Share

บทที่ 38

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
หลินชิงเหยาปาดน้ำตาจากหางตา แล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรเพคะ หม่อมฉันแค่รู้สึกซาบซึ้งใจเหลือเกินที่เห็นว่าองค์รัชทายาทมิหวาดระแวงในตัวหม่อมฉันเลย”

“โอ้? เจ้าคิดว่าข้าควรจะกังวลเรื่องที่เจ้าวางยาพิษกับขนมอบพวกนี้หรือ?”

“จริง ๆ แล้ว ตอนแรกหม่อมฉันก็กังวลอยู่ อย่างไรเสียท่านพ่อของหม่อมฉันก็สนิทกับอ๋องฉี และหม่อมฉันเองก็เคยช่วยท่านอ๋องฉีมาก่อน…”

ฉินซูหัวเราะอย่างมิเชื่อหูและพูดว่า “เจ้าช่างเป็นสตรีที่โง่เขลาจริง ๆ อย่างที่เจ้าว่า ตอนนี้เจ้าเป็นคนของข้าแล้วหากข้ายังต้องระแวงเจ้า ข้าจะมิเหนื่อยแย่หรือ?”

แม้ว่าเขาจะพูดเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเชื่อมั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือความแข็งแกร่งในการบ่มเพาะตนของเขา ที่ระดับของเขาแล้วพิษธรรมดาไม่มีผลกับเขาเลย

นอกจากนี้เขายังสามารถมองออกทันทีว่ามีพิษอยู่ในอาหารหรือไม่

แต่มิว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลินชิงเหยาก็ซาบซึ้งใจกับความไว้ใจอย่าง “ไม่มีเงื่อนไข” ของเขา

ในใจนางยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้นว่านางจะติดตามฉินซูตลอดไปมิว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ฉินซูโบกมือให้นางแล้วพูดว่า “เจ้าอย่ามัวแต่ยืนนิ่งอยู่เลย มานั่งกินด้วยกันเถอะ”

“เอ๋? องค์รัชทายาท นี่
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Kaugnay na kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 39

    ใบหน้าอันงดงามของฉงชูโม่เปลี่ยนเป็นเย็นชาและถามว่า “นี่ท่านหมายความว่าอย่างไร? หม่อมฉันฝ่าฝืนกฎเมื่อใดตอนไหนกัน?”เมื่อเห็นการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสองคน หลินชิงเหยาจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยและพูดว่า “พี่หญิงชูโม่ องค์รัชทายาทมิได้หมายความว่าเจ้าทำผิดกฎเกณฑ์ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”“หลินชิงเหยา เจ้ายังมิได้ออกเรือนแท้ ๆ กลับพูดแทนเขาแล้วหรือ?”“ข้า… ข้าแค่พูดความจริงก็เท่านั้น” หลินชิงเหยากระซิบด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ“ชิงเหยา แม่ทัพฉงเพิ่งกลับมาจากสนามรบ นางย่อมมีอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นธรรมดา เราอย่าไปถือสานางเลย”“โอ้ หม่อมฉันรับทราบเพคะ”ฉินซูยิ้มด้วยความพึงพอใจและพูดกับฉงชูโม่ “ดูสิ ข้าชอบนิสัยอ่อนหวานของชิงเหยา และนางยังเก่งการครัวอีก นางทั้งเข้าครัวได้และออกงานสังคมได้ แถมยังมีน้ำใจอีก เป็นคนที่น่าชื่นชมจริง ๆ”เมื่อได้ยินฉินซูยกย่องตัวเอง หลินชิงเหยารู้สึกพึงพอใจในใจฉงชูโม่พูดด้วยความมิพอใจเล็กน้อย “แค่เรื่องการครัว ใครๆ ก็ทำได้ มีอะไรน่าคุยโวกัน”ฉินซูถามด้วยความประหลาดใจ “โอ้? แม่ทัพฉงก็รู้เรื่องการครัวด้วยหรือ?”ฉงชูโม่เท้าเอว แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนว่าหม่อมฉันทำได้!”

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 40

    ฉินซูยิ้มอย่างชั่วร้ายและกระซิบข้างหูของฉงชูโม่ “แน่นอน เป็นเพราะได้เห็นรูปร่างอันน่าภาคภูมิใจของแม่ทัพฉงน่ะสิ!”“ฉ่า!”ใบหน้าอันงดงามของฉงชูโม่พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับพระอาทิตย์ยามตกดินทันทีด้วยความโกรธ นางยกมือขึ้นตบหน้าฉินซู“โอ๊ย! หากเจ้าลงมือ ข้าจะเปิดเผยเรื่องเมื่อคืนออกไปนะ!”เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฉงชูโม่ก็รีบหยุดมือ และสาปแช่งอย่างเกลียดชังว่า “คนต่ำช้า ไร้ยางอาย!”“แหม เจ้าแอบเข้าไปอาบน้ำในบ่ออาบน้ำของข้า แล้วเจ้ายังแอบดูข้าและหลินชิงเหยาอีก... ข้ายังมิได้คิดบัญชีกับเจ้าเลย เจ้ายังกล้าเปิดปากพูดได้อีก!”“ถุย ถุย ถุย ใครแอบดูพวกท่านกัน หม่อมฉันเห็นภาพมิน่าดูนั่นก็ทำให้หม่อมฉันอยากจะควักลูกตาตัวเองออกมาล้างให้สะอาดแล้ว!”“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ควักออกมาสิ!”“ท่าน… หึ หม่อมฉันมิเคยเห็นใครต่ำช้าและไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อนเลย”ฉงชูโม่หันหลังกลับและจากไปด้วยความโกรธนางถึงกับลืมถามเรื่องระดับพลังของฉินซูไปเลยด้วยซ้ำฉินซูยิ้มอย่างภาคภูมิใจและกล่าวว่า “เด็กน้อย เรื่องอย่างนี้ ข้าจะใช้เวลามิกี่อึดใจก็จัดการเจ้าได้อยู่มือแล้ว!”ในเวลาเดียวกันในโถงหลักของสำนักหอดูดาวหลวง เหลยเจ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 41

    “มะเส็ง ฟ้าดินขัดแย้ง นี่คือสัญลักษณ์คำทำนายที่เป็นลางร้ายอย่างยิ่ง…”เขาบ่นแล้วเดินไปที่ประตูโถงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าทางทิศใต้ในแววตาชราเฒ่าและลึกซึ้งนั้น มีร่องรอยของความกังวลที่หาได้ยาก…… ตำหนักบูรพาหลังจากที่ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยเข้ามา เขาก็ไปเข้าเฝ้าฉินซูก่อนฝ่ายหลังพูดด้วยรอยยิ้ม “ตู๋กูโฉ่วเยวี่ย ข้าจะไปเดินเล่นที่ตลาด เจ้าไปกับข้าด้วยแล้วกัน”“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปเรียกองครักษ์คนอื่น ๆ มาด้วย”หลังจากตู๋กูโฉ่วเยวี่ยพูดจบ เขาก็หันหลังกลับและจากไปฉินซูโบกมือแล้วพูดว่า “เอาพวกทหารองครักษ์ไปเยอะ ๆ คนอื่นคงรู้ว่าข้าเป็นองค์รัชทายาท จะสนุกตรงไหนกันเล่า”“เช่นนั้นองค์รัชทายาททรงหมายความว่า...”“เจ้าไปกับข้าก็พอ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้ายังกลัวว่าจะมีใครมาสร้างปัญหาให้ข้าอีกรึ?”“จริงด้วย เชิญองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”ทั้งสองกำลังจะออกไปข้างนอก ตอนนั้นเองที่ฉงชูโม่รีบติดตามมาและถามว่า “องค์รัชทายาท พระองค์จะเสด็จไปที่ใดเพคะ?”“ไปเดินเล่นที่ตลาด มิเช่นนั้นอยู่แต่ในตำหนักบูรพาจะเบื่อตายเสียก่อน”“มิได้เพคะ ฝ่าบาทเคยรับสั่งให้หม่อมฉันคอยควบคุมให้ท่านอ่านตำรานักปราชญ์”ฉินซูข

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 42

    ฉงชูโม่พูดอย่างน่าเชื่อถือ “แน่นอนว่าหม่อมฉันต้องจับตาดูท่าน มิให้ท่านก่อปัญหาอีก”“ฮ่าฮ่า ด้วยรูปลักษณ์ปานล่มเมืองเช่นเจ้า และรูปร่างหน้าตาเจ้าโดดเด่นกว่าผู้ใด หากติดตามข้าไป เกรงว่าเจ้าจะเป็นคนแรกที่สร้างปัญหา”เมื่อเห็นฉินซูหันกลับมาชมรูปร่างหน้าตาของนาง ฉงชูโม่ก็หน้าแดงโดยมิรู้ตัวนางพึมพำ “อย่างไรหม่อมฉันก็จะไปด้วย นี่เป็นพระราชโองการของฝ่าบาท หากองค์รัชทายาทคิดว่าหม่อมฉันดึงดูดความสนใจเกินไป เช่นนั้นหม่อมฉันจะไปเปลี่ยนชุด”“เช่นนั้นก็รีบไป”ฉงชูโม่รีบหันหลังกลับและเดินไปที่ห้องของตนมินานหลังจากนั้น นางก็เปลี่ยนมาสวมอาภรณ์บุรุษ และผมสีดำมันวาวของนางก็ถูกมัดด้วยปิ่นปักผมไม้แม้ว่าในเวลานี้นางจะแต่งตัวเป็นบุรุษ แต่ทั้งใบหน้าที่บอบบางไร้ที่ติของนาง และรูปร่างอันสะโอดสะองของนางก็ยังสะดุดตาเป็นพิเศษใครก็ตามที่มีสติปัญญาเพียงเล็กน้อยก็ยังสามารถบอกได้ว่า นางเป็นสตรีปลอมตัวเป็นบุรุษยิ่งไปกว่านั้น การสวมอาภรณ์ของบุรุษนี้ดูจะมิเข้ากับนางเอาเสียเลยฉินซูบ่นอย่างมิสบอารมณ์ “แม่ทัพฉง เจ้าคิดว่าเพียงเจ้าเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์ของบุรุษ คนอื่นจะดูมิออกว่าเจ้าเป็นสตรีรึ?"“เช่นนั้นท่านคิด

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 43

    “เขาเคยพูดกับข้าก่อน!”ฉินซูชี้ตรงไปที่ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยฝ่ายหลังตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นส่ายหน้าอย่างแรงแล้วรีบปฏิเสธ “ข้าเปล่า ข้ามิได้พูด องค์รัชทายาท ท่านอย่าตรัสโป้ปดสิพ่ะย่ะค่ะ!"“ตู๋กูโฉ่วเยวี่ย!!”ฉงชูโม่คำราม และดึงแส้ออกจากสาบเสื้อของนางเมื่อเห็นว่าสถานการณ์มิดี ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยจึงวิ่งหนีไปฉงชูโม่ตามทันเขาในพริบตาครู่ต่อมา เสียงกรีดร้องของตู๋กูโฉ่วเยวี่ยก็ดังมาแต่ไกลฉินซูเหงื่อแตกพลั่กและพึมพำ “อารมณ์ร้ายขนาดนี้ เจ้ายังบอกว่าเจ้ามิใช่แม่มดอีก”เขาส่ายหน้า และมุ่งตรงไปยังตลาดสิบห้านาทีต่อมาฉงชูโม่ตามมาทัน แม้ว่านางยังคงมีใบหน้าบึ้งตึง แต่นางก็มิได้โกรธเท่าเดิมแล้วข้างหลังนั้นตู๋กูโฉ่วเยวี่ยตามมาด้วยจมูกช้ำและใบหน้าบวมปูด มองฉินซูด้วยดวงตาเศร้าสร้อยเป็นครั้งคราวเมื่อสังเกตเห็นท่าทางเศร้าโศกของตู๋กูโฉ่วเยวี่ยแล้ว ฉินซูก็ชูมือขึ้นแล้วพูดว่า “ข้ามิได้ตีเจ้าเสียหน่อย เหตุใดเจ้าจึงมองข้าเช่นนั้น”“องค์รัชทายาท พระองค์ไม่มีเมตตาเลย กระหม่อมบอกเมื่อใดว่าชูโม่เป็นแม่… แค่กแค่ก กระหม่อมมิเคยพูดเช่นนั้นเลย”ฉินซูกระซิบข้างหู “เจ้าโง่หรือไร? ข้ากำลังสร้างโอกาสให้กั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 44

    “ทำดอกไม้ไฟ!” ฉินซูตอบแล้วเดินเข้ามา“ท่านทำดอกไม้ไฟได้ด้วยหรือ?”ทั้งฉงชูโม่และตู๋กูโฉ่วเยวี่ยดูประหลาดใจไปตาม ๆ กันฉินซูพูดอย่างคลุมเครือ “นั่นมิใช่ประเด็น ในเมื่อหาผงดินปืนได้ยาก เช่นนั้นพวกเจ้าไปซื้อดินประสิว กำมะถัน และถ่านไม้มาให้ข้าหน่อย”“กำมะถันและถ่านหาซื้อได้ทั่วไป ข้ามิเคยได้ยินเรื่องดินประสิวที่องค์รัชทายาทพูดถึงมาก่อน เจ้ารู้ไหมว่ามันคืออะไร ชูโม่?”“ข้ามิรู้ ในเมื่อองค์รัชทายาทบอกให้เจ้าไปหา เจ้าก็ไปลองหาดูสิ”“เอาเถอะ พวกท่านทั้งสองรอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไปลองถามคนดู”ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยหันหลังกลับ และหายลับเข้าไปในฝูงชน ฉงชูโม่มองไปรอบ ๆ และถามด้วยน้ำเสียงเบา “องค์รัชทายาท ท่านยังมิได้ตอบคำถามเมื่อคืนของหม่อมฉันเลยนะเพคะ?”“เรื่องที่ว่าเหตุใดเมื่อคืนนี้ข้าถึงเลือดกำเดาไหล ข้าก็ตอบคำถามของเจ้าไปแล้วมิใช่หรือ?”“ฉินซู ท่านอย่าบีบให้หม่อมฉันลงมือต่อหน้าธารกํานัล อย่าลืมว่าหม่อมฉันได้รับอนุญาตจากองค์จักรพรรดิ หากท่านกล้าต่อต้าน ก็ถือว่าท่านขัดต่อราชโองการ!”ฉินซูพูดอย่างมิสบอารมณ์ว่า “เช่นนั้นเจ้าอยากจะถามสิ่งใดเล่า? ข้าจะตอบตามจริงก็แล้วกัน”“ท่านอยู่ในระดับใดกั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 45

    เหล่าสตรีล้อมรอบฉงชูโม่ทันที ทั้งยังลูบไล้มือและใบหน้าของนางอีกด้วย“คุณชายหล่อเหลาจริง ๆ มาเลยเจ้าค่ะ วันนี้ตัวพี่หญิงอารมณ์ดี จะขอบริการท่านฟรีสักครั้ง”“ใช่ ใช่ ใช่ ค่าใช้จ่ายของท่านพวกเราจัดการเอง วันนี้เราจะผลัดกันดูแลท่าน รับรองว่าท่านจะติดใจจนลืมมิลง”หญิงสาวเหล่านั้นหัวเราะคิกคักไม่หยุด และลากฉงชูโม่เข้าไปยังหอบุปผาเมลัยฉงชูโม่อับอาย และตะโกนอย่างโกรธจัดว่า “ปล่อยข้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”“เอ๋ คุณชายอย่าอายไปเลย พวกเรามิทำรุนแรงหรอก”“ดูสิว่าท่านร้อนรนเพียงใด ยังบริสุทธิ์อยู่ใช่หรือไม่?”“ดูเหมือนจะใช่ ฮิฮิ ท่านผ่อนคลายเถิด เราจะมิทำให้ท่านเจ็บหรอกเจ้าค่ะ”พวกนางลากฉงชูโม่ขึ้นไปชั้นบนใบหน้าอันงดงามของฉงชูโม่เย็นชา เตรียมจะลงมือในเวลานี้ มีสตรีนางหนึ่งบังเอิญสัมผัสหน้าอกของนางและอุทานว่า “เจ้าเป็นสตรีรึ?!”“หือ? สตรี?”“ถุย ถุย ถุย เราก็นึกว่าเจ้าเป็นบุตรชายตระกูลเศรษฐี ที่ไหนได้กลับเป็นสตรี รีบไปให้พ้นเลย!”สตรีหลายคนถ่มน้ำลายด้วยสีหน้ามิพอใจฉงชูโม่จ้องมองพวกนาง แต่ก็มิอยากต่อปากต่อคำด้วย จึงหันหลังกลับแล้วลงไปชั้นล่างในเวลานี้เอง นางเงยหน้าขึ้นมองชั้นบนโดยมิไ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 46

    เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินซูก็เดินไปที่ห้องที่หนึ่งและเตะประตูให้เปิดออกแต่เพื่อมิให้ฉงชูโม่สงสัย เขาจึงมิได้ใช้กำลังมากนักเมื่อเห็นว่าเขามิแม้แต่จะเตะเปิดประตูได้ ฉงชูโม่ก็พูดด้วยสีหน้ารังเกียจ “หลีกไป หม่อมฉันเอง”หลังจากพูดอย่างนั้น นางก็เตะประตูให้เปิดออก ในห้องนั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังกอดหญิงสาวที่ดูเย้ายวน และนอนอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่าเมื่อเห็นฉากนี้ ฉงชูโม่ก็หันหลังหนีทันที อยากจะควักลูกตาออกมาล้างให้สะอาดเสียเดี๋ยวนั้นในเวลานี้ คนทั้งสองบนเตียงก็สังเกตเห็นว่าประตูถูกเปิดออก พวกเขาก็ตกใจกลัวอย่างมากชายวัยกลางคนตะโกนด่า “พวกเจ้าเป็นใคร กล้ามารบกวนความสำราญของข้า เจ้าจะเชื่อหรือไม่หากข้าบอกว่าข้าจะฆ่าพวกเจ้า รีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”ฉินซูเหลือบมองบุคคลนี้ และจำเขาได้ทันทีเขาคือเส้าหวยอัน รองเสนาบดีกรมโยธาธิการ!“รองเสนาบดีเส้า เพลิดเพลินมิเบาเลยนะ กล้ามามั่วสุมที่หอบุปผาเมลัยกลางวันแสก ๆ ช่างทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาจริง ๆ!”หลังจากที่เส้าหวยอันจำฉินซูได้ในชุดลำลองได้ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวเขารีบหยิบกางเกงขึ้นมา กลิ้งตัวลงจากเตียงอย่างทุลักทุเล

Pinakabagong kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 657

    หลังจากนั้น เสียงระเบิดของระเบิดสายฟ้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนก็ดังมิขาดสายเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ภายนอก จ้าวควงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ฉินซู เจ้าพาทหารต้าเหยียนของเจ้าเข้ามาด้วยรึ?”ฉินซูหัวเราะเยาะ “ถูกต้องแล้ว พระราชวังของเจ้ามีทหารรักษาพระองค์เพียงหมื่นกว่านาย มินานก็ถูกสังหารหมดสิ้น!”เป็นจริงมิต่างจากที่คาดสักเท่าไร มินานเสียงต่อสู้ภายนอกก็เงียบลงจากนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวควงมองไปยังนอกประตูท้องพระโรงด้วยความหวังเขาหวังสุดหัวใจว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนแรกจะเป็นทหารรักษาพระองค์ของตนน่าเสียดายที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามที่หวัง คนที่บุกเข้ามาจากภายนอกล้วนเป็นคนแปลกหน้าชายผู้นำขบวนเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวต่อฉินซูด้วยความเคารพ “องค์รัชทายาท ทหารรักษาพระองค์ในพระราชวังหนานเยวี่ยถูกสังหารไปสามพันนาย ที่เหลือทั้งหมดยอมศิโรราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวควงก็เปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงคำรามออกมา “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ทหารรักษาพระองค์ของข้าจงรักภักดี พวกเขายอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมจำนน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 656

    “ฝ่าบาท!!”เหล่าขุนนางตกใจจนแทบสิ้นสติกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ต่างคนต่างยืนงงงันอยู่กับที่ ทำกระไรมิถูกส่วนองครักษ์พกดาบก็ชักดาบออกมาโดยมิลังเล หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงดัง “เจ้าคนแซ่ตงฟาง รีบปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะได้ตายไร้ที่ฝังศพ!”“ขออภัย ข้ามิได้แซ่ตงฟาง แต่แซ่ฉิน!”ฉินซูกล่าวพร้อมกับกระชากหน้ากากหนังออกดวงตาของจ้าวควงหดเล็กลง ในใจสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าคือองค์รัชทายาทผู้รอวันปลดแห่งต้าเหยียน...”“ข้าคือรัชทายาทแห่งต้าเหยียนจริง แต่คำว่า ‘รอวันปลด’ นับแต่นี้ไปคงต้องตัดทิ้งเสียแล้ว!”ฉินซูจับตัวจ้าวควงไว้ แล้วดีดนิ้วไปยังอากาศวูบ!ปราณดัชนีอันแข็งแกร่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว เสาไม้แดงต้นหนึ่งในท้องพระโรงปรากฏรูลึกในทันใด!เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ฉินซูคือจอมยุทธ์ระดับสวรรค์!ฉินซูข่มขวัญจนทุกคนหวาดกลัวแล้วก็หันไปตวาดใส่ทหารเกราะเหล่านั้น “ข้ามิอยากเสียเวลาสู้กับพวกเจ้า หากมิอยากตาย อย่าริอ่านขยับ!”ทหารเกราะเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ต่างก็มิแน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีหากลงมือ จ้าวควงผู้เป็นถึงองค์จักรพรรดิจะตกอยู่ใ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 655

    "เรื่องอันใดเพคะ?"“ฉินอวี่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าพาทหารไปปิดล้อมเส้นทางสำคัญทุกสายทันที ป้องกันมิให้เขาลอบไปแจ้งข่าวให้หนานเยวี่ยรู้ตัว”“เพคะ! แล้วทหารชั้นยอดห้าหมื่นนายที่เขาซุกซ่อนไว้ที่ตงไห่เล่าเพคะ? เกรงว่าเขาจะหนีไปทางนั้นแล้วกระมัง?”“ในยามนี้ เกรงว่าทหารห้าหมื่นนายนั้นจะยกทัพขึ้นเหนือไปแล้ว คงกำลังรอคำสั่งใหม่ของฉินอวี่อยู่ที่ไหนสักแห่ง เอาเช่นนี้ เจ้าพาหูก่วงเซิงไปด้วย เขารู้จุดนัดพบ เมื่อไปถึงจุดนัดพบแล้วก็ให้ควบคุมตัวหัวหน้าของพวกมันเอาไว้!”ฉินซูพูดจบก็หันไปสั่งตงฟางไป๋ “ตงฟางไป๋ พวกเจ้าสองพี่น้องจงติดตามฉงชูโม่ไปด้วย!”“รับพระบัญชา!” สองพี่น้องตงฟางรับคำสั่งด้วยความเคารพฉงชูโม่ก็ยังคงกังวลอยู่บ้าง “แล้วอ๋องฉู่เล่าเพคะ? หากเขาล่วงหน้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้นก่อนพวกเรา เรื่องคงจะยุ่งแล้ว”ฉินซูกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าคาดการณ์ว่าฉินอวี่มิกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากเขากล้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้น ก็มิต่างอะไรกับการประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเขากำลังก่อกบฏ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีวันได้ฟื้นคืนอำนาจอีก!”ฉงชูโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผล นางจึงพยั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 654

    ภายในเมือง เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศของลูกธนูที่พุ่งผ่านดังมิขาดสายเสียงร้องโหยหวนยิ่งดังระงมมิหยุดหย่อน ต่อเนื่องเป็นระลอก!พื้นดินของเมืองอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน สังหารหมู่ นี่คือการสังหารหมู่แต่เพียงฝ่ายเดียว!ในเวลานี้ ทหารหนานเยวี่ยที่ล้มลงจมกองเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆฉินซูเห็นเติ้งหม่างมิไหวติง จึงเตือนสติ “ทุกครั้งที่เจ้าลังเล จะมีทหารหนานเยวี่ยสังเวยชีวิตอีกนับมิถ้วน เจ้าจะเงียบต่อไปก็ได้ อย่างไรเสียก็มิใช่ทหารของข้า”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็มองไปยังสถานการณ์การรบอันน่าอนาถที่อยู่ไกลออกไป ในที่สุดก็ยอมรับความจริงที่ว่าสถานการณ์พลิกผันไปแล้วเขาถอนหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง วางอาวุธลงยอมจำนนเสีย!”คำสั่งของเขาแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วกองทัพหนานเยวี่ยในเมืองพากันโยนอาวุธในมือทิ้งพร้อมยกมือขึ้นยอมจำนนส่วนทหารแห่งต้าเหยียนก็หยุดการกระทำ มิยิงธนูต่อไปมินาน ฉงชูโม่ก็นำทัพใหญ่บุกเข้าเมือง ควบคุมทหารหนานเยวี่ยของเติ้งหม่างไว้ได้ทั้งหมดเติ้งหม่างมองโจวฉางที่ถูกตงฟางไป๋จับมัดไว้พลางหัวเราะอย่างข

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 653

    เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็ตกตะลึงจนตาแทบถลนออกมา!กุนซือจะชิงตำแหน่งแม่ทัพหรือ?!เติ้งหม่างยืนงงไปครู่หนึ่ง ถามเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร?”ฉินซูยิ้มอย่างใจเย็น “แม่ทัพเติ้ง เจ้ารู้จักคำกล่าวที่ว่า ทหารจะมิชิงชังกลอุบายหรือไม่?”ขณะพูด อีกมือหนึ่งก็กระชากบางอย่างออกจากใบหน้า!หน้ากากผิวหนังที่บางราวปีกแมลงทับบนใบหน้าถูกกระชากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาเมื่อเห็นภาพนั้น เติ้งหม่างก็อุทานออกมา “ฉินซู! เป็นเจ้าเองรึ!!”ในฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหนานเยวี่ย ภาพเหมือนของรัชทายาทแห่งแคว้นเพื่อนบ้าน มีหรือเขาจะจำมิได้ ดังนั้นเขาจึงจำฉินซูได้ในทันทีฉินซูหัวเราะในลำคอ “ตกใจหรือไม่เล่า? คาดมิถึงเลยใช่หรือไม่?”เติ้งหม่างโกรธจัดจนกระอักเลือดออกมาเป็นกระบุง!ตนพารัชทายาทของแคว้นศัตรูมาพบจักรพรรดิแห่งหนานเยวี่ย ซ้ำยังปล่อยให้อีกฝ่ายมาเป็นกุนซือของกองทัพตนอีก!บัดนี้ทหารนับแสนนายถูกล้อมอยู่ในเมืองเจียวโจว ถูกขังไร้ซึ่งทางหนี ชะตากรรมความเป็นความตายอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายในใจของเติ้งหม่างเต็มไปด้วยไฟแค้น โกรธจนตัวสั่นเขาคำรามใส่ลูกน้อง “ยังยืนโง่อยู่อีก ทำกระไ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 652

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู เติ้งหม่างก็พยักหน้าหนักแน่น “ดี แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง ตามข้าบุกโจมตีค่ายใหญ่ใจกลางกองทัพต้าเหยียน บุก!”เติ้งหม่างนำทัพเป็นคนแรก บุกตะลุยเข้าไปข้างในพวกเขาบุกตะลุยราวกับพายุตลอดทาง มิใช่สิ ต้องบอกว่าบุกเข้าไปถึงหน้าค่ายทหารใหญ่อย่างไร้อุปสรรคขัดขวางเติ้งหม่างเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาโบกมือสั่งการ สั่งให้คนบุกเข้าไปทันทีแต่ผลปรากฏว่า ในค่ายทหารใหญ่ใจกลางกองทัพ กลับไม่มีแม้แต่เงาคน!“แย่แล้ว พวกเราติดกับแล้ว!”ถึงเติ้งหม่างจะมีปฏิกิริยาช้าไปบ้างแต่ในที่สุดก็ตระหนักได้แล้วเขาคำรามเสียงดังโดยมิลังเล “ทุกคนถอยทัพกลับ พวกเราติดกับแล้ว!”แต่ฉินซูโบกมือ “ถอยทัพเวลานี้ เท่ากับปล่อยให้ความสำเร็จกลายเป็นศูนย์ รีบแบ่งทหารไปประจำการยึดประตูเมืองทิศต่าง ๆ เมื่อสำเร็จ หากทำสำเร็จก็เท่ากับต้าเหยียนยกเมืองให้เราเปล่า ๆ เมืองหนึ่ง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเติ้งหม่างก็เปล่งประกายวูบวาบขึ้นมา กล่าวชม “ท่านผู้อาวุโสพูดมีเหตุผล แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง แบ่งทหารออกไปสี่ทิศ รีบบุกยึดประตูเมืองเจียวโจวทุกทิศโดยเร็วที่สุด!”"ขอรับ!"ทหารนับแสนนายรีบแบ่งอ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 651

    “ข้าน้อยเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ช่ายเฟิงพยักหน้าหนักแน่น แล้วหันหลังกลับไปเตรียมคบเพลิงทางฝั่งที่ตั้งกองทัพใหญ่หนานเยวี่ย เติ้งหม่างมองไปที่กำแพงเมืองแวบหนึ่ง ในใจก็อดมิได้ที่จะกระวนกระวายใจเล็กน้อยเขากระซิบถามฉินซู “ท่านผู้อาวุโส ยามนี้ก็ยามโฉ่ว[footnoteRef:0]แล้ว แต่บนกำแพงเมืองหาได้มีความเคลื่อนไหวไม่ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่อ๋องฉู่จะเปลี่ยนใจกะทันหัน?” [0: ยามโฉ่ว เริ่มนับตั้งแต่เวลา 01.00 – 03.00 น.] “อย่าเพิ่งใจร้อน รออีกเดี๋ยว อีกอย่าง ต่อให้อ๋องฉู่จุดคบเพลิงเป็นสัญญาณจริง พวกเราก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านผู้อาวุโสสงสัยว่าอ๋องฉู่จะหักหลังพวกเราหรือ?”“กันไว้ดีกว่าแก้ เมื่อมิกี่วันก่อนข้าเข้าไปสำรวจข้างในเจียวโจวมาบ้าง รู้สภาพข้างในคร่าว ๆ เดี๋ยวเข้าไปในเมืองแล้วเจ้าอย่าปล่อยให้ทัพใหญ่วิ่งพล่านโดยพลการ จะเป็นอันตรายเอาได้”“ในเมื่อท่านผู้อาวุโสคุ้นเคยกับผังเมืองภายใน เมื่อเข้าไปในเมืองแล้วขอฝากท่านผู้อาวุโสบัญชาการทัพต่อด้วย ตอนนี้ท่านคือกุนซือของเราแล้ว!”“ดี!”ในใจของฉินซูแทบจะระเบิดหัวเราะออกมาในเวลานี้เองบนกำแ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 650

    ต่อมา ฉินอวี่จึงใช้ทหารม้าหุ้มเกราะชั้นยอดของตนเข้ามาแทนที่ทหารม้าลาดตระเวนที่ฉงชูโม่เคยส่งออกไปก่อนหน้านี้มิว่าทางหนานเยวี่ยจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่ก็ตามทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขารายงานเมื่อทำภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ฉินอวี่ก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาอยู่ในค่ายทหาร รินสุราดื่มเองไปสองสามจอก.......นอกเมืองถัวเฉิงแคว้นหนานเยวี่ย เติ้งหม่างและฉินซูกำลังนำทัพใหญ่ออกเดินทางอีกครั้งมุ่งหน้าไปยังเมืองเจียวโจวอีกหนึ่งวันต่อมากองทัพใหญ่หหนานเยวี่ยเดินทัพถึงยามค่ำคืน เร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็เดินทางมาถึงนอกเมืองเจียวโจวจนได้ จากนั้นจึงอาศัยความมืดซ่อนตัว"โจวฉาง ยามนี้ยามใดแล้ว" เติ้งหม่างจ้องมองกำแพงเมืองที่อยู่ไกลออกไป ถามโดยมิหันศีรษะกลับมาโจวฉางตอบด้วยความเคารพ "เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ ยามนี้เป็นยามไฮ่[footnoteRef:0]แล้วขอรับ!" [0: ยามไฮ่ เริ่มนับตั้งแต่เวลา 21.00 – 23.00 น.] "เหลือเวลาอีกสองชั่วยาม ทุกคนจงเตรียมพร้อม พร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ!""น้อมรับบัญชา!"ในเวลาเดียวกันฉินอวี่ก็นำคนสนิทขึ้นไปบนเชิงเทินทหารป้อมปราการบนกำแพงเมืองก็ถูกเปลี่ยนเป็นค

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status