ฟู่จาวหนิงรู้ว่าถ้าไม่บอกว่าเฮ่อเหลียนเฟยเป็นอย่างไรบ้าง ท่านปู่คงไม่วางใจดังนั้นนางจึงเลือกเล่าเรื่องราชาเฮ่อเหลียน จากนั้นก็บอกว่าจะไม่ให้เฮ่อเหลียนเฟยกลับไปแล้ว นี่จึงทำให้ผู้เฒ่าฟู่วางใจขึ้นมาได้บ้าง"ใช่ๆๆ พ่อของเขาคนนั้นทำไมจึงไม่ได้เรื่องเช่นนี้? ทำความผิดอย่างสังหารล้างเผ่าด้วยตนเอง แล้วยังไม่คิดอีกว่าลูกชายอยู่ที่ไหน ไม่ยอมส่งคนมาปกป้อง ไม่บอกแจ้งกับเขา ไม่กลัวว่าเสี่ยวเฟยจะเกิดเรื่องเลยหรือ?"ผู้เฒ่าฟู่มองใบหน้าขาวซีดของเฮ่อเหลียนเฟย ปวดใจขึ้นมาสิ่งที่ฟู่จาวหนิงพุดมา ให้เฮ่อเหลียนเฟยอยู่ที่นี่ไม่ต้องกลับไปแล้ว ก็ตรงกับใจเขาพอดีตอนนี้ต่อให้เฮ่อเหลียนเฟยบอกว่าตนเองจะไป ผู้เฒ่าฟู่เองก็คงไม่ยอมให้เขาไปแล้ว"ท่านปู่ ลุงของข้าเองก็อยู่ที่นี่ ท่านไปคุยกับเขาดีไหม?""ได้ได้ได้ เจ้าคงจะเหนื่อยมากแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปหาเสิ่นเสวียนคุยด้วยเสียหน่อย"รอจนผู้เฒ่าฟู่ออกไป เฮ่อเหลียนเฟยก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น"พี่หญิง""ข้าอยู่นี่แล้ว"ฟู่จาวหนิงไม่ขยับตัวนางเหนื่อยมาก เจ็บแผลด้วย ไม่อยากจะขยับแล้วเฮ่อเหลียนเฟยลุกขึ้นนั่งทันที มองไปที่นาง ร้องไห้จ้าขึ้นมา"พี่ พี่หญิงท่
"คนของต้าชื่อ"เซียวหลันยวนหลังจากได้ยินก็นิ่งงันไปครู่หนึ่งฟู่จาวหนิงมองเขา รอจนเขาจัดการความคิดของเขาเสียหน่อย จากนั้นจึงถามขึ้นคำหนึ่ง "เจ้ารู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้ต้องไปถามลุงของข้าไหม?"เสิ่นเสวียนถึงอย่างไรก็เป็นคนจากต้าชื่อ"เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ เรื่องนี้ข้าจัดการเอง ไม่ต้องคิดอะไรมาก" เซียวหลันยวนมองนาง ยื่นมือไปลูบหน้าผากนาง "เจ้าตัวร้อนหน่อยๆ นะ""จริงหรือ?"ฟู่จาวหนิงงงงัน จึงยกมือตนเองขึ้นอังหน้าผากนางเป็นไข้จริงๆ แล้วกลับไม่รุ้ตัวเลยเฮ่อเหลียนเฟยรีบเอ่ยขึ้น "พี่หญิง เช่นนั้นท่านต้องรีบกินยาแล้ว ไปจับไข้มาบนภูเขาหิมะใช่ไหม?""ให้คนจัดให้เสี่ยวเฟยพักที่นี่ก่อนได้ไหม?" ฟู่จาวหนิงมองเซียวหลันยวน"พักที่นี่ไปก่อนทั้งหมดนั่นล่ะ" เซียวหลันยวนอุ้มนางขึ้นมา "ปู่ของเจ้าก็พักที่นี่ไปก่อน เจ้าไม่ต้องกังวลมาก ข้าจะอุ้มเจ้ากลับเรือนเจียนเจีย"เขาไม่รู้เลยว่าที่แท้นางจะมีนิสัยขี้กังวลขนาดนี้ ตัวเองเจ็บจนเป็นไข้แล้วแท้ๆ ในสมองกลับยังคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้เต็มไปหมด"ใช่ใช่ใช่ พี่หญิง ข้าจะตามพี่เขยไป ท่านไม่ต้องกังวล" เฮ่อเหลียนเฟยเอ่ยขึ้น"พี่เขย?"เซียวหลันยวนหันมามองเขาผา
เฮ่อเหลียนเฟยเองก็แปลกใจ อยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ยังดีหน่อย แต่พออยู่ต่อหน้าเสิ่นเสวียนกลับปอดแหกขึ้นมาเสียอย่างนั้นเซียวหลันยวนมองพวกเขาอย่างละเอียด ตอนนี้ดูแล้วเฮ่อเหลียนเฟยไม่ได้คล้ายเสิ่นเสวียนเท่าไรน่าจะเพราะสังเกตได้ถึงการพิจารณาของเขา เสิ่นเสวียนก็เข้าใจขึ้นมาว่าเขากำลังมองอะไร"ข้าตอนนี้หน้าตาไม่ค่อยเหมือนสมัยเด็กๆ""ความหมายของท่านลุงคือ เสี่ยวเฟยดูคล้ายกับท่านตอนเด็กหรือ?" เซียวหลันยวนถามเฮ่อเหลียนเฟยมองเสิ่นเสวียนด้วยอาการตื่นเต้นและใจตุ้มต่อม รอคำตอบของเขาเสิ่นเสวียนไม่ทำให้เขาผิดหวัง พยักหน้ายอมรับ"ก็ดูคล้ายมากจริงๆ""เช่นนั้นข้า ข้า" จะเป็นหลานชายของเขาจริงไหม แล้วจะเป็นน้องชายแท้ๆ ของพี่หญิงจริงไหม?"เมื่อครู่ข้าถามเขาไปคำถามหนึ่ง เผ่าเฮ่อเหลียนเวลานี้มีเรื่อง เขาคิดจะกลับไปไหม" เสิ่นเสวียนบอกเซียวหลันยวน "เขายังพิจารณาอยู่"เซียวหลันยวนเองก็มองไปทางเฮ่อเหลียนเฟยเฮ่อเหลียนเฟยตึงเครียดขึ้นมา"ข้า ข้า ข้ากับท่านพ่อไม่มีความรู้สึกอะไรให้กัน เขาเองก็ไม่ได้รักข้าเท่าไร ถึงแม้คนนอกจะล้วนคิดว่าเขาน่าจะยกตำแหน่งราชาเฮ่อเหลียนให้ข้า แต่ข้ารู้ อันที่จริงเขาคิดจะให้ข้า
"ไฝสีแดง" เสิ่นเสวียนกวักมือให้เขาเข้ามาดูเฮ่อเหลียนเฟยรีบให้เขาก้มหัวลงมาเสิ่นเสวียนแหวกเส้นผมของเขา เซียวหลันยวนเองก็เข้ามาด้วยเขาตกตะลึงมาก "ไฝสีแดง"บนกระหม่อมมีอยู่จริงๆ ด้วย!สายเลือดของเสิ่นเสวียนแปลกประหลาดขนาดนี้เชียวหรือ?"บนหัวจาวหนิงข้าไม่เคยไปดู แต่เท้าของนางไม่ใช่เช่นนี้ ดูดีกว่ามาก"เสิ่นเสวียนพอได้ยินคำพูดของเซียวหลันยวนก็พูดไม่ออกไปหน่อยๆ"เสี่ยวเชี่ยวเองก็ดูดี แต่นิ้วที่สองก็ยังยาวกว่านิ้วโป้งอยู่นิดหน่อย ใช่ไหม?"ฟู่จาวหนิงเป็นหญิงสาว แน่นอนว่าเท้าต้องดูดีกว่าเฮ่อเหลียนเฟย นี่เขาต้องเอามาพูดเทียบกันด้วยหรือ?แต่ว่า เขาไปเห็นเท้าของฟู่จาวหนิงตั้งแต่เมื่อไรกัน?ถ้าหากเขาเดาไม่ผิดล่ะก็ พวกเขาทั้งสองคนน่าจะยังเป็นสามีภรรยาปลอมๆ อยู่เสิ่นเสวียนเหลือบมองเซียวหลันยวนอีกผาดหนึ่ง ไม่พูดอะไรอีก"นี่ก็จริงอยู่" เซียวหลันยวนพยักหน้ายอมรับ แต่ก็อดเสริมขึ้นมาคำหนึ่งไม่ได้ "ก็ยาวกว่านิดหน่อย แต่เท้าของนางก็ดูดีอยู่"ชิงอีที่คุ้มกันอยู่ด้านนอกพอได้ยินคำพูดนี้ก็ปิดหูขึ้นมาท่านอ๋องตอนนี้ไร้เดียงสาขนาดนี้เชียว?มีใครพูดว่าเท้าของพระชายาไม่น่ามองบ้างกัน? แล้วทำไมถึง
"ต้าชื่อตอนนี้กำลังทะเยอทะยานมากเลยสินะ?"เซียวหลันยวนรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของกลุ่มสำนักหรือตระกูลเดียวแล้ว เบื้องหลังเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องระหว่างแคว้นด้วยกัน"ดังนั้น ต้องกลับต้าชื่อ"เสิ่นเสวียนจะกลับไป ไม่ว่าจะเรื่องในบ้านหรือว่าเรื่องของเสิ่นเชี่ยว หรือจะเป็นเรื่องระหว่างแคว้นทั้งสองในตอนนี้ ก็ล้วนต้องกลับไปที่ต้าชื่อเท่านั้นจึงจะตรวจสอบได้ชัดเจน"พวกเขาหลายปีก่อนก็จัดวางคนตั้งมากมายเข้ามาในเมืองหลวงแคว้นเจาแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร"เสิ่นเสวียนมองเซียวหลันยวน "ท่านส่งคนไปลองตรวจสอบเถอะ""ข้ารู้แล้ว"เซียวหลันยวนรู้สึกว่าเบื้องหลังมีแผนร้ายอะไรบางอย่างอยู่"แล้วก็ลัทธิเทพทำลายล้างนั่น ก็เข้ามาผสมโรงอยู่ในนี้พอดี พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ยังต้องตรวจสอบให้ละเอียด"ฟู่จาวหนิงหลับไปครั้งนี้ ก็หลับยาวต่อไปจนถึงวันถัดมาระหว่างนี้นางตื่นขึ้นมาสองครั้ง ดื่มยาลดไข้ของตนเองลงไปอย่างมึนๆ งงๆ จากนั้นก็เข้าห้องน้ำอีกครั้งหนึ่ง เวลาที่เหลือล้วนไม่รู้ว่าใครมาป้อนน้ำให้นาง แล้วก็หลับลึกไปยาวๆแต่ว่าร่างกายของนางก็ฟื้นฟูได้ดีมากจริงๆหลังจากตื่นมาในวันที่ส
ฟู่จาวหนิงยอมรับเช่นนี้ก็เป็นการยอมรับว่าวิชาแพทย์ที่นางเรียนมานั้นล้ำหน้ากว่าเหล่าหมอในใต้หล้าปัจจุบันนี้แล้วพูดขึ้นมาเหมือนนางมีอะไรที่มหัศจรรย์อยู่จริงๆบนโลกมักมีผู้วิเศษอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นอารมณ์และนิสัยของพวกผู้วิเศษก็ล้วนจะแปลกประหลาดกันหมด ดังนั้นที่อาจารย์ของนางไม่มีชื่อเสียงเรียงนามก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร"ช่วงนี้เมืองหลวงมีคนคาดเดาว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นใครกันแล้ว"เสิ่นเสวียนบอกเรื่องนี้กับฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงก็เคยได้ยินมา นั่นเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสจี้อาจารย์นางจัดวางเอาไว้เช่นนั้นเรื่องที่มาของวิชาแพทย์นางก็พอกล้อมแกล้มไปได้ตอนนี้ได้ยินว่าทุกคนก็เหมือนไม่ได้สงสัยอะไร ล้วนเชื่อกันหมด"มีคนบอกว่า เรื่องที่เจ้าทำก่อนหน้านี้ล้วนเป็นการเสแสร้งแกล้งทำทั้งหมด และยังมีคนพูดอีกว่า ตอนนั้นที่เจ้าคิดจะออกเรือนกับเซียวเหยียนจิ่งก็เป็นเรื่องโกหก ไม่เช่นนั้นเจ้าจะปิดบังเรื่องที่รู้วิชาแพทย์กับเขาทำไมกัน?"มีคนไม่น้อยหลังจากได้ยินข่าวก็ล้วนคาดเดากันเช่นนี้ตอนนั้นฟู่จาวหนิงพูดเรื่องที่วิชาแพทย์ตนเองยอดเยี่ยมเสียขนาดนี้ออกมา จวนชินอ๋องเซียวคงจะประคองนางไว้ในฝ่ามือแน่ ทำไมถึงจะไม่แ
"จริงหรือ?"เฮ่อเหลียนเฟย ไม่สิ หลังจากนี้ต้องเรียกว่าฟู่จาวเฟยแล้ว เขาตื่นเต้นจนกระโดดขึ้นมาทันที โหร้องดีใจไปทั่วทั้งจวนอ๋องผู้เฒ่าฟู่เองพอได้ยินข่าวนี้ น้ำตาคนแก่ก็อาบแก้ม"จาวหนิง เสี่ยวเฟนเป็นหลานชายข้าจริงๆ! เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อแม่ของเจ้าก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่ พวกเขายังมีชีวิตอยู่!"ผู้เฒ่าฟู่ครั้งนี้ร้องจนหยุดไม่อยู่แล้วหลายปีมานี้เขาผ่านมาไม่ง่ายเลย กว่าจะชุบเลี้ยงลูกชายจนเติบโต แล้วลูกชายก็ยังเก่งกาจเสียขนาดนั้น เพิ่งจะมีชีวิตรุ่งโรจน์ในเมืองหลวง แล้วยังรับภรรยาที่ดีมา ตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว แล้วยังมีคุณความดีที่ช่วยชีวิตคนไว้อีกตอนนั้นพวกเขาเดิมทีรู้สึกว่าตระกูลฟู่กำลังจะโจนทะยานแล้วผู้เฒ่าฟู่ตอนนั้นก็มีความสุขที่สุด ขนาดคนในบ้านอื่นตอนนั้นก็ยังมีสีหน้าเช่นตอนนี้ เวลานั้นพวกเขาก็ยังคอยง้อเขาง้อฟู่จิ้นเชินอยู่เลยบ้านตระกูลฟู่คึกคัก แล้วยังดูมีอนาคตสดใสแต่แค่คืนเดียวก็เปลี่ยนไปทั้งหมดทั้งหมดกลายเป็นฟองสบูไปลูกชายและภรรยาเกือบถูกจับเข้าคุกราชวงศ์ แล้วต่อมาก็ยังหายสาบสูญ เหลือไว้แค่หลานสาวตัวน้อยที่อ่อนแอคนหนึ่ง วันวันเอาแต่ร้องไห้ ผู้เฒ่าฟู่รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลง
เสียงของเซียวหลันยวนดังลอดเข้ามาจากด้านนอก"ฝึกทหารมาปกป้องพี่สาวเจ้าหรือ? ปณิธานกว้างไกลเสียจริง"เซียวหลันยวนที่ไอเย็นวาบทั้งตัว คลุมด้วยผ้าคลุมขนจิ้งจอกขาว ยืนอยู่หน้าประตูเขามองมายังปู่หลานทั้งสามคนในห้อง ไม่เดินเข้ามาในใจเขาจะมากน้อยยังรู้สึกสับสนอยู่เห็นๆ อยู่ว่าเขากับฟู่จาวหนิงแต่งงานกันแล้ว เขาเป็นสามีของนาง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นอ๋องของแคว้นเจานะ ในมือยังมีองครักษ์เงามังกรอยู่ด้วย แต่ปู่หลานตระกูลฟู่นี่กลับไม่นับเขาเข้าไป ยังคงรู้สึกว่าฟู่จาวหนิงเป็นหญิงสาวโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพาอีกหรือ?ความรู้สึกนี้ทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้หน่อยๆฟู่จาวหนิงมีเขาคอยคุ้มครองไม่ได้หรือไรกัน?ผู้เฒ่าฟู่พอได้ยินเสียงของเขาก็รีบใช้ชายเสื้อเช็ดน้ำตาทันที ยืดหลังตรง น้ำเสียงสงบลงอย่างชัดเจน"เรื่องนี้ต้องขอบคุณอ๋องเจวี้ยน ตระกูลฟู่ซาบซึ้งอย่างเหลือคณา"ผู้เฒ่าคนนี้ คิดจะขีดเส้นชัดเจนกับเขาหรือ? มาพักถึงในจวนอ๋องเจวี้ยนแล้วแท้ๆ แต่ยังจะมาเกรงอกเกรงใจแบบนี้อีก?นิสัยนี้ไม่น่ารักเอาเสียเลยน้ำเสียงเซียวหลันยวนเองก็เรียบนิ่ง "ท่านผู้เฒ่าเกรงใจไปแล้ว หนิงหนิงเป็นภรรยาของข้า พวกท่านเองก็เป็นครอบครัว
จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."
"เฉินเซียง ข้าจะทำอย่างไรดี?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นทำได้เพียงงึมงำถามเฉินเซียง ท่านทีของอ๋องเจวี้ยน กับความเย็นชาของฟู่จาวหนิง เส้นทางที่จะเข้าไปในจวนอ๋องเจวี้ยนก็ผ่านไปไม่ได้แล้วนางทำมาถึงจุดนนี้แล้ว จะให้ต้องตกต่ำลงไปอีกนั้นมันก็มากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นต่อให้นางจะตกต่ำเรี่ยดิน อ๋องเจวี้ยนเองก็ไม่แน่ว่าจะหวั่นไหว เขามันไร้อารมณ์เกินไปเฉินเซียงนั่งอยู่บนเกาอี้ งอตัวค้อมลงมา ที่โดนฟู่จาวหนิงเตะไปเมื่อครู่ นางรู้สึกว่าตนเองตอนนี้ไม่ดีขึ้นได้เลย ความเจ็บปวดบนร่างกาย ทำให้ในใจนางยิ่งรู้สึกชิงชัง"องค์หญิงใหญ่ ในเมื่ออ๋องเจวี้ยนไร้ความรู้สึกเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ปล่อยวางเถิด จากที่ข้าน้อยเห็น บางทีอ๋องเจวี้ยนในแคว้นเจาก็เหมือนจะปกป้องตัวเองลำบากอยู่ จักรพรรดิแคว้นเจาคิดจะเล่นงานเขาตลอดเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับปาก เพราะเดิมทีเขาก็ไม่มีฝีมืออยู่แล้ว!"เฉินเซียงรู้สึกว่าตอนนี้พูดแย่ๆ กับอ๋องเจวี้ยนแล้ว ยังทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย"ขนาดเขาตอนนี้ยังไม่กล้าปลดหน้ากากลงเลย น่าจะเพราะใบหน้าของเขามันพังยับจนไม่เหลือสภาพแล้วจริงๆ ไม่กล้าจะให้องค์หญิงใหญ่เห็น เขารู้สึกด้อยค่า ใช่แล้ว
หยวนอี้เข้าใจความหมายของนางขึ้นมาทันทีเขาไม่มีตกตะลึงเลยแม้แต่น้อยแม้ฟู่จาวหนิงจะยังสวมหน้ากาก โผล่มาเพียงตาคู่เดียว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่านางมีแรงมาก"ข้าเป็นลูกมือให้ท่านได้จริงๆ นะ ที่นี่ไม่ใช่ว่าขาดกำลังคนอย่างหนักอยู่หรือ?"หยวนอี้ยังอยากจะเสนอตัวเองอยู่"ข้าทำนาได้ปลูกต้นไม้ได้ แล้วก็มีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบพวกคนไร้ความสามารถนะ พวกงานที่ต้องใช้แรงให้ข้าจัดการได้เลย ในเมื่อที่นี่ขาดคน เช่นนั้นมีคนตัวใหญ่อย่างข้าที่นี่ ไม่ใช้ก็น่าเสียดายนะจริงไหม?""ไม่กล้ารบกวนท่านทูตจากแคว้นหมิ่นหรอก" ฟู่จาวหนิงพูดจบก็หมุนตัวเข้าเรือนไปไป๋หู่ขวางหยวนอี้ไว้ เขาเองก็เข้าไปไม่ได้ ทำได้แค่มองแผ่นหลังของฟู่จาวหนิงอย่างเสียดาย ถอนหายใจออกมา"คุณชายหยวนถ้าหากพุ่งเป้ามาหาจาวหนิงจริง เช่นนั้นก็ล้มเลิกความคิดเสียเถอะ" ฟู่จิ้นเชินเอ่ยขึ้น"คุณชายฟู่ เรื่องนี้ก็น่าจะพูดกับท่านได้กระมัง? อันที่จริงสำหรับพระชายาอ๋องเจวี้ยนแล้ว ก็อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยก็ได้""เป็นเจตนาของแคว้นหมิ่น หรือว่าของตัวท่านเองกันล่ะ?""ตอนแรกก็เป็นของตัวข้าเอง แต่ข้าก็กล่อมจักรพรรดิแคว้นของพวกเราไปแล้ว เขาเองก็ฟังเสียงของข้าอ
"ขอบคุณที่ชม"ฟู่จาวหนิงถามกลับอย่างมั่นคง ไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกรู้สาอะไรกับคำชมประโยคนี้ของเขาเลย กระทั่งไม่มีอาการตกตะลึงอีกด้วยนี่ทำให้หยวนอี้รู้สึกเกินคาดขึ้นมาเขายังคิดว่าจะทำให้อารมณ์ของฟู่จาวหนิงเปลี่ยนแปลงได้บ้างภายใต้สถานการณ์ที่ตกตะลึงนี้ คิดว่านางจะพูดอะไรออกมาสักประโยคหนึ่งแล้วทำให้เขาเข้าใจความคิดของนางได้อย่างชัดเจนคิดไม่ถึงว่าเขาที่ทำตัวประหลาดออกมา แต่นางกลับนิ่งแบบนี้"ดูท่าหมอฟู่จะได้ยินคำชมมาจนชินแล้วสินะ" หยวนอี้เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ได้ตอบประโยคนี้ของเขา แต่กลับพิจารณาเขาทั้งตัวหยวนอี้ถูกนางมองจนยืดอกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ ยืนตรงแน่วขึ้นมา"ท่านชื่อหยวนอี้ใช่ไหม?" ฟู่จาวหนิงถาม"ขอรับ""ลูกชายหยวนกังทูตแคว้นหมิ่น หยวนอี้ที่ตอนนี้ควรจะคอยสอนขุนนางเกษตรเพาะปลุกอยู่ในเมืองหลวงนั่นน่ะนะ?" ฟู่จาวหนิงพูดออกมาอย่างชัดถ้อยทุกคำหยวนอี้นิ้งค้างไปไม่ใช่สิ นางรู้จักเขาด้วยหรือ?เขาเองก็เลี่ยงพวกหมอหลวงที่รู้จักเขาแล้ว แทบจะพูดได้ว่าซ่อนตัวทั้งคืนเลยทีเดียว ตอนที่เข้ามาก็หลบเลี่ยงคนจากเมืองหลวงที่รู้จักเขาพวกนั้น เตรียมคำพูดเอาไว้เยอะมาก คิดว่าจะพูดอะไรกับฟู่จ
หยวนอี้ตอนที่เข้ามาก็เห็นกับภาพที่ 'สับสนอลหม่าน' นี้เขาประกายตาแล่นวาบ กำลังจะเข้าไปในประตูวงกลม ไป๋หู่ก็หมุนตัวมามองเขา "ช้าก่อน"หยวนอี้โบกไม้โบกมือ "สหายไป๋หู่""อย่าเข้าใกล้นัก เหมือนข้าเคยบอกท่านไว้แล้ว ที่นี่ท่านห้ามเข้าไป" ไป๋หู่เอ่ยขึ้นฟู่จิ้นเชินออกมาจัดการความวุ่นวายนี้ ให้ป้าหนิวป้าหลี่มาช่วยประคององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเข้าไปในห้องเฉินเซียงกลับไม่มีใครสนใจ"พวกเจ้ารังแกกันเกินไปแล้ว..."เฉินเซียงดิ้นรนอยู่พักหนึ่งถึงลุกขึ้นมาได้ นางรู้สึกว่าอวัยวะภายในตนเองปวดร้าวไปหมดเท้าของฟู่จาวหนิงแรงหนักขนาดนี้เชียว!นางไม่เป็นวรยุทธ์เลยจริงหรือ?แต่ว่าฟู่จาวหนิงทำไมถึงกล้า กล้าเตะนางขนาดนี้!สายตาของหยวนอี้เก็บกลับมาจากตัวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่ถูกประคองเข้าห้อง หันไปตกอยู่บนตัวเฉินเซ๊ยงแทน ใต้ตาเกิดความสนใจขึ้นมา"แม่นางไปยั่วหมอฟู่อย่างไรกันเนี่ย?"ฟู่จาวหนิงมองเขา ถามไป๋หู่ว่า "นี่ใครหรือ?""บอกว่าชื่อหยวนอี้ ติดตามหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามา อยากจะมาช่วยเหลือที่เมืองเจ้อขอรับ" ไป๋หู่บอกกับฟู่จาวหนิงฟู่จิ้นเชินเดินมาอยู่ข้างๆ ฟู่จาวหนิง กดเสียงลงต่ำ "รู้สึกเหมือนเขาน่าสงสัย
เซียวหลันยวนหมุนตัวจากไปองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองแผ่นเหลังเขา จะอย่างไรก็ตั้งสติกลับมาไม่ได้เฉินเซียงเห็นว่าการสนทนาขององค์หญิงใหญ่พังทลายลงแล้ว สีหน้าก็ลนลานขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาไล่ตามเซียวหลันยวนไป"อ๋องเจวี้ยน! ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!" หมอเทวดาฟู่วางยาอะไรใส่ท่านใช่ไหม ท่านทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?นางยังไม่ทันพุ่งออกจากประตูวงกลม ก็ถูกไป๋หู่ฟาดกลับมาไป๋หู่ยังใช้แค่กำลังภายในด้วย แต่ห้ามไม่ให้นางออกไป ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนางแต่เฉินเซียงก็ทรุดตัวลงบนพื้น แค่รู้สึกว่าเจ็บเข่าเจ็บก้น มือก็เจ็บ หัวก็ปวดไปหมดนางร้องไห้ออกมา "พวกเจ้าจะมารังแกองค์หญิงใหญ่ของพวกเราแบบนี้ไม่ได้ นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่มีโชคมากที่สุดในต้าชื่อนะ"เซียวหลันยวนเดินไปไกลแล้ว ไม่หันหลังกลับมาไป๋หู่ยืนอยู่ที่ประตูวงกลม มององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "องค์หญิงใหญ่กลับห้องไปเถิด"จะว่าไปเขาเองก็เป็นคนต้าชื่อเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่ององค์หญิงใหญ่มามากตอนนี้พอเห็นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกต่ำจนน้ำตานองหน้า เขาก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมาหน่อยๆแต่ว่า องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ
หญิงสาวที่น่าสงสาร ตอนเด็กๆ เขาเห็นในวังหลังมาแล้วไม่น้อย มีภูมิคุ้มกันไปนานแล้ว"ข้าไม่ได้จะแย่งชิงอะไรกับหมอเทวดาฟู่ ถ้าเราแต่งกันหลอกๆ ได้ไหม? ข้าแค่ต้องการหาที่ไปเท่านั้น แค่อยากให้ท่านคอยปกป้องข้าไม่กี่ปี ถ้าห้าปีไม่ได้ล่ะก็ สามปีก็พอ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเห็นเซียวหลันยวนไม่พูดจา จึงหดเวลาลงมาอีก"สามปีนี้ ข้าแค่แบกชื่อพระชายารองไว้ในนามเท่านั้น พออยู่ภายนอกก็ขอให้ท่านอ๋องเล่นละครกับข้าหน่อย แสร้งเป็นสามีภรรยา สามารถปกป้องข้าได้ ในจวนอ๋อง ข้ารับรองว่าจะทำตามหน้าที่ตนเอง เลี่ยงท่านอ๋องให้ห่าง ไม่คิดอะไรเกินเลย""เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ต้าชื่อ แต่คิดจะเอาตัวเองไปไว้ในจุดต่ำตมหรือ?" เซียวหลันยวนถาม"อ๋องเจวี้ยนโปรดเมตตา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นน้ำตาไหลพราก "ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว ข้าเอาของให้ท่านได้ ยิ่งไปกว่านั้น โชคของข้าก็ดีมาโดยตลอด ถ้าเป็นพระชายารองอ๋องเจวี้ยนในนาม จะต้องช่วยเหลือท่านอ๋องได้แน่ ไม่ว่าท่านอ๋องจะทำอะไร ก็จะยิ่งราบรื่น ผลลัพธ์สมปรารถนา""องค์หญิงใหญ่มั่นใจกับโชคของตนเองขนาดนี้เชียว?" เซียวหลันยวนได้ยินคำนี้ก็อดนึกขันขึ้นมาไม่ได้"โชคจุดนี้ข้ามีอยู่ ท่านเองก็เชื่อข้าได
เซียวหลันยวนมององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นและไม่รู้ว่านางทำไมถึงพูดว่า 'เขาเอามาเองไม่ได้' ออกมา"แล้วของนั่นมันคืออะไรกัน?" เขาถามขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานขึ้นมานางรู้ที่ไหนว่าสิ่งนั้นคืออะไร? มันคือกล่องที่เปิดไม่ได้ แล้วก็มองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรนี่นา?"ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แต่สำคัญกับท่านมากแน่นอน""เจ้าไม่บอกว่าคืออะไร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจริงหรือไม่จริง? จะว่าไป เจ้าบอกว่าเจ้าฝันเห็นอนาคตได้ นี่มันก็ดูเหลวไหลเกินไปนะ ข้าควรจะเชื่อเรื่องนี้ด้วยไหม?""เรื่องจริงนะ เพราะข้าฝันเห็นแบบนั้น ตอนเด็กๆ ได้พบกับเจ้าอารามยอดเขาโยวชิง เขาบอกว่า ข้าเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะเป็นพระชายาของท่านมาก! แล้วยังชี้แนะข้า ให้ข้าเติบโตอย่างดีในสุสานจักรพรรดิ ถ้ายังไม่ถึงเวลาสำคัญอย่าเพิ่งกลับเมืองหลวง"เซียวหลันยวนก็เชื่อคำพูดของนางอยู่ เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงอาจจะพูดเหล่านี้กับนางก็ได้ยิ่งไปกว่านั้น ท่านหูที่คุยถ่ายทอดคำพูดเจ้าอารามมาตลอดก็พูดอะไรทำนองนี้แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องไปผูกอยู่บนตัวหญิงสาวคนหนึ่งเลยบางทีอาจจะได้ แต่คนคนนั้นก็อาจจะไม่ใช่คนที่เขากำหนด อย่างจาวหนิง
นางอยากจะให้เซียวหลันยวนไม่พอใจตัวฟู่จาวหนิงเสียเหลือเกินแต่พอสิ้นเสียงนาง เซียวหลันยวนก็หันมามองนาง แม้จะสวมหน้ากากอยู่ แต่เฉินเซียงจู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่านางถูกสายตาที่เย็นเยียบแหลมคนฆ่าตายไปแล้วนางใจสั่นวาบ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจกับคำพูดเมื่อครู่ที่พูดไป แต่ก็สายไปแล้วนางได้ยินคำพูดเย็นชาของเซียวหลันยวนว่า"องค์หญิงใหญ่ถ้าหากมีเรื่องจะคุยกับข้า ก็ให้ทาสของเจ้าไปคุกเข่าอยู่ตรงนั้นก่อน"เซียวหลันยวนชี้ไปที่กลางสวนคุกเข่าที่นั่น คนป่วยทั้งหมดในห้องข้างฝั่งตะวันตกจะมองเห็นเฉินเซียงถลึงตาโตใส่อย่างไม่อยากเชื่อ"อ๋องเจวี้ยน" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตกตะลึงไป "เฉินเซียงก็แค่ปกป้องข้ามากเกินไปเท่านั้น นางไม่ได้มีความคิดไม่ดี...""ให้นางคุกเข่า ข้าถึงจะฟังเจ้าพูด ถ้านางไม่ทำ ข้าก็จะไปแล้ว" เซียวหลันยวนตัดบทนางเฉินเซียงบอกว่าฟู่จาวหนิงแอบมีชู้กับอันเหนียน เขาจดจำมาโดยตลอด"อ๋องเจวี้ยน เฉินเซียงนางเองก็ป่วย ถ้าไปตากลมหนาวบนพื้น นางจะ...""เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"เซียวหลันยวนพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีเฉินเซียงลนลานขึ้นมา "อ๋องเจวี้ยน ข้าจะไปคุกเข่าเดี๋ยวนี้! ท่านโปรดรอก่อน!""เฉินเ