“แม่นางเราเจอกันอีกแล้ว” ร่างสูงโปร่งขวางทางนางเอา ๆ ไว้ หากจำไม่ผิดอีกฝ่ายน่าจะเรียกว่าหวังเล่อ ทว่าฟางเหนียงยังไม่ทันได้ตอบอะไรร่างสูงของฟาง- เหยียนอวี้ก็ก้าวมายืนเบื้องหน้านางอย่างปกป้อง กลิ่นอายอำมหิตแผ่ออกไปอย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบมองคนที่คิดจะมาเกี้ยวภรรยาตนหรี่ลง แม้ตอนนี้เขาจะพิการแต่หากจัดการสวะสักคนก็ไม่เกินความสามารถไปหรอก ยิ่งรอยแผลที่ใต้ตาซ้ายยิ่งทำให้เขาดูดุดันยิ่งกว่าเดิมหวังเล่อที่ถูกฟูมฟักมาอย่างดีไหนเลยจะเคยเจอรังสีสังหารเช่นนี้มาก่อน ร่างนั้นผงะถอยห่างมองคนที่ออกมาขวางแม่นางที่ตนหมายตาเอาไว้ แต่ด้วยความตกใจทำให้เขาเซชนข้ารับใช้จากด้านหลังจนแทบล้ม ดีแต่ว่าข้ารับใช้มือรั้งร่างสูงโปร่งผู้เป็นนายได้ทันท่วงที“มีธุระอะไรกับภรรยาข้า” น้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้นเย็นชาจนคนฟังรู้สึกเหน็บหนาว หวังเล่อส่ายหน้าไปมาสัญชาตญาณร้องเตือนว่าห้ามมีเรื่องกับคนนี้เด็ดขาด“ท่านพ่อข้าจำคนผู้นี้ได้ คนนี้คิดจะเอาท่านแม่ไปเป็นอนุ!” ฟางหรงเห็นคนที่ขวางทางตนเอาไว้ก็จำได้เพราะครั้งก่อนพวกเขาโมโหมาก แต่ด้วยร่างเล็ก ๆ ทำอะไรไม่ได้ เวลานี้เห็นบิดาขวางกั้นเอาอย่างปกป้อง ทำให้เขากล้าที่จะฟ
เมื่อมีผู้ช่วยนางจึงทำกับข้าวได้เร็วยิ่งขึ้นซี่โครงเปรี้ยวหวานก็ทำเสร็จในรายการต่อมานางทำน้ำซุปปลาเพิ่มอีกอย่างหนึ่งเพื่อจะอุ่นท้องก่อนกินข้าว ส่วนของว่างวันนี้นางไมได้ทำเพราะเด็ก ๆ ซื้อขนมมาจากในเมืองหลายอย่าง เมื่อทำอาหารเย็นเสร็จแล้วจึงได้ต้มยาจีนตาที่ท่านหมออู๋เขียนเทียบยาให้ ซึ่งนางลองชิมยาสมัยนี้จึงรู้ว่ารสชาติขมมาก แต่ฟางเหยียนอวี้กลับกินอย่างด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนเมื่อกินอาหารเย็นกันแล้วจึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน เด็ก ๆ เล่นกันในห้องหนังสือโดยมีฟางเหยียนอวี้เข้าไปดูด้วยความสนใจ ยิ่งเห็นฝีมือบุตรชายตัวน้อยยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ ดวงตาคาคู่คมหันไปมองภรรยาอย่างเงียบงัน นางเลี้ยงดูพวกเขาได้ดีจริง ๆ ดีจนเขาคิดว่าคนตรงหน้าเขาเวลานี้ใช่ภรรยาที่เขาเคยรู้จักจริง ๆ หรือ“มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ” ฟางเหนียงที่ก้มหน้าเย็บผ้าอยู่ภายในห้องหนังสือเพราะบางครั้งเด็ก ๆ จะมาถามนางว่าตัวนี้อ่านว่าอย่างไร หรือว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่นางยังเย็บเสื้อผ้าของฟางเหยียนอวี้ยังไม่เสร็จจึงได้หอบมาทำด้วย แต่หลังจากนั่งทำได้ไม่นานก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมานิ่ง ๆ จึงเงยหน้าเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“อย่าหักโหมนักเจ้าเองก็ค
ฟางเหนียงหลับตาลงอย่างเงียบงัน แม้วันนี้นางจะเหนื่อยมาทั้งวันแต่ก็ยังมีเรื่องให้ครุ่นคิดหลายอย่าง และคนที่อยู่ในห้วงคิดของนางตอนนี้คือฟางเหยียนอวี้ อาการบาดเจ็บของอีกฝ่ายต้องรักษาอย่างน้อยก็ครึ่งปีแต่หากใช้ยาเคมีที่นางมีเพียงไม่กี่เค่อก็หายแล้ว แต่นั่นหมายถึงนางต้องเปิดเผยความลับที่นางมี ขอเวลานางได้พิสูจน์อะไรหลาย ๆ อย่างก่อนก็แล้วกัน และมันคงไม่สายไปหรอก ชีวิตมนุษย์ก็เช่นนี้ นางเองก็เห็นแก่ตัวไม่ต่างจากคนอื่นมากหรอก และอาจโหดเหี้ยมใจดำอำมหิตกว่าพวกเขาจะคิดถึง นางเลิกคิดฟุ้งซ่านพร้อมเดิมลมปราณภายในร่าง ช้า ๆ เพราะตอนนี้นางมาถึงก้นขวดที่จะก้าวข้ามระดับกลางแล้ว แต่หากนางยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งรู้สึกปลอดภัย นางเคยผ่านอันตรายมามากจึงเชื่อใจแค่ตนเองเท่านั้น...ฟางเหนียงตื่นเช้าตามปกติ แต่วันนี้นางไม่ได้พาเจ้าก้อนแป้งน้อยไปนั่งออกกำลังกายด้วยเพราะเวลานี้มีหิมะตกลงมาจนลานบ้านขาวโพลน หิมะแรกของปีนี้ย่างก้าวมาแล้ว นางให้เด็ก ๆ หัดเดินกำลังภายในอยู่ภายในห้องเพื่อปรับสภาพร่างกายให้ทนกับความเหน็บหนาวได้ แม้จะสอนให้เดินลมปราณ แต่ก็ยังเพิ่มเสื้อให้อีกหนึ่งชั้นเป็นเสื้อกันหนาวขนแกะชั้นดี แก้มอวบอ้ว
เมื่อกินข้าวเสร็จเด็ก ๆ ก็อาสาล้างจานเช่นทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าตัวไปเสียแล้ว แม้อากาศจะเย็นแต่พวกเขาก็ไม่หวาดหวั่นฟางเหนียงปล่อยให้เด็ก ๆ ล้างจาน ส่วนตัวนางกางร่มน้ำมันออกไปดูพืชสวนครัวของนางที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ หมูในเล้าก็หนาวสั่น แม้นางจะเอาอาหารมาให้กินพวกมันก็ยังไม่ค่อยสนใจกินข้าว ผิดกับที่อยู่ในมิติสวรรค์ที่กินและเติบโตได้ดีกว่า ตอนนี้นางลังเลที่จะนำพวกมันออกมาข้างนอก ก่อนจะปล่อยเอาไว้ก่อน มีเพียงไก่ที่ยังกินได้อย่างปกติก่อนจะพากันไปหลบมุมฟูมฟักไข่ต่อไป วันนี้นางยังทำงานข้างนอกไม่ได้จึงกลับเข้าเรือนแล้วไปนั่งเย็บผ้าต่อ แต่เมื่อเข้ามาก็เห็นเด็ก ๆ ชวนบิดาไปเล่นหมากล้อมเช่นเดียวกับเมื่อวาน และเหมือนจะพ่ายแพ้ไปก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อเห็นนางเดินเข้ามาดวงตากลมโตก็มองนางเป็นประกาย “ท่านแม่ช่วยพวกข้าด้วย พวกข้าไม่อาจเอาชนะท่านพ่อได้เลยขอรับ” ฟางหรงวิ่งเข้ามาหานางก่อนจะลากนางไปยังกระดานหมากที่กำลังรอเริ่มใหม่ ดวงตาคู่คมของฟางเหยียนอวี้มองมาที่นางด้วยรอยยิ้มบางเบาก่อนจะเอ่ยอย่างหยอกเย้า “ข้าให้พวกเจ้าเล่นด้วยกันสามคน” ฟางเหนียงเดินตามบุตรชายคนเล็กมานั่งอีกฝั่งตรงข้ามฟางเห
หลังจากนั้น ไม่รู้ว่าเพราะฟางเหนียงเก่งกาจเกินไป หรือคนเป็นพ่อยอมให้ภรรยากับลูกได้รับชัยชนะก็ไม่อาจรู้ แต่นางกลับชนะมาสามกระดานอย่างฉิวเฉียดทุกครั้ง ดวงตางดงามหรี่ตามองชายหนุ่มที่มองนางตาเป็นประกายแล้วได้แต่แอบเบ้ปาก ว่าไปคนโบราณนี่ก็เกี้ยวสตรีเป็นเหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่วิธีของเขานี่น่าทึ่งไม่น้อย แม้จะไม่พูดมากแต่กลับแสดงความรู้สึกนึกคิดตัวเองออกมาเสียหมด“ข้าจะไปทำอาหารเที่ยง ท่านเล่นกับลูกไม่ต้องมาช่วยข้าเจ้าค่ะ” ฟางเหนียงเอ่ยบอก ยกนี้นางขอยอมแพ้ นางจีบคนไม่เป็นพอคิดจะเริ่มก็พ่ายแพ้เสียแล้ว ตอนนี้ขอไปตั้งหลักก่อนแล้วกัน นางไม่เชื่อหรอกว่าคนยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีมากกว่าจะแพ้คนโบราณเช่นฟางเหยียนอวี้...หลายวันต่อมา ฟางเหนียงยังทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม จะมีเพิ่มคือสายตาคู่คมที่มองนางด้วยสายตาลุ่มลึก จนบางครั้งนางอดที่เก้อเขินไม่ได้ มีหนุ่มหล่อมานั่งมองตัวเองตาไม่กะพริบแม้แต่นางที่ว่าไร้ยางอายยังหน้าแดงก่ำอย่างเขินอาย แม้ฟาง- เหยียนอวี้จะมองนางแต่ก็ไม่เคยทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจ พวกเขาทั้งคู่เหมือนพยายามปรับนิสัยให้เข้ากันได้อย่างไม่รู้ตัว ฟางเหนียงยังไม่ได้ให้ฟางเหยียนอวี้ออ
“ไม่ต้องไปเสียเงินทองหรอก แค่ก ๆ ข้าอายุมากแล้ว รักษาไปก็เท่านั้น” ฟางไห่เอ่ยบอกเพราะสมัยก่อนได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมาจากสงคราม พออายุมากขึ้นอาการเรื้อรังที่เคยมีก็แสดงผลมากขึ้น ดวงตาคู่คมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมองบุตรชายตรงหน้าด้วยสีหน้าอ่อนลง เวลานี้ฟางเหยียนอวี้ก็พิการไม่ต่างจากตนเขาจึงรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย เพราะเขาผ่านเรื่องราวเลวร้ายพวกนี้มาหลายปีแล้ว แรก ๆ ถึงขั้นยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองเป็นพิการขาเป๋ ทว่าเมื่อมองดูร่างสูงตรงหน้าเวลานี้กลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายเข้มแข็งกว่าเขานัก ก่อนจะมองไปยังลูกสะใภ้ที่เวลานี้กลิ่นอายสงบนิ่งที่แผ่ออกมาทำให้เขารู้สึกวางใจอย่างน้อยนางก็ไม่ได้รังเกียจฟางเหยียนอวี้“เรื่องเงินเล็กน้อย ท่านพ่อโปรดวางใจ ขอให้ท่านรักษาสุขภาพให้แข็งแรงก็พอแล้วขอรับ” ฟางเหยียนอวี้เอ่ยบอก ทว่าดวงตาคู่คมมองบิดานิ่ง ๆ แสดงให้เห็นถึงว่าพวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง“อย่าพูดเช่นนั้น หากฟางหรูได้ยินเข้าจะวุ่นวายอีก แค่ก ๆ” ฟางเหยียนอวี้ยิ้มเย้ยหยันเพียงครู่ ก่อนจะเลือนหายไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น ได้แต่คิดภายในใจว่าแม้มารดาจะไม่รู้ว่ามีเงินนางก็ยังอยากได้เงินของพวกเขาจนหมดนั่นแหละ นางเป็
แต่ด้วยความที่กำลังป่วยหนัก ทำให้ร่างสูงใหญ่ของบุตรคนโต ไม่อาจขยับถอยออกไปได้ เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความโกรธ“ไอ้ลูกเลว! แค่ก ๆ ใครสั่งใครสอนให้เล่นการพนัน ข้าเคยบอกพวกเจ้าแล้ว แค่ก ๆ” ครั้งนี้ฟางไห่โมโหจนกระอักเลือดออกมา ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ฟางไห่โกรธมากจนกระอักโลหิตต่อมาร่างกายกลับอ่อนยวบจนฟางเหยียนอวี้ต้องเรียกเสียงดัง“ท่านพ่อ! ท่านพ่อตื่นขอรับ” ฟางเหยียนอวี้นั่งประคองร่างของบิดาเอาไว้โดยที่ฟางเหนียงช่วยรับน้ำหนักอีกแรง ทว่าหัวใจที่หยุดเต้นไปของในอ้อมแขนทำให้ฟางเหนียงนิ่วหน้า“ท่านพ่อหยุดหายใจแล้ว เอาท่านนอนลงก่อนเผื่อจะช่วยเหลือได้ทัน” ฟางเหนียงร้องบอก ก่อนจะวางฟางไห่ลงพื้นพร้อมเริ่มช่วยทำ CPR เบื้องต้น ทว่าทันที่นางเริ่มสัมผัสหน้าอกและเริ่มขยับได้เพียงครั้งเดียวร่างนางก็ถูกผลักกระเด็นอย่างไม่ทันตั้งตัว“เจ้าจะทำอะไร! ข้าเจ้าโวยฟางเหนียงลงมือฆ่าสามีข้า ใครก็ได้ช่วยด้วยเจ้าค่ะ” ฟางหรูตะโกนลั่นจนชาวบ้านออกมาดู เพราะตอนแรกพวกเขาก็ได้ยินเสียงฟางหรูร้องโวยวายอยู่แล้ว และครั้งนี้ดังยิ่งกว่าเดิมทำให้ผู้คนอดใจที่อยากรู้อยากเห็นไม่ได้“ท่านพ่อ” ฟางเหยียนอวี้พ
“ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น มีแต่พวกเจ้าที่เนรคุณ วันนี้อย่างไรพวกเจ้าต้องเอาเงินมาให้ข้าหมื่นตำลึงเงิน” ฟางหรูตะโกนเสียงดังบอกความตั้งใจของตัวเอง สีหน้าท่าทางของนางเวลานี้กลับไร้ยางอายที่สุด แม้กระทั่งศพสามียังไม่ทันเย็นก็เริ่มออกอาละวาดแล้ว“เหลวไหล ตระกูลฟางกับฟางเหนียงทำสัญญาตัดขาดกันไปแล้ว และตราบใดที่ข้ายังอยู่ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่มีทางได้เงินจากครอบครัวนี้”“นั่นมันฟางไห่ทำสัญญา เกี่ยวอะไรกับข้า” ฟางหรูพลิกลิ้นอย่างไร้ยางอาย ทำให้ผู้คนต่างมองนางอย่างตกตะลึง หมายมั่นว่าต่อไปนี้จะไม่พูดคุยกับตระกูลนี้อีก เพราะไม่มีใครดีเลยสักคน“ท่านผู้ใหญ่บ้าน ข้าว่าจัดงานศพให้ท่านพ่อก่อนดีกว่าขอรับ” ฟางเหยียนอวี้เลิกสนใจฟางหรูพร้อมหันไปบอกฟู้เหลียนด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่ว่าฟางหรูอยากได้อะไรนางจะไม่ได้สมปรารถนา แต่งานศพของบิดาเขาจะเป็นคนจัดการเองโดยที่ไม่ให้เงินนางแม้แต่อีแปะเดียว ที่ผ่านมาเขาตอบแทนบุญคุณนางมามากพอแล้ว“จริงสิ แต่ว่า...” ฟู้เหลียนเอ่ยถามอย่างลำบากใจ งานศพยังไงก็ต้องจัดแต่ดูลักษณะแล้วฟางหรูคงไม่ออกเงินเองแม้แต่อีแปะเดียว“ค่าใช้จ่ายพวกข้าจะดำเนินการเอง ท่านผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องห่วงเจ
ตอนพิเศษ ความในใจของฟางเหริน ตั้งแต่วันนั้นที่มารดาตื่นขึ้นมา ฟางเหรินรู้ว่าท่านแม่ของเขาไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนไปแทบไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักแต่ถึงกระนั้นเขากลับเห็นแก่ตัว อยากให้มารดาเป็นคนนี้ตลอดไป แรก ๆ เขายังหวาดระแวง ทว่าความอ่อนโยนที่มอบให้ทำให้เขาพ่ายแพ้ แม้อายุยังน้อย แต่เพราะต้องช่วยเหลือตัวเองกับน้องชายมาหลายปี ทำให้รู้ความมากกว่าเด็กคนอื่น บ้างครั้งเขายังอิจฉาเสี่ยวเปาที่มีมารดาที่ดี มีอาหารให้อิ่มทุกมื้อ ไม่ถูกดุด่าและไม่ลงมือทำร้ายเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ทว่าตั้งแต่มารดาคนนี้ฟื้นขึ้นมา พวกเขาก็ไม่ถูกดุด่าอีกเลย มีข้าวกินทุกมื้อและยังอร่อยจนน้ำตาแทบไหล เขาไม่เคยได้กินอาหารอร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย มีเสื้อผ้าใหม่ ๆ สวมใส่ มีผ้าห่มผืนหนาได้ห่ม พวกเขาไม่ต้องทนเหน็บหนาวอีกแล้วฟางหรงเองก็เช่นกัน แม้พวกเขาจะรู้สึกว่ามารดาคนนี้ไม่ใช่มารดาคนนั้น แต่ก็ไม่เคยปริปากถามและยอมรับอย่างเงียบ ๆ อาจเพราะพวกเขาเห็นแก่ตัวเกินไป ที่จะเอ่ยถามถึงมารดาคนนั้น และที่ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อ มารดาคนนี้เหมือนเทพจากสวรรค์ที่ลงมาประทานความรัก ความห่วงใยให้พวกเขา นางมีมิติสวรรค์ที่มีอาหารการกินครบพร้อม ต่อให้ต
ฟางเหนียงไม่รู้ว่าตนเองจะมีชีวิตไปได้อีกนานเท่าไหร่ เธอมองความสิ้นหวังขอมนุษย์ชาติที่ยังมีชีวิตหลงเหลืออยู่ เธอต่อสู้และปกป้องตัวเองมานานนับสิบปี ตั้งแต่วันนั้น วันที่ภัยพิบัติมาเยือน มนุษย์ตายตกกลายเป็นซอมบี้ที่กัดกินมนุษย์ที่ยังมีเลือดเนื้อ พวกมันไม่มีความรู้สึก และยังสามารถเคลื่อนไหวได้แม้ว่าแขนขาของมันจะขาดแล้วก็ตาม จุดอ่อนของมันมีเพียงแค่ตัดศีรษะเท่านั้น และในศีรษะของพวกมันมีผนึกที่สามารถช่วยให้ผู้มีพลังพิเศษแข็งแกร่งขึ้น ในโลกนี้ตอนนี้มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอด และคงต้องขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจเดินเส้นทางทหารถึงทำให้เธออึดและอดทนได้มากเช่นนี้ ก๊อก ๆ ๆ “ฟางเหนียง” เสียงเรียกพร้อมร่างสูงของฟางอวี้เฉิงเปิดประตูเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ชายหนุ่มมาพร้อมรถลากมีผ้าคลุมไว้จนมิดชิด เมื่อเข้ามาแล้วจึงปิดประตูตามหลัง ฟางเหนียงเงยหน้าจากการทำความสะอาดอาวุธในมือมองญาติผู้พี่ซึ่งเป็นญาติที่หลงเหลือเพียงคนเดียว ใบหน้าไม่ได้อ่อนเยาว์เช่นกาลก่อนแล้ว เวลานี้มีริ้วรอยที่หางตาเพิ่มขึ้นมาก “มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฟางเหนียงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะตั้งแต่ฟางอวี้เฉิงหมด
“เพียงแค่ปล่อยวางอดีต เริ่มต้นชีวิตใหม่เราก็มีความสุขในสิ่งที่เรามีแล้ว เจ้าว่าจริงหรือไม่บุตรสาวข้า” รอยยิ้มอ่อนโยนและคำพูดที่แสนอบอุ่นนั้น ทำให้ฟางเซียนครุ่นคิดตามและส่งยิ้มให้มารดาอย่างเต็มใจ “ข้าเข้าใจแล้วท่านแม่ ขอบคุณเจ้าค่ะ” ฟางเหนียงกอดร่างอวบอ้วนของเด็กน้อยที่กินเก่งแข่งกับพี่ชายไว้ในอ้อมกอด นางรู้สึกดีใจที่คนในอ้อมกอดเข้าใจอะไรง่าย ๆ เช่นนี้ นางไม่จำเป็นต้องบีบคั้นเรื่องในอดีต หากไม่ใช่เรื่องที่ดีก็อยากให้เจ้าตัวลืมไปเสียเถอะ “ท่านแม่ความจริงข้าเคยเป็นหมอปีศาจ ผู้คนเกียจชังข้ามากมาย โลกนั้นเพียงแค่ต้องการของวิเศษของข้า ต่างตามล่าแย่งชิงมันไปจากข้า พวกมันต่างร่วมมือกันจนสามารถสังหารข้าได้ แต่พวกมันไม่มีทางได้ของวิเศษจากข้าไปได้เจ้าค่ะ” ฟางเซียนเอ่ยบอก ในน้ำเสียงของนางยังคงความแค้นเอาไว้ แต่นางรู้ว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกเดียวที่นางจากมา มารดานางพูดถูก เพียงแค่นางปล่อยวางนางก็มีความสุข ทันใดนั้นปรากฏร่มสีแดงบนมือเล็ก มันมีกลิ่นอายที่เย็นเยือกราวกับว่ามันได้ดื่มโลหิตมามากเพียงใด “นี่คืออาวุธวิเศษเจ้าค่ะ มันสามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ข้าต้องการได้ ข้าเรียกสิ่งนี้ว่าหนิงเฟิ่งหวังว่าพ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และแล้วฟางเหนียงก็ได้มาอยู่ที่นี่ยาวนานถึงหกปี นางมีบุตรสาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคนนามว่าฟางเซียนที่แปลว่านางฟ้าผู้มีกลิ่นหอม และด้วยความที่นางคลอดลูกคนนี้ยากทำให้ไม่กล้ามีเพิ่มอีก ซึ่งฟางเหยียนอวี้ก็เห็นด้วยเพราะสงสารภรรยา ฟางเหนียงไม่รู้ว่าร่างเดิมผ่านการคลอดบุตรแฝดมาได้อย่างไร แต่สามีนางบอกว่าฝาแฝดคลอดมานั้นตัวเล็กมากทำให้คลอดง่าย ไม่เหมือนบุตรสาวของพวกเขาที่ขาวอวบอ้วนมาตั้งแต่แรกเกิด น้ำหนักหกชั่งนิด ๆ ทำให้คลอดยากแม้นางเป็นทหารที่ผ่านการบาดเจ็บมานักต่อนัก แต่เมื่อมาเจอการคลอดลูกทำให้นางเข็ดขยาดไปเลยทีเดียว โชคดีที่ฟางเซียนของนางเป็นเด็กดีและรู้ความ แต่เพราะความรู้ความของนางทำให้นางกังวลและแอบสังเกตอยู่บ่อยครั้งจนกระทั่งแน่ใจว่า บุตรสาวของนางเป็นเด็กพิเศษกว่าคนอื่น นั่นคือนางจำอดีตชาติของนางได้ แม้พยายามปกปิดได้มิดชิดจนบิดาและพี่ชายไม่ได้สงสัย แต่นางผู้เป็นมารดาที่ใกล้ชิดตลอดเวลา และยังผ่านเรื่องอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อน ทำให้รู้ได้ทันที แต่ไม่ว่าเมื่อก่อนฟางเซียนจะเป็นใคร แต่ตอนนี้เจ้าตัวน้อยตรงหน้านางเวลานี้ก็คือบุตรสาวของนาง “อ่านจบแล้วหรือ” ฟางเหนียงเอ่ยถา
ฟางเหยียนอวี้พาภรรยาสาวมานั่งบนเตียงนอน แล้วลูบหน้าท้องที่นูนออกมาอย่างแผ่วเบาพร้อมน้ำเสียงตำหนิลูกในท้องไปด้วย เขาไม่รู้ว่าเมื่อก่อนฟางเหนียงคนเดิมเป็นเช่นไร แต่สิ่งที่จำได้มีแต่น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของนางเท่านั้น คำพูดนั้นทำให้ฟางเหนียงรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย ความอ่อนโยนที่ฟางเหยียนอวี้มอบให้ทำหัวใจอบอุ่น ใบหน้างามระบายยิ้มเบาบาง บ่งความสุขของนางและอารมณ์ตอนนี้นางดีมาก ๆ ที่เห็นนางน้ำตาไหลไม่ใช่อารมณ์อ่อนไหวอะไร แค่อาเจียนจนเหนื่อยและน้ำตาไหลมาเองเท่านั้น “เจ้านอนพักก่อนเดี๋ยวพี่ไปทำอาหารเย็น” ฟางเหยียนอวี้ลูบศีรษะภรรยาสาวอย่างรักใคร่ ช่วงนี้เขาไม่อนุญาตให้นางเข้ามิติสวรรค์ เนื่องจากกลัวว่านางจะเป็นลมอยู่คนเดียวที่นั่น เพราะพวกเขาไม่สามารถรับรู้หรือเข้าไปได้หากฟางเหนียงไม่พาเข้าไป ฟางเหนียงมองตามร่างสูงแล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดี นางเคยใช้ชีวิตที่พึ่งพาแค่ตัวเอง เวลานี้กลับมีคนให้นางพึ่งพาได้ แม้นางไม่ได้อ่อนแอแต่การได้รับการดูแล ก็ทำให้หัวใจมีความสุขได้เช่นกัน นางยกมือลูบท้องแผ่วเบาเวลานี้มีสายใยเพิ่มอีกหนึ่งครอบครัวของนางก็ครบสมบูรณ์แบบ ฟางเหนียงไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีชีวิตที่ดีเช่น
“ไม่ได้ เจ้าอยู่บ้านเถอะ ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ ข้ายังมีลูกชายช่วย” ฟางเหยียนอวี้ตอบปฏิเสธพร้อมลูบศีรษะนางอย่างรักใคร่ เขารู้ว่านางค่อนข้างเบื่อที่จะอยู่นิ่ง ๆ แต่เขาก็อดที่จะห่วงใยไม่ได้ ยิ่งช่วงหลัง ๆ มานี่นางแพ้ท้องเกือบทุกวันจนอดที่จะสงสารไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะแพ้ทองแทนเอง ภรรยาเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อยและอ่อนเพลียเช่นนี้ “ข้าแค่ตามไปดูเฉย ๆ เจ้าค่ะ ไม่ได้ลงไปช่วยท่านเสียหน่อย” ฟางเหนียงหน้ามุ่ยเมื่อถูกลูบหัวเหมือนเด็ก ๆ ก่อนจะประท้วงเบา ๆ ตอนนี้นางถูกตามใจจนจะเสียคนอยู่แล้ว ทว่าหัวใจนางกลับรู้สึกอบอุ่นความสุขเอ่อล้นภายในใจ จนต้องเผลอยิ้มออกมาเบาบาง “เด็กดีอย่าดื้อนะ นอนพักมาก ๆ เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา” ฟางเหนียงหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินคำพูดของสามี อีกทั้งมือหนาที่ลูบหัวนางเหมือนเด็กนั่นอีก นางได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ นางแพ้คำพูดอ่อนโยนของฟางเหยียนอวี้เช่นนี้และเขาก็จับจุดได้แล้วนางจะเอาอะไรไปสู้เขา “ดูแลลูก ๆ ด้วยเจ้าค่ะ” ฟางเหนียงเอ่ยบอกอย่างยอมแพ้ ดวงตาคู่คมมองนางจนรู้สึกเก้อเขินจนนางต้องดันหลังอีกฝ่ายเอาไว้ ให้ออกจากบ้าน “ไปได้แล้วเจ้าค่ะ ลูก ๆ รออยู่” ฟางเหยียนอวี้ยกย
“อร่อยมากเจ้าค่ะ” เด็กหญิงสองคนพูดออกมาพร้อมกัน ขณะที่ตักปีกไก่น้ำแดงเข้าปาก ฟางเหนียงมองดูเด็กสองคนอย่างเอ็นดู นางเองก็อยากมีลูกสาวกับเขาบ้างแต่หลายเดือนมานี้ยังไม่มีวี่แวว หรือว่านางจะไม่สามารถมีลูกสาวเพิ่มได้อีก “ท่านแม่ ท่านกินบ้างขอรับ” ฟางเหนียงก้มมองดูเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งคู่แล้วยิ้มอ่อนโยน หากไม่มีก็ไม่เป็นไร แค่พวกเขาสองคนนางก็มีความสุขแล้ว แต่หากมีเพิ่มก็นับว่าดีมาก ๆ “พวกเจ้าก็กินเยอะ ๆ” ฟางเหนียงบอกพร้อมคีบปีกไก่น้ำแดงให้ทั้งคู่บ้าง ก่อนจะพากันกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ตอนนี้พวกเขาแยกโต๊ะกัน เนื่องจากผู้ชายยังดื่มเหล่าไม่เหมาะให้เด็ก ๆ ไปนั่งด้วย แต่หลังจากกินข้าวจนอิ่มแล้วจึงให้เด็ก ๆ ออกไปเล่นข้างนอก ส่วนนางก็อยู่พูดคุยกับมารดา พี่สาวและพี่สะใภ้ใหญ่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้มากขึ้น เวลานี้นางมีครอบครัวไม่ได้โดดเดี่ยวแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวกับการผูกมิตรอีก เสียงหัวเราะของพวกผู้ชายดังแว่วมาเป็นระยะ พร้อมเสียงหยอกล้อกันอย่างสนุก หนึ่งในนั้นคือหยอกล้อเรื่องที่อยากให้นางมีบุตรเพิ่มอีกหลาย ๆ คน ฟางเหนียงสังเกตสีหน้าคนตอบไปด้วย ก่อนจะก้มหน้าต่ำปกปิดสายตาของตนเองเอาไว้
ขณะที่พวกเขาอยู่ในวิมานรัก สองฝาแฝดที่เหนื่อยจากการฝึกได้แต่หยุดมองหน้ากันเงียบ ๆ ท่านพ่อพาท่านแม่เข้าบ้านอีกแล้ว หลายครั้งแล้วไม่เห็นมีน้องสาวน้องชายตัวน้อย ๆ มาให้พวกเขาเสียที ทว่าไม่ใช่แค่สองแฝดที่รู้อึดอัดหัวใจ องครักษ์เงาที่ถูกส่งมาอารักขาก็ได้แต่กินอาหารหมา สำหรับคนโสดอย่างอัดอั้นตันใจไม่แพ้กัน ไหนศัตรู? นี่ส่งพวกเขามาดูพวกเขาแสดงความรักกันต่างหากเล่า! วันรุ่งขึ้นฟางเหนียงได้เตรียมอาหารและผักผลไม้ใส่รถเกวียนม้า วันนี้นางตั้งใจจะไปเยี่ยมบ้านมารดา และอยากให้พี่สาวของร่างนี้ลืมความรู้สึกผิดในใจเสียที และหลายเดือนมานี้นางยุ่งวุ่นวายเลยไม่ได้ไปเยี่ยมนานมากแล้ว ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ให้เงินไปสร้างบ้าน นางไม่ได้ไปช่วยงานเพราะมีหลายอย่างที่ต้องจัดการ เพราะตอนนั้นนางก็พึ่งมาอยู่ที่นี่ ความทรงจำและการปรับสภาพยังไม่คุ้นเคยมากนัก วันนี้เด็ก ๆ ดูจะตื่นเต้นมาก พวกเขาเตรียมของเล่นและของฝากไปให้ญาติผู้พี่ทางบ้านนั้นด้วย แต่คนที่ใบหน้าเคร่งขรึมกลับเป็นฟางเหยียนอวี้ ที่เหมือนไม่อยากให้นางกลับบ้านเดิมเท่าไหร่นัก “ท่านพี่ไม่อยากไปด้วยรอข้าอยู่ที่นี่ก็ได้นะเจ้าค่ะ” “ไม่! พี่จะไปด้วย” คำตอบหนักแน่นท
“ข้าก็รออยู่เหมือนกันเจ้าค่ะ” ฟางเหนียงเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทุกคนที่มาซักผ้าต่างพูดคุยหยอกล้ออย่างสนุกสนานเมื่อมีคนรัก ก็ต้องมีคนอิจฉาริษยาเป็นเรื่องธรรมดา “ว่าแต่เจ้าจะขึ้นเขาอีกหรือไม่ ตอนนี้รวยแล้วนี่ เงินปลดประจำการของเหยียนอวี้คงได้มากกระมัง” ลู่ชิงภรรยาของลู่หลิ่งที่เสียชีวิตเพราะโดนสัตว์ร้ายฆ่าตาย เอ่ยถามอย่างประชดประชัน ดวงตาของนางมีแต่ความริษยาและโกรธแค้นแม้จะรู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฟางเหนียง แต่หากไม่ใช่นางเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องสมุนไพร ทุกอย่างก็คงไม่ลงเอ่ยเช่นนี้ “ลู่ชิงเจ้าพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก เงินของเขาเจ้าจะไปเดือดร้อนอะไรด้วย แล้วลู่หลิ่งตายไม่เกี่ยวกับฟางเหนียง มีแต่เจ้าที่บังคับสามีขึ้นเขา ทำไมไม่รู้จักโทษตัวเองบ้าง” ป้าหวังที่อยู่ไม่ไกลเอ่ยตอบโต้อย่างไม่พอใจนัก เพราะอย่างไรหลายเดือนมานี้ฟางเหนียงก็เทียวแบ่งอาหารมาให้นางบ่อยครั้ง จนเดี๋ยวนี้เสี่ยวเปาเริ่มอวบอ้วนขึ้นมากแล้ว “เหอะ! ข้าพูดความจริง รอดูเถอะเดี๋ยวเงินปลดประจำการหมดก็คงทิ้งสามีไปหาคนที่รวยกว่า” ลู่ชิงเค้นเสียงตอบโต้อย่างดูถูก ก่อนจะถือตะกร้ากระแทกเท้าเดินจากไป ทำให้คนแถวนั้นส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ฟางเห