แต่วว่าฟู่จาวหนิงตอนนี้ก็ไม่ได้คิดจะโต้เถียงกับเขา"ให้หงจั๋วเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านไหม?""เจ้ามาช่วยนั่นล่ะ" เซียวหลันยวนส่ายหัว "แค่ช่วยข้ารวบผมก็พอ เสื้อผ้าเดี๋ยวข้าเปลี่ยนเอง"ตอนที่เขานอนหลับอย่างสงบ สามารถนอนนิ่งไม่ขยับได้ทั้งคืน เสื้อผ้าก็ไม่ได้ยับยู่ยี่ด้วยฟู่จาวหนิงเอียงตามองเขา "ได้เลย ท่านอ๋อง"ขันทีด้านนอกเรียกขึ้นมาอีกครั้ง "อ๋องเจวี้ยน!""ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"เสียงของเซียวหลันยวนดังลอดออกมาจากในห้อง ขันทีตอนนี้จึงเพิ่งจะผ่อนลมโล่งลงมาถ้าเขาเรียกอ๋องเจวี้ยนออกมาไม่ได้ กลับไปก็คงอธิบายกับองค์จักรพรรดิลำบาก ถึงตอนนั้นเข้าคงถูกดุด่าอีก ไม่แน่อาจจะไม่ใช่แค่ด่าด้วยเซียวหลันยวนเพียงไม่นานก็ให้คนเข้ามาองครักษ์ประคองเขาไปที่เกี้ยวเบาแล้วยกแบกเขานั่งอยู่บนเกี้ยวเหลือบมองขันทีคนนั้น "วันนี้อยู่ต่อหน้าข้าเจ้าอย่าได้ส่งเสียง ข้าฟังเสียงเจ้าแล้วปวดหูเหลือเกิน"ขันทีอ้าปากพะงาบๆ แต่ก็รีบปิดลงไปทันทีเขาไม่กล้าขัดคำสั่งอ๋องเจวี้ยนหรอกอ๋องเจวี้ยนถูกเขาเอะอะจนโมโหขึ้นแล้วจริงๆฟู่จาวหนิงเองก็เดินออกมาแล้ว "ให้คนหยิบของว่างมาให้กินด้วย ท่านต้องกินยา จะให้หิวไส้กิ่วไม่
"ถ้าหากรับปากว่าจะให้เงินพวกเขาล่ะ?"องค์จักรพรรดิพอได้ยิน "นี่ข้ายังต้องให้เงินพวกเขาอีกหรือ?!"เขาขี้งกจะแย่เขาเดิมทีรู้สึกว่าหลังจากที่ไท่ซ่างหวงสละบัลลังก์ให้เขาเมื่อครั้งนั้นคลังหลวงไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไร หลายปีมานี้พวกเขาเองก็ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากด้วย บวกกับช่วงสองปีนี้แคว้นเล็กๆ ในสังกัดเหล่านั้น รวมถึงเผ่าเฮ่อเหลียนด้วย ล้วนเริ่มมีความคิดต่อต้านขึ้นมาบ้างแล้ว ที่เด่นชัดที่สุดก็คือของบรรณาการที่ส่งเข้ามาตอนนี้น้อยลงหลายปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากเขาหงุดหงิดและโกรธเคือง คิดจะให้ไท่ซ่างหวงได้เห็น ดังนั้นจึงทุ่มเงินสร้างผลงานด้านการปกครอง อย่างเช่นการสร้างถนนทางการในพื้นที่่ต่างๆ สร้างเขื่อนอะไรพวกนี้ ทุ่มเงินก้อนใหญ่ลงไปเขาอยากจะให้ไท่ซ่างหวงกับพวกอ๋องขุนนางเก่าที่ไม่ค่อยจะสนับสนุนเขาในตอนนั้นได้เห็น ว่าเขาเป็นจักรพรรดิได้ดีแค่ไหนแต่ต่อมาเขากลับถูกเหล่าขุนนางเก่าบอกว่าเป็นพวกทำงานไม่ใช้สมอง ถลุงคลังหลวงจนเกลี้ยง สายตาไม่กว้างไกลโมโหจนแทบบ้าถึงอย่างไรคลังหลวงตอนนี้ก็โล่งโจ้ง โล่งเอามากๆถ้ายังให้เขาต้องควักเงินออกไปอีก จะเป็นไปได้อย่างไร?"ไม่อย่างนั้น ก็ให้เหล่าขุนนางให
อันที่จริง ตั้งแต่ที่อ๋องเจวี้ยนกลับเมืองหลวง ทุกคนก็อยากจะรู้ว่าสิ่งที่ไท่ซ่างหวงทิ้งไว้ให้เขาคืออะไรเพียงแต่ว่า องค์จักรพรรดิไม่ยอมถาม ใครก็จะกล้าเข้าไปถามกัน?แต่ว่าตอนนี้พระสัสสุระเสนอออกมาแล้ว องค์จักรพรรดิก็ถือว่ามีข้ออ้างที่จะถามอ๋องเจวี้ยนพอดีใช่ไหม?มิน่าองค์จักรพรรดิถึงดูสีหนาแช่มชื่นนัก พระสัสสุระถามขึ้นมาตรงจุดพอดี"ดูท่าพระสัสสุระกับเหล่าขุนนางจะสนอกสนใจกันมาก อยากรู้ว่าไท่ซ่างหวงทิ้งอะไรไว้หใ้กับอ๋องเจวี้ยนสินะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็รอให้อ๋องเจวี้ยนมาก่อน ข้ากับเหล่าขุนนางก็ร่วมกันถามเขาดีไหม?"องค์จักรพรรดิพูดออกมาอย่างผ่อนคลายในใจเหล่าขุนนางกลับกำลังคิด เช่นนั้นก็ดูหน้าไม่อายสิ คำพูดนี้พูดออกมาเหมือนพวกเราอยากรู้ เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากถามเสียอย่างนั้นยิ่งไปกว่นั้นยังบอกว่าจะถามร่วมกับพวกเขาอีก ทำอย่างกับตัวเองไม่อยากรู้แต่เขาเป็นองค์จักรพรรดิ พวกเขาจะพูดอะไรได้? แน่นอนว่าทำได้แค่ทยอยกันรับคำไปอันเหนียนเหลือบมององค์จักรพรรดิผาดหนึ่ง รู้สึกว่าองค์จักรพรรดิดูจะลูบไม้ลูบมืออยากริอยากลองจริงๆ อยากจะถามถึงความลับบางส่วนของอ๋องเจวี้ยนออกมา"อ๋องเจวี้ยนมาถึงแล้ว!"
"อ๋องเจวี้ยน พระสัสสุระช่วงนี้ที่บ้านเกิดเรื่องอยู่ จึงพูดจาโผงผางไปหน่อย ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก และเขาเป็นห่วงเจ้าจริงๆ จะว่าไป หน้ากับขาของเจ้า ถ้าข้าไม่ได้ถามพระชายาเมื่อคืน ก็คงเป็นห่วงอย่างมากเช่นกัน"พอจักรพรรดิพูดออกไป ทุกคนก็อดมองไปที่ใบหน้าของอ๋องเจวี้ยนไม่ได้ที่พันไว้ยังคงเป็นผ้าพันแผลเมื่อวานนี้ ดูท่าเมื่อคืนนี้ในวังหลวงคงไม่ได้เปลี่ยนยา"โฮ้ เช่นนั้นข้าก็จะพูดที่นี่เสียหน่อย จะได้ไม่ต้องมาสนอกสนใจกัน" เซียวหลันยวนกอดของว่างบนขา ตอนระหว่างทางเขาไม่ได้กิน ตอนนี้เตรียมจะกิน "พระชายาของข้าบอกว่า เ็นเพราะร่างกายของข้าอ่อนแอมาหลายปี ใช้ยาที่รุนแรง ผลลัพธ์ก็ยังธรรมดา แต่นางหลังจากนี้จะออกไปหายา แล้วค่อยๆ รักษาข้า และเป็นไปได้ด้วยที่จะรักษาจนหาย"พอพูดออกมา ในใจเหล่าขุนนางก็เต้นตึกตักขึ้นความหมายก็คือสุขภาพของอ๋องเจวี้ยนป่วยหนักมาตลอดอย่างนั้นหรือตอนนี้รักษาแล้วยังมีผลที่ไม่ค่อยดีเช่นนี้ แต่ไม่รักษาก็จะไม่รอดเอาส่วนที่พระชายาอ๋องเจวี้ยนพูดว่าหลังจากนี้อาจจะรักษาจนหาย นี่ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ แต่อย่างน้อยก็อธิบายได้จุดหนึ่ง นั่นคือในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ยังรักษาไม่ได้ยิ่งไ
ชิ้นนี้เป็นของเขา!เมื่อคืนนี้เขาถูกยั่วโมโห จึงอยากจะกินสิ่งนี้เพื่อดับไฟเสียหน่อย ดังนั้นจึงไปกำชับพ่อครัวหลวงไว้ตอนนี้ของวางมาอยู่ในมือเซียวหลันยวนเสียแล้ว"ไอ้เจ้าแจ๊บๆ สีเขียวในนี้คืออะไรกัน?" เซียวหลันยวนยังลองดมดู "มีกลิ่นของชาหอมเสียด้วย?""เหอะๆ" องค์จักรพรรดิสีหน้าใกล้จะตึงจนไม่ไหวแล้ว "อ๋องเจวี้ยน นี่เป็นขนมที่ทำจากชาหลงจิ่งคุณภาพสูงที่เก็บมาตอนเช้าแล้วชงด้วยน้ำค้าง บวกกับเนื้อลำไยและเครื่องปรุงดอกกุ้ยกับรากบัวบด มีชื่อว่ามรกตเสวย""องค์จักรพรรดิช่างรอบรู้เสียจริง เช่นนั้นข้าขอชิมหน่อย"เซียวหลันยวนกัดขนมชิ้นค่อนข้างใหญ่นั้นไปคำหนึ่ง ด้านในมีความใสสะอดอยู่จริงๆ หอมสดชื่นเตะจมูก"อร่อย" เขาเอ่ยขึ้นคำหนึ่ง "ข้าชอบมาก ขนมชิ้นนี้ปริมาณเยอะดี หวา มีสองชิ้นด้วย ข้าจะเหลืออีกชิ้นไว้ให้พระชายาลองชิมดู"สองชิ้นนี้มันเป็นของเขานะ! นี่ถูกเอาไปหมดเลยหรือ! หน้าองค์จักรพรรดิดำมะเมี่ยมไปแล้ว"องค์จักรพรรดิ" เซียวหลันยวนกินไปด้วยถามเขาไปด้วย "ข้าจะหิวไม่ได้ ดังนั้นจึงสั่งคนให้ไปที่ห้องเครื่องหยิบมาส่งๆ ไม่รู้ว่าหยิบอาหารเช้าของใครมา คงไม่ถูกด่ากระมัง? กลับไปรบกวนท่านไปบอกกับเจ้าขอ
องค์จักรพรรดิรู้สึกว่าตนเองเจอเซียวหลันยวนอยู่บ่อยครั้ง แล้วเวลาพูดคุยกับเขา ก็เหมือนอายุตัวเองสั้นลงไปหลายปีเลยรอจนได้รับของมา เขาแทบไม่อยากจะเห็นคนผู้นี้เลย! จริงด้วย ยังมีฟู่จาวหนิงอีก!"สิ่งยืนยันสามชิ้นมันเปิดอะไรขึ้นมาได้หรือ? แล้วพบกับอะไรบ้าง? จะเอาแต่พูดถึงของสามชิ้นนั้นไม่ได้สิ?"พอเห็นว่าองค์จักรพรรดิถามลำบาก พระสัสสุระจึงนำเอาน้ำใจนี้ส่งต่อไปจนสุดทางวันนี้ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ต้องให้อ๋องเจวี้ยนเอาสิ่งของเหล่านี้พูดออกมาให้ได้"พระสัสสุระจะเป็นห่วงไปทำไม? ไม่ว่าสิ่งของจะเป็นอะไร นี่ก็เป็นของสกุลเซียว ไม่ใช่ของตระกูลเจียงของท่าน"พระสัสสุระเองก็สำลักจนเจ็บหัวใจไปหมดแค่หมู่บ้านกุยเซี่ยวถูกทำลาย ตอนนี้เจียงเจี๋ยก็เหลือแค่ลมหายใจแล้ว เองก็บอกเรื่องนี้ออกมาไม่ได้ คิดบัญชีกับอ๋องเจวี้ยนก็ไม่ได้ แล้วยังต้องคอยปิดเรื่องนี้อีก จะได้ไม่เปิดโปงตัวฮองเฮา"อ๋องเจวี้ยนพูดถูกต้อง องค์จักรพรรดิเองก็เป็นคนตระกูลเซียวนี่นา องค์จักรพรรดิถึงอย่างไรก็ต้องรู้กระมัง?"องค์จักรพรรดิทำท่าทำทางโบกไม้มือ "เฮ้อ เสด็จพ่อรักอ๋องเจวี้ยนเป็นพิเศษ คิดจะส่งแคว้นเจาอีกครึ่งหนึ่งให้เขา ข้าไม่กล้าพูดอะ
ครั้งนี้ที่สูดลมหายใจลึกก็ไม่ทำให้เขาสงบลงเท่าไรนัก ทำได้เพียงทำมันหลายๆ รอบ นี่อดกลั้นจนหน้าผากมีเส้นลือดปูดขึ้นมาเลยทีเดียว"อ๋องเจวี้ยน ข้าไม่เคยมีความหมายเช่นนั้น เจ้าทำไมจึงคาดเดาไปเรื่อยเปื่อยเช่นนี้ ข้าเสียใจมากจริงๆ"ใครก็ฟังออกว่าประโยคนี้องค์จักรพรรดิกัดฟันพูดออกมาแต่เขาก็ยังพูดออกมาได้แต่เกรงว่าคงจะทำแค่ผิวเผินกระมัง?"เมืองหลวงนี้ จวนอ๋องเจวี้ยน เป็นบ้านของเจ้าเซียวหลันยวนไปตลอดกาล เจ้าจะไปที่ยอดเขาโยวชิงหรืออยู่ในเมืองหลวง ก็ล้วนตามแต่อิสระของเจ้า ข้าไม่เคยกักบริเวณเจ้ามาก่อน"ตอนที่องค์จักรพรรดิพูดประโยคนี้ เหล่าขุนนางก็ล้วนถอนใจโล่งออกมาแล้ว"เช่นนั้นก็ขอบคุณองค์จักรพรรดิแล้ว" อ๋องเจวี้ยนเอ่ยขึ้นมาคำหนึ่งองค์จักรพรรดิครั้งนี้สูดลมหายใจลึก "ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไม่ยอมพูดออกมา เช่นนั้นก็ว่าเรื่องทางการกันต่อ สถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ใหญ่ของหอไป่กุยจะทำอย่างไร เสบียงค่ายทหารทางเหนือที่หกจะทำอย่างไร?"เหล่าขุนนางก็เลยกลับมาที่หัวข้อนั้นหารือกันไปมา ก็ยังรู้สึกว่าต้องบริจาคมาบางส่วน ไม่ว่าพวกเขาจะยินยอมหรือไม่ องค์จักรพรรดิเองก็สั่งการลงมา เริ่มจากในเมืองหลวง ให้
องค์จักรพรรดิถ้าต้องไปดูจริงๆ ล่ะก็ ก็รู้สึกขายหน้าอยู่หน่อยๆ แล้วจะดูเหมือนเขาร้อนรนเกินไป แล้วยังรู้สึกสนใจกับมรดกของอดีตพระชายาองค์จักรพรรดิอีกด้วยแต่ถ้าไม่ไปให้เห็นกับตาเสียหน่อยเขาก็ทั้งรู้สึกไม่ยินยอม และไม่เชื่อคำพูดของเซียวหลันยวนด้วยเมื่อครั้งไท่ซ่างหวงสละบัลลังก์ในอดีต เซียวหลันยวนตั้งแต่เด็กจนโต ในวังก็ไม่มีร่องรอยของหญิงสาวคนนั้นอยู่เลยจริงๆ และไม่รู้ว่านางทิ้งอะไรเอาไว้ให้กับเขาถ้าหากเซียวหลันยวนคิดจะเอาของบางส่วนออกมาบอกว่าเป็นมรดกของหญิงสาวคนนั้น ก็ก็ดูจะมีน้ำหนักเพียงพออยู่"สิ่งที่ทิ้งไว้ให้กับเจ้า ถูกวางไว้ที่ไหนหรือ? ตอนไปรับถึงกับต้องใช้เวลาตั้งเป็นเดือนๆ?"เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นอย่างจำใจ "จำให้ทำอย่างไรได้? ร่างกายของข้าก็เร่งระยะทางเร็วมากไม่ไหว ดังนั้นจึงค่อยๆ คืบคลานกันไป บวกกับพระชายาของข้าก็ไม่เคยออกจากเมืองหลวงมาก่อน ดังนั้นข้าก้เลยพานางไปชมเขาชมแม่น้ำของแคว้นเจาเสียเลย"เชื่อก็บ้าแล้ว!เซียวหลันยวนพูดต่อ "ยิ่งไปกว่านั้นตลอดทางพวกเรายังเจอกับเจ้าพวกสายตาไม่กว้างไกลบางส่วน จัดการขึ้นมาก็ตำมือ ดังนั้นไปไปมามาก็เลยเสียเวลาไปกว่าครึ่งปี"มุมปากองค์จักรพร
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ
สิ่งที่ทำให้ตาองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นขุ่นเคืองคือ ฟู่จาวหนิงคล้องแขนอ๋องเจวี้ยนเดินเข้ามา"พวกเขาทำไมถึงคล้องแขนกันเดินแบบนั้นล่ะ?"เฉินเซียงถลึงตาโตนางไม่เคยเห็นสามีภรรยาเดินกันแบบนี้เลย ปกติแล้ว ภรรยาจะเดินอยู่ด้านหลังสามีประมาณครึ่งก้าวนี่ หรืออย่างมากก็ไหล่ชนไหล่แต่พออยู่ภายนอกก็ต้องคอยระวังเรื่องมารยาท มีใครเขามาคล้องแขนเดินกันแบบนี้บ้าง?ยิ่งไปกว่านั้นตัวฟู่จาวหนิงเองก็ยังเอนมาเบียดแขนอ๋องเจวี้ยนด้วย"นางเดินแบบนี้มันดูสง่างามตรงไหน บิดๆ เบียดๆ เงอะงะงุ่มง่ามเหมือนอะไรล่ะนั่น?" เฉินเซียงกดเสียงต่ำ พูดแบบไม่พอใจกับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น "นี่มันดูเป็นพระชายาตรงไหนกัน?"เหมือนพวกอนุภรรยาที่เอาแต่เบียดเสียดชายหนุ่มมากกว่าพระชายาตัวจริงต้องมีท่าทีสง่างาม มีคุณธรรม บุคลิกภาพโดดเด่นสิทำตัวออดอ้อนแบบนี้ มันเหมือนกับปีศาจสาวที่อยากจะสูบพลังหยางจากชายหนุ่มจนตัวสั่นอย่างไรอย่างนั้น เหมือนพวกอนุภรรยาที่ไร้เกียรติเฉินเซียงถึงอย่างไรก็ไม่ชินตาแต่ไม่รู้เพราะอะไร องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นกลับรู้สึกอิจฉาจนควบคุมไม่อยู่ชายหนุ่มที่เย็นชาขนาดนั้นแบบอ๋องเจวี้ยน ก็ยังตามใจให้ฟู่จาวหนิง แล้วยังปร
"ข้ารู้แล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะออกไป" เซียวหลันยวนพยักหน้าฟู่จิ้นเชินเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า "นางน่าจะมีเรื่องมาขอร้องท่าน แต่ว่า เรื่องที่นางจะขอร้องข้าเองก็พอจะนึกออก"เขาอยากบอกว่า เรื่องแบบนี้ ถ้าหากรับปากไป ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์สามีภรรยากับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นหรือไม่ แต่การที่พานางเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยน ถือเป็นการทรยศและทำร้ายจาวหนิงแต่ก็ไม่อยากพูดออกมาตอนนี้เขาอยากจะเห็นว่าเซียวหลันยวนจะเลือกอย่างไร ที่สำคัญที่สุดคือ เขาเองก็ไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นงัดออกมาได้คืออะไร ถ้าเผื่อมันสำคัญอย่างมากกับเซียวหลันยวนจริงๆ ล่ะ?"ท่านพ่อตาอยากพูดอะไรหรือ?" เซียวหลันยวนย้อนถามเขา"อ๋า?"ฟู่จิ้นเชินถูกคำเรียก 'ท่านพ่อตา' ที่มาอย่างกะทันหันนี้ทำเอางงงันไปหมด ตั้งตัวกลับมาไม่ได้ชั่วขณะหนึ่งเซียวหลันยวนก็พูดต่อมาอีก "วางใจเถิด ข้าไม่ทำเรื่องที่ผิดกับหนิงหนิงแน่นอน"พูดจบเขาก็หมุนตัวเตรียมเข้าห้อง ""หากไม่มีเรื่องอะไร คนป่วยทางนั้นรบกวนท่านดูไว้หน่อย ให้หนิงหนิงได้กินข้าวเช้าก่อนพอเซียวหลันยวนเข้าห้องไป ประตูก็ปิดลงมา ฟู่จิ้นเชินมองไปทางชิงอีที่อยู่ข้างๆ ช้าๆชิงอีเองก็
องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นถูกคนเหล่านี้พูดจนตาแทบแดงก่ำนางไม่ยอมให้เป็นแบบนี้!นางเองก็มีเกียรตินะ นางเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ เดิมทีควรจะล้ำค่าสูงส่ง สามารถเลือกราชบุตรเขยดีดีได้แต่ตอนนี้นางมีทางเลือกอะไรล่ะ?ถ้าไม่ใช่เพราะนางมีพระเชษฐาแบบนั้น นางคงไม่ต้องทำให้มาถึงจุดนี้หรอกนางแค่อยากจะช่วยตนเองเท่านั้น แล้วมันผิดตรงไหน? ถ้าหากทำได้ นางก็ไม่อยากไปทำร้ายใครทั้งนั้น นางเป็นคนที่มดแค่ตัวเดียวก็ยังทำใจเหยียบไม่ลงด้วยซ้ำ"รบกวนท่านลุงฟู่ด้วย ข้ามีเรื่องสำคัญจริงๆ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นคารวะให้ฟู่จิ้นเชินอีกครั้ง ถอยไปที่ประตูวงกลมทางนั้นเฉินเซียงถลึงตาใส่ห้องนั้น คารวะให้ฟู่จิ้นเชินอีกครั้ง "รบกวนท่านลุงฟู่ช่วยเหลือด้วย องค์หญิงใหญ่พวกรเาจะไปรออ๋องเจวี้ยนที่นั่น"พูดจบนางก็รีบเดินไปหาองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นฟู่จิ้นเชินส่ายหัวเขาก็เหมือนรู้ว่าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกอยู่ในสภาพไหน มาเจอกับฝ่าบาทต้าชื่อแบบนั้น นางเองอันที่จริงก็น่าสงสารแต่ว่า ท้ายสุดแล้วนางก็ยังไม่ฉลาดพอ เส้นทางที่เดินได้ นางกลับเดินอย่างสะเปะสะปะแต่พูดมาก็ถูก นางเติบโตมาที่สุสานจักรพรรดิ ไม่ค่อยได้พบเจอกับผู้คนสักเท่าไร และย
ก่อนหน้านี้ทรมานหมอฟู่ไว้มาก สาวใช้นั่นยังบอกว่าหมอฟู่กับนายท่านเป็นอะไรอะไรกันอีก ป้าหนิวเห็นแล้วไม่สบอารมณ์องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ถูกนางเหลือบมองใส่แบบนี้จนอายไปเฉินเซียงกลับถลึงตามองแผ่นหลังป้าหนิวเจ้าคนชั้นต่ำ นังคนชั้นต่ำ กล้ามามององค์หญิงใหญ่พวกนางแบบนี้เรอะฟู่จิ้นเชินตอนนี้จึงหมุนตัวหันไปมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ถามขึ้นว่า "องค์หญิงใหญ่จะพบอ๋องเจวี้ยน เพราะอยากให้อ๋องเจวี้ยนพาท่านไปเมืองหลวงหรือ? ถ้าหากมีเป้าหมายนี้ เช่นนั้นข้าบอกท่านไว้ได้เลย ว่าท่านยังออกจากเมืองเจ้อไม่ได้"ฟู่จาวหนิงกับอันเหนียนผู้บริหารท้องถิ่นโหยวสามฝ่ายตกลงกันแล้ว ตอนนี้ประตูเมืองปิดอยู่ ใครอยากจะออกจากเมือง ต้องยื่นจดหมายออกจากเมืองมา ถ้าบนต้องมีผู้บริหารท้องถิ่นโหยวใต้เท้าอันและหมอฟู่สามคนลงนาม ขาดไปสักคนก็ไม่ได้ถ้าหากไม่มีจดหมายออกจากเมืองที่มีนามทั้งสาม ใครก็ออกไปไม่ได้ทั้งนั้นแล้วอาการป่วยอย่างองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ฟู่จาวหนิงไม่มีทางปล่อยนางออกไปแน่ไหนจะเรื่องที่นางจะตามอ๋องเจวี้ยนไปอีกฟู่จิ้นเชินตอนนี้รู้สึกว่าสมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก แค่คิดก็รู้แล้ว ฟู่จาวหนิงจะยอมให้อ๋องเ