อก็ตอนที่เลยไปไกลแล้วขิมนั่งจุกอยู่ข้างฟุตบาท มือข้างหนึ่งของเธอกุมท้องไว้ หน้ายับยู่ยี่เพราะความเจ็บปวดท่ามกลางผู้คนที่เริ่มจะหันมามอง" หนูเป็นอะไรรึเปล่า "เพียงรถเฉี่ยวเท่านั้น ทว่า ทำไมเจ็บจัง.. รึอาจจะเป็นเพราะว่าก้นจ้ำเบ้าเอาเต็มแรง เลยทำเธอให้ข้อศอกไปกระแทกถนน" ไม่เท่าไหร่ค่ะ "ยกแผลขึ้นมาดูก่อนจะซู้ดลมเข้าปาก เงยหน้าขึ้นไปมองรถคันต้นเหตุ พลางยันตัวเองลุกขึ้น" นั่นไงเขามาแล้ว " ในขณะป้าคนเดิมชี้ไปทางนั้น " คงมาดูอาการ ไปหาหมอซะนะลูก "ก่อนป้าแกจะเดินจากไป ปล่อยให้ขิมยืนงงอยู่คนเดียว จนกระทั่งคู่กรณีเดินมาถึง" เป็นอะไรรึเปล่าครับ "เสียงทุ่มนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าแปลก บวกกับโคโลญจน์อ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเสื้อของเขาให้ขิมได้กลิ่นเบาๆนั้น ...เชื่อไหมขิมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเลย... ไม่ใช่เพราะความเขินหรอกนะ ตรงนี้เธอรู้ดี .. ถ้าให้หาเหตุผล เธอว่า..มันคงจะเป็นเพราะเขาสมาร์ทเกินไปมากกว่า" ว่าไง เป็นอะไรเหรอเปล่า ผมต้องรีบไปประชุม"" เอ่อ.."ทว่า..ประโยคคำถามใหม่นี้ทำเธอเลี่ยงที่จะเงยหน้าขึ้นไม่ได้
นับตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ขิมยังไม่เคยโดนคนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งวันกระเตงเธอขึ้นบ่าแบบนี้เลย ...หมอนี่คือคนแรก .. แถมยังอุ้มซะสำเร็จด้วย เพราะเธอดิ้นไม่ได้จนกระทั่งมาถึงที่หมาย ตุบ! คือรถคันเดิม ที่เธอปีนขึ้นมาเมื่อเช้า " โอ้ยเจ็บนะ " " กระแทกกับเบาะแค่ทำเป็นร้อง ถ้าร่วงหล่นพื้นเมื่อกี้จะหนาว หนักแทบตาย ดิ้นอยู่ได้ " เคลบ่นอุบ ก่อนจะปิดประตูใส่ ไม่ทันที่ขิมจะโวยคืน " แล้ว.." ปัง! " อ๊ะ " เล่นเอาร่างงามเจ้าของแผลถึงกับเงิบ มาต่ออีกทีก็ตอนที่เขาขึ้นมานั่งอีกฝั่งนึงข้ามแล้ว " แล้วใครสั่งให้คุณอุ้มเล่า!" " ไม่มี!" " ก็แล้ว..." เอิ่ม ดูคำตอบเขาสิ แบบนี้ขิมจะไปถูกได้ยังไง ทำเอาเจ้านางขากรรไกรค้าง เงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนมานั่งกอดอกแทน แล้วมาอ้าปากค้างอีกที เพราะประโยคนี้ " รัดเข็มขัดด้วย" " ห๊ะ.." " ผมหิวข้าว เผื่อผมโมโหคันข้างหน้า เผลอเหยียบเบรคกะทันหันเข้า " ..หมอนี่นี่มัน...
" คุณ..เป็นใครน่ะ " เสียงอู้อี้ที่ผ่านการร้องไห้มานานถามขึ้น ในขณะเจ้าตัวใช้ผ้านวมพันร่างกาย ช้อนตาจากท่ากอดเข่าขึ้นมองเคลด้วยสภาพหัวยุ่ง "..." เคลถึงกับเงียบกริบไปไม่ถูก มองสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามีส่วนก่อตั้ง ไม่คิดว่ารัลโด้กับเพื่อนอีกสองคนจะทำถึงขนาดนี้ได้ สงสารจับใจ หดหู่จริงๆ " จะมาทำหนูอีกคน..." " เปล่าฮะ " รีบแทรกทันควัน ก่อนคนตรงหน้าจะเดาไปไกล " ผมมา... เอ่อ มาช่วยคุณ.." ถึงกับเสียงหาย เพราะอีกประโยคคำถามนี้ ที่พรีมเอ่ยมันออกมาพร้อมน้ำตา " ช่วย...ฮึก ช่วยทำไม " ก่อนร่างสูงในชุดลำลองดำทั้งชุดจะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พรีมทำท่าจะกระเถิบหนี ทว่า.. " ผมขอโทษ.." เคลกลับเอ่ยคำนี้ พร้อมอุ้งมือใหญ่ที่เข้าไปยื้อต้นแขน ทำเจ้าตัวชะงักกลางคันแล้วหันมามอง " ขะ ขอโทษทำไม.." " เอ่อ... คือ.." " คุณเป็นเพื่อนพวกนั้นเหรอ" พรีมชิงถา
วินาทีแรกที่รถมาจอด หลังจากพรีมนั่งเอามือจิกเข้าหากันจนเจ็บมาตลอดทางนั้น ความรู้สึกถัดมาต่อจากนั้นคือ .... หัวใจเธอเต้นแรงมาก... " ที่นี่..มันที่ไหนคะ.." ในขณะเสียงถามดังขึ้น คนถามยังก้มหน้าอยู่เลย เพราะภาพตรงหน้าที่เธอเห็นมันเป็นตึกคอนโดของคนพามาชัดๆ " ที่ๆเราจะดูดาวกันไงล่ะคะ " " ไม่ใช่ห้องพี่หรอกเหรอคะ " " หืม.." ก่อนคำถามนี้ของพรีมจะถูกขัดด้วยเสียงปิดเครื่องยนต์ และปลดเข็มขัดนิรภัย " ดูได้ค่ะ มองออกไปจากดาดฟ้าของตึกนี้ " " เหรอคะ.." ถึงแม้ว่าคำบอกเล่าของเขาจะน่านับถือ หรือมีเปอร์เซ็นเชื่อได้สักเท่าไหร่ เพราะรอยยิ้มเสมือนความจริงใจที่เขานั้นหยิบยื่นให้ทุกครั้งที่พูด ทว่า.. พรีมก็ยังคงถามใจตัวเองเหมือนเดิมอยู่ดี ...ทำไมแกไม่ทำตามหน้าที่ควรจะทำฮะ... แค่กินข้าวให้จบเมื่อครู่ ก็คงไม่ต้องมานั่งกดดันอยู่แบบนี้แล้ว ...นี่แกแพ้ความหล่อเขาจริงๆ อย่างที่ขิมเคยว่าไว้ใช่ไหม... " ครับผม.. โอเค ลงเลย " ก่อนจะรู้ตัวว่าความคิดตัวเองนั้น หมดความหมายไปก็ตอนที่รัลโ
...หอพัก...ประตูถูกเปิด" คืนนี้เลยรึคะ ได้เลยค่ะพี่ ไม่มีปัญหา.."ในขณะเสียงหวานของพรีมบ่นใส่โทรศัพท์ ก่อนจะชำเลืองมองขิมที่เดินเข้ามา ทว่ายังคงพูดต่อ ถึงขิมจะเริ่มขมวดคิ้วแล้วก็ตาม " อาทิตย์หน้า มหาลัยถึงเปิด ใช่ค่ะยังมีเวลาอีกเยอะ ""...."" หืม..ตรีมสีแดงรึคะ จัดไปค่ะ ""..."" ค่ะพี่ แล้วเจอกัน "**ติ้ด.**ก่อนจะกดวางหลังจากคุยเสร็จ เลิกคิ้วเชิงถามขิมประมาณว่าไปไหนมา" แผลหายเจ็บแล้วเหรอ "พลิกตัวจากทางนั่งมานอนคว่ำ ขิมส่ายหน้า พลางปลดเป้ออกจากหัวไหล่" ยังเจ็บนิดๆ ว่าแต่..แกคุยกับใครน่ะ "" กับพี่กระเทยคนนั้นน่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานกับพี่เขา "" ว่าไงนะ!"ขิมถึงกับบึ้งตึงหลังพรีมเอ่ยจบทันที" งานนั้นมัน.."" อย่าห้ามฉันเลยขิม ฉันต้องการเงิน "ในขณะที่พรีมแทรก ไม่เปิดโอกาสให้ขิมได้ขัดขวางเลย" แต่ที่บ้านแกเขาก็.."" ฉันอยากได้เงินมาซื้อของใช้ส่วนตัว รึของที่ฉันอยากจัได้น่ะ เงินที่พ่อให้ ..มันไม่พอ "ตอบหน้าตาเฉย ทำท่าทางเหมือนคนมีอีโก้ ไม่ใส่ใจอะไร ทั้งๆที่ขิมตอนนี้รู้สึกวิตกกังวลมาก ห่วงเพื่อนว่าอนาคตจะแย่ ถ้ายังไม่รู้จักแยกแยะแบบนี้" พรีม.. "" ไม่เอาน่าขิม "เจ้าของชื
10.00 น.กริ๊งงงง กริ๊งงงง~" ขิม.."กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง" โอ้ยขิม โทรศัพท์แก ! "เสียงพรีมโวยวาย ก่อนจะดึงหัวตัวเองผงกขึ้นมาจากหมอนนุ่ม หน้ายับยู่ยี่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดสุดขีด ในขณะเสียงเจ้าของดังออกมาจากห้องน้ำ" รับให้หน่อย ฉันอาบน้ำอยู่ ~"" โอย..ใครโทรมา..คนยิ่งหลับสบายอยู่ นี่ก็เหมือนกัน ตั้งเสียงเรียกเข้าซะแก้วหูแทบแตก "พรีมบ่นอุบปิดท้ายก่อนจะกดรับ แล้วมาชะงักตอนหลัง ด้วยน้ำเสียงนี้ ติ้ด!" ฮัลโหล.."( อรุณสวัสดิ์เด็กน้อย..)" อ๊ะ.." สะตั้นอยู่สองวิ ดึงโทรศัพท์จากการแนบหูมาดูจอ พลางพึมพำ " ผู้ชาย.."( ฮัลโหล ได้ยินมั้ย )" คะ..ค่ะ ค่ะฟังอยู่ค่ะ "และมาชะงักอีกทีก็ตอนเคลถาม( คุณไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์ใช่ไหมครับ )" อะ..อ่า..ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อน ยัยขิมอาบน้ำอยู่ "( อ้อ..ชื่อขิมสินะ )น่าทึ่งมากที่เขาจำเสียงเธอได้ ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักชื่อ" ใช่..ค่ะ.. มีอะไรด่วนไหมคะ ฝากพรีมได้นะ เดี๋ยวพรีมจะบอกให้เองค่ะ "( ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ไม่ได้สำคัญอะไร เอาเป็นว่าอีกครึ่งชั่วโมงผมจะโทรไปใหม่ ถึงตอนนั้นเพื่อนคุณคงสะดวกคุยกับผมพอดี)" คะ?"แล้วเขาก็วาง**ติ้ด!**" อะไรว้า.."ทำเอาพรีมตาสว่
นับตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ขิมยังไม่เคยโดนคนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งวันกระเตงเธอขึ้นบ่าแบบนี้เลย ...หมอนี่คือคนแรก .. แถมยังอุ้มซะสำเร็จด้วย เพราะเธอดิ้นไม่ได้จนกระทั่งมาถึงที่หมาย ตุบ! คือรถคันเดิม ที่เธอปีนขึ้นมาเมื่อเช้า " โอ้ยเจ็บนะ " " กระแทกกับเบาะแค่ทำเป็นร้อง ถ้าร่วงหล่นพื้นเมื่อกี้จะหนาว หนักแทบตาย ดิ้นอยู่ได้ " เคลบ่นอุบ ก่อนจะปิดประตูใส่ ไม่ทันที่ขิมจะโวยคืน " แล้ว.." ปัง! " อ๊ะ " เล่นเอาร่างงามเจ้าของแผลถึงกับเงิบ มาต่ออีกทีก็ตอนที่เขาขึ้นมานั่งอีกฝั่งนึงข้ามแล้ว " แล้วใครสั่งให้คุณอุ้มเล่า!" " ไม่มี!" " ก็แล้ว..." เอิ่ม ดูคำตอบเขาสิ แบบนี้ขิมจะไปถูกได้ยังไง ทำเอาเจ้านางขากรรไกรค้าง เงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนมานั่งกอดอกแทน แล้วมาอ้าปากค้างอีกที เพราะประโยคนี้ " รัดเข็มขัดด้วย" " ห๊ะ.." " ผมหิวข้าว เผื่อผมโมโหคันข้างหน้า เผลอเหยียบเบรคกะทันหันเข้า " ..หมอนี่นี่มัน...
ปี้นนนน!!ตุบ!"........"เอี๊ยดดดดด!รถเก๋งคันหรูหักพวงมาลัยกะทันหัน ก่อนจะเบรคลากล้อก็ตอนที่เลยไปไกลแล้วขิมนั่งจุกอยู่ข้างฟุตบาท มือข้างหนึ่งของเธอกุมท้องไว้ หน้ายับยู่ยี่เพราะความเจ็บปวดท่ามกลางผู้คนที่เริ่มจะหันมามอง" หนูเป็นอะไรรึเปล่า "เพียงรถเฉี่ยวเท่านั้น ทว่า ทำไมเจ็บจัง.. รึอาจจะเป็นเพราะว่าก้นจ้ำเบ้าเอาเต็มแรง เลยทำเธอให้ข้อศอกไปกระแทกถนน" ไม่เท่าไหร่ค่ะ "ยกแผลขึ้นมาดูก่อนจะซู้ดลมเข้าปาก เงยหน้าขึ้นไปมองรถคันต้นเหตุ พลางยันตัวเองลุกขึ้น" นั่นไงเขามาแล้ว " ในขณะป้าคนเดิมชี้ไปทางนั้น " คงมาดูอาการ ไปหาหมอซะนะลูก "ก่อนป้าแกจะเดินจากไป ปล่อยให้ขิมยืนงงอยู่คนเดียว จนกระทั่งคู่กรณีเดินมาถึง" เป็นอะไรรึเปล่าครับ "เสียงทุ่มนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าแปลก บวกกับโคโลญจน์อ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเสื้อของเขาให้ขิมได้กลิ่นเบาๆนั้น ...เชื่อไหมขิมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเลย... ไม่ใช่เพราะความเขินหรอกนะ ตรงนี้เธอรู้ดี .. ถ้าให้หาเหตุผล เธอว่า..มันคงจะเป็นเพราะเขาสมาร์ทเกินไปมากกว่า" ว่าไง เป็นอะไรเหรอเปล่า ผมต้องรีบไปประชุม"" เอ่อ.."ทว่า..ประโยคคำถามใหม่นี้ทำเธอเลี่ยงที่จะเงยหน้าขึ้นไม่ได้
สรุป..มีที่ลงคือร้านก๊วยเตี๋ยว พรีมปรับอารมณ์ไม่ทันกับขิมเลยจริงๆ ที่ตอนนี้ซัดเอาๆ มากกว่าหนึ่งถ้วยเข้าไปแล้ว " เดี๋ยว..คืออะไร ไหนบอกจะประหยัด " นั้นเลยทำให้เธอเผลอไปฉวยมือที่ถือตะเกียบอยู่ของขิมไว้อย่างช่วยไม่ได้ เพราะมันคาใจ " อาใยเย่า! อินๆ ไอเออะ!" " โอโห..คุณเพื่อน มีความเป็นกุลสตรีบ้างไหมนี่ " คิดจะหาเรื่อง แต่กลับต้องมาอมยิ้มแทน พลางถาม ก่อนคนถูกถามจะกลืนคำเบอเร่อลงคอ. " อึก! บ่นไร..ฉันบอกให้กินๆไปเถอะ หายากนะโอกาสที่ฉันจะกินเยอะแบบนี้.." แล้วกินต่อ.. " เดี๋ยว.." แต่เหมือนพรีมจะไม่ยอม เธอยื้อเอาไว้อีกรอบ พร้อมยักคิ้วตัดสินใจถาม " เรื่องไอ้แบงค์ใช่ปะ " " อะไร! " ทำขิมชะงักกลางคัน และเริ่มหน้าเหวอ " แกอกหักจากมันเลยมาเรียนที่นี่ใช่ปะ " เงียบไปในที่สุด ลดมือลงมากวนเส้นในชามเล่น พลางก้มหน้า.. " อย่าเผือก.." " ไม่เอาน่าขิม ฉันเพื่อนแกน่ะเว้ย บอกฉันได้ทุกเรื่อง ทำไมจะไม่รู้ "
" ไปแล้วนะแม่..หวัดดีค่ะ " เสียงใสแจ๋วดังขึ้น พร้อมหน้าที่จิ้มลิ้มของเธอโผล่เข้ามา ทำหญิงวัยกลางคนร่างอวบท้วมหันหลังกลับมามอง ในขณะหล่อนกำลังวุ่นวายกับการจัดกวาดบ้านอยู่ " เอ๋..นี่ลูกจะไปแล้วเหรอขิม " " ใช่ค่ะ " " ไหนบอกไฟล์ออกหกโมง นี่เพิ่งจะบ่ายสาม " " ขิมนัดพรีมเอาไว้ค่ะ " " หืม..แม่ไม่ยักรู้ พรีมจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพด้วย นึกว่าลูกไปคนเดียวซะอีก" " ยัยนั่นเพิ่งจะมาเปลี่ยนใจเอาเมื่อคืนน่ะค่ะ " " อีกแล้วเหรอ..พรีมเป็นแบบนี้ตลอด ชอบทำอะไรฉุกละหุก " แม่เธอบ่น ในขณะขิมเองก็ถอนหายใจ เลิกคิ้วขึ้น บ่งบอกถึงความหน่าย และเห็นด้วย " งั้นจะเป็นเพื่อนขิมได้เหรอคะ..เฮ้อ.." " อืม ถึงเมื่อไหร่ ก็โทรหาแม่ด้วยละกัน " " ได้ค่ะ ไปแล้วนะคะ " " บุญรักษาจ้ะ ^^" ถัดจากแม่ของเธอ ก็มาเจอด่านของพี่ชาย ซึ่งถอดเสื้อเหลือบ็อกเซอร์ตัวเดียวนอนแผ่อ้าซ่าอยู่ พอเธอเดินผ่าน " มองไม่เห็นหัวเฮียรึนะอิเตี้ย!" " แม่...ดู.." เธอ