บทที่ 7 ข้าจะไปอยู่กับท่านอา
จวนจวิ้นอ๋อง
ตั้งแต่ที่ท่านอ๋องพบเจอลู่เพ่ยวันนั้นเขาก็เอาแต่คิดถึงใบหน้าที่หยิ่งพยองของนาง แตกต่างจากตอนที่นางอวบอ้วนยิ่งนักตอนนี้ความเจ็บปวดที่นางฝากไว้ให้เขาในวันนั้นก็ได้หายดีแล้ว ถึงคราวแล้วที่เขาจะไปเยือนและจะไม่ยอมถอนหมั้น
"ผู้ใดอยู่ด้านนอกเข้ามาหาข้าที" เจียวหั่วตะโกนเรียกบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกเพื่อทำในสิ่งที่เขาครุ่นคิดมาหลายวัน
"ท่านอ๋องมีอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"เจ้าไปจัดเตรียมทองคำ หยกและเบี้ยอัฐขึ้นเกี้ยวให้ข้าที ให้มากกว่าที่คุณหนูลู่เพ่ยเอามาคืน ข้าจะเดินทางไปที่เรือนของใต้เท้าลู่ไป๋เหวิน"
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปจัดเตรียมให้ท่านอ๋องโปรดรอสักครู่" พูดจบบ่าวรับใช้เดินออกจากห้องของเจียวหั่วไปทำตามคำสั่ง เจียวหั่วยืนขึ้นกอดอก ยิ้มมุมปากแววตาเจ้าเล่ห์
"เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกนะ คิดหรือว่าข้าจะยอมถอดหมั้นง่าย ๆ อำนาจที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าผู้ใดก็คงไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ " เจียวหั่วหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจพร้อมเดินออกจากห้องของตนเพื่อเดินทางไปที่เรือนตระกูลลู่ทำอย่างใจหวัง
เรือนตระกูลลู่
"ขนมมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู" ลี่อินเดินถือถาดที่ใส่ขนมพร้อมน้ำชามาให้แก่เสี่ยวลี่เหมย ตอนนี้นางกำลังนั่งชมเหล่าผีเสื้ออยู่ที่ศาลารับลมด้านหลังเรือนโดยมีไป๋เซ่อใช้พัด พัดให้คลายร้อน
"มาแล้วหรือ ลี่อินเจ้าได้ออกไปดูที่หน้าเรือนบ้างหรือไม่บัดนี้เหล่าบุรุษกลับเรือนของตนกันหรือยัง ข้าเองก็อยากออกไปเดินเล่นที่ตลาดบ้าง ให้ข้าอยู่ในเรือนเช่นนี้ข้าเริ่มเบื่อ เฮ้อ!!" เสี่ยวลี่เหมยถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เมื่อครู่ได้ยินสาวใช้ในครัวเอ่ยกันยังคงมีบุรุษที่ต้องการพบเจอคุณหนูอยู่หน้าเรือนเต็มไปหมดเลยเจ้าค่ะ แต่ก็ดีอีกอย่างนะเจ้าคะ ตั้งแต่ทุกคนต่างรู้ว่าคุณหนูเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ของกำนัลมากมายเต็มห้องคุณหนูเลยเจ้าค่ะ ข้าเห็นผ้าไหมมากมายที่ถูกส่งมามอบให้คุณหนูมีแต่ผืนสวย ๆ หากนำไปตัดเย็บเป็นชุดคงเหมาะกับคุณหนูน่าดู "ลี่อินยิ้มเล็กยิ้มน้อยดีใจที่ทุกคนต่างเอ็นดูคุณหนูของนาง
"แต่ข้าว่าเป็นเช่นนี้ก็ไม่ดีอีกอย่างนะ ดูสิคุณหนูจะไปทางใดก็ไม่ได้ไป หากเป็นเช่นนี้ไปเที่ยวหาท่านอาของคุณหนูไม่ดีหรือเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าท่านอาของคุณหนูที่เป็นน้องสาวของใต้เท้าลู่ไป๋เหวินได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขาข้าว่าหากคุณหนูไปอยู่ที่นั้นก็คงไม่มีบุรุษมาก่อกวนให้วุ่นวายใจเจ้าค่ะ" ไป๋เซ่อครุ่นคิดพร้อมออกความคิดเห็น เมื่อเสี่ยวลี่เหมยได้ยินแววตาเป็นประกายลุกขึ้นจับไป๋เซ่อเขย่าไปมาเพื่อถามที่อยู่ท่านอาของตน
"เรือนขอท่านอาอยู่ที่ใด ข้าอยากไป "
"ข้าน้อยก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะ ได้ยินเพียงใต้เท้้าพูดมาเท่านั้นเจ้าค่ะ "
"เช่นนั้นไปหาท่านพ่อกันเถอะ ลี่อินส่วนขนมกับน้ำชานี่เจ้ากินไปเถอะ " เสี่ยวลี่เหมยจับมือไป๋เซ่อเดินไปข้างหน้าพร้อมบอกให้ลี่อินกินขนมที่ตนถือมา
"โธ่คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดต้องไปอยู่ในที่ทุกข์ยากเช่นนั้นด้วยอยู่ที่นี่ก็สุขสบายดีแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าที่นั้นมีเพียงชาวไร่ชาวนาเท่านั้น หากคุณหนูไปอยู่ที่นั้นน่าจะเบื่อมากกว่าอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ"
"ข้าไม่เบื่อหรอกนะ ข้าจะไปทำการเกษตรและจะร่ำรวยโดยไม่ต้องแต่งงานกับบุรุษผู้ใด เช่นนี้ท่านพ่อต้องเห็นด้วยเป็นแน่ "เสี่ยวลี่เหมยยิ้มกว้างเมื่อคิดเรื่องที่จะเกิดขึ้นภายหน้า
ด้านใต้เท้าลู่ไป๋เหวินได้ออกมาต้อนรับเหล่าบุรุษที่เข้ามาหาอย่างมากมายในแต่ละวันอย่างเหน็ดเหนื่อย
"วันนี้ข้าเหนื่อยล้าเหลือเกิน นี่เจ้าเดินไปดูที่หน้าเรือนทีตอนนี้เหล่าผู้คนเริ่มทยอยกลับหรือยัง "
"ขอรับใต้เท้า "
"ข้าไม่คิดเลยว่าการที่บุตรสาวข้าเปลี่ยนไปและถอนหมั้นกับท่านอ๋องจะทำให้บุรุษทั่วล้าต่างเข้ามาหาเพื่อเอาใจ หากเป็นเช่นนี้ข้าอยากให้ลู่เพ่ยเป็นเหมือนเมื่อก่อนซ่ะดีกว่า "
"ทำไมกันเจ้าคะ ท่านพ่อต้องดีใจสิที่มีบุตรสาวงดงามเช่นนี้ และตอนนี้ร่างกายของข้าก็แข็งแรงมากกว่าแต่ก่อนอีกด้วย " เสี่ยวลี่เหมยเดินเข้ามาได้ยินที่ท่านพ่อกำลังบ่นพึมพำอยู่พอดี
"ข้าดีใจที่มีบุตรสาวงดงามแต่จะให้ข้าคอยต้อนรับผู้คนเช่นนี้ตลอดก็คงไม่ไหว "
"จากนี้ท่านพ่อไม่ต้องต้อนรับผู้ใดแล้วเจ้าค่ะ หากผู้ใดมาหาก็ปฎิเสธไปเลยเจ้าค่ะ "
"เพราะอะไรทำไมถึงไม่ต้อนรับผู้ใด หรือว่าเจ้าเจอผู้ที่เจ้าถูกชะตาแล้วอย่างนั้นหรือ"
"มิใช่เจ้าค่ะ ลูกจะขอท่านพ่อไปอยู่กับท่านอาที่หมู่บ้านเล็ก ๆ บนเขาเจ้าค่ะ " ใต้เท้าได้ยินถึงกับถอดสีหน้า
"ไม่ได้ ไม่ได้อย่างไรข้าก็ไม่ให้เจ้าไป "
"ทำไมกันเจ้าคะ ท่านพ่อไม่รักข้าหรือเจ้าคะ ท่านพ่อก็เห็นว่าข้าอยู่ที่นี่ก็มีบุรุษมากมายคอยรุมล้อมเช่นนี้ข้าจะออกไปที่ใดก็ไม่ได้ ทุกวันนี้ข้าเบื่อซะเหลือเกิน หากท่านพ่อให้ข้าไปอยู่กับท่านอา ข้าจะไม่ขอเบี้ยท่านพ่อใช้เลยเจ้าค่ะ อีกเรื่องข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกท่านพ่อว่าต่อจากนี้จนชีวิตของข้าจะหมดลมหายใจ ข้าจะไม่ขอแต่งกับผู้ใด จะขอร่ำรวยเลี้ยงดูตนเองท่านพ่อโปรดวางใจและอนุญาตให้ข้าไปเถอะนะเจ้าคะ อีกอย่างข้ามิได้ไปผู้เดียวเสียหน่อยยังมีลี่อินไป๋เซ่อที่คอยดูแลอยู่ข้างๆ นะเจ้าคะท่านพ่อ" เสี่ยวลี่เหมยเข้าไปกออดออดอ้อนส่งสายตาเว้าวอนจนใต้เท้าลู่ไป๋เหวินใจอ่อน หากนี่เป็นความสุขของบุตรสาวของเขาเขาเองก็จะยอมให้นางได้ลองทำตามที่นางต้องการ อีกอย่างท่านอาที่นางกล่าวมาก็คือน้องสาวของเขา ที่ไม่ได้ออกเรือนเช่นเดียวกันแต่นางก็สามารถดูแลตนเองจนถงทุกวันนี้ได้
"เจ้านี่นะช่างเอาแต่ใจตนเองเสียจริง ก็ได้ข้าจะยอมให้เจ้าทำตามใจตนเอง หากว่าเจ้าทำไม่ได้อย่างที่เจ้าเอ่ยมาเจ้าต้องกลับมาแต่งงานเอาเช่นนี้ดีหรือไม่" เสี่ยวลี่เหมยหุบยิ้มปล่อยแขนออกจากท่านพ่อพรางครุ่นคิดก่อนจะยิ้มกว้างพร้อมตอบรับคำพูดของผู้เป็นพ่อ
"ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะทำให้ท่านพ่อได้รู้ว่าข้าสามารถดูแลตนเองได้ เช่นนั้นข้าจะไปจัดเตรียมของก่อนนะเจ้าคะ ท่านพ่อให้บ่าวเตรียมรถม้าเพื่อไปส่งข้าด้วย" พูดจบเสี่ยวลี่เหมยก็เดินออกจากห้องโถงเพื่อไปเตรียมของออกเดินทาง ลี่อินไป๋เซ่อเองก็เดินตามคุณหนูของนางออกไปพร้อม ๆ กัน ใต้เท้าลู่ไป๋เหวินมองตามหลังของลู่เพ่ยพร้อมส่ายหน้าไปมาพร้อมยิ้มบาง ๆ มุมปาก
"เจ้าโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ เอาล่ะหากเจ้าอยากบินออกจากกรงข้าเองก็จะลองปล่อยเจ้าไปดู จะได้รู้ว่าโลกภายนอกไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่เขาเคยพบเจอ" พูดจบใต้เท้าลู่ไป๋เหวินยกจอกน้ำชาจิบอย่างใจเย็น
บทที่ 8 เตรียมรับมือเจียวหั่วเดินทางมาถึงเรือนใต้เท้าลู่ไป่เหวินก็ต้องสงสัยเมื่อพบเจอชายมากมายมายืนรออยู่หน้าเรือนเต็มไปหมด จึงได้ให้บ่าวรับใช้ที่มากับตนไปสืบดูก็ได้รู้ความที่เหล่าบุรุษมาอยู่ที่หน้าเรือนเพราะต้องใจหมายตาคุณหนูลู่เพ่ยผู้งดงาม ทำให้จิตใจของเจียวหั่วร้อนรุ่มขึ้นมา ไม่คิดเลยว่าสตรีที่เขาไม่เคยสนใจใยดีจะมีบุรุษอยากครอบครองมากขนาดนี้ เจียวหั่วลงจากรถม้าเร่งรีบก้าวเท้าเข้าเรือนของใต้เท้าลู่ไป๋เหวินอย่างเร็ว"ท่านอ๋องมาพบใต้เท้าหรือพ่ะย่ะค่ะ" บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าเรือนได้เอ่ยถามขึ้นทำให้ผู้คนที่ยืนอยู่แถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว แถมยังหัวเราะกระซิบกระซาบนินทาเจียวหั่วกันใหญ่ เขายืนอยู่ไม่ไกลพลอยให้ได้ยินคำพูดที่ชายเหล่านั้นเอ่ยนินทาเขา"เฮอะ! มาหวงของทีหลังล่ะสิ ข้าได้ยินมาว่าเมื่อก่อนท่านอ๋องไม่เคยแยแสคุณหนูลู่เพ่ยแม้แต่น้อย พอนางงดงามคิดจะอยากนางคืนสินะ " คำพูดของคนเหล่านั้นทำให้เจียวหั่วโมโหแววตาดุดันมองขวับไปยังคนพวกนั้นจนต้องหลบสายตา"ใช่! ข้ามาหาใต้เท้าลู่ไป๋เหวิน และที่มาวันนี้ก็เรื่องการหมั้นหมาย เมื่อคราวที่คุณหนูลู่เพ่ยไปหาข้าที่จวนในครั้งนั้น ข้าไม่ได้จะถอนหมั้น
บทที่ 9 เดินทางเมื่อเก็บของเสร็จได้ไม่นานสาวใช้ทั้งสองก็พากันหอบถุงผ้าของตนเองมาหาคุณหนูเพื่อออกเดินทาง"คุณหนูเก็บของเสร็จหรือยังเจ้าคะ "ลี่อินวางถุงผ้าเอ่ยถามคุณหนูที่นั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชา"เสร็จแล้วเจ้าไปบอกให้บ่าวมายกไปที่รถม้าเถิดจะได้ออกเดินทาง""เจ้าค่ะ " ลี่อินรับคำสั่งพรางเดินออกไปด้านนอกส่วนไป๋เซ่อก็เดินเข้ามาใกล้เสี่ยวลี่เหมยมองดูคุณหนูที่ผมเผ้าปกปิดใบหน้าจากการเก็บของด้วยตัวเอง"คุณหนูข้าจะแต่งตัวให้นะเจ้าคะ ดูสิเผ้าผมของคุณหนูหลุดรุ่ยหมดแล้ว เป็นเพราะข้ากับลี่อินที่ไม่ได้มาช่วยคุณหนูเก็บของต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ" นางพูดไปเดินไปหยิบหวี่มาแปรงผมแกะปิ่นออกพร้อมจัดแจงให้ผมเข้าทรงและปักปิ่นเข้าไปเช่นเดิม"ข้ายังไม่ได้ตำติเจ้าเสียหน่อย อีกอย่างข้าเองที่บอกให้พวกเจ้าไปเก็บของเจ้าไม่ต้องใส่ใจ เจ้าจัดผมให้ข้าเสร็จแล้วก็ออกไปข้างนอกกันเถอะ ข้าอยากไปร่ำลาท่านพ่อเสียหน่อย""เจ้าค่ะ" ทั้งสองออกมาข้างนอกก็พบใต้เท้าลู่ไป๋เหวินเดินมาพร้อมบ่าวรับใช้ที่ลี่อินไปตามมายกของใช้ของลู่เพ่ย"ท่านพ่อข้ากำลังจะไปหาท่านพ่อพอดีเลยเจ้าค่ะ""อย่างนั้นหรือ เฮ้อ! เจ้าอยู่กับข้ามาตั้งแต่เกิดไม่เคยห่างกาย
บทที่ 10 ข้าจะปลูกผักเจ้าค่ะหลังจากกินอาการอิ่มท่านอาก็พาเสี่ยวลี่เหมยมายังห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ได้ให้นางพักผ่อน เมื่อหัวถึงหมอนตัวนอนบนเตียงนอนนุ่มไม่นานเสี่ยวลี่เหมยก็ได้หลับลงรุ่งเช้ามาเยือนเสียงนกน้อยร้องตอบโต้กันไปมาเจี๊ยวจ้าว เสียงกระดิ่งดังราวกับสำนวนเพียงไพเราะ เสี่ยวลี่เหมยตื่นเช้าเพราะแปลกที่มายืนมองดูดวงอาทิตย์ขึ้นอย่างงดงาม เช้า ๆ ที่นี่อากาศเย็นสบายแม้ว่านางจะตื่นเช้าแต่ชาวบ้านที่นี่ก็ตื่นเช้ากันมาก ๆ"คุณหนูตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ นี่ยังไม่สว่างเลย" ไป๋เซ่อที่นอนอยู่ข้าง ๆ ตื่นมาเพื่อดูแลก็ต้องตกใจที่เห็นลู่เพ่ยยืนอยู่หน้าระเบียงเสียแล้ว"ข้านอนไม่หลับนะ แล้วลี่อินเล่าไม่มาพร้อมกับเจ้าหรือ" นางมองไปด้านหลังไม่พบลี่อินจึงได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย"ลี่อินไปที่ห้องครัวเจ้าค่ะ " เสี่ยวลี่เหมยพยักหน้ารับรู้"เช่นนั้นเจ้าก็ตามข้ามาเถิด ข้าจะไปหาท่านอา ""เจ้าค่ะ" เสี่ยวลี่เหมยเดินเล่นดูรอบ ๆ เรือน ก่อนจะมาพบท่านอาที่กำลังสั่งให้บ่าวไปทำหน้าที่ของตน เสี่ยวลี่เหมยไม่รอช้ารีบย้ำเท้าตรงเข้าไปหา"ท่านอาทำอันใดอยู่หรือเจ้าคะ" ซีเหนี่ยวได้ยินเสียงหลานสาวหันขวับมามองอย่างรวด
บทที่ 11 คุณชายฮุ่ยเจิน“ไป๋เซ่อเจ้าดูสิร้านขายผักร้านนี้ดูจะใหญ่ที่สุดในตลาดเลยก็ว่าได้”"นั้นสิเจ้าคะ หากคุณหนูปลูกผักขายเข้าไปถามดูราคาดูมั้ยเจ้าคะ เผื่อผักที่คุณหนูปลูกเติบใหญ่จะได้นำมาขาย""นั้นสิงั้นเราเข้าไปถามกันเถิด " เสี่ยวลี่เหมยเดินย่างเท้าเข้ามาในร้านขายผักไม่ว่าจะมองไปทางใดก็มีทุกอย่างราวกับว่าที่นี่คือที่รับซื้อผักจากชาวบ้านมาวางขายอีกที"คุณหนูหาสิ่งใดหรือขอรับ" เฒ่าแก่ร้านขายเมล็ดพันธ์ุผู้เดิมก็เดินเข้ามาหาเสี่ยวลี่เหมยอีกรอบ"เอ๊ะ! นี่เฒ่าแก่ร้านเมื่อครู่มิใช่หรือ? ""อ้อ นี่ก็คืออีกร้านของข้าขอรับผู้คนแถวนี้รู้จักกันดี คุณหนูคงไม่ใช่คนแถวนี้ใช่หรือไม่ขอรับ" เสี่ยวลี่เหมยกวาดตามองอีกรอบก็พบว่าร้านทั้งสองร้านอยู่ติดกันแถมยังมีทางเข้าออกเชื่อมกันอีกด้วย"ใช่แล้วเฒ่าแก่ คุณหนูของข้าเดินทางมาจากที่อื่น จะมาอยู่ที่นี่สักระยะจะมาปลูกผักไม่ทราบว่าที่ร้านเฒ่าแก่นอกจะขายผักแล้วท่านรับซื้อผักจากชาวบ้านด้วยหรือไม่เจ้าคะ" ไป๋เซ่อได้เอ่ยถามเฒ่าแก่เพราะนางเป็นคนช่างพูดช่างจาเป็นที่ชอบใจของเสี่ยวลี่เหมยยิ่งนัก"แน่นอนอยู่แล้ว ร้านของข้าทั้งขายและรับซื้อขอรับหากผักของคุณหนูโตพอจนเก็บ
บทที่ 12 เรื่องแปลก ๆวันเวลาผ่านพ้นไปครึ่งเดือนที่เสี่ยวลี่เหมยมาอยู่กับท่านอา นางเหน็ดเหนื่อยอยู่กับการปลูกผักแต่ก็ทำให้นางมีความสุขมาก ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเองจนตอนนี้ผักที่นางได้ลงมือหว่านเมล็ดเติบโตขึ้นมาเขียวขจี"ท่านอาเจ้าคะ ในเรือนของท่านอามีบ่าวที่เป็นชายกี่คนเจ้าคะ"เมื่อเช้าเสี่ยวลี่เหมยไปรดน้ำผักกับสาวใช้เห็นว่าตอนนี้แตงกวาของนางกำลังจะหาไม้เพื่อปีนป่ายจึงกลับมาหาท่านอาที่เรือนเพื่อถามหาบ่าวที่เป็นบุรุษ"ก็เพียงไม่กี่คน ทำไมหรือ"ซีเหนี่ยวกำลังตากผ้าอยู่หันมาถามหลานอย่างสงสัย"ข้าต้องการไม้ไผ่บนเขามาทำค้างให้กับแตงกวาเจ้าค่ะ ""เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวนเรือนไปจัดการให้เจ้าเอง ว่าแต่เจ้าเถิดมาอยู่ที่นี่ก็หลายวันแล้วรู้สึกคิดถึงเรือนตระกูลลู่หรือไม่ ""ก็มีบ้างเจ้าค่ะ แต่อยู่ที่นี่ข้ามีความสุขมากนะเจ้าคะ ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมากมายแถมยังได้กินอาหารฝีมือท่านอาทุกวันแต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจเลยเจ้าตค่ะเมื่อตะวันตกดินทุกคนในหมู่บ้านทำไมถึงรีบเข้านอนกันเจ้าคะ หากจะบอกว่าเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานแต่ว่าจะเหนื่อยทุกวันทุกเรือนก็คงมิใช่นะเจ้าคะ "นางมาอยู่ที่นี้สักพักสังเกตเห็นชาวบ้าน
บทที่ 13 ไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือปีศาจรุ่งเช้ามาเยือนเสี่ยวลี่เหมยตื่นแต่เช้ารีบไปหาท่านอาที่ห้องพร้อมคำถามเต็มหัวไปหมด นางเดินเข้ามาในเรือนพร้อมเรียกท่าอาจากด้านนอก"ท่านอาเจ้าคะ ข้าขอเข้าไปด้านในได้หรือไม่" นางเงียบฟังคำตอบไม่นานเสียงด้านในก็ดังออกมา"เข้ามาสิ" นางเปิดประตูเข้าไปด้านในห้องของท่านป้าตอนนี้นางกำลังแต่งกายอยู่ก็หันมาถามหลานสาวเหตุใดนางถึงมาหานางแต่เช่าตรู่"เจ้ามาหาแต่เช้ามีเรื่องอันใดหรือไม่""ท่านอาช่างรู้ใจข้าเสียจริง ก็เรื่องที่ท่านอาเล่าให้ข้าฟัง ข้าไปนอนครุ่นคิดทั้งคืนก็ยังค้างคาในใจอยากจะมาถามท่านอาให้รู้แจ้งเจ้าค่ะ""เรื่องอันใดอย่างนั้นหรือ""ท่านอาว่าเป็นฝีมือปีศาจจริง ๆ เช่นนั้นหรือเจ้าคะ แล้วเหตุใดถึงพึ่งมาปรากฎตัว ข้าคิดว่านี่น่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์เสียมากกว่าเจ้าค่ะ""แล้วมนุษย์จะทำเช่นนี้ทำไมกันไม่เห็นจะได้ผลประโยชน์อันใด""แล้วปีศาจจะทำเรื่องนี้ทำไมเจ้าคะ ไม่เห็นจะได้ผลประโยชน์อันใดเช่นกัน " เสี่ยวลี่เหมยแย้งคำพูดของท่านอาจนเขานิ่งเงียบเพราะคิดตามที่เสี่ยวลี่เหมยเอ่ยออกมา"นั้นสิ เช่นนั้นเจ้าก็ออกไปกินอาหารเช้าเถิดเดี๋ยวข้าจะเข้าไปในหมู่บ้านสักครู่ " ท่าน
บทที่ 14 หนีไม่พ้นหลังจากนั้นท่านอาได้เข้าครัวทำอาหารพร้อมกับลี่อินปล่อยให้ไป๋เซ่ออยู่กับเสี่ยวลี่เหมย นางเก็บเรื่องที่ท่านอามาเล่าให้ฟังอย่างถ้วนทีก็ไม่เข้าใจสักนิด ทำไมชาวบ้านถึงหูเบาเชื่อเรื่องเช่นนี้ด้วย ปีศาจเหตุใดถึงต้องการพืชผักแทนที่จะเป็นเงินทอง ยิ่งคิดยิ่งทำให้ปวดหัว เสี่ยวลี่เหมยจึงได้ออกมาเดินรับลมด้านนอกไม่นานลี่อินก็ได้ตามไปกินอาหารเย็น หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จทานอาก็ได้กำชับไม่ให้เสี่ยวลี่เหมยออกมาด้านนอกอีก เพราะนางเกรงว่าหลานสาวจะเสียสติหากได้พบปีศจจอย่างชายฉกรรจ์ที่เคยลบหลู่ราตรีมืดมิดเสียงทุกอย่างเงียบสงัดมีเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านกระพวนเสียงดังกระทบกันไปมา เสี่ยวลี่เหมยนอนอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มด้วยปุ๋ยฝ้าย นางลืมตาพลิกตัวมาด้านขวาก็ต้องชะงักตกใจเมื่อเห็นท่านอ๋องมานอนเคียงคู่แถมยังมองนางด้วยสายตาหยาดเยิ้มยิ้มกว้างอ่อนหวาน อย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน"กรี๊ด! นี่ท่านอ๋องมาอยู่ในห้องหม่อมฉันได้อย่างไรเพคะ แถมไม่ใช่มาอยู่ธรรมดาแต่มานอนร่วมเตียงกับหม่อมฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้นะเพคะ" เสี่ยวลี่เหมยกรี๊ดร้องใช้มือผลักไสให้ใบหน้าของจวิ้นอ๋องออกห่างตนพรางขยับกายหนี แต่ทว่าจวิ้นอ๋องจ
บทที่ 15 ไม่ต้อนรับ"ท่านอ๋องรอหม่อมฉันอยู่ที่นี่กับลู่เพ่ยสักครู่นะเจ้าคะ หม่อมฉันจะเข้าไปดูที่ห้องครัวสักครู่ ""ท่านอาอยู่ที่นี่กับท่านอ๋องเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะเข้าไปดูที่ห้องครัวเอง" เสี่ยวลี่เหมยไม่อยากอยู่กับท่านอ๋องเพียงลำพังจึงรีบเสนอเข้าไปดูที่ห้องครัวเอง แต่เหมือนท่านอาจะไม่เข้าใจหลานรัก"เจ้าอยู่ดูแลปรนนิบัติท่านอ๋องนะดีแล้ว ส่วนเรื่องอาหารการกินข้าจะจัดการเอง ท่านอ๋องเดี๋ยวหม่อมฉันมานะเพคะ" เจียวหั่วยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้าให้แก่ซีเหนี่ยว นางโค้งคำนับพร้อมเดินออกไป ภายในห้องโถงตอนนี้เหลือเพียงท่านอ๋องกับเสี่ยวลี่เหมย บรรยากาศช่างอึดอัดเหลือทน"เจ้าคิดจะหนีข้าอย่างนั้นหรือ ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกนะยอมกลับไปพร้อมกับข้าเถอะจะทนลำบากอย่างนี้อยู่ทำไมกัน " เขาเอ่ยพร้อมเดินเข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ'หนีมาไกลขนาดนี้ยังหาเจอ ท่านอ๋องบ้านี่ต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉันแน่ ๆ' เสี่ยวลี่เหมยบ่นในใจก่อนจะยิ้มกว้างตอบท่านอ๋องอย่างชัดเจน"หม่อมฉันไม่ได้หนีเพคะ และหม่อมฉันจะไม่ยอมกลับไปกับท่านอ๋องหรอกนะเพคะ ตอนนี้หม่อมฉันมีความสุขไม่มีเรื่องอันใดให้ทุกข์ใจเท่าตอนที่เฝ้าตามถวายความรั
บทที่ 25 ทำอย่างไร"ท่านอา ข้าไม่ได้เมาเสียหน่อย อีกอย่างสุราของคุณชายอร่อยยิ่งนัก ข้าขออีกจอกได้หรือไม่เจ้าคะ เอิ้ก" "สุราที่ข้านำมานั้นดื่มง่ายแต่ฤทธิ์ของมันรุนแรงยิ่งนัก ข้าไม่คิดว่าคุณหนูลู่เพ่ยจะคออ่อนเช่นนี้ หากเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนซีเหนี่ยวกับคุณหนูลู่จะได้พักผ่อน ""ข้าจะไปส่งท่านที่หน้าเรือนนะเจ้าคะ ลี่อินไปนำโคมไฟมาให้คุณชายฮุ่ยเจินที ท่านอ๋องขอฝากลู่เพ่ยด้วยนะเพคะ ""ได้ท่านไม่ต้องห่วง ไปส่งคุณชายฮุ่ยเจินเถิด" ซีเหนี่ยวถือโคมไฟมอบให้ฮุ่ยเจินพร้อมเดินไปส่งที่หน้าเรือน เจียวหั่วมองไปยังเสี่ยวลี่เหมยนางยังยิ้มระรื่นให้แก่เขาอยู่"หากเจ้าไม่เมาข้ายากจะเห็นรอยยิ้มเจ้าเช่นนี้ ""แค่รอยยิ้มเองข้าไม่ได้ขี้งกขนาดนั้น ว่าแต่ท่านทำไมช่างหล่อเหลาเช่นนี้ แต่รู้มั้ยทำไมข้าถึงไม่แต่งกับท่าน เพราะข้าเคยเสียใจกับความรักมาแล้วอย่างไรล่ะ ข้าเจ็บปวดเสียใจจนแทบบ้า เอิ้ก " เสี่ยวลี่เหมยตอนนี้ถูกฤทธิ์สุราควบคุมเริ่มเอ่ยความในใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาแห่งความเจ็บปวดส่งไปยังเจียวหั่วเขาคิดว่าที่นางเจ็บปวดเช่นนี้คงเป็นเพราะเขาไม่เคยสนใจนางเลย "ข้าว่าเจ้าเมาแล้วกลับห้องไปพักผ่อนเถิด" สาวใช้ทั้งสองมองหน้า
บทที่ 24 เลี้ยงฉลองหลังหมู่บ้านที่ลับสายตาผู้คนเป็นจุดนัดพบของชายฉกรรจ์ชุดดำที่ใช้ผ้าปกปิดใบหน้ายืนคอยผู้เป็นนายเพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ไม่นานเจ้านายของคนเหล่านี้ก็มาถึง ชายชุดดำแต่ทว่าดูดีกว่าผู้อื่นแต่งกายแตกต่างควบม้ามาหยุดอยู่กลางกลุ่มคน เมื่อม้าหยุดวิ่งเขาก้าวเท้ากระโดดลงจากหลังม้าบรรดาลูกน้องทั้งหลายต่างพากันคารวะ "คารวะนายท่าน" ท่าทางน่าเกรงขามเดินไปนั่งเก้าอี้อย่างองอาจ"มีเรื่องอันใดถึงได้ไปตามข้าออกมา" น้ำเสียงเข้มขรึมเอ่ยถามลูกน้องของตน หนึ่งในหมู่คนเสมือนจะเป็นผู้คุมได้เอ่ยบอกเรื่องราวแก่เขา"เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับนายท่าน จู่ ๆ เมื่อคืนนี้ในเวลาที่ชาวบ้านหลับไหลพวกข้าทำงานอย่างที่เคยทำแต่ทว่าไม่รู้ว่าผู้ใดที่กล้าไม่เกรงกลัวออกมาอยู่นอกเรือน " เมื่อผู้เป็นนายได้ยินถึงกับนั่งไม่ติดลุกขึ้นยืนทำเอาลูกน้องรีบคุกเข่าเพื่อร้องขอชีวิตที่ทำงานพลาด"มันเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร แล้วพวกเจ้าจัดการผู้ที่เห็นหรือไม่? ""นายท่านพวกข้าน้อยอ่อนปัญญาทำให้คนผู้นั้นหนีไปได้แต่คนผู้นั้นไม่เห็นว่าพวกเรากำลังทำอันใดขอรับ ""จะมั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ที่เห็นจะใช่ชาวบ้านธรรมดา ตอน
บทที่ 23 แข่งเอาใจ"ข้ามาแล้ว เราออกเดินทางกันเถอะ" เสี่ยวลี่เหมยเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ชุดใหม่ให้ดูทะมัดทะแมงในการท่องเที่ยวนางให้สาวใช้รออยู่ที่เรือนโดยไม่ต้องตามออกไป"คุณหนูลู่เพ่ยท่านรู้หรือไม่ว่ารอยยิ้มของท่านช่างทำให้โลกสดใสน่าอยู่ยิ่งนัก หากข้าได้เห็นรอยยิ้มของท่านในทุกวันคงจะดีไม่น้อย " ฮุ่ยเจินเอ่ยขึ้นเมื่อเสี่ยวลี่เหมยเดินเข้ามาใกล้ ๆ ทำเอานางคิ้วขมวดเข้าหากันเหตุใดจู่ ๆ ถึงเอ่ยวาจาเช่นนี้"เจ้าคงไม่โชคดีทุกวันอย่างนั้นหรอกเพราะผู้ที่จะได้เห็นรอยยิ้มนี้มีเพียงข้าเท่านั้น รีบไปกันเถอะหากชักช้าจะร้อนเอาได้ " เสี่ยวลี่เหมยมึนงงในคำพูดของทั้งคู่แต่ไม่ทันได้คิดอะไรก็ถูกเจียวหั่วจับมือให้เดินตามเขาไปโดยมีฮุ่ยเจินเดินตาม"นี่มันเรื่องอันใดกัน ระหว่างที่หม่อมฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่เพคะ" เสี่ยวลี่เหมยเงยหน้าถามเจียวหั่วเขาก้มมองนางดวงตากลมโตสงสัยใบหน้าครุ่นคิด ไม่ว่าจะมองอย่างไรนางช่างงดงามเช่นนี้มันทำให้เจียวหั่วเริ่มสนใจในตัวนางขึ้นมาและไม่อยากให้ชายใดได้เข้าใกล้นาง"อยากรู้ไปทำไมรีบเดินตามมาเถิดก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจพาเจ้ากลับเข้าเรือน " เจียวหั่วหงุดหงิดใจรีบพ
บทที่ 22 แข่งกันอย่างลูกผู้ชายฮุ่ยเจินยืนถือผักเต็มไม้เต็มมือยืนอยู่หน้าเรือน เสี่ยวลี่เหมยเดินมาใกล้ถึงก็ต้องหยุดเดินพร้อมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อไม่แสดงให้เขาเห็นว่าตัวเองนั้นดีใจแค่ไหนที่เขามาเยือน"ฟู่! หายใจเขาลึกๆ ทำไมฉันต้องใจเต้นแรงด้วยนะ ไหนบอกว่าไม่ขอมีความรักทำไมหัวใจต้องสั่นไหวกับคุณชายฮุ่ยเจินด้วยนะ ยัยเสี่ยวลี่เหมยจำใส่ใจเอาไว้ว่าที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่เพราะอะไร " เสี่ยวลี่เหมยตบหน้าตัวเองเบา ๆ ไปมาเพื่อเตือนสติตัวเองก่อนจะเดินมาหาฮุ่ยเจิน"คุณชายฮุ่ยเจินมาหาข้าหรือเจ้าคะ ""พอดีเมื่อคืนข้านอนไม่หลับเอาแต่เฝ้าคิดถึงใบหน้าของท่าน เลยคิดว่าเมื่อไหร่ที่ท้องฟ้าสว่างจะรีบมาหานะขอรับ" ท่าทางเขินอายใบหน้าแดงระเรื่อจนถึงใบหูของฮุ่ยเจินช่างราวกับชายที่มีรักแรก เสี่ยวลี่เหมยบีบมือตนเองไว้ไม่ให้หวั่นไหวในคำพูดคำจาหวาน ๆ นี้ นางมองไปเห็นตะกร้าที่เต็มไปด้วยผักจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย"ว่าแต่ตะกร้าผักนั่นคืออันใดหรือเจ้าคะ""ข้าจะมาหาท่านด้วยมือเปล่าก็กระไรจึงนำผักที่เรือนของข้าปลูกไว้มาแบ่งให้ท่านนำไปทำอาหารขอรับ""ขอบคุณน้ำใจของคุณชายฮุ่ยเจินนะเจ้าคะ เข้ามาในเรือนก่อนเถอะเจ้าค่ะ ว่าแต่
บทที่ 21 ไม่ปล่อยให้เป็นของผู้ใดรุ่งสางมาเยือนวันนี้เสี่ยวลี่เหมยตื่นมาแต่เช้าตรู่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเช่นทุกวัน แต่ทว่าวันนี้ลี่อินกับไป๋เซ่อมิได้ตามมาที่แปลงผักด้วย พวกนางทั้งสองได้ไปช่วยท่านอาทำอาหารที่ห้องครัว เพราะวันนี้สาวใช้ที่ทำหน้าที่ทำอาหารเกิดไม่สบาย เสี่ยวลี่เหมยจึงให้ทั้งสองไปช่วยท่านอาแทน ส่วนเจียวหั่วเขาตื่นมาแต่เช้าเพราะนอนไม่ค่อยหลับ ครุ่นคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเห็นเสี่ยวลี่เหมยเดินดุ่มๆ ไปยังแปลงผักเขาเลยเดินตามไปหานาง“เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้มาที่แปลงผักเพียงลำพังแล้วสาวใช้ข้างกายเจ้าไปที่ใดกัน” เสี่ยวลี่เหมยเพียงได้ยินเสียงก็รู้สึกเหนื่อยใจไว้รอเสียแล้ว ทำไมต้องพบเจอท่านอ๋องปากร้ายแต่เช้า"ไม่ใช่เรื่องที่ท่านอ๋องต้องรู้หรอกเพคะ หากว่างมากหรือเบื่อหน่ายท่านอ๋องก็ทรงกลับไปที่จวนของท่านเถิดข้าไม่อยากต่อเถียงกันท่านแล้วเพคะ""ข้าไม่เบื่อเสียหน่อย อีกอย่างอยู่ที่นี่ข้าชอบนะได้อยู่ใกล้ ๆ เจ้า เมื่อไหร่เจ้าจะใจอ่อนเสียที " เสี่ยวลี่เหมยใบหน้าบูดบึ้งก่อนจะแสยะยิ้มเมื่อนึกอะไรสนุก ๆ ออก ในเมื่อเขาอยากอยู่ที่นี่นางจะทำให้เขาไม่อยากอยู่ที่นี่เอง"หากท่านอ๋องอยากให้ข้าใจอ่อน ก
บทที่ 20 กลุ่มคนน่าสงสัยเจียวหั่วเมื่อมาถึงห้องเขาได้แต่งกายเพื่อออกไปด้านนอกสืบหาเรื่องที่น่าชวนสงสัยนี้กับองครักษ์"กระหม่อมเดินตรวจตราทุกคนในเรือนนอนหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ ""เช่นนั้นก็ดีเราจะได้ออกไปด้านนอกโดยที่ีไม่มีผู้ใดสงสัย ไปกันเถิด" ว่าจบเจียวหั่วเดินจากห้องอย่างคล่องแคล้วก่อนจะกระโดดออกทางกำแพงด้านหลังเรือนเพื่อไม่ให้ผู้ใดสังเกตการณ์ได้ เมื่อออกมาก็ไม่พบผู้ใดเลยบ้านเรือนพากันดับโคมไฟมืดสนิท ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงโหยหวนตามสายลมมาอย่างต่อเนื่อง"เสียงนั้นมาจากที่ใดกัน""กระหม่อมได้ยินมาจากทางเหนือของต้นลมพ่ะย่ะค่ะ ""เช่นนั้นเราแยกกันเถิด หากเจ้าพบเรื่องน่าสงสัยก็รีบมาแจ้งข้า ข้าจะไปดูอีกทางยามโฉ่ว (01.00) ค่อยกลับไปพบกันที่เรือน ""พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องทรงระวังตัวด้วย""ไม่ต้องห่วงข้า"องครักษ์พยักหน้าสักพักก็หายวับไปอย่างรวดเร็วส่วนเจียวหั่วเขาดึงผ้าปิดผ้าที่ปกปิดไม่ให้ผูู้ใดรู้ว่าเป็นใครก่อนจะเดินตรวจตราทุกซอกมุมของหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อเดินมาได้ไม่นานเจียวหั่วก็ได้พบเข้ากับชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งแต่งกายชุดดำน่าสงสัย กำลังทำสิ่งใดอยู่อย่างรีบร้อน เจียวหั่วพรางตัวเดินเข้าไปอย่างเบาตัวเพ
บทที่ 19 เสียงร้องของปีศาจฝั่งด้านเจียวหั่วเมื่อกลับมาถึงห้องเขาพบว่าองครักษ์ได้รออยู่ด้านในแล้ว"เป็นเช่นไรบ้างเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปจัดการ ""กระหม่อมไปสืบตามชาวบ้านบอกว่าเสียงนี้คือเสียงของปีศาจพ่ะย่ะค่ะ เมื่อท้องฟ้ามืดมัวทุกคนในหมู่บ้านต้องพากันเข้าเรือนห้ามออกมาด้านนอกมิเช่นนั้นจะถูกปีศาจเล่นงาน แถมยังมีผู้คนพบเจอมาแล้วด้วยชาวบ้านจึงหวาดกลัวดับไฟตั้งแต่หัวค่ำพ่ะย่ะค่ะ" เจียวหั่วหันหลังมองไปยังหน้าต่างครุ่นคิดตามที่องครักษ์ได้บอก ช่างเป็นเรื่องที่น่าแปลกเสียจริง"แล้วเสียงที่ดังตามกระแสลมนั้นเล่าคือเสียงอันใดกัน ""น่าจะเป็นเสียงของปีศาจที่ดังมาตามกระแสลมเพื่อให้ชาวบ้านมิกล้าออกมาจากเรือน เสมือนข่มขู่ให้หวาดกลัว ""อืม ..เช่นนั้นวันนี้เมื่อตะวันตกดินเจ้ามาหาข้าที่ห้อง ข้าจะออกไปข้างนอกกับเจ้า ข้าไม่เชื่อหรอกว่านี่คือฝีมือปีศาจต้องมีผู้ใดสร้างเหตุการณ์นี้ขึ้นมาแน่นอน ""น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ " องครักษ์โน้มตัวน้อมรับคำสั่งก่อนจะเดินออกไป เจียวหั่วครุ่นคิดไม่ตกกับสิ่งที่ได้ยิน เขามั่นใจว่านี่คือฝีมือของมนุษย์แน่ ๆ และต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใดต้องการอะไรจากชาวบ้านฝั่งด้านเสี
บทที่ 18 หงุดหงิดหัวใจระหว่างรออาหารฮุ่ยเจินกับสี่ยวลี่เหมยพูดคุยกันอย่างถูกคอ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มทำให้เจียวหั่วไม่พอใจ เวลาที่นางอยู่กับเขามีเพียงใบหน้าบูดบึึ้งไร้อารมณ์ เขาวางจอกน้ำชาที่ฮุ่ยเจินรินให้จนเกิดเสียงดัง ทำให้ทั้งสองมองมายังเจียวหั่ว"ท่านอ๋องน้ำชาร้อนไปหรือขอรับ""ใช่! น้ำชาที่นี่ช่างจืดชืดกลิ่นหอมของชาไม่มีสักนิด" เขาไม่ถูกชะตากับฮุ่ยเจินจึงเอ่ยอย่างไม่รักษาน้ำใจ ทำให้เสี่ยวลี่เหมยหมั่นไส้หยิบจอกน้ำชาของเจียวหั่วพร้อมกระดกเข้าปากอึก!"ท่านอ๋องหม่อมฉันว่าลิ้นของท่านน่าจะมีปัญหานะเพคะ น้ำชาไม่ได้ร้อนเลยสักนิดแถมยังหอมกลิ่นชาอ่อน ๆ ไม่เห็นเป็นเช่นที่ท่านอ๋องเอ่ยมาเลยอท่านอ๋องลองชิมน้ำชาของหม่อมฉันอีกรอบสิเพคะ""ไม่! ไม่ว่าน้ำชาจอกใดก็รสชาติเหมือนกัน ""เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านอ๋องเลยเพคะ คุณชายฮุ่ยเจินอาหารที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้อร่อยมากเลยถูกใจข้าที่สุด ""หากลู่เพ่ยถูกใจวันหลังข้าจะพาท่านมาอีก ว่าแต่ลู่เพ่ยท่านมาอยู่ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ รู้สึกเบื่อบ้างหรือไม่ ""ไม่เลย วัน ๆ ข้าต้องไปดูผักที่ปลูกไว้ไม่มีเวลาให้เบื่อหรอกนะ""ท่านปลูกผักด้วยหรือ ข้าชักอยากเห็นแล้วสิสตรีท
บทที่ 17 เมินเฉย"เจ้าเมินข้าอย่างนั้นหรือไม่ได้ยินที่ข้าเอ่ยกับเจ้าหรืออย่างไร" เจียวหั่วคว้ามือของเสี่ยวลี่เหมยให้หยุดเดิน ส่วนลี่อินกับไป๋เซ่อมองหน้ากันและไม่ขอเดินตามอยากให้ทั้งสองได้อยู่เพียงลำพัง ในใจของนางทั้งสองอยากให้คุณหนูของนางมีความสุข เพราะที่ผ่านมาคุณหนูของนางเฝ้ารักเฝ้าคะนึงหาท่านอ๋องอยู่ทุกค่ำวัน ในเมื่อตอนนี้ท่านอ๋องหันกลับมาสนใจคุณหนูของพวกนางจึงอยากให้คุณหนูสมหวังกับท่านอ๋องดั่งที่ใจปรารถนา"ต่อให้ท่านอ๋องจะอยู่ที่นี่จนแก่เฒ่าหม่อมฉันก็ไม่กลับไปกับท่านอ๋องหรอกนะเพคะ ล้มเลิกความตั้งใจนี่เถิด หม่อมฉันเองก็ไม่เข้าใจท่านอ๋องยิ่งนักเมื่อก่อนท่านอ๋องไม่เห็นสนใจหม่อมฉันเลยสักนิด แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้อยากต้องาการให้หม่อมฉันไปเป็นพระชายาล่ะเพคะ น่าเบื่อเสียจริง" เสี่ยวลี่เหมยสบัดแขนของเขาเพื่อให้หลุดออก ในตอนแรกนางจะกลับไปที่เรือน แต่ทว่าตอนนี้นางรู้สึกไม่อยากอยู่ในที่ที่มีท่านอ๋องผู้นี้จึงเดินไปที่ตลาดโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้สาวใช้ไม่ได้ตามนางออกมา มีเพียงเจียวหั่วที่เดินตามนางมาติด ๆ"เดี๋ยวสิแล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นใดถึงจะได้ความรักของเจ้าเช่นเดิม ""กลับจวนท่านอ๋องไปสิเพคะ แล้