“ท่านพี่”
แม้ซุนอันเล่อจะมีศักดิ์เป็นน้าสาวแท้ ๆ ของซุนหย่งเล่อ แต่อายุที่ใกล้เคียง ห่างกันเพียงห้าปีทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเช่นพี่น้องเสียมากกว่า เช่นนั้นซุนอันเล่อจึงให้หลานสาวเรียกนางว่า ‘พี่สาว’ แทนที่จะเรียกน้าเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มหัดพูด
“เจ้าวางใจเถิด สุราจอกนี้อ่อนมาก ข้าถึงวางใจให้เจ้าได้ดื่ม”
นางบอกหลานสาวพร้อมกับส่งจอกในมือให้ แล้วจึงรับจอกในมือของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแทน
“มีสุราอ่อน ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ”
“ที่หอบุปผาสำราญของข้าย่อมมีทุกสิ่งอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นให้ข้าได้ลองสักจอกจะได้หรือไม่”
บุรุษหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้น
“ย่อมได้ ๆ รอข้าสักครู่”
“เดี๋ยวข้าไปรินให้เองขอรับ” หานเถิงซีรีบขันอาสา
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
ซุนอันเล่อยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่ง ชายหนุ่มในวัยเดียวกับหลานสาวต้องเดินคอตกกลับไปยืนประจำที่เดิมอีกครั้ง
หานเถิงซี เป็นหนึ่งในผู้ดูแลหอบุปผาสำราญ และเป็นคนสนิทของซุนอันเล่อ อีกทั้งยังเป็นสหายสนิทของซุนหย่งเล่อและฟางลี่อิง ซึ่งเป็นสหายรักของนางอีกคน
ทั้งสามคนเติบโตในหอนางโลมมาด้วยกันจวบจนตอนนี้อายุเข้าสิบเจ็ดปีแล้ว ทว่าหานเถิงซียังคงไม่ยอมห่างกายนาง เว้นแต่ในสถานที่ ที่หนุ่มสาวไม่ควรอยู่ด้วยกันเท่านั้น นอกจากนั้นหากเห็นซุนหย่งเล่อที่ใด ต้องได้เห็นหานเถิงซีที่นั่น ไม่ต่างอะไรจากเงาตามตัวนางเช่นนั้น
และเพียงครู่เดียวสุรารสอ่อนกลิ่นหอมอบอวลชวนให้น่าลิ้มลองก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้า
“ได้แล้ว ๆ เชิญคุณชายทั้งสี่เจ้าค่ะ”
แม่นางซุนเอ่ยก่อนยกจอกขึ้นเพื่อเป็นการเชื้อเชิญแล้วเทลงคอหมดในครั้งเดียว
ซุนหย่งเล่อมองน้ำสีขาวสะอาดที่ดูเหมือนน้ำเปล่า หากแต่กลิ่นหอมชวนให้ลิ้มลอง ทว่าสีหน้าและแววตามิสู้ดีนัก แม้จะรู้ว่าเป็นสุราอ่อนก็จริง แม้ไม่อยากดื่มแต่ในเมื่อครั้งนี้เลี่ยงไม่ได้ก็จำต้องฝืน
นางมองแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งครั้ง ก่อนกลั้นใจเทน้ำสีขาวในจอกนั้นลงคอทีเดียวจนหมดเช่นเดียวกับทุกคน
“เป็นสุราที่อ่อนแต่หอมชวนให้ลิ้มลองจริง ๆ”
บุรุษหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“แท้จริงแล้วเป็นเพียงสุราที่หมักจากผลสือหลิว (ทับทิม) นี่แหละเจ้าค่ะ เป็นสุราที่พี่สาวข้าคิดและหมักไว้ดื่มเอง ... หากคุณชายชอบข้าจะให้เด็กนำมาให้ แต่สำหรับคุณชายเห็นทีเป็นจอกคงไม่รู้รส เห็นที่ต้องคนละกาจึงจะเหมาะสม”
“ดี ๆ ครั้งนี้ข้าขอดื่มสุราอ่อน ๆ สักครั้งก็แล้วกัน”
“เช่นนั้นข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้”
แม่นางบอกพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้กับถีหลัน ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างแทนคำสั่ง เพียงครู่เดียวสุราจากผลสือหลินก็ถูกวางตรงหน้าชายทั้งสี่
“เชิญคุณชายตามสบายนะเจ้าคะ ข้าคงต้องขอตัวไปดูแลแขกท่านอื่นก่อน ... เด็ก ๆ อย่าลืมดูแลปรนนิบัติให้ดี ถีหลันข้าฝากเจ้าด้วยขาดเหลืออะไรเจ้าก็จัดการได้เลยไม่ต้องปรึกษาข้า”
ซุนอันเล่อหันไปทิ้งท้ายกับคนสนิท ก่อนปรายตามองไปยังแม่ทัพหนุ่ม ที่ตั้งแต่เข้ามาจนถึงเวลานี้ก็ยังคงวางท่านิ่งเช่นเดิม
หากแต่สายตานางก็ไวพอทันได้เห็นแววตาวูบไหว เมื่อครั้งที่ซุนหย่งเล่อบรรเลงพิณอยู่บ้าง ริมฝีปากเล็กเคลือบสีชาดยกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ
‘ท่านนี่แหละ น้องเขยข้า’
“คุณชาย! ... เหตุใดจึงเป็นท่าน”
เสียงซุนหย่งเล่อดังขึ้น เมื่อจู่ ๆ ประตูห้องนางถูกเปิดเข้ามาด้วยกำลังของชายร่างใหญ่ผู้นั้น เจ้าของห้องรีบคว้าเสื้อตัวนอกที่เพิ่งถอดออกเพื่อคลายร้อนเมื่อครู่ แม้เวลานี้จะเหลืออาภรณ์เพียงบางชิ้น หากแต่เหงื่อในกายยังผุดให้เห็นเป็นเม็ด อีกทั้งความร้อนในกายเริ่มทวีขึ้น
“เป็นเจ้าเอง ... ข้าร้อน ... ขอให้ข้าได้เข้าไปล้างหน้าล้างตัวสักหน่อยได้หรือไม่”
ใช่เป็นเขา ‘จางหลี่จวิน’ แม่ทัพใหญ่แห่งอันฉี แขกพิเศษของหอบุปผาสำราญในค่ำคืนนี้
“เหตุใดท่านถึงมาที่นี่เพียงผู้เดียวเช่นนี้”
ซุนหย่งเล่อมองออกไปด้านนอกไม่เห็นผู้ใดอีกนอกจากเขา ซึ่งก็น่าแปลก เพราะที่นางพักอยู่ทางด้านหลังของตัวหอบุปผาสำราญ ซึ่งใช่เส้นทางที่แขกผู้มาหาความสำราญจะเดินมาถึงโซนนี้ได้ หากแต่ก็ไม่ใช่สถานที่ต้องห้าม แต่ทุกคนที่อยู่ในหอนางโลมแห่งนี้ย่อมรู้ดีว่า เรือนที่ปลูกอยู่ท้ายหอฯ นี้เป็นที่พักของแม่นางซุนหย่งเล่อ ฟางลี่อิง และอี้จี้ของที่นี่
‘หรือเขาจะเดินมาโดยไม่รู้ความ’
“ข้าไม่ไหวแล้ว”
ชายร่างใหญ่ดันร่างเจ้าของห้องเข้าไปด้านในพร้อมกับตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย
“คุณชายท่านจะทำอะไร! ...”
“พาข้าไปแช่น้ำให้คลายร้อนสักหน่อยเถิดแม่นางซุน”
เวลานี้กายเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ ซุนหย่งเล่อเห็นแล้วให้รู้สึกวิตกขึ้นมานางจึงรีบพาร่างใหญ่ไปยังห้องอาบน้ำส่วนตัว อาการเขาในเวลานี้คล้ายกับนางเมื่อครู่ ต่างกันตรงที่ดูเหมือนเขาจะร้อนรุ่มกว่านางหลายเท่า
‘หรือท่านโดนยากปลุกกำหนัด’
จู่ ๆ สิ่งนี้ก็แวบเข้ามาในความคิด ดวงตาคู่สวยดุจหงส์เบิกกว้างขึ้น
ซุนหย่งเล่อโตมาในหอนางโลมพอจะรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง หากแต่ไม่คิดว่าเขาซึ่งเป็นแขกพิเศษจะมีใครกล้าให้ยาชนิดนี้ได้ แต่จะใช่หรือไม่ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือต้องลดความร้อนในร่างกายเขาก่อน
จางหลี่จวินมองหน้าเจ้าของห้องนิ่ง นัยน์ตาคมดูดุดันที่เคยได้เห็นเมื่อตอนอยู่ในห้องรับรองแขกพิเศษเมื่อสองชั่วยามที่ผ่านมาช่างต่างกันราวกับคนละคน เวลานี้แววตาเรียบนิ่งดูน่าเกรงขามของเขาเปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มราวกับคนเมาสุรา“เหตุใดคุณชายจึงได้มองหน้าข้าเช่นนี้”ซุนหย่งเล่อมองหน้าอีกฝ่าย มือข้างที่ไม่ได้ถูกเขาจับเอาไว้ก็ปาดเม็ดเหงื่อบนใบหน้าที่เวลานี้เริ่มผุดออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ“เจ้ามีอาการร้อนเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่แม่นางซุน”ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ“ข้า ...”“เจ้าต้องรับผิดชอบต่อข้า ซุนหย่งเล่อ”“รับผิดชอบต่อท่าน เหตุใดข้าต้องรับผิดชอบต่อท่านด้วย เราไม่เคยมีเรื่องอันใดต่อกัน”“พี่สาวเจ้าเป็นคนทำให้ข้าต้องเป็นเช่นนี้”พูดจบลำแขนแข็งแรงก็รวบรอบเอวเล็ก แล้วดึงมาแนบกายเขาไว้ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว“ว้ายยยย! ... คุณชายท่านจะทำอะไร ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไม่เช่นนั้นข้าจะร้องเรียกให้คนมาช่วย”ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ สายตาคู่สวยพลางมองผ่านประตูห้องออกไปด้านนอก ด้วยกลัวจะมีใครได้ยินเสียงนาง เพราะหากมีใครมาเห็นตัวเองกับชายแปลกหน้าผู้นี้คงไม่ใช่เรื่องดีงามเป็นแ
เขาบรรจงวางร่างบอบบางนั้นลงบนเตียงใหญ่ จากนั้นก็ทาบทับตัวเองเหนือร่างนาง แม่ทัพหนุ่มไม่รีรอที่จะสอนบทรักให้อี้จี้สาวอีกสักบทเพลงแม้ว่าทุกบทเพลงรักที่จางหลี่จวินสอนให้นางในค่ำคืนนี้ จะมีฤทธิ์จากยารัญจวนจิตอยู่ด้วย แต่ใช่ว่าแม่ทัพหนุ่มจะปล่อยให้ฤทธิ์ของมันควบคุมตัวเองเอาไว้จนไม่สามารถแยกความรู้สึกแท้จริงได้ จางหลี่จวินล้วนมีสติในทุก ๆ บทเพลงรัก ที่ได้ทำการขับกล่อมร่วมกับซุนหย่งเล่อตลอดค่ำคืนมือเรียวเล็กลูบไล้ไปที่แขนแข็งแรง ที่พาดผ่านรอบเอวตัวเองเอาไว้อย่างเบามือ ก่อนค่อย ๆ จับท่อนแขนนั้นออกให้พ้นจากตัว ซุนหย่งเล่อลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นนางเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะกระจกแล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างช้า ๆ น้ำใส ๆ เอ่อจนล้นออกมานอกกรอบตาคู่สวย“เหตุใดสวรรค์ถึงต้องกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ด้วย”ริมฝีปากเล็กที่เวลานี้บวมช้ำหน่อย ๆ จากการที่ถูกคนบนเตียงระดมจูบอยู่หลายครั้งหลายหน ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าอันงดงามของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่“เวลานี้ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคณิกาในหอบุปผาแห่งนี้ ... ความบริสุทธิ์ได้ถูกเขาทำลายมันลงไปแล้ว วันพรุ่งนี้ข้ายังจะมีหน้าไปพบใครได้อีก”ริมฝีปากเล็กเ
ในยามราตรี ณ หอบุปผาสำราญสถานเริงรมย์ แหล่งรวมโฉมสะคราญที่ชวนเชิญให้บุรุษต่างเคลิ้มหลงใหล บรรดาขุนนาง และคหบดีต่างยินดีหอบเงินมาเที่ยวหาความสุข ความสำราญกันที่นี่สายตาคู่สวยของซุนอันเล่อสตรีผู้ดูแลหอบุปผาสำราญแห่งนี้ กวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนพยักหน้าให้สตรีอีกนางที่ยืนอยู่ทางด้านหน้าให้เข้ามาหา“แม่นางใหญ่ซุนมีอันใดหรือเจ้าคะ”“เจ้าไปบอกเชิญคุณชายสี่ท่านนั้นว่าข้าเชิญที่ห้องรับรองแขกพิเศษ แล้วให้เถิงซีจัดเตรียมสุราชั้นดีให้ข้าด้วย”“เจ้าค่ะ”นางรับคำแล้วจึงเดินตรงไปยังบุรุษน่าเกรงขามทั้งสี่ตามคำบอกของผู้ดีแลหอฯ แห่งนี้“ช้าก่อนเจ้าค่ะคุณชายทั้งสี่”ถีหลันเอ่ยทักชายทั้งสี่เอาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มให้“แม่นางใหญ่ซุนผู้ดูแลหอบุปผาสำราญให้ข้ามาเชิญคุณชายทั้งสี่ไปที่ห้องรับรองแขกพิเศษเจ้าค่ะ”นางเอ่ยขึ้นต่อด้วยวาจาอ่อนหวาน ทว่าหูตานั้นแพรวพราวสมเป็นคณิกาสาว“เชิญพวกข้าเช่นนั้นหรือ เพราะเหตุใดจึงต้องเชิญพวกข้าด้วย”บุรุษหนึ่งในสี่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อน แววตากรุ้มกริ่มไม่ต่างไปจากสตรีผู้เชื้อเชิญ“ข้อนี้ข้าไม่อาจล่วงรู้ความคิดของผู้ดูแลหอนี้ได้ หากคุณชายอยากรู้เมื่อถึงห้องแล้วคงได้ทราบเจ้าค่ะ”คณิกาสา
เพียงแค่เปิดฉากกั้นห้องเข้าไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกจื่อเถิง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่นางโปรดก็ลอยมาเตะที่ปลายจมูก ผสมกับกลิ่นดอกไม้หอมหลากชนิดที่ลอยเหนือน้ำในสระเล็กนั้น“หอมมาก ... กลิ่นอันใด”จางหลี่จวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแหบพร่า เวลานี้ดูเหมือนสติเขากำลังล่องลอยไปกับกลิ่นหอมยั่วยวนนั้น“คุณชายท่านต้องมีสตินะเจ้าคะ ...”ขณะที่บอกให้อีกฝ่ายตั้งสติ ร่างกายนางก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง‘ไม่นะหย่งเล่อเจ้าจะมาร้อนในเวลานี้ไม่ได้นะ’ นางรีบปรามความร้อนที่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“เมื่อเวลาที่เจ้าเข้าไปภายในหอบุปผาสำราญ สิ่งที่ต้องห้ามคือ ... ห้ามใส่เครื่องหอมไปที่นั่นเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” จู่ ๆ เสียงผู้เป็นน้าสาวก็ดังขึ้นข้าง ๆ หูนาง“เหตุใดข้าจึงใส่เครื่องหอมเข้าไปไม่ได้เจ้าคะ” “ภายในนั้นเจ้าย่อมรู้ว่ามีหลายสิ่งที่ยั่วยุ อีกทั้งยังมียาปลุกกำหนัดที่แขกต่างเรียกหา เครื่องหอมเหล่านี้จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นความต้องการให้กับบุรุษเหล่านั้นเป็นอย่างดี เพราะยาปลุกกำหนัดของข้าไม่เหมือนที่อื่น เจ้าจงรู้และจำเอาไว้” ใช่! หากคุณชายนี้โดนยาปลุกกำหนัดจริง ๆ กลิ่นหอมเหล่านี้จะยิ่งทำให้ฤทธิ์ยามีประสิทธิภาพขึ้นได
เขาบรรจงวางร่างบอบบางนั้นลงบนเตียงใหญ่ จากนั้นก็ทาบทับตัวเองเหนือร่างนาง แม่ทัพหนุ่มไม่รีรอที่จะสอนบทรักให้อี้จี้สาวอีกสักบทเพลงแม้ว่าทุกบทเพลงรักที่จางหลี่จวินสอนให้นางในค่ำคืนนี้ จะมีฤทธิ์จากยารัญจวนจิตอยู่ด้วย แต่ใช่ว่าแม่ทัพหนุ่มจะปล่อยให้ฤทธิ์ของมันควบคุมตัวเองเอาไว้จนไม่สามารถแยกความรู้สึกแท้จริงได้ จางหลี่จวินล้วนมีสติในทุก ๆ บทเพลงรัก ที่ได้ทำการขับกล่อมร่วมกับซุนหย่งเล่อตลอดค่ำคืนมือเรียวเล็กลูบไล้ไปที่แขนแข็งแรง ที่พาดผ่านรอบเอวตัวเองเอาไว้อย่างเบามือ ก่อนค่อย ๆ จับท่อนแขนนั้นออกให้พ้นจากตัว ซุนหย่งเล่อลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นนางเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะกระจกแล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างช้า ๆ น้ำใส ๆ เอ่อจนล้นออกมานอกกรอบตาคู่สวย“เหตุใดสวรรค์ถึงต้องกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ด้วย”ริมฝีปากเล็กที่เวลานี้บวมช้ำหน่อย ๆ จากการที่ถูกคนบนเตียงระดมจูบอยู่หลายครั้งหลายหน ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าอันงดงามของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่“เวลานี้ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคณิกาในหอบุปผาแห่งนี้ ... ความบริสุทธิ์ได้ถูกเขาทำลายมันลงไปแล้ว วันพรุ่งนี้ข้ายังจะมีหน้าไปพบใครได้อีก”ริมฝีปากเล็กเ
จางหลี่จวินมองหน้าเจ้าของห้องนิ่ง นัยน์ตาคมดูดุดันที่เคยได้เห็นเมื่อตอนอยู่ในห้องรับรองแขกพิเศษเมื่อสองชั่วยามที่ผ่านมาช่างต่างกันราวกับคนละคน เวลานี้แววตาเรียบนิ่งดูน่าเกรงขามของเขาเปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มราวกับคนเมาสุรา“เหตุใดคุณชายจึงได้มองหน้าข้าเช่นนี้”ซุนหย่งเล่อมองหน้าอีกฝ่าย มือข้างที่ไม่ได้ถูกเขาจับเอาไว้ก็ปาดเม็ดเหงื่อบนใบหน้าที่เวลานี้เริ่มผุดออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ“เจ้ามีอาการร้อนเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่แม่นางซุน”ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ“ข้า ...”“เจ้าต้องรับผิดชอบต่อข้า ซุนหย่งเล่อ”“รับผิดชอบต่อท่าน เหตุใดข้าต้องรับผิดชอบต่อท่านด้วย เราไม่เคยมีเรื่องอันใดต่อกัน”“พี่สาวเจ้าเป็นคนทำให้ข้าต้องเป็นเช่นนี้”พูดจบลำแขนแข็งแรงก็รวบรอบเอวเล็ก แล้วดึงมาแนบกายเขาไว้ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว“ว้ายยยย! ... คุณชายท่านจะทำอะไร ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไม่เช่นนั้นข้าจะร้องเรียกให้คนมาช่วย”ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ สายตาคู่สวยพลางมองผ่านประตูห้องออกไปด้านนอก ด้วยกลัวจะมีใครได้ยินเสียงนาง เพราะหากมีใครมาเห็นตัวเองกับชายแปลกหน้าผู้นี้คงไม่ใช่เรื่องดีงามเป็นแ
“ท่านพี่”แม้ซุนอันเล่อจะมีศักดิ์เป็นน้าสาวแท้ ๆ ของซุนหย่งเล่อ แต่อายุที่ใกล้เคียง ห่างกันเพียงห้าปีทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเช่นพี่น้องเสียมากกว่า เช่นนั้นซุนอันเล่อจึงให้หลานสาวเรียกนางว่า ‘พี่สาว’ แทนที่จะเรียกน้าเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มหัดพูด“เจ้าวางใจเถิด สุราจอกนี้อ่อนมาก ข้าถึงวางใจให้เจ้าได้ดื่ม”นางบอกหลานสาวพร้อมกับส่งจอกในมือให้ แล้วจึงรับจอกในมือของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแทน“มีสุราอ่อน ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ”“ที่หอบุปผาสำราญของข้าย่อมมีทุกสิ่งอยู่แล้ว”“เช่นนั้นให้ข้าได้ลองสักจอกจะได้หรือไม่”บุรุษหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้น“ย่อมได้ ๆ รอข้าสักครู่”“เดี๋ยวข้าไปรินให้เองขอรับ” หานเถิงซีรีบขันอาสา“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”ซุนอันเล่อยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่ง ชายหนุ่มในวัยเดียวกับหลานสาวต้องเดินคอตกกลับไปยืนประจำที่เดิมอีกครั้งหานเถิงซี เป็นหนึ่งในผู้ดูแลหอบุปผาสำราญ และเป็นคนสนิทของซุนอันเล่อ อีกทั้งยังเป็นสหายสนิทของซุนหย่งเล่อและฟางลี่อิง ซึ่งเป็นสหายรักของนางอีกคนทั้งสามคนเติบโตในหอนางโลมมาด้วยกันจวบจนตอนนี้อายุเข้าสิบเจ็ดปีแล้ว ทว่าหานเถิงซียังคงไม่ยอมห่างกายนาง เว้นแต่ใน
เพียงแค่เปิดฉากกั้นห้องเข้าไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกจื่อเถิง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่นางโปรดก็ลอยมาเตะที่ปลายจมูก ผสมกับกลิ่นดอกไม้หอมหลากชนิดที่ลอยเหนือน้ำในสระเล็กนั้น“หอมมาก ... กลิ่นอันใด”จางหลี่จวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแหบพร่า เวลานี้ดูเหมือนสติเขากำลังล่องลอยไปกับกลิ่นหอมยั่วยวนนั้น“คุณชายท่านต้องมีสตินะเจ้าคะ ...”ขณะที่บอกให้อีกฝ่ายตั้งสติ ร่างกายนางก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง‘ไม่นะหย่งเล่อเจ้าจะมาร้อนในเวลานี้ไม่ได้นะ’ นางรีบปรามความร้อนที่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“เมื่อเวลาที่เจ้าเข้าไปภายในหอบุปผาสำราญ สิ่งที่ต้องห้ามคือ ... ห้ามใส่เครื่องหอมไปที่นั่นเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” จู่ ๆ เสียงผู้เป็นน้าสาวก็ดังขึ้นข้าง ๆ หูนาง“เหตุใดข้าจึงใส่เครื่องหอมเข้าไปไม่ได้เจ้าคะ” “ภายในนั้นเจ้าย่อมรู้ว่ามีหลายสิ่งที่ยั่วยุ อีกทั้งยังมียาปลุกกำหนัดที่แขกต่างเรียกหา เครื่องหอมเหล่านี้จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นความต้องการให้กับบุรุษเหล่านั้นเป็นอย่างดี เพราะยาปลุกกำหนัดของข้าไม่เหมือนที่อื่น เจ้าจงรู้และจำเอาไว้” ใช่! หากคุณชายนี้โดนยาปลุกกำหนัดจริง ๆ กลิ่นหอมเหล่านี้จะยิ่งทำให้ฤทธิ์ยามีประสิทธิภาพขึ้นได
ในยามราตรี ณ หอบุปผาสำราญสถานเริงรมย์ แหล่งรวมโฉมสะคราญที่ชวนเชิญให้บุรุษต่างเคลิ้มหลงใหล บรรดาขุนนาง และคหบดีต่างยินดีหอบเงินมาเที่ยวหาความสุข ความสำราญกันที่นี่สายตาคู่สวยของซุนอันเล่อสตรีผู้ดูแลหอบุปผาสำราญแห่งนี้ กวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนพยักหน้าให้สตรีอีกนางที่ยืนอยู่ทางด้านหน้าให้เข้ามาหา“แม่นางใหญ่ซุนมีอันใดหรือเจ้าคะ”“เจ้าไปบอกเชิญคุณชายสี่ท่านนั้นว่าข้าเชิญที่ห้องรับรองแขกพิเศษ แล้วให้เถิงซีจัดเตรียมสุราชั้นดีให้ข้าด้วย”“เจ้าค่ะ”นางรับคำแล้วจึงเดินตรงไปยังบุรุษน่าเกรงขามทั้งสี่ตามคำบอกของผู้ดีแลหอฯ แห่งนี้“ช้าก่อนเจ้าค่ะคุณชายทั้งสี่”ถีหลันเอ่ยทักชายทั้งสี่เอาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มให้“แม่นางใหญ่ซุนผู้ดูแลหอบุปผาสำราญให้ข้ามาเชิญคุณชายทั้งสี่ไปที่ห้องรับรองแขกพิเศษเจ้าค่ะ”นางเอ่ยขึ้นต่อด้วยวาจาอ่อนหวาน ทว่าหูตานั้นแพรวพราวสมเป็นคณิกาสาว“เชิญพวกข้าเช่นนั้นหรือ เพราะเหตุใดจึงต้องเชิญพวกข้าด้วย”บุรุษหนึ่งในสี่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อน แววตากรุ้มกริ่มไม่ต่างไปจากสตรีผู้เชื้อเชิญ“ข้อนี้ข้าไม่อาจล่วงรู้ความคิดของผู้ดูแลหอนี้ได้ หากคุณชายอยากรู้เมื่อถึงห้องแล้วคงได้ทราบเจ้าค่ะ”คณิกาสา