จางหลี่จวินมองหน้าเจ้าของห้องนิ่ง นัยน์ตาคมดูดุดันที่เคยได้เห็นเมื่อตอนอยู่ในห้องรับรองแขกพิเศษเมื่อสองชั่วยามที่ผ่านมาช่างต่างกันราวกับคนละคน เวลานี้แววตาเรียบนิ่งดูน่าเกรงขามของเขาเปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มราวกับคนเมาสุรา
“เหตุใดคุณชายจึงได้มองหน้าข้าเช่นนี้”
ซุนหย่งเล่อมองหน้าอีกฝ่าย มือข้างที่ไม่ได้ถูกเขาจับเอาไว้ก็ปาดเม็ดเหงื่อบนใบหน้าที่เวลานี้เริ่มผุดออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เจ้ามีอาการร้อนเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่แม่นางซุน”
ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ
“ข้า ...”
“เจ้าต้องรับผิดชอบต่อข้า ซุนหย่งเล่อ”
“รับผิดชอบต่อท่าน เหตุใดข้าต้องรับผิดชอบต่อท่านด้วย เราไม่เคยมีเรื่องอันใดต่อกัน”
“พี่สาวเจ้าเป็นคนทำให้ข้าต้องเป็นเช่นนี้”
พูดจบลำแขนแข็งแรงก็รวบรอบเอวเล็ก แล้วดึงมาแนบกายเขาไว้ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว
“ว้ายยยย! ... คุณชายท่านจะทำอะไร ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไม่เช่นนั้นข้าจะร้องเรียกให้คนมาช่วย”
ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ สายตาคู่สวยพลางมองผ่านประตูห้องออกไปด้านนอก ด้วยกลัวจะมีใครได้ยินเสียงนาง เพราะหากมีใครมาเห็นตัวเองกับชายแปลกหน้าผู้นี้คงไม่ใช่เรื่องดีงามเป็นแน่
“เจ้าอยากให้ใคร ๆ รู้ว่า พี่สาวเจ้าทำอะไรกับข้าก็ร้องให้คนมาช่วยได้เลย”
“ท่าน! ...”
เอ่ยได้เพียงแค่นั้น เสียงเล็กต้องหายกลับเข้าไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากรุ่มร้อนของเขาประกบปิดริมฝีปากเล็กช่างเจรจานั้น กลิ่นกายนาง อีกทั้งกลิ่นหอมจากมวลดอกไม้นานาพันธุ์กระตุ้นความร้อนในกายที่เขาพยายามต่อต้านเริ่มเวียนกลับมาอีกครั้ง
ยาปลุกกำหนัดที่มีชื่อเรียก ‘ยารัญจวนจิต’ ถือเป็นยาพิษสองประสานเรียกอีกอย่างว่า ‘พิษหยินและหยาง’ หากชายได้กินหยิน และหญิงกินหยาง ยามเมื่อใกล้กันจะเกิดแรงดึงดูดกันและกัน กระตุ้นกำหนัดผู้ถูกวางยาอย่างรุนแรง มิอาจฝืนทนได้ เมื่อร่วมเตียงมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ก็จะโหยหากันและกันจนไม่อาจร่วมเตียงกับผู้อื่นได้ และยาชนิดนี้มีฤทธิ์นานถึงสามเดือน
ในสุราจอกแรกที่ซุนหย่งเล่อได้ดื่มไปนั้นเป็นพิษหยาง แม้จะได้รับเพียงเล็กน้อยหากแต่ฤทธิ์ของมันก็ไม่ได้ด้อยลง แน่นอนว่ามีความพิเศษเฉพาะตัวมัน มิเช่นนั้นมีหรือที่ซุนอันเล่อจะวางใจให้หลานสาวสุดที่รักกินมันเข้าไป
“อืมมมม ...”
“เจ้าต้องรับผิดชอบต่อข้าแม่นางซุน”
เขาปล่อยให้ริมฝีปากเล็กได้เป็นอิสระ แล้วช้อนร่างนางขึ้นเพียงครู่เดียวทั้งสองก็ลงไปอยู่ในสระน้ำด้วยกัน กายที่เริ่มร้อนระอุเมื่อครู่เริ่มลดลงบ้าง หากแต่ไม่ได้ลดความต้องการอื่นของแม่ทัพหนุ่มได้ มีแต่เพิ่มทวีคูณขึ้น
กลิ่นกายสาวที่ได้สูดดม ลิ้นนุ่มที่ได้ลิ้มชิมรสในโพรงปากอุ่นยิ่งกระตุ้นความเป็นชายของแม่ทัพหนุ่มที่อยู่แต่สนามรบ มือจับเพียงดาบ หอก คันธนู ไร้สตรีปรนนิบัติข้างกายมาหลายปี เพียงแค่ได้ใกล้ชิดไม่ใช่เรื่องยากที่จะปลุกให้ตัวตนเขาตื่นตัวขึ้น
ซุนหย่งเล่อไม่ใช่สตรีที่จางหลี่จวินเพิ่งเคยได้พบ แท้จริงแล้วแม่ทัพหนุ่มเคยได้พบนางที่หมู่บ้านจื่อเถิงเมื่อตอนที่ออกลาดตระเวนดูบริเวณรอบตัวเมืองตามราชโองการของฮ่องเต้ หากชาวบ้านขาดเหลือสิ่งใดอย่างได้รอช้าให้เร่งช่วยเหลือในทันที ซึ่งหมู่บ้านจื่อเถิงเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ทางชานเมืองออกไป ระยะทางหากเดินทางด้วยม้าก็ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งชั่วยาม
ด้วยเพราะรูปโฉมอันงดงามของนาง อีกทั้งยังมีจิตใจเมตตา อ่อนโยน โอบอ้อมอารี และยังมีน้ำใจต่อชาวบ้าน ยิ่งเป็นจุดดึงดูดใจแม่ทัพหนุ่มยิ่งนัก
จางหลี่จวินแอบชื่นชอบในตัวแม่นางซุนของชาวบ้านตั้งแต่แรกพบ วันนี้เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่า ‘อี้จี้’ สตรีเลื่องชื่อแห่งหอบุปผาสำราญจะเป็นคนเดียวกับแม่นางซุนที่เฝ้าแอบมองมาก่อนหน้านี้
“ข้าจะช่วยเจ้าเองแม่นางซุน”
เสียงแม่ทัพหนุ่มแหบพร่าลงอีกครั้ง เขายอมรับว่าเวลานี้เริ่มจะควบคุมอารมณ์ตัวเองต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
“ไม่ ๆ ... ปล่อยข้านะ ข้าไม่ใช่หญิงคณิกา”
แม้จะปฏิเสธออกไป ทว่านิ้วมือเรียวเล็กกลับสอดแทรกไปที่เรือนผมของอีกฝ่ายแล้วบีบ ขยำ กำ ปล่อยเส้นผมหนานุ่มสลับไปมาตามการขบเม้มที่บริเวณเนินอกขาวอวบอิ่ม
“ใช่! เจ้าไม่ใช่หญิงคณิกา ... และข้าก็ไม่ได้ต้องการหญิงคณิกา ข้าต้องการเพียงเจ้าเท่านั้นแม่นางซุน”
“ข้า ...”
แม่ทัพหนุ่มถอนริมฝีปากออกจากเนินอกอวบอิ่มมาปิดริมฝีปากช่างเจรจานั้นอีกครั้ง ปลายลิ้นอุ่นสามารถแทรกเข้าไปลิ้มชิมรสความหอมหวานในโพรงปากเล็กนั้นได้อีกครั้ง
“อื้อออ ... ปล่อยข้านะ”
เสียงที่ร้องประท้วงดังอู้อี้อยู่ในลำคอ ไม่ได้ทำให้ฝ่ายรุกรานเชื่อฟังได้ง่าย ๆ
และใช่เพียงแค่ไม่ยอมหยุดมือ แต่สองมือแข็งแรงนั้นยังจัดการปลดอาภรณ์ของตัวเองออกก่อนดึงกระชากเอาชุดผ้าบางหากแต่เนื้อดีของนางออกจนหมด
ชุดฮั่นฝูผ้าเนื้อดีสีม่วงของดอกจื่อเถิง ลอยเหนือผิวน้ำคู่กับชุดสีแดงเข้มของท่านแม่ทัพหนุ่ม สองกายผสานเข้ากันโดยอัตโนมัติ จางหลี่จวินให้บทรักแรกให้กับอี้จี้สาวอย่างนุ่มนวล ทะนุถนอมราวกับกลัวว่าร่างนั้นจะแตกสลายเช่นนั้น แม้เวลานี้ฤทธิ์ยารัญจวนจิตจะออกฤทธิ์รุนแรงขึ้นก็ตาม
“อืมมมม ... ขอให้ข้าได้สอนเจ้าอีกสักบทเพลงเถิดแม่นางซุน”
ท่านแม่ทัพใหญ่เอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงพร่า เมื่อได้นำซุนหย่งเล่อถึงฝั่งฝันไปพร้อมกันแล้ว
“ข้า ...”
“อย่าได้กังวลไปเลย ข้าจะถนอนเจ้าไม่ให้ต้องเจ็บเหมือนครั้งแรก”
แม้เขาจะพยายามถนอมไม่ปล่อยให้ฤทธิ์ยาครอบคลุม แต่เพราะซุนหย่งเล่อเป็นสตรีบริสุทธิ์มิเคยผ่านชายอื่น ย่อมเป็นธรรมดาที่จะเจ็บปวดในครั้งแรกเช่นนี้ จางหลี่จวินกดริมฝีปากหนาเข้าที่ริมฝีปากเล็กอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นช้อนร่างเล็กที่นอนอยู่ในสระน้ำนั้นขึ้น แล้วเดินตรงไปยังเตียงนอนของนางเอง
เขาบรรจงวางร่างบอบบางนั้นลงบนเตียงใหญ่ จากนั้นก็ทาบทับตัวเองเหนือร่างนาง แม่ทัพหนุ่มไม่รีรอที่จะสอนบทรักให้อี้จี้สาวอีกสักบทเพลงแม้ว่าทุกบทเพลงรักที่จางหลี่จวินสอนให้นางในค่ำคืนนี้ จะมีฤทธิ์จากยารัญจวนจิตอยู่ด้วย แต่ใช่ว่าแม่ทัพหนุ่มจะปล่อยให้ฤทธิ์ของมันควบคุมตัวเองเอาไว้จนไม่สามารถแยกความรู้สึกแท้จริงได้ จางหลี่จวินล้วนมีสติในทุก ๆ บทเพลงรัก ที่ได้ทำการขับกล่อมร่วมกับซุนหย่งเล่อตลอดค่ำคืนมือเรียวเล็กลูบไล้ไปที่แขนแข็งแรง ที่พาดผ่านรอบเอวตัวเองเอาไว้อย่างเบามือ ก่อนค่อย ๆ จับท่อนแขนนั้นออกให้พ้นจากตัว ซุนหย่งเล่อลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นนางเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะกระจกแล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างช้า ๆ น้ำใส ๆ เอ่อจนล้นออกมานอกกรอบตาคู่สวย“เหตุใดสวรรค์ถึงต้องกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ด้วย”ริมฝีปากเล็กที่เวลานี้บวมช้ำหน่อย ๆ จากการที่ถูกคนบนเตียงระดมจูบอยู่หลายครั้งหลายหน ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าอันงดงามของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่“เวลานี้ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคณิกาในหอบุปผาแห่งนี้ ... ความบริสุทธิ์ได้ถูกเขาทำลายมันลงไปแล้ว วันพรุ่งนี้ข้ายังจะมีหน้าไปพบใครได้อีก”ริมฝีปากเล็กเ
ในยามราตรี ณ หอบุปผาสำราญสถานเริงรมย์ แหล่งรวมโฉมสะคราญที่ชวนเชิญให้บุรุษต่างเคลิ้มหลงใหล บรรดาขุนนาง และคหบดีต่างยินดีหอบเงินมาเที่ยวหาความสุข ความสำราญกันที่นี่สายตาคู่สวยของซุนอันเล่อสตรีผู้ดูแลหอบุปผาสำราญแห่งนี้ กวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนพยักหน้าให้สตรีอีกนางที่ยืนอยู่ทางด้านหน้าให้เข้ามาหา“แม่นางใหญ่ซุนมีอันใดหรือเจ้าคะ”“เจ้าไปบอกเชิญคุณชายสี่ท่านนั้นว่าข้าเชิญที่ห้องรับรองแขกพิเศษ แล้วให้เถิงซีจัดเตรียมสุราชั้นดีให้ข้าด้วย”“เจ้าค่ะ”นางรับคำแล้วจึงเดินตรงไปยังบุรุษน่าเกรงขามทั้งสี่ตามคำบอกของผู้ดีแลหอฯ แห่งนี้“ช้าก่อนเจ้าค่ะคุณชายทั้งสี่”ถีหลันเอ่ยทักชายทั้งสี่เอาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มให้“แม่นางใหญ่ซุนผู้ดูแลหอบุปผาสำราญให้ข้ามาเชิญคุณชายทั้งสี่ไปที่ห้องรับรองแขกพิเศษเจ้าค่ะ”นางเอ่ยขึ้นต่อด้วยวาจาอ่อนหวาน ทว่าหูตานั้นแพรวพราวสมเป็นคณิกาสาว“เชิญพวกข้าเช่นนั้นหรือ เพราะเหตุใดจึงต้องเชิญพวกข้าด้วย”บุรุษหนึ่งในสี่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อน แววตากรุ้มกริ่มไม่ต่างไปจากสตรีผู้เชื้อเชิญ“ข้อนี้ข้าไม่อาจล่วงรู้ความคิดของผู้ดูแลหอนี้ได้ หากคุณชายอยากรู้เมื่อถึงห้องแล้วคงได้ทราบเจ้าค่ะ”คณิกาสา
เพียงแค่เปิดฉากกั้นห้องเข้าไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกจื่อเถิง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่นางโปรดก็ลอยมาเตะที่ปลายจมูก ผสมกับกลิ่นดอกไม้หอมหลากชนิดที่ลอยเหนือน้ำในสระเล็กนั้น“หอมมาก ... กลิ่นอันใด”จางหลี่จวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแหบพร่า เวลานี้ดูเหมือนสติเขากำลังล่องลอยไปกับกลิ่นหอมยั่วยวนนั้น“คุณชายท่านต้องมีสตินะเจ้าคะ ...”ขณะที่บอกให้อีกฝ่ายตั้งสติ ร่างกายนางก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง‘ไม่นะหย่งเล่อเจ้าจะมาร้อนในเวลานี้ไม่ได้นะ’ นางรีบปรามความร้อนที่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“เมื่อเวลาที่เจ้าเข้าไปภายในหอบุปผาสำราญ สิ่งที่ต้องห้ามคือ ... ห้ามใส่เครื่องหอมไปที่นั่นเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” จู่ ๆ เสียงผู้เป็นน้าสาวก็ดังขึ้นข้าง ๆ หูนาง“เหตุใดข้าจึงใส่เครื่องหอมเข้าไปไม่ได้เจ้าคะ” “ภายในนั้นเจ้าย่อมรู้ว่ามีหลายสิ่งที่ยั่วยุ อีกทั้งยังมียาปลุกกำหนัดที่แขกต่างเรียกหา เครื่องหอมเหล่านี้จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นความต้องการให้กับบุรุษเหล่านั้นเป็นอย่างดี เพราะยาปลุกกำหนัดของข้าไม่เหมือนที่อื่น เจ้าจงรู้และจำเอาไว้” ใช่! หากคุณชายนี้โดนยาปลุกกำหนัดจริง ๆ กลิ่นหอมเหล่านี้จะยิ่งทำให้ฤทธิ์ยามีประสิทธิภาพขึ้นได
“ท่านพี่”แม้ซุนอันเล่อจะมีศักดิ์เป็นน้าสาวแท้ ๆ ของซุนหย่งเล่อ แต่อายุที่ใกล้เคียง ห่างกันเพียงห้าปีทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเช่นพี่น้องเสียมากกว่า เช่นนั้นซุนอันเล่อจึงให้หลานสาวเรียกนางว่า ‘พี่สาว’ แทนที่จะเรียกน้าเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มหัดพูด“เจ้าวางใจเถิด สุราจอกนี้อ่อนมาก ข้าถึงวางใจให้เจ้าได้ดื่ม”นางบอกหลานสาวพร้อมกับส่งจอกในมือให้ แล้วจึงรับจอกในมือของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแทน“มีสุราอ่อน ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ”“ที่หอบุปผาสำราญของข้าย่อมมีทุกสิ่งอยู่แล้ว”“เช่นนั้นให้ข้าได้ลองสักจอกจะได้หรือไม่”บุรุษหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้น“ย่อมได้ ๆ รอข้าสักครู่”“เดี๋ยวข้าไปรินให้เองขอรับ” หานเถิงซีรีบขันอาสา“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”ซุนอันเล่อยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่ง ชายหนุ่มในวัยเดียวกับหลานสาวต้องเดินคอตกกลับไปยืนประจำที่เดิมอีกครั้งหานเถิงซี เป็นหนึ่งในผู้ดูแลหอบุปผาสำราญ และเป็นคนสนิทของซุนอันเล่อ อีกทั้งยังเป็นสหายสนิทของซุนหย่งเล่อและฟางลี่อิง ซึ่งเป็นสหายรักของนางอีกคนทั้งสามคนเติบโตในหอนางโลมมาด้วยกันจวบจนตอนนี้อายุเข้าสิบเจ็ดปีแล้ว ทว่าหานเถิงซียังคงไม่ยอมห่างกายนาง เว้นแต่ใน
เขาบรรจงวางร่างบอบบางนั้นลงบนเตียงใหญ่ จากนั้นก็ทาบทับตัวเองเหนือร่างนาง แม่ทัพหนุ่มไม่รีรอที่จะสอนบทรักให้อี้จี้สาวอีกสักบทเพลงแม้ว่าทุกบทเพลงรักที่จางหลี่จวินสอนให้นางในค่ำคืนนี้ จะมีฤทธิ์จากยารัญจวนจิตอยู่ด้วย แต่ใช่ว่าแม่ทัพหนุ่มจะปล่อยให้ฤทธิ์ของมันควบคุมตัวเองเอาไว้จนไม่สามารถแยกความรู้สึกแท้จริงได้ จางหลี่จวินล้วนมีสติในทุก ๆ บทเพลงรัก ที่ได้ทำการขับกล่อมร่วมกับซุนหย่งเล่อตลอดค่ำคืนมือเรียวเล็กลูบไล้ไปที่แขนแข็งแรง ที่พาดผ่านรอบเอวตัวเองเอาไว้อย่างเบามือ ก่อนค่อย ๆ จับท่อนแขนนั้นออกให้พ้นจากตัว ซุนหย่งเล่อลงจากเตียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวตื่นนางเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะกระจกแล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างช้า ๆ น้ำใส ๆ เอ่อจนล้นออกมานอกกรอบตาคู่สวย“เหตุใดสวรรค์ถึงต้องกลั่นแกล้งข้าเช่นนี้ด้วย”ริมฝีปากเล็กที่เวลานี้บวมช้ำหน่อย ๆ จากการที่ถูกคนบนเตียงระดมจูบอยู่หลายครั้งหลายหน ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าอันงดงามของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่“เวลานี้ข้าก็ไม่ต่างอะไรจากคณิกาในหอบุปผาแห่งนี้ ... ความบริสุทธิ์ได้ถูกเขาทำลายมันลงไปแล้ว วันพรุ่งนี้ข้ายังจะมีหน้าไปพบใครได้อีก”ริมฝีปากเล็กเ
จางหลี่จวินมองหน้าเจ้าของห้องนิ่ง นัยน์ตาคมดูดุดันที่เคยได้เห็นเมื่อตอนอยู่ในห้องรับรองแขกพิเศษเมื่อสองชั่วยามที่ผ่านมาช่างต่างกันราวกับคนละคน เวลานี้แววตาเรียบนิ่งดูน่าเกรงขามของเขาเปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มราวกับคนเมาสุรา“เหตุใดคุณชายจึงได้มองหน้าข้าเช่นนี้”ซุนหย่งเล่อมองหน้าอีกฝ่าย มือข้างที่ไม่ได้ถูกเขาจับเอาไว้ก็ปาดเม็ดเหงื่อบนใบหน้าที่เวลานี้เริ่มผุดออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ“เจ้ามีอาการร้อนเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่แม่นางซุน”ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ“ข้า ...”“เจ้าต้องรับผิดชอบต่อข้า ซุนหย่งเล่อ”“รับผิดชอบต่อท่าน เหตุใดข้าต้องรับผิดชอบต่อท่านด้วย เราไม่เคยมีเรื่องอันใดต่อกัน”“พี่สาวเจ้าเป็นคนทำให้ข้าต้องเป็นเช่นนี้”พูดจบลำแขนแข็งแรงก็รวบรอบเอวเล็ก แล้วดึงมาแนบกายเขาไว้ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว“ว้ายยยย! ... คุณชายท่านจะทำอะไร ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไม่เช่นนั้นข้าจะร้องเรียกให้คนมาช่วย”ซุนหย่งเล่อปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ สายตาคู่สวยพลางมองผ่านประตูห้องออกไปด้านนอก ด้วยกลัวจะมีใครได้ยินเสียงนาง เพราะหากมีใครมาเห็นตัวเองกับชายแปลกหน้าผู้นี้คงไม่ใช่เรื่องดีงามเป็นแ
“ท่านพี่”แม้ซุนอันเล่อจะมีศักดิ์เป็นน้าสาวแท้ ๆ ของซุนหย่งเล่อ แต่อายุที่ใกล้เคียง ห่างกันเพียงห้าปีทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเช่นพี่น้องเสียมากกว่า เช่นนั้นซุนอันเล่อจึงให้หลานสาวเรียกนางว่า ‘พี่สาว’ แทนที่จะเรียกน้าเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มหัดพูด“เจ้าวางใจเถิด สุราจอกนี้อ่อนมาก ข้าถึงวางใจให้เจ้าได้ดื่ม”นางบอกหลานสาวพร้อมกับส่งจอกในมือให้ แล้วจึงรับจอกในมือของบุรุษหนุ่มผู้นั้นแทน“มีสุราอ่อน ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ”“ที่หอบุปผาสำราญของข้าย่อมมีทุกสิ่งอยู่แล้ว”“เช่นนั้นให้ข้าได้ลองสักจอกจะได้หรือไม่”บุรุษหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้น“ย่อมได้ ๆ รอข้าสักครู่”“เดี๋ยวข้าไปรินให้เองขอรับ” หานเถิงซีรีบขันอาสา“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”ซุนอันเล่อยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่ง ชายหนุ่มในวัยเดียวกับหลานสาวต้องเดินคอตกกลับไปยืนประจำที่เดิมอีกครั้งหานเถิงซี เป็นหนึ่งในผู้ดูแลหอบุปผาสำราญ และเป็นคนสนิทของซุนอันเล่อ อีกทั้งยังเป็นสหายสนิทของซุนหย่งเล่อและฟางลี่อิง ซึ่งเป็นสหายรักของนางอีกคนทั้งสามคนเติบโตในหอนางโลมมาด้วยกันจวบจนตอนนี้อายุเข้าสิบเจ็ดปีแล้ว ทว่าหานเถิงซียังคงไม่ยอมห่างกายนาง เว้นแต่ใน
เพียงแค่เปิดฉากกั้นห้องเข้าไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกจื่อเถิง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่นางโปรดก็ลอยมาเตะที่ปลายจมูก ผสมกับกลิ่นดอกไม้หอมหลากชนิดที่ลอยเหนือน้ำในสระเล็กนั้น“หอมมาก ... กลิ่นอันใด”จางหลี่จวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแหบพร่า เวลานี้ดูเหมือนสติเขากำลังล่องลอยไปกับกลิ่นหอมยั่วยวนนั้น“คุณชายท่านต้องมีสตินะเจ้าคะ ...”ขณะที่บอกให้อีกฝ่ายตั้งสติ ร่างกายนางก็ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้ง‘ไม่นะหย่งเล่อเจ้าจะมาร้อนในเวลานี้ไม่ได้นะ’ นางรีบปรามความร้อนที่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“เมื่อเวลาที่เจ้าเข้าไปภายในหอบุปผาสำราญ สิ่งที่ต้องห้ามคือ ... ห้ามใส่เครื่องหอมไปที่นั่นเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” จู่ ๆ เสียงผู้เป็นน้าสาวก็ดังขึ้นข้าง ๆ หูนาง“เหตุใดข้าจึงใส่เครื่องหอมเข้าไปไม่ได้เจ้าคะ” “ภายในนั้นเจ้าย่อมรู้ว่ามีหลายสิ่งที่ยั่วยุ อีกทั้งยังมียาปลุกกำหนัดที่แขกต่างเรียกหา เครื่องหอมเหล่านี้จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นความต้องการให้กับบุรุษเหล่านั้นเป็นอย่างดี เพราะยาปลุกกำหนัดของข้าไม่เหมือนที่อื่น เจ้าจงรู้และจำเอาไว้” ใช่! หากคุณชายนี้โดนยาปลุกกำหนัดจริง ๆ กลิ่นหอมเหล่านี้จะยิ่งทำให้ฤทธิ์ยามีประสิทธิภาพขึ้นได
ในยามราตรี ณ หอบุปผาสำราญสถานเริงรมย์ แหล่งรวมโฉมสะคราญที่ชวนเชิญให้บุรุษต่างเคลิ้มหลงใหล บรรดาขุนนาง และคหบดีต่างยินดีหอบเงินมาเที่ยวหาความสุข ความสำราญกันที่นี่สายตาคู่สวยของซุนอันเล่อสตรีผู้ดูแลหอบุปผาสำราญแห่งนี้ กวาดมองไปรอบ ๆ ก่อนพยักหน้าให้สตรีอีกนางที่ยืนอยู่ทางด้านหน้าให้เข้ามาหา“แม่นางใหญ่ซุนมีอันใดหรือเจ้าคะ”“เจ้าไปบอกเชิญคุณชายสี่ท่านนั้นว่าข้าเชิญที่ห้องรับรองแขกพิเศษ แล้วให้เถิงซีจัดเตรียมสุราชั้นดีให้ข้าด้วย”“เจ้าค่ะ”นางรับคำแล้วจึงเดินตรงไปยังบุรุษน่าเกรงขามทั้งสี่ตามคำบอกของผู้ดีแลหอฯ แห่งนี้“ช้าก่อนเจ้าค่ะคุณชายทั้งสี่”ถีหลันเอ่ยทักชายทั้งสี่เอาไว้ พร้อมกับส่งยิ้มให้“แม่นางใหญ่ซุนผู้ดูแลหอบุปผาสำราญให้ข้ามาเชิญคุณชายทั้งสี่ไปที่ห้องรับรองแขกพิเศษเจ้าค่ะ”นางเอ่ยขึ้นต่อด้วยวาจาอ่อนหวาน ทว่าหูตานั้นแพรวพราวสมเป็นคณิกาสาว“เชิญพวกข้าเช่นนั้นหรือ เพราะเหตุใดจึงต้องเชิญพวกข้าด้วย”บุรุษหนึ่งในสี่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงอ่อน แววตากรุ้มกริ่มไม่ต่างไปจากสตรีผู้เชื้อเชิญ“ข้อนี้ข้าไม่อาจล่วงรู้ความคิดของผู้ดูแลหอนี้ได้ หากคุณชายอยากรู้เมื่อถึงห้องแล้วคงได้ทราบเจ้าค่ะ”คณิกาสา