เซียวหลันยวนเหลือบมองฟู่จาวหนิงเรื่องนี้ถ้าให้นางที่เป็นหมอมาพูดก็ยังดูมีน้ำหนักหน่อยฟู่จาวหนิงจึงทำได้แค่เล่าเรื่องที่พูดกับจักรพรรดิออกไปอีกรอบหนึ่งไทเฮาน้ำตาร่วงลงมาเสียแล้ว"เรื่องนี้เจ้าลำบากเสียแล้ว อายวน""ไม่เป็นไร" เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบฟู่จาวหนิงมองมองไทเฮาตอนนี้มองออกแล้วว่าไทเฮาเป็นห่วงเซียวหลันยวนจริงๆ แต่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เช่นนี้นี่นาไทเฮาเห็นเซียวหลันยวนเย็นชากับตนเองขนาดนี้ ในใจก็รู้สึกเสียใจอยู่"จาวหนิง สิ่งนี้รักษาได้ไหม?"ฟู่จาวหนิงคิดคิด คิดจะเอาเรื่องที่ตนเองอีกไม่กี่วันจะออกจากเมืองหลวงบอกกับไท่เฮาพอดี เซียวหลันยวนเองอาจจะต้องให้ไทเฮาคอยปกป้อง แต่ถ้าหากมีใครมาพูดอะไรถึงนาง หรือว่ามีข่าวลืออะไรขึ้นมา ไม่แน่ว่าไทเฮาอาจจะสามารถออกโรงได้ถึงอย่างไรเขาตอนนี้ก็รู้สึกว่าไทเฮาเหมือนจะกังวลเซียวหลันยวนจริงๆนางมองคนแม่นอยู่ ลางสังหรณ์เองก็แม่นด้วย"พูดความจริงนี่ยากอยู่" ฟู่จาวหนิงประโยคนี้พูดออกมาจริงๆตัวนางตอนนี้ไม่ค่อยจะมั่นใจนัก พูดได้แค่ว่ามีความหวังอยู่ห้าหกส่วนเท่านั้น ยังต้องออกไปหาวัตถุดิบยาอีก ลองดูว่าจะหาเอ็นมังกรหยกเจอหรือไม่ หลังจา
"ใช่แล้ว ข้าจะไปหายา ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์ของข้ายังไปหายาอีกที่หนึ่งด้วย ข้าได้ยินว่าทางนั้นเจอกับยาดีดีมากมาย ข้าต้องไปหาเขาเสียหน่อย ถ้าสามารถหายาที่มีประโยชนืกับการฟื้นฟูผิวหนังได้ หลังจากนี้ก็อาจจะรักษาหน้าตาของอายวนจนสมบูรณ์ได้ก็เป็นได้""นั่น เช่นนั้นก็ต้องไป สมควรไปน่ะสิ""เพียงแต่ไปครั้งนี้คงไม่ได้กลับมาเร็วนัก""เจ้าไปเถอะ อายวนทางนี้ ข้าจะคอยดูแลให้ แต่ว่า เขาตอนนี้เป็นเช่นนี้ เจ้าเองก็ไม่อยู่ในเมืองหลวงด้วย มันจะ..."มีอันตรายไหม?ถ้าเผื่อมีเรื่องอะไรขึ้นมา ฟู่จาวหนิงไม่อยู่ ใครจะควบคุมสุขภาพของเขาได้?"จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นชั่วคราว"ขอแค่เขาคอยอาบน้ำยาให้ดี ไม่กระตุ้นวิชายุทธ์ อย่าเอาร่างกายไปทำเรื่องนั่นเรื่องนี่ คอยพักฟื้นดีดีก็พอแล้วไทเฮาจะน้อยจะมากก็ยังวางใจไม่ลง"บางที ถ้าลองให้คนอื่นออกไปหายา?" นางลองถามหยั่งเชิง"มีใครจะรู้จักยาดีกว่าข้าหรือ?" ฟู่จาวหนิงถามขึ้นอย่างไม่เกรงใจ "ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังรู้อาการป่วยของอายวนดีที่สุดด้วย รู้ว่ายาไหนเหมาะกับเขาที่สุด เป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด เรื่องนี้ต้องเป็นตอนที่เจอยาเท่านั้นจึงจะรู้ ตอนนี้เองยังนึกไม่ออก ถ
หลังจากฟู่จาวหนิงกับเซียวหลันยวนออกไปแล้ว นางเองก็ยังถามเกี่ยวกับเรื่องนี้"นางอยากจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของนาง"เซียวหลันยวนพูดมาประโยคหนึ่ง เขาไม่ค่อยสนใจว่าท่าทีของไทเฮาต่อตัวเขาจะเปลี่ยนหรือไม่"ข้ากลับรู้สึกว่านางตอนนี้ดูจริงใจมาก คิดว่าไทเฮาก่อนหน้านี้คงจะจงใจทำเช่นนั้น ให้ดูเหมือนใจเดียวกับองค์จักรพรรดิฮองเฮา เช่นนี้อาจสามารถทำให้นางไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ทำให้องค์จักรพรรดิไม่รู้สึกเกรงกลัวท่านมากนัก ทำให้เขารู้สึกอดกลั้นกับท่านในตอนเด็กๆ ได้"ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าเรื่องราวน่าจะเป็นเช่นนี้ถึงอย่างไรไทเฮาเองก็เป็นหญิงสาวที่พยายามปีนป่ายในวังหลังมากว่าครึ่งชีวิต หญิงสาวของที่นี่ก็น่าจะไม่ใช่คนธรรมดาเซียวหลันยวนตอนเด็กๆ ในมือก็มีสิ่งของอยู่มากมาย แล้วร่างกายก็ยังอ่อนแออีก ถ้าหากเบื้องหลังไม่มีคนคอยปกป้อง ก็ไม่น่าจะรอดมาจนถึงปัจจุบันรอจนเขารู้ความจนตนเองสามารถวางแผนการอย่างหลักแหลมได้ นั่นเป็นเรื่องในภายหลังแล้วตอนที่เขายังเด็กมากล่ะ?เซียวหลันยวนไม่พูดอะไรฟู่จาวหนิงเหลือบมองเขาผาดหนึ่ง "ไทเฮามีอาการปวดหัวอยู่ เมื่อครู่ข้ามองนาง เปลือกตาใต้ตาคล้ำเทาไปหน่อย ตอนแรกข้าพิจารณา
พอได้ยินเสียงองครักษ์ลับ สาวใช้วังสองคนหน้าขาวซีดไปแล้ว ทั้งสองคนหมอบลงบนพื้น รีบร้อนโขกหัว"อ๋องเจวี้ยนไว้ชีวิตด้วย!""พระชายา ช่วยข้าน้อยด้วย"ฟู่จาวหนิงจุ๊ปาก และเดินเข้ามาอีก ยื่นมือเชิดหน้าสาวใช้วังคนหนึ่งขึ้นมา เป็นสาวชาววังที่หน้าตาสดใสเอามากๆ ดูแล้วอายุน่าจะเพิ่งสิบสี่สิบห้าเท่านั้นใบหน้าขาวซีด ตกใจขึ้นมาแต่ว่าร่างกายของพวกนางก็ดูจะแดงระเรื่อขึ้นมา ผิวหนังดูร้อนๆ ตอนนี้สายตาดูสับสนหน่อยๆสาวใช้วังคนหนึ่งรีบหยิกขาของตนเอง"อายวน พวกนางทำอะไรน่ะ?"เซียวหลันยวนถูกฟู่จาวหนิงถามเช่นนี้ ทั้งโกรธทั้งน้อยใจทั้งรู้สึกไม่ได้ทำผิด "เมื่อครู่เจ้าบอกให้ข้านอนก่อน ข้าก็เลยขึ้นไปนอนบนเตียงก่อน แต่ครู่หนึ่ง พวกนางก็แอบเข้ามา บอกว่าจะมาวางน้ำแข็งให้สองถังในตำหนัก กลัวเจ้าจะนอนแล้วร้อน"นี่ยังฉลาดอยู่ รู้จักยกฟู่จาวหนิงออกมาพูดด้วยเซียวหลันยวนตอนนั้นรู้สึกว่าอากาศเช่นนี้ ตัวเขาเพราะปัญหาที่สุขภาพอ่อนแอจึงไม่น่ารู้สึกร้อน แต่ฟู่จาวหนิงที่เป็นคนเลือดลมแข็งแรง ไม่แน่ว่าอาจจะรู้สึกร้อนขึ้นมาเขาเองก็อยากจะให้พวกนางเอาน้ำแข็งสองถังมาวางไว้ก็ดีเหมือนกัน ก็เลยให้พวกนางสองคนเข้ามา"คิดไม่
ฟู่จาวหนิงคิดๆ จากนั้นจึงเดินไปทางสาวใช้วังสองคนผ่านไปพักหนึ่ง พวกนางก็นอนแผ่ไปบนพื้นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังลูบร่างกายตัวเองอีกด้วยเซียวหลันยวนแค่เหลือบตามอง ขมวดคิ้ว "ให้คนมาหิ้วพวกนางออกไป"จะมามองอยู่ที่นี่ทำไมกัน?ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าเซียวหลันยวนเองก็มีความเย็นชาไร้ปราณีของคนในราชวงศ์อยู่ สาวใช้วังสองคนนี้บางทีอาจจะร่างกายอาจจะไม่เป็นตัวของตัวเองด้วยกระมัง?ตัวตนฐานะเช่นนี้ พวกนางจะไปทำอะไรได้?ต่อให้ใจของพวกนางจะพังไปแล้ว ฟู่จาวหนิงในฐานะที่เป็นหญิงสาวเหมือนกัน ก็ทนดูพวกนางถูกทิ้งไว้ในสภาพนี้ไม่ได้เหมือนกัน"ข้าจะแก้พิษนี้ให้พวกนาง"นางเองก็รังเกียจการใช้ยาเช่นนี้กับคนมากด้วยนางหยิบเข็มเงินออกมา ปักฉึกๆ ลงไปบนตัวพวกนางคนละเล่ม ทำให้พวกเนางสงบลงมา การเคลื่อนไหวจึงหยุดลง"กินยานี้ลงไปเสีย" นางยัดยาให้พวกนางคนละเม็ดอย่างไม่ค่อยจะอ่อนโยนนัก มองชุดกระโปรงผ้าบางบนตัวพวกนาง เดินไปข้างๆ ยื่นมือดึงม่านสองชิ้นลงมาปิดไว้บนตัวพวกนางเซียวหลันยวนจัดระเบียบเสื้อผ้า พิงตัวบนเตียง เพียงแต่หูฟังการเคลื่อนไหวตรงนี้ ไม่หันมามองแม้แต่ผาดหนึ่งจนกระทั่งฟู่จาวหนิงโยนผ้าลงมาปิดบนตัวนาง เขาจ
"หยุดก่อน!"ฟู่จาวหนิงเองก็เอ่ยขึ้นบ้าง นางคิดจะห้ามพวกนาง แต่สาวใช้วังสองคนนี้กลับเป็นวิชายุทธ์ ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็คิดไม่ถึงเลย ดังนั้นจึงช้าไปก้าวหนึ่งสาวใช้วังสองคนตบไปที่หัวของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงพร้อมกันเสียงโพละดังขึ้น ทั้งสองคนล้มลงพื้นพร้อมกันฟู่จาวหนิงคิดจะไปเข้าไปช่วยทันที แต่เซียวหลันยวนเหลือบมาผาดหนึ่ง น้ำเสียงขรึมเล็กน้อย ห้ามนางเอาไว้"ไม่มีประโยชน์แล้ว"สาวใช้วังสองคนนี้ทำใจเตรียมตัวตายไว้เรียบร้อย ดังนั้นจึงลงมือหนักมาก พวกนางเดิมทีไม่คิดจะมีชีวิตรอดอยู่แล้ว หรือก็คือ พวกนางเข้าใจอย่างดีว่าถ้าตนเองออกจากที่นี่ไปก็คงไม่รอดยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นไปได้ว่ายังต้องเจอโทษที่หนักยิ่งกว่าอีกเจ้านายไม่มีทางปล่อยพวกนางแน่ฟู่จาวหนิงยืนอยู่ที่นั่นรู้สึกใจเย็นวาบแม้ว่าสาวใช้วังสองคนนี้ได้รับคำสั่งให้มาลงมือกับเซียวหลันยวน แต่นางก็ยังรู้สึกใจเย็นวาบขึ้นมามองดูสภาพพวกนางที่หมดลมหายใจล้มอยู่บนพื้นแล้ว นางรู้สึกว่าชีวิตคนมันช่างเล็กจ้อยเหลือเกิน"ชิงอี"เซียวหลันยวนออกคำสั่ง เพียงไม่นานชิงอีก็พาคนมาแบกสาวใช้วังสองคนนี้ออกไป"อยากจะเปลี่ยนสถานที่นอนไหม?" เซียวหลันยวนถ
"ไม่ต้องสนใจพวกเขา"เซียวหลันยวนยังนอนอยู่บนเตียงไม่ขยับ"อ๋องเจวี้ยน องค์จักรพรรดิเชิญท่านไปเข้าร่วมประชุมเช้า" ด้านนอกมีแหลมของคนในวังดังลอดเข้ามาที่นี่ถึงอย่างไรก็เป็นวังจักรพรรดิ พวกของชิงอีไม่กล้าไม่กล้าสะกดจุดชีพจรให้พวกเขาพูดไม่ได้ ถึงอย่างไรนี่ก็มาส่งพระประสงค์ขององค์จักรพรรดิการจะก่อกบฎซึ่งๆ หน้า ทำไม่ได้อยู่แล้วพอได้ยินขันทีเรียกเช่นนี้ สีหน้าชิงอีก็ย่ำแย่ไปแล้วเมื่อคืนส่งสาวใช้สองคนเข้ามา วุ่นวายกันกลางดึกจนท่านอ๋องกับพระชายาไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้ววันนี้ฟ้ายังไม่ทันสาง ก็ยังส่งคนเข้ามาเอะอะอีกอยากทำให้ท่านอ๋องกับพระชายาไม่ได้หลับไม่ได้นอนสิกระมัง?"กงกง ตอนนี้ใกล้ประชุมเช้าแล้วหรือ" ชิงอีเข้าขวางเบื้องหน้าขันที ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายคงดึงดันจะเข้ามาอีก"ยัง ยัง วันนี้องค์จักรพรรดิบอกกับทุกคนว่ายังจะต้องหารือเรื่องภัยพิบัติทางหอไป่กุย อยากจะฟังความเห็นของอ๋องเจวี้ยน แล้วก็องค์หญิงหนานฉือควรจะอภิเษกเพื่อสันติกับใคร ก็อยากจะถามอ๋องเจวี้ยนด้วย"หอไป่กุย?ในห้อง ฟู่จาวหนิงพอได้ยินก็ถามไปทางเซียวหลันยวนหอไป่กุยนางไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่รู้ว่าเป็นสถานที่แบบไหน"หอ
แต่วว่าฟู่จาวหนิงตอนนี้ก็ไม่ได้คิดจะโต้เถียงกับเขา"ให้หงจั๋วเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านไหม?""เจ้ามาช่วยนั่นล่ะ" เซียวหลันยวนส่ายหัว "แค่ช่วยข้ารวบผมก็พอ เสื้อผ้าเดี๋ยวข้าเปลี่ยนเอง"ตอนที่เขานอนหลับอย่างสงบ สามารถนอนนิ่งไม่ขยับได้ทั้งคืน เสื้อผ้าก็ไม่ได้ยับยู่ยี่ด้วยฟู่จาวหนิงเอียงตามองเขา "ได้เลย ท่านอ๋อง"ขันทีด้านนอกเรียกขึ้นมาอีกครั้ง "อ๋องเจวี้ยน!""ข้าจะไปเดี๋ยวนี้"เสียงของเซียวหลันยวนดังลอดออกมาจากในห้อง ขันทีตอนนี้จึงเพิ่งจะผ่อนลมโล่งลงมาถ้าเขาเรียกอ๋องเจวี้ยนออกมาไม่ได้ กลับไปก็คงอธิบายกับองค์จักรพรรดิลำบาก ถึงตอนนั้นเข้าคงถูกดุด่าอีก ไม่แน่อาจจะไม่ใช่แค่ด่าด้วยเซียวหลันยวนเพียงไม่นานก็ให้คนเข้ามาองครักษ์ประคองเขาไปที่เกี้ยวเบาแล้วยกแบกเขานั่งอยู่บนเกี้ยวเหลือบมองขันทีคนนั้น "วันนี้อยู่ต่อหน้าข้าเจ้าอย่าได้ส่งเสียง ข้าฟังเสียงเจ้าแล้วปวดหูเหลือเกิน"ขันทีอ้าปากพะงาบๆ แต่ก็รีบปิดลงไปทันทีเขาไม่กล้าขัดคำสั่งอ๋องเจวี้ยนหรอกอ๋องเจวี้ยนถูกเขาเอะอะจนโมโหขึ้นแล้วจริงๆฟู่จาวหนิงเองก็เดินออกมาแล้ว "ให้คนหยิบของว่างมาให้กินด้วย ท่านต้องกินยา จะให้หิวไส้กิ่วไม่
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ