Share

บทที่ 129

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
มิทันที่ฉินซูจะพูดจบ ฉงชูโม่ก็ขมวดคิ้วแล้วขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย "หากท่านพูดปลอบใจมิเป็น ก็อย่าพูดเลย ฟังท่านพูดจบ หม่อมฉันยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิมอีก"

ฉินซูยักไหล่ "เช่นนั้นข้ามิพูดแล้ว เหล้านี่ก็แย่เกินจะดื่ม ข้าขอมิดื่มกับเจ้าแล้วกัน เดินทางมาตั้งไกล ข้าของีบสักหน่อยก่อน"

พูดจบ ฉินซูก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงและหลับตาพักผ่อน

ฉงชูโม่จ้องมองเขาด้วยความมิพอใจ ก่อนจะหันกลับมาดื่มเหล้าต่อไปเพียงคนเดียว

มิรู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

จู่ ๆ ฉินซูก็ได้กลิ่นหอมละมุนลอยมาจากข้างกาย

เขาลืมตาขึ้น แต่แล้วก็ต้องตกใจจนตาเบิกกว้าง!

ฉงชูโม่นอนอยู่ข้างเขา!

มิเพียงแค่นั้น นางยังพลิกตัวพาดแขนขาวเนียนเหมือนรากบัวมาพาดไว้ที่คอของเขาอีกด้วย

ร่างกายที่นุ่มนวลและอบอุ่นของนางแนบชิดกับเขาเต็มที่

เมื่อได้สัมผัสถึงความอุ่นที่แผ่มาจากร่างของนาง ฉินซูรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เลือดลมในร่างกายพลันร้อนระอุ

เขากลืนน้ำลายแล้วพูดกระซิบเบา ๆ "ชูโม่ ชูโม่ เจ้าตื่นสิ..."

ฉงชูโม่ที่กำลังเมามายพูดเสียงอ้อแอ้ "อือ... ท่านจะอะไรนักหนา น่ารำคาญ อย่ากวนสิ"

"มิใช่ ไยเจ้ามานอนเตียงข้าเล่
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 130

    เมื่อริมฝีปากของทั้งสองได้สัมผัสกัน ฉงชูโม่ถึงกับมึนงงไปทันที ในขณะนั้นสมองของนางว่างเปล่า หัวใจเต้นรัวอย่างมิรู้ตัว ฉินซูเองก็ถูกการกระทำที่มิทันตั้งตัวของฉงชูโม่ทำให้ตกใจเช่นกัน เมื่อสติกลับคืนมา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึงทั้งสองคนต่างนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นสักพัก ฉงชูโม่ก็เริ่มรู้สึกตัว ใบหน้านางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ก่อนที่จะคิดถอยออกไป แต่ในตอนนั้นฉินซูโอบรัดเอวนางไว้ แล้วจุมพิตอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน แรกเริ่ม ฉงชูโม่ยังคงพยายามผลักเขาออกตามสัญชาตญาณ แต่ภายใต้การรุกของฉินซู นางพบว่าร่างกายของนางอ่อนยวบไปหมด ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านแม้แต่น้อย พร้อมกันนั้น นางยังรู้สึกว่า ความรู้สึกนี้ช่างน่าพิศวงนักจนอดมิได้ที่จะโอนอ่อนตามไป สองแขนงามประหนึ่งหยกของนางคล้องคอฉินซูไว้โดยมิรู้ตัวเมื่อได้รับการตอบสนองจากฉงชูโม่ ฉินซูก็โอบรัดนางและล้มตัวลงบนเตียงไปตามธรรมชาติใบหน้าของฉงชูโม่แดงซ่านราวกับกลีบเมฆที่ต้องแสงอาทิตย์อัสดงภายใต้จูบของฉินซู ร่างของนางอ่อนระทวยราวกับคล้ายกับธารน้ำใสที่ดูเหมือนค่อย ๆ หลอมละลาย ฉินซูไปด้วยฉินซูจูบไปพลาง มือทั้งสองข้างไ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 131

    คนนี้มิใช่ใครอื่น นอกจากลูกน้องของหูก่วงเผิงที่ชื่อหวังอู่“ว่ามา คุณชายของเจ้าตอนนี้อยู่ที่ใด?”หวังอู่กัดฟันแน่น ส่ายหัวมิหยุด“มิพูดใช่หรือไม่? ดีมาก ข้าจะดูว่าเจ้าจะปากแข็งได้นานแค่ไหน”ฉงชูโม่แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ยกเท้าขึ้นอีกครั้งหวังอู่ตกใจกลัว รีบพูดว่า “ท่านจอมยุทธหญิงโปรดไว้ชีวิต ไว้ชีวิตด้วย คุณชายของพวกเราอยู่ที่โรงเตี๊ยมที่ท่านพักอาศัย รอให้พวกท่านถูกพิษสลบแล้วจะพังประตูเข้ามา…”“ดีเลย จะได้มิต้องไปหาเขาที่จวนผู้ว่าการมณฑล!”ได้ยินคำพูดของฉงชูโม่ หวังอู่ถึงกับตกตะลึงเขาประหลาดใจมากว่า เหตุใดอีกฝ่ายถึงกล้าหาญเพียงนี้ ทั้งที่รู้ว่าหูก่วงเผิงเป็นบุตรชายของผู้ว่าการมณฑล แต่ยังกล้าที่จะต่อต้านฉงชูโม่เตะด้วยขาเพียงครั้งเดียว หวังอู่ก็เหมือนว่าวที่เชือกป่านขาด พลันลอยละลิ่วออกไปจากนั้นก็ตกลงมาจากชั้นสามของโรงน้ำชา มิรู้ว่าเป็นหรือตายฉงชูโม่ก็ก็เคลื่อนไหวร่างกาย เหาะกลับไปที่โรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันประตูห้องที่ฉินซูอยู่นั้นก็ถูกคนข้างนอกเตะจนเปิดออกชายร่างใหญ่หลายคนกระโดดเข้ามาผู้นำมิใช่ใครอื่นนอกจากหูก่วงเผิง!เขาเพิ่งเข้ามา ก็เห็นฉินซูที่ยังก

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 132

    หนึ่งในนั้นตะโกนเสียงเข้มว่า “เจ้าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม คุณชายของเราเป็นบุตรชายคนเดียวของผู้ว่าการหูโจว หากเขาเป็นอะไรไป เจ้ามีชีวิตอีกร้อยชีวิตก็ยังชดใช้มิพอ!”“งั้นก็ลองดูสิ!”ฉงชูโม่หน้าเปลี่ยนสีและกำลังจะลงมือทันใดนั้น ฉินซูก็ลุกขึ้นยืนและโบกมือว่า “ชูโม่ ช่างเถอะ อย่าฆ่าเขาเลย!”ฉงชูโม่ขมวดคิ้วและถามด้วยความสับสน “เขาหาเรื่องเรามาหลายครั้งแล้ว แถมยังวางยาพิษอีก เหตุใดต้องปล่อยเขาไปง่าย ๆ เช่นนี้?”ก่อนที่ฉินซูจะตอบ หูก่วงเผิงก็ฝืนความเจ็บปวดและพูดขึ้นก่อนว่า “เจ้าหนู ตอนนี้รู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่? สายไปแล้ว! ข้าบอกเจ้าไว้เลย เรื่องนี้ยังมิจบ พวกเจ้าสองคนเตรียมตัวติดคุกได้เลย รอข้าหายดีก่อนเถอะ ข้าจะคิดบัญชีกับพวกเจ้าทีละเรื่อง!”ฉินซูพูดอย่างมิใส่ใจว่า “ฆ่าคนก็แค่ตัดหัว ทว่าหากปล่อยให้เจ้าตายง่าย ๆ เช่นนั้นก็คงเสียเปล่า”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หัวใจของหูก่วงเผิงก็จมดิ่งลง และลางสังหรณ์ที่มิดีก็ผุดขึ้นมาฉินซูพยักหน้าไปทางฉงชูโม่ แล้วพูดเบา ๆ ว่า “ไว้ชีวิตสุนัขอย่างเขา ให้เขาได้ลิ้มรสชาติของการเป็นขันทีเถอะ”ฉงชูโม่ยิ้มและพยักหน้า มองไปที่หูก่วงเผิงด้วยสายตาเย็นชาร่างก

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 133

    ฉินซูอดมิได้ที่จะยิ้มออกมา ฉงชูโม่เมื่อครู่นี้ช่างน่ารักเสียจริงหลังจากที่ฉงชูโม่กลับไปที่ห้องแล้ว สีหน้าของนางก็เริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อนึกถึงฉากที่นางจูบกับฉินซูเมื่อครู่ ความคิดของนางก็เริ่มสับสนวุ่นวาย“หรือว่า... ข้าชอบฉินซูเข้าแล้ว? มิใช่ มิใช่ แน่นอนว่ามิใช่แบบนั้น...”ฉงชูโม่รีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว เพื่อสลัดความคิดแปลก ๆ นี้ออกไปจากหัวของนาง……ภายในจวนผู้ว่าการมณฑลชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี กำลังจิบชาอยู่ในห้องโถงใหญ่บุคคลผู้นี้คือผู้ว่าการมณฑลหลงโย่ว หูเฟิงทันใดนั้น คนรับใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน“นายท่าน นายท่าน มิดีแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”หูเฟิงทำหน้าเคร่ง แล้วดุว่า “มีเรื่องอะไรต้องตะโกนโวยวาย เสียกิริยา!”“นายท่าน คุณชายโดนคนทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่กับหมอหลี่ที่ข้างจวนขอรับ!”“ว่ากระไรนะ?!”หูเฟิงลุกขึ้นยืนทันที แล้วรีบก้าวออกจากประตู มุ่งหน้าไปยังโรงหมอข้างบ้านเมื่อมาถึงโรงหมอ เขาถามชายชราผมหงอกคนหนึ่งว่า “หมอหลี่ ลูกชายข้า ก่วงเผิง เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”“ใต้เท้าหู นี่… เอ่อ…”หมอหลี่ถอนหายใจแล้วส่ายหัวหูเฟิงร้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 134

    เมื่อหูเฟิงสั่งการ พวกผู้ตรวจการและเจ้าหน้าที่ก็รีบเร่งเข้าไปในโรงเตี๊ยมซุ่นเฟิงอย่างรวดเร็วเจ้าของโรงเตี๊ยมถูกพวกเขาเตะจนล้มลงไปกองกับพื้นเห็นพวกเขามาด้วยท่าทีดุร้าย เสี่ยวเอ้อร์และลูกค้าในโรงเตี๊ยมต่างก็หลีกทางให้ ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวภายในห้องพักชั้นสามฉงชูโม่มาถึงหน้าห้องของฉินซู เคาะประตู แล้วตะโกนว่า “องค์รัชทายาท มีคนมาแล้ว”“โอ้ ข้ากำลังอาบน้ำ เจ้าไปรับมือแทนก่อน”เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู หน้าผากของฉงชูโม่ก็เผยความมิพอใจในเวลานี้ มีเสียงโกรธดังมาจากทางเดิน “เป็นนาง เป็นนางสารเลวนั่น!”เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าผู้ตรวจการขมวดคิ้วทันทีและถามว่า “มิใช่หรอกกระมัง? เป็นนางที่ทำร้ายลูกชายของท่านผู้ว่าการมณฑลหูอย่างนั้นหรือ?”“ใช่แล้ว เป็นนาง นางยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคน ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในห้อง หัวหน้าผู้ตรวจการหลิว นางผู้นี้มีฝีมือมิธรรมดา ท่านอย่าประมาท รีบนำคนไปจัดการพร้อมกันเถอะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้าผู้ตรวจการหลิวก็ตะโกนออกมาทันที “นางแม่มด เจ้ากล้าทำร้ายบุตรชายของผู้ว่าการมณฑลหู ยังมิรีบมามอบตัวอีก!”ฉงชูโม่แสยะยิ้มอย่างดูถูกแล้วถามว่า “แล้วหูเฟิงอยู

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 135

    เมื่อได้ยินเสียงนี้ หูเฟิงก็ตกตะลึงทันที รู้สึกว่าเสียงนี้คุ้นเคยในขณะที่เขากำลังตกใจ ฉินซูก็เดินลงมาพร้อมกับมือไขว้หลัง แล้วยิ้มอย่างมิยิ้มด้านหลังเขา ฉงชูโม่ก็เดินตามมาติด ๆหัวหน้าผู้ตรวจการหลิวชี้นิ้วไปที่ฉินซูและฉงชูโม่แล้วพูดว่า “ผู้ว่าการมณฑล นางเป็นแม่มด คนผู้นี้ต้องเป็นพวกเดียวกับนางแม่มดนี่ ท่านรีบ…”ก่อนที่เขาจะพูดจบ หูเฟิงก็เตะเขาล้มลงกับพื้น!หัวหน้าผู้ตรวจการหลิวถึงกับงงทันที ถามด้วยความสับสนว่า “ผู้ว่าการมณฑล ท่านเตะข้าด้วยเหตุใดเล่า?”เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของหูเฟิงดูแย่ยิ่งกว่ากินแมลงวันเสียอีกเขางอเข่าลง “ตุ้บ” คุกเข่าลงต่อหน้าฉินซูทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ข้าน้อยหูเฟิง ขอถวายบังคมองค์รัชทายาท เมื่อครู่ลูกน้องได้ล่วงเกิน ขอองค์ชายทรงเมตตา ประทานอภัยให้พวกเราด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“หา?! นี่… นี่เป็นองค์รัชทายาทหรือ?!”หัวหน้าผู้ตรวจการหลิวและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงเมื่อได้สติ พวกเขาก็ซวนเซและคุกเข่าลงเป็นแถวฉินซูมองหูเฟิงด้วยสายตาเย็นชา พูดด้วยความสนใจว่า “หูเฟิง เจ้าพาคนมากมากมายถึงเพียงนี้ ตั้งใจจะลอบสังหารข้ารึ?”หูเฟิงใจหายวาบ เหงื่อเย็นไหลอาบหน้า ส

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 136

    เสี่ยวเอ้อร์เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวว่า “เถ้าแก่ วันนี้แขกที่ห้องพิเศษชั้นสามมีเรื่องทะเลาะกับลูกชายของผู้ว่าการมณฑลหู ผู้ว่าการมณฑลหูคงจะมาที่นี่เพราะเรื่องนี้แน่ ๆ”“ถ้าอย่างนั้น แขกสองคนนั้นคงมิใช่คนธรรมดาแล้วกระมัง?”“คงมิใช่คนธรรมดา พวกเขาดูเหมือนมีบุคลิกของความสูงศักดิ์โดยกำเนิด โดยเฉพาะคุณชายผู้นั้น หน้าตาหล่อเหลา ผิวพรรณดี ดูก็รู้ว่าเป็นคนมีบุญวาสนา”เถ้าแก่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เร็วเข้า รีบไปเอาโสมป่าอายุร้อยปีของข้ามา เดี๋ยวข้าจะไปคารวะแขกผู้สูงศักดิ์สองท่านนี้!”เห็นเถ้าแก่ดูร้อนรน เสี่ยวเอ้อร์ก็รีบเตือนว่า “เถ้าแก่ ตอนนี้ดึกแล้ว ไปรบกวนโดยพลการเกรงว่าจะทำให้แขกมิพอใจ ไฉนมิรอไปคารวะวันพรุ่งตอนส่งอาหารไปให้แขกเล่าขอรับ!”เถ้าแก่พยักหน้าเห็นด้วย และกล่าวชมเชย “นี่ เจ้านี่มันฉลาดจริง ๆ เดือนนี้ข้าจะเพิ่มเงินเดือนให้เจ้าเป็นสองเท่า!”“ขอบคุณเถ้าแก่ ขอบคุณเถ้าแก่ขอรับ!”เสี่ยวเอ้อร์ยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ“ทุกท่าน แยกย้ายกันไปได้แล้ว อย่ามารบกวนแขกผู้มีเกียรติของเรา”เถ้าแก่โบกมือไปยังทุกคน พร้อมกับออกคำสั่งไล่แขกเมื่อฝูงชนสลายตัวไป เขาจึงปิดประตูร้านและ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 137

    หูก่วงเผิงอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างมิอยากจะเชื่อ “ว่า ว่ากระไรนะ? องค์รัชทายาท?! ท่านพ่อ ท่านจำคนผิดหรือไม่? คนผู้นั้นจะเป็นองค์รัชทายาทได้อย่างไร?”“ข้าก็อยากจะจำผิดเหมือนกัน ตอนต้นปีก่อนที่ข้าไปเมืองหลวง ข้าเคยเห็นองค์รัชทายาทในห้องทรงพระอักษร แถมยังมิใช่แค่ครั้งเดียว ข้าจะจำผิดได้อย่างไร! เจ้าลูกอกตัญญู คนอื่นตั้งมากมายเจ้ามิไปหาเรื่อง ดันไปหาเรื่ององค์รัชทายาท เจ้าว่าตอนนี้จะทำอย่างไรดี? บอกข้ามาสิ!”“ข้า… ฮือ ๆ จบแล้ว องค์รัชทายาทต้องมิปล่อยข้าไปแน่ ท่านพ่อ ข้ามิอยากตาย ท่านรีบคิดหาวิธีหน่อย ข้ามิอยากตาย”“ตอนนี้รู้จักร้องไห้แล้วหรือ? ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกเจ้าให้รู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง เจ้ากลับเอาคำพูดของข้าไปทิ้งหูซ้ายทะลุหูขวา เจ้าลูกมิรักดี กล้าแม้กระทั่งวางยาพิษองค์รัชทายาท หากองค์รัชทายาทเอาเรื่องขึ้นมา นี่มันเป็นความผิดร้ายแรงถึงขึ้นประหารเก้าชั่วโคตร ตระกูลหูของเราต้องถูกเจ้าทำลายจนย่อยยับ”หูเฟิงทุบอกตบเท้า ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล“ฮือ ๆ ท่านพ่อ ลูกสำนึกผิดแล้ว ช่วยหาวิธีหน่อยเถอะ ถ้าลูกตายไป ตระกูลหูของเราก็จะสิ้นสูญแล้ว!”หูเฟิงพึมพำด้วยความเศร้าโศกว่า “ต่อให้เจ้

Latest chapter

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 666

    เมื่อเห็นการโจมตีที่ทรงพลัง เหล่าชาวยุทธภพหนานเยวี่ยก็อุทานด้วยความทึ่ง“สมแล้วที่เป็นเจ้าสำนักดาบพิฆาต วิชาดาบช่างทรงพลังยิ่งนัก!”“นึกมิถึงเลยว่า เพียงขั้นกลางระดับปฐพี กลับสามารถระเบิดพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงเช่นนี้ออกมาได้ วิชาดาบพิฆาตสมชื่อจริง ๆ”“กระบวนท่าของเขา แม้แต่ยอดฝีมือระดับสวรรค์ก็คงมิกล้ารับดาบโดยตรงกระมัง?”“รัชทายาทผู้รอวันปลดนี่ต้องตายแน่ พวกเราคงมาเสียเที่ยวแล้ว”“...”ท่ามกลางเสียงอุทานของฝูงชน ฉินซูกลับเดินทอดน่องสบายอารมณ์ และตบฝ่ามือออกไปช้า ๆเมื่อเห็นภาพนั้น บางคนก็หัวเราะเยาะขึ้นมาทันที“รัชทายาทผู้รอวันปลดนี่คิดจะรับดาบด้วยมือเปล่ารึ? ช่างมิรู้ประสีประสาจริง ๆ!”“รนหาที่ตายก็ดีแล้ว อย่างน้อยความแค้นของแคว้นหนานเยวี่ยของพวกเราจะได้ถูกชำระล้าง”คนอื่น ๆ กำลังจะเอ่ยปากถมถุยตาม ทว่าบัดนั้นเอง...'ปุ้ง!'หลังจากสิ้นเสียงแผ่วเบา ร่างกำยำของเจ้าสำนักดาบพิฆาตก็ระเบิดออกเป็นหมอกเลือด!ทุกคนตกตะลึงกับภาพอันน่าเหลือเชื่อนี้ ต่างยืนงงงันอยู่กับที่ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินรวมถึงชิวก่วนและพรรคพวกด้วยเช่นกัน!ตบฝ่ามือเดียวทำให้จอมยุทธ์ระดับปฐพีขั้นกลางกลา

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 665

    แต่ในวินาทีต่อมา รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้างในทันที ร่างกายสั่นสะท้านก่อนจะหงายหลังล้มตึง!แม้แต่ถานซินหลานที่อยู่ข้าง ๆ ก็มิรอด พลันล้มลงจมกองเลือดด้วยสีหน้าคับแค้นใจร่างของศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองเต็มไปด้วยรอยเข็มเล็ก ๆ นับมิถ้วนเลือดสีดำสนิทราวกับหมึกค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากบาดแผลเล็กจิ๋วเหล่านั้นทั้งสองสงสัยจนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายว่า ฉินซูมิได้ขยับนิ้วแม้แต่น้อย เหตุใดเข็มพิษเหล่านั้นถึงพุ่งกลับมาเองโดยไร้สาเหตุเมื่อเดินออกจากตรอก เสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงกีบม้าบาดหู“ใครมาทะเลาะวิวาทกันแถวนี่?”กลุ่มทหารก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าฉินซูพร้อมกับเสียงตวาดดังลั่นคนที่อยู่บนหลังม้าสวมชุดเกราะพร้อมถือหอกยาว ชิวก่วนนั่นเอง!เมื่อเขาเห็นฉินซูก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รีบลงจากม้าเพื่อทำความเคารพ“คารวะองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือ กล่าว “พวกเจ้ามาได้อย่างไร?”“ข้าน้อยลาดตระเวนยามวิกาลอยู่ทางฝั่งใต้ของเมือง และได้ยินเสียงเคลื่อนไหวทางนี้จึงนำคนมาพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท ข้างนอกอันตราย พระองค์เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“คนอื่น ๆ อุตส่าห์เดินทางมา

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 664

    ฉินซูสะบัดแขน ภาพเหตุการณ์พลันหยุดนิ่ง!เห็นเพียงปลายกระบี่ของมือกระบี่ชุดดำถูกสกัดไว้ด้วยนิ้วชี้ของฉินซู!ปราณแห่งกระบี่รุนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วเมื่อครู่นั้นได้พลันอันตรธานหายไปในบัดดลมือกระบี่ชุดดำเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวาในฐานะมือกระบี่ระดับปฐพีขั้นต้น เขาไร้คู่ต่อสู้ในหนานเยวี่ย ทว่าการโจมตีเต็มกำลังในครั้งนี้ กลับถูกอีกฝ่ายปัดป้องได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียวสกัดกระบี่ที่ทำจากเหล็กกล้าได้หากมิได้เห็นกับตา ใครเล่าจะเชื่อว่าภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องจริง?“เจ้า อ่อนแอเกินไป!”น้ำเสียงเหยียดหยามของฉินซูดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียง 'กร๊อบ กร๊อบ' ดังขึ้นสองครา กระบี่ยาวในมือมือกระบี่ชุดดำพลันหักเป็นท่อน ๆมือกระบี่ชุดดำได้สติกลับมาในทันทีพร้อมหมายจะถอยหนี ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ทะลวงออกมาจากกระบี่ที่หักนั้น“แย่แล้ว!”รูม่านตาของเขาหดเล็กลงในทันใด ในใจร้องเตือนลางร้ายแต่เขายังมิทันได้ตอบสนองอะไร ร่างทั้งร่างก็ถูกพละกำลังมหาศาลอัดกระแทกจนกระเด็นออกไปส่วนแขนข้างที่เขากำกระบี่ไว้ก็กลายเป็นหมอกโลหิตไปแล้ว'โค

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 663

    ในเวลานี้ ฉินซูกำลังยืนไพล่หลังอยู่บนกำแพงเมืองพระราชวัง มองไปยังแสงไฟนับหมื่นดวงภายในเมืองถัวเฉิง!บัดนี้เขายึดครองแคว้นหนานเยวี่ยได้สำเร็จอย่างราบรื่น ทำให้เขารู้สึกราวกับเป็นราชันแห่งใต้หล้าในขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นที่ประตูเมืองเบื้องล่าง กลุ่มทหารกำลังคุมตัวชายหลายคนเดินกลับมาเขาถามด้วยความสงสัย “ชิวก่วน พวกนั้นเป็นใคร?”ชิวก่วนตอบด้วยความหนักใจเล็กน้อย “ทูลองค์รัชทายาท ว่ากันว่าพวกนั้นเป็นชาวยุทธภพหนานเยวี่ย พวกเขาได้ยินว่าจ้าวควงตายด้วยน้ำมือของพระองค์ จึงมาที่ยังถัวเฉิงเพื่อลอบปลงพระชนม์แก้แค้นให้แก่ราชวงศ์จ้าวพ่ะย่ะค่ะยามนี้มิทราบแน่ชัดว่าในถัวเฉิงมีผู้ที่มีเจตนาร้ายซุ่มซ่อนตัวรอโอกาสลงมือมากน้อยเพียงใดฉะนั้นขอองค์รัชทายาทโปรดอย่าได้เสด็จออกไปข้างนอกในยามวิกาลเป็นอันขาดพ่ะย่ะค่ะ พระราชวังมีกำแพงสูงคูเมืองลึก อีกทั้งยังมีทหารรักษาการณ์แน่นหนา พวกชาวยุทธภพเหล่านั้นไม่มีทางบุกเข้ามาได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินซูก็หัวเราะอย่างสนใจ “ในเมื่อชาวยุทธภพหนานเยวี่ยอยากจะสังหารข้า เช่นนั้นข้าก็จะให้โอกาสพวกเขาสักครา!”ชิวก่วนชะงักไป แล้วรีบห้ามปราม “เช่นนั้นมิคว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 662

    “ท่านอาจารย์ องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ฉินซู นำทัพบุกยึดถัวเฉิง เสด็จและเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดถูกสังหารด้วยน้ำมือของเขา ทหารรักษาการณ์ในแคว้นก็ยอมจำนนหมดแล้ว บัดนี้ศิษย์เหลือตัวคนเดียว ไร้ซึ่งกำลังและพวกพ้อง ขอท่านอาจารย์โปรดออกหน้าช่วยศิษย์ล้างแค้นให้วงศ์ตระกูลด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”จ้าวอวี้เสวียนคุกเข่าลงกับพื้น กล่าวจบก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศกเมื่อได้ยินเช่นนั้น ซู่เสวียนก็ขมวดคิ้วพลางมองจ้าวอวี้เสวียนด้วยความมิพอใจเล็กน้อย“อวี้เสวียน ในเมื่อเจ้าได้เข้าสู่วิถีแห่งสำนักแล้วก็ควรตัดขาดจากตัณหา มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเพียงอย่างเดียว เจ้าลืมคำสั่งสอนของอาจารย์ก่อนหน้านี้สิ้นแล้วหรือ?”จ้าวอวี้เสวียนกล่าวทั้งน้ำตา “ท่านอาจารย์ คำพูดของท่าน ศิษย์จดจำไว้ในใจเสมอ เพียงแต่ญาติสนิททั้งตระกูลถูกสังหารอย่างอนาถ ความแค้นใหญ่หลวงเช่นนี้หากมิได้ชำระ เกรงว่าภายหน้าต่อไปจะกินมิได้นอนมิหลับ ไหนเลยจะมีจิตตั้งมั่นบำเพ็ญเพียรบรรลุเซียนได้”“เจ้า… เฮ้อ!”ซู่เสวียนถอนหายใจยาว และหันหลังกลับไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนั้น จ้าวอวี้เสวียนก็อ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ท่านอาจารย์ โปรดช่วยศิษย์ด้ว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 661

    “สำนักไท่เสวียนตั้งอยู่ที่ใด?”“ทางใต้ของเมืองลู่โจว บนเกาะกลางทะเลห่างออกไปแปดสิบลี้!”เมื่อชิวก่วนได้ยินดังนั้นก็หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็วในมิช้าเขาก็พบฉินซู และเล่าเรื่ององค์หญิงอวี้เสวียนให้ฟังทั้งหมดหลังจากเล่าจบ เขาก็กล่าวด้วยความรู้สึกผิด “ข้าน้อยทำงานมิสำเร็จ ขอองค์รัชทายาทโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เรื่องนี้โทษเจ้ามิได้ พูดได้แค่ว่าองค์หญิงอวี้เสวียนโชคดีเกินไป จึงรอดพ้นไปได้”ชิวก่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “องค์รัชทายาท จะให้ส่งคนไปกวาดล้างพวกราชวงศ์จ้าวที่เหลือในสำนักไท่เสวียนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”“มิต้อง อย่าว่าแต่พวกเรามิรู้กระไรเกี่ยวกับกำลังของสำนักไท่เสวียน ยามนี้ราชสำนักหนานเยวี่ยเพิ่งจะยอมจำนน อีกอย่างทหารของข้ามิชำนาญการรบทางน้ำ หากสำนักไท่เสวียนดักโจมตีจากทะเล พวกเราคงเสียเปรียบมิน้อย”“องค์รัชทายาททรงรอบคอบยิ่งนัก แต่คิดว่าองค์หญิงอวี้เสวียนคงจะหาโอกาสเคลื่อนไหว ขอพระองค์โปรดระมัดระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซูยิ้มน้อย ๆ “แค่ระดับครึ่งก้าวย่ำสวรรค์ หากนางกล้ามา ก็ถือว่าประหยัดแรงและเวลาให้ข้าไปได้มากทีเดียว”ชิวก่วนเตือน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 660

    ฉินซูยืนไพล่หลัง ทอดสายตามองคนเหล่านั้นจากเบื้องสูงโดยมิได้พูดกระไรแม่ทัพหลายนายรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที หนึ่งในนั้นรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองฉินซูเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของฉินซู เขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งในทันทีเห็นเขายื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบยันต์คุ้มภัยครึ่งแผ่นออกมาชูขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมกล่าวด้วยความเคารพ “นี่คือยันต์คุ้มภัยที่ข้าน้อยดูแลอยู่ ขอองค์รัชทายาทโปรดทรงรับไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”คนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ตระหนักได้ในทันที และต่างก็หยิบตราพยัคฆ์ออกมาเมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินซูก็เผยรอยยิ้มพึงใจประดับใบหน้า!ครั้นเห็นเขากวักมือไปกลางอากาศ ตราพยัคฆ์ที่อยู่ในมือของแม่ทัพเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิต จู่ ๆ ก็ลอยเข้าไปในมือของเขา“พลังจิตเคลื่นย้าย!”เมื่อเห็นวิธีการอันน่าทึ่งของฉินซู ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นรวมถึงแม่ทัพเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึงจนพูดมิออก!ฉินซูเก็บตราพยัคฆ์ไว้แล้วสั่งแม่ทัพเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าออกไปก่อน มิต้องกลับไปยังที่ตั้งกองกำลังแล้ว!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลายคนก็มืดครึ้มลงทันใดแต่พวกเขาก็เข้าใจความหมายของฉินซูดี คิดว่าใน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 659

    “ท่านแม่ทัพ เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว พวกเรากำลังจะลงใต้ไปสมทบกับเจียวโจวพอดีขอรับ”“เช่นนั้นรึ? แล้วพวกเจ้ามาหลบอยู่ในป่านี้เพื่อการใด? อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ในป่านี้มีแต่ทหารที่อ๋องฉู่แอบซ่องสุมไว้ทั้งสิ้น หากมิอยากตายก็ส่งตราพยัคฆ์[footnoteRef:0]มา!” [0: ตราพยัคฆ์ คือ สัญลักษณ์ที่ใช้ยื่นยันสิทธิในการสั่งเคลือนทัพของจีน หรือก็คือตราอาญาสิทธิ์ทางทหารนั่นเอง] หวังซู่กล่าวลอดไรฟัน “อย่าได้หวัง หากจะฆ่าก็ฆ่าเสีย ข้ายอมตายเสียดีกว่ายอมศิโรราบ!”“ดี เช่นนั้นข้าจะสนองเจ้าเอง!”ฉงชูโม่ชักกระบี่ยาวออกมาจากฝัก แล้วเหวี่ยงฟันไปอย่างไร้ความลังเล!'ฉับ!'หูข้างหนึ่งของหวังซู่ก็ถูกตัดออกอย่างเรียบร้อยความเจ็บปวดรุนแรง ทำให้หวังซู่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาฉงชูโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะตัดแขนขาของเจ้าก่อน แล้วจะปล่อยให้เจ้าตายไปเอง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังซู่ก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบกล่าวว่า “อย่า อย่า ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว!”พูดจบเขาก็ส่งตราพยัคฆ์ให้ฉงชูโม่ฉงชูโม่โยนตราพยัคฆ์ให้ตงฟางไป๋ กล่าวว่า “สั่งให้พวกเขาทิ้งอาวุธ แล้วพากลับไปรอรับพระราชโองการองค์จักรพรรดิที่ชานเมือง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status