" คุณ..เป็นใครน่ะ "
เสียงอู้อี้ที่ผ่านการร้องไห้มานานถามขึ้น
ในขณะเจ้าตัวใช้ผ้านวมพันร่างกาย ช้อนตาจากท่ากอดเข่าขึ้นมองเคลด้วยสภาพหัวยุ่ง
"..."
เคลถึงกับเงียบกริบไปไม่ถูก มองสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามีส่วนก่อตั้ง ไม่คิดว่ารัลโด้กับเพื่อนอีกสองคนจะทำถึงขนาดนี้ได้ สงสารจับใจ หดหู่จริงๆ
" จะมาทำหนูอีกคน..."
" เปล่าฮะ "
รีบแทรกทันควัน ก่อนคนตรงหน้าจะเดาไปไกล
" ผมมา... เอ่อ มาช่วยคุณ.."
ถึงกับเสียงหาย เพราะอีกประโยคคำถามนี้ ที่พรีมเอ่ยมันออกมาพร้อมน้ำตา
" ช่วย...ฮึก ช่วยทำไม "
ก่อนร่างสูงในชุดลำลองดำทั้งชุดจะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พรีมทำท่าจะกระเถิบหนี ทว่า..
" ผมขอโทษ.."
เคลกลับเอ่ยคำนี้ พร้อมอุ้งมือใหญ่ที่เข้าไปยื้อต้นแขน ทำเจ้าตัวชะงักกลางคันแล้วหันมามอง
" ขะ ขอโทษทำไม.."
" เอ่อ... คือ.."
" คุณเป็นเพื่อนพวกนั้นเหรอ"
พรีมชิงถาม ปริ่มๆเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะร้องจริงๆก็ตอนเคลตอบ
" ใช่..ครับ "
หน้าสลดไม่ต่างกัน ก่อนจะยื่นมือไปปาดน้ำตาให้ แล้วบังคับหัวเธอเข้ามาซบไหล่
" ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะ "
" ฮึก..ฮือๆ "
เคลเงียบไปอึดใจหนึ่ง เสมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างเพื่อความแน่ใจ แล้วตัดใจพูดคำนี้ออกมา ที่ทำหัวใจพรีมพองโต
" ต่อไปนี้..ผมจะดูแลคุณเอง "
ทว่า.. ความหมายมันคนละอย่างกัน เคลแค่เอ็นดู ทว่าพรีม
" ฮึก..."
คิดไปไกลแล้ว และเอ่ยคำนี้ออกมา ที่ทำให้พรีมสะอื้นไห้หนักกว่าเดิม
" ใส่เสื้อผ้านะ"
"..."
" บ้านคุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปส่ง "
ก่อนจะผงะจากกัน เป็นอันว่าเข้าใจ
" ..."
" ผมไปรอห้องรับแขกนะ "
เคลบอก ก่อนพรีมจะพยักหน้าหงึกหงัก
" ค่ะ.."
...เที่ยงเศษๆ...
รถคันหรูแล่นมาจอดเทียบป้ายมหาลัย ก่อนพรีมจะยกมือไหว้คนขับ เคลถึงกลับขมวดคิ้ว ตัดสินใจถาม ทนไม่ไหวต่อความสงสัยที่เก็บไว้มานาน
" น้องพรีมอยู่หอพักในนี้น่ะรึครับ "
ก่อนสาวเจ้าจะพยักหน้าเบาๆแล้วยิ้ม
" ใช่ค่ะ "
นั่นสร้างความสงสัยให้เคลอีกประมาณนึง ...อย่าบอกนะว่ามาจากต่างจังหวัดอีก...
" พรีมมาจากต่างจังหวัดค่ะพี่เคล "
" หืม.."
และก็จริงด้วย เคลถึงกับเปลี่ยนสีหน้าทันทีทันใด เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าหนักๆ เป็นอันว่าเข้าใจ ซึ่งอันที่จริง เขาอยากจะสัมภาษณ์เธอต่อมากกว่า ทว่า..ดูจากอารมณ์ของพรีมแล้ว... อย่าเลย...
" มีอะไรให้ช่วยก็โทรหาพี่ได้ตลอดเวลานะครับพรีม อย่าเสียใจนานนักนะ เดี๋ยวหน้าจะโทรมเอา "
ก่อนแกมสั่งแกมแหย่ ในขณะที่พรีมปลดเข็มขัดออก
" ขอบคุณนะคะ "
แล้วลงจากรถไป
" คุ้นจริงวะ .."
ซึ่งนั่นไม่ได้ทำเคลนั้นหายสงสัยเลย เขายังไม่เหยียบคันเร่งออก จนกว่าแผ่นหลังนั่นจะลับตา ส่วนในสมองครุ่นคิด ...ทำไมอยู่ดีๆ เขาเกิดนึกถึงผู้หญิงคนนึงขึ้นมา คนที่มีประวัติคล้ายๆแบบนี้...
" เห้ย ไม่ใช่หรอกมั้ง..แค่เรียนที่เดียวกันน่า "
เหยียบคันเร่งออก หลังจากพึมพำกับตัวเองอยู่นาน เพื่อจะบึ่งไปหาสามคนนั่น
...ฝั่งทางด้านพรีม ...
หลังจากเดินมาถึงห้อง เธอหยุดขาตัวเองพักหนึ่ง ก่อนจะจัดแจงชุดสีแดงตัวเดิมให้เข้าที่ พร้อมทรงผมที่มัดมาลวกๆให้หายยุ่งเหยิง จากนั้นก็ทำการเคาะประตู และแสร้งทำตัวให้ปกติที่สุด
ก็อก ก็อก ก็อก
แอด...
จนกระทั่งบานประตูเปิดออก
" แฮ่... ^^ "
" พรีม!!! แกหายไปไหนมา! "
พร้อมกับหน้าจิ้มลิ้มของเพื่อนสนิทที่โผล่ออกมาแล้วหน้าตาตื่นภายหลัง
" ใจเย็นๆขิม ใจเย็นๆ "
เธอดึงพรีมเข้ามาในห้องพร้อมปิดประตูลงเต็มกำลัง ก่อนจะทำการตรวจเช็คร่างกาย และพ่นคำถามใส่พอๆกับปืนกล
" ไปไหนมา ทำไมถึงกลับเอาป่านนี้ "
ชนิดที่ว่ากระสุนหมดแม็กแล้วก็ยังจะใส่ใหม่
" เดี๋ยวสิ ขอฉันนั่งพักก่อน "
ในที่พรีมแถ ทำทีหาที่นั่ง ถ่วงเวลาไว้ อันที่จริงท้องเธอน่ะหน่วง
" แกเป็นอะไรน่ะ "
ซึ่งนั่นทำขิมงงไม่เบา
" เปล่า แค่เดินมาเหนื่อย"
" หืม เดินมาจากไหน "
" หน้ามหาลัยน่ะ "
" มากับใคร ใครมาส่ง "
ก่อนขิมจะพ่นคำถามนี้ จับแขนจับมือด้วยความเป็นห่วง ได้ทีพรีมยิ้มกว้าง ถือโอกาสตรงนั้นพูด
" กับแฟนน่ะ แฟนมาส่ง.. ^^"
ซึ่งทำเอาคนฟังอย่างขิมถึงกับชะงัก ขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม แล้วถามเสียงหาย
" แฟน... มีตอนไหนวะ..."
" ขออาบน้ำก่อนได้มะ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง.."
จบประโยคปล่อยขิมค้างนั้น เธอก็วิ่งเข้าห้องน้ำทันที
..น่าแปลก เมื่อคืนขิมเจอเรื่องร้ายๆมาขนาดนี้ บ่ายนี้กลับยิ้มได้...
... หรือนี่เธอจะทำใจได้แล้ว เลยไม่คิดจะเล่าเรื่องที่ตัวเองพลาดมาให้เพื่อนสนิท..ฟัง...
สิบห้านาทีหลังจากนั้น พรีมออกมาจากห้องน้ำ รอยแดงจ้ำช้ำเลือดที่เกาะตามเนินอกนั้นทำขิมถึงกับตกใจ เธอเผลอลุกขึ้นมาจากท่านอน ดีดตัวยิ่งกว่าสปริงเหล็กในเบาะซะอีก
" พรีม.. นั่นแก.."
" หืม.."
ก่อนเจ้าตัวจะเบิกตากว้างอึดใจนึงตอนก้มลงไปมอง แล้วเห็นมันชัดเจน ลืมตัวไปเสียสนิทกับเรื่องที่เกิดขึ้น จะปิดตอนนี้ก็คงไม่ทัน ลำบากใจเธอต้องควักมารยาร้อยเล่มเกวียนซึ่งแฝงอยู่ในสายเลือดออกมาใช้จนได้
" นี่อย่าบอกนะว่าแกกับแฟน.. "
แสร้งทำหน้าสลดตาละห้อย แล้วเดินเข้าไปหา
" อย่าบอกพ่อกับแม่ฉันนะ..."
" ให้ตายเถอะพรีม! ทำไมถึงได้ไวอย่างนี้ "
ในขณะคนฟังอย่างขิมถึงกับอึ้ง มองหน้าเพื่อนสนิทไม่อยากจะเชื่อ
" คือฉัน... ก็ ..ก็เขาหล่องะ "
เม้มปากมองคนพูดไปไม่ถูก ก่อนนักแสดงระดับห้าดาวควรจะได้โล่อย่างพรีมยังไม่เลิกรา แถต่อเนื่องซะจนขิมเชื่อสนิท
" เออ..ก็แล้วแต่แกเถอะวะ โตๆกันแล้วอ่า "
พูดออกมาเสียงแผ่วพลางพยักหน้าให้ แล้วล้มลงไปนอนที่เดิม
" ขอบใจนะ "
" ไม่ต้องขอบใจฉันหรอก ขอบใจฉันทำไม นั่นมันร่างกายแก ว่าแต่แฟนแกชื่ออะไรเหรอ ว่างๆพามาเจอกัน หน่อยสิ "
ทว่า ต้องมาดีดตัวใหม่เพราะประโยคนี้ ที่พรีมเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ
" ชื่อเคลน่ะ "
พรวด!!!
" ..."
" เอ๋..แกเป็นไรน่ะขิม อยู่ๆก็เด้งตัวขึ้นมาเฉย ตกใจหมดเลย "
เบิกตาโตพยายามนึก ก่อนจะเก็บความสงสัยนั้นไว้ แล้วส่ายหน้า
" ปะ เปล่า.. คือฉันแค่จะบอกแกว่าพี่คนนั้นที่แกไปชนเขาวันก่อนในสนามบินน่ะ เขาเป็นลูกเจ้าของร้านที่ฉันจะไปทำงานนะ "
ยิ้มแห้งๆ เหมือนภูมิใจซะเต็มประดาที่ตัวเธอนั้นเปลี่ยนเรื่องคุยได้ พยายามกลบเกลื่อนความตกใจเมื่อกี้ไว้ด้วยการล้มตัวลงไปนอนใหม่
" จริงเหรอ! "
ก่อนจะสะดุ้งอีกที เพราะเสียงดีใจมากเกินไปของพรีม
" โลกกลมจังเลยเนอะ.."
ในขณะหัวขิมตอนนี้เต็มไปด้วยชื่อที่ว่านั้น พลางคิด ถ้าแฟนพรีมเกิดเป็นคนเดียวกันกับที่เธอเจอล่ะก็ เธอไม่อยากจะบอกพรีมเลย ว่าเขาคนนั้นน่ะกำลังขาดขา เพราะเมื่อวานนี้ เขาเพิ่งจะมาชวนเธอไปสมัครอยู่เลย
" คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง.."
ก่อนเจ้าตัวจะพึมพำ หลังที่พรีมเดินห่างไปแต่งตัวแล้ว
....เช้าอีกวัน....
ขิมตื่นตั้งแต่เจ็ดโมง เพราะต้องเริ่มงานวันแรก น่าแปลกที่วันนี้เธอไม่ได้แหย่ให้พรีมตื่นอย่างเช่นครั้งก่อน แต่กลับรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วย่องออกมาเลย เดินลัดเลาะไปตามถนนไม่ถึงกิโล ขิมก็มาถึงจุดหมาย ร้านของสปอร์ตเปิดตั้งแต่เก้าโมงเป็นต้นไป และปิดอีกทีก็ตอนสี่ทุ่ม บรรยากาศร้าน การตกแต่งร้านบอกเลย สไตล์หัวกะทิอย่างเจ้าของ..เกินคำบรรยาย
...ดีทุกอย่างแม้แต่กลิ่นปรับอากาศที่ออกมาจากแอร์...
" หืม.."
เสียงอุทานที่เกิดขึ้นจากลำคอขิม นั่นมาจากความแปลกใจที่เธอเผลอไปเห็นใครบางคนยืนก้มๆเงยๆอยู่ในนั้น กริ๊ง.. ก่อนจะผลักประตูเข้าไปแล้วยิ้มหวาน ในขณะคนข้างในหันมาตามเสียงกระดิ่ง
" เห้ย..ขิม ทำงานเก้าโมงไม่ใช่เหรอ นี่ยังแปดโมงอยู่เลย มาไวแท้ "
สปอร์ตยิ้มทักทายอย่างดีใจ ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา
" พี่สปอร์ตนั่นล่ะ ว่าแต่คนอื่น ทำไมถึงมาเช้า "
" แน่ะ มีย้อนถาม ก็บ้านพี่อยู่นี่ "
" จริงอ้ะ "
ขิมหรี่ตาจับผิด มองกระป๋องแอลกอฮอลล์ที่กองเรียงรายเกลื่อนไปทั่ว
" ไม่ใช่ว่าเมาจนกลับบ้านไม่ถูกหรอกเหรอคะ "
" อ๊ะ! " ถึงขั้นสปอร์ตอุทาน ยกมือเกาหัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ " รู้ทันจริงๆ "
" ฮ่าๆๆ งั้นขิมเก็บให้นะคะ "
" เฮ้ย! ไม่ต้องหรอกๆ พี่กินเองพี่เก็บเองได้ "
สปอร์ตรีบโบกมือห้ามทว่า กลับไม่ทัน ขิมปลดสายสะพายเป้ออกจากไหล่ ก่อนจะเดินไปหยิบถุงดำ แล้วทยอยเก็บ
" ไม่เป็นไร..ขิมอยากทำ "
" เอ่อ.."
นั่นเลยสร้างความประทับใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ สปอร์ตมองเพลินซะจนลืมไปเสียสนิทว่าทีแรกตัวเองตั้งใจจะทำอะไร
" เอ้อขิม "
" คะ?"
มานึกออกอีกทีก็ตอนเวลาเลยผ่านไปไกลแล้ว
" เดี๋ยวพี่กลับบ้านก่อนนะ พอดีมีอีกสาขานึงที่พี่ต้องไปเคลียร์น่ะ เมื่อคืนถูกโจรปล้น ขิมอยู่คนเดียวไปก่อนได้ใช่มั้ยครับ "
" ห๊ะ! "
" ไม่ต้องมาห๊ะหรอก ถ้าอยู่ไม่ได้ก็บอก "
" บ้ารึพี่ ไม่ใช่เรื่องนั้นสักหน่อย ขิมก็แค่ตกใจตรงคำว่าโจรปล้น "
" อ่อ.. ฮ่าๆๆ "
" แล้วเป็นยังไงบ้างคะ จับคนร้ายได้ไหม "
" ตอนนี้ยังลอยนวล แต่คิดว่าคงไม่ช้า เพราะหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเห็นหน้าชัดเจน "
" อ่อ โอเคค่ะ "
" ขิมอยู่คนเดียวได้ใช่ไหมครับ "
" ได้ค่ะ ^^ สบายมาก "
ขิมตอบยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงไปเก็บกวาดร้านต่อ
จนกระทั่งเก้าโมงเช้า ถึงเวลาหมุนป้ายเปิด กริ๊ง. เสียงกระดิ่งดังไล่หลังเธอเข้ามาติดๆ ก่อนสาวเจ้าจะหันไปยิ้มหวานจะต้อนรับ
" สวัสดีค่ะ ^^ "
ทว่า ต้องหุบยิ้มลงทันควัน
" หืม ทำงานที่นี่หรอกเหรอนี่ "
" นี่คุณ!"
" เฮ้ย อย่ามองผมแบบนั้นสิ ผมแค่มาหาซื้อไม้ตีกอล์ฟ "
" มองแบบไหนไม่ทราบ "
ขิมเชิ่ดปลายจมูกถาม สีหน้าดูไม่ค่อยจะพอใจ
" ก็เหมือนผม เป็นไอ้โรคจิต..น่ะสิ "
ก่อนจะหลุดขำออกมาด้วยประโยคนี้ ที่คนตรงหน้าเดาถูกใจ
" คุณนี่เก่งจังเลยนะคะ สามารถอ่านใจหนูได้ด้วย "
" ขิม.."
แต่แล้วต้องกลับมาทำตาขึงใส่อีกครั้ง พร้อมคำสั่งห้วนๆนี้
" อย่ามาเรียกชื่อเล่นหนูนะ "
" ...."
" คุณไม่ได้สนิทกับหนูขนาดนั้น"
มองคนตรงหน้าจะเอาเรื่อง
....ซวยแต่เช้าเลยฉัน....
พร้อมกับความคิดในใจ
เคลถึงกับเงียบกริบกับประโยคนี้ที่สาวเจ้าเน้นคำซะเขาเกือบหลุดขำ พลางเท้าสะเอวเตรียมทำศึกหนัก โดยการยียวนกวนประสาทกลับไป" ต่อยปากผมซะเลือดกลบ นี่ยังไม่สนิทกันอีกเรอะ! "เชยคางขึ้นท้าทายจะเอาเรื่อง ในขณะขิมเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน" แล้วใครใช้ให้คุณปากมอมก่อนล่ะคะ ช่วยไม่ได้ "ลอยหน้าหน้าลอยตาถาม ทำเอาเคลถึงกับอึ้ง" นี่คุณว่าผมเป็นหมาเหรอ "" คุณพูดเองนะ "" ขิม!"" บอกแล้วไงอย่าเรียกชื่อ! ถ้าไม่สนิทน่ะ..."" งั้นเดี๋ยวผมทำให้สนิทเอง "จบคำพูดของเคลแค่นั้น ข้อมือเล็กของขิมก็ถูกกระชากทันที ความแรงของมันทำคนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับถลาเข้าไปชนแผงอก ก่อนจะ..." อ๊ะ.. อุ๊บ!! O.O "ค้างกลางอากาศ เพราะปากเธอถูกปิด"..."" อื้อออ! "กว่าจะตั้งสติได้ เวลาก็วิ่งไปมากกว่าสิบวิแล้ว มือเล็กๆคู่นั้นถึง จะรัวกำปั้นใส่ปึงๆๆ" อึก!!"ชนิดที่ว่า สุดแรงและไม่มีอั้น ทว่า ..กลับดิ้นไม่หลุด เพราะแรงชายมันมากกว่าเยอะ แถมตะปบหน้าเธอไว้อีกด้วย จนกระทั่งเคลดูดดื่มแบบสาแก่ใจ ถึงจะปล่อยเป็นอิสระ" แฮ่กๆๆ"ถึงขั้นสาวเจ้าถอยหลังมายืนหอบเหมือนวิ่งมาไกลเป็นร้อยเมตร ชี้หน้าคนตรงข้ามที่ยืนเลียปากตัวเอง ด้วยความโมโหสุดขีด"
โค้งสุดท้ายแล้วถึงห้อง ขิมเดินมาหยุดอยู่ตรงประตู ก่อนจะเคาะมันเบาๆก็อก ก็อก ก็อกไม่นานมันก็ถูกเปิดออก พร้อมกับหน้าพรีมที่โผล่ออกมา" เอ๋.." ก่อนหล่อนจะทำหน้างง " เพิ่งทำงานวันแรกไม่ใช่เหรอ ทำไมเลิกเร็วล่ะ แล้วนั่น..มือไปโดนอะไรมา "ถามขิมเสียงตื่น ทว่า เจ้าตัวกลับไม่ตอบ นอกจากเดินเฉียดบ่าเข้าไป ปล่อยพรีมยืนค้างอยู่คนเดียว ก่อนจะปิดประตูเดินตามมาเมื่อได้สติ" ขิม.."" ฉันหกล้มน่ะ ไปโรงพยาบาลมา พี่สปอร์ตเลยให้ฉันกลับก่อน "ขิมโกหก พลางก้มหน้านิ่ง อันที่จริงก่อนหน้านี้ ขิมเป็นคนเปิดเผย มีอะไรจะบอกพรีมเป็นคนแรก ทว่าตกมาวันนี้กลับไม่ใช่ ขิมรู้สึกละเหี่ยใจ เพราะคิดว่าบอกไปพรีมก็ไม่สนใจจะจำหรอก" อ่อ แต่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม "ในขณะสาวหน้าตาจิ้มลิ้มไม่แพ้กันถามขึ้น เธอเลิกคิ้วให้เพื่อนทีนึง ก่อนจะทิ้งตัวอย่างหมดแรง เรื่องกระเป๋าสตังค์หาย กับถูกผู้ชายรังแก ขิมเปล่าเล่าหรอกนะ เพราะเธอไม่รู้จะเล่าไปทำไมเวลาผ่านไป 15 นาที ที่ทั้งห้องเงียบกริบหลังจากนั้น ในขณะขิมปริ่มๆ ทำท่าจะหลับ อยู่ๆพรีมเกิดโพล่งขึ้นมาทำเธอสะดุ้ง" วันนี้ฉันไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นกับแกนะ "" หืม..."ปรือตาขึ้นมามอง ในขณะหัว
กิ๊งก๊อง กิ๊งก๊องเสียงกระดิ่งหน้าห้อง ทำคนนอนอยู่ยักยิ้ม ควานหารีโมทมาปิดทีวี ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแอด..วินาทีแรกก่อนจะสบตากัน หลังประตูถูกเปิด“ ว้าย! “ขิมถึงกับยกมือบางปิดตาตัวเองแทบไม่ทัน“ ชู่วววว “ในขณะที่เคลหน้าตาตื่น ใช้นิ้วขึ้นมาแตะปาก ปรามคนมาใหม่ตรงหน้า“ อย่าเสียงดังสิ ตึกนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ““ ...”ทว่าสาวเจ้าร่างสูงระหง ไม่คุยด้วย เธอเอาแต่ยืนตัวตรงมือปิดอยู่แบบนั้น ทำเคลงง“ เป็นอะไร...”โน้มตัวลงไปถาม กลั้นหัวเราะ“ ก็.. ก็คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อยอ่ะ ““ ตรงไหน “คำบอกเล่าทำเคลต้องก้มลงไปมองตัวเองใหม่ พร้อมคิ้วที่เลิกขึ้น เหมือนพอใจที่ทำขิมเขินได้“ ไม่เห็นมีอะไรเลย "“ คุณไม่ใส่เสื้อ ““ ก็แค่ไม่ใส่เสื้อ แต่ผมใส่กางเกงนะคุณ “ถึงจะเป็นกางเกงชุดนอนก็เถอะ เขาคิด ยื่นมือมาคว้าแขนขิมไว้ ทำเจ้าหล่อนยิ่งตกใจกว่าเดิม สะดุ้งโหยงเตรียมจะโวย“ อย่านะ ““ ไม่เอาน่า มาคุยกันข้างในจะดีกว่า เดี๋ยวเขาออกมาด่าเอาหรอก “เคลออกความเห็น ทว่าขิมไม่ยอม“ คุณก็เข้าไปให้มาให้หนูสิ ““ เอาอะไร “ “ กระเป๋าไง ““ ของๆ คุณ คุณก็เข้าไปเอาเองสิ หรือจะไปเอาด้วยกัน ““ จะบ้าเหรอ พูดอะไรน่ะ
" ไปแล้วนะแม่..หวัดดีค่ะ " เสียงใสแจ๋วดังขึ้น พร้อมหน้าที่จิ้มลิ้มของเธอโผล่เข้ามา ทำหญิงวัยกลางคนร่างอวบท้วมหันหลังกลับมามอง ในขณะหล่อนกำลังวุ่นวายกับการจัดกวาดบ้านอยู่ " เอ๋..นี่ลูกจะไปแล้วเหรอขิม " " ใช่ค่ะ " " ไหนบอกไฟล์ออกหกโมง นี่เพิ่งจะบ่ายสาม " " ขิมนัดพรีมเอาไว้ค่ะ " " หืม..แม่ไม่ยักรู้ พรีมจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพด้วย นึกว่าลูกไปคนเดียวซะอีก" " ยัยนั่นเพิ่งจะมาเปลี่ยนใจเอาเมื่อคืนน่ะค่ะ " " อีกแล้วเหรอ..พรีมเป็นแบบนี้ตลอด ชอบทำอะไรฉุกละหุก " แม่เธอบ่น ในขณะขิมเองก็ถอนหายใจ เลิกคิ้วขึ้น บ่งบอกถึงความหน่าย และเห็นด้วย " งั้นจะเป็นเพื่อนขิมได้เหรอคะ..เฮ้อ.." " อืม ถึงเมื่อไหร่ ก็โทรหาแม่ด้วยละกัน " " ได้ค่ะ ไปแล้วนะคะ " " บุญรักษาจ้ะ ^^" ถัดจากแม่ของเธอ ก็มาเจอด่านของพี่ชาย ซึ่งถอดเสื้อเหลือบ็อกเซอร์ตัวเดียวนอนแผ่อ้าซ่าอยู่ พอเธอเดินผ่าน " มองไม่เห็นหัวเฮียรึนะอิเตี้ย!" " แม่...ดู.." เธอ
สรุป..มีที่ลงคือร้านก๊วยเตี๋ยว พรีมปรับอารมณ์ไม่ทันกับขิมเลยจริงๆ ที่ตอนนี้ซัดเอาๆ มากกว่าหนึ่งถ้วยเข้าไปแล้ว " เดี๋ยว..คืออะไร ไหนบอกจะประหยัด " นั้นเลยทำให้เธอเผลอไปฉวยมือที่ถือตะเกียบอยู่ของขิมไว้อย่างช่วยไม่ได้ เพราะมันคาใจ " อาใยเย่า! อินๆ ไอเออะ!" " โอโห..คุณเพื่อน มีความเป็นกุลสตรีบ้างไหมนี่ " คิดจะหาเรื่อง แต่กลับต้องมาอมยิ้มแทน พลางถาม ก่อนคนถูกถามจะกลืนคำเบอเร่อลงคอ. " อึก! บ่นไร..ฉันบอกให้กินๆไปเถอะ หายากนะโอกาสที่ฉันจะกินเยอะแบบนี้.." แล้วกินต่อ.. " เดี๋ยว.." แต่เหมือนพรีมจะไม่ยอม เธอยื้อเอาไว้อีกรอบ พร้อมยักคิ้วตัดสินใจถาม " เรื่องไอ้แบงค์ใช่ปะ " " อะไร! " ทำขิมชะงักกลางคัน และเริ่มหน้าเหวอ " แกอกหักจากมันเลยมาเรียนที่นี่ใช่ปะ " เงียบไปในที่สุด ลดมือลงมากวนเส้นในชามเล่น พลางก้มหน้า.. " อย่าเผือก.." " ไม่เอาน่าขิม ฉันเพื่อนแกน่ะเว้ย บอกฉันได้ทุกเรื่อง ทำไมจะไม่รู้ "
ปี้นนนน!!ตุบ!"........"เอี๊ยดดดดด!รถเก๋งคันหรูหักพวงมาลัยกะทันหัน ก่อนจะเบรคลากล้อก็ตอนที่เลยไปไกลแล้วขิมนั่งจุกอยู่ข้างฟุตบาท มือข้างหนึ่งของเธอกุมท้องไว้ หน้ายับยู่ยี่เพราะความเจ็บปวดท่ามกลางผู้คนที่เริ่มจะหันมามอง" หนูเป็นอะไรรึเปล่า "เพียงรถเฉี่ยวเท่านั้น ทว่า ทำไมเจ็บจัง.. รึอาจจะเป็นเพราะว่าก้นจ้ำเบ้าเอาเต็มแรง เลยทำเธอให้ข้อศอกไปกระแทกถนน" ไม่เท่าไหร่ค่ะ "ยกแผลขึ้นมาดูก่อนจะซู้ดลมเข้าปาก เงยหน้าขึ้นไปมองรถคันต้นเหตุ พลางยันตัวเองลุกขึ้น" นั่นไงเขามาแล้ว " ในขณะป้าคนเดิมชี้ไปทางนั้น " คงมาดูอาการ ไปหาหมอซะนะลูก "ก่อนป้าแกจะเดินจากไป ปล่อยให้ขิมยืนงงอยู่คนเดียว จนกระทั่งคู่กรณีเดินมาถึง" เป็นอะไรรึเปล่าครับ "เสียงทุ่มนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าแปลก บวกกับโคโลญจน์อ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเสื้อของเขาให้ขิมได้กลิ่นเบาๆนั้น ...เชื่อไหมขิมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเลย... ไม่ใช่เพราะความเขินหรอกนะ ตรงนี้เธอรู้ดี .. ถ้าให้หาเหตุผล เธอว่า..มันคงจะเป็นเพราะเขาสมาร์ทเกินไปมากกว่า" ว่าไง เป็นอะไรเหรอเปล่า ผมต้องรีบไปประชุม"" เอ่อ.."ทว่า..ประโยคคำถามใหม่นี้ทำเธอเลี่ยงที่จะเงยหน้าขึ้นไม่ได้
นับตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ขิมยังไม่เคยโดนคนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งวันกระเตงเธอขึ้นบ่าแบบนี้เลย ...หมอนี่คือคนแรก .. แถมยังอุ้มซะสำเร็จด้วย เพราะเธอดิ้นไม่ได้จนกระทั่งมาถึงที่หมาย ตุบ! คือรถคันเดิม ที่เธอปีนขึ้นมาเมื่อเช้า " โอ้ยเจ็บนะ " " กระแทกกับเบาะแค่ทำเป็นร้อง ถ้าร่วงหล่นพื้นเมื่อกี้จะหนาว หนักแทบตาย ดิ้นอยู่ได้ " เคลบ่นอุบ ก่อนจะปิดประตูใส่ ไม่ทันที่ขิมจะโวยคืน " แล้ว.." ปัง! " อ๊ะ " เล่นเอาร่างงามเจ้าของแผลถึงกับเงิบ มาต่ออีกทีก็ตอนที่เขาขึ้นมานั่งอีกฝั่งนึงข้ามแล้ว " แล้วใครสั่งให้คุณอุ้มเล่า!" " ไม่มี!" " ก็แล้ว..." เอิ่ม ดูคำตอบเขาสิ แบบนี้ขิมจะไปถูกได้ยังไง ทำเอาเจ้านางขากรรไกรค้าง เงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนมานั่งกอดอกแทน แล้วมาอ้าปากค้างอีกที เพราะประโยคนี้ " รัดเข็มขัดด้วย" " ห๊ะ.." " ผมหิวข้าว เผื่อผมโมโหคันข้างหน้า เผลอเหยียบเบรคกะทันหันเข้า " ..หมอนี่นี่มัน...
10.00 น.กริ๊งงงง กริ๊งงงง~" ขิม.."กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง" โอ้ยขิม โทรศัพท์แก ! "เสียงพรีมโวยวาย ก่อนจะดึงหัวตัวเองผงกขึ้นมาจากหมอนนุ่ม หน้ายับยู่ยี่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดสุดขีด ในขณะเสียงเจ้าของดังออกมาจากห้องน้ำ" รับให้หน่อย ฉันอาบน้ำอยู่ ~"" โอย..ใครโทรมา..คนยิ่งหลับสบายอยู่ นี่ก็เหมือนกัน ตั้งเสียงเรียกเข้าซะแก้วหูแทบแตก "พรีมบ่นอุบปิดท้ายก่อนจะกดรับ แล้วมาชะงักตอนหลัง ด้วยน้ำเสียงนี้ ติ้ด!" ฮัลโหล.."( อรุณสวัสดิ์เด็กน้อย..)" อ๊ะ.." สะตั้นอยู่สองวิ ดึงโทรศัพท์จากการแนบหูมาดูจอ พลางพึมพำ " ผู้ชาย.."( ฮัลโหล ได้ยินมั้ย )" คะ..ค่ะ ค่ะฟังอยู่ค่ะ "และมาชะงักอีกทีก็ตอนเคลถาม( คุณไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์ใช่ไหมครับ )" อะ..อ่า..ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อน ยัยขิมอาบน้ำอยู่ "( อ้อ..ชื่อขิมสินะ )น่าทึ่งมากที่เขาจำเสียงเธอได้ ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักชื่อ" ใช่..ค่ะ.. มีอะไรด่วนไหมคะ ฝากพรีมได้นะ เดี๋ยวพรีมจะบอกให้เองค่ะ "( ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ไม่ได้สำคัญอะไร เอาเป็นว่าอีกครึ่งชั่วโมงผมจะโทรไปใหม่ ถึงตอนนั้นเพื่อนคุณคงสะดวกคุยกับผมพอดี)" คะ?"แล้วเขาก็วาง**ติ้ด!**" อะไรว้า.."ทำเอาพรีมตาสว่
กิ๊งก๊อง กิ๊งก๊องเสียงกระดิ่งหน้าห้อง ทำคนนอนอยู่ยักยิ้ม ควานหารีโมทมาปิดทีวี ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแอด..วินาทีแรกก่อนจะสบตากัน หลังประตูถูกเปิด“ ว้าย! “ขิมถึงกับยกมือบางปิดตาตัวเองแทบไม่ทัน“ ชู่วววว “ในขณะที่เคลหน้าตาตื่น ใช้นิ้วขึ้นมาแตะปาก ปรามคนมาใหม่ตรงหน้า“ อย่าเสียงดังสิ ตึกนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ““ ...”ทว่าสาวเจ้าร่างสูงระหง ไม่คุยด้วย เธอเอาแต่ยืนตัวตรงมือปิดอยู่แบบนั้น ทำเคลงง“ เป็นอะไร...”โน้มตัวลงไปถาม กลั้นหัวเราะ“ ก็.. ก็คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อยอ่ะ ““ ตรงไหน “คำบอกเล่าทำเคลต้องก้มลงไปมองตัวเองใหม่ พร้อมคิ้วที่เลิกขึ้น เหมือนพอใจที่ทำขิมเขินได้“ ไม่เห็นมีอะไรเลย "“ คุณไม่ใส่เสื้อ ““ ก็แค่ไม่ใส่เสื้อ แต่ผมใส่กางเกงนะคุณ “ถึงจะเป็นกางเกงชุดนอนก็เถอะ เขาคิด ยื่นมือมาคว้าแขนขิมไว้ ทำเจ้าหล่อนยิ่งตกใจกว่าเดิม สะดุ้งโหยงเตรียมจะโวย“ อย่านะ ““ ไม่เอาน่า มาคุยกันข้างในจะดีกว่า เดี๋ยวเขาออกมาด่าเอาหรอก “เคลออกความเห็น ทว่าขิมไม่ยอม“ คุณก็เข้าไปให้มาให้หนูสิ ““ เอาอะไร “ “ กระเป๋าไง ““ ของๆ คุณ คุณก็เข้าไปเอาเองสิ หรือจะไปเอาด้วยกัน ““ จะบ้าเหรอ พูดอะไรน่ะ
โค้งสุดท้ายแล้วถึงห้อง ขิมเดินมาหยุดอยู่ตรงประตู ก่อนจะเคาะมันเบาๆก็อก ก็อก ก็อกไม่นานมันก็ถูกเปิดออก พร้อมกับหน้าพรีมที่โผล่ออกมา" เอ๋.." ก่อนหล่อนจะทำหน้างง " เพิ่งทำงานวันแรกไม่ใช่เหรอ ทำไมเลิกเร็วล่ะ แล้วนั่น..มือไปโดนอะไรมา "ถามขิมเสียงตื่น ทว่า เจ้าตัวกลับไม่ตอบ นอกจากเดินเฉียดบ่าเข้าไป ปล่อยพรีมยืนค้างอยู่คนเดียว ก่อนจะปิดประตูเดินตามมาเมื่อได้สติ" ขิม.."" ฉันหกล้มน่ะ ไปโรงพยาบาลมา พี่สปอร์ตเลยให้ฉันกลับก่อน "ขิมโกหก พลางก้มหน้านิ่ง อันที่จริงก่อนหน้านี้ ขิมเป็นคนเปิดเผย มีอะไรจะบอกพรีมเป็นคนแรก ทว่าตกมาวันนี้กลับไม่ใช่ ขิมรู้สึกละเหี่ยใจ เพราะคิดว่าบอกไปพรีมก็ไม่สนใจจะจำหรอก" อ่อ แต่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม "ในขณะสาวหน้าตาจิ้มลิ้มไม่แพ้กันถามขึ้น เธอเลิกคิ้วให้เพื่อนทีนึง ก่อนจะทิ้งตัวอย่างหมดแรง เรื่องกระเป๋าสตังค์หาย กับถูกผู้ชายรังแก ขิมเปล่าเล่าหรอกนะ เพราะเธอไม่รู้จะเล่าไปทำไมเวลาผ่านไป 15 นาที ที่ทั้งห้องเงียบกริบหลังจากนั้น ในขณะขิมปริ่มๆ ทำท่าจะหลับ อยู่ๆพรีมเกิดโพล่งขึ้นมาทำเธอสะดุ้ง" วันนี้ฉันไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นกับแกนะ "" หืม..."ปรือตาขึ้นมามอง ในขณะหัว
เคลถึงกับเงียบกริบกับประโยคนี้ที่สาวเจ้าเน้นคำซะเขาเกือบหลุดขำ พลางเท้าสะเอวเตรียมทำศึกหนัก โดยการยียวนกวนประสาทกลับไป" ต่อยปากผมซะเลือดกลบ นี่ยังไม่สนิทกันอีกเรอะ! "เชยคางขึ้นท้าทายจะเอาเรื่อง ในขณะขิมเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน" แล้วใครใช้ให้คุณปากมอมก่อนล่ะคะ ช่วยไม่ได้ "ลอยหน้าหน้าลอยตาถาม ทำเอาเคลถึงกับอึ้ง" นี่คุณว่าผมเป็นหมาเหรอ "" คุณพูดเองนะ "" ขิม!"" บอกแล้วไงอย่าเรียกชื่อ! ถ้าไม่สนิทน่ะ..."" งั้นเดี๋ยวผมทำให้สนิทเอง "จบคำพูดของเคลแค่นั้น ข้อมือเล็กของขิมก็ถูกกระชากทันที ความแรงของมันทำคนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับถลาเข้าไปชนแผงอก ก่อนจะ..." อ๊ะ.. อุ๊บ!! O.O "ค้างกลางอากาศ เพราะปากเธอถูกปิด"..."" อื้อออ! "กว่าจะตั้งสติได้ เวลาก็วิ่งไปมากกว่าสิบวิแล้ว มือเล็กๆคู่นั้นถึง จะรัวกำปั้นใส่ปึงๆๆ" อึก!!"ชนิดที่ว่า สุดแรงและไม่มีอั้น ทว่า ..กลับดิ้นไม่หลุด เพราะแรงชายมันมากกว่าเยอะ แถมตะปบหน้าเธอไว้อีกด้วย จนกระทั่งเคลดูดดื่มแบบสาแก่ใจ ถึงจะปล่อยเป็นอิสระ" แฮ่กๆๆ"ถึงขั้นสาวเจ้าถอยหลังมายืนหอบเหมือนวิ่งมาไกลเป็นร้อยเมตร ชี้หน้าคนตรงข้ามที่ยืนเลียปากตัวเอง ด้วยความโมโหสุดขีด"
" คุณ..เป็นใครน่ะ " เสียงอู้อี้ที่ผ่านการร้องไห้มานานถามขึ้น ในขณะเจ้าตัวใช้ผ้านวมพันร่างกาย ช้อนตาจากท่ากอดเข่าขึ้นมองเคลด้วยสภาพหัวยุ่ง "..." เคลถึงกับเงียบกริบไปไม่ถูก มองสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามีส่วนก่อตั้ง ไม่คิดว่ารัลโด้กับเพื่อนอีกสองคนจะทำถึงขนาดนี้ได้ สงสารจับใจ หดหู่จริงๆ " จะมาทำหนูอีกคน..." " เปล่าฮะ " รีบแทรกทันควัน ก่อนคนตรงหน้าจะเดาไปไกล " ผมมา... เอ่อ มาช่วยคุณ.." ถึงกับเสียงหาย เพราะอีกประโยคคำถามนี้ ที่พรีมเอ่ยมันออกมาพร้อมน้ำตา " ช่วย...ฮึก ช่วยทำไม " ก่อนร่างสูงในชุดลำลองดำทั้งชุดจะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พรีมทำท่าจะกระเถิบหนี ทว่า.. " ผมขอโทษ.." เคลกลับเอ่ยคำนี้ พร้อมอุ้งมือใหญ่ที่เข้าไปยื้อต้นแขน ทำเจ้าตัวชะงักกลางคันแล้วหันมามอง " ขะ ขอโทษทำไม.." " เอ่อ... คือ.." " คุณเป็นเพื่อนพวกนั้นเหรอ" พรีมชิงถา
วินาทีแรกที่รถมาจอด หลังจากพรีมนั่งเอามือจิกเข้าหากันจนเจ็บมาตลอดทางนั้น ความรู้สึกถัดมาต่อจากนั้นคือ .... หัวใจเธอเต้นแรงมาก... " ที่นี่..มันที่ไหนคะ.." ในขณะเสียงถามดังขึ้น คนถามยังก้มหน้าอยู่เลย เพราะภาพตรงหน้าที่เธอเห็นมันเป็นตึกคอนโดของคนพามาชัดๆ " ที่ๆเราจะดูดาวกันไงล่ะคะ " " ไม่ใช่ห้องพี่หรอกเหรอคะ " " หืม.." ก่อนคำถามนี้ของพรีมจะถูกขัดด้วยเสียงปิดเครื่องยนต์ และปลดเข็มขัดนิรภัย " ดูได้ค่ะ มองออกไปจากดาดฟ้าของตึกนี้ " " เหรอคะ.." ถึงแม้ว่าคำบอกเล่าของเขาจะน่านับถือ หรือมีเปอร์เซ็นเชื่อได้สักเท่าไหร่ เพราะรอยยิ้มเสมือนความจริงใจที่เขานั้นหยิบยื่นให้ทุกครั้งที่พูด ทว่า.. พรีมก็ยังคงถามใจตัวเองเหมือนเดิมอยู่ดี ...ทำไมแกไม่ทำตามหน้าที่ควรจะทำฮะ... แค่กินข้าวให้จบเมื่อครู่ ก็คงไม่ต้องมานั่งกดดันอยู่แบบนี้แล้ว ...นี่แกแพ้ความหล่อเขาจริงๆ อย่างที่ขิมเคยว่าไว้ใช่ไหม... " ครับผม.. โอเค ลงเลย " ก่อนจะรู้ตัวว่าความคิดตัวเองนั้น หมดความหมายไปก็ตอนที่รัลโ
...หอพัก...ประตูถูกเปิด" คืนนี้เลยรึคะ ได้เลยค่ะพี่ ไม่มีปัญหา.."ในขณะเสียงหวานของพรีมบ่นใส่โทรศัพท์ ก่อนจะชำเลืองมองขิมที่เดินเข้ามา ทว่ายังคงพูดต่อ ถึงขิมจะเริ่มขมวดคิ้วแล้วก็ตาม " อาทิตย์หน้า มหาลัยถึงเปิด ใช่ค่ะยังมีเวลาอีกเยอะ ""...."" หืม..ตรีมสีแดงรึคะ จัดไปค่ะ ""..."" ค่ะพี่ แล้วเจอกัน "**ติ้ด.**ก่อนจะกดวางหลังจากคุยเสร็จ เลิกคิ้วเชิงถามขิมประมาณว่าไปไหนมา" แผลหายเจ็บแล้วเหรอ "พลิกตัวจากทางนั่งมานอนคว่ำ ขิมส่ายหน้า พลางปลดเป้ออกจากหัวไหล่" ยังเจ็บนิดๆ ว่าแต่..แกคุยกับใครน่ะ "" กับพี่กระเทยคนนั้นน่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานกับพี่เขา "" ว่าไงนะ!"ขิมถึงกับบึ้งตึงหลังพรีมเอ่ยจบทันที" งานนั้นมัน.."" อย่าห้ามฉันเลยขิม ฉันต้องการเงิน "ในขณะที่พรีมแทรก ไม่เปิดโอกาสให้ขิมได้ขัดขวางเลย" แต่ที่บ้านแกเขาก็.."" ฉันอยากได้เงินมาซื้อของใช้ส่วนตัว รึของที่ฉันอยากจัได้น่ะ เงินที่พ่อให้ ..มันไม่พอ "ตอบหน้าตาเฉย ทำท่าทางเหมือนคนมีอีโก้ ไม่ใส่ใจอะไร ทั้งๆที่ขิมตอนนี้รู้สึกวิตกกังวลมาก ห่วงเพื่อนว่าอนาคตจะแย่ ถ้ายังไม่รู้จักแยกแยะแบบนี้" พรีม.. "" ไม่เอาน่าขิม "เจ้าของชื
10.00 น.กริ๊งงงง กริ๊งงงง~" ขิม.."กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง" โอ้ยขิม โทรศัพท์แก ! "เสียงพรีมโวยวาย ก่อนจะดึงหัวตัวเองผงกขึ้นมาจากหมอนนุ่ม หน้ายับยู่ยี่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดสุดขีด ในขณะเสียงเจ้าของดังออกมาจากห้องน้ำ" รับให้หน่อย ฉันอาบน้ำอยู่ ~"" โอย..ใครโทรมา..คนยิ่งหลับสบายอยู่ นี่ก็เหมือนกัน ตั้งเสียงเรียกเข้าซะแก้วหูแทบแตก "พรีมบ่นอุบปิดท้ายก่อนจะกดรับ แล้วมาชะงักตอนหลัง ด้วยน้ำเสียงนี้ ติ้ด!" ฮัลโหล.."( อรุณสวัสดิ์เด็กน้อย..)" อ๊ะ.." สะตั้นอยู่สองวิ ดึงโทรศัพท์จากการแนบหูมาดูจอ พลางพึมพำ " ผู้ชาย.."( ฮัลโหล ได้ยินมั้ย )" คะ..ค่ะ ค่ะฟังอยู่ค่ะ "และมาชะงักอีกทีก็ตอนเคลถาม( คุณไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์ใช่ไหมครับ )" อะ..อ่า..ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อน ยัยขิมอาบน้ำอยู่ "( อ้อ..ชื่อขิมสินะ )น่าทึ่งมากที่เขาจำเสียงเธอได้ ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักชื่อ" ใช่..ค่ะ.. มีอะไรด่วนไหมคะ ฝากพรีมได้นะ เดี๋ยวพรีมจะบอกให้เองค่ะ "( ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ไม่ได้สำคัญอะไร เอาเป็นว่าอีกครึ่งชั่วโมงผมจะโทรไปใหม่ ถึงตอนนั้นเพื่อนคุณคงสะดวกคุยกับผมพอดี)" คะ?"แล้วเขาก็วาง**ติ้ด!**" อะไรว้า.."ทำเอาพรีมตาสว่
นับตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ขิมยังไม่เคยโดนคนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งวันกระเตงเธอขึ้นบ่าแบบนี้เลย ...หมอนี่คือคนแรก .. แถมยังอุ้มซะสำเร็จด้วย เพราะเธอดิ้นไม่ได้จนกระทั่งมาถึงที่หมาย ตุบ! คือรถคันเดิม ที่เธอปีนขึ้นมาเมื่อเช้า " โอ้ยเจ็บนะ " " กระแทกกับเบาะแค่ทำเป็นร้อง ถ้าร่วงหล่นพื้นเมื่อกี้จะหนาว หนักแทบตาย ดิ้นอยู่ได้ " เคลบ่นอุบ ก่อนจะปิดประตูใส่ ไม่ทันที่ขิมจะโวยคืน " แล้ว.." ปัง! " อ๊ะ " เล่นเอาร่างงามเจ้าของแผลถึงกับเงิบ มาต่ออีกทีก็ตอนที่เขาขึ้นมานั่งอีกฝั่งนึงข้ามแล้ว " แล้วใครสั่งให้คุณอุ้มเล่า!" " ไม่มี!" " ก็แล้ว..." เอิ่ม ดูคำตอบเขาสิ แบบนี้ขิมจะไปถูกได้ยังไง ทำเอาเจ้านางขากรรไกรค้าง เงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนมานั่งกอดอกแทน แล้วมาอ้าปากค้างอีกที เพราะประโยคนี้ " รัดเข็มขัดด้วย" " ห๊ะ.." " ผมหิวข้าว เผื่อผมโมโหคันข้างหน้า เผลอเหยียบเบรคกะทันหันเข้า " ..หมอนี่นี่มัน...
ปี้นนนน!!ตุบ!"........"เอี๊ยดดดดด!รถเก๋งคันหรูหักพวงมาลัยกะทันหัน ก่อนจะเบรคลากล้อก็ตอนที่เลยไปไกลแล้วขิมนั่งจุกอยู่ข้างฟุตบาท มือข้างหนึ่งของเธอกุมท้องไว้ หน้ายับยู่ยี่เพราะความเจ็บปวดท่ามกลางผู้คนที่เริ่มจะหันมามอง" หนูเป็นอะไรรึเปล่า "เพียงรถเฉี่ยวเท่านั้น ทว่า ทำไมเจ็บจัง.. รึอาจจะเป็นเพราะว่าก้นจ้ำเบ้าเอาเต็มแรง เลยทำเธอให้ข้อศอกไปกระแทกถนน" ไม่เท่าไหร่ค่ะ "ยกแผลขึ้นมาดูก่อนจะซู้ดลมเข้าปาก เงยหน้าขึ้นไปมองรถคันต้นเหตุ พลางยันตัวเองลุกขึ้น" นั่นไงเขามาแล้ว " ในขณะป้าคนเดิมชี้ไปทางนั้น " คงมาดูอาการ ไปหาหมอซะนะลูก "ก่อนป้าแกจะเดินจากไป ปล่อยให้ขิมยืนงงอยู่คนเดียว จนกระทั่งคู่กรณีเดินมาถึง" เป็นอะไรรึเปล่าครับ "เสียงทุ่มนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าแปลก บวกกับโคโลญจน์อ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเสื้อของเขาให้ขิมได้กลิ่นเบาๆนั้น ...เชื่อไหมขิมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเลย... ไม่ใช่เพราะความเขินหรอกนะ ตรงนี้เธอรู้ดี .. ถ้าให้หาเหตุผล เธอว่า..มันคงจะเป็นเพราะเขาสมาร์ทเกินไปมากกว่า" ว่าไง เป็นอะไรเหรอเปล่า ผมต้องรีบไปประชุม"" เอ่อ.."ทว่า..ประโยคคำถามใหม่นี้ทำเธอเลี่ยงที่จะเงยหน้าขึ้นไม่ได้