ฟู่จาวหนิงก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่โรงหมอก็คิดจะพูดอยู่แล้ว ตอนที่พูดถึงวัตถุดิบยาเหล่านั้น สีหน้าของท่านอาจารย์ก็เหมือนจะแปลกๆ ไปยิ่งไปกว่านั้น องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นบอกขั้นตอนการพบเจอวัตถุดิบยาเหล่านี้ก็ดูแปลกๆ มันมีคนขุดออกมาไว้แน่ๆไม่เช่นนั้นจะมีวัตถุดิบยามากขนาดนี้มากองอยู่ได้อย่างไร?"พวกเราขุดมาเอง ข้ายังมีศิษย์พี่น้งอกับอาจารย์อาอีกหลายคน ลงแรงคนแก่ไปหนักอยู่""แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกัน?"ผู้อาวุโสจี้ถอนหายใจอีกครั้ง "ตอนนั้นพวกเราขนวัตถุดิบยาส่วนหนึ่งออกไป วัตถุดิบยาที่เหล่าเหล่านี้ โดยเฉพาะที่เจ้าเรียกว่าม๋าหลีพวกนั้น วัตถุดิบยาที่ขจัดแผลเป็นได้เหล่านั้น ข้าเลือกออกมา เดิมทีคิดจะส่งให้กับเจ้า ถึงอย่างไรอ๋องเจวี้ยนก็ต้องการมัน"ฟู่จาวหนิงตกตะลึงที่แท้วัตถุดิบยาเหล่านั้นก็จะมอบให้นางหรือ?"ครั้งหนึ่งนำออกมาไม่ได้มากนัก ดังนั้นวัตถุดิบยาเหล่านี้จึงวางไว้ที่นั่นก่อน คิดว่าไม่น่าจะมีใครมา ไม่น่าเป็นอะไร ตอนนั้นข้าเองก็เห็นลูกแพะป่าตัวหนึ่งกระโดดเหยงๆ เข้ามาในป่าจริงๆ เหมือนว่าขาจะบาดเจ็บด้วย ข้าเลยคิดจะเอายาสมุนไพรไปพันขาให้มันเสียหน่อย"ผู้อาวุโสจี้พูดถึงสถานการณ์ตอนนั้นฟู่จา
ฟู่จาวหนิงรู้สึกน่าขันเหลือเกินยังมีวิธีพูดแบบนี้ด้วยหรือ?"ยิ่งไปปกว่านั้น ยังบอกว่าวัตถุดิบยาพวกนั้น องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นนางเองก็จะไม่ทำอะไรที่ดูไม่จริงใจด้วย จะส่งมอบทั้งหมดนั้นออกไปเปล่าๆ เช่นนี้ก็เท่ากับช่วยเหลือคนป่วยได้มากมาย ถึงอย่างไรวัตถุดิบยาเหล่านี้พันธมิตรโอสถใต้หล้าสุดท้ายก็ต้องส่งให้กับมือหมอใหญ่ทั้งนั้นอยู่ดี"อย่างนี้ก็ได้?"อิ๋นสั่วคนนั้นยังบอกว่า ถ้าหากข้าจะเอาวัตถุดิบยาคืนเสียให้ได้ องค์หญิงใหญ่จะเสียใจมาก ยิ่งไปกว่านั้นก็จะเป็นการหยุดการสร้างกุศลกรรมของนาง ตอนนั้นข้าก็คิดว่าถ้าข้าเข้าไปต้าชื่อ ถึงอย่างไรนางก็เป็นองค์หญิงใหญ่ที่ได้รับเกียรติและการยอมรับอย่างมาก คงไม่ค่อยดีถ้าจะไปขัดใจนาง จึงทำได้แค่รับปากไป""อาจารย์ก็เลยถูกบีบให้ขายวัตถุดิบยาไปแบบนี้สินะ แล้วอิ๋นสั่วคนนั้นไม่ได้ถามท่านใหม่หรือ ว่าวัตถุดิบยาเหล่านั้นมันมีมูลค่าเท่าใด ต้องเพิ่มเงินให้ไหม?""ไม่มี ถึงอย่างไรเขาก็จะเอาไปสร้างกุศลกรรม ได้มากเท่านี้นั่นล่ะ คำพูดของอิ๋นสั่วก็เอาแต่บอกว่า ที่ข้าสามารถใช้วัตถุดิบยาเหล่านี้ช่วยเหลือองค์หญิงใหญ่ได้ ก็ถือว่าได้รับโชคแล้ว หลังจากนี้ข้าเองก็จะมีโชคลาภ และโ
หลังจากคุยกับผู้อาวุโสจี้ ฟู่จาวหนิงก็รู้สึกว่าความรู้สึกตนเองหนักอึ้งขึ้นมาพอฝังเข็มให้ผู้อาวุโสจี้และกินข้าวเย็นกับเขาแล้ว ฟู่จาวหนิงก็ไม่ไปค้นคว้าต่อแล้ว เอนตัวลงนอนบนแคร่นิ่มหลับตาทำสมาธิ"พระชายา ท่านอ๋องกลับมาแล้ว"และไม่รู้ว่าตอนไหน ฟู่จาวหนิงจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสืออีที่ด้านนอกดังลอดเข้ามาจากนั้นก็ได้ยินเซียวหลันยวนตะคอกขึ้นมา"นางหลับไปแล้ว จะปลุกนางทำไมกัน?""พระชายารอท่านอ๋องอยู่ตลอดเลย" สืออีกดเสียงต่ำฟู่จาวหนิงลืมตาลุกขึ้นนั่ง มึนงงหน่อยๆ ด้านนอกเป็นช่วงกลางดึกแล้วพอนางรอบนแคร่นิ่มก็ล่วงไปถึงกลางดึกเลยหรือนี่?ดังนั้นหลายวันนี้ที่ค้นคว้าสกัดวัตุดิบยามานี่ก็คงจะเหนื่อยมากกระมังเซียวหลันยวนตอนนี้เพิ่งจะกลับมาหรือ?"ให้นางพักผ่อนเถอะ"คำพูดเซียวหลันยวนส่งเข้ามาอีก น่าจะเพราะกลางดึกเสงียบสงัด นางถึงได้ยินเสียงของเขา"ท่านอ๋อง ท่านอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจากข้างนอกมาแล้วหรือ?" สืออีเห็นว่าเสื้อผ้าบนตัวเซียวหลันยวนไม่ใช่ชุดที่สวมออกไปเมื่อตอนเช้าตรู่ ยิ่งไปกว่านั้นยังดูมีกลิ่นหอมจางๆ ด้วย จึงตกตะลึงขึ้นมา"ถอยไปเถอะ ให้ชิงอีมารับช่วงคุ้มกันต่อ"เซียวหลันยวนไม่ตอบคำ
เซียวหลันยวนชะงักไป"ข้ารู้สึกว่า พวกเราไม่ต้องมาเสียเวลากันอีกแล้ว เซียวหลันยวน ท่านน่าจะรู้จักนิสัยข้า ข้าเองก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผล มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาตรงๆ ไม่ได้หรือ?""ข้าไม่ได้มีเรื่องอะไร" เซียวหลันยวนถอนหายใจ"เช่นนั้นเป้าหมายที่ท่านมาต้าชื่อนี้คืออะไร"เซียวหลันยวนพอได้ยินนางถามเช่นนี้ก็ชะงักไปเป้าหมายที่มาต้าชื่อของเขาคืออะไร?"มีอะไรที่พูดไม่ได้กัน? มาเพื่อองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นใช่ไหม? สองวันนี้ท่านเอาแต่อยู่ข้างๆ องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น""จาวหนิง...""พูดออกมาตรงๆ ก็พอแล้ว" ฟู่จาวหนิงสีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาเล็กน้อย มองเขา "ถ้าหากท่านอยากจะอภิเษก อยากจะรับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเป็นภรรยา ก็บอกข้าตรงๆ ก็พอ ข้าก่อนหน้านี้ไม่ใช่พูดไว้แล้วหรือ? จะให้ข้ายกตำแหน่งพระชายาอ๋องเจวี้ยนออกมานั้นง่ายมาก ก็แค่ลงลายมือที่หนังสือหย่าร้างก็พอ""เจ้าอยากจะหย่าร้างขนาดนี้เลยหรือ?"พอได้ยินประโยคนี้ของเซียวหลันยวน ฟู่จาวหนิงก็โมโหขึ้นทันที"มาบอกอะไรว่าข้าอยากจะหย่าร้าง? แต่ใจของท่านมันมีคนอื่นแล้วนี่นา ข้าไม่เคยฝืนบอกว่าต้องการความรักความรู้สึกด้วย ข้าเองก็พูดแล้ว ข้าไม่อยากมีสามีร่วมกับ
ถ้าหากเขาคิดจะคบกับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น เช่นนั้นนางจะให้พวกเขาได้สมหวังประโยคนี้พอดังขึ้นข้างหูเซียวหลันยวน ก็ทำให้ใจของเขาบีบขึ้นมาทันที หายใจติดขัด"เจ้าอยากจะละทิ้งตำแหน่งพระชายาอ๋องเจวี้ยนหรือ?" เขาเอ่ยขึ้นเสียงแหบพร่าหน่อยๆเดิมทีก็ไม่รู้ว่าพูดประโยคนี้แล้วจะทำให้เขารู้สึกลำบากขนาดนี้"ใช่"ฟู่จาวหนิงหลังจากพูดออกมาก็รู้สึกว่าผ่อนคลายขึ้นมาก"พอซือถูไป๋ทางนั้นปฏิเสธองค์หญิงใหญ่ เจ้าก็เลยจะมาพูดเรื่องหย่ากับข้าใช่ไหม? พวกเจ้าหารือกันไว้แล้วใช่ไหม?"น้ำเสียงเซียวหลันยวนเย็นลงมาเขารู้สึกว่าพิษเก่าในร่างกายยังไม่ทันหายเขาก็ป่วยอะไรขึ้นมาอีกแล้ว ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกแย่ขนาดนี้ได้อย่างไร?ฟู่จาวหนิงถลึงตาโต"ท่านออกไปเลย"นางชี้ไปที่ประตู สูดหายใจลึกถ้าเขาไม่ออกไป นางคงได้ด่ากราดออกไปอย่างทนไม่ไหวแน่ๆ!เซียวหลันยวนเจ้าผู้ชายต่ำช้า นี่คิดจะพูดอะไรกันแน่?!เซียวหลันยวนมองนางลึกๆ ผาดหนึ่ง หมุนตัวเดินออกไปด้านนอก ชิงอีกับสืออีก็ร้อนรนมองเข้ามา ชิงอีแม้จะเข้ามาคุยคุ้มกัน แต่สืออีเมื่อครู่ก็ออกไปอย่างไม่วางใจ จึงรอที่นี่ต่อแล้วก็ตามคาด ทะเลาะกันขึ้นมาแล้วจริงๆไม่ ไม่ถือว่า
สืออีพูดจบก็ปิดประตูให้เดิมทีเขาควรจะคอยเฝ้ายามช่วงกลางคืน แต่สถานการณ์ตอนนี้ ยิ่งเอาตัวเองไปหลับไม่ได้เด็ดขาด จะอย่างไรก็ต้องคอยเฝ้ายามพระชายาที่นี่ฟู่จาวหนิงรู้ว่าจะพูดอีกเขาก็คงไม่ไป จึงทำได้แค่ปล่อยเขานางเดิมทีคิดจะนอนต่อ แต่หลังจากนอนแล้วสมองมันตื่นไปหมด นอนไม่หลับ"เซียวหลันยวนเจ้าผู้ชายสารเลว!"ฟู่จาวหนิงด่าออกมาคำหนึ่งอย่างทนไม่ไหว แล้วยังลุกขึ้นมา เข้าไปในห้องเภสัชนานแล้วที่นางไม่ได้เข้ามาเปิดตู้ขนมขบเคี้ยวของตนเองในนี้ ตอนนี้ทนไม่ไหว หยิบข้าวเกรียบกุ้งถุงใหญ่ออกมา แล้วก็หยิบโคล่ามาอีกขวด นั่งลงบนโซฟาคนขี้เกียจ เปิดหน้าจอโปรเจคเตอร์ จากนั้นก็เปิดบทเรียนวิชาแพทย์ กินดื่มไปด้วยข้าวเกรียบกุ้งกรอบกร้วมๆ ความซาบซ่านของน้ำอัดลมไหลระเบิดที่คอหอย แต่บนหน้าจอกลับฉายแผลเป็นที่น่ากลัวของเคสคนป่วยรายหนึ่งศาสตราจารย์กำลังอธิบายว่าแผลเป็นอย่างนี้ควรจัดการเช่นไร เสียงดังฟังชัด แต่สมองฟู่จาวหนิงก็อดลอยภาพเซียวหลันยวนขึ้นมาไม่ได้เลยแผลเป็นพิษของเขามันเลวร้ายไปถึงระดับไหนแล้วนะ?นางยัดข้าวเกรียบกุ้งเข้าไปในปากอีก เคี้ยวกร้วมๆ อย่างแรง ถือเสียว่าเป็นเซียวหลันยวนพอเสียงดังกร๊อบ
"มาได้จังหวะพอดี มาดูนี่สิ"เสิ่นเสวียนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง เป่าๆ แล้วยื่นไปทางเซียวหลันยวนเซียวหลันยวนรับมา ก้มตาลงมอง อักษรสามตัวก็เสียดแดงมาที่ดวงตาเขาทันทีหนังสือหย่าร้างเขามองไปทางเสิ่นเสวียน"ทำไมล่ะ อ๋องเจวี้ยนคงไม่ใช่ไม่รู้หนังสือหรอกนะ?"เสิ่นเสวียนยิ้มๆ นั่งลงมา มองเขา"ท่านลุงหมายความว่าอย่างไร?" เซียวหลันยวนรู้สึกว่ากระดาษในมือหนักอึ้งเหลือเกิน แล้วยังเสียดแทงมืออีกด้วยมือเขาสั่นระริกไปหมดแล้ว"ท่านตอนนี้ยังจะเรียกข้าว่าท่านลุงอีกหรือ เช่นนั้นข้าก็จะพูดกับท่านหลายคำหน่อย นั่งสิ"เซียวหลันยวนนั่งลงตรงข้ามเขาเสิ่นเสวียนมองเขา เอ่ยขึ้นว่า "จาวหนิงเป็นหลานสาวข้า ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นผู้มีบุญคุณที่ช่วยชีวิตท่านแม่กับข้าไว้ด้วย โยนสองเรื่องนี้ทิ้งไปก่อน ข้าเองก็ชื่นชมในนิสัยและความสามารถของนางด้วย พูดแบบนี้ดีกว่า ในใจข้าตอนนี้ นางคือคนที่ข้ารักและหวงแหนที่สุดในบ้านตระกูลเสิ่นนี้ บนโลกใบนี้"คำพูดนี้มันช่าง...ถ้าหากไม่ใช่ว่ารู้จักตัวตนฐานะเขา ครึ่งหลังของคำพูดนี้ เซียวหลันยวนพอได้ยินใจก็บีบหดลงมาแล้ว"่นางตอนที่แต่งงานข้าไม่อยู่ด้วย งานมงคลของนางนี้มันดูฉุกละหุก
ซู๊ดสีหน้าเซียวหลันยวนเปลี่ยนไปอีกครั้งเรื่องนี้เขาเองก็ยังไม่รู้!แต่ที่เสิ่นเสวียนสามารถพูดออกมาได้ ก็พิสูจน์ได้ว่าระดับความน่าเชื่อถือนั้นสูงอยู่เสิ่นเสวียนมองออกจากปฏิกิริยาของเขา ว่าเรื่องนี้เซียวหลันยวนก็ไม่รู้เหมือนกัน"ท่านไม่รู้หรือ? ราชครูตงฉิง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าท่านเข้าใจหรือเปล่า จากที่ข้ารู้มา ความสามารถในการคาดคะเนของพวกเขาแข็งแกร่งมาก ส่วนจุดนี้ที่ข้ารู้มาได้อย่างไร ข้าก็บอกท่านได้อยู่ สมบัติล้ำค่าที่สุดของตระกูลเสิ้นพวกเราคือหนังสือ หนังสือเหล่านี้เนื้อหาก็มากมี กระทั่งมีชีวประวัติที่แท้จริงบางส่วนอีกด้วย"ในตอนนี้ เซียวหลันยวนก็เข้าใจถึงความล้ำค่าของหนังสือที่สะสมไว้เหล่านั้นเป็นครั้งแรกมิน่าถึงได้มีคนมากมายจ้องหนังสือสะสมพวกนั้นตาเป็นมัน"เจ้ายอดเขาโยวชิงคนนั้นน่าจะพูดอะไรกับเจ้าไว้ น่าจะเกี่ยวกับพวกวิถีโชคชะตากระมัง? แล้วยังพูดถึงเรื่องขององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นด้วยใช่ไหม? เพราะข้าตรวจสอบเจอการปฏิสัมพันธ์กันครั้งหนึ่งของพวกท่านด้วย ปีที่ท่านเพิ่งไปที่ยอดเขาโยวจิง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเองก็ออกจากเมืองหลวงจักรพรรดิต้าชื่อ ตรงไปที่สุสานจักรพรรดิ""ตอนนั้นที่พวกท่า
ส่วนฟู่จาวหนิงเองก็มองมาทางเขา เพราะเซียวหลันยวนไม่ได้ยื่นมือมาประคองนางในตอนแรก แต่กลับมองนางอย่างงงงันหน่อยๆฟู่จาวหนิงยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไร ใจก็ดำดิ่งหน่อยๆยังดีที่ตอนนางมองไปอีกครั้ง เซียวหลันยวนก็ยื่นมือมาดึงนางลุกขึ้นแล้ว จากนั้นไข่มุกหมึกในมือนางก็ส่งคืนไปยังเจ้าอาราม"คืนให้ท่าน"พริบตาที่เจ้าอารามยื่นมารับ เสียงเปรี๊ยะก็ดังขึ้น ไข่มุกหมึกลูกนั้นแตกละเอียดกะทันหันคนทั้งหมดล้วนตกตะลึง มองไปทางเศษหินที่รวงลงมานั่นพวกเขาล้วนถือไข่มุกหมึกกันมาแล้ว เดิมทีก็ยังดีดีอยู่ ไม่มีรอยร้าวอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นตัวลูกปัดหยกก็ตันและแข็งแกร่ง หล่นลงพื้นก็ไม่แน่ว่าจะแตกด้วยซ้ำแต่ตอนนี้จู่ๆ มันก็เป็นแบบนี้ไปแล้วเจ้าอารามโค้งตัวลงเก็บชิ้นส่วนหยกขึ้นมา หยิบขึ้นมามองๆ"ไข่มุกหมึกทำนายดารา ข้าเองก็เหลืออยู่แค่เม็ดเดียวด้วย"อยู่กับเขามาหลายสิบปี ใช้มาก็ตั้งหลายครั้ง ตอนนี้จู่ๆ ก็แตกเสียแล้วเซียวหลันยวนยื่นมือตัวเองออกมา "ข้าไม่ได้ออกแรงนะ""แล้วก็ไม่เหมือนบีบจนแตกด้วย"เจ้าอารามพูดพลางมองไปทางฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงหรุบตาลง เศษหินบนพื้นเหล่านั้น "หรือพวกท่านสงสัยว่าข้าทำ
เจ้าอารามสูดลมหายใจลึก"ผลลัพธ์นี้ไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่มันชี้นำไป ทำให้อายวนเดินไปยังทางเลือกที่จะพาสู่ความพินาศ"พอได้ยินคำพูดเขา ฟู่จาวหนิงก็หน้าเปลี่ยนสีแต่นางกลับโมโหขึ้นมา"เฮอะ"ก่อนหน้านี้นางยังรู้สึกว่าจะอย่างไรก็ได้แต่ว่าตัวนางจะเป็นอย่างไร นางก็ยังไม่สนใจได้ เพราะนางไม่ใส่ใจ และไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบกับตัวนางแต่เรื่องดันไปอยู่บนตัวเซียวหลันยวน นางก็ไม่ชอบใจขึ้นมาแล้วยิ่งไปกว่านั้น นางไม่รู้ว่าเซียวหลันยวนจะได้รัรบผลกระทบไหม ตัวนางเป็นคนที่ผ่านการข้ามภพมา แต่เขาไม่ใช่"อายวน" นางยื่นมือไปประคองเซียวหลันยวนเขาจับมือนางลุกขึ้นยืน มองดุนาง ยื่นมือลูบใบหน้านาง สีหน้าดูซับซ้อน"เจ้าลองดู"ฟู่จาวหนิงใจดำดิ่งหน่อยๆเพราะเขารู้สึกแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด ปฏิกิริยานี้คือถูกส่งผลกระทบเข้าแล้วเมื่อครู่เขายังบอกนางอยู่เลยว่าถ้าไม่อยากคะเนทำนายก็ไม่ต้องทำ ตอนนี้เขากลับบอกว่าให้ลองดูเสียแล้วจิตใจต่อต้านกับความอยากเอาชนะของฟุ่จาวหนิงถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว"ได้"นางขานรับ และไม่ลังเลอีก นั่งลงตรงหน้ามิติดาราทั้งสามผืนนั้น"ไข่มุกหมึก"เซียวหลันยวนส่งไข่มุกหมึก
เขาไม่อยากให้นางต้องฝืนตัวทำอะไรเพื่อตัวเขา"ข้ายินยอมทดสอบดู ไม่เป็นไร" ฟู่จาวหนิงบอกเขาเซียวหลันยวนชะงักไป "เช่นนั้นข้าก่อนแล้วกัน เจ้าลองดูผลลัพธ์ของข้าก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยตัดสินใจ"ตอนนี้เขาเองก็ยอมที่จะคะเนทำนายด้วย เพราะคำพูดประโยคนั้นที่เจ้าอารามพูดเมื่อครู่สามปีก่อนตอนที่เขาจะกลับเมืองหลวง ก็มีการวัดคะเนดาราไว้จริงๆ ทำให้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจน ว่าเขาควรจะออกจากยอดเขาโยวชิงเวลานั้น และไปถึงเมืองหลวงในวันนั้นเขาเจอกับจาวหนิงถอนหมั้นกลางถนนในวันนั้น แต่งงานกับนางในวันนั้น ตอนนี้พอมาคิดก็ดูจะเป็นคู่รักวาสนาที่ฟ้าประทานมาจริงๆเพื่อความแม่นยำครั้งนี้ เขาเองก็ไม่กังขากับการวัดคะเนดาราเซียวหลันยวนนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้ามิติดาราทั้งสามชิ้น ยื่นมือไปทางเจ้าอาราม "ไข่มุกหมึก""เจ้าจำไว้ด้วยว่าต้องขจัดสิ่งรบกวนออก อย่าต่อต้านการชี้นำ" เจ้าอารามส่งไข่มุกหมึกให้เขา จากนั้นจึงจุดธูปขึ้นเซียวหลันยวนหลับตา สองมือกุมไข่มุกหมึกตอนที่เขาเข้าสู่สภาวะลืมตนอย่างสมบูรณ์ ฟู่จาวหนิงก็แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยสัญชาตญาณ เหมือนจะพบว่าแสงดาวเต็มท้องฟ้าจะสว่างเจิดจ้ากว่าเดิมเซียวหลันยวน
เจ้าอารามถอนใจอย่างจนใจอีกครั้ง ร้องเรียกพวกเขาไว้"กลับมาก่อน ทำไมพูดไม่ถูกหูหน่อยเดียวก็จะไปแล้วล่ะ? เดี๋ยวนี้อารมณ์ขึ้นง่ายขนาดนี้เชียว? ข้าก็แค่พูดเฉยๆ ไม่ใช่ว่ามองเสี่ยวฟู่แบบนี้เสียหน่อย"ฟู่จาวหนิงเองก็ยืนนิ่ง นางดึงเซียวหลันยวนไว้ตอนนี้นางเองก็น่าจะมองการวัดคะเนดาราของเจ้าอารามเป็นเหมือนเกมลึกลับเกมนึง เมื่อครู่ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงขององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น นางรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งไปกว่านั้น ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าเจ้าอารามทำให้นางจับทางไม่ถูกเหมือนกัน คนผู้นี้ต้องมีตัวตนที่ไม่ธรรมดาสำหรับเซียวหลันยวนแน่นอนสำหรับฮูหยินเฉิง เซียวหลันยวนบทจะไม่ยอมรับก็ไม่ยอมรับได้ จะหมดความผูกพันนั่นก็หมดไป แต่สำหรับเจ้าอารามนั้นไม่ได้เด็ดขาดไม่เช่นนั้นคงไม่พานางเดินทางนับพันลี้มายอดเขาโยวชิงแค่เพราะคำๆ เดียวของเจ้าอารามหรอกนางเองก็อยากรู้มาก สาเหตุอะไรที่ต้องให้พวกเขามาทำนายชะตาอะไรนี่ เจ้าอารามคิดจะทำอะไรกันแน่นอกเหนือจากนี้ ตัวนางเองก็ยังอยากรู้ ว่าการที่นางมายังแคว้นเจานี่ เป็นเพราะมีพลังลึกลับอะไรหรือเปล่าถ้าไม่ทำให้ชัดเจน หลังจากนี้นางคงจะตั้งรับไม่ไหวองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นถึ
เขามองไปทางเจ้าอารามอีกครั้ง น้ำเสียงเข้มงวดขึ้นมา"ท่านน้าเฉิงถ้าพูดแบบนี้จริง เช่นนั้นสายตานางก็ตื้นเขินไม่รู้จักกาลเทศะ นางเองก็ไม่เข้าใจจาวหนิง และยิ่งไม่เข้าใจว่าจาวหนิงผ่านอะไรมาบ้าง แล้วมีสิทธิ์อะไรถึงใช้ความคิดของตัวเองมาสรุป ดูท่าหลายปีนี้คงถูกเอาอกเอาใจในเมืองจื่อซวีจนเสียคนแล้วจริงๆ"เดิมทีเขาได้ยินว่าฮูหยินเฉิงตาแดงก่ำลงจากเขาไป ยังเคยคิดว่าว่าเพราะช่วยนี้เย็นชากับนางมากเกินไปหรือเปล่า เอาไว้ตอนที่จะกลับ พอผ่านอุทยานเขาเฉิงอวิ๋น ยังคิดจะเข้าไปบอกลานางเสียหน่อยแต่ตอนนี้เขารู้สึกแล้วจริงๆ ว่าใจคนมันพังไปแล้ว เช่นนั้นก็ยากที่จะได้รับการเคารพจากคนอื่นจริงๆ"ข้าจดจำได้ว่าตอนที่ข้ายังเล็กท่านน้าเฉิงเคยมาดูแลอยู่หลายครั้ง แต่อันที่จริงพวกเราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น หลังจากข้าโตมา พวกเราก็เจอกันน้อยครั้งมาก เจอกันก็เพียงแค่ทักทาย ข้าเรียกนางว่าท่านน้า ก็เพราะเคยชินมาจากตอนเด็กเท่านั้น"เซียวหลันยวนตอนพูดถึงจุดนี้น้ำเสียงก็เย็นลงมา"ตอนยังเล็กนางดูแลข้ามาหลายครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาเจ้าอุทยานกำชับไว้ ข้าจึงเคารพนาง แต่นางก็ควรวางตัวให้ถูก ไม่ใช่จะขึ้นมาเป็นผู้อาวุโสของข้าจริ
สายตาที่องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองเซียวหลันยวนดูซับซ้อนมาก ดูลังเล กำลังตัดสินใจและดูเจ็บปวดทรมานมากแต่หลังจากนี้นางกลับละทิ้งเรื่องที่จะกลับเมืองหลวงหาคนอื่นหรือกระทั่งเรื่องไปแคว้นหมิ่น แล้วิคดจะอยู่ข้างกายเจ้าอารามแทนหรือ?นี่มัน...ฟู่จาวหนิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าการเปลี่ยนความคิดกะทันหันของนางมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรตอนนี้นางกลับรู้สึกอยากรู้อยากเห็นต่อวัดคะเนดารานี้เสียแล้ว องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นสัมผัสได้ถึงอะไรกันนะ?"องค์หญิงใหญ่พักอยู่ที่นี่สองสามวันก่อนก็ได้ เอาไว้ค่อยว่ากัน"เจ้าอารามเหลือบมองกระจกทรงมุมที่แสงดับไปแล้วผาดหนึ่ง จากนั้นก็มองใบหน้าองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น แอบถอนหายใจในใจเขาเองก็ทำไม่สำเร็จ บิดชะตาฝูอวิ้นกลับมาไม่ได้ชั่วคราวผิดพลาดตรงไหนกันแน่นะ?เจ้าอารามมองต่อไปทางฟู่จาวหนิง จากการทำนายส่วนตัวของเขา ทำนายไปทำนายมา ต้นกำเนิดตัวแปรทั้งหมดก็คือฟู่จาวหนิงดังนั้น เรื่องที่เกี่ยวกับฟู่จาวหนิง เขาต้องมาขบคิดให้ดีจริงจัง""เจ้าอารามรับข้าไว้เถอะ แม้ข้าจะทำอะไรไม่เป็นเลย แต่ก็ยังเรียนรู้ได้ ข้าเรียนรู้ทำกับข้าว จริงด้วย ข้าเป็นแแม่สื่อได้ด้วยนะ หลังจากนี้ชายเส
บนพื้นมีสามจุดเปล่งแสงขึ้นรางๆ ปรากฏรูปร่างสามแบบคือ แปดเหลี่ยม ทรงกลม ทรงมุมฟู่จาวหนิงเดินเข้าไปสองก้าว จึงพบว่านั่นเป็นกระจกหลากสีเรียบลื่นสามชิ้นสลักฝังอยู่บนพื้น ใต้กระจกน่าจะเป็นหินหยกผิวเรียบ และระหว่างหยกกับกระจกมีของเหลวสีแดงเจือสีเงินไหลเอื่อยๆ อยู่ยิ่งไปกว่านั้น เพียงไม่นาน ด้านบนยังมีแสงระยิบเหมือนดวงดาว ราวกับจำลองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวออกมาเจ้าอารามเดินเข้าไปใกล้ กวักมือให้กับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น"มานี่"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็ค่อนข้างว่าง่าย เดินเข้าไปทันทีเจ้าอารามส่งลูกปัดหยกสีดำเม็ดหนึ่งให้นาง"นั่งขัดสมาธิ กำลูกปัดเม็ดนี้ไว้ สัมผัสดูว่ามันนำเจ้าไปยังมิติดาราไหน แล้วจงชี้ออกมา"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ทำตามที่เขาบอกนั่งลงขัดสมาธิบนพื้น สองมือกุมลูกปัดนั้น ตั้งสมาธิสัมผัสผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงหันหลังอย่างลังเลไปทางทรงมุมนั้น"ทางนี้"ฟู่จาวหนิงยืนมองอยู่ข้างๆจากที่นางเห็น เจ้าอารามเหมือนคนที่กำลังเล่นละครหลอกคนอย่างไรอย่างนั้น เรื่องแบบนี้จะทำนายดวงชะตาออกมาได้อย่างไร?กำลูกปัดลูกหนึ่งไว้ ก็สามารถชักนำให้ตนเองเลือกกระจกหลากสีแผ่นไหนแบ
ดาวสองดวงนั้นประกายจ้ามาก แล้วยังอยู่ใกล้มากด้วย ส่องประกายให้กันและกัน เหมือนขานรับกันและกันไม่รู้เพราะอะไร พอเห็นดาวสองดวงนี้ ฟู่จาวหนิงรู้สึกมีความสุขขึ้นมานางมองไปทางเซียวหลันยวน ถามขึ้นเสียงแผ่วเบา "ท่านเห็นดาวดวงไหนหรือ?"เซียวหลันยวนไม่ตอบ แต่กุมมือนางมัน จับนิ้วนางชี้ออกไป"เอ๋?"ที่เซียวหลันยวนชี้ก็คือดาวสองดวงนั้น!หรือพวกเขาจะมองเห็นแบบเดียวกัน?แน่นอนว่าอาจจะเพราะดาวสองดวงนั้นสว่างไสวมากที่สุด คนอื่นเองก็อาจจะมองเห็นพวกมันด้วยฟู่จาวหนิงคิดเช่นนี้ เลยมองไปทางองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น แต่กลับเห็นนางมองไปทางอื่นนางมองไล่ตามสายตาองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นไป ตรงนั้นมีดาวดวงหนึ่ง สว่างอยู่เหมือนกัน แต่ดาวที่อยู่รอบๆ เล็กเอามากๆ จึงส่องระยับอยู่เพียงดวงเดียวที่องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมองอยู่น่าจะเป็นดวงนั้นกระมัง?ตอนที่นางจะเก็บสายตาก็กวาดไปเห็นซางจื่อพอดี และเห็นซางจื่อก็กำลังมองท้องฟ้า แต่สายตาของเขาดูสับสน สีหน้าเองก็ตกตะลึงไปฟู่จาวหนิงคิดๆ ถอยหลังสองก้าวไปอยู่ข้างๆ ซางจื่อซางจื่อเก็บสายตากลับ มองไปทางนาง ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ นางก็มาอยู่ข้างๆ"ซางจื่อ เจ้าชอบดาวดวงไหน?"ซา
"แต่ก่อนท่านเคยเห็นเขาระบำมาก่อนไหม?""ไม่มีเคยเลย"ตอนที่พวกเขาหยุดเท้ายืนมอง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็มาถึงข้างกายพวกเขานางเองก็มองการร่ายรำบนแท่นชมดาว สายตาดูเคลิบเคลิ้มหน่อยๆ"ข้าได้ยินว่า แต่ก่อนตงฉิงก็มีระบำทำนายดวงดาวอยู่ประเภทหนึ่ง คิดค้นขึ้นมาโดยตระกูลราชครูตงฉิง นี่เป็นระบำที่ลึกลับมาก จังหวะก้าวเท้าทุกก้าวล้วนพิถีพิถัน นำมาซึ่งพลังแห่งดวงดาว ทำให้ผู้ทำนายดวงดาวมีพลังที่ลึกลับมากขึ้น ผลลัพธ์การทำนายเองก็แม่นยำขึ้น"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเองก็ลืมสิ่งที่เซียวหลันยวนพูดไว้เมื่อครู่ เรื่องที่ไม่ให้นางเข้ามาใกล้นัก แต่มายืนอยู่ข้างกายพวกเขา พูดเรื่องที่ตนเองรู้มาก่อนหน้านี้ออกมาอย่างอดไม่อยู่"ตระกูลราชครูของตงฉิง?" ฟู่จาวหนิงเหลือบมองนางผาดหนึ่ง"ใช่ นี่เป็นสิ่งที่ข้าได้ยินองค์จักรพรรดิของข้าบอกมา" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นพอเห็นว่านางยอมพูดกับตนเอง ก็รู้สึกเหมือนได้รับเกียรติจนประหลาดใจขึ้นมา "ยิ่งไปกว่านั้นข้าก็ได้ยินว่าองค์จักรพรรดิข้าค้นหาตระกูลราชครูตงฉิงอยู่ตลอด ว่ากันว่า ตระกูลราชครูนั้นรู้ความลับมากมายของตงฉิง สามารถช่วยให้อาณาจักรมั่นคงได้ด้วย"เซียวหลันยวนร้องเฮอะขึ้นมาต้