ครั้งนี้ที่สูดลมหายใจลึกก็ไม่ทำให้เขาสงบลงเท่าไรนัก ทำได้เพียงทำมันหลายๆ รอบ นี่อดกลั้นจนหน้าผากมีเส้นลือดปูดขึ้นมาเลยทีเดียว"อ๋องเจวี้ยน ข้าไม่เคยมีความหมายเช่นนั้น เจ้าทำไมจึงคาดเดาไปเรื่อยเปื่อยเช่นนี้ ข้าเสียใจมากจริงๆ"ใครก็ฟังออกว่าประโยคนี้องค์จักรพรรดิกัดฟันพูดออกมาแต่เขาก็ยังพูดออกมาได้แต่เกรงว่าคงจะทำแค่ผิวเผินกระมัง?"เมืองหลวงนี้ จวนอ๋องเจวี้ยน เป็นบ้านของเจ้าเซียวหลันยวนไปตลอดกาล เจ้าจะไปที่ยอดเขาโยวชิงหรืออยู่ในเมืองหลวง ก็ล้วนตามแต่อิสระของเจ้า ข้าไม่เคยกักบริเวณเจ้ามาก่อน"ตอนที่องค์จักรพรรดิพูดประโยคนี้ เหล่าขุนนางก็ล้วนถอนใจโล่งออกมาแล้ว"เช่นนั้นก็ขอบคุณองค์จักรพรรดิแล้ว" อ๋องเจวี้ยนเอ่ยขึ้นมาคำหนึ่งองค์จักรพรรดิครั้งนี้สูดลมหายใจลึก "ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไม่ยอมพูดออกมา เช่นนั้นก็ว่าเรื่องทางการกันต่อ สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ใหญ่ของหอไป่กุยจะทำอย่างไร เสบียงค่ายทหารทางเหนือที่หกจะทำอย่างไร?"เหล่าขุนนางก็เลยกลับมาที่หัวข้อนั้นหารือกันไปมา ก็ยังรู้สึกว่าต้องบริจาคมาบางส่วน ไม่ว่าพวกเขาจะยินยอมหรือไม่ องค์จักรพรรดิเองก็สั่งการลงมา เริ่มจากในเมืองหลวง ให้
องค์จักรพรรดิถ้าต้องไปดูจริงๆ ล่ะก็ ก็รู้สึกขายหน้าอยู่หน่อยๆ แล้วจะดูเหมือนเขาร้อนรนเกินไป แล้วยังรู้สึกสนใจกับมรดกของอดีตพระชายาองค์จักรพรรดิอีกด้วยแต่ถ้าไม่ไปให้เห็นกับตาเสียหน่อยเขาก็ทั้งรู้สึกไม่ยินยอม และไม่เชื่อคำพูดของเซียวหลันยวนด้วยเมื่อครั้งไท่ซ่างหวงสละบัลลังก์ในอดีต เซียวหลันยวนตั้งแต่เด็กจนโต ในวังก็ไม่มีร่องรอยของหญิงสาวคนนั้นอยู่เลยจริงๆ และไม่รู้ว่านางทิ้งอะไรเอาไว้ให้กับเขาถ้าหากเซียวหลันยวนคิดจะเอาของบางส่วนออกมาบอกว่าเป็นมรดกของหญิงสาวคนนั้น ก็ก็ดูจะมีน้ำหนักเพียงพออยู่"สิ่งที่ทิ้งไว้ให้กับเจ้า ถูกวางไว้ที่ไหนหรือ? ตอนไปรับถึงกับต้องใช้เวลาตั้งเป็นเดือนๆ?"เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นอย่างจำใจ "จำให้ทำอย่างไรได้? ร่างกายของข้าก็เร่งระยะทางเร็วมากไม่ไหว ดังนั้นจึงค่อยๆ คืบคลานกันไป บวกกับพระชายาของข้าก็ไม่เคยออกจากเมืองหลวงมาก่อน ดังนั้นข้าก้เลยพานางไปชมเขาชมแม่น้ำของแคว้นเจาเสียเลย"เชื่อก็บ้าแล้ว!เซียวหลันยวนพูดต่อ "ยิ่งไปกว่านั้นตลอดทางพวกเรายังเจอกับเจ้าพวกสายตาไม่กว้างไกลบางส่วน จัดการขึ้นมาก็ตำมือ ดังนั้นไปไปมามาก็เลยเสียเวลาไปกว่าครึ่งปี"มุมปากองค์จักรพร
องค์จักรพรรดิ "!!"เขาโมโหจนแทบบ้าแล้ว!ฟู่จาวหนิงไม่รู้เลยว่าเซียวหลันยวนเป็นคนที่ไร้เหตุผลในราชสำนักขนาดไหน แค่อาศัยปากก็แทบจะทำให้องค์จักรพรรดิโมโหจนคลั่ง หลังจากที่เขาไปประชุมเช้า ฮองเฮาก็สั่งคนมาเชิญนางฟู่จาวหนิงปฏิเสธไม่ได้ไปพักหนึ่ง แต่ตอนนี้ให้นางเห็นหน้าของฮองเฮา นางก็รู้สึกแย่เสียแล้วพอมาถึงวังเฟิ่งอี๋ สาวใช้วังก็เข้รามาคารวะนางอย่างนอบน้อม"พระชายาอ๋องเจวี้ยน ฮองเฮาวันนี้บอกว่าปวดหัว ท้องก็ไม่ค่อยดีนัก จึงเชิญท่านมาดูอาการเสียหน่อย"พูดขึ้นอย่างจริงใจฮองเฮาสุขภาพไม่ดี ฟู่จาวหนิงเชื่ออยู่เมื่อคืนนี้มองหน้าของนางก็มองออกแล้ว คาดว่าน่าจะถูกเรื่องที่ถอนรากถอนโคนหมู่บ้านกุยเซี่ยวส่งผลกระทบเข้าฟู่จาวหนิงเองก็รู้ว่าน้องชายของฮองเฮาเจียงเจี๋ยบาดเจ็บหนัก หมอเทวดาหลี่เองก็ไปยังจวนพระสัสสุระตั้งหลายรอบนางให้ไป๋หู่ไปสืบข่าวพวกเขา รู้ว่าคนของจวนพระสัสสุระออกมาซื้อยาอะไรบ้าง ดูจากวัตถุดิบยาพวกนั้น ฟู่จาวหนิงก็ยืนยันได้แล้ว ว่าเจียงเจี๋ยเจ็บหนักมากแต่ในวัตถุดิบยาเหล่านี้มีฤทธิ์ยาที่รุนแรง ผลลัพธ์การหยุดเลือดรั้งชีวิตดีมาก แต่จะยิ่งทำร้ายร่างกายเข้าไปอีก บางทีเดิมทียังพอช่
สีหน้าหมัวมัวเกือบจะเปลี่ยนไปส้มที่ปอกเสร็จแล้ว ฮองเฮากินไปสองสามกลีบเพื่อเปิดกระเพาะ จากนั้นจะเอาไปแขวนไว้ในบ่อ รอช่วงกลางวันค่อยนำมากินทั้งหมดมีอยู่ไม่มาก นี่กินได้ทั้งวันเลยนะผลลัพธ์คือพระชายาอ๋องเจวี้ยนเอาไปหมดเลย?"... ในเมืองหลวงไม่มี" ฮองเฮากัดฟันฟู่จาวหนิงไม่กลัวเปรี้ยว ยิ่งไปกว่านั้นกระเพาะนางยังดีมากอีกด้วย ของอย่างส้ม นางกินตอนท้องว่างไม่มีปัญหาอะไรเลยส้มนี้หวานมาก น้ำทะลัก ในเมืองหลวงไม่มีจริงๆ ดูท่าขนส่งมาก็น่าจะหนักอยู่ ระยะทางก็ห่างไกล แล้วยังต้องเสียไประหว่างทางอีกมาก ดังนั้นจึงล้ำค่าสุดๆด้านนอกไม่มีทางได้เห็น มีแต่ฮองเฮาที่ได้กิน นางทำไมจะต้องเกรงใจกัน?นางก็เลยกินไปทีละกลีบสองกลีบ กินอย่างเบิกบาน"ฮองเฮาเรียกข้าเข้ามา มีเรื่องอะไรหรือ?"ทำไมถึงจ้องนางแบบนี้ล่ะ?ฮองเฮาปวดใจกับส้มเหล่านั้น ใจหดหู่ขึ้นมาเลย "ข้าหลายวันนี้นอนหลับไม่ค่อยดี หลังจากตื่นมาก็หัวก็ปวดท้องก็ปวด ไม่ค่อยอยากอาหารด้วย""หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง?" ฟู่จาวหนิงถาม"หมอหลวงบอกว่าอาจจะเป็นโรคไม่เจริญอาหาร"สภาพอากาศร้อนมากก็เป็นโรคลมแดดได้แต่ฮองเฮาก็รู้อยู่เต็มอก ว่าใจของนางซึมเศร้าจนไ
หมัวมัวคนนั้นรีบเดินเข้ามา สายตาตกไปอยู่บนตัวฟู่จาวหนิง ทั้งตกตะลึงทั้งดีใจ "พระชายาอ๋องเจวี้ยน ท่านอยู่ที่นี่พอดีเลย รบกวนท่านไปดูไทเฮาหน่อย"ฟู่จาวหนิงดีดตัวลุกขึ้น "ไทเฮาเป็นอะไรไป?""จู่ๆ ก็ลุกไม่ขึ้น อ่อนยวบไปทั้งตัวเลย ข้าน้อยเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร""ไปไปไป ข้าไปดูหน่อย"ฟู่จาวหนิงรีบเอ่ยกับฮองเฮาว่า "ฮองเฮา ท่านทางนี้ล้วนมีหมอหลวงกับหมอเทวดาหลี่คอยดุแล้ว เช่นนั้นข้าไม่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนจะดีกว่า ข้าจะไปดูไทเฮาทางนั้น!"พูดจบนางก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวสายลม"ฮองเฮา ข้าน้อยขอตัวก่อน" หมัวมัวคนนั้นก็คารวะให้ด้วย รีบออกจากตำหนักไปฮองเฮายื่นมือออกมา เดิมทีคิดจะขวางฟู่จาวหนิงไว้ แต่นางก็เร็วเสียเหลือเกิน ห้ามไม่ทันนางเห็นฟู่จาวหนิงพุ่งออกไปคาตาที่น่าโมโหที่สุดก็คือ ฟู่จาวหนิงกลับลืมวางถามส้มนั้นลง! แต่นางกอดออกไปด้วย!ฟู่จาวหนิงเดินออกมาพักหนึ่งจึงผ่อนฝีเท้าลง รอให้หมัวมัวเดินตามมา"พระชายาอ๋องเจวี้ยน นี่ท่าน.." หมัวมัวจินมองส้มครึ่งถาดที่นางกอดอยู่ ไม่ค่อยเข้าใจนัก"ฮองเฮาให้คนปกมาให้ข้า แล้วยังเชิญให้ข้ากินอย่างเป็นมิตรด้วย ข้าไม่กินก็ไม่ได้ นี่เพื่อไม่ให้เสียน้
"ตอนนั้นเป็นช่วงที่สุขภาพของอ๋องเจวี้ยนเลวร้ายที่สุด อายุก็ยังน้อย น่าจะสักหกเจ็ดขวบ แต่ให้เขาจะฉลาดแค่ไหนแต่ก็ยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง"ฟู่จาวหนิงขมวดคิ้วหมัวมัวจินระลึกไปด้วย "ตอนนั้น บางครั้งก็มีคนเข้ามาหาด้วยสาเหตุต่างๆ นานา บ้างก็พาเด็กผู้หญิงเข้าไปเล่นกับเขา บ้างก็เอาอาหารที่ไม่เข้ากันกับยาไปให้เขากิน แล้วยังมีพวกที่บนตัวพกถุงหอมใส่อะไรบางอย่างเพิ่มเข้าไปด้วย และยังมีพวกที่เอางูไปทิ้งไว้อีก มากมายเต็มไปหมด"ตอนนั้น สุขภาพของอ๋องเจวี้ยนย่ำแย่มากแล้ว คนเหล่านั้นก็ยังสรรหาเรื่องไปทรมานเขา"พวกเขาอยากให้เขาตายหรือ?" ฟู่จาวหนิงสีหน้าเย็นชา"เฮ้อ ไทเฮาตอนนั้นรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทางแก้ จึงแอบไหว้วานคนไปหาเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง ให้เขาพาอ๋องเจวี้ยนไปอยู่ที่ยอดเขาโยวชิง พักฟื้นที่นั่นหลายๆ ปี อ๋องเจวี้ยนอยู่ที่ยอดเขาโยวชิงถึงจะดูสงบใจลงได้"หมัวมัวจินตอบกลับประโยคเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิงลำบาก ถึงอย่างไรนางก็เอาเรื่องที่ไทเฮาทำในครั้งนั้นบอกกับฟู่จาวหนิง ให้พวกเขาไม่ต้องเข้าใจไทเฮาผิดไทเฮาทั้งชีวิตนี้ของนางก็ไม่ง่ายเลย"เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงคนนั้นเป็นคนอย่างไรหรือ?" ฟู่จาวหนิงพอได้ยินหม
ฟู่จาวหนิงจับชีพจรให้ไทเฮาอย่างละเอียด จากนั้นก็ถามคำถามหลายคำถาม ตรวจสอบตากับลิ้นของนางอย่างละเอียด"ไทเฮาก่อนหน้านี้ใช้สิ่งของอะไรบ้าง?"พอได้ยินฟู่จาวหนิงถามคำถามนี้ ไทเฮากับหมัวมัวจินก็ใจเต้น จากนั้นจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องเสียแล้ว"พระชายา ไทเฮา ติดพิษหรือ?" หมัวมัวจินเอ่ยถามเสียงแผ่ว"เล็กน้อย เป็นพิษแค่เล็กน้อย น่าจะเป็นพิษเรื้อรั้งออกผลช้า"ปริมาณน้อยมาก อาจจะไม่ได้ต้องการเอาชีวิตไทเฮา แค่ให้นางป่วยเท่านั้นตอนนี้ถ้าไทเฮาป่วยใครกันที่จะได้ผลประโยชน์ แล้วได้ผลประโยชน์อะไร?ฟู่จาวหนิงแค่คิดๆ จากนั้นก็สะบัดความคิดนี้ทิ้ง เรื่องนี้นางคิดไม่ออก ส่งให้เซียวหลันยวนไปคิดต่อแล้วกัน"ตอนปีใหม่กับหยวนเซียว มีคนไม่น้อยส่งของขวัญเข้ามา" หมัวมัวจินทั้งตกตะลึงทั้งลนลาน "ยิ่งไปกว่าสิ่งของยังมีมากมายหลากหลายอีก ในห้องนี้ก็มีวางอยู่ไม่น้อย อย่างน้ำเต้าลูกนั้น กระถางน้ำแข็งสี่ขานั่น แล้วก็ยังมีเชิงเทียนใหม่นั่นด้วย..."นอกจากที่เจ้าวังแต่ละวังส่งมา ที่องค์จักรพรรดิฮองเฮาส่งมา ก็ญังมีเหล่าองค์หญิงองค์ชายที่กตัญญูต่อไทเฮาอีกยิ่งไปกว่านั้นคนนอกวังก็ยังส่งเข้ามาอีกบางส่วน"แต่สิ่ง
หมัวมัวจินมองอยู่ข้างๆ พอเห็นสถานการณ์ก็ตกตะลึง"พระชายา ด้ายเหล่านี้มันทำไมหรือ? นิ้วของท่านแตะมันไปแล้วไม่เป็นไรหรือ?""ไม่เป็นไร ข้าตรวจสอบแล้ว แต่ว่า ในวังน่าจะไม่มีวิธีฉาบด้ายด้วยอะไรแบบนี้หรอกกระมัง?"ฟู่จาวหนิงถามก่อนให้ชัดเจน"ไม่มี ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย""เช่นนั้นประดับหน้าผากชิ้นนี้ก่อนหน้าเคยเปียก หรือเคยหล่นลงไปในน้ำมันอะไรบ้างไหม?""ไม่มีเลย หลังจากองค์หญิงห้าส่งเข้ามาไทเฮาก็ชอบมาก ก่อนนอนก็จะปลดลงมาให้ข้าน้อยไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง เก็บเอาไว้อย่างดี ไม่มีคนกล้าเข้าไปแตะต้อง"หมัวมัวจินคิดคิด จากนั้นก็ถามสาวใช้เหล่านั้นสาวใช้พวกนั้นล้วนบอกว่าไม่กล้าแตะต้องสิ่งของของไทเฮากัน"ข้าต้องตรวจสอบเส้นด้ายนี้เงียบๆ เสียหน่อย ข้าไปทางนั้นได้ไหม?" ฟู่จาวหนิงชี้ไปที่ห้องข้างๆ ด้านนอก"เชิญพระชายา"ฟู่จาวหนิงเดินไปห้องข้างเพียงคนเดียวนางต้องใช้อุปกรณ์ในห้องเภสัชทำการตรวจสอบเสียหน่อย"ท่านอ๋อง"ด้านนอกมีเสียงสาวใช้ชาววังทักทายดังลอดเข้ามา หมัวมัวจินพอกำลังจะบอกกับไทเฮา พอได้ยินเสียงนี้ก็รีบพูดขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยนมาแล้วหรือ? ในใจอ๋องเจวี้ยนให้ความสำคัญกับพระชายาจริงๆ ด้ว
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ