เสิ่นเสวียนตอนนี้แน่ใจมาก "ใช่ ลูกกลอนแก้พิษของจาวหนิงออกฤทธิ์แล้ว"เขามองออกว่าไท่ไท่อาวุโสติดพิษ ลูกกลอนแก้พิษของจาวหนิงสามารถแก้พิษส่วนใหญ่ที่เห็นได้บ่อยบนโลกได้ แน่นอนว่าต้องได้ผลแต่ไท่ไท่อาวุโสก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา ดูแล้วก็ยังไม่แน่ว่าพิษจะขจัดหมดไปแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็เรียนมาแค่การจับชีพจรนิดหน่อย ยังไม่ได้เป็นเรื่องแพทย์สักเท่าไร ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรักษาอย่างไรต่อ"ยาของจาวหนิงยอดเยี่ยมจริงๆ" ท่านผู้เฒ่าสะอึกสะอื้น"ข้าป้อนยาลูกกลอนบำรุงหัวใจให้ท่านแม่ นางตอนนี้น่าจะมีสติขึ้นมาหน่อยแล้ว กลืนลงไปก็พอ""ได้ได้ได้ เช่นนั้นก็รีบป้อนให้นางเถอะ" ท่านผู้เฒ่าตอนนี้รู้สึกเชื่อมั่นต่อยาของฟู่จาวหนิงแล้ว เร่งเสิ่นเสวียนให้รีบป้อนยากับไท่ไท่อาวุโสหลังจากเสิ่นเสวียนวุ่นเสร็จก็สังเกตสภาพของไท่ไท่อาวุโส และเห็นว่าชีพจรของนางเหมือนจะมั่นคงขึ้นมาหน่อยแล้ว ในใจจึงสงบลงมาชั่วคราวเท่านั้น"ท่านพ่อ ตอนนี้พูดเรื่องในบ้านได้แล้วหรือยัง?" เสิ่นเสวียนมองท่านผู้เฒ่า มองออกว่าเขาเองก็เหนื่อยล้าเอามากๆ แต่ตอนนี้เขาต้องถามสถานการณ์ให้ชัดเจนเสียก่อนท่านผู้เฒ่าอันที่จริงคิดว่าตนเองจะเป็นลมล้มพับไ
"พวกเราไม่มีความทะเยอทะยาน แต่คนนอกจะเชื่อได้อย่างไร? แล้วยังมีคนตั้งมากมายขนาดนั้นคอยคิดจะหาวิธีชิงตระกูลเสิ่นอีก อาเสวียน เจ้าเองก็รู้ ในปีก่อนหน้าเหล่านั้น พวกขั้วอำนาจมืดมากมายตั้งเท่าไรพยายามจะดึงเจ้าไปเป็นพวก? เจ้าเองก็ปฏิเสธแล้ว แต่คนอื่นในตระกูลก็ไม่แน่ว่าจะทนต่อความล่อใจนี้ไหว"ท่านผู้เฒ่ามองภรรยาเฒ่าของตน รู้สึกหดหู่เล็กน้อย "ครั้งนี้ฮองเฮาเรียกแม่ของเจ้าเข้าวังก็เพื่อเรื่องนี้ ความหมายในคำพูดก็คือ ขอแค่พวกเราส่งมอบหนังสือสะสมเหล่านั้นของตระกูลเสิ่นเข้าวัง ก็จะปล่อยพี่ชายของเจ้า ให้เขากลับมาจากเมืองหมาน แล้วได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีก"เสิ่นฉยงพี่ชายของเสิ่นเสวียน ก่อนหน้านี้ไปทำผิดบางอย่างไว้แล้วถูกกักบริเวณอยู่ที่เมืองหมาน ห่างจากเมืองจักรพรรดิหนึ่งพันลี้ ผ่านไปตั้งนานขนาดนี้ ทั้งครอบครัวยังไม่มีโอกาสได้พบหน้า เหมือนกับขาดคุณชายใหญ่ไปอย่างไรอย่างนั้นไท่ไท่อาวุโสเองก็กังวลกับเสิ่นฉยงมาตลอด ฮองเฮาจู่ๆ ก็โยนสิ่งล่อใจนี้ออกมา เกือบจะทานไว้ไม่อยู่"แม่ของเจ้าตั้งแต่กลับมาจากวังก็เอาแต่หม่นหมองไม่เบิกบาน ดังนั้นข้าตอนแรกจึงไม่คิดอะไรมาก แค่คิดว่านางคงจะถูกกระตุ้นแรงไป คิ
"ลัทธิเทพทำลายล้างเองก็เหมือนกำลังจะฟื้นคืนจากการล่มสลายแล้วด้วย พวกเขาถ้าออกมาสร้างความวุ่นวายอีก ก็จะยิ่งพาช่องโหว่ได้ง่าย" เสิ่นเสวียนเอ่ยขึ้นอย่างสงบ "ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้พวกเราเองก็หวาดผวากับลัทธิเทพทำลายล้างมาตลอด พวกเขามียอดฝีมือสกัดพิษ พวกเราไม่มีความสามารถต่อต้านในด้านนี้ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว พวกเรามียอดฝีมือในการแก้พิษ"เรื่องนี้เขาเองก็ยังไม่เคยบอกกับจาวหนิงแต่ว่าศัตรูคู่แค้นของเซียวหลันยวนในอดีตก็คือลัทธิเทพทำลายล้าง จาวหนิงเองก็จะตรวจสอบเรื่องของพ่อแม่ ลูกน้องของนางเองก็ติดพิษของลัทธิเทพทำลายล้างมา ช่วยชีวิตกลับมาได้อย่างยากลำบากจาวหนิงเองก็จะรับมือกับลัทธิเทพทำลายล้างด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงมีเป้าหมายเดียวกันเขาตัดสินใจจะกลับตระกูลเสิ่นเพื่อจัดการหนอนบ่อนไส้ภายในออกเสียก่อนแล้วค่อยติดต่อจาวหนิง ถึงตอนนั้นอ๋องเซียวเองก็ยังสามารถซ่อนขั้วอำนาจในเมืองหลวงแคว้นเจา พวกเขาสามารถร่วมมือกัน ได้พี่ชายคนโตของเขา ทำไมถึงกลายเป็นเจ้าแท่นบูชาของลัทธิเทพทำลายล้างได้กัน?เขาเกลียดพวกชั่วร้ายเหล่านั้นมากที่สุดแล้วเพราะภรรยากับลูกชายของเขาล้วนถูกพิษเล่นงานจนตายจะว่าไ
พวกของไป๋หูเองก็เป็นครั้งแรกที่ติดตามฟู่จาวหนิงตลอดทางฟู่จาวหนิงก็มองพวกเขาเหมือนเพื่อนร่วมทาง ให้ความสำคัญกับพวกเขามาก และหวงแหนชีวิตของพวกเขามากเช่นกัน พวกเขารู้สึกซาบซึ้งมากและในช่วงที่ขุดยาที่เขาอวี้เหิง พวกเขาเองก็รู้สึกได้ถึงความดีงามของฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงบอกกับพวกเขาว่า พวกเขาต้องออกทำภารกิจเป็นประจำ บางครั้งจะพบกับอันตรายที่มาอย่างกะทันหัน ตอนที่ขเ้าภูเขา อาจจะมีสิ่งของที่พกติดตัวแล้วมีประโยชน์ได้ ดังนั้นระหว่างทางจึงยังสอนพวกเขาให้รู้จักสมุนไพร โดยเฉพาะพวกที่ห้ามเลือดได้ แบบไหนที่สามารถแพ้พิษได้ชั่วคราว กระทั่งแบบไหนที่กินแล้วจะอาเจียนนอกจากนี้ ยังมีพวกพิษงูพิษแมลงพิษมดอะไรพวกนี้อีก เจอกับอะไรก็สอนออกมาหมด"ตอนที่วิกฤตที่สุด ไม่มีวิธีอะไรแล้วจริงๆ กระทั่งยังสามารถใช้พิษสู้พิษได้ ถ้าหากใกล้จะต้องยกมือยอมแพ้ ข้างกายไม่มีอาวุธอะไร และยังไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว สามารถเคี้ยวหญ้ามดเพลิง แล้วน้ำลายที่พ่นออกมาก็จะเป็นพิษร้ายแรงด้วย และหญ้ามดเพลิงก็มักจะมีสิ่งที่เรียกว่าตะไคร่มดน้ำแข็งขึ้นอยู่ข้างๆ ให้อมตะไคร่มดน้ำแข็งนี้ทันทีก็จะคลายพิษลงได้""และตอนที่มองเห็นกองดินทรายที่ก
ฟู่จาวหนิงจะอยากเห็นเขาอีกได้อย่างไรกัน?แต่เซียวหลันยวนก็ยังเงี่ยหูฟังคำตอบของฟู่จาวหนิง"แน่นอนว่ามียาที่ใช้กับเขาได้ วัตถุดิบยาที่แก้พิษให้เขา ตอนนี้ขาอยู่แค่ตัวเดียวเท่านั้น""ยังขาดอีกตัวหรือ?" ชิงอีปรีดาขึ้นมา จากนั้นก็เหมือนถูกเผาความดีใจทิ้งไปครึ่งหนึ่ง "แล้วตัวนั้นคืออะไรหรือ?""เอ็นมังกรหยก" ฟู่จาวหนิงตอบเอ็นมังกรหยกหยกเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสจี้บอกกับนาง ต่อมาตอนที่นางศึกษา พลิกค้นดูคลังข้อมูลวัตถุดิบยาในคลังสกัดยา ก็ยังหาวัตถุดบยาชนินี้ไม่พบ"เอ็นมังกรหยกคืออะรกัน?" ชิงอีไม่ค่อยเข้าใจเซียวหลันยวนยิ่งตั้งใจฟังเขาเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อเอ็นมังกรหยกเลย"อันที่จริงเป็นงูชนิดหนึ่ง เอ็นงู แต่งูชนิดนี้ไม่ค่อยได้พบเห็น หาตัวยากมาก"ฟู่จาวหนิงดื่มน้ำ พักลงครู่หนึ่ง "ข่าวดีก็คือ ตัวยาอื่นสามารถกินไปก่อนได้ เอ็นมังกรหยกเป็นตัวขจัดพิษสุดท้าย หรือก็คือ อย่างน้อย ท่านอ๋องของพวกเจ้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องชีวิตแล้ว""แต่แผลเป็นพิษต้องใช้เอ็นมังกรหยกถึงจะกำจัดออกไปได้ใช่ไหม?" เซียวหลันยวนถามต่อขึ้นมาคำถามนี้ เขาอยากรู้จริงๆฟู่จาวหนิงขมวดคิ้ว "จุดนี้ตอนนี้ข้าก็ยังยืนยันไม่ได้ แต่หลั
ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังรอนางที่นี่กว่าครึ่งเดือน คงจะว่างเอามากๆ"เจ้าเข้าไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะเฝ้าด้านนอกให้ ให้พวกเขาออกไปหมดแล้ว" เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นเสียงต่ำฟู่จาวหนิงมองไปรอบๆ แล้วก็พบว่าไม่เห็นใครแล้วอันที่จริงนางอาบน้ำอยู่ด้านในก็มองไม่เห็นอยู่แล้ว แต่เซียวหลันยวนให้พวกเขาทั้งหมดถอยออกไป กระทั่งเสียงน้ำที่นางอาบพวกเขาก็ไม่ได้ยินอันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องขนาดนี้ แต่เขามีความคิดเช่นนี้ ฟู่จาวหนิงเองก็ไม่พูดอะไรอีก รีบเข้าไปอาบน้ำเซียวหลันยวนคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่างได้ยินเสียงน้ำรางๆ อารมณ์ก็ซับซ้อนขึ้นมาฟู่จาวหนิงไม่นานก็อาบเสร็จเดินออกมา "ข้าจะไปนอนก่อนนะ""ได้"นางเข้าไปในกระโจม พอทิ้งตัวลงนอนก็ได้กลิ่นของเซียวหลันยวนฟู่จาวหนิงเข้าใจขึ้นทันที นี่คือกระโจมที่เซียวหลันยวนนอน พวกเขาน่าจะยังไม่ได้เตรียมให้นางโดยเฉพาะกระมัง?ดูจากที่นี่แล้ว มีหมอนสองใบ นางนิ่งงันพรุ่งนี้ต้องรีบเก็บกวาดแล้วเดินทางนางเองก็เหนื่อยแล้วจริงๆ เพียงครู่เดียวก็หลับปุ๋ยไปผ่านไปพักหนึ่ง ชิงอีพวกเขาจึงกลับเข้ามา พวกของไป๋หู่เองก็ไปนอนแล้ว พวกของชิงอีก็ไปเตรียมอาหารค่ำกัน"ท่านอ๋อง ท่านจะเข้าไปพักผ่
"ข้าวเย็นทำเสร็จแล้ว รีบลุกขึ้นมากินเถอะ ข้าไปก่อนนะ" พูดจบคำนี้ เซียวหลันยวนก็ออกไปทันที"เซียวหลันยวน ท่านหยุดก่อน!" ฟู่จาวหนิงลุกขึ้นนั่งแต่เซียวหลันยวนกลับรีบฉากตัวออกไป เหมือนถูกผีวิ่งไล่อย่างไรอย่างนั้นโมโหจนฟู่จาวหนิงหยิบหมอนเล็กฟาดออกไปพวกของชิงอีก็มองเข้ามาพอดี และเห็นอ๋องเจวี้ยนหนีออกมาเหมือนกำลังวิ่งหนีอยู่อย่างไรอย่างนั้น จากนั้นก็มีหมอนลอยออกมา ตกมาอยู่บนพื้นด้านหลังเขาพวกเขาถลึงตาโตอ้าปากค้าง"ท่านอ๋อง นี่ท่าน?"เซียวหลันยวนแฉลบตัวผ่านไป เหลือบมองพวกเขาผาดหนึ่ง "หุบปาก"เขาหน้าขรึมเดินไปข้างๆ เดิมทีคิดจะออกไปแล้ว แต่ว่าคิดๆ แล้วก็วกกลับมา ไปหยิบชามใบหนึ่งไปตักแกงโสมไก่ป่าไปให้ฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงโมโหจนเข็ดฟันเซียวหลันยวนก่อนหน้านี้ไม่ใช่นิสัยแบบนี้นี่นา ก่อนหน้านี้เขามีอะไรก็พูดตรงๆ แล้วยังบอกอย่างเย็นชาว่าจะเก็บนางไว้รอฟู่หลินซื่อกลับมา จะคอยทำร้ายนางกระตุ้นนาง บีบบังคับนางผลลัพธ์ตอนนี้ทำไมเจอเรื่องแล้วจึงหนีกัน?ฟู่จาวหนิงโมโหอยู่พักหนึ่ง ไป๋หู่ก็เรียกนางออกมากินข้าว นางก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงเก็บข้าวของแล้วเดินออกมา"พระชายา นี่คือน้ำแกงไก่ที่ท่านอ๋องนำม
หลังจากสกัดยาเสร็จ ฟู่จาวหนิงจึงไปหาเซียวหลันยวนด้วยตัวเอง เอายาลูกกลอนขวดนั้นให้กับเขายาลูกกลอนเหล่านั้นทำมาไม่ใหญ่นัก แต่สิบหกเม็ดก็เป็นขวดใหญ่อยู่ยาเหล่านี้ด้านนอกสกัดไม่ได้ มีส่วนผสมมากมายที่ต้องใช้เครื่องมือสกัดและเติมเข้าไป ดังนั้นยาลูกกลอนนี้จึงน่าจะมีแค่นางที่สกัดออกมาได้ยิ่งไปกว่านั้นอย่าเห็นว่าเป็นแค่เม็ดเล็กๆ แต่วัตถุดิบยาที่จำเป็นต้องใช้มีไม่น้อยเลยเซียวหลันยวนมองอยู่ตลอด นางมักจะใช้หญ้าสมุนไพรเป็นจำนวนมาก นำขึ้นไปบนรถม้าก่อน ต่อมาจึงทิ้งเศษยาถุงใหญ่ออกมาและไม่รู้ว่านางใช้อะไรในการทำยาเขาจะรู้ได้อย่างไรว่านางแค่นำมากลั่นกรองเท่านั้น?"ยาเหล่านั้นที่นำมาอาบ หลังจากกลับไปจะแยกเป็นห่อๆ ให้ท่าน ทุกวันให้คนต้มมา แล้วท่านก็คอยระวังด้วย อย่างน้อยสิบห้าวันแรกห้ามขาดช่วง"นางพูดเช่นนี้ รู้สึกเหมือนหลังจากกลับไปนางก็จะไม่อยู่ที่จวนอ๋องเจวี้ยนอย่างไรอย่างนั้นเซียวหลันยวนรับขวดยานั้น พยักหน้า"จริงด้วย" ฟู่จาวหนิงมองเขาผาดหนึ่ง "แผลเป็นพิษนี้ใบหน้าท่าน ตอนนี้ก้ไม่เหมาะจะใช้หน้ากากแล้ว ดังนั้น หลังจากกลับไปถ้าหากต้องพบกับผู้คน"ก็คิดเอาเองแล้วกัน"ข้าจะไม่ออกจากจวน" เ
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ