เมื่อคืนเหนือฟ้านอนไม่ค่อยหลับเพราะอดคิดไม่ตกเรื่องที่เขาบอกมีแพลนจะเดินทางเร็ว ๆ นี้ วันนี้ก็เลยตื่นตั้งตีห้าครึ่ง ทั้งที่มีคาบเรียนแรกตอนแปดโมงเช้า นิสิตสาวอาบน้ำแต่งตัวมองหาชุดนักศึกษาที่เธอแขวนไว้กับตู้ กะว่าจะขอเตารีดของภาคีมาใช้รีดชุดตอนเช้า ทว่าชุดของเธอกลับไม่ได้แขวนไว้ที่เดิม เพราะมันถูกแขวนไว้ที่โต๊ะยืนรีดผ้า
ยิ่งไปกว่านั้นทั้งเสื้อและกระโปรงของเธอก็ถูกรีดจนเนี๊ยบไม่มีรอยยับรอยพับใด ๆ
"ฝีมือพี่คีเหรอ" หญิงสาวพูดพึมพำพลางหยิบชุดนักศึกษามาใส่ แล้วคิดว่าจะทำมื้อเช้าให้เขารับประทาน เขาจะได้รู้ว่าเธอเองก็มีเสน่ห์ปลายจวักอยู่เหมือนกัน
ผ่านไปเพียงสิบกว่านาทีไข่กระทะกับนมจืดก็ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะกินข้าว แต่รอจนหกโมงครึ่งภาคีก็ยังไม่ตื่น เหนือฟ้าจึงเดินไปเคาะห้องทำงาน
"พี่คีคะ พี่คีตื่นหรือยัง"
เพราะเขาไม่ตอบเธอจึงค่อย ๆ บิดกลอนประตูเข้าไปแล้วเดินให้เงียบที่สุด แต่พอเห็นว่าเขานอนหลับฟุบอยู่หน้าจอคอม จึงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงยังไม่ตื่น เหนือฟ้าหยุดที่หน้าจอคอม มองดูบางสิ่งที่เขาทำค้างไว้ ผลปรากฏว่ามันคือเอกสารภาษาญี่ปุ่นล้วน ๆ ซึ่งเธออ่านไม่ออกเลยสักตัว
"พี่คี เหนือมาปลุกไปกินมื้อเช้าค่ะ" เธอเรียก แต่เขากลับเงียบเหมือนเดิม คราวนี้จึงลองแตะแขนเขาดู ทว่ามันกลับร้อนเหมือนไฟ แสดงว่าเขากำลังเป็นไข้ "พี่คีคะ พี่คี"
รอบนี้ทั้งเขย่าแล้วเรียกให้ดังขึ้น ถ้าไม่ตื่นก็คงต้องเรียกรถพยาบาลแล้ว โชคดีหน่อยที่เขาปรือตามอง แถมยังแค่นยิ้มให้อีก
"ตื่นแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งนะ" ภาคียันตัวลุกขึ้น แต่เหนือฟ้าสังเกตเห็นว่าเขากำลังยืนโงนเงนเหมือนคนหมดแรง เธอจึงตัดสินใจประคองเขา เรียวแขนอุ่นโอบคล้องรอบเอวของภาคี ฉีกยิ้มละมุนให้กำลังใจ
"ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเหนือนั่งรถไฟใต้ดินไปก็ได้ค่ะ พี่คีไปนอนที่เตียงก่อนนะคะ เดี๋ยวเหนือจะเช็ดตัวให้"
ภาคีไม่ตอบแต่พยักหน้ารับแล้วพาตัวเองเดินไปพร้อมกับเหนือฟ้าจนถึงเตียงนอน "พี่คีมียาแก้ไข้ไหมคะ"
"น่าจะอยู่ในลิ้นชักที่โต๊ะทำงานพี่ เหนือลองไปรื้อดูนะ" เขาบอกแล้วนั่งพิงกับเตียง เหนือฟ้าจึงรีบวิ่งไปหายาดังกล่าว หญิงสาวดึงลิ้นชักออกมา แล้วพบยาหนึ่งแผง แต่กลับพบอีกอย่างที่น่าตกใจ
เพราะมันคือพาสปอตที่แนบอยู่กับแฟ้มที่เขียนเป็นภาษาไทยว่า 'ฮอกไกโด' เหนือฟ้าหยุดขบคิดได้ครู่หนึ่ง แล้วเดินกลับไปหาภาคีด้วยความรู้สึกน้อยใจและเสียใจที่เขาไม่ยอมปริปากบอกเรื่องนี้กับเธอ
"ยาค่ะ" เหนือฟ้าส่งยาและน้ำให้คนป่วย ภาคีกลืนยาลงคอด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว "เจ็บคอเหรอคะ"
"ก็นิดหน่อย" เขาส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้เธอ
"เหนือมีลูกอมแก้เจ็บคออยู่ เดี๋ยวเหนือมานะคะ" จังหวะที่เธอกำลังจะลุกจากเตียง กลับถูกมือร้อนจัดของเขาคว้าแขนของตนไว้จนแน่น
"ขอบคุณครับ"
"หายก่อนแล้วค่อยขอบคุณเหนือทีหลังเถอะ"
เหนือฟ้ากลับเข้ามาพร้อมยาแก้เจ็บคอ แต่ภาคีกลับขดตัวอยู่บนที่นอนเพราะพิษไข้ เธอจึงตั้งใจเช็ดตัวให้เขาไปจนถึงเจ็ดโมงครึ่ง แล้วเขียนโน้ตแปะไว้ที่หัวเตียง จากนั้นจึงรีบเดินทางไปเรียน
แม้วันนี้เธอจะมีเรียนแค่สองวิชาแต่กลับรู้สึกว่าหนึ่งชั่วโมงที่นั่งจดเล็กเชอร์ในห้องเรียนกลับยาวนานเหมือนสิบวัน นิสิตสาวเป็นกังวลว่าภาคีจะอาการดีขึ้นไหม เขาจะได้กินข้าวกินปลาหรือยัง จึงพิมพ์แชตส่งไปให้เขาทางข้อความเพื่อถามไถ่อาการป่วย
"ไข้ลดรึยังพี่คี"
"ลดแล้ว" เขาตอบกลับมาสั้น ๆ ตามด้วยอีโมจิรูปหน้ายิ้ม
หลังเลิกเรียนเหนือฟ้าไม่แวะร้านน้ำปั่นเจ้าเดิม ไม่แม้แต่จะเม้าท์กับเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนตามปกติเช่นเคย หญิงสาวรีบร้อนเดินทางกลับมายังคอนโด ระหว่างทางกลับมาจึงแวะซื้อน้ำจับเลี้ยงเจ้าเก่ากับราดหน้ายอดผักไปฝากภาคี
ก๊อก! ก๊อก!
เหนือฟ้าเคาะเรียกเจ้าของห้อง ราวห้านาทีเขาก็เดินมาเปิดประตู สีหน้าของเขาดูสดใสขึ้นเล็กน้อยแต่กลับยังมีเลือดฝาดจาง ๆ ฉาบอยู่บนผิวแก้มขาว
"พี่กินไข่กระทะเหนือแล้ว อร่อยมาก" เขาบอกแล้วเดินตามเธอมาที่เคาน์เตอร์ครัว
"งั้นกินมื้อเย็นต่อค่ะ" เหนือฟ้าเทราดหน้ายอดผักใส่จาน พร้อมกับน้ำจับเลี้ยงใส่แก้ว ภาคียืนมองตาปริบ ๆ ขณะที่อีกฝ่ายยกของกินไปที่โต๊ะอาหารเรียบร้อย แต่เขาก็ยังคงยืนทำหน้างงอยู่ "อ้าวมากินสิคะ เป็นไข้จนเบลอไปแล้วเหรอ"
เหนือฟ้าเดินไปฉุดแขนภาคีให้นั่งลงที่เก้าอี้ ส่วนเธอลากเก้าอี้เข้ามานั่งประกบเขาราวกับเฝ้ายักษ์ตัวใหญ่ หญิงสาวจัดการหยิบช้อนส้อมในจานเขาแล้วเลือกหมูกับผักซะส่วนใหญ่ใส่ช้อนเพื่อป้อนเขา
"กินเร็วค่ะ นั่งเฉย ๆ เดี๋ยวเหนือป้อนเอง"
"พี่กินเองได้ครับ" เขาส่ายหัวปฏิเสธ เพราะตอนนี้หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก นี่เป็นครั้งแรกที่เหนือฟ้าอ่อนโยนและดูแลเขาดีขนาดนี้
"ไม่เป็นไรค่ะ ให้เหนือดูแลพี่คีบ้าง เพื่อตอบแทนที่ทำกับข้าวให้กิน ช่วยทำรายงาน แล้วก็ยังรีดชุดนักศึกษาให้เหนือด้วย อ้าปากสิคะ" เหนือฟ้าสั่ง
"งั้นพี่ไม่เกรงใจแล้วนะ" เขายิ้มแล้วอ้าปาก นั่งตัวนิ่ง ๆ รอคอยให้เหนือฟ้าปรนนิบัติ
เหนือฟ้าป้อนราดหน้าให้ภาคีจนหมดจาน แล้วก็ฟาดราดหน้าในจานตัวเองจนหมดภายในสิบนาที ภาคีที่แอบมองอยู่หน้าทีวีจึงแอบยกโทรศัพท์ขึ้นมาอัดคลิปหญิงสาวเพื่อเก็บไว้ดูส่วนตัว
"เอ้ เอาที่ชาร์ตไปไว้ไหน" ประมาณหนึ่งทุ่มเหนือฟ้าเดินไปหาที่ชาร์ตแบตที่วางลืมไว้บนโต๊ะทำงานของภาคี แต่กลับต้องถอยหลังหนี เพราะเจ้าของห้องกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ข้างใน จึงเลือกที่จะยืนฟังเงียบ ๆ ไม่ให้เขารู้ตัว
"ครับพี่เมฆ รู้แล้วเหรอว่าผมจะไปต่อโทที่ญี่ปุ่น พี่มนต์บอกใช่ไหม สงสัยพ่อจะเอาไปป่าวประกาศ ผมเดินทางวันที่แปดเดือนพฤศจิกาครับ ไม่ต้องเลี้ยงส่งผมก็ได้ สามปีไวจะตายไป"
เหนือฟ้ารีบเดินหนีกลับไปที่ห้อง ปิดประตูล็อกห้องเรียบร้อยเพราะไม่อยากให้คนข้างนอกได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ ทำไมเขาต้องไปเวลานี้ด้วย ไปตอนที่เธอต้องการเขามากที่สุด
เหนือฟ้านอนร้องไห้ตาบวมจนถึงสามทุ่ม จึงลุกเดินไปอาบน้ำแล้วกลับมาอ่านชีตสรุปสำหรับการสอบเก็บคะแนนในสัปดาห์หน้า"เหนือ พี่จะเอาเสื้อผ้าไปซักให้ เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ"คนด้านในแง้มประตูออกเพียงเล็กน้อย "เหนือซักเองได้ค่ะ พี่คีป่วยอยู่ก็ไปพักเถอะ"จังหวะที่กำลังจะปิดประตู ภาคีสังเกตเห็นดวงตาที่บวมช้ำ เขาจึงจับขอบประตูไว้ไม่ให้เหนือฟ้าปิด "เป็นอะไรรึเปล่า""ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ เหนือจะอ่านหนังสือสอบ" เหนือฟ้าพยายามดึงประตูที่ภาคีกำลังง้างออก แต่ด้วยสู้แรงคนตัวใหญ่กว่าไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องยอมให้เขาเปิดประตูเข้ามาคนที่กำลังเสียใจรีบเดินหนีไปโต๊ะทรงกลมริมหน้าต่างห้องนอน พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล "เหนือ หันมาหาพี่หน่อย""พี่คีจะไปญี่ปุ่นเหรอคะ"ภาคีอึ้งคิ้วเข้มขมวดเข้ามากัน นึกย้อนไปถึงตอนที่เขาให้เธอไปหยิบยาในลิ้นชัก สงสัยคงจะไปเจอเอกสารมหาลัยที่ญี่ปุ่นกับพาสปอตที่เขาแอบเก็บไว้"ใช่ พี่จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่นั่น""แล้วพี่คีคิดจะบอกเหนือเมื่อไหร่ หรือคิดจะบอกตอนที่เหนือถลำลึกไปมากกว่านี้" เหนือฟ้าเถียงเสียงสั่นพยายามเดินหนีไปที่อื่นไม่ให้เขาเห็น ภาคีรีบเดินไปดักหน้า ทำให้พบว่าดวงหน้าจิ้มลิ้ม
รุ่งเช้าของวันเสาร์เหนือฟ้าเก็บเสื้อผ้าและของสำคัญลงกระเป๋าสะพายใบย่อม ส่วนที่เหลือกะว่าจะไปเอาเพิ่มเติมที่บ้าน หญิงสาวออกมานั่งรอภาคีที่หน้าทีวี พักหนึ่งเขาก็เดินตัวหอมฉุยจนกลิ่นกายตีขึ้นจมูก"กลิ่นเซ็กซี่จัง" เหนือฟ้านั่งเขินบิดแล้วลอบมองภาคีที่กำลังกดโทรศัพท์คุยกับแม่ของเขา ขณะที่เหนือฟ้าได้โอกาสหยิบโทรศัพท์มาส่องโซเชียลเพื่อเช็กเรตติ้งของแฟนหนุ่ม โดยใช้โปรไฟล์ชื่อ 'สาวน้อยข้าวโพด' ตามกดไลก์รูปภาพในแอป ๆ หนึ่งของเขา แล้วยังคอมเมนต์ให้กำลังใจภาคีอยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Pakee Kritkratanadorn บ้าน ถูกใจ 188,920 คน
รถแวนของผอ.ทัพฟ้าจอดยังโรงรถบริเวณบ้านไม้ของภาคี แฟนหนุ่มอนาคตไกลของลูกสาวจึงเดินมาต้อนรับอีกครั้ง"ผมจะพาไปดูห้องนอนครับ""อืม บ้านสวยมากเลยภาคี แล้วนี่เธอปลูกเองเหรอ" ผอ.ทัพฟ้ามองความใหญ่โตของบ้านไม้สไตล์แปลกตาที่เหมือนกับบ้านฝรั่งในต่างประเทศ"ครับ ผมเป็นคนออกแบบเองแล้วก็ควบคุมการก่อสร้างเอง""โห คนเก่ง เก่งสุดยอด" ครูนับเก้าชมไม่ขาดปาก แต่สามีด้านข้างกลับทำหน้าจ๋อยใส่ "ไม่ต้องเลยค่ะ พี่ฟ้าต้องง้อนับ เชอะงอนแล้ว""อ้าวเดี๋ยวค่ะแม่" เหนือฟ้าวิ่งตามแม่เข้าไปในบ้าน จึงเหลือเพียงลูกผู้ชายต่างวัยทั้งสองคนที่กำลังยืนจ้องตาทำสงครามเย็นกันอยู่"ผมช่วยให้อาคืนดีกับคุณแม่ได้นะครับ ถ้าอยากให้ผมช่วยจัดดินเนอร์พิเศษให้ ผมก็ทำให้ได้หมด" ภาคียื่นข้อเสนอเอาใจพ่อของแฟนสาว"งั้นจัดดินเนอร์กับหานักสีไวโอลินให้ให้ฉันหน่อย" ผอ.ทัพฟ้ายิ้มแล้วตบไหล่เจ้าของไร่"แค่นี้เองเหรอครับ ผมนึกว่าจริง ๆ แล้วอาจะมาจับผิดผมซะอีก""อาไม่กล้าขออะไรเธอมากหรอกภาคี แล้วที่เดินทางมาด้วยก็ไม่ได้จะมาจับผิดอะไรเธอกับยัยเหนือ แค่หาที่เหมาะ ๆ ง้อแม่นับเขาเท่านั้นเอง แต่จะทำอะไรกันก็อย่าลืมป้องกันให้ดี แล้วก็เรียกพ่อเธอไม่ต้องเร
เช้าวันอาทิตย์ผอ.ทัพฟ้าและครูนับเก้าเดินทางกลับกรุงเทพก่อน โชคดีที่ได้ภาคีจัดดินเนอร์พร้อมกับดนตรีหวานชื่นให้ทำให้พ่อแม่ของเหนือฟ้ากลับมาคืนดีกระหนุงกระหนิงกันดังเดิมหลังมื้อเช้าภาคีขับรถกอล์ฟพาแฟนสาวไปชมวิวทิวทัศน์ในไร่ แล้วหยุดรถที่โรงเรือนปลูกวนิลาด้านข้างมีแปลงผักที่ยังไม่ได้เพาะปลูกปล่อยโล่งอยู่"พี่คีกำลังจะปลูกอะไรเพิ่มเติมเหรอคะ""ยังไม่รู้เหมือนกันครับ คงจะปลูกผักอายุสั้นเก็บเกี่ยวได้เร็ว แล้วเหนืออยากปลูกอะไรล่ะ พี่มีเมล็ดให้เลือก" ภาคีบอกแล้วหายเข้าไปในโรงนาหลังเล็กข้างโรงวนิลา แล้วกลับออกมาพร้อมกับซองเมล็ดปลูกผักเหนือฟ้าก้มดูผักแต่ละชนิดในตะกร้าและสะดุดตาไปที่ผักของโปรดอย่าง แตงกวา "ปลูกอันนี้ค่ะ""ทำไมปลูกแตงกวาล่ะ พี่นึกว่าเหนือจะปลูกพวกคะน้า กวางตุ้งอะไรแบบนี้ซะอีก""เหนือไม่ค่อยชอบกินคะน้าค่ะ มันเหม็นเขียว แต่เหนือชอบแตงกวามาก ๆ""มีผักอะไรที่เหนือไม่ชอบอีกไหม""ไม่ชอบกินหอมแดงกับต้นหอมค่ะ ต่อให้ทำให้เละหรือเปื่อยก็ไม่ชอบอยู่ดี""อย่างน้อยก็กินผักอย่างอื่นได้ ไปเถอะเดี๋ยวพี่จะพาไปปลูกแตงกวา" เขาบอกแล้วเดินหายเข้าไปในโรงนาหลังเล็กอีกรอบแล้วกลับออกมาพร้อมกับถุงดำหยอดเม
เช้านี้เหนือฟ้าเดินทางไปมหาลัยด้วยตนเองโดยรถไฟฟ้าใต้ดินที่ติดกับคอนโด เพราะเมื่อคืนภาคีทำงานหามรุ่งหามค่ำ เธอจึงไม่อยากรบกวน แล้วปล่อยให้เขานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนิสิตสาวใช่เวลาในการสอบสามชั่วโมงเต็มตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงสิบโมง แล้วเรียนต่อภาคบ่ายจนถึงสี่โมงเย็น ก่อนกลับจึงแวะซื้อของกินมากมายไปฝากเขา"คุณเหนือฟ้ารึเปล่าครับ" รปภ.หน้าคอนโดเดินเข้ามาดักหน้าแล้วก้มลงดูรูปในโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า"ใช่ค่ะ มีอะไรเหรอคะ""พอดีเจ้าของห้อง 909 ฝากคีย์การ์ดไว้ครับ เห็นว่ามีธุระด่วน""อ้อ ขอบคุณค่ะ" เหนือฟ้ารับคีย์การ์ดของภาคีมาจากมือของรปภ.แล้วเดินกลับห้องพักด้วยสีหน้าเป็นกังวล จึงตัดสินใจโทรไปหา"พี่คีอยู่ไหนคะ เหนือกลับมาถึงห้องแล้วนะคะ""ฮัลโหลเหนือ พี่ขอโทษนะ พี่ต้องบินด่วนกลับมาแม่ฮ่องสอน พอดีรถคนงานประสบอุบัติเหตุ คนงานบาดเจ็บสามคนพ่อเลยส่งพี่มาดูแลพวกเขา""แล้วเป็นอะไรกันมากไหมคะ""ยังไม่รู้เลยครับ พี่ต้องรอไปสอบถามอาการจากหมอที่โรงพยาบาลก่อน ยังไงสามสี่วันนี้เหนืออยู่คนเดียวไปก่อนนะ ถ้าอยู่คนเดียวไม่ได้ เหนือก็กลับไปนอนที่บ้านก่อน""ไม่เป็นไรค่ะ เหนืออยู่ได้ เดินทาง
เสียงนาฬิกาปลุกของเหนือฟ้าดังขึ้นตั้งแต่ตีห้า เช้านี้เธอคิดจะทำอาหารให้ภาคีกินก่อนไปเรียน แต่หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย พอเปิดประตูออกจากห้องนอนกลับพบว่าพ่อครัวหนุ่มกำลังยืนผัดอะไรบางอย่างอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนรูปควาย เหนือฟ้าเดินตรงมาหาภาคีที่เตา ชะโงกหน้าลงไปดูเมนูส่งกลิ่นหอมในกระทะ "ผัดบ่ะหนุน ผัดแบบใส่พริกแกงเผ็ด ใช้ขนุนอ่อนหน่อย กินตอนร้อน ๆ อร่อยมาก น้องชายพี่ทำให้กินบ่อย" ภาคีบอกแล้วปิดแก๊สเทผัดขนุนอ่อนใส่จาน"พร้อมกินค่ะ หอมน่ากินมาก ๆ เลย""ผัดบ่ะหนุนอย่างเดียวเหรอที่น่ากิน คนทำล่ะ" ภาคีถามขณะเดินนำจานผัดเผ็ดขนุนกลิ่นหอมไปวางที่โต๊ะ โดยมีเหนือฟ้าทำหน้าที่คดข้าวสองจานตามไปทีหลัง"คนทำก็น่ากินอยู่นิดนึง" นิสิตสาวนั่งลงฝั่งตรงข้าม พูดเสียงเบาอย่างอาย ๆ"อนาคตพี่จะให้เหนือกินแล้วกันนะ"เขายังคงตะล่อมและหว่านล้อมให้เธอใจแตก โชคดีที่พี่คีไม่ชอบคนชอบบังคับฝืนใจ การคบหากับเขาจึงมีแต่ความสบายใจภาคีขับรถไปส่งเหนือฟ้าแถมยังแวะซื้อของกินมากมายให้เธอกินระหว่างช่วงพักกลางวัน"อิจฉาอ่ะ พี่คีดูแลเพื่อนรักแก้วดีขนาดนี้เลยเหรอ ดูดิของกินเพียบเลย แฟนแก้วนะทั้งขี้งกทั
*มีฉากหดหู่โปรดทำใจดี ๆ"เมื่อคืนภาคีกล่อมเหนือฟ้าหลับ เขาทำเพียงตบ ๆ หลังเธอราวกับปลอบใจเด็กหญิงที่ยังไม่โต ถึงในใจอยากจะขึ้นไปนอนกอดเธอไว้ แต่กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้เขากลัวว่าจะทิ้งเธอไม่ลง เวลาสามปีที่ญี่ปุ่นสำหรับเขามันช่างรู้สึกยาวนานเหมือนกับสามสิบปี แค่นึกถึงตอนที่ไม่ได้เจอเหนือฟ้า ไม่ได้จับมือ ไม่ได้จูบ เขาก็รู้สึกทรมานใจไปหมดสามวันที่เหลือก่อนจะถึงวันเดินทางภาคียังคงไปรับไปส่งเหนือฟ้าและดูแลจนถึงวินาทีสุดท้าย หลังเลิกเรียนเขาพาเธอไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ดูหนัง และโยนโบว์ลิ่งด้วยกัน บ้างก็พาไปเดินเที่ยวตลาดนัดกลางคืนแวะกินเมนูเด็ดร้านดังเรียกได้ว่าทำครบกระบวนการของคนที่เป็นแฟนกันอย่างดีที่สุด"เหนือ พี่ให้ครับ" ภาคีไปเจอตุ๊กตาควายจากร้านขายตุ๊กตาแห่งหนึ่งที่ตลาด เขาจึงแวะซื้อมาฝากเหนือฟ้า"ตัวเท่าฝ่ามือเอง ราคาเท่าไหร่คะ" เหนือฟ้ากอดตุ๊กตาควายดำตัวเล็กแล้วก้มลงฟัดมันอย่างมันเขี้ยว"เจ็ดสิบเก้าบาทครับ""แพงเหมือนกันนะคะ เหนือนึกว่าตัวละห้าสิบบาทซะอีก""ก็มันเหลือตัวเดียวในร้านแล้ว พี่ก็เลยซื้อมา เหนือเก็บไว้เป็นตัวแทนพี่นะ" ภาคีฉีกยิ้มกว้างลูบหัวแฟนสาวอย่างอ่อนโยน"เอาควา
เหนือฟ้านอนพักรักษาตัวเกือบหนึ่งเดือนเต็ม โชคดีที่อวัยวะภายในไม่ฉีกขาดหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ที่หนักหนาก็คือบริเวณดวงตา และใบหน้าทั้งหมดที่ฟกช้ำและปูดบวม รวมทั้งบาดแผลจากเศษแก้วที่ต้นแขนซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นในอนาคต กับช่วงขาที่โดนเตะจนหักทำให้ต้องใส่เฝือกดามนานหลายเดือนยิ่งไปกว่านั้นราตรีเป็นบุคคลเดียวที่รู้ความลับนี้ เพราะเหนือฟ้าให้พี่สาวปกปิดเรื่องเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายจากพ่อแม่และทุกคน เธอจึงต้องมาอาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่ของพี่สาว และอยู่ในความดูแลของพี่ตลอดเวลาจนกว่าจะไม่เหลือร่องรอยของบาดแผลต่าง ๆ ให้เห็น"ดีนะที่พี่แต่งเรื่องว่าเหนือเสียใจเรื่องภาคีก็เลยขอมาอยู่กับพี่ที่บ้านเพื่อคลายเหงา โชคดีอีกเรื่องก็คือ พ่อกับแม่ของเราดันไปล่องเรือรอบโลกหลายเดือน งานที่โรงเรียนจึงตกมาอยู่ที่พี่คนเดียวเลย นึกจะไปสวีตหวานกันก็ไปโดยไม่สนใจภาระหน้าที่กันเลยตาทัพกับยายนับเนี่ย"ราตรีบ่นขณะเซ็นเอกสารกองท่วมสูงพลางเหล่สายตามองน้องสาวที่กำลังนั่งทำงานย้อนหลังหลายชิ้นส่งอาจารย์ที่มหาลัยเนื่องจากต้องหยุดเพื่อรักษาตัว"แล้วอยู่ดี ๆ ทำไมพ่อกับแม่ถึงเลือกไปล่องเรือ คงไม่ใช่แผนพี่ไนท์ใช่ไหม" เหนือ
9 เดือนต่อมาห้องคลอดบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้าและวงศาคณาญาติต่างนั่งลุ้นรอลุ้นกับทายาทคนใหม่ที่กำลังจะลืมตาดูโลก แต่มีเพียงคนเดียวที่เอาแต่เดินไปเดินมาจนทุกคนพากันเวียนหัว"หยุ๋ดเตวซะทีเต๊อะ อ้ายเมาหัวโจ้น ๆ แล้ว" บะแต๋งคว้าข้อมือน้องสาว"ก็นิ่งตื่นเต้นเจ้า" นิ่มฟ้าบอกพี่ชายพลางเหลือบมองหน้าประตูห้องคลอด"มานั่งตักอ้ายมา" บะแต๋งอุ้มน้องสาวนั่งลงบนตัก สวมกอดน้องแล้วจับมือที่เย็นเฉียบขึ้นมาเป่า"อ้ายแต๋งหนุนน้อยจะปดพัยก่อ" เด็กหญิงตบมือเปาะแปะลงบนมือพี่"ปลอดภัยสิครับ" พี่ชายกอดรัดน้องสาวแล้วโยกตัวเบา ๆ ขณะที่น่านฟ้าเพิ่งกลับมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับยายนับเก้าและตาทัพฟ้า เนื่องจากหม่อมเจ้าภูวสินกับเจ๊ต่ายติดธุระจึงส่งพ่อตาแม่ยายลูกชายมาแทน"น้องออกมารึยัง" เด็กชายนั่งลงพร้อมส่งเยลลี่รูปหมูให้พี่ชายกับพี่สาวกินเล่นระหว่างรอพ่อกับแม่"ยังเลย แต่เดี๋ยวก็คงออกมาแล้วล่ะ" บะแต๋งหันไปคุยกับน้องชายพลันนั้นไฟที่หน้าห้องคลอดก็ดับลงพร้อมกับประตูที่เปิดออก เตียงผู้ป่วยที่มีร่างเหนือฟ้านอนยิ้มแป้นชูสองนิ้วออกมาให้ลูกทั้งสามคนและครอบครัวของเธอและสามีขณะที่ภาคีเดินตามออกมาหลังสุดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับหย
เด็กหญิงเปิดโคมไฟดอกไม้ที่หัวเตียงนั่งพับเพียบไหว้พระแล้วเริ่มอธิษฐานถึงพระจันทร์กลมโตที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆสีเทา"อ้ายมาสฉา อ้ายมาสฉุดหย่อมาหานิ่งเต๊อะ" นิ่มฟ้าประสานมือแน่น มองท้องฟ้าที่เคลื่อนตัวผ่านหน้าต่างห้อง ทว่าเทพมาสกลับไม่ปรากฏกายเสียที หนูน้อยนั่งรอนอนรอจนตาแทบปิด แล้วรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่เทวดาคนโปรดไม่ยอมมาหาแต่ช่วงเวลาเคลิ้มหลับเทพมาสกลับร่วงตุ้บลงมาบนเตียงของนิ่มฟ้าโป๊ก!หน้าผากของทั้งคู่เขกชนกัน"โอ๊ย! เจ๋บ ๆ" นิ่มฟ้าจับหน้าผากของตน ดวงตากลมใสสอดประสานกับคนด้านบน เทวกุมารรูปหล่อกะพริบตาปริบ ๆ นิ่มฟ้าได้โอกาสรวบกอดอีกฝ่ายเสมือนเป็นตุ๊กตาขนาดเท่ามนุษย์"ได้โอกาสเอาใหญ่เชียว" เขายิ้มแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามเด็กหญิง แต่รู้ดีว่าไม่เหมาะสมจึงรีบดึงตัวออกอย่างว่องไว"อ้าว หนีนิ่งตำไมล่ะ นิ่งกิ๊ดเติงหาอ้ายมาสเน้อ" นิ่มฟ้าคลานสี่ขามาถึงปลายเตียง แล้วนั่งพับเพียบเรียบร้อยทำหน้าจ๋อย"เป็นเด็กเป็นเล็กไม่สมควร" เขามักจะย้ำเรื่องความไม่สมควรจนเด็กหญิงจำได้ขึ้นใจ"ตำไมซอบอู้เรื่องไม่ฉมควร ไม่ฉมควรเป็นยังไงเจ้า""เอาไว้อธิบายวันหลังละกัน ตอนนี้ดึกมากแล้วน้องควรนอนหลับ" เทพมาสพยักพเยิดใ
ภารกิจที่ญี่ปุ่นจบลงอย่างรวดเร็วแม้ก่อนวันเดินทางภาคีต้องไปเป็นวิทยากรที่มหาลัยเก่าพร้อมกับพาบะแต๋งไปโชว์ตัว เนื่องจากคลิปที่เป็นไวรัลในญี่ปุ่นนั้นมีภาพการแสดงของบะแต๋งและหุยหุยรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ทุกคนยังให้การต้อนรับและชื่นชมเขาและลูกชายอย่างอบอุ่น หลายคนยังออกปากว่าถ้ามีโอกาสจะไปเที่ยวที่ไร่พิทักษ์มหิงสาเพื่อชมการแสดงควายแคระหลังจากเดินทางถึงบ้าน ครอบครัวเขาและครอบครัวภรรยาต่างแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน ขณะที่เหนือฟ้ามีอาการเจ็ทแลคทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ทั้งที่กลับมาได้เกือบสามวันแล้วแต่เธอกลับไม่สดใสร่าเริงนั่นจึงจนทำให้ภาคีเริ่มวิตกจริต"เหนือโอเคไหม ไม่สบายตัวตรงไหนบอกพี่นะ" เขาหยิบหวีมาสางผมที่พันกันยุ่งเหยิง รู้เลยว่าภรรยากำลังเหนื่อยล้าขนาดผมเผ้ายังไม่หวีให้เรียบร้อย"แค่เหนื่อยค่ะ แล้วเหนือก็รู้สึกกลัวด้วย ฮึก..ฮึก" เธอมักจะเห็นภาพตอนที่ตัวเองตกเลือดซ้ำ ๆ ในหัว ครั้งนั้นมันเหมือนฝันร้ายที่ฝังอยู่ในใจของเธอเรื่อยมา เหตุการณ์ในวันวานที่สูญเสียลูกคนที่สองไป"ไม่เป็นไรครับ ดีแล้วที่กลัว การที่เรากลัวไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะ และเวลาที่เหนือกลัวพี่จะได้รู้ว่าต้องดูแลเหนือยังไง" เข
กองถ่ายรายการให้เวลาเด็กทั้งสามคนซักซ้อม เหนือฟ้าที่นั่งกินผลไม้จนจุกจึงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เดินมาให้กำลังใจลูก ๆ“บะแต๋ง นิ่มน่านมาหาแม่เร็วค่ะ” เหนือฟ้ากวักมือเรียกแก๊งเด็กแสบจึงรีบสับขาไปหาอย่างไว“มีอะหยังบะหนุนน้อย” บะแต๋งกุมมือแม่“แม่แค่อยากให้กำลังใจครับ แม่เชื่อว่าพวกลูกทำได้” เหนือฟ้าลูบศีระษะเล็กของลูกทั้งสามคนละที“แต๋งทำได้ครับ” บะแต๋งโผเข้ากอดแม่ พิงหน้ากับท้องเพื่อขอกำลังใจจากน้องแฝดสามที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่ช้า “อ้ายขอกำลังใจ๋หน่อยเน้อละอ่อนทั้งหลาย” “น่านก็ตำได้ น่านไปฝึกฉ้อมกับปาขี้ก่อนเน้ออี่แม่” น่านฟ้าชูสองนิ้ววิ่งนำไปหาพ่อเป็นคนแรก ตามด้วยบะแต๋งเป็นคนที่สอง เหลือเพียงนิ่มฟ้าที่ยังยืนท่องภาษาญี่ปุ่นวนไปเวียนมาด้วยความไม่มั่นใจ“คนนี้ล่ะทำได้หรือเปล่า” เหนือฟ้ายื่นมือไปให้ลูกสาวจับ เด็กหญิงจับมือแม่มาหอมเพื่อสร้างกำลังใจให้ตนเอง“นิ่งตำอย่างอื่นได้จ้าว แต่นิ่งจำปาสายี่ปุ่งบ่ได้” นิ่มฟ้าบอกปัญหาที่ตนเองมีให้แม่ฟัง“เขาให้พูดว่า ชิอาวาเสะ เดส เนะ ก็แค่คำพูดเพียงหกคำเท่านั้นเอง เหมือนตอนที่หนูนับควายหกตัวนั่นแหละ”เพราะเธอรู้ดีว่าลูกสาวเห็นทุกอย่างเป็นควายไปซะหม
"ตึ่งได้ล้าวปาขี้ หนุนน้อยให้มาตามไปหม่ำ ๆ"ปึ้ก! ปึ้ก!นิ่มฟ้าใช้ตุ๊กตาควายที่พกมาจากไทยด้วยตีลงไปที่ท้องของพ่อ"โอ้ย ๆ หยุ๋ดบุ๋บตี๋ป้อก่อน แล้วอี่แม่ล่ะ" เขาสะลืมสะลือกวาดตามองหาภรรยาท้องโต ผลปรากฏว่าเหนือฟ้ากำลังนั่งกินมื้อเช้าแบบญี่ปุ่นชมวิวทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างห้องพักอยู่กับบะแต๋ง"อะหยังป้อเกเยเกยุงจะอี้" น่านฟ้ารีบวิ่งมาฉุดแขนพ่อ โดยมีสายตาของบะแต๋งกับเหนือฟ้ามองดูอย่างขำขัน"ป้อไม่เคยเกเรเกตุงนะครับ พ่อเป็นเด็กดีมาตลอด ถ้าลูกบ่าเจื่อก็ถามอี่แม่ได้เลย" ผู้เป็นพ่อพยักพเยิดให้ลูกแฝดไปขอความเห็นจากแม่ที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้า"แต่บางครั้งป้อของพวกหนูก็เป็นเด็กไม่ดีเหมือนกันนะ" สาวอวบทิ้งระเบิดตู้มใหญ่ให้ นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าหันขวับจิกตาเขียวปัดมาทางพ่อผมหยิกหยักศกด้วยความขุ่นข้องหมองใจ"โอ้ยถึงพี่จะเป็นเด็กไม่ดีแต่ก็ไม่เคยทำอะไรเหนือได้ เหนืออึดยิ่งกว่ากระทิงซะอีกใครจะไปสู้" ภาคีหลุดปากเปรียบเทียบเหนือฟ้าเป็นกระทิง"พี่คีหาว่าเหนือเหมือนกระทิงเหรอคะ" ด้วยอาการฮอร์โมนคนท้องที่พลุ่งพล่านแปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายทำให้วาจาที่สามีเอื้อนเอ่ยนั้นฟังไม่ค่อยเข้าหูนัก"ก็พี่กำลังชมว่าเ
เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปสวนผลไม้ยาบุตั้งแต่ช่วงเช้าทุกคนจึงรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ราวเที่ยงคืนเด็กหญิงรู้สึกอยากปัสสาวะ ตอนที่นิ่มฟ้าลืมตาขึ้นกวาดมองไปรอบห้องพักเงียบสงัด เธอเห็นพ่อกำลังพยุงแม่ออกมาจากห้องน้ำ หนูน้อยฉีกยิ้มแป้นที่พ่อกับแม่รักและดูแลกันดี แต่ก็อดสงสารแม่ไม่ได้ที่ต้องมีถุงหน้าท้องอันมหึมาเพราะข้างในมีน้องของเธอถึงสามคน"นิ่งชาไม่ยบควนป้อขี้กับหนุนน้อย" นิ่มฟ้าแสนกลัวแต่ก็ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง เด็กหญิงเดินย่องออกไปนอกห้องนอนตรงไปที่ห้องน้ำซึ่งเปิดไฟสีส้มสลัวริบหรี่ ดวงตากลมแป๋วเหลือบมองเพดาน มองหน้ามองหลังด้วยอาการหวาดกลัว กลัวว่าจะเจอผีญี่ปุ่นผมยาวที่เธอเคยเห็นในภาพยนต์"ไม่เข้าซะทีล่ะ" เสียงเย็นวาบเป่ารดอยู่ข้างหู แม้จะรู้ดีว่าเป็นเสียงของเทวดาคนโปรด แต่เธอก็ยังตกใจจนต้องถอยหลังกรูดอยู่ดี"เต๋วะดามายี่ปุ่งได้โตยก๊ะ" นิ่มฟ้ายืนตัวลีบติดผนังห้อง"ไปได้ทุกที่บนโลกนั่นแหละ ถ้ามีพลังมากพอ" เทพมาสเอ่ยพลางเดินไปหยุดหน้าห้องน้ำผายมือเชิญให้นิ่มฟ้าเข้าไประบายทุกข์"ห้ำหายตั๋วไปตี้ไหนเน้อ นิ่งว่านิ่งปวดอึ๊ นิ่งต้องเข้านานแน่ ๆ" นิ่มฟ้าเดินมาประจันหน้ากับเทวกุมารยื่
ทั้งที่ตอนแรกภาคีกะว่าจะชวนอินเหลากับเดือนเพ็ญมาช่วยดูแลเด็ก ๆ เพราะเขาห่วงว่าเหนือฟ้าจะดูลูกไม่ไหว แต่สุดท้ายทั้งสองก็อดมาเพราะมีนักท่องเที่ยวเข้าพักจำนวนมากเนื่องจากเป็นช่วงไฮน์ซีซั่น เขาจึงตัดสินใจโทรไปยืมตัวแม่ทั้งสองมา ทว่าพวกพ่อขี้หวงก็ห่างเมียไม่ได้ ดังนั้นทุกคนจึงพากันยกโขยงกันมาทั้งหมด"ลูกบ่ชอบรึที่ป้อมาโตย" หม่อมเจ้าภูวสินที่กำลังนั่งโซ้ยอูด้งควันโขมง"เปล่านี่ครับ แค่สงสัยว่าป้อตามมาหวงแม่หรือตัวติดหลานกันแน่" ภาคีหรี่ตามองพ่อที่เอาแต่ลอยหน้าลอยตากินอยู่ข้างแม่"ป้อขี้นิ่งชาผ้อนก้าวเน๋วปาฉ้มให้กิ๋นเน้อ" นิ่มฟ้าหยิบทิชชู่เช็ดมือไม้จนสะอาดแล้วหยิบซูชิที่มีแต่ขาวล้วนจุ่มลงบนโชยุ"ฮ่าฮ่า เขาเรียกว่าซูชิหน้าปลาแซลมอนลูก บ่าใจ้ข้าวเหนียวปลาส้ม แล้วทำไมซูชิชิ้นนี้ถึงไม่เห็นมีเนื้อปลาเลยครับ" พ่อชี้ไปที่ซูชิชิ้นพอดีคำในมือเล็ก"นิ่งเป็นกนกิ๋นปาฉ้มเอง เพราะว่าป้อจาหลาดแล้ว นิ่งก็เลยอยากจาหลาดเหมือนป้อ" ด้วยคำพูดที่น่ารักเกินจะโกรธลง ทำให้ภาคียอมกินแต่ข้าวเปล่า ๆ โดยปราศจากเนื้อปลาแซลมอน"ยี่ปุ่งมีปิ้งฉิ่บก่อ อี่แม่น่านอยากกิ๋นปิ้งฉิ่บ" น่านฟ้าติดเรียกปิ้งสิบตามพี่ชาย"มาญี่ปุ่นไม่มี
การเดินทางกลับบ้านที่แม่ฮ่องสอนครั้งนี้เสมือนเป็นการพบปะสังสรรค์ระหว่างครอบครัวเพื่อฉลองข่าวดีที่สารคดีรายการเชฟสองสัญชาติได้รับการต่อสัญญาให้ถ่ายทำถึงต่ออีกหลายซีซั่น"วันนี้จะทำอะไรกินเหรอเตียว" ภาคีจูงมือนิ่มฟ้าออกมาจากบ้านตรงเข้ามาถามน้องชายที่กำลังก่อไฟอยู่หน้าเตาก่ออิฐแดง"ซุปกระดูกหมูบัวหิมะกับไก่ผัดมู่กวาครับ" เชฟหนุ่มเผยเมนูมื้อเช้าที่เขาจะทำให้ทุกคนกิน"มู่คะวากืออะหยังอาเตี๋ยว" นิ่มฟ้าช่างซักเริ่มสงสัย"หน้าตามันคล้ายมะละกอผลเป็นสีเหลืองมีรสเปรี้ยว เอามาทำอาหารอร่อยมากครับ" เตียวหุยพยายามย่อยสาระให้หลานสาวเข้าใจ"ว้าวแซ่บซี้ดแน่ นิ่งอยากกิ๋นแล้ว" เด็กหญิงกลืนน้ำลาย“อ้อแล้วให้พี่ช่วยอะไรไหม เตียวมีบัวหิมะหรือยัง” เขามองหาบัวหิมะรอบตัวน้องชาย“เฮ้อลืมซะสนิท งั้นพี่คีไปขุดให้ได้ก่อ” เตียวหุยโบ้ยหน้าที่ให้พี่ชาย“นิ่งชาไปขุดให้อาเตี๋ยวเองจ้าว” นิ่มฟ้ารับอาสาแล้วพุ่งตัวไปยังเนินเขาโดยไม่รอพ่อ“เดี๋ยว ๆ ก่อนลูก โอ้ยแม่คนนี้” ภาคีซอยเท้าตามลูกสาวจอมซนลงไปถึงตีนเขาแล้วรีบช้อนตัวลูกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน“ฮ่า ๆ ป้อขี้ไม่ทันนิ่ง แล้วหมู่เหาชาไปเข็บงัวหิมะตี้ไหน ต้องเลิ้วซ้ายหรือว่าเลิ้ว
ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองเด็ก ๆ ทุกคนนั่งกินไอศกรีมรอพ่อกับแม่ในห้องอัลตราซาวด์โดยมีบะแต๋งเป็นหัวหน้าแก็งคอยดูแลน้อง ในห้องตรวจเหนือฟ้านอนอยู่บนเตียงขณะที่หมอเจ้าของครรภ์กำลังใช้เจลเย็นทาท้องเพื่อทำให้คลื่นความถี่สูงถูกส่งผ่านได้ดียิ่งขึ้นเมื่อหมอรุ่นป้าแตะหัวตรวจอัลตราซาวน์บนหน้าท้องนูนใหญ่ แล้วเคลื่อนไปตามตำแหน่ง ครู่หนึ่งคลื่นเสียงสะท้อนกลับมายังตัวรับสัญญาณภาพและปรากฏเป็นภาพขาวดำบนหน้าจอ"ท้องรอบนี้ของคุณแม่ใหญ่กว่ารอบก่อนอีกนะคะ" หมอรุ่นแม่สงสัย"นี่ก็เข้าห้าเดือนแล้วใช่ไหมคะคุณหมอ" เหนือฟ้ารู้สึกไม่สบายใจกลัวว่าลูกในท้องจะเกิดความผิดปกติอะไร ภาคีที่นั่งอยู่ข้างเตียงจึงกุมมือภรรยาแน่น"ใช่ค่ะคุณแม่ โอ๊ะ อุ้ย ๆ ว้าว" จู่ ๆ หมอสาวรุ่นใหญ่วัยห้าสิบต้นรีบเคลื่อนหัวจับไปรอบบริเวณท้อง พลันนั้นภาพของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ทั้งสามก็โชว์เด่นหราบนจอแสดงผล"นั่นทารกใช่ไหมคะ เหมือนว่าจะมากกว่าสองเลยค่ะคุณหมอ" เหนือฟ้าตื่นเต้น สงสัยวันนั้นที่เธอหลุดพูดว่าแฝดสามคนจะกลายเป็นความจริงขึ้นมาซะแล้ว"ไม่ผิดค่ะ จำนวนน้องในท้องคุณแม่มีถึงสามคนด้วยกัน เคสคุณเหนือถือว่าหาได้ยากมากเลยนะคะ ยังไงหมอดีใจด้วยนะคะรอ