Share

บทที่ 130

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
เมื่อริมฝีปากของทั้งสองได้สัมผัสกัน ฉงชูโม่ถึงกับมึนงงไปทันที

ในขณะนั้นสมองของนางว่างเปล่า หัวใจเต้นรัวอย่างมิรู้ตัว

ฉินซูเองก็ถูกการกระทำที่มิทันตั้งตัวของฉงชูโม่ทำให้ตกใจเช่นกัน

เมื่อสติกลับคืนมา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ทั้งสองคนต่างนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น

สักพัก ฉงชูโม่ก็เริ่มรู้สึกตัว

ใบหน้านางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ก่อนที่จะคิดถอยออกไป

แต่ในตอนนั้นฉินซูโอบรัดเอวนางไว้ แล้วจุมพิตอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน

แรกเริ่ม ฉงชูโม่ยังคงพยายามผลักเขาออกตามสัญชาตญาณ

แต่ภายใต้การรุกของฉินซู นางพบว่าร่างกายของนางอ่อนยวบไปหมด ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านแม้แต่น้อย

พร้อมกันนั้น นางยังรู้สึกว่า ความรู้สึกนี้ช่างน่าพิศวงนักจนอดมิได้ที่จะโอนอ่อนตามไป สองแขนงามประหนึ่งหยกของนางคล้องคอฉินซูไว้โดยมิรู้ตัว

เมื่อได้รับการตอบสนองจากฉงชูโม่ ฉินซูก็โอบรัดนางและล้มตัวลงบนเตียงไปตามธรรมชาติ

ใบหน้าของฉงชูโม่แดงซ่านราวกับกลีบเมฆที่ต้องแสงอาทิตย์อัสดง

ภายใต้จูบของฉินซู ร่างของนางอ่อนระทวยราวกับคล้ายกับธารน้ำใสที่ดูเหมือนค่อย ๆ หลอมละลาย ฉินซูไปด้วย

ฉินซูจูบไปพลาง มือทั้งสองข้างไ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Bancha Uttapho
ทำไมอ่านไม่ได้
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 131

    คนนี้มิใช่ใครอื่น นอกจากลูกน้องของหูก่วงเผิงที่ชื่อหวังอู่“ว่ามา คุณชายของเจ้าตอนนี้อยู่ที่ใด?”หวังอู่กัดฟันแน่น ส่ายหัวมิหยุด“มิพูดใช่หรือไม่? ดีมาก ข้าจะดูว่าเจ้าจะปากแข็งได้นานแค่ไหน”ฉงชูโม่แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ยกเท้าขึ้นอีกครั้งหวังอู่ตกใจกลัว รีบพูดว่า “ท่านจอมยุทธหญิงโปรดไว้ชีวิต ไว้ชีวิตด้วย คุณชายของพวกเราอยู่ที่โรงเตี๊ยมที่ท่านพักอาศัย รอให้พวกท่านถูกพิษสลบแล้วจะพังประตูเข้ามา…”“ดีเลย จะได้มิต้องไปหาเขาที่จวนผู้ว่าการมณฑล!”ได้ยินคำพูดของฉงชูโม่ หวังอู่ถึงกับตกตะลึงเขาประหลาดใจมากว่า เหตุใดอีกฝ่ายถึงกล้าหาญเพียงนี้ ทั้งที่รู้ว่าหูก่วงเผิงเป็นบุตรชายของผู้ว่าการมณฑล แต่ยังกล้าที่จะต่อต้านฉงชูโม่เตะด้วยขาเพียงครั้งเดียว หวังอู่ก็เหมือนว่าวที่เชือกป่านขาด พลันลอยละลิ่วออกไปจากนั้นก็ตกลงมาจากชั้นสามของโรงน้ำชา มิรู้ว่าเป็นหรือตายฉงชูโม่ก็ก็เคลื่อนไหวร่างกาย เหาะกลับไปที่โรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันประตูห้องที่ฉินซูอยู่นั้นก็ถูกคนข้างนอกเตะจนเปิดออกชายร่างใหญ่หลายคนกระโดดเข้ามาผู้นำมิใช่ใครอื่นนอกจากหูก่วงเผิง!เขาเพิ่งเข้ามา ก็เห็นฉินซูที่ยังก

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 132

    หนึ่งในนั้นตะโกนเสียงเข้มว่า “เจ้าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม คุณชายของเราเป็นบุตรชายคนเดียวของผู้ว่าการหูโจว หากเขาเป็นอะไรไป เจ้ามีชีวิตอีกร้อยชีวิตก็ยังชดใช้มิพอ!”“งั้นก็ลองดูสิ!”ฉงชูโม่หน้าเปลี่ยนสีและกำลังจะลงมือทันใดนั้น ฉินซูก็ลุกขึ้นยืนและโบกมือว่า “ชูโม่ ช่างเถอะ อย่าฆ่าเขาเลย!”ฉงชูโม่ขมวดคิ้วและถามด้วยความสับสน “เขาหาเรื่องเรามาหลายครั้งแล้ว แถมยังวางยาพิษอีก เหตุใดต้องปล่อยเขาไปง่าย ๆ เช่นนี้?”ก่อนที่ฉินซูจะตอบ หูก่วงเผิงก็ฝืนความเจ็บปวดและพูดขึ้นก่อนว่า “เจ้าหนู ตอนนี้รู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่? สายไปแล้ว! ข้าบอกเจ้าไว้เลย เรื่องนี้ยังมิจบ พวกเจ้าสองคนเตรียมตัวติดคุกได้เลย รอข้าหายดีก่อนเถอะ ข้าจะคิดบัญชีกับพวกเจ้าทีละเรื่อง!”ฉินซูพูดอย่างมิใส่ใจว่า “ฆ่าคนก็แค่ตัดหัว ทว่าหากปล่อยให้เจ้าตายง่าย ๆ เช่นนั้นก็คงเสียเปล่า”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หัวใจของหูก่วงเผิงก็จมดิ่งลง และลางสังหรณ์ที่มิดีก็ผุดขึ้นมาฉินซูพยักหน้าไปทางฉงชูโม่ แล้วพูดเบา ๆ ว่า “ไว้ชีวิตสุนัขอย่างเขา ให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการเป็นขันทีเถอะ”ฉงชูโม่ยิ้มและพยักหน้า มองไปที่หูก่วงเผิงด้วยสายตาเย็นชาร่างก

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 133

    ฉินซูอดมิได้ที่จะยิ้มออกมา ฉงชูโม่เมื่อครู่นี้ช่างน่ารักเสียจริงหลังจากที่ฉงชูโม่กลับไปที่ห้องแล้ว สีหน้าของนางก็เริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อนึกถึงฉากที่นางจูบกับฉินซูเมื่อครู่ ความคิดของนางก็เริ่มสับสนวุ่นวาย“หรือว่า... ข้าชอบฉินซูเข้าแล้ว? มิใช่ มิใช่ แน่นอนว่ามิใช่แบบนั้น...”ฉงชูโม่รีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว เพื่อสลัดความคิดแปลก ๆ นี้ออกไปจากหัวของนาง……ภายในจวนผู้ว่าการมณฑลชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี กำลังจิบชาอยู่ในห้องโถงใหญ่บุคคลผู้นี้คือผู้ว่าการมณฑลหลงโย่ว หูเฟิงทันใดนั้น คนรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน“นายท่าน นายท่าน มิดีแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”หูเฟิงทำหน้าเคร่ง แล้วดุว่า “มีเรื่องอะไรต้องตะโกนโวยวาย เสียกิริยา!”“นายท่าน คุณชายโดนคนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่กับหมอหลี่ที่ข้างจวนขอรับ!”“ว่ากระไรนะ?!”หูเฟิงลุกขึ้นยืนทันที แล้วรีบก้าวออกจากประตู มุ่งหน้าไปยังโรงหมอข้างบ้านเมื่อมาถึงโรงหมอ เขาถามชายชราผมหงอกคนหนึ่งว่า “หมอหลี่ ลูกชายข้า ก่วงเผิง เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”“ใต้เท้าหู นี่… เอ่อ…”หมอหลี่ถอนหายใจแล้วส่ายหัวหูเฟิงร้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 134

    เมื่อหูเฟิงสั่งการ พวกผู้ตรวจการและเจ้าหน้าที่ก็รีบเร่งเข้าไปในโรงเตี๊ยมซุ่นเฟิงอย่างรวดเร็วเจ้าของโรงเตี๊ยมถูกพวกเขาเตะจนล้มลงไปกองกับพื้นเห็นพวกเขามาด้วยท่าทีดุร้าย เสี่ยวเอ้อร์และลูกค้าในโรงเตี๊ยมต่างก็หลีกทางให้ ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวภายในห้องพักชั้นสามฉงชูโม่มาถึงหน้าห้องของฉินซู เคาะประตู แล้วตะโกนว่า “องค์รัชทายาท มีคนมาแล้ว”“โอ้ ข้ากำลังอาบน้ำ เจ้าไปรับมือแทนก่อน”เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู หน้าผากของฉงชูโม่ก็เผยความมิพอใจในเวลานี้ มีเสียงโกรธดังมาจากทางเดิน “เป็นนาง เป็นนางสารเลวนั่น!”เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าผู้ตรวจการขมวดคิ้วทันทีและถามว่า “มิใช่หรอกกระมัง? เป็นนางที่ทำร้ายลูกชายของท่านผู้ว่าการมณฑลหูอย่างนั้นหรือ?”“ใช่แล้ว เป็นนาง นางยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคน ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในห้อง หัวหน้าผู้ตรวจการหลิว นางผู้นี้มีฝีมือมิธรรมดา ท่านอย่าประมาท รีบนำคนไปจัดการพร้อมกันเถอะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้าผู้ตรวจการหลิวก็ตะโกนออกมาทันที “นางแม่มด เจ้ากล้าทำร้ายบุตรชายของผู้ว่าการมณฑลหู ยังมิรีบมามอบตัวอีก!”ฉงชูโม่แสยะยิ้มอย่างดูถูกแล้วถามว่า “แล้วหูเฟิงอยู

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 135

    เมื่อได้ยินเสียงนี้ หูเฟิงก็ตกตะลึงทันที รู้สึกว่าเสียงนี้คุ้นเคยในขณะที่เขากำลังตกใจ ฉินซูก็เดินลงมาพร้อมกับมือไขว้หลัง แล้วยิ้มอย่างมิยิ้มด้านหลังเขา ฉงชูโม่ก็เดินตามมาติด ๆหัวหน้าผู้ตรวจการหลิวชี้นิ้วไปที่ฉินซูและฉงชูโม่แล้วพูดว่า “ผู้ว่าการมณฑล นางเป็นแม่มด คนผู้นี้ต้องเป็นพวกเดียวกับนางแม่มดนี่ ท่านรีบ…”ก่อนที่เขาจะพูดจบ หูเฟิงก็เตะเขาล้มลงกับพื้น!หัวหน้าผู้ตรวจการหลิวถึงกับงงทันที ถามด้วยความสับสนว่า “ผู้ว่าการมณฑล ท่านเตะข้าด้วยเหตุใดเล่า?”เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของหูเฟิงดูแย่ยิ่งกว่ากินแมลงวันเสียอีกเขางอเข่าลง “ตุ้บ” คุกเข่าลงต่อหน้าฉินซูทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ข้าน้อยหูเฟิง ขอถวายบังคมองค์รัชทายาท เมื่อครู่ลูกน้องได้ล่วงเกิน ขอองค์ชายทรงเมตตา ประทานอภัยให้พวกเราด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“หา?! นี่… นี่เป็นองค์รัชทายาทหรือ?!”หัวหน้าผู้ตรวจการหลิวและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงเมื่อได้สติ พวกเขาก็ซวนเซและคุกเข่าลงเป็นแถวฉินซูมองหูเฟิงด้วยสายตาเย็นชา พูดด้วยความสนใจว่า “หูเฟิง เจ้าพาคนมากมากมายถึงเพียงนี้ ตั้งใจจะลอบสังหารข้ารึ?”หูเฟิงใจหายวาบ เหงื่อเย็นไหลอาบหน้า ส

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 136

    เสี่ยวเอ้อร์เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวว่า “เถ้าแก่ วันนี้แขกที่ห้องพิเศษชั้นสามมีเรื่องทะเลาะกับลูกชายของผู้ว่าการมณฑลหู ผู้ว่าการมณฑลหูคงจะมาที่นี่เพราะเรื่องนี้แน่ ๆ”“ถ้าอย่างนั้น แขกสองคนนั้นคงมิใช่คนธรรมดาแล้วกระมัง?”“คงมิใช่คนธรรมดา พวกเขาดูเหมือนมีบุคลิกของความสูงศักดิ์โดยกำเนิด โดยเฉพาะคุณชายผู้นั้น หน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณดี ดูก็รู้ว่าเป็นคนมีบุญวาสนา”เถ้าแก่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เร็วเข้า รีบไปเอาโสมป่าอายุร้อยปีของข้ามา เดี๋ยวข้าจะไปคารวะแขกผู้สูงศักดิ์สองท่านนี้!”เห็นเถ้าแก่ดูร้อนรน เสี่ยวเอ้อร์ก็รีบเตือนว่า “เถ้าแก่ ตอนนี้ดึกแล้ว ไปรบกวนโดยพลการเกรงว่าจะทำให้แขกมิพอใจ ไฉนมิรอไปคารวะวันพรุ่งตอนส่งอาหารไปให้แขกเล่าขอรับ!”เถ้าแก่พยักหน้าเห็นด้วย และกล่าวชมเชย “นี่ เจ้านี่มันฉลาดจริง ๆ เดือนนี้ข้าจะเพิ่มเงินเดือนให้เจ้าเป็นสองเท่า!”“ขอบคุณเถ้าแก่ ขอบคุณเถ้าแก่ขอรับ!”เสี่ยวเอ้อร์ยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ“ทุกท่าน แยกย้ายกันไปได้แล้ว อย่ามารบกวนแขกผู้มีเกียรติของเรา”เถ้าแก่โบกมือไปยังทุกคน พร้อมกับออกคำสั่งไล่แขกเมื่อฝูงชนสลายตัวไป เขาจึงปิดประตูร้านและ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 137

    หูก่วงเผิงอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างมิอยากจะเชื่อ “ว่า ว่ากระไรนะ? องค์รัชทายาท?! ท่านพ่อ ท่านจำคนผิดหรือไม่? คนผู้นั้นจะเป็นองค์รัชทายาทได้อย่างไร?”“ข้าก็อยากจะจำผิดเหมือนกัน ตอนต้นปีก่อนที่ข้าไปเมืองหลวง ข้าเคยเห็นองค์รัชทายาทในห้องทรงพระอักษร แถมยังมิใช่แค่ครั้งเดียว ข้าจะจำผิดได้อย่างไร! เจ้าลูกอกตัญญู คนอื่นตั้งมากมายเจ้ามิไปหาเรื่อง ดันไปหาเรื่ององค์รัชทายาท เจ้าว่าตอนนี้จะทำอย่างไรดี? บอกข้ามาสิ!”“ข้า… ฮือ ๆ จบแล้ว องค์รัชทายาทต้องมิปล่อยข้าไปแน่ ท่านพ่อ ข้ามิอยากตาย ท่านรีบคิดหาวิธีหน่อย ข้ามิอยากตาย”“ตอนนี้รู้จักร้องไห้แล้วหรือ? ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกเจ้าให้รู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง เจ้ากลับเอาคำพูดของข้าไปทิ้งหูซ้ายทะลุหูขวา เจ้าลูกมิรักดี กล้าแม้กระทั่งวางยาพิษองค์รัชทายาท หากองค์รัชทายาทเอาเรื่องขึ้นมา นี่มันเป็นความผิดร้ายแรงถึงขึ้นประหารเก้าชั่วโคตร ตระกูลหูของเราต้องถูกเจ้าทำลายจนย่อยยับ”หูเฟิงทุบอกตบเท้า ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล“ฮือ ๆ ท่านพ่อ ลูกสำนึกผิดแล้ว ช่วยหาวิธีหน่อยเถอะ ถ้าลูกตายไป ตระกูลหูของเราก็จะสิ้นสูญแล้ว!”หูเฟิงพึมพำด้วยความเศร้าโศกว่า “ต่อให้เจ้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 138

    เมื่อได้ยินคำพูดของหูก่วงเผิง สีหน้าของหูเฟิงก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโหดเหี้ยมแววตาของเขาเป็นประกายอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขาก็พยักหน้าอย่างแน่วแน่!“เจ้ารักษาตัวให้หายดี เดี๋ยวเรื่องนี้พ่อจะจัดการเอง!”หลังจากพูดจบ หูเฟิงก็หันไปกำชับเม่ยเหนียงว่า “สิ่งที่ก่วงเผิงพูดเมื่อครู่นี้ เจ้าจำไว้ว่าอย่าแพร่งพรายออกไปแม้แต่คำเดียว มิเช่นนั้นตระกูลหูของเราจะต้องเผชิญกับหายนะ”ใบหน้างดงามของเม่ยเหนียงซีดเผือด รีบส่ายหัว “นายท่าน เมื่อครู่นี้ข้ามิได้ยินอะไรเลย และจะมิพูดอะไรออกไปอย่างแน่นอน”“เช่นนั้นก็ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เจ้ากลับไปพักผ่อนให้สบาย เลี้ยงดูลูกในท้องให้ดี คลอดลูกชายอ้วนท้วนสมบูรณ์ให้ข้า”เม่ยเหนียงพยักหน้าซ้ำ ๆ แล้วรีบออกไปหูเฟิงเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ แล้วถามจางเฉวียนว่า “คนของสำนักเบญจพิษ พักอยู่ที่ใด?”“ผู้ว่าการมณฑล พวกเขาพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมสี่เยวี่ย อยู่มิไกลจากที่นี่ขอรับ”“ไป เชิญพวกเขามาที่นี่ รีบไป!”“ข้าน้อยรับคำสั่งขอรับ!”จางเฉวียนรับคำสั่งด้วยความเคารพ แล้วรีบออกไปสองเค่อต่อมาจางเฉวียนก็กลับมา!มีชายหลายคนสวมเสื้อคลุมสีดำเดินตามหลังเขาชายเหล่านี้มีส

Latest chapter

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 666

    เมื่อเห็นการโจมตีที่ทรงพลัง เหล่าชาวยุทธภพหนานเยวี่ยก็อุทานด้วยความทึ่ง“สมแล้วที่เป็นเจ้าสำนักดาบพิฆาต วิชาดาบช่างทรงพลังยิ่งนัก!”“นึกมิถึงเลยว่า เพียงขั้นกลางระดับปฐพี กลับสามารถระเบิดพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงเช่นนี้ออกมาได้ วิชาดาบพิฆาตสมชื่อจริง ๆ”“กระบวนท่าของเขา แม้แต่ยอดฝีมือระดับสวรรค์ก็คงมิกล้ารับดาบโดยตรงกระมัง?”“รัชทายาทผู้รอวันปลดนี่ต้องตายแน่ พวกเราคงมาเสียเที่ยวแล้ว”“...”ท่ามกลางเสียงอุทานของฝูงชน ฉินซูกลับเดินทอดน่องสบายอารมณ์ และตบฝ่ามือออกไปช้า ๆเมื่อเห็นภาพนั้น บางคนก็หัวเราะเยาะขึ้นมาทันที“รัชทายาทผู้รอวันปลดนี่คิดจะรับดาบด้วยมือเปล่ารึ? ช่างมิรู้ประสีประสาจริง ๆ!”“รนหาที่ตายก็ดีแล้ว อย่างน้อยความแค้นของแคว้นหนานเยวี่ยของพวกเราจะได้ถูกชำระล้าง”คนอื่น ๆ กำลังจะเอ่ยปากถมถุยตาม ทว่าบัดนั้นเอง...'ปุ้ง!'หลังจากสิ้นเสียงแผ่วเบา ร่างกำยำของเจ้าสำนักดาบพิฆาตก็ระเบิดออกเป็นหมอกเลือด!ทุกคนตกตะลึงกับภาพอันน่าเหลือเชื่อนี้ ต่างยืนงงงันอยู่กับที่ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินรวมถึงชิวก่วนและพรรคพวกด้วยเช่นกัน!ตบฝ่ามือเดียวทำให้จอมยุทธ์ระดับปฐพีขั้นกลางกลา

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 665

    แต่ในวินาทีต่อมา รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้างในทันที ร่างกายสั่นสะท้านก่อนจะหงายหลังล้มตึง!แม้แต่ถานซินหลานที่อยู่ข้าง ๆ ก็มิรอด พลันล้มลงจมกองเลือดด้วยสีหน้าคับแค้นใจร่างของศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองเต็มไปด้วยรอยเข็มเล็ก ๆ นับมิถ้วนเลือดสีดำสนิทราวกับหมึกค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากบาดแผลเล็กจิ๋วเหล่านั้นทั้งสองสงสัยจนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายว่า ฉินซูมิได้ขยับนิ้วแม้แต่น้อย เหตุใดเข็มพิษเหล่านั้นถึงพุ่งกลับมาเองโดยไร้สาเหตุเมื่อเดินออกจากตรอก เสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงกีบม้าบาดหู“ใครมาทะเลาะวิวาทกันแถวนี่?”กลุ่มทหารก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าฉินซูพร้อมกับเสียงตวาดดังลั่นคนที่อยู่บนหลังม้าสวมชุดเกราะพร้อมถือหอกยาว ชิวก่วนนั่นเอง!เมื่อเขาเห็นฉินซูก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบลงจากม้าเพื่อทำความเคารพ“คารวะองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือ กล่าว “พวกเจ้ามาได้อย่างไร?”“ข้าน้อยลาดตระเวนยามวิกาลอยู่ทางฝั่งใต้ของเมือง และได้ยินเสียงเคลื่อนไหวทางนี้จึงนำคนมาพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท ข้างนอกอันตราย พระองค์เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“คนอื่น ๆ อุตส่าห์เดินทางมา

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 664

    ฉินซูสะบัดแขน ภาพเหตุการณ์พลันหยุดนิ่ง!เห็นเพียงปลายกระบี่ของมือกระบี่ชุดดำถูกสกัดไว้ด้วยนิ้วชี้ของฉินซู!ปราณแห่งกระบี่รุนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วเมื่อครู่นั้นได้พลันอันตรธานหายไปในบัดดลมือกระบี่ชุดดำเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวาในฐานะมือกระบี่ระดับปฐพีขั้นต้น เขาไร้คู่ต่อสู้ในหนานเยวี่ย ทว่าการโจมตีเต็มกำลังในครั้งนี้ กลับถูกอีกฝ่ายปัดป้องได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียวสกัดกระบี่ที่ทำจากเหล็กกล้าได้หากมิได้เห็นกับตา ใครเล่าจะเชื่อว่าภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องจริง?“เจ้า อ่อนแอเกินไป!”น้ำเสียงเหยียดหยามของฉินซูดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียง 'กร๊อบ กร๊อบ' ดังขึ้นสองครา กระบี่ยาวในมือมือกระบี่ชุดดำพลันหักเป็นท่อน ๆมือกระบี่ชุดดำได้สติกลับมาในทันทีพร้อมหมายจะถอยหนี ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ทะลวงออกมาจากกระบี่ที่หักนั้น“แย่แล้ว!”รูม่านตาของเขาหดเล็กลงในทันใด ในใจร้องเตือนลางร้ายแต่เขายังมิทันได้ตอบสนองอะไร ร่างทั้งร่างก็ถูกพละกำลังมหาศาลอัดกระแทกจนกระเด็นออกไปส่วนแขนข้างที่เขากำกระบี่ไว้ก็กลายเป็นหมอกโลหิตไปแล้ว'โค

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 663

    ในเวลานี้ ฉินซูกำลังยืนไพล่หลังอยู่บนกำแพงเมืองพระราชวัง มองไปยังแสงไฟนับหมื่นดวงภายในเมืองถัวเฉิง!บัดนี้เขายึดครองแคว้นหนานเยวี่ยได้สำเร็จอย่างราบรื่น ทำให้เขารู้สึกราวกับเป็นราชันแห่งใต้หล้าในขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นที่ประตูเมืองเบื้องล่าง กลุ่มทหารกำลังคุมตัวชายหลายคนเดินกลับมาเขาถามด้วยความสงสัย “ชิวก่วน พวกนั้นเป็นใคร?”ชิวก่วนตอบด้วยความหนักใจเล็กน้อย “ทูลองค์รัชทายาท ว่ากันว่าพวกนั้นเป็นชาวยุทธภพหนานเยวี่ย พวกเขาได้ยินว่าจ้าวควงตายด้วยน้ำมือของพระองค์ จึงมาที่ยังถัวเฉิงเพื่อลอบปลงพระชนม์แก้แค้นให้แก่ราชวงศ์จ้าวพ่ะย่ะค่ะยามนี้มิทราบแน่ชัดว่าในถัวเฉิงมีผู้ที่มีเจตนาร้ายซุ่มซ่อนตัวรอโอกาสลงมือมากน้อยเพียงใดฉะนั้นขอองค์รัชทายาทโปรดอย่าได้เสด็จออกไปข้างนอกในยามวิกาลเป็นอันขาดพ่ะย่ะค่ะ พระราชวังมีกำแพงสูงคูเมืองลึก อีกทั้งยังมีทหารรักษาการณ์แน่นหนา พวกชาวยุทธภพเหล่านั้นไม่มีทางบุกเข้ามาได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินซูก็หัวเราะอย่างสนใจ “ในเมื่อชาวยุทธภพหนานเยวี่ยอยากจะสังหารข้า เช่นนั้นข้าก็จะให้โอกาสพวกเขาสักครา!”ชิวก่วนชะงักไป แล้วรีบห้ามปราม “เช่นนั้นมิคว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 662

    “ท่านอาจารย์ องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ฉินซู นำทัพบุกยึดถัวเฉิง เสด็จและเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดถูกสังหารด้วยน้ำมือของเขา ทหารรักษาการณ์ในแคว้นก็ยอมจำนนหมดแล้ว บัดนี้ศิษย์เหลือตัวคนเดียว ไร้ซึ่งกำลังและพวกพ้อง ขอท่านอาจารย์โปรดออกหน้าช่วยศิษย์ล้างแค้นให้วงศ์ตระกูลด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”จ้าวอวี้เสวียนคุกเข่าลงกับพื้น กล่าวจบก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศกเมื่อได้ยินเช่นนั้น ซู่เสวียนก็ขมวดคิ้วพลางมองจ้าวอวี้เสวียนด้วยความมิพอใจเล็กน้อย“อวี้เสวียน ในเมื่อเจ้าได้เข้าสู่วิถีแห่งสำนักแล้วก็ควรตัดขาดจากตัณหา มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเพียงอย่างเดียว เจ้าลืมคำสั่งสอนของอาจารย์ก่อนหน้านี้สิ้นแล้วหรือ?”จ้าวอวี้เสวียนกล่าวทั้งน้ำตา “ท่านอาจารย์ คำพูดของท่าน ศิษย์จดจำไว้ในใจเสมอ เพียงแต่ญาติสนิททั้งตระกูลถูกสังหารอย่างอนาถ ความแค้นใหญ่หลวงเช่นนี้หากมิได้ชำระ เกรงว่าภายหน้าต่อไปจะกินมิได้นอนมิหลับ ไหนเลยจะมีจิตตั้งมั่นบำเพ็ญเพียรบรรลุเซียนได้”“เจ้า… เฮ้อ!”ซู่เสวียนถอนหายใจยาว และหันหลังกลับไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนั้น จ้าวอวี้เสวียนก็อ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ท่านอาจารย์ โปรดช่วยศิษย์ด้ว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 661

    “สำนักไท่เสวียนตั้งอยู่ที่ใด?”“ทางใต้ของเมืองลู่โจว บนเกาะกลางทะเลห่างออกไปแปดสิบลี้!”เมื่อชิวก่วนได้ยินดังนั้นก็หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็วในมิช้าเขาก็พบฉินซู และเล่าเรื่ององค์หญิงอวี้เสวียนให้ฟังทั้งหมดหลังจากเล่าจบ เขาก็กล่าวด้วยความรู้สึกผิด “ข้าน้อยทำงานมิสำเร็จ ขอองค์รัชทายาทโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เรื่องนี้โทษเจ้ามิได้ พูดได้แค่ว่าองค์หญิงอวี้เสวียนโชคดีเกินไป จึงรอดพ้นไปได้”ชิวก่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “องค์รัชทายาท จะให้ส่งคนไปกวาดล้างพวกราชวงศ์จ้าวที่เหลือในสำนักไท่เสวียนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”“มิต้อง อย่าว่าแต่พวกเรามิรู้กระไรเกี่ยวกับกำลังของสำนักไท่เสวียน ยามนี้ราชสำนักหนานเยวี่ยเพิ่งจะยอมจำนน อีกอย่างทหารของข้ามิชำนาญการรบทางน้ำ หากสำนักไท่เสวียนดักโจมตีจากทะเล พวกเราคงเสียเปรียบมิน้อย”“องค์รัชทายาททรงรอบคอบยิ่งนัก แต่คิดว่าองค์หญิงอวี้เสวียนคงจะหาโอกาสเคลื่อนไหว ขอพระองค์โปรดระมัดระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซูยิ้มน้อย ๆ “แค่ระดับครึ่งก้าวย่ำสวรรค์ หากนางกล้ามา ก็ถือว่าประหยัดแรงและเวลาให้ข้าไปได้มากทีเดียว”ชิวก่วนเตือน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 660

    ฉินซูยืนไพล่หลัง ทอดสายตามองคนเหล่านั้นจากเบื้องสูงโดยมิได้พูดกระไรแม่ทัพหลายนายรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที หนึ่งในนั้นรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองฉินซูเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของฉินซู เขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งในทันทีเห็นเขายื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบยันต์คุ้มภัยครึ่งแผ่นออกมาชูขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมกล่าวด้วยความเคารพ “นี่คือยันต์คุ้มภัยที่ข้าน้อยดูแลอยู่ ขอองค์รัชทายาทโปรดทรงรับไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”คนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ตระหนักได้ในทันที และต่างก็หยิบตราพยัคฆ์ออกมาเมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินซูก็เผยรอยยิ้มพึงใจประดับใบหน้า!ครั้นเห็นเขากวักมือไปกลางอากาศ ตราพยัคฆ์ที่อยู่ในมือของแม่ทัพเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิต จู่ ๆ ก็ลอยเข้าไปในมือของเขา“พลังจิตเคลื่นย้าย!”เมื่อเห็นวิธีการอันน่าทึ่งของฉินซู ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นรวมถึงแม่ทัพเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึงจนพูดมิออก!ฉินซูเก็บตราพยัคฆ์ไว้แล้วสั่งแม่ทัพเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าออกไปก่อน มิต้องกลับไปยังที่ตั้งกองกำลังแล้ว!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลายคนก็มืดครึ้มลงทันใดแต่พวกเขาก็เข้าใจความหมายของฉินซูดี คิดว่าใน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 659

    “ท่านแม่ทัพ เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว พวกเรากำลังจะลงใต้ไปสมทบกับเจียวโจวพอดีขอรับ”“เช่นนั้นรึ? แล้วพวกเจ้ามาหลบอยู่ในป่านี้เพื่อการใด? อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ในป่านี้มีแต่ทหารที่อ๋องฉู่แอบซ่องสุมไว้ทั้งสิ้น หากมิอยากตายก็ส่งตราพยัคฆ์[footnoteRef:0]มา!” [0: ตราพยัคฆ์ คือ สัญลักษณ์ที่ใช้ยื่นยันสิทธิในการสั่งเคลือนทัพของจีน หรือก็คือตราอาญาสิทธิ์ทางทหารนั่นเอง] หวังซู่กล่าวลอดไรฟัน “อย่าได้หวัง หากจะฆ่าก็ฆ่าเสีย ข้ายอมตายเสียดีกว่ายอมศิโรราบ!”“ดี เช่นนั้นข้าจะสนองเจ้าเอง!”ฉงชูโม่ชักกระบี่ยาวออกมาจากฝัก แล้วเหวี่ยงฟันไปอย่างไร้ความลังเล!'ฉับ!'หูข้างหนึ่งของหวังซู่ก็ถูกตัดออกอย่างเรียบร้อยความเจ็บปวดรุนแรง ทำให้หวังซู่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาฉงชูโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะตัดแขนขาของเจ้าก่อน แล้วจะปล่อยให้เจ้าตายไปเอง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังซู่ก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบกล่าวว่า “อย่า อย่า ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว!”พูดจบเขาก็ส่งตราพยัคฆ์ให้ฉงชูโม่ฉงชูโม่โยนตราพยัคฆ์ให้ตงฟางไป๋ กล่าวว่า “สั่งให้พวกเขาทิ้งอาวุธ แล้วพากลับไปรอรับพระราชโองการองค์จักรพรรดิที่ชานเมือง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status