ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังรอนางที่นี่กว่าครึ่งเดือน คงจะว่างเอามากๆ"เจ้าเข้าไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะเฝ้าด้านนอกให้ ให้พวกเขาออกไปหมดแล้ว" เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นเสียงต่ำฟู่จาวหนิงมองไปรอบๆ แล้วก็พบว่าไม่เห็นใครแล้วอันที่จริงนางอาบน้ำอยู่ด้านในก็มองไม่เห็นอยู่แล้ว แต่เซียวหลันยวนให้พวกเขาทั้งหมดถอยออกไป กระทั่งเสียงน้ำที่นางอาบพวกเขาก็ไม่ได้ยินอันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องขนาดนี้ แต่เขามีความคิดเช่นนี้ ฟู่จาวหนิงเองก็ไม่พูดอะไรอีก รีบเข้าไปอาบน้ำเซียวหลันยวนคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่างได้ยินเสียงน้ำรางๆ อารมณ์ก็ซับซ้อนขึ้นมาฟู่จาวหนิงไม่นานก็อาบเสร็จเดินออกมา "ข้าจะไปนอนก่อนนะ""ได้"นางเข้าไปในกระโจม พอทิ้งตัวลงนอนก็ได้กลิ่นของเซียวหลันยวนฟู่จาวหนิงเข้าใจขึ้นทันที นี่คือกระโจมที่เซียวหลันยวนนอน พวกเขาน่าจะยังไม่ได้เตรียมให้นางโดยเฉพาะกระมัง?ดูจากที่นี่แล้ว มีหมอนสองใบ นางนิ่งงันพรุ่งนี้ต้องรีบเก็บกวาดแล้วเดินทางนางเองก็เหนื่อยแล้วจริงๆ เพียงครู่เดียวก็หลับปุ๋ยไปผ่านไปพักหนึ่ง ชิงอีพวกเขาจึงกลับเข้ามา พวกของไป๋หู่เองก็ไปนอนแล้ว พวกของชิงอีก็ไปเตรียมอาหารค่ำกัน"ท่านอ๋อง ท่านจะเข้าไปพักผ่
"ข้าวเย็นทำเสร็จแล้ว รีบลุกขึ้นมากินเถอะ ข้าไปก่อนนะ" พูดจบคำนี้ เซียวหลันยวนก็ออกไปทันที"เซียวหลันยวน ท่านหยุดก่อน!" ฟู่จาวหนิงลุกขึ้นนั่งแต่เซียวหลันยวนกลับรีบฉากตัวออกไป เหมือนถูกผีวิ่งไล่อย่างไรอย่างนั้นโมโหจนฟู่จาวหนิงหยิบหมอนเล็กฟาดออกไปพวกของชิงอีก็มองเข้ามาพอดี และเห็นอ๋องเจวี้ยนหนีออกมาเหมือนกำลังวิ่งหนีอยู่อย่างไรอย่างนั้น จากนั้นก็มีหมอนลอยออกมา ตกมาอยู่บนพื้นด้านหลังเขาพวกเขาถลึงตาโตอ้าปากค้าง"ท่านอ๋อง นี่ท่าน?"เซียวหลันยวนแฉลบตัวผ่านไป เหลือบมองพวกเขาผาดหนึ่ง "หุบปาก"เขาหน้าขรึมเดินไปข้างๆ เดิมทีคิดจะออกไปแล้ว แต่ว่าคิดๆ แล้วก็วกกลับมา ไปหยิบชามใบหนึ่งไปตักแกงโสมไก่ป่าไปให้ฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงโมโหจนเข็ดฟันเซียวหลันยวนก่อนหน้านี้ไม่ใช่นิสัยแบบนี้นี่นา ก่อนหน้านี้เขามีอะไรก็พูดตรงๆ แล้วยังบอกอย่างเย็นชาว่าจะเก็บนางไว้รอฟู่หลินซื่อกลับมา จะคอยทำร้ายนางกระตุ้นนาง บีบบังคับนางผลลัพธ์ตอนนี้ทำไมเจอเรื่องแล้วจึงหนีกัน?ฟู่จาวหนิงโมโหอยู่พักหนึ่ง ไป๋หู่ก็เรียกนางออกมากินข้าว นางก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงเก็บข้าวของแล้วเดินออกมา"พระชายา นี่คือน้ำแกงไก่ที่ท่านอ๋องนำม
หลังจากสกัดยาเสร็จ ฟู่จาวหนิงจึงไปหาเซียวหลันยวนด้วยตัวเอง เอายาลูกกลอนขวดนั้นให้กับเขายาลูกกลอนเหล่านั้นทำมาไม่ใหญ่นัก แต่สิบหกเม็ดก็เป็นขวดใหญ่อยู่ยาเหล่านี้ด้านนอกสกัดไม่ได้ มีส่วนผสมมากมายที่ต้องใช้เครื่องมือสกัดและเติมเข้าไป ดังนั้นยาลูกกลอนนี้จึงน่าจะมีแค่นางที่สกัดออกมาได้ยิ่งไปกว่านั้นอย่าเห็นว่าเป็นแค่เม็ดเล็กๆ แต่วัตถุดิบยาที่จำเป็นต้องใช้มีไม่น้อยเลยเซียวหลันยวนมองอยู่ตลอด นางมักจะใช้หญ้าสมุนไพรเป็นจำนวนมาก นำขึ้นไปบนรถม้าก่อน ต่อมาจึงทิ้งเศษยาถุงใหญ่ออกมาและไม่รู้ว่านางใช้อะไรในการทำยาเขาจะรู้ได้อย่างไรว่านางแค่นำมากลั่นกรองเท่านั้น?"ยาเหล่านั้นที่นำมาอาบ หลังจากกลับไปจะแยกเป็นห่อๆ ให้ท่าน ทุกวันให้คนต้มมา แล้วท่านก็คอยระวังด้วย อย่างน้อยสิบห้าวันแรกห้ามขาดช่วง"นางพูดเช่นนี้ รู้สึกเหมือนหลังจากกลับไปนางก็จะไม่อยู่ที่จวนอ๋องเจวี้ยนอย่างไรอย่างนั้นเซียวหลันยวนรับขวดยานั้น พยักหน้า"จริงด้วย" ฟู่จาวหนิงมองเขาผาดหนึ่ง "แผลเป็นพิษนี้ใบหน้าท่าน ตอนนี้ก้ไม่เหมาะจะใช้หน้ากากแล้ว ดังนั้น หลังจากกลับไปถ้าหากต้องพบกับผู้คน"ก็คิดเอาเองแล้วกัน"ข้าจะไม่ออกจากจวน" เ
จะจับฟู่จาวหนิง ก็ต้องดูว่านางสำคัญแค่ไหนในใจอ๋องเจวี้ยน"อ๋องเจวี้ยน เป็นห่วงฟู่จาวหนิงขนาดนั้นเลยหรือ?" ฮองเฮาถามคำถามนี้ออกมา"ช่วงนี้ จวนชินอ๋องเซียวก็วุ่นวายเสียจนไม่ติดต่อใครทั้งนั้น" นางกำนัลอาวุโสโค้งตัวเติมน้ำชาให้กับนาง เอ่ยขึ้นเสียงต่ำว่า "เพราะพระชายาอ๋องเจวี้ยนเดิมทีเป็นคู่หมั้นของรัฐทายาทเซียว ตอนนั้นเองก็กลายเป็นที่ขบขันไปทั้งเมืองเพราะไล่ตามรัฐทายาทเซียวเพคะ""อืม เรื่องนี้ข้าเองก็รู้อยู่"ตอนนั้นฮองเฮาเองก็หัวเราะเยาะฟู่จาวหนิงไปไม่น้อย เอาแต่วิ่งตามรัฐทายาทเซียวอย่างไร้ยางอาย แล้วยังคิดจะบีบให้รัฐทายาทเซียวอภิเษกด้วยอีก"นางกับรัฐทายาทเซียวอภิเษกกันวันนั้นยังไปขวางถนนแล้วขอถอนหมั้น แล้วหันไปออกเรือนกับอ๋องเจวี้ยนแทน ไม่รู้ว่ามีคนมากขนาดไหนที่อยากเห็นนางปล่อยไก่เรื่องที่ใหญ่กว่านี้ อยากเห็นว่านางที่หน้าด้านไร้ยางอายมุดเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนสภาพนั้น จะมีจุดจบน่าเวทนาแค่ไหน""แต่ก็คิดไม่ถึงเลย ว่ารอไปรอมา รอจนถึงตอนนี้กลับกลายเป็นจวนชินอ๋องเซียวเสียเองที่ปล่อยไก่ รัฐทายาทเซียวกับหลี่จื่อเหยาน่าเวทนายิ่งกว่า ได้ยินว่ารัฐทายาทเซียวเมื่อวานนี้ไปในห้องภรรยารอง ผลคือภรร
ในจวนอ๋องเจวี้ยนขนาดคนใช้คนหนึ่งก็ยังไล่กัดคนได้ ใครจะรู้ว่าพอเซียวหลันยวนกลับมาจะพูดอะไรกับเขาบ้าง"ท่านฮองเฮา หลักๆ คือดูจากร่องรอยต่างๆ แล้ว อ๋องเจวี้ยนน่าจะชอบฟู่จาวหนิงเข้าแล้วจริงๆ"ฮองเฮาใจสั่นกึก นางไม่อยากจะยอมรับจุดนี้ แต่ก็อดไม่ยอมรับไม่ได้"เซียวหลันยวนแต่ก่อนก็ดูเหมือนคนที่ใกล้จะออกบวชกลายเป็นเทพเซียน เข้าใกล้ไม่ได้เลย ไม่คิดจริงๆ ว่าเขาจะไปชอบกับหญิงสาวต่ำๆ คนหนึ่งแบบนี้"ฟู่จาวหนิงนี่เป็นภูตจิ้งจอกจริงๆ"ฮองเฮา เรื่องนั้น""ครั้งนี้จะต้องทำให้สำเร็จ" ฮองเฮาพอคิดถึงคนเหล่านั้นที่ตายไปจากการที่ภารกิจล้มเหลวในครั้งที่แล้ว ก็ปวดใจราวกับถูกควักออกมาทั้งก้อนอย่างไรอย่างนั้นฝึกฝนมาตั้งนานนม ทุ่มลงไปตั้งเท่าไร จ่ายเงินไปตั้งเท่าไร คาดหวังไปตั้งเท่าไร!เตรียมทหารแรมปีเพื่อจะใช้เพียงชั่วครู่ คิดจะใช้ในโอกาสที่เหมาะที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ได้รับผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่สุดท้ายดันพลังทลายไปทั้งหมด!ถูกสังหารทิ้งไม่เหลือ แม้แต่คนเดียว!ขนาดจดหมายกลับมาสักฉบับก็ยังไม่มี แล้วยังเป็นพวกนักสืบที่นางส่งออกไปภายหลังถึงพบด้วยอีกหลังจากได้รับข่าวนี้ ฮองเฮาก็อั
ฟู่จาวหนิงอยากจะบอกเขาว่าจะไปงานประชุมหมอใหญ่ แต่ก็รู้สึกว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องพูด รอตอนจะไปแล้วค่อยบอก ตอนนี้พูดขึ้นมาจะกลายเป็นเหมือนนางพาเรื่องคุยกับเขาพวกเราตลอดทางนี้ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไรเซียวหลันยวนหลังจากถามไปสองคำพอเห็นนางไม่พูดอะไรอีก ก็ไม่รู้ว่าควรจะไปต่ออย่างไร"พอผ่านภูเขานี้ พวกเราสามารถพักที่เมืองชิงเหยาด้านล่างภูเขานี้สักคืนหนึ่งได้ พรุ่งนี้ค่อเดินทางต่อ""ได้"ฟู่จาวหนิงไม่มีความเห็นต่างพวกเขาเองก็เข้าเมืองกินอาหารร้อนๆ ป้อนอาหารให้ม้าแล้วให้ม้าได้พักผ่อนบ้างเหมือนกัน นอนบนเตียงดีดีสักคืนหนึ่งตอนที่พวกเขาผ่านเมืองชิงเหยาครั้งที่แล้วไม่ได้เข้ามาหยุดพัก ตอนนั้นทำเพื่อสะบัดพวกคนที่แอบตามมาเหล่านั้นออกพอถึงช่วงพลบค่ำ ขบวนก็เข้าไปในเมืองชิงเหยาที่นี่ถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ เพราะอยู่ที่ตีนเขาชิงเหยา รอบด้านมีทางให้ไปทั้งหมด ถือเป็นตำหน่งที่เชื่อมต่อได้ทุกทิศทาง ดังนั้นเหมืองชิงเหยาจึงค่อนข้างใหญ่ ยิ่งไปกว่านันยังคึกคักอีกด้วยพวกเขากำลังเข้าเมืองทันประตูเมืองปิดพอดีคนตั้งมากมาย รถม้าอีกหลายคัน ก็ยังดึงดูดสายตาผู้คนอยู่แต่พวกองครักษ์อย่า
ซื้อครั้งนี้ดูถือไม่ค่อยไหวพวกของไป๋หู่หิ้วของเต็มสองไม้สองมือนางหันหน้าไปอีกร้านหนึ่ง ผลคือมีคนเดินเข้ามาพอดี ทั้งสองฝ่ายเกือบจะชนกันถ้าไม่ใช่ฟู่จาวหนิงปฏิกิริยาฉับไว ฉากหลบอย่างรวดเร็ว คงได้ชนกับอีกฝ่ายไปแล้วแน่ๆ"ไม่มีตาเลยหรือ?"อีกฝ่ายตะคอกขึ้นมาอย่างหยาบคายฟู่จาวหนิงพอได้ยิน เสียงนี้คุ้นหูเหลือเกินพอเงยหน้ามองไป อีกฝ่ายก็มองเห็นนาง ทันใดนั้นก็ดีอกดีใจร้องขึ้นมา "ลูกพี่หนิง"ฟู่จาวหนิงกุมหน้าผากนี่มันดวงอะไรกัน?นางเพิ่งจะคิดถึงลู่ทงกับเจิ้งหยาง คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอพวกเขาที่นี่เสียแล้ว"พวกเจ้าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กัน?"ลู่ทงเบะปาก เกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว"ลูกพี่หนิง พวกเราหาท่านมาตั้งนาน ตอนนั้นได้ยินว่าท่านกับอ๋องเจวี้ยนออกจากเมืองหลวง พวกเราคิดจะติดตามไป คิดว่าระหว่างทางอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง ผลคือตามไปไม่ทัน จนคลาดกับพวกท่านไป"ฟู่จาวหนิงหมดคำจะพูด แทบไม่กล้าที่จะเชื่อ"เจ้าอย่าบอกนะ ว่าพวกเจ้าออกจากเมืองหลวงมาสองเดือนกว่าแล้วยังไม่ได้กลับเข้าไป?""เดิมทีพวกเขาก็ตามมาด้วยกัน แต่เพราะหาพวกท่านไม่เจอมาตลอด พวกเขาเลยกลับกันไปก่อน ข้ากับเจิ้งหยางไม่ค่อยสบายใจ เลยอ
"คุณหนู ถ้าอย่างนั้นกลับโรงเตี๊ยมกันก่อนเถอะ" พวกของไป๋หูไม่ค่อยวางใจลู่ทงเอ่ยว่า "ลูกพี่หนิงยังซื้อของไม่จุใจเช่นนั้นพวกเราจะไปเป็นเพื่อนนางเอง ที่นี่พวกเราเดนิมาจนปรุนแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ""ไม่เป็นไร พวกเจ้าเอาของกลับไปก่อนเถอะ หรือไม่ก็เจ้าให้พวกเขานำกลับไป เจ้าอยู่ที่นี่ก็ได้" ฟู่จาวหนิงพูดไป๋หู่นึกถึงฝีมือของนาง จากนั้นก็นึกถึงตอนที่ออกเดินทางทั้งไปและกลับ มีแต่ถนนหนทางบนภูเขา ไม่มีความคึกคักสัญจรแบบในเมืองให้นางได้เดินได้ชมเลย จะผ่อนคลายเสียหน่อยก็ยากลำบากจริงๆ นั่นล่ะเขาพยักหน้า นำสิ่งของส่งให้องครักษ์คนอื่น ให้พวกเขากลับโรงเตี๊ยมไปปก่อน ส่วนตนเองกับพวกลู่ทงเจิ้งหยางจะเดินเป็นเพื่อนกับฟู่จาวหนิงต่อ"ได้ยินว่าใกล้ๆ จวนนี้มีร้านขายขนมแปดสมบัติอยู่" ลู่ทงบอกกับฟู่จาวหนิง "เลื่องชื่ออย่างมาก ขนมแปดสมบัติที่ครัวหลวงทำก็ยังไม่อร่อยเท่าของพวกเขาเลย ยิ่งไปกว่านั้นผลไม้ที่พวกเขาใช้ก็ยังหอมหวานกว่า รสชาติสัมผัสก็ไม่เหมือนกัน มีคนไม่น้อยที่เดินทางไปซื้อโดยเฉพาะเลยด้วย""ขนมแปดสมบัติ? ปู่ของข้าน่าจะชอบนะ อยู่ที่ไหน ไปดูหน่อย"ฟู่จาวหนิงสนใจขึ้นมาอันที่จริงนางก็ยังไม่อยากจะ
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ