หลี่จื่อเหยาถ้าตอนนี้พุ่งเข้าไป ถึงตอนนั้นไฟโกรธของอ๋องเจวี้ยนจะสาดมาที่นางด้วยแน่นอน"เจ้ากล้านัก"เซียวเหยียนจิ่งไม่ไหวแล้ว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้ที่เขาเตรียมตัวเรียบร้อย แต่ฟู่จาวหนิงก็ยังตบเขาได้อีกครั้ง!เขาคิดจะเรียกชื่อฟู่จาวหนิงออกมาอีกครั้งด้วยสัญชาตญาณ แต่พอเจอกับสายตาฟู่จาวหนิงก็กลืนมันกลับลงไปถ้าเขาตะโกนเรียกขึ้นอีกครั้ง ฟู่จาวหนิงคงได้ตบเขาอีกฉาดแน่!ให้ตายเถอะ เขารู้สึกได้เลยว่านางจะตบเขาอีกครั้ง!ก่อนหน้านี้เขาทำไมจึงไม่รู้เลยว่าฟู่จาวหนิงมีความสามารถเช่นนี้? ก่อนหน้านี้นางดูโง่โง่ บื้อบื้อจะตาย ทำอะไรก็ไม่เป็น ดูท่าทางเป็นคนโง่เขลาอยู่คนที่อยู่ที่นี่แต่ละคนล้วนนิ่งอึ้งเป็นไก่ไม้สลักฟู่จาวหนิงเป็นถึงพระชายาอ๋องเจวี้ยนไปแล้ว คนที่เปลี่ยนคนแต่งงานกลางถนนที่พวกเขาซุบซิบนินมาแล้วตั้งหลายวันคนนั้น!ยิ่งไปกว่านั้น อ๋องเจวี้ยนไม่ใช่พระโอรส แต่เป็นเสด็จอา!เดิมทีฟู่จาวหนิงที่เกือบจะแต่งงานกับรัฐทายาทเซียวไปแล้ว เพียงพริบตาก็เปลี่ยนมาเป็นอาสะใภ้ของเขา!ฟู่จาวหนิงก็ยังกล้าหาญชาญชัย ตบฉาดใส่รัฐทายาทเซียวไปถึงสองครั้งแบบนี้!ให้ตายเถอะ คนที่ล้อมดูรู้สึกว่าหูตาของต
"ข้าก็อยากจะหาโอกาสถามอ๋องเจวี้ยนเสียหน่อย ว่าเขายอมให้เจ้ามารังแกคนอื่นเช่นนี้ด้วยหรือ?"เซียวเหยียนจิ่งหลังจากทิ้งคำพูดนี้ก็สะบัดชายเสื้อเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปเขารู้สึกว่าคนทั้งหมดกำลังมองเขา เขาวันนี้ขายหน้าประชาชีไปหมดแล้ว! ถูกฟู่จาวหนิงตบฉาดไปสองทีต่อหน้าประชาชี หลังจากนี้เขาจะไปพบผู้คนได้อย่างไร?"ท่านพี่เซียว!"หลี่จื่อเหยาเห็นเซียวเหยียนจิ่งเดินไปเช่นนี้ จึงสาวเท้าไล่ตามออกไปโดยไม่ต้องคิด"จื่อเหยา!"หมอเทวดาหลี่ยื่นมือจะดึงนาง แต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่งดึงไม่ทัน ทำได้แค่ถลึงตามองหลี่จื่อเหยาไล่ตามเซียวเหยียนจิ่งที่เดินออกไปแล้วสีหน้าเขาดำทมึนขึ้นมาอับอายขายหน้า!นอกจากรัฐทายาทเซียวจะขายหน้าแล้ว หน้าของเขาก็ถูกผู้หญิงคนนี้ทำลายจนยับเยินด้วย เมื่อครู่ตอนที่พูดถึงเรื่องแต่งงานรัฐทายาทเซียวไม่ได้ต่อคำมาเลย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เอาจื่อเหยาวางไว้ในใจเลย!จื่อเหยาที่คิดจะแต่งเข้าจวนชินอ๋องเซียว ดูท่าจะไม่ง่ายเสียแล้ว!หมอเทวดาหลี่ตอนนี้รำคาญเซียวเหยียนจิ่งขึ้นมาแล้ว ถ้าไม่คิดจะแต่งกับจื่อเหยาแล้วทำไมจึงเอาแต่จีบนางอยู่นั่น? ตอนนี้คนไม่น้อยล้วนรูแล้วว่าลูกสาวเขาวันวันเอาแต่วิ
"ก่อนหน้านี้ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าคุณหนูฟู่ไม่เรียนรู้ไม่มีความรู้ วันวันแบกแต่ตระกร้าหลังทำท่าทำทางออกไปขุดยา ผลลัพธ์คือแต่ละครั้งก็ขุดมาแต่กองหญ้าวัชพืชกลับมา"หมอหม่าตอนนี้เอ่ยขึ้นเสียงประหลาดหมอเฉียนเพียงไม่นานหัวเราะตามขึ้นมาและไม่รู้ว่าเถ้าแก่รองหูพวกนั้นก็มาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน เขายังมองไม่เห็นว่าข้างหน้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ได้ยินแค่คำพูดนี้ของหมอหม่า จากนั้นก็มองไปตามสายตาของหมอหม่า จึงเห็นฟู่จาวหนิงนางอีกแล้วหรือ?ผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงเอาแต่วิ่งเสนอหน้าในนี้ไปทั่วเลย?รองเถ้าแก่หูหัวเราะร่าขึ้นมาโดยไม่คิด"สที่แท้เจ้าก็คือคุณหนูตระกูลฟู่ที่ตกต่ำคนนั้นนี่เอง? ข้าได้ยินพวกในร้านคุยเรื่องของเจ้า มีครั้งหนึ่งเจ้าเอาผักโขมกอหนึ่งเข้ามาในโรงยาทงฝูของพวกเรา บอกว่าจะขายยา! ฮ่าๆๆ อยากจะหัวเราะให้ฟันหัก โรงยาของพวกข้าเอาเรื่องนี้ไปคุยเป็นเรื่องตลกกันนานพอดูเลย"หมอเทวดาหลี่พอเห็นคนต่อคำเข้ามาเย้ยหยันฟู่จาวหนิง ก็อดภาคภูมิขึ้นมาไม่ได้ เขาถลึงตากว้าง ร้องเรียกขึ้นมา"ไม่ขนาดนั้นกระมัง? เห็นผักโขมเป็นยาสมุนไพรหรือ?""มีเรื่องเช่นนี้ด้วย!"เถ้าแก่รองหูดึงออกมาคนหนึ่ง "ให้หมออู๋ลองพู
อ๋องเจวี้ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทางซือถูไป๋สายตาของซือถูไป๋ตกอยู่บนใบหน้าฟู่จาวหนิงตลอดเขามองเช่นนี้ สายตาของพวกเขาทั้งสองมองไกลๆ เหมือนปะทะกันกลางอากาศแล้ว ซ้ำยังเกาะอยู่ด้วยกันเสียด้วยในใจอ๋องเจวี้ยนไม่รู้ทำไมถึงไม่สบายใจเอาเสียเลยซือถูไป๋แค่เหลือบมองก็เห็นฟู่จาวหนิงอยู่ในกลุ่มคนแล้ว แม้ว่านางจะสวมใส่ชุดที่ไม่สะดุดตา และไม่ใส่เครื่องประดับใด แต่ยืนอยู่นี่นั้นก็ยังคงจับเอาสายตาเขาไปอยู่ดีเขายิ้มออกมา รีบก้าวเข้ามาทางนี้แต่ไม่ต้องรอให้เขาพูดกับฟู่จาวหนิง รองเถ้าแก่หูก็มองเห็นเขาแล้ว เขาถลึงตาโต ไม่อยากจะเชื่อ "คุณชาย?"ตระกูลซือถูคือเจ้านายของเขา โรงยาทงฝูก็ล้วนเป็นของตระกูลซือถูรองเถ้าแก่หูตอนนี้รู้สึกว่าที่พึ่งของตนเองมาถึงแล้ว เขายกมือขึ้นพุ่งไปเบื้องหน้าไป๋ซือถู ร้องห่มร้องไห้เรียกขึ้นมา "ข้าน้อยคารวะคุณชาย คุณชายท่านมาตั้งแต่เมื่อไรกัน?"ซือถูไป๋เดิมทีจะเดินไปทางฟู่จาวหนิง จู่ๆ ก็ถูกคนขวางเอาไว้ เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา"เจ้าคือ?""คุณชายไป๋ ข้าน้อยคือรองเถ้าแก่หูร้านสาขาโรงยาทงฝูในเมืองหลวงแคว้นเจาขอรับ จ้าย้อนสกุลหู""โอ้" ซือถูไป๋พยักหน้า "ร้านสาขาทางนี้ก็ลำบ
อ๋องเจวี้ยนมองดูคู่ที่ยืนอยู่ตรงข้าม ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกขัดตา พอมองๆ ฟู่จาวหนิ่งยังยิ้่มให้ซือถูไป๋อีกด้วยยิ้มเสียเจิดจ้าเชียว?อ๋องเจวี้ยนยื่นมือกดบนต้นไม้ข้างๆ ใช้กำลังภายในออกมาอย่างไม่ทันระวัง ใบไม้ถูกสะเทือนจนทยอยร่วงลงมาแล้วชิงอีถลึงตาโต ลมฤดูใบไม้ร่วงแรงไปหรือ? ไม่นี่ ทำไมจู่ๆ ใบไม้จึงร่วงลงมากัน?"ข้ายอมให้นางเข้ามาดูอาการข้า"ตอนนี้เองฮูหยินที่อ่อนแอคนนั้นก็ส่งเสียงขึ้นฟู่จาวหนิงหมุนตัวเดินไปที่นาง"ท่านป้า ข้าจะดูอาการให้ท่านเอง ท่านผ่อนคลายไม่ต้องกังวล" ฟู่จาวหนิงดค้งตัวลงดูใบหน้านาง ยื่นมือไปกดเบาๆ บนใบหน้านาง"เจ็บไหม? มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง?""ไม่เจ็บไม่คันเลย เหมือนแต่ก่อน" ท่านป้ามองฟู่จาวหนิงใกล้เช่นนี้ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา พระชายาอ๋องเจวี้ยนคนนี้หน้าตาดีเหลือเกิน"ตอนที่นอนหลับท่านชอบตะแคงนอนทางนี้ใช่ไหม? แล้วตอนที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้า หน้าด้านนี้ก้ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม อย่างอาการชาอะไรพวกนี้"ฟู่จาวหนิงถามไปด้วยจับชีพจรไปด้วยฮูหยินรู้สึกว่านางอ่อนโยนมาก พูดจาเองก็แผ่วเบาละเมียดละไม อย่างกับคนละคนกับตอนที่ตบฉาดสองทีที่หน้าของรัฐทายาทเซียวเลยฟู่จาวห
"หมอเทวดาหลี่เองก็ไม่อดทนเอาเสียเลย สู้ไปหาสถานที่ฟังเพลงดื่มชาเสียดีกว่า อย่ามารออยู่ที่นี่เลย"ฟู่จาวหนิงเหล่มองหมอเทวดาหลี่ผาดหนึ่ง ประชดประชันกลับไป "เมื่อครู่ตัวเองก็พูดไร้สาระไปครึ่งค่อนวัน ตอนนี้ข้าจะใช้ชามเล็กมาพิสูจน์การพิจารณาของตนเอง หมอเทวดาหลี่ก็รอไม่ไหวเสียแล้วหรือ?"ใบหน้าหมอเทวดาหลี่ร้อนวูบวาบ แต่หลักๆ คือโทสะเขาโกรธฟู่จาวหนิงขึ้นแล้วจริงๆก็แค่หญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาไม่ใช่แค่สองรอบคนหนึ่ง แต่พูดจาไม่เคารพเขาเลย!"ได้ เจ้าทำต่อไปสิ"เขาเองก็จะดูเสียหน่อยว่าจะดิ้นรนเอาผลลัพธ์อะไรออกมากันคนรอบๆ เองก็ดูอยากรู้อยากเห็นมาก ไม่รู้ว่าฟู่จาวหนิงเอาชามเล็กออกมาเทน้ำลงไปครึ่งหนึ่งทำไม"นี่เป็นน้ำสะอาดใช่ไหม?" ฮูหยินเองก็ถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น"ไม่ใช่ นี่เป็นยาน้ำน่ะ" ฟู่จาวหนิงเองก็รู้สึกอดทนต่อคนป่วยอยู่ "สิ่งนี้สามารถละลายวัตถุได้ ด้านในมีสีอะไรอยู่ก็จะปรากฎออกมา""เส้นผมจะมีสีอะไรได้อีกล่ะ? ไม่ใช่ว่าสีดำหรอกหรือ?" คนรอบๆ พูดออกมาคำหนึ่งส่วนซือถูไป๋กลับครุ่นคิด "เมื่อครู่ท่านป้าคนนี้บอกว่านางย้อมผมมา ที่ออกมาก็น่าจะเป็นสีของน้ำยาย้อมผมกระมัง?"ฟู่จาวหนิงส่
หมอเทวดาหลี่รู้สึกโกรธขึ้นบ้างแล้วถ้าเป็นเช่นนีค้จริง เช่นนั้นตรวจไข้เมื่อครู่นี้ของเขาก็กลายเป็นเรื่องตลกไปแล้วสิ?!"ข้าบอกแล้ว ข้าก็แค่พิสูจน์การพิจารณาของตนเอง ตอนนี้สีก็สอดคล้องกัน ข้าจะตรวจสอบอีกครั้ง" ฟู่จาวหนิงล้วงเข็มอีกหลายเล่มออกมา"ท่านอาจารย์ ต้องการไฟเทียนกับผ้าทำแผล" นางพูดกับผู้อาวุโสอีกครั้งผู้อาวุโสจี้ถีบคนข้างๆ อีกครั้ง "เร็ว ไปหยิบไฟเทียนกับผ้าทำแผลมาเร็ว""ศิษย์เอ๋ย เจ้าทำแบบนี้ไม่ได้นะ เจ้าเองก็เป้นหมอคนหนึ่ง ไม่มีกล่องยาได้อย่างไร? เดี๋ยวอาจารย์จะมอบให้เจ้าใบหนึ่งเอง" ผู้อาวุโสจี้พูดกับฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงคิดถึงกล่องยาน้อยใหญ่ในห้องเภสัชของตนเองขึ้นมานางไม่ใช่ว่าไม่มี กล่องยาของนางระดับสูงอยู่นะ หยิบออกมาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ว่าตอนนี้ดูท่านางต้องเตรียมกล่องยาสำหรับทางนี้แล้วสักใบจริงๆ"ขอบคุณท่านอาจารย์"ซูถูไปตาเปล่งประกายกล่องยาหรือ? เขาเหมือนรู้แล้วว่าตนเองต้องมอบอะไรให้นางไฟเทียนจุดเสร็จแล้ว ฟู่จาวหนิงนำมาใช้เผาเข็มเงิน อันที่จริงเข็มเงินของนางเองก็ฆ่าเชื้อในห้องเภสัชมาแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังเคยชินที่จะทำอีกครั้ง อย่างน้อยก็ทำให้หมอคนอื่นหลังจากที่
ผู้อาวุโสจี้ตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว ผลักคนรอบข้างออกแล้วเบียดตัวเข้ามา เข้าไปมองใบหน้าของฮูหยิน"ท่านอาจารย์ อย่าใจร้อน"ฟู่จาวหนิงหยิบผ้าทำแผลเดินออกมาอย่างใจเย็น เช็ดหยดเลือดเหล่านั้นบนผ้าทำแผล สีม่วงสีเลือดพอย้อมปนกัน ก็มองเห็นชัดเจนเป็นพิเศษในขอบเขตเข็มหกเล่มที่แทงลงไป มีตำแหน่งเล็บนิ้วหนึ่ง สีม่วงแต่เดิมจางลงไปมาก เทียบกับข้างๆ แล้วจางลงไปหลายระดับอยู่"เป็นน้ำยาย้อมผมซึมเข้าไปจริงๆ ด้วย" ฟู่จาวหนิงหยิบผ้าทำแผลส่งให้ฮูหยินคนนั้นดู จากนั้นก็หันหน้าไปมองผู้อาวุโสจี้ "ท่านอาจารย์"ผู้อาวุโสจี้เอ่ยขึ้นทันที "จะเอากระจกทองแดงใช่ไหม? มีมีมี" เขาเตะไปที่คนข้างกายอีกทีกระจกทองแดงจึงถูกส่งออกมาทันที ฮูหยินรับไป และก็เห็นว่าส่วนหนึ่งบนใบหน้าสีจางลงไปมากแล้วจริงๆฟู่จาวหนิงเอ่ยต่อ "นี่เป็นเพราะน้ำยาย้อมผมซึมเข้าไปบนหน้าท่าน แต่ว่าเพราะอะไรจึงซึมไปแค่ครึ่งหน้า ก็ยังต้องตรวจอย่างละเอียดอีกที เอาไว้ท่านนำยาเหล่านั้นมาให้ข้าดูหน่อย หมอเองก็ต้องตรวจด้วย รวมถึงผมที่ย้อมไป ต้องบอกกับข้าอย่างละเอียด จึงจะสามารถรักษาให้หายดีได้"ฮูหยินร้องไห้โฮออกมา"ข้าไม่ได้ป่วย ข้าไม่ได้โชคร้าย ไม่ได้ไปแปดเป
ถัดจากนี้สำหรับพวกหลานหรงก็ถือเป็นการท้าทายที่มากกว่าแล้วจากที่ท่านอ๋องคาดการณื ตงฉิงจะต้องมีกลไกลและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติแน่นอน น่าจะมีวิะีการที่ทำให้ตงฉิงได้กลับมาเห็นตะวันได้อีกครั้ง ที่ไม่ใช่การขุดทีละนิดๆ ของกำลังคนพวกของหลานหรงต้องหาวิะีให้พบ บางทีอาจจะเป็นกลไก?"ที่นี่ในเมื่อเป็นเมืองเก่าที่ตระกูลของราชครูตงฉิงอยู่ ก็น่าจะมีโอกาส นายท่านเคยพูดไว้ ตระกูลของราชครูตงฉิงมีพลังกำลังทรัพย์ที่ไม่อาจประเมินได้อยู่ เมืองชิงเย่เป็นรากฐานของพวกเขา ไม่มีทางปล่อยให้เมืองนี้ต้องล่มสลายไปแบบนี้แน่"หลานหรงหยิบจดหมายที่เซียวหลันยวนเขียนไว้ออกมา ด้านบนยังวาดรูปของเครื่องพยากรณ์ไว้ บางทีคงต้องหาจุดที่สามารถใช้เครื่องพยากรณ์นี้จดหมาย เพียงไม่นานก็ถูกส่งไปหาเซียวหลันยวนอย่างรวดเร็วฟู่จาวหนิงกับเซียวหลันยวนกำลังสาละวนอยู่ในภูเขาช่วงเช้า และได้รับอะไรมาไม่น้อยนางเจอโสมม่วงร้อยปีต้นหนึ่ง!เดิมทีสิ่งนี้ก็ถือเป็นของที่สุดยอดมากแล้ว ผลลัพธ์คือยังพบวัตถุดิบยาที่ผู้อาวุโสจี้เคยบอกกับนางแต่พันธมิตรโอสถไม่เคยพบมาก่อนอีกหลายชนิดด้วยวัตถุดิบยาพวกนั้น ว่ากันว่าในพันธมิตรโอสถมีแขกลึกลับ
นายท่านบอกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างเร่งด่วน หลังจากหาหยกดาราพบให้รีบส่งออกไปก่อน"ขอรับ"หลานหรงลองสังเกตุทะเลสาบนี้อีกหน่อย วักน้ำขึ้นมาชิม น้ำสะอาดหวาดชื่น น้ำดีที่หาได้ยาก!ที่นี่จะใช่ตำแหน่งที่เมืองหลวงตงฉิงอยู่จริงไหม?"พักกันดีแล้วใช่ไหม? เข้ามาตักน้ำ"หลานหรงเรียกคนเข้ามาทันทีทุกคนเห็นต้นกำเนิดน้ำแบบนี้ก็ดีอกดีใจ เมื่อวานตอนค่ำน้ำถูกดื่มไปจนหมดแล้ว ตอนนี้พวกเขากระหายกันจะแย่"ก่อไฟต้มน้ำ"เดิมทีตามความเคยชินก่อนหน้านี้ของพวกเขา จะไปที่ไหนก็ล้วนกินน้ำดิบไปตรงๆ แบบนี้สะดวกดี ไม่ได้พิถีพิถันมาก แต่ฟู่จาวหนิงบอกพวกเขาไว้ น้ำจะอย่างไรก็ต้องต้มก่อนถึงจะดี ด้านในอาจจะมีไข่แมลงหรือเชื้อโรคอะไรอยู่ดังนั้นพวกเขาตอนนี้จึงเชื่อฟัง ถ้ามีเวลาและเงื่อนไขเพียงพอ พวกเขาก็จะต้มน้ำให้เดือดก่อนดื่มครั้งนี้พอเห็นน้ำสกปรกขยะแขยงมามากมาย พวกเขาจึงทำตามกฏนี้อย่างเคร่งครัดตอนที่พวกเขาต้มน้ำ หลานหรงเดินไปบนทางเดินเล็กๆ ในทะเลสาบเส้นนั้น ตรงไปทางดงดอกไม้ผืนนั้นเดินอยู่กลางทะเลสาบ สองด้านล้วนเป็นน้ำใสสะอาด สะท้อนภาพฟ้าเมฆคราม ทิวทัศน์งดงามดูกว้างใหญ่ถ้าตงฉิงในอดีตยังดีอยู่ ไม่รู้ว่าจะงดงามขนา
หลานหรงพากลุ่มค้นหามานานมากแล้วก่อนหน้านี้พวกเขาเจอเมืองเล็กเมืองหนึ่งถูกดินปกคลุมไป ถนนหนทางบ้านเรือนล้วนถูกกลบฝังไปแล้ว แต่ฝนตกมาห่าใหญ่ หลังจากดินภูเขาถูกชะล้างไป ก็มีหลังคาเรือนเล็กๆ บางส่วนโผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาดังนั้นหลานหรงจึงยืนยันว่าตงฉิงตอนนั้นถูกกลับฝังไปแล้วจริงๆพวกเขาเจอกับทางเดินเส้นหนึ่ง หลังจากเข้ามาก็พบว่ายิ่งเดินก็ยิ่งยาว และไม่รู้ว่าตรงไปที่ไหนด้วยแต่สองด้านของทางเดินก็ปรากฏศาลาหรือบ้านเป็นระยะๆ อธิบายได้ว่าแต่ก่อนนี่เป็นถนนที่อยู่บนพื้นดิน ส่วนถนนของเมืองเล็กจะตรงไปที่ไหน นอจากเมืองใหญ๋แล้วก็อาจจะเป็นวังหลวงดังนั้นตอนนั้นหลานหรงจึงออกคำสั่งให้เดินตรงไป จนหาทางออกพบคิดไม่ถึงว่าเดินมาสิบกว่าวัน ยังดีที่ด้านในยังมีบ่อน้ำอยู่แห่งหนึ่ง ยังขุดน้ำขึ้นมาได้ ไม่เช่นนั้นคงอันตรายไปแล้วแน่นอน พวกเขาไม่ใช่ว่าไม่ได้อะไรเลยหลังจากผ่านไปสิบวันในที่สุดพวกเขาก็ออกมาแล้ว แล้วจึงเห็นสถานที่นี้เข้า"พี่ใหญ่ ที่นั่นคงไม่ได้ฝังเมืองไว้อีกแห่งหรอกกระมัง?" ลูกน้องเดินเข้ามา ยื่นถุงใส่น้ำให้เขา ด้านในเหลือแค่อึกเดียวแล้ว ก่อนหน้านี้หลานหรงไม่ได้ดื่มเลย ให้พวกเขาไปจนหมด ตอนนี้
เขากุมมือนางแน่น เอ่ยขึ้นเสียงต่ำว่า "ซษงจื่อหยิบตำราเก่าม้วนหนึ่งเข้ามา ด้านบนเขียนเรื่องตระกูลถังเขาชิงถงไว้""แล้วยังไงหรือ?"นี่มันเกี่ยวอะไรกับนางล่ะ?"หนิงหนิงรู้ไหมว่าเขาชิงถงมีชื่อเสียงในการผลิตอะไร?""อะไรหรือ?""วัตถุดิบยาน่ะ" เซียวหลันยวนเอ่ยเสียงแผ่วเบาฟู่จาวหนิงเลิกคิ้วไม่ใช่สิ แม้ว่านางจะเป็นหมอ แม้ว่าจะขาดแคลนวัตถุดิบยามาก แม้จะคิดหาวัตถุดิบยาล้ำค่าอยู่ตลอด แต่ก็ไม่จำเป็นขนาดต้องยอมนับญาติเพื่อวัตถุดิบยานี่?"เซียวหลันยวนท่านรู้ไหมว่าอะไรคือความมั่งคั่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงจิตใจ?" นางใช้ศอกกระทุ้งเขาไปทีนึงถังอู๋เจวี้ยนฟังพวกเขาแอบกระซิบกระซาบกัน ก็หัวเราะขึ้นมาอย่างจนใจ"ข้าว่านะ พวกท่านต้องมากระซิบกระซาบต่อหน้าข้าแบบนี้ด้วยรึ? มีอะไรบอกมาตรงๆ ก็พอแล้ว แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ช่วงนี้ปู่ข้าเพิ่งจะพบว่า สมัยหนุ่มๆ เขาเคยท่องยุทธภพไปกับผู้อาวุดสจี้กับผู้อาวุโสอีกคนหนึ่ง ดังนั้นจึงนับว่าเป็นคนครอบครัวเดียวกัน""อ๋า?"จุดนี้ฟู่จาวหนิงกลับไม่รู้เรื่องเลย!"ผู้อาวุโสจี้ตอนนี้ไม่ใช่อาจารย์ของท่านหรือ?" ถังอู๋เจวี้ยนหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมา ยื่นส่งไปตรงหน้าฟู่จาวหนิง "น
ไปแท่นชมดาวช่วงจื่อ(23.00-01.00น.)หรือ?ฟู่จาวหนิงมองไปทางเซียวหลันยวน "แท่นชมดาวเป็นสถานที่แบบไหน?""แท่นชมดาวต้องเดินขึ้นไปจากตำหนักถวายเครื่องหอม อีกด้านหนึ่ง ที่นั่นมีศาลาอยู่ ด้านนอกศาลามีลานอยู่แห่งหนึ่ง เวลาที่อากาศดีจะมองเห็นดาวระยิบระยับ เหมือนยื่นมือไปเด็ดมาได้เลย"เซียวหลันยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย "แต่ว่าแท่นชมดาวเคยมีศิษย์คนหนึ่งตกลงไป หลังจากนั้นจึงปิดตายไว้ ไม่มีคนเข้าไปนานแล้ว"สถานที่อันตรายหรือ? ทำไมถึงมีคนตกลงไปได้?"แล้วเจ้าอารามให้พวกเราไปที่นั่นทำไมกัน?"เซียวหลันยวนมองซางจื่อซางจื่อส่ายหัว "เจ้าอารามไม่ได้บอกอะไร แต่ว่า เหมือนน่าจะไปชมดาวกระมัง"แท่นชมดาวถ้าไม่ไปชมดาวแล้วจะไปทำอะไรได้?แต่พวกเขาดูชวนฝันขนาดนั้นเลยหรือ? แล้วยังนัดไปดูดาวช่วงจื่ออีกฟู่จาวหนิงถามซางจื่อ "นอกจากเราสองคน ยังเรียกใครไปอีกไหม?""เจ้าอารามให้องค์หญิงใหญ่ไปด้วย"โอ๋? ฟู่จาวหนิงอดพึมพำขึ้นมาไม่ได้ "แยกกันไม่ได้เลยว่างั้น?"สวรรค์ให้อภัยนางด้วย เดิมทีนางไม่ใช่คนใจแคบช่างสอดรู้สอดเห็นขนาดนี้ ใครให้เจ้าอารามสร้างภวังค์เฮงซวยให้นาง แล้วไปสร้างภวังค์ที่เซียวหลันยวนกับองค์หญิงใหญ่เป็นสา
"เรียนพระชายา ชามนี้เป็นของท่านอ๋อง พ่อครัวทำอาหารให้ท่านอ๋องจนชินแล้ว ทำตามรสชาติที่ท่านอ๋องชอบ"คนที่เข้ามายกชามหมี่น้ำใสไปไว้ตรงหน้าเซียวหลันยวน ส่วนอีกชามวางไว้ตรงหน้าฟู่จาวหนิง"ชามนี้คุณชายถังเป็นคนทำ คุณชายถังบอกว่านี่เป็นหมี่ที่คนเขาชิงถงชื่นชอบ ลุงของเขาก็ชอบมาก ดังนั้นจึงลงมือทำชามนี้ให้พระชายาเป็นพิเศษ เชิญพระชายาชิม""ถังอู๋เจวี้ยนเป็นคนทำหรือ?"ฟู่จาวหนิงมองเซียวหลันยวนด้วยสัญชาตญาณ แล้วก็เห็นเขาหน้าขรึมลงจริงๆ"กลัวว่าเขาจะวางยาพิษไหม?" ฟู่จาวหนิงพูดติดตลก"พระชายาวางใจ คุณชายถังตอนที่ปรุงในห้องครัวพวกเราคอยดูอยู่ตลอด ใช้แต่วัตถุดิบในห้องครัวเท่านั้น ไม่มีปัญหาแน่นอน" คนที่นำเข้ามาเอ่ยขึ้นเซียวหลันยวนแม้จะรู้สึกจี๊ดในใจที่ถังอู๋เจวี้ยนประจบนางขนาดนี้ แต่จุดนี้ก็ยังต้องยอมรับ: "ถ้าเขากล้ามาวางยาพิษเจ้าที่นี่จริงก็แสดงว่าไม่กลัวตาย"เขากวาดล้างเขาชิงถงทิ้งทั้งหมดได้ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าอารามยอดเขาโยวชิงก็อยู่ที่นี่ด้วย ไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่ฟู่จาวหนิงพอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ก็หยิบตะเกียบขึ้น "สู้ท่านลองชิมไหม? แล้วชามนั้นท่านให้ข้ากิน"นางรู้ว่าถ้าตนเองก
ฟู่จาวหนิงเห็นปฏิกิริยาของเซียวหลันยวน รู้สึกไม่เข้าใจอยู่หน่อยๆ"ทำไมหรือ? เจ้าอารามฝึกบำเพ็ญ แต่งงานไม่ได้หรือ?"ก่อนหน้านี้นางเหมือนได้ยินว่าอารามนี้ของเจ้าอาราม ไม่ใช่อารามเต๋าที่ไว้สำหรับฝึกบำเพ็ญเต๋า แล้วก็ไม่เคยได้ยินด้วยว่าจะแต่งงานไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้น หน้าตาของเจ้าอารามยังน่าหลงใหลขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีหญิงสาวมาชอบแต่จากคำพูดของเซียวหลันยวนก่อนหน้านี้ บนยอดเขาโยวชิงนี้ไม่มีนายหญิงอยู่จริงๆ ไม่มีผู้อาวุโสหญิงที่ติดตามเจ้าอารามแล้วเลี้ยงดูเขามาจนโต"ได้ยินว่า ตอนเจ้าอารามยังหนุ่มมีคู่หมั้นอยู่" เซียวหลันยวนนึกๆ จำเรื่องนี้ขึ้นมาได้ "แต่ต่อมาไม่รู้ทำไมจึงไม่ได้แต่งงาน เรื่องนี้ข้าได้ยินมาโดยบังเอิญสมัยยังเด็กน่ะ""แล้วคู่หมั้นของเขาล่ะ?""ไม่รู้สิ ต่อมาข้าก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย และยิ่งไม่เคยถามด้วย"เซียวหลันยวนก่อนหน้านี้ไม่ใช่พวกชอบแส่เรื่องชาวบ้าน นิสัยเองก็ค่อนข้างเย็นชา เขารู้สึกว่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตนเองก็จะไม่ถามไม่ไถ่ให้มันมากความ"ก่อนหน้านี้ข้ากับเจ้าอารามไม่ค่อยคุยเร่องส่วนตัวกันนัก เคารพเขา แต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันมาก แขาแค่เอ็นดูข้า ไม่ได้สนิท
นิ้วของเจ้าอารามเคาะเบาๆ บนโต๊ะ มืออีกข้างก็ลูบเบาๆ วาดผ่านบนเตาถ่านข้างๆ พริบตาที่องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองไม่เห็น ก็มีผงฝุ่นลอดจากระหว่างนิ้วของเขาปลิวเข้าไปในไฟของเตา แล้วเผาไหม้เป็นกลิ่นหอมจางๆ ออกมาอย่างรวดเร็วองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นไม่ทันได้รู้สึกเลยนางกำลังมองเจ้าอารามอย่างตกตะลึง"เจ้าอารามกำลังล้อข้าเล่นใช่ไหม? ข้าจำได้ชัดเจนแท้ๆ แล้วจะเป็นภวังค์ได้อย่างไรกัน?"ชายคนนั้นที่นางกอด ความรู้สึกที่ริมฝีปากชุ่มชื้นอ่อนนุ่มตอนที่จูบ ใจที่เต้นระรัว มันแจ่มชัดอย่างมาก แล้วจะเป็นภวังค์ได้อย่างไรกัน?"องค์หญิงใหญ่ เจ้ามองข้านะ"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองดวงตาเขาข้างหูยังได้ยินจังหวะเคาะโต๊ะเบาๆ ของเขามองดวงตาที่ดูเหมือนมีความเมตตาต่อสรรพชีวิตของเจ้าอาราม นางก็ตะลึงงันไป"ไม่เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น เป็นแค่ภวังค์ อีกไม่นานเจ้าก็จะลืมเรื่องทั้งหมด ถ้ามีคนพูดเรื่องนี้อีก เจ้าก็แค่บอกว่าตนเองพูดเล่นไปก็พอ ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น"เสียงของเจ้าอารามค่อยๆ ไหลเข้ามาในหู แฝงไว้ด้วยการปลอบโยนที่แข็งแกร่งสายตาองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเริ่มเลือนรางไปบ้าง"เป็นแค่ภวังค์หรือ?""ใช่แล้ว""ไม่เกิดอะไรขึ้น
องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเงยหน้าขึ้นมองเขาช้าๆเจ้าอารามกำลังล้างถ้วยชา ไม่มองนาง"ใช่แล้ว""ตอนองค์หญิงใหญ่ยังเล็ก ข้าเคยทำนายว่าเจ้าจะมีเคราะห์ภัย ขอแค่ผ่านเคราะห์ภัยนั้นได้ แล้วมาอยู่ด้วยกันกับอ๋องเจวี้ยน ชะตาของเจ้าก็จะดีขึ้น โชคดีตลอดไปสงบสุขจนแก่เฒ่า"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นได้ยินคำพูดเขาในที่สุดก็ได้สติกลับมา"เคราะห์อะไรหรือ?""ตอนนี้ดูแล้ว เคราะห์นั้นน่าจะอยู่บนตัวฝ่าบาทต้าชื่อ และองค์หญิงใหญ่ก็เป็นแม่นางที่ฉลาด ตัดสินใจเด็ดขาด หนีออกมาจากวังหลวงต้าชื่อ วังจักรพรรดิต้าชื่อกลับไปไม่ได้อีกแล้ว ถ้าเข้าประตูวังไปก็เหมือนจมลงสู่ก้นทะเล คำนี้นำมาพูดกับองค์หญิงใหญ่แล้ว ถือว่าถูกต้องอย่างมาก"เจ้าอารามล้างชาไปรอบหนึ่ง ชงชามาสองถ้วย ยกขึ้นมาให้นาง "ดื่มชาเถอะ ชาของอายวน"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเมื่อครู่ร้องไห้ไปยกใหญ่ ตอนนี้คอเองก็แหบพร่าไปหมดแล้ว กระหายมากด้วย พอสูดๆ จมูก นางจึงยกถ้วยช้านั่นขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น"ดื่มทีละนิด ระวังลวกปาก" เจ้าอารามเตือนนางทันที"โอ้"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นอยู่ต่อหน้าเขาก็ดูว่าง่ายขึ้นมาก ถอนหายใจแล้วหันมาจิบเบาๆในที่สุดก็ได้ดื่มชานี้แล้ว ทำไมนางถึงไม่ดีใ