วินาทีแรกที่รถมาจอด หลังจากพรีมนั่งเอามือจิกเข้าหากันจนเจ็บมาตลอดทางนั้น ความรู้สึกถัดมาต่อจากนั้นคือ .... หัวใจเธอเต้นแรงมาก...
" ที่นี่..มันที่ไหนคะ.."
ในขณะเสียงถามดังขึ้น คนถามยังก้มหน้าอยู่เลย เพราะภาพตรงหน้าที่เธอเห็นมันเป็นตึกคอนโดของคนพามาชัดๆ
" ที่ๆเราจะดูดาวกันไงล่ะคะ "
" ไม่ใช่ห้องพี่หรอกเหรอคะ "
" หืม.." ก่อนคำถามนี้ของพรีมจะถูกขัดด้วยเสียงปิดเครื่องยนต์ และปลดเข็มขัดนิรภัย " ดูได้ค่ะ มองออกไปจากดาดฟ้าของตึกนี้ "
" เหรอคะ.."
ถึงแม้ว่าคำบอกเล่าของเขาจะน่านับถือ หรือมีเปอร์เซ็นเชื่อได้สักเท่าไหร่ เพราะรอยยิ้มเสมือนความจริงใจที่เขานั้นหยิบยื่นให้ทุกครั้งที่พูด ทว่า.. พรีมก็ยังคงถามใจตัวเองเหมือนเดิมอยู่ดี
...ทำไมแกไม่ทำตามหน้าที่ควรจะทำฮะ...
แค่กินข้าวให้จบเมื่อครู่ ก็คงไม่ต้องมานั่งกดดันอยู่แบบนี้แล้ว
...นี่แกแพ้ความหล่อเขาจริงๆ อย่างที่ขิมเคยว่าไว้ใช่ไหม...
" ครับผม.. โอเค ลงเลย "
ก่อนจะรู้ตัวว่าความคิดตัวเองนั้น หมดความหมายไปก็ตอนที่รัลโด้เดินมาเปิดประตูให้ พร้อมประคองเธอเดิน ซึ่งนั่นแน่นอนว่า เธอจะไม่มีสิทธิ์ปลีกตัวออกมาได้อีก จนกระทั่งมาถึงห้องของเขา รัลโด้ผ่ายมือเชื้อเชิญอีกครั้ง
" เชิญคร้าบคนสวย.."
พรีมที่เหมือนจะลังเลในตอนแรก ถึงกับเบิกตากว้าง
... ห้องสวยชะมัด...
มีประโยคนี้เผยออกมาจากสมอง พร้อมเท้าเธอก้าวเข้าไป
" ค่ะ ^^"
ก่อนจะมาสะดุ้งเล็กน้อย ก็ตอนที่ประตูถูกปิดลง
" เดี๋ยวน้องพรีมนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ พี่ขอไปเตรียมกล้องแปปนึง "
" ได้ค่ะ "
ก่อนก้นงอนของเจ้าหล่อนจะถูกจัดให้นั่งอยู่บนโซฟานั่น โดยที่รัลโด้เดินหายเข้าไปอีกห้องหนึ่ง
...สิบนาทีต่อมา..
" รอนานไหมครับ "
" ไม่ค่ะ ^^ "
รัลโด้เดินออกมาพร้อมกระเป๋าสะพายสีดำ ในขณะที่อีกมือถือกระป๋องน้ำอัดลม ก่อนจะยื่นให้พรีม
" อะ มีแค่นี้ล่ะค่ะในตู้ยินพี่ อยู่คนเดียวเลยซื้อแต่ของตัวเอง ไว้วันหน้าน้องพรีมมีโอกาสมาที่นี่อีก พี่จะซื้อน้ำผลไม้มาไว้ให้นะ "
" เอ่อ.."
" ^^ "
นับว่ารัลโด้เป็นผู้ชายที่อันตรายมากคนนึงเลยทีเดียว
ความฉลาดเป็นกรดในเรื่องหลอกผู้หญิงก็ยิ่งมีมากไปใหญ่ ในขณะที่เขานำน้ำอัดลมมาให้แทนที่จะเป็นน้ำส้มคั้นอย่างเช่นในละครนั้น ทว่ากลับไม่ใช่เลย นั่นเพราะเขาต้องการไม่ให้เหยื่อมีโอกาสมาลอบสงสัยเขา บวกกับรอยยิ้มและคำพูดที่ซื่อตรงเสมือนจริงใจนั้น ยิ่งทวีคูณความเชื่อเข้าไปอีก เลยไม่แปลกที่พรีมเลือกจะรับมันมา และดื่มซะหมดกระป๋องเพราะความเกรงใจ
... ซึ่งเธอจะไม่มีทางรู้เลยว่า ในอนาคตข้างหน้าของเธอกำลังจะหายไปแล้ว...
" จุ จุ จุ นมน่ากินเป็นบ้าเลยว่ะ "
" กูก่อน "
" อะไรวะ "
" เอาอีกแล้วนะมึง คราวก่อนกูเคาะประตูตั้งนาน เอานานชิบเป๋ง "
" เหอะ เหอะ ช่วยไม่ได้ ถ้าของมันดี กูก็ต้องเบิ้ลสิวะ "
" โหย..ไอ้โด้!"
" ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ต้องเป็นกูคนแรก มึงถอดเสื้อน้องเขาดิ้ "
เสียงทุ้มกระหึ่มของผู้ชาย ดังกึกก้องไปทั่วห้อง พรีมขมวดคิ้วงัวเงียจนกระทั่งตื่น ก่อนจะเบิกตาโตกับภาพนี้
" อะไรกันคะ! O.O"
ซึ่งอยู่ตรงหน้า ผู้ชายสามคนกำลังจะรุมเธอ ด้วยสภาพเปลื้องเสื้อเหลือเพียงกางเกงยีนต์ตัวเดียว
" ตื่นแล้วเหรอคะ.. น้องพรีม.."
และหนึ่งในนั้นก็คือ ...
"รัลโด้.. "
" ครับผม "
ก่อนพรีมจะยันตัวลุกขึ้น เพราะตกใจกับสารรูปตัวเอง ที่มันเหลือเพียงชั้นในตัวน้อยๆ
" ทำอย่างนี้ได้ยังไงคะ!!!"
ทว่า กลับถูกผลักลงไปใหม่ รุมกันพันธการเสมือนเธอคือนักโทษ
" อย่านะ! อย่าเข้ามานะ "
ในขณะพรีมพยายามดิ้น แต่กลับดิ้นไม่รอด สามคนช่วยกันมัดเธอไม่พอ ยังจะปิดปากปิดจมูกเธออีก เธอพอจะเข้าใจเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเธอแล้ว
ทว่า..ดูเหมือนมันจะสายเกินไป
" โฮกกกก! อ้วยอ้วยยยยย!"
พรีมโดนย่ำยีไม่มีเหลือ หนึ่งมือถอด อีกมือนึงกอด ผลัดกันจูบกันคลำ ทำอย่างกับเธอเป็นขอนไม้ ไม่สนว่าจะเจ้าของร่างจะขาดใจรึเปล่า
" ไม่เอา ฮือออ ไม่เอา.. "
แม้แต่เฮือกสุดท้ายที่ขาทั้งสองของเธอถูกถ่างออก เพื่อให้พวกสัตว์นรกเหล่านั้นแทรกใส่ความเป็นชายกันเข้ามา เธอทั้งจิกทั้งข่วน บ่งบอกให้รู้ว่าเธอนั้นเจ็บมาก ทว่า พวกมันก็ยังฟังเลย นับประสาอะไรกับตอนนี้..หากเธอจะขอให้เขาปล่อยเธอกลับบ้าน...
" ขิม..ฮึก เฮอ.."
ได้แต่นอนร้องไห้ ตาเหลือกมองเพดาน ปล่อยร่างกายให้เขาผลัดกันเชยชม พลันในสมองคิด
..เธอไม่น่าดื้อกับคำเตือนของขิมเลยจริงๆ ..
..ขิม.. ขิมช่วยพรีมด้วย...ช่วยที...
ถึงอยากจะตะโกนเรียกแค่ไหน ก็ทำได้เพียงในใจเท่านั้น
...เสียงของเธอไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นรูปแบบประโยคได้ นอกจากคำว่า..
" อา..."
" ร้องสิคะ ร้องออกมา.."
" อ๊ะ!!"
" อย่างนั้นล่ะคนเก่ง "
เพราะพวกมันทั้งกัดทั้งบีบ จนเธอไม่เหลือพื้นที่ให้หยุดพักผ่อน จิกเล็บลงกับฟูก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ระบายความกลัวเป็นเสียงสุดท้ายพร้อมกับน้ำตา!
" กรี๊ดดดดดด!!!"
แล้วก็แน่นิ่งไป..
...ทางด้านของขิม...
ตรู๊ดดดด... ตรู๊ด.....
" รับสิพรีม ทำไมแกไม่รับ "
ขิมร้อนใจสุดๆ หลังจากที่ตื่นขึ้นมา และพบว่าตีสองแล้วพรีมยังไม่กลับ
ติ้ดๆๆ
ก่อนจะตัดสินใจโทรหาอีเจ้ตัวต้นเหตุ ตามเบอร์ในนามบัตร เพื่อแค่จะถามว่าเพื่อนเธออยู่ไหน แต่ทว่า..ปลายสาย..
// ไม่มีสัญญาณตอบรับ จากหมายเลขที่ท่านเรียก //
" เฮ้ย อะไรวะ!"
เดินวนไปวนมาอย่างกับสายตรวจ พลางทรุดลงบนเตียงด้วยสีหน้าบึ้งตึง กดวางสายกำโทรศัพท์ไว้แน่น
" เหลวไหลจริงๆ เลย ..เพิ่งจะมาอยู่กรุงเทพไม่กี่วันทำตัวแบบนี้ซะแล้วเหรอ ไว้ใจมันง่ายๆได้ยังไง"
เลิกผ้าห่มเตรียมนอน ถอดหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอง่วงมากเลยนะ ทว่า กลับข่มหลับตาไม่ลง
นอนรอจนกระทั่งตีสาม และคิดว่ารอต่อไปไม่ไหว
" ช่างเถอะ! โตๆกันแล้ว คงจะเอาตัวรอดได้ละมั้ง ใช่ว่าจะไม่เตือนกันซะที่ไหนนี่ เกิดอะไรขึ้นกับแก ฉันก็คงไม่มีปัญญาไปตามหรอกนะ ที่นี่มันไม่ใช่ที่ของฉัน.."
ขิมบ่นอุบ เป็นการปลอบใจตัวเอง ว่าเธอนั้นได้ทำหน้าที่เพื่อนอย่างดีที่สุดแล้ว ก่อนจะหลับตาลง..เพราะต้านความง่วงไว้ต่อไปไม่ไหว
..แปดโมงเช้า...
วินาทีแรกที่ตื่น พรีมลืมตาขึ้นมาพบเสื้อผ้าตัวเองร่อนจ้น กับบริเวณรอบๆที่ดูว่างเปล่า ผู้ชายพวกนั้นคงพากันหนีไปแล้ว ทิ้งข้อความขู่ไว้ฉบับนึง
' ไม่อยากหยุดเรียนกลางคัน ก็อย่าไปบอกใคร'
กับเช็คหกหลักไว้ข้างกายเธอ
" ฮึก.."
ความเจ็บปวดจุกตรงท้องน้อย และเคืองๆตรงกลางหว่างขา บ่งบอกให้รู้เป็นอย่างดีว่าร่างพรีมนั้นไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เธอร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้อง ในขณะยังไม่พร้อมลุกขึ้นมาใหม่ ทอดสายตามองเพดานอย่างไร้จุดหมาย เอาแต่ตั้งคำถามกับตัวเอง
....แล้วต่อไปล่ะ เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน...
...จะมีหน้าไปเจอขิมได้ยังไง....
ทางด้านฝั่งรัลโด้ เมื่อผ่านจุดที่เสียวที่สุดมาได้ เขากับพรรคพวก ก็พากันมาสุมหัวต่อทันที แต่คราวนี้เป็นคอนโดของเพื่อนอีกคน
" เฮ้ย มันโทรมาแล้วเว้ย ไอ้โด้รับดิวะ "
เสียงโทรศัพท์สั่นเหมือนเจ้าเข้า ก่อนคนนอนใกล้มันมากที่สุดจะกดรับ
( ฮัลโหล )
" เปิดลำโพงๆ "
ปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสียงคนๆนึงที่พวกเขาต่างคุ้นเคยกัน
" เฮ้ยเคล ขอบใจนะเว้ย สำหรับผู้หญิงที่มึงส่งมา น่ารักดี ไอ้ฮัสกับไอ้พีชถูกใจใหญ่เลยว่ะ "
ก่อนเสียงทุ้มนั้นจะสวนออกมาด้วยความงง
( อะ..ไรนะ )
ในขณะสามคนนั้นที่หัวเราะชอบใจกันอยู่จะพากันเงียบไป หลังนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"..เอ่อ เคล.."
( นี่พวกมึงรุมน้องเขาเรอะ!!! )
" ..พวกกู.."
( เฮ้ยไอ้ xxx มึงทำอย่างนั้นได้ยังไงวะ!!!)
" ใจเย็นก่อนเคล กูก็แค่..."
( กูหาเด็กให้ เพราะเห็นว่ามึงเครียด แล้วทำไมถึง...ไอ้บ้าเอ๊ย!! น้องเขาเต็มใจรึเปล่า ?)
" เอ่อ.."
( ว่าไง!!!) "
ก็...ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ว่ากูให้เงินไปก้อนใหญ่นะเว้ย คงจะไม่..."
( ฟัค! #/@&//* )
"....."
( น้องเขาอยู่ไหนไอ้รัล )
" เฮ้ย เคล..มึง...ใจเย็นดิวะ ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลยนี่หว่า ก็แค่ผู้หญิงคนนึง ให้เงินไปอย่างที่เราเคยทำก็จบ"
( แต่ต้องไม่ใช่การรุมโทรม ..)
" ...."
( บอกกูมา!!! น้องเขาอยู่ไหน )
" ...เคล..."
( รัลโด้!)
" ห้อง..ห้องไอ้พีช คอนโดแถว xxx "
( พวกมึงกับกู..มี เรื่อง ต้อง เคลียร์ กัน )
ติ้ดๆๆ
เคลกัดฟันเน้นคำ แล้วก็ตัดสายไป ก่อนสามคนนั้นจะอุทานพร้อมกัน
" งานเข้า "
ทางด้านของเคล หลังจากได้รับ Location ผ่าน SMS เขาก็บึ่งไปยังที่ตั้งทันที ใช้รหัสหน้าประตูตามที่เจ้าของห้องบอก ก้าวฉับๆเข้าไปในห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ปลายเตียง เบิกตาอึ้งสุดๆ หลังเห็นสภาพ
" ให้ตายเถอะ..."
" กรี๊ด!!! อย่าเข้ามานะ! อย่าเข้ามา.."
" O.O"
" อย่า.."
" ใจเย็นน้อง พี่มาดี ไม่ได้จะมาทำร้าย "
พลางยกมือขึ้นเหนือหัว เมื่อร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้น อยู่ดีๆก็โวยวายขึ้นมา
" คุณ..เป็นใครน่ะ " เสียงอู้อี้ที่ผ่านการร้องไห้มานานถามขึ้น ในขณะเจ้าตัวใช้ผ้านวมพันร่างกาย ช้อนตาจากท่ากอดเข่าขึ้นมองเคลด้วยสภาพหัวยุ่ง "..." เคลถึงกับเงียบกริบไปไม่ถูก มองสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามีส่วนก่อตั้ง ไม่คิดว่ารัลโด้กับเพื่อนอีกสองคนจะทำถึงขนาดนี้ได้ สงสารจับใจ หดหู่จริงๆ " จะมาทำหนูอีกคน..." " เปล่าฮะ " รีบแทรกทันควัน ก่อนคนตรงหน้าจะเดาไปไกล " ผมมา... เอ่อ มาช่วยคุณ.." ถึงกับเสียงหาย เพราะอีกประโยคคำถามนี้ ที่พรีมเอ่ยมันออกมาพร้อมน้ำตา " ช่วย...ฮึก ช่วยทำไม " ก่อนร่างสูงในชุดลำลองดำทั้งชุดจะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พรีมทำท่าจะกระเถิบหนี ทว่า.. " ผมขอโทษ.." เคลกลับเอ่ยคำนี้ พร้อมอุ้งมือใหญ่ที่เข้าไปยื้อต้นแขน ทำเจ้าตัวชะงักกลางคันแล้วหันมามอง " ขะ ขอโทษทำไม.." " เอ่อ... คือ.." " คุณเป็นเพื่อนพวกนั้นเหรอ" พรีมชิงถา
เคลถึงกับเงียบกริบกับประโยคนี้ที่สาวเจ้าเน้นคำซะเขาเกือบหลุดขำ พลางเท้าสะเอวเตรียมทำศึกหนัก โดยการยียวนกวนประสาทกลับไป" ต่อยปากผมซะเลือดกลบ นี่ยังไม่สนิทกันอีกเรอะ! "เชยคางขึ้นท้าทายจะเอาเรื่อง ในขณะขิมเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน" แล้วใครใช้ให้คุณปากมอมก่อนล่ะคะ ช่วยไม่ได้ "ลอยหน้าหน้าลอยตาถาม ทำเอาเคลถึงกับอึ้ง" นี่คุณว่าผมเป็นหมาเหรอ "" คุณพูดเองนะ "" ขิม!"" บอกแล้วไงอย่าเรียกชื่อ! ถ้าไม่สนิทน่ะ..."" งั้นเดี๋ยวผมทำให้สนิทเอง "จบคำพูดของเคลแค่นั้น ข้อมือเล็กของขิมก็ถูกกระชากทันที ความแรงของมันทำคนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับถลาเข้าไปชนแผงอก ก่อนจะ..." อ๊ะ.. อุ๊บ!! O.O "ค้างกลางอากาศ เพราะปากเธอถูกปิด"..."" อื้อออ! "กว่าจะตั้งสติได้ เวลาก็วิ่งไปมากกว่าสิบวิแล้ว มือเล็กๆคู่นั้นถึง จะรัวกำปั้นใส่ปึงๆๆ" อึก!!"ชนิดที่ว่า สุดแรงและไม่มีอั้น ทว่า ..กลับดิ้นไม่หลุด เพราะแรงชายมันมากกว่าเยอะ แถมตะปบหน้าเธอไว้อีกด้วย จนกระทั่งเคลดูดดื่มแบบสาแก่ใจ ถึงจะปล่อยเป็นอิสระ" แฮ่กๆๆ"ถึงขั้นสาวเจ้าถอยหลังมายืนหอบเหมือนวิ่งมาไกลเป็นร้อยเมตร ชี้หน้าคนตรงข้ามที่ยืนเลียปากตัวเอง ด้วยความโมโหสุดขีด"
โค้งสุดท้ายแล้วถึงห้อง ขิมเดินมาหยุดอยู่ตรงประตู ก่อนจะเคาะมันเบาๆก็อก ก็อก ก็อกไม่นานมันก็ถูกเปิดออก พร้อมกับหน้าพรีมที่โผล่ออกมา" เอ๋.." ก่อนหล่อนจะทำหน้างง " เพิ่งทำงานวันแรกไม่ใช่เหรอ ทำไมเลิกเร็วล่ะ แล้วนั่น..มือไปโดนอะไรมา "ถามขิมเสียงตื่น ทว่า เจ้าตัวกลับไม่ตอบ นอกจากเดินเฉียดบ่าเข้าไป ปล่อยพรีมยืนค้างอยู่คนเดียว ก่อนจะปิดประตูเดินตามมาเมื่อได้สติ" ขิม.."" ฉันหกล้มน่ะ ไปโรงพยาบาลมา พี่สปอร์ตเลยให้ฉันกลับก่อน "ขิมโกหก พลางก้มหน้านิ่ง อันที่จริงก่อนหน้านี้ ขิมเป็นคนเปิดเผย มีอะไรจะบอกพรีมเป็นคนแรก ทว่าตกมาวันนี้กลับไม่ใช่ ขิมรู้สึกละเหี่ยใจ เพราะคิดว่าบอกไปพรีมก็ไม่สนใจจะจำหรอก" อ่อ แต่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม "ในขณะสาวหน้าตาจิ้มลิ้มไม่แพ้กันถามขึ้น เธอเลิกคิ้วให้เพื่อนทีนึง ก่อนจะทิ้งตัวอย่างหมดแรง เรื่องกระเป๋าสตังค์หาย กับถูกผู้ชายรังแก ขิมเปล่าเล่าหรอกนะ เพราะเธอไม่รู้จะเล่าไปทำไมเวลาผ่านไป 15 นาที ที่ทั้งห้องเงียบกริบหลังจากนั้น ในขณะขิมปริ่มๆ ทำท่าจะหลับ อยู่ๆพรีมเกิดโพล่งขึ้นมาทำเธอสะดุ้ง" วันนี้ฉันไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นกับแกนะ "" หืม..."ปรือตาขึ้นมามอง ในขณะหัว
กิ๊งก๊อง กิ๊งก๊องเสียงกระดิ่งหน้าห้อง ทำคนนอนอยู่ยักยิ้ม ควานหารีโมทมาปิดทีวี ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแอด..วินาทีแรกก่อนจะสบตากัน หลังประตูถูกเปิด“ ว้าย! “ขิมถึงกับยกมือบางปิดตาตัวเองแทบไม่ทัน“ ชู่วววว “ในขณะที่เคลหน้าตาตื่น ใช้นิ้วขึ้นมาแตะปาก ปรามคนมาใหม่ตรงหน้า“ อย่าเสียงดังสิ ตึกนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ““ ...”ทว่าสาวเจ้าร่างสูงระหง ไม่คุยด้วย เธอเอาแต่ยืนตัวตรงมือปิดอยู่แบบนั้น ทำเคลงง“ เป็นอะไร...”โน้มตัวลงไปถาม กลั้นหัวเราะ“ ก็.. ก็คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อยอ่ะ ““ ตรงไหน “คำบอกเล่าทำเคลต้องก้มลงไปมองตัวเองใหม่ พร้อมคิ้วที่เลิกขึ้น เหมือนพอใจที่ทำขิมเขินได้“ ไม่เห็นมีอะไรเลย "“ คุณไม่ใส่เสื้อ ““ ก็แค่ไม่ใส่เสื้อ แต่ผมใส่กางเกงนะคุณ “ถึงจะเป็นกางเกงชุดนอนก็เถอะ เขาคิด ยื่นมือมาคว้าแขนขิมไว้ ทำเจ้าหล่อนยิ่งตกใจกว่าเดิม สะดุ้งโหยงเตรียมจะโวย“ อย่านะ ““ ไม่เอาน่า มาคุยกันข้างในจะดีกว่า เดี๋ยวเขาออกมาด่าเอาหรอก “เคลออกความเห็น ทว่าขิมไม่ยอม“ คุณก็เข้าไปให้มาให้หนูสิ ““ เอาอะไร “ “ กระเป๋าไง ““ ของๆ คุณ คุณก็เข้าไปเอาเองสิ หรือจะไปเอาด้วยกัน ““ จะบ้าเหรอ พูดอะไรน่ะ
" ไปแล้วนะแม่..หวัดดีค่ะ " เสียงใสแจ๋วดังขึ้น พร้อมหน้าที่จิ้มลิ้มของเธอโผล่เข้ามา ทำหญิงวัยกลางคนร่างอวบท้วมหันหลังกลับมามอง ในขณะหล่อนกำลังวุ่นวายกับการจัดกวาดบ้านอยู่ " เอ๋..นี่ลูกจะไปแล้วเหรอขิม " " ใช่ค่ะ " " ไหนบอกไฟล์ออกหกโมง นี่เพิ่งจะบ่ายสาม " " ขิมนัดพรีมเอาไว้ค่ะ " " หืม..แม่ไม่ยักรู้ พรีมจะไปเรียนต่อที่กรุงเทพด้วย นึกว่าลูกไปคนเดียวซะอีก" " ยัยนั่นเพิ่งจะมาเปลี่ยนใจเอาเมื่อคืนน่ะค่ะ " " อีกแล้วเหรอ..พรีมเป็นแบบนี้ตลอด ชอบทำอะไรฉุกละหุก " แม่เธอบ่น ในขณะขิมเองก็ถอนหายใจ เลิกคิ้วขึ้น บ่งบอกถึงความหน่าย และเห็นด้วย " งั้นจะเป็นเพื่อนขิมได้เหรอคะ..เฮ้อ.." " อืม ถึงเมื่อไหร่ ก็โทรหาแม่ด้วยละกัน " " ได้ค่ะ ไปแล้วนะคะ " " บุญรักษาจ้ะ ^^" ถัดจากแม่ของเธอ ก็มาเจอด่านของพี่ชาย ซึ่งถอดเสื้อเหลือบ็อกเซอร์ตัวเดียวนอนแผ่อ้าซ่าอยู่ พอเธอเดินผ่าน " มองไม่เห็นหัวเฮียรึนะอิเตี้ย!" " แม่...ดู.." เธอ
สรุป..มีที่ลงคือร้านก๊วยเตี๋ยว พรีมปรับอารมณ์ไม่ทันกับขิมเลยจริงๆ ที่ตอนนี้ซัดเอาๆ มากกว่าหนึ่งถ้วยเข้าไปแล้ว " เดี๋ยว..คืออะไร ไหนบอกจะประหยัด " นั้นเลยทำให้เธอเผลอไปฉวยมือที่ถือตะเกียบอยู่ของขิมไว้อย่างช่วยไม่ได้ เพราะมันคาใจ " อาใยเย่า! อินๆ ไอเออะ!" " โอโห..คุณเพื่อน มีความเป็นกุลสตรีบ้างไหมนี่ " คิดจะหาเรื่อง แต่กลับต้องมาอมยิ้มแทน พลางถาม ก่อนคนถูกถามจะกลืนคำเบอเร่อลงคอ. " อึก! บ่นไร..ฉันบอกให้กินๆไปเถอะ หายากนะโอกาสที่ฉันจะกินเยอะแบบนี้.." แล้วกินต่อ.. " เดี๋ยว.." แต่เหมือนพรีมจะไม่ยอม เธอยื้อเอาไว้อีกรอบ พร้อมยักคิ้วตัดสินใจถาม " เรื่องไอ้แบงค์ใช่ปะ " " อะไร! " ทำขิมชะงักกลางคัน และเริ่มหน้าเหวอ " แกอกหักจากมันเลยมาเรียนที่นี่ใช่ปะ " เงียบไปในที่สุด ลดมือลงมากวนเส้นในชามเล่น พลางก้มหน้า.. " อย่าเผือก.." " ไม่เอาน่าขิม ฉันเพื่อนแกน่ะเว้ย บอกฉันได้ทุกเรื่อง ทำไมจะไม่รู้ "
ปี้นนนน!!ตุบ!"........"เอี๊ยดดดดด!รถเก๋งคันหรูหักพวงมาลัยกะทันหัน ก่อนจะเบรคลากล้อก็ตอนที่เลยไปไกลแล้วขิมนั่งจุกอยู่ข้างฟุตบาท มือข้างหนึ่งของเธอกุมท้องไว้ หน้ายับยู่ยี่เพราะความเจ็บปวดท่ามกลางผู้คนที่เริ่มจะหันมามอง" หนูเป็นอะไรรึเปล่า "เพียงรถเฉี่ยวเท่านั้น ทว่า ทำไมเจ็บจัง.. รึอาจจะเป็นเพราะว่าก้นจ้ำเบ้าเอาเต็มแรง เลยทำเธอให้ข้อศอกไปกระแทกถนน" ไม่เท่าไหร่ค่ะ "ยกแผลขึ้นมาดูก่อนจะซู้ดลมเข้าปาก เงยหน้าขึ้นไปมองรถคันต้นเหตุ พลางยันตัวเองลุกขึ้น" นั่นไงเขามาแล้ว " ในขณะป้าคนเดิมชี้ไปทางนั้น " คงมาดูอาการ ไปหาหมอซะนะลูก "ก่อนป้าแกจะเดินจากไป ปล่อยให้ขิมยืนงงอยู่คนเดียว จนกระทั่งคู่กรณีเดินมาถึง" เป็นอะไรรึเปล่าครับ "เสียงทุ่มนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าแปลก บวกกับโคโลญจน์อ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเสื้อของเขาให้ขิมได้กลิ่นเบาๆนั้น ...เชื่อไหมขิมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเลย... ไม่ใช่เพราะความเขินหรอกนะ ตรงนี้เธอรู้ดี .. ถ้าให้หาเหตุผล เธอว่า..มันคงจะเป็นเพราะเขาสมาร์ทเกินไปมากกว่า" ว่าไง เป็นอะไรเหรอเปล่า ผมต้องรีบไปประชุม"" เอ่อ.."ทว่า..ประโยคคำถามใหม่นี้ทำเธอเลี่ยงที่จะเงยหน้าขึ้นไม่ได้
นับตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ขิมยังไม่เคยโดนคนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งวันกระเตงเธอขึ้นบ่าแบบนี้เลย ...หมอนี่คือคนแรก .. แถมยังอุ้มซะสำเร็จด้วย เพราะเธอดิ้นไม่ได้จนกระทั่งมาถึงที่หมาย ตุบ! คือรถคันเดิม ที่เธอปีนขึ้นมาเมื่อเช้า " โอ้ยเจ็บนะ " " กระแทกกับเบาะแค่ทำเป็นร้อง ถ้าร่วงหล่นพื้นเมื่อกี้จะหนาว หนักแทบตาย ดิ้นอยู่ได้ " เคลบ่นอุบ ก่อนจะปิดประตูใส่ ไม่ทันที่ขิมจะโวยคืน " แล้ว.." ปัง! " อ๊ะ " เล่นเอาร่างงามเจ้าของแผลถึงกับเงิบ มาต่ออีกทีก็ตอนที่เขาขึ้นมานั่งอีกฝั่งนึงข้ามแล้ว " แล้วใครสั่งให้คุณอุ้มเล่า!" " ไม่มี!" " ก็แล้ว..." เอิ่ม ดูคำตอบเขาสิ แบบนี้ขิมจะไปถูกได้ยังไง ทำเอาเจ้านางขากรรไกรค้าง เงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนมานั่งกอดอกแทน แล้วมาอ้าปากค้างอีกที เพราะประโยคนี้ " รัดเข็มขัดด้วย" " ห๊ะ.." " ผมหิวข้าว เผื่อผมโมโหคันข้างหน้า เผลอเหยียบเบรคกะทันหันเข้า " ..หมอนี่นี่มัน...
กิ๊งก๊อง กิ๊งก๊องเสียงกระดิ่งหน้าห้อง ทำคนนอนอยู่ยักยิ้ม ควานหารีโมทมาปิดทีวี ก่อนจะเดินไปเปิดประตูแอด..วินาทีแรกก่อนจะสบตากัน หลังประตูถูกเปิด“ ว้าย! “ขิมถึงกับยกมือบางปิดตาตัวเองแทบไม่ทัน“ ชู่วววว “ในขณะที่เคลหน้าตาตื่น ใช้นิ้วขึ้นมาแตะปาก ปรามคนมาใหม่ตรงหน้า“ อย่าเสียงดังสิ ตึกนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ““ ...”ทว่าสาวเจ้าร่างสูงระหง ไม่คุยด้วย เธอเอาแต่ยืนตัวตรงมือปิดอยู่แบบนั้น ทำเคลงง“ เป็นอะไร...”โน้มตัวลงไปถาม กลั้นหัวเราะ“ ก็.. ก็คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อยอ่ะ ““ ตรงไหน “คำบอกเล่าทำเคลต้องก้มลงไปมองตัวเองใหม่ พร้อมคิ้วที่เลิกขึ้น เหมือนพอใจที่ทำขิมเขินได้“ ไม่เห็นมีอะไรเลย "“ คุณไม่ใส่เสื้อ ““ ก็แค่ไม่ใส่เสื้อ แต่ผมใส่กางเกงนะคุณ “ถึงจะเป็นกางเกงชุดนอนก็เถอะ เขาคิด ยื่นมือมาคว้าแขนขิมไว้ ทำเจ้าหล่อนยิ่งตกใจกว่าเดิม สะดุ้งโหยงเตรียมจะโวย“ อย่านะ ““ ไม่เอาน่า มาคุยกันข้างในจะดีกว่า เดี๋ยวเขาออกมาด่าเอาหรอก “เคลออกความเห็น ทว่าขิมไม่ยอม“ คุณก็เข้าไปให้มาให้หนูสิ ““ เอาอะไร “ “ กระเป๋าไง ““ ของๆ คุณ คุณก็เข้าไปเอาเองสิ หรือจะไปเอาด้วยกัน ““ จะบ้าเหรอ พูดอะไรน่ะ
โค้งสุดท้ายแล้วถึงห้อง ขิมเดินมาหยุดอยู่ตรงประตู ก่อนจะเคาะมันเบาๆก็อก ก็อก ก็อกไม่นานมันก็ถูกเปิดออก พร้อมกับหน้าพรีมที่โผล่ออกมา" เอ๋.." ก่อนหล่อนจะทำหน้างง " เพิ่งทำงานวันแรกไม่ใช่เหรอ ทำไมเลิกเร็วล่ะ แล้วนั่น..มือไปโดนอะไรมา "ถามขิมเสียงตื่น ทว่า เจ้าตัวกลับไม่ตอบ นอกจากเดินเฉียดบ่าเข้าไป ปล่อยพรีมยืนค้างอยู่คนเดียว ก่อนจะปิดประตูเดินตามมาเมื่อได้สติ" ขิม.."" ฉันหกล้มน่ะ ไปโรงพยาบาลมา พี่สปอร์ตเลยให้ฉันกลับก่อน "ขิมโกหก พลางก้มหน้านิ่ง อันที่จริงก่อนหน้านี้ ขิมเป็นคนเปิดเผย มีอะไรจะบอกพรีมเป็นคนแรก ทว่าตกมาวันนี้กลับไม่ใช่ ขิมรู้สึกละเหี่ยใจ เพราะคิดว่าบอกไปพรีมก็ไม่สนใจจะจำหรอก" อ่อ แต่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม "ในขณะสาวหน้าตาจิ้มลิ้มไม่แพ้กันถามขึ้น เธอเลิกคิ้วให้เพื่อนทีนึง ก่อนจะทิ้งตัวอย่างหมดแรง เรื่องกระเป๋าสตังค์หาย กับถูกผู้ชายรังแก ขิมเปล่าเล่าหรอกนะ เพราะเธอไม่รู้จะเล่าไปทำไมเวลาผ่านไป 15 นาที ที่ทั้งห้องเงียบกริบหลังจากนั้น ในขณะขิมปริ่มๆ ทำท่าจะหลับ อยู่ๆพรีมเกิดโพล่งขึ้นมาทำเธอสะดุ้ง" วันนี้ฉันไม่ได้อยู่กินข้าวเย็นกับแกนะ "" หืม..."ปรือตาขึ้นมามอง ในขณะหัว
เคลถึงกับเงียบกริบกับประโยคนี้ที่สาวเจ้าเน้นคำซะเขาเกือบหลุดขำ พลางเท้าสะเอวเตรียมทำศึกหนัก โดยการยียวนกวนประสาทกลับไป" ต่อยปากผมซะเลือดกลบ นี่ยังไม่สนิทกันอีกเรอะ! "เชยคางขึ้นท้าทายจะเอาเรื่อง ในขณะขิมเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน" แล้วใครใช้ให้คุณปากมอมก่อนล่ะคะ ช่วยไม่ได้ "ลอยหน้าหน้าลอยตาถาม ทำเอาเคลถึงกับอึ้ง" นี่คุณว่าผมเป็นหมาเหรอ "" คุณพูดเองนะ "" ขิม!"" บอกแล้วไงอย่าเรียกชื่อ! ถ้าไม่สนิทน่ะ..."" งั้นเดี๋ยวผมทำให้สนิทเอง "จบคำพูดของเคลแค่นั้น ข้อมือเล็กของขิมก็ถูกกระชากทันที ความแรงของมันทำคนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับถลาเข้าไปชนแผงอก ก่อนจะ..." อ๊ะ.. อุ๊บ!! O.O "ค้างกลางอากาศ เพราะปากเธอถูกปิด"..."" อื้อออ! "กว่าจะตั้งสติได้ เวลาก็วิ่งไปมากกว่าสิบวิแล้ว มือเล็กๆคู่นั้นถึง จะรัวกำปั้นใส่ปึงๆๆ" อึก!!"ชนิดที่ว่า สุดแรงและไม่มีอั้น ทว่า ..กลับดิ้นไม่หลุด เพราะแรงชายมันมากกว่าเยอะ แถมตะปบหน้าเธอไว้อีกด้วย จนกระทั่งเคลดูดดื่มแบบสาแก่ใจ ถึงจะปล่อยเป็นอิสระ" แฮ่กๆๆ"ถึงขั้นสาวเจ้าถอยหลังมายืนหอบเหมือนวิ่งมาไกลเป็นร้อยเมตร ชี้หน้าคนตรงข้ามที่ยืนเลียปากตัวเอง ด้วยความโมโหสุดขีด"
" คุณ..เป็นใครน่ะ " เสียงอู้อี้ที่ผ่านการร้องไห้มานานถามขึ้น ในขณะเจ้าตัวใช้ผ้านวมพันร่างกาย ช้อนตาจากท่ากอดเข่าขึ้นมองเคลด้วยสภาพหัวยุ่ง "..." เคลถึงกับเงียบกริบไปไม่ถูก มองสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามีส่วนก่อตั้ง ไม่คิดว่ารัลโด้กับเพื่อนอีกสองคนจะทำถึงขนาดนี้ได้ สงสารจับใจ หดหู่จริงๆ " จะมาทำหนูอีกคน..." " เปล่าฮะ " รีบแทรกทันควัน ก่อนคนตรงหน้าจะเดาไปไกล " ผมมา... เอ่อ มาช่วยคุณ.." ถึงกับเสียงหาย เพราะอีกประโยคคำถามนี้ ที่พรีมเอ่ยมันออกมาพร้อมน้ำตา " ช่วย...ฮึก ช่วยทำไม " ก่อนร่างสูงในชุดลำลองดำทั้งชุดจะเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ พรีมทำท่าจะกระเถิบหนี ทว่า.. " ผมขอโทษ.." เคลกลับเอ่ยคำนี้ พร้อมอุ้งมือใหญ่ที่เข้าไปยื้อต้นแขน ทำเจ้าตัวชะงักกลางคันแล้วหันมามอง " ขะ ขอโทษทำไม.." " เอ่อ... คือ.." " คุณเป็นเพื่อนพวกนั้นเหรอ" พรีมชิงถา
วินาทีแรกที่รถมาจอด หลังจากพรีมนั่งเอามือจิกเข้าหากันจนเจ็บมาตลอดทางนั้น ความรู้สึกถัดมาต่อจากนั้นคือ .... หัวใจเธอเต้นแรงมาก... " ที่นี่..มันที่ไหนคะ.." ในขณะเสียงถามดังขึ้น คนถามยังก้มหน้าอยู่เลย เพราะภาพตรงหน้าที่เธอเห็นมันเป็นตึกคอนโดของคนพามาชัดๆ " ที่ๆเราจะดูดาวกันไงล่ะคะ " " ไม่ใช่ห้องพี่หรอกเหรอคะ " " หืม.." ก่อนคำถามนี้ของพรีมจะถูกขัดด้วยเสียงปิดเครื่องยนต์ และปลดเข็มขัดนิรภัย " ดูได้ค่ะ มองออกไปจากดาดฟ้าของตึกนี้ " " เหรอคะ.." ถึงแม้ว่าคำบอกเล่าของเขาจะน่านับถือ หรือมีเปอร์เซ็นเชื่อได้สักเท่าไหร่ เพราะรอยยิ้มเสมือนความจริงใจที่เขานั้นหยิบยื่นให้ทุกครั้งที่พูด ทว่า.. พรีมก็ยังคงถามใจตัวเองเหมือนเดิมอยู่ดี ...ทำไมแกไม่ทำตามหน้าที่ควรจะทำฮะ... แค่กินข้าวให้จบเมื่อครู่ ก็คงไม่ต้องมานั่งกดดันอยู่แบบนี้แล้ว ...นี่แกแพ้ความหล่อเขาจริงๆ อย่างที่ขิมเคยว่าไว้ใช่ไหม... " ครับผม.. โอเค ลงเลย " ก่อนจะรู้ตัวว่าความคิดตัวเองนั้น หมดความหมายไปก็ตอนที่รัลโ
...หอพัก...ประตูถูกเปิด" คืนนี้เลยรึคะ ได้เลยค่ะพี่ ไม่มีปัญหา.."ในขณะเสียงหวานของพรีมบ่นใส่โทรศัพท์ ก่อนจะชำเลืองมองขิมที่เดินเข้ามา ทว่ายังคงพูดต่อ ถึงขิมจะเริ่มขมวดคิ้วแล้วก็ตาม " อาทิตย์หน้า มหาลัยถึงเปิด ใช่ค่ะยังมีเวลาอีกเยอะ ""...."" หืม..ตรีมสีแดงรึคะ จัดไปค่ะ ""..."" ค่ะพี่ แล้วเจอกัน "**ติ้ด.**ก่อนจะกดวางหลังจากคุยเสร็จ เลิกคิ้วเชิงถามขิมประมาณว่าไปไหนมา" แผลหายเจ็บแล้วเหรอ "พลิกตัวจากทางนั่งมานอนคว่ำ ขิมส่ายหน้า พลางปลดเป้ออกจากหัวไหล่" ยังเจ็บนิดๆ ว่าแต่..แกคุยกับใครน่ะ "" กับพี่กระเทยคนนั้นน่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานกับพี่เขา "" ว่าไงนะ!"ขิมถึงกับบึ้งตึงหลังพรีมเอ่ยจบทันที" งานนั้นมัน.."" อย่าห้ามฉันเลยขิม ฉันต้องการเงิน "ในขณะที่พรีมแทรก ไม่เปิดโอกาสให้ขิมได้ขัดขวางเลย" แต่ที่บ้านแกเขาก็.."" ฉันอยากได้เงินมาซื้อของใช้ส่วนตัว รึของที่ฉันอยากจัได้น่ะ เงินที่พ่อให้ ..มันไม่พอ "ตอบหน้าตาเฉย ทำท่าทางเหมือนคนมีอีโก้ ไม่ใส่ใจอะไร ทั้งๆที่ขิมตอนนี้รู้สึกวิตกกังวลมาก ห่วงเพื่อนว่าอนาคตจะแย่ ถ้ายังไม่รู้จักแยกแยะแบบนี้" พรีม.. "" ไม่เอาน่าขิม "เจ้าของชื
10.00 น.กริ๊งงงง กริ๊งงงง~" ขิม.."กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง" โอ้ยขิม โทรศัพท์แก ! "เสียงพรีมโวยวาย ก่อนจะดึงหัวตัวเองผงกขึ้นมาจากหมอนนุ่ม หน้ายับยู่ยี่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดสุดขีด ในขณะเสียงเจ้าของดังออกมาจากห้องน้ำ" รับให้หน่อย ฉันอาบน้ำอยู่ ~"" โอย..ใครโทรมา..คนยิ่งหลับสบายอยู่ นี่ก็เหมือนกัน ตั้งเสียงเรียกเข้าซะแก้วหูแทบแตก "พรีมบ่นอุบปิดท้ายก่อนจะกดรับ แล้วมาชะงักตอนหลัง ด้วยน้ำเสียงนี้ ติ้ด!" ฮัลโหล.."( อรุณสวัสดิ์เด็กน้อย..)" อ๊ะ.." สะตั้นอยู่สองวิ ดึงโทรศัพท์จากการแนบหูมาดูจอ พลางพึมพำ " ผู้ชาย.."( ฮัลโหล ได้ยินมั้ย )" คะ..ค่ะ ค่ะฟังอยู่ค่ะ "และมาชะงักอีกทีก็ตอนเคลถาม( คุณไม่ใช่เจ้าของโทรศัพท์ใช่ไหมครับ )" อะ..อ่า..ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อน ยัยขิมอาบน้ำอยู่ "( อ้อ..ชื่อขิมสินะ )น่าทึ่งมากที่เขาจำเสียงเธอได้ ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักชื่อ" ใช่..ค่ะ.. มีอะไรด่วนไหมคะ ฝากพรีมได้นะ เดี๋ยวพรีมจะบอกให้เองค่ะ "( ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ไม่ได้สำคัญอะไร เอาเป็นว่าอีกครึ่งชั่วโมงผมจะโทรไปใหม่ ถึงตอนนั้นเพื่อนคุณคงสะดวกคุยกับผมพอดี)" คะ?"แล้วเขาก็วาง**ติ้ด!**" อะไรว้า.."ทำเอาพรีมตาสว่
นับตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ขิมยังไม่เคยโดนคนแปลกหน้าที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งวันกระเตงเธอขึ้นบ่าแบบนี้เลย ...หมอนี่คือคนแรก .. แถมยังอุ้มซะสำเร็จด้วย เพราะเธอดิ้นไม่ได้จนกระทั่งมาถึงที่หมาย ตุบ! คือรถคันเดิม ที่เธอปีนขึ้นมาเมื่อเช้า " โอ้ยเจ็บนะ " " กระแทกกับเบาะแค่ทำเป็นร้อง ถ้าร่วงหล่นพื้นเมื่อกี้จะหนาว หนักแทบตาย ดิ้นอยู่ได้ " เคลบ่นอุบ ก่อนจะปิดประตูใส่ ไม่ทันที่ขิมจะโวยคืน " แล้ว.." ปัง! " อ๊ะ " เล่นเอาร่างงามเจ้าของแผลถึงกับเงิบ มาต่ออีกทีก็ตอนที่เขาขึ้นมานั่งอีกฝั่งนึงข้ามแล้ว " แล้วใครสั่งให้คุณอุ้มเล่า!" " ไม่มี!" " ก็แล้ว..." เอิ่ม ดูคำตอบเขาสิ แบบนี้ขิมจะไปถูกได้ยังไง ทำเอาเจ้านางขากรรไกรค้าง เงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนมานั่งกอดอกแทน แล้วมาอ้าปากค้างอีกที เพราะประโยคนี้ " รัดเข็มขัดด้วย" " ห๊ะ.." " ผมหิวข้าว เผื่อผมโมโหคันข้างหน้า เผลอเหยียบเบรคกะทันหันเข้า " ..หมอนี่นี่มัน...
ปี้นนนน!!ตุบ!"........"เอี๊ยดดดดด!รถเก๋งคันหรูหักพวงมาลัยกะทันหัน ก่อนจะเบรคลากล้อก็ตอนที่เลยไปไกลแล้วขิมนั่งจุกอยู่ข้างฟุตบาท มือข้างหนึ่งของเธอกุมท้องไว้ หน้ายับยู่ยี่เพราะความเจ็บปวดท่ามกลางผู้คนที่เริ่มจะหันมามอง" หนูเป็นอะไรรึเปล่า "เพียงรถเฉี่ยวเท่านั้น ทว่า ทำไมเจ็บจัง.. รึอาจจะเป็นเพราะว่าก้นจ้ำเบ้าเอาเต็มแรง เลยทำเธอให้ข้อศอกไปกระแทกถนน" ไม่เท่าไหร่ค่ะ "ยกแผลขึ้นมาดูก่อนจะซู้ดลมเข้าปาก เงยหน้าขึ้นไปมองรถคันต้นเหตุ พลางยันตัวเองลุกขึ้น" นั่นไงเขามาแล้ว " ในขณะป้าคนเดิมชี้ไปทางนั้น " คงมาดูอาการ ไปหาหมอซะนะลูก "ก่อนป้าแกจะเดินจากไป ปล่อยให้ขิมยืนงงอยู่คนเดียว จนกระทั่งคู่กรณีเดินมาถึง" เป็นอะไรรึเปล่าครับ "เสียงทุ่มนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าแปลก บวกกับโคโลญจน์อ่อนๆ ที่โชยออกมาจากเสื้อของเขาให้ขิมได้กลิ่นเบาๆนั้น ...เชื่อไหมขิมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเลย... ไม่ใช่เพราะความเขินหรอกนะ ตรงนี้เธอรู้ดี .. ถ้าให้หาเหตุผล เธอว่า..มันคงจะเป็นเพราะเขาสมาร์ทเกินไปมากกว่า" ว่าไง เป็นอะไรเหรอเปล่า ผมต้องรีบไปประชุม"" เอ่อ.."ทว่า..ประโยคคำถามใหม่นี้ทำเธอเลี่ยงที่จะเงยหน้าขึ้นไม่ได้