“พวกพี่จะชวนไปปาร์ตี้ร้านไอ้ทายน่ะ ถือเป็นการเชื้อมสัมพันธ์น้องรหัส”
“น่าสนุกวะพี่ ผมขอไปด้วยสิ” โบนัสรีบเสนอตัว พร้อมว่างแขนพาดบนไหล่ของปลาทูอย่างลองเชิง ทำอคิณแทบขยับตัวพุ่งใส่แต่มาวินกับการินที่ประกบข้างก็จับไว้แน่น พลางกระซิบเตือนสติ
“ท่องไว้ว่านั้นน้อง ไม่ใช่เมีย อย่าออกอาการเยอะ”
“น้องเว้ย น้อง”
สิ่งที่ทำได้คือกัดปาก ถอดหายใจหนักๆอย่างคนข่มอารมณ์ตัวเองแล้วทดเอาไว้ในใจ หมายหัวไอ้เด็กเวรนี้ลงบัญชีดำก่อนใครเพื่อน
ขณะที่ปลาทูก็ปัดมือปลาหมึกออกแต่โบนัสก็พาดลงมาใหม่ เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบจนเริ่มรำคาญเลยปล่อยไป ก่อนจะหันกลับมาสนใจรุ่นพี่ตรงหน้า
“งั้นปลาทูขอถาม...ผู้ปกครองก่อนนะคะ” ผู้ปกครองที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ใคร คือพี่ข้างบ้านนั้นแหละ
ดูสิว่าพูดขนาดนี้แล้วพี่คนขี้งอนจะว่าไง
“อ่า...งั้นถือว่าไป เพราะผู้ปกครองของเราก็ไป” อาเธอร์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ
“ใช่ป่ะมึง?” การินก็ส่งสายตาถามเจ้าตัว
“อึม” ตอบเรียบๆ ทว่าในใจกลับลุ้นหนักว่าน้องจะว่าไงต่อ
“งั้น...” สีหน้าครุ่นคิด “ไปก็ได้ค่ะ”
แค่นั้นใบหน้าของรุ่นพี่ทุกคนก็ประดับด้วยรอยยิ้ม ปลาทูจึงหันไปชวนยิ้มให้ไปด้วยกันซึ่งยิ้มก็ตอบตกลง ส่วนโบนัสที่ขอไปด้วยคน สองสาวก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่”
เย็นวันศุกร์
หลังจากเลิกเรียนปลาทูก็กลับมาแต่งตัวที่บ้าน เตรียมไปปาร์ตี้ที่ว่า ตั้งแต่วันนั้นเธอกับพี่อคิณก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเลย ถึงแม้บางวันจะไปทานข้าวที่บ้านเขา แต่ความสัมพันธ์มันก็ยังต่อไม่ติด ตอนนี้เธอเลยไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสนุกไหม กลัวว่าจะทำให้งานกล่อย
“น่าจะโอเคแล้วนะ” ยืนหมุนตัวหน้ากระจกดูความเรียบร้อย พอมั่นใจก็ออกจากห้อง พร้อมกดเบอร์ต่อสายหายิ้มไปด้วย ทว่าพอเดินลงมาด้านล่างก็เห็นร่างสูงโปร่ง เจ้าของใบหน้าหล่อเข้มที่คุ้นเคย ยืนรออยู่ หน้าจอที่กำลังโทรออก นิ้วเรียวจึงกดวางไปก่อน
วันนี้ปลาทูแต่งตัวด้วยเดรสสายเดี่ยวสีดำรัดรูป โชว์สัดส่วนที่น่ามอง ความยาวที่สั้นขึ้นมาจากเข่าเกือบสองคืบอวดเรียวขาขาว ทำอคิณลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ ใบหน้าหวานแต่งเติมเครื่องสำอางเล็กน้อยแต่เสริมให้เธอสวยจนใจสั่น
“เอ่อ...” สายตาคมที่ไม่แม้แต่กระพริบ เล่นเอาเธอทำตัวไม่ถูก พูดน้ำเสียงติดขัด “ดะ เดี๋ยวปลาทูไปเองได้” อีกอย่างเธอนัดกับยิ้มไว้แล้วด้วย แต่เหมือนคนที่พึ่งรู้ตัวจะไม่สน
“ฉันรอในรถ”
“แต่ว่า...อ้าว!”
อคิณไม่รอฟัง พูดจบก็เดินออกมานั่งรอในรถ ก่อนจะวางมือทาบอกข้างซ้ายของตัวเอง มันกำลังเต้นแรงไม่หยุด “สวยขนาดนี้เลยเหรอวะ ทำไม...กูไม่เคยรู้มาก่อน”
ปลาทูได้แต่ยืนงุงงง ไม่เข้าใจกับการกระทำของคนหน้านิ่ง แต่ก็กดโทรออกหายิ้มอีกครั้งเพื่อจะบอกว่าไปรับไม่ได้แล้ว ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบมาว่าตอนนี้กำลังอยู่พี่รหัสอย่างอาเธอร์ ปลาทูจึงไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะวางสายแล้วหันไปล็อคประตูบ้านให้เรียบร้อย แล้วตามไปนั่งข้างๆคนขับ
ปึก!
ทันทีร่างเล็กขึ้นมาบนรถ กลิ่นหอมก็ฟุ้งเต็มคันรถ ทำเอาคนตัวโตสติไม่อยู่กับร่องกับรอย อยู่ๆก็มีความคิดประหลาด ...อยากเอาจมูกไปดอมดม ต้องสะบัดหัวไล่ความคิด ไม่กล้าคุยด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่รู้จะเริ่มยังไง อีกส่วนก็เพราะกลัวว่าน้ำเสียงจะกระท่อนกระแท้นจนพูดผิดๆถูกๆ แม้แต่จะหายใจสูดกลิ่นเข้าปอดแรงๆยังไม่กล้า
ปลาทูลอบมองคนข้างๆเล็กน้อย เห็นเขาเอาแต่ขมวดคิ้วคล้ายคนคิดมากก็รู้สึกอึดอัด เข้าใจว่าคนพี่ยังโกรธกันจนไม่อยากมองหน้าเธอ มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างแย่อย่างบอกไม่ถูก
ทำไมความสัมพันธ์ของเราถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ?
@ Over Night
ร่างเล็กเดินลงจากรถแต่ไปได้ไม่ถึงห้าก้าว เสื้อหนังตัวใหญ่ก็วางแมะลงมาคลุมบนไหล่ พอหันไปมองคนตัวโต เขาก็ทำหน้านิ่ง พลางให้เหตุผล “ข้างในมันหนาว” มือบางเตรียมจะดึงออก ทว่าอคิณก็โน้มใบหน้าลงมา ให้อยู่ในระดับเดียวกัน พร้อมชี้หน้าเธอ แววตาดุดัน “ถ้าถอด ฉันจะจับเธอขังไว้ในรถนี้แหละ”
“...” ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เกิดกลัวคนตรงหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ สอดแขนใส่เสื้ออย่างว่านอนสอนง่าย ก่อนจะเดินหนี เข้าไปด้านใน
เสียงเพลงบีทหนักส่งผลให้หัวใจเต้นตาม เป็นครั้งแรกที่ปลาทูได้ย่างกายเข้ามาให้สถานที่ที่เรียกว่าผับ ผู้คนต่างลุกขึ้นเต้นร่ายรำพร้อมกรีดร้องส่งเสียงแข่งกับดนตรี
หมับ!
อคิณเอื้อมโอบเอวคอดไว้ พร้อมกระชับกดคนตัวเล็กให้อยู่ติดตัวมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่า “คนเยอะ” ส่วนหนึ่งก็กันไอ้พวกผู้ชายที่มองเธอตาเป็นมัน จนน่าหงุดหงิด ปลาทูก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะกำลังมึนกับแสงไฟที่ล้อตา ไม่นานก็ฝ่าผู้คนขึ้นมาชั้นสองได้
ไม่ต้องชะเง้อคอมองหา อคิณก็เห็นกลุ่มของตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำ
“น้องปลาทูน่ารักจังเลยค่ะ” มาวินกล่าวทักทายเป็นคนแรกด้วยรอยยิ้ม จงใจแกล้งให้เพื่อนรักลมออกหูเล่น
“จะแดกเหล้าหรือแดกตีนกู” น้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าสายตากลับเอาเรื่อง ภายในโต๊ะมีเพื่อนๆของอคิณที่อยู่กันครบองค์ แต่ละคนแต่ตัวเรียบง่าย ทว่ากลับดูหล่อเหลาราวกับนายแบบที่เดินออกมาจากนิตยาสาร
ยิ้มมาถึงแล้ว นั่งอยู่ข้างพี่รหัสตัวเอง โบกมือส่งยิ้มร่า ปลาทูจะเดินไปนั่งด้วยแต่ก็ถูกมือตุ๊กแกที่โอบเอว เกาะไว้ไม่ปล่อย
“พี่คิณ ปลาทูจะไปนะ...”
“นั่งลง” ออกคำสั่งแล้วกดเอวบางให้นั่งลงข้างกัน ปลาทูข้องใจแต่ก็ยอมนั่งลงเพราะอีกฝ่ายดูตึงกว่าทุกครั้ง ทำเธอเสียววูบไปทั้งแย่นหลัง
กระโปร่งสั้นเลิกขึ้นจนเห็นขาอ่อน คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน รู้สึกขัดหูขัดตา ก้มหน้าลงกระซิบ “รอบหน้าอย่าใส่สั้นแบบนี้อีก” ก่อนจะปล่อยเอวบางแล้วเปลี่ยนมาวางมือลงบนขาเรียวแทน
“เออ..เดี๋ยวปลาทูใช้เสื้อปิดได้” กระซิบกลับ รู้สึกแปลกๆ ขณะที่พวงแก้มพลันร้อนฉ่าอย่างไม่ทราบสาเหตุ จะถอดเสื้อที่คนพี่ให้ไว้คลุมไหล่ไว้ แต่พอเห็นสายตาคมกริบที่หันขวับมามองจึงลดมือลงเองอัตโนมัติ
งื้ออ...ทำไมต้องทำหน้าดุ ปลาทูแค่รับฝากเอาขนมมาให้เองนะ ไม่ได้ไปขี้ใส่มอเตอร์ไซค์สุดรักของพี่สักหน่อย ทำไมต้องโกรธกันไม่หายแบบนี้ด้วยเนี่ย
อึดอัด อึดอัด ใครก็ได้ช่วยปลาทูที
“ปลาทู ยิ้ม นี้ปันปัน น้องรหัสพี่” มาวินแนะนำสาวน้อยหน้าตาน่ารักภายใต้แว่นกรอบหนาให้สองสาวรู้จัก ปลุกให้คนที่กำลังอยู่กับความคิดตัวเองได้สติ“เราเรียนสาขาและห้องเดียวกันค่ะ” ยิ้มอธิบาย ขณะที่ปลาทูก็มีสีหน้าคล้ายคนที่พึ่งจะนึกออก “ใช่ๆ จำได้ล่ะ” ปลาทูนั้นพอจะเคยเห็นปันปันอยู่บ้าง เพียงแต่อีกฝ่ายนั้นค่อยข้างเป็นคนที่เงียบขรึม เราเลยไม่ค่อยได้คุยกัน “งั้นยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะปันปัน”“อึม” เจ้าของชื่อขานรับในรลำคอ พลางระบายยิ้มบางๆ ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่เธอแค่เป็นประเภทที่ไม่ชอบเข้าสังคม ติดสันโดษ จะเรียกว่า Introvert ก็คงไม่ผิด นี่ถ้าพี่รหัสไม่ชวนมาเธอคงจะนั่งเขียนนิยายอยยู่ในห้องการินกับเพทายก็แนะนำหญิงสาวน้องรหัสของตัวเองให้ทั้งสามรู้จักบ้าง ทำให้ปลาทูเริ่มจะพูดมากขึ้นเพราะเป็นคนพูดไม่หยุดอยู่แล้ว“งั้นวันนี้พวกเราอยากดื่มอะไรก็สั่งเลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง” “เย้!” สาวๆรุ่นน้องชอบใจก่อนที่เพทายจะยกมือเรียกพนักงาน ทุกคนสั่งกันเรียบร้อยปลาทูก็เตรียมจะอ้าปาก“คอสโม” อคิณสั่งแทน คอสโมโพลิแทนเป็นเครื่องดื่มที่มีเหล้าน้อย ดื่มง่าย น่าจะเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์อย่างเธ
“พี่คิณ หนูขอโทษ” ปลาทูพึมพำทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท ทำนิ้วเรียวของพี่ชะงัก “หนูไม่รู้ว่าพี่จะโกรธหนูขนาดนี้ ถ้ารู้หนูคงไม่ทำ พี่เค้กส้มเขาชอบพี่มาก”“...”นิ่งฟัง ขณะที่หัวใจกระตุกเต้นไร้จังหวะ เหตุเพราะคำว่า ‘หนู’ ที่คนตัวเล็กใช้แทนตัวเองเป็นครั้งแรก “อย่าโกรธหนูเลยนะ หนูไม่ชอบตัวเองเลยตอนเราทะเลาะกัน”อคิณขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ทำเอาอยากจะเข้าไปอีก “ทำไม?” เอ่ยถามคนละเมอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แอบกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับมองสำรวจดวงหน้าสีหวาน “ไม่มีความสุข ใจหนูมันโหวงๆตลอดเวลา ไม่ชอบสักนิด”“แล้วชอบแบบไหน?” ไม่รู้อะไรดลใจให้ถามอะไรที่มันส่งผลกับใจตัวเองแบบนั้น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด เปลือกตาคู่น้อยค่อยๆปรือขึ้น ฟ้องว่าทั้งหมดที่พูดมา เด็กน้อยไม่ได้ละเมอ“ชอบแบบที่เป็นพี่คิณ...ของหนู” เป็นอีกครั้งที่ลำคอหนาแห้งเผือด กลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก “อย่าโกรธหนูเลยนะคะ”“อย่าทำหน้าแบบนี้?” จังหวะนี้โดนน็อกแทบไม่เหลือความเคร่งขรึม ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆบนผิวแก้มน้อง ที่ตอนนี้สีชัดกว่าปกติ“พี่คิณ หายโกรธหนูนะ” ยังคงอ้อนพร้อมทำตาแป๋ว ชนิดที่นอกจากหัวใจจะสั่
ความเสียดเสียวเล่นงานจนเผลอกัดปากล่างตัวเอง มือบางขย้ำลงกับผ้าปูจนยับยู่ระบายความวาบหวามที่ก่อเกิด หายใจหอบหนักยิ่งกว่าการแข่งวิ่ง อีกฝ่ายก็เล่นกับความรู้สึกและจิตใจโดยการ เกี่ยวแพนตี้ไปด้านข้างแล้วสอดนิ้วกลางเข้ามารุกรานภายในร่องเปียกชื้นที่คับแน่น เล่นเอาใบหน้างามเหยเก จนพี่หวั่นใจ“เจ็บเหรอ?”“...” ปลาทูส่ายหน้า ไม่เข้าใจความรู้สึกตอนนี้ จะเจ็บก็ไม่เจ็บจะเสียวก็ไม่เสียว มันแน่นไปจนน่าอึดอัด “ใจเย็นๆแล้วมองหน้าฉัน” เวลานี้ไม่รู้หรอกว่าควรจะปลอบยังไง เพราะไม่เคยต้องเล้าโลมหรือใจเย็นกับผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน เด็กน้อยลืมตา ช้อนขึ้นมองดวงตาคมกริบที่ตอนนี้หยาดเยิ้มไม่ต่างกัน “อย่าเกร็ง ไม่งั้นเธอจะเจ็บ”“ตะ แต่ปลาทู...” “ใจเย็นๆ” แววตากังวนฉายชัด อคิณจึงตัดบท เขารู้ว่าเธอกำลังกลัว “มองตาฉันแล้วอย่าว่อกแวก” หลอกล่อด้วยคำพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เริ่มขยับช่วงล่างจากเชิงช้าแล้วค่อยเพิ่มจังหวะ พลางลอบมองดวงหน้าหวานไปด้วย เมื่อไหร่ที่เธอเกร็ง นิ้วเรียวก็จะหยุด “ใจเย็นๆ ฉันอยู่นี้ ฉันจะไม่ทำเธอเจ็บ” และเมื่อไหร่ที่ร่องสาวเริ่มผ่อนแรงอคิณก็เร่งเร้า แต่หลังๆมาอดใจไม่ได้ เพิ่มจำนวนนิ้วจา
“พะ พี่คิณก็ขยับอยู่” “ฉันหมายถึง...เย_เธอแรงๆ” คำพูดที่ตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของคนใต้ร่าง นอกจากโพรงสาวจะตอดรัดแล้วยังผลิตน้ำออกมา ช่วยให้ลำกายที่ผลุบเข้าผลุบออก ทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น“ดะ เดี๋ยวพี่คิณ อร๊าย อะ” ปลาทูร้องเสียงหลงเมื่อคนร้อนแรงไม่คิดจะรอคำตอบ ออกแรงกระแทกความแข็งขื่อเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับเลื่อนปลายนิ้วผ่านผิวกายขึ้นมาสะกิดเขี่ยยอดอกที่ตั้งชัน ทำเอาคนเสียวกระสันแอ่นกายบิดเร่า อคิณมองว่าคนตัวเล็กโคตรเซ็กซี่ อดใจไม่อยู่ก้มลงดูดดึงเต้าอวบนุ่ม ยิ่งกว่าโหยหา สูดกลิ่นหอมเข้าปอดหนักๆ หลงใหลเรือนร่างยิ่งกว่าสิ่งใดพลับ พลับ พลับทุกการเคลื่อนไหวขับเคลื่อนเต็มไปด้วยความหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบบวกกับเสียงครวญคราง ส่งผลให้เราทั้งคู่จมอยู่ในห้วงของอารมณ์ความต้องการ ใบหน้าหล่อเหล่าผุดเหงื่อเม็ดเล็กเต็มกรอบหน้าและคิดว่าน้องก็คงเป็นเหมือนกัน“รีโมทแอร์อยู่ไหน” เอ่ยถาม กลัวว่าน้องจะผืนขึ้นจนเอาต่อไม่ได้“ยะ อยู่ตรงประตู อ่ะ” ฝ่ามือใหญ่จับแขนเล็กให้โอบลอบลำคอ ก่อนจะสอดท่อนแขนเข้าใต้แผ่นหลังเนียนที่ตอนนี้ชื้นไปด้วยเหงื่อ กระชับจับร่างเล็กพลิกมานั่งคร่อมบนตัก เอ็น
หลังจากที่สงบสติตัวเองได้ ร่างเล็กก็หยัดตัวลงจากเตียง ทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะเหมือนขาจะไม่มีแรง เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดามือน้อยเลิ่กผ้าห่มขึ้นหวังจะเก็บเตียง จัดให้ดีๆเหมือนทุกวัน ทว่า...OMG! ปลาทูแทบกลั้นเสียงกรี๊ดไม่อยู่ บนผ้าปูที่นอนมีคราบสีแดงเปื้อนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ทำเอาแข่งขาอ่อน ไม่ต้องถามให้มากความว่ามันคือคราบอะไร“นี่เสียตัวไม่พอ ยังต้องเป็นคนรื้อผ้าปูที่นอนไปซักเองอีกเหรอเนี่ย”โอ้ย ปลาทูจะบ้าเสียงคนเดินลงบันได เรียกความสนใจจากใครอีกคนที่กำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าทีวี ไม่ใช่ว่าอารมณ์ดีอะไรหรอก แค่อยากหาอะไรทำ ฆ่าเวลาและความรู้สึกนึกคิดที่วนอยู่ในหัวไม่หยุดอคิณรีบรุดตัวเดินเข้าไปหา เมื่อคนตัวเล็กเหยียบเท้าถึงบันไดขั้นสุดท้ายพร้อมกับตระกร้าผ้าในมือ ร่างบางแอบสะดุ้งตัวตกใจที่เห็นว่าเขายังอยู่ในบ้าน ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างคนทำตัวไม่ถูก ทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมดทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาได้เตรียมตัวพูดหน้ากระจกไปแล้วตั้งหลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นยังไง ให้ตายเถอ
“ฉัน...” เขาพูดไม่ออก เริ่มไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการอะไรกันแน่ เขาไม่ชอบการผูกมัด เธอก็ไม่คิดจะพูดถึงเขาไม่ชอบการมีสถานะติดตัว เธอก็ไม่คิดจะเรียกร้องเขาชอบที่จะมีอิสระ ดูท่าเธอก็คงจะให้เขาเต็มที่อีกเหมือนกัน“ถ้าพี่คิณรู้สึกผิดก็แค่ขอโทษ แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ” เห็นเขาเงียบ ปลาทูจึงเน้นย้ำอีกรอบ“คือ...ฉัน...ขอโทษ” อคิณหายใจหนักหน่วง ยอมปล่อยคนตรงหน้าให้เป็นอิสระ “โอเคค่ะ” ยอมกันง่าย เธอก็ไม่ติดใจ “งั้นต่อไปพี่คิณไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องคิดมากแล้วนะ ปลาทูโตพอที่จะเข้าใจว่าเรื่องเมื่อคืนมันคือธรรมชาติของมนุษย์ ไม่วันใดก็วันหนึ่งปลาทูก็ต้องเสียมันไปอยู่ดี อีกอย่าง...ปลาทูไม่อยากรู้สึกแย่ที่ความเป็นพี่น้องของเรามันหายไป ช่วงที่ผ่านมาที่เราไม่คุยกัน ปลาทูไม่มีความสุขเลย ปลาทู...อยากได้พี่คิณคนเดิมของปลาทูกลับมา”“...” อคิณนิ่งฟังเหตุผลของน้องอย่างเข้าใจ คนตรงหน้าไม่โกรธและไม่คิดอยากจะให้เขารับผิดชอบ มันคือเรื่องดีที่สุดที่เขาอยากจะได้จากทุกๆความสัมพันธ์ แต่ตอนนี้...เขากลับ...มึงอยากมีโซ่ห้อยคอเหรอวะ ไอ้คิณ?ช่างแม่งเถอะ! แบบนี้ก็ดีแล้วนิ“อะ ยาคุมฉุกเฉิน” คิดได้แบบนั้น มือหนาก็ล
ครึก ครึก!“โว้! เฮ้ย!...อะไรเนี่ย?” ปลาทู เด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้มหวานละมุน โวยวายกับตัวเองด้วยโทนเสียงที่หงุดหงิด เนื่องจากรถมินิคูเปอร์ที่ขับอยู่ดันมาจอดค้างเติงอยู่กลางถนนเสียดื้อๆ เป็นเรื่องให้อารมณ์บูดบึ้งแต่เช้า “จะมาพังอะไรกันตอนนี้”ตอนที่เธอกำลังจะไปมหาลัยเนี่ย!นิ้วเรียวกดปุ๊บส่งสัญญาณให้กับรถคันอื่นที่ตามมาได้รับรู้ว่ารถคันนี้กำลังเสียจะได้ไม่มีใครบีบแตรไล่ ก่อนจะยกโทรศัพท์หวังจะโทรหาช่างประจำ ทว่าสายตาอันเฉียบแหลมที่กำลังมองผ่านกระจกรถ มองเห็นบิ๊กไบก์คันคุ้นตาของใครบางคนกำลังขับเข้ามาใกล้ ร่างเล็กจึงไม่รอช้า เปิดประตูลงไปขอความช่วยเหลือทันที“ทำบ้าอะไรของเธอ” จากที่คิดว่าจะขับผ่านไปแล้วเชียว แต่เมื่อเห็นยัยเด็กข้างบ้านเดินลงจากรถมาดักหน้ารถเขา อคิณ จึงทำแบบที่ใจหวังไม่ได้ “อยากตายก็ไปโดดสะพานนู้น” พร้อมชี้มือนำทางหากเป็นปกติคนตัวเล็กคงด่าคืนไปแล้ว แต่เพราะตอนนี้อยู่ในสถาณการณ์ที่ต้องพึ่งพาอีกฝ่าย ปลาทูจึงทำได้เพียง “พี่คิณช่วยปลาทูหน่อยสิ อยู่ๆรถมันก็ดับ” “แล้วแต่งตัวอะไรของเธอ?” อคิณไม่ได้สนใจสิ่งที่น้องพูด ถอดหมวกกันน๊อกแล้วลอบมองกระโปร่งพลีทที่สั้นขึ้นมาเหนือเข่า “จะไปเ
“ได้ไงก่อน? เฮ้ย! พี่คิณ พี่คิณณณ” จังหวะที่คนตัวเล็กกำลังหันซ้ายหันขวาคิดหาหนทาง คนที่นั่งบนบิ๊กไบก์ก็สับเกียร์ออกตัวโดยไม่คิดจะเอาน้องสาวข้างบ้านที่ยังยืนอยู่สักบาท ทำเอาเจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะก่นด่าไล่หลัง “ไอ้พี่คิณคนบ้า ไอ้คนเลว ไอ้คนไม่มีน้ำใจ ไอ้คนมนุษยธรรมติดลบ”แล้วไงต่อ? สุดท้ายปลาทูก็ต้องยืนรอจนช่างมายกรถของเธอไป จากนั้นก็ไหว้วานให้ไปส่งที่มหาลัยเพราะรู้จักกันดี เนื่องจากใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง“ขอบคุณนะคะคุณลุง” มือเล็กยกขึ้นพนมกลางอกด้วยความนอบน้อมก่อนจะลงจากรถ มองนาฬิกาก็แทบเข่าทรุด “สายมาสิบนาที”ปลาทูไม่รอช้าสับขาวิ่งไปยังสนามหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างไม่คิดชีวิต โชคดีที่วันนี้ใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่งั้นคงมีคนล้มคะมำหน้าแหก เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากไอ้พี่ข้างบ้านตัวร้ายที่ไม่ยอมให้เธอติดรถมาด้วย แม้จะไม่ใช่ความผิดเขาแต่ก็ขอตั้งข้อหาอีกฝ่ายไว้ก่อนทั้งที่บ้านเราอยู่ติดกัน เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ทำไมเขาไม่มีจิตสำนึกของความเป็นพี่น้องหยุมหัว อันแน่นแฟ้นของเราบ้างเลยนะขวับ!เมื่อมาถึง ทุกสายตาต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียวแต่คนเหนื่อยหอบลากกลับไม่คิดจะใส่ใจ โน้มตัวเท้าแขนท
“ฉัน...” เขาพูดไม่ออก เริ่มไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการอะไรกันแน่ เขาไม่ชอบการผูกมัด เธอก็ไม่คิดจะพูดถึงเขาไม่ชอบการมีสถานะติดตัว เธอก็ไม่คิดจะเรียกร้องเขาชอบที่จะมีอิสระ ดูท่าเธอก็คงจะให้เขาเต็มที่อีกเหมือนกัน“ถ้าพี่คิณรู้สึกผิดก็แค่ขอโทษ แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ” เห็นเขาเงียบ ปลาทูจึงเน้นย้ำอีกรอบ“คือ...ฉัน...ขอโทษ” อคิณหายใจหนักหน่วง ยอมปล่อยคนตรงหน้าให้เป็นอิสระ “โอเคค่ะ” ยอมกันง่าย เธอก็ไม่ติดใจ “งั้นต่อไปพี่คิณไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องคิดมากแล้วนะ ปลาทูโตพอที่จะเข้าใจว่าเรื่องเมื่อคืนมันคือธรรมชาติของมนุษย์ ไม่วันใดก็วันหนึ่งปลาทูก็ต้องเสียมันไปอยู่ดี อีกอย่าง...ปลาทูไม่อยากรู้สึกแย่ที่ความเป็นพี่น้องของเรามันหายไป ช่วงที่ผ่านมาที่เราไม่คุยกัน ปลาทูไม่มีความสุขเลย ปลาทู...อยากได้พี่คิณคนเดิมของปลาทูกลับมา”“...” อคิณนิ่งฟังเหตุผลของน้องอย่างเข้าใจ คนตรงหน้าไม่โกรธและไม่คิดอยากจะให้เขารับผิดชอบ มันคือเรื่องดีที่สุดที่เขาอยากจะได้จากทุกๆความสัมพันธ์ แต่ตอนนี้...เขากลับ...มึงอยากมีโซ่ห้อยคอเหรอวะ ไอ้คิณ?ช่างแม่งเถอะ! แบบนี้ก็ดีแล้วนิ“อะ ยาคุมฉุกเฉิน” คิดได้แบบนั้น มือหนาก็ล
หลังจากที่สงบสติตัวเองได้ ร่างเล็กก็หยัดตัวลงจากเตียง ทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะเหมือนขาจะไม่มีแรง เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดามือน้อยเลิ่กผ้าห่มขึ้นหวังจะเก็บเตียง จัดให้ดีๆเหมือนทุกวัน ทว่า...OMG! ปลาทูแทบกลั้นเสียงกรี๊ดไม่อยู่ บนผ้าปูที่นอนมีคราบสีแดงเปื้อนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ทำเอาแข่งขาอ่อน ไม่ต้องถามให้มากความว่ามันคือคราบอะไร“นี่เสียตัวไม่พอ ยังต้องเป็นคนรื้อผ้าปูที่นอนไปซักเองอีกเหรอเนี่ย”โอ้ย ปลาทูจะบ้าเสียงคนเดินลงบันได เรียกความสนใจจากใครอีกคนที่กำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าทีวี ไม่ใช่ว่าอารมณ์ดีอะไรหรอก แค่อยากหาอะไรทำ ฆ่าเวลาและความรู้สึกนึกคิดที่วนอยู่ในหัวไม่หยุดอคิณรีบรุดตัวเดินเข้าไปหา เมื่อคนตัวเล็กเหยียบเท้าถึงบันไดขั้นสุดท้ายพร้อมกับตระกร้าผ้าในมือ ร่างบางแอบสะดุ้งตัวตกใจที่เห็นว่าเขายังอยู่ในบ้าน ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างคนทำตัวไม่ถูก ทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมดทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาได้เตรียมตัวพูดหน้ากระจกไปแล้วตั้งหลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นยังไง ให้ตายเถอ
“พะ พี่คิณก็ขยับอยู่” “ฉันหมายถึง...เย_เธอแรงๆ” คำพูดที่ตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของคนใต้ร่าง นอกจากโพรงสาวจะตอดรัดแล้วยังผลิตน้ำออกมา ช่วยให้ลำกายที่ผลุบเข้าผลุบออก ทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น“ดะ เดี๋ยวพี่คิณ อร๊าย อะ” ปลาทูร้องเสียงหลงเมื่อคนร้อนแรงไม่คิดจะรอคำตอบ ออกแรงกระแทกความแข็งขื่อเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับเลื่อนปลายนิ้วผ่านผิวกายขึ้นมาสะกิดเขี่ยยอดอกที่ตั้งชัน ทำเอาคนเสียวกระสันแอ่นกายบิดเร่า อคิณมองว่าคนตัวเล็กโคตรเซ็กซี่ อดใจไม่อยู่ก้มลงดูดดึงเต้าอวบนุ่ม ยิ่งกว่าโหยหา สูดกลิ่นหอมเข้าปอดหนักๆ หลงใหลเรือนร่างยิ่งกว่าสิ่งใดพลับ พลับ พลับทุกการเคลื่อนไหวขับเคลื่อนเต็มไปด้วยความหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบบวกกับเสียงครวญคราง ส่งผลให้เราทั้งคู่จมอยู่ในห้วงของอารมณ์ความต้องการ ใบหน้าหล่อเหล่าผุดเหงื่อเม็ดเล็กเต็มกรอบหน้าและคิดว่าน้องก็คงเป็นเหมือนกัน“รีโมทแอร์อยู่ไหน” เอ่ยถาม กลัวว่าน้องจะผืนขึ้นจนเอาต่อไม่ได้“ยะ อยู่ตรงประตู อ่ะ” ฝ่ามือใหญ่จับแขนเล็กให้โอบลอบลำคอ ก่อนจะสอดท่อนแขนเข้าใต้แผ่นหลังเนียนที่ตอนนี้ชื้นไปด้วยเหงื่อ กระชับจับร่างเล็กพลิกมานั่งคร่อมบนตัก เอ็น
ความเสียดเสียวเล่นงานจนเผลอกัดปากล่างตัวเอง มือบางขย้ำลงกับผ้าปูจนยับยู่ระบายความวาบหวามที่ก่อเกิด หายใจหอบหนักยิ่งกว่าการแข่งวิ่ง อีกฝ่ายก็เล่นกับความรู้สึกและจิตใจโดยการ เกี่ยวแพนตี้ไปด้านข้างแล้วสอดนิ้วกลางเข้ามารุกรานภายในร่องเปียกชื้นที่คับแน่น เล่นเอาใบหน้างามเหยเก จนพี่หวั่นใจ“เจ็บเหรอ?”“...” ปลาทูส่ายหน้า ไม่เข้าใจความรู้สึกตอนนี้ จะเจ็บก็ไม่เจ็บจะเสียวก็ไม่เสียว มันแน่นไปจนน่าอึดอัด “ใจเย็นๆแล้วมองหน้าฉัน” เวลานี้ไม่รู้หรอกว่าควรจะปลอบยังไง เพราะไม่เคยต้องเล้าโลมหรือใจเย็นกับผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน เด็กน้อยลืมตา ช้อนขึ้นมองดวงตาคมกริบที่ตอนนี้หยาดเยิ้มไม่ต่างกัน “อย่าเกร็ง ไม่งั้นเธอจะเจ็บ”“ตะ แต่ปลาทู...” “ใจเย็นๆ” แววตากังวนฉายชัด อคิณจึงตัดบท เขารู้ว่าเธอกำลังกลัว “มองตาฉันแล้วอย่าว่อกแวก” หลอกล่อด้วยคำพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เริ่มขยับช่วงล่างจากเชิงช้าแล้วค่อยเพิ่มจังหวะ พลางลอบมองดวงหน้าหวานไปด้วย เมื่อไหร่ที่เธอเกร็ง นิ้วเรียวก็จะหยุด “ใจเย็นๆ ฉันอยู่นี้ ฉันจะไม่ทำเธอเจ็บ” และเมื่อไหร่ที่ร่องสาวเริ่มผ่อนแรงอคิณก็เร่งเร้า แต่หลังๆมาอดใจไม่ได้ เพิ่มจำนวนนิ้วจา
“พี่คิณ หนูขอโทษ” ปลาทูพึมพำทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท ทำนิ้วเรียวของพี่ชะงัก “หนูไม่รู้ว่าพี่จะโกรธหนูขนาดนี้ ถ้ารู้หนูคงไม่ทำ พี่เค้กส้มเขาชอบพี่มาก”“...”นิ่งฟัง ขณะที่หัวใจกระตุกเต้นไร้จังหวะ เหตุเพราะคำว่า ‘หนู’ ที่คนตัวเล็กใช้แทนตัวเองเป็นครั้งแรก “อย่าโกรธหนูเลยนะ หนูไม่ชอบตัวเองเลยตอนเราทะเลาะกัน”อคิณขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ทำเอาอยากจะเข้าไปอีก “ทำไม?” เอ่ยถามคนละเมอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แอบกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับมองสำรวจดวงหน้าสีหวาน “ไม่มีความสุข ใจหนูมันโหวงๆตลอดเวลา ไม่ชอบสักนิด”“แล้วชอบแบบไหน?” ไม่รู้อะไรดลใจให้ถามอะไรที่มันส่งผลกับใจตัวเองแบบนั้น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด เปลือกตาคู่น้อยค่อยๆปรือขึ้น ฟ้องว่าทั้งหมดที่พูดมา เด็กน้อยไม่ได้ละเมอ“ชอบแบบที่เป็นพี่คิณ...ของหนู” เป็นอีกครั้งที่ลำคอหนาแห้งเผือด กลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก “อย่าโกรธหนูเลยนะคะ”“อย่าทำหน้าแบบนี้?” จังหวะนี้โดนน็อกแทบไม่เหลือความเคร่งขรึม ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆบนผิวแก้มน้อง ที่ตอนนี้สีชัดกว่าปกติ“พี่คิณ หายโกรธหนูนะ” ยังคงอ้อนพร้อมทำตาแป๋ว ชนิดที่นอกจากหัวใจจะสั่
“ปลาทู ยิ้ม นี้ปันปัน น้องรหัสพี่” มาวินแนะนำสาวน้อยหน้าตาน่ารักภายใต้แว่นกรอบหนาให้สองสาวรู้จัก ปลุกให้คนที่กำลังอยู่กับความคิดตัวเองได้สติ“เราเรียนสาขาและห้องเดียวกันค่ะ” ยิ้มอธิบาย ขณะที่ปลาทูก็มีสีหน้าคล้ายคนที่พึ่งจะนึกออก “ใช่ๆ จำได้ล่ะ” ปลาทูนั้นพอจะเคยเห็นปันปันอยู่บ้าง เพียงแต่อีกฝ่ายนั้นค่อยข้างเป็นคนที่เงียบขรึม เราเลยไม่ค่อยได้คุยกัน “งั้นยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะปันปัน”“อึม” เจ้าของชื่อขานรับในรลำคอ พลางระบายยิ้มบางๆ ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่เธอแค่เป็นประเภทที่ไม่ชอบเข้าสังคม ติดสันโดษ จะเรียกว่า Introvert ก็คงไม่ผิด นี่ถ้าพี่รหัสไม่ชวนมาเธอคงจะนั่งเขียนนิยายอยยู่ในห้องการินกับเพทายก็แนะนำหญิงสาวน้องรหัสของตัวเองให้ทั้งสามรู้จักบ้าง ทำให้ปลาทูเริ่มจะพูดมากขึ้นเพราะเป็นคนพูดไม่หยุดอยู่แล้ว“งั้นวันนี้พวกเราอยากดื่มอะไรก็สั่งเลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง” “เย้!” สาวๆรุ่นน้องชอบใจก่อนที่เพทายจะยกมือเรียกพนักงาน ทุกคนสั่งกันเรียบร้อยปลาทูก็เตรียมจะอ้าปาก“คอสโม” อคิณสั่งแทน คอสโมโพลิแทนเป็นเครื่องดื่มที่มีเหล้าน้อย ดื่มง่าย น่าจะเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์อย่างเธ
“พวกพี่จะชวนไปปาร์ตี้ร้านไอ้ทายน่ะ ถือเป็นการเชื้อมสัมพันธ์น้องรหัส”“น่าสนุกวะพี่ ผมขอไปด้วยสิ” โบนัสรีบเสนอตัว พร้อมว่างแขนพาดบนไหล่ของปลาทูอย่างลองเชิง ทำอคิณแทบขยับตัวพุ่งใส่แต่มาวินกับการินที่ประกบข้างก็จับไว้แน่น พลางกระซิบเตือนสติ“ท่องไว้ว่านั้นน้อง ไม่ใช่เมีย อย่าออกอาการเยอะ”“น้องเว้ย น้อง” สิ่งที่ทำได้คือกัดปาก ถอดหายใจหนักๆอย่างคนข่มอารมณ์ตัวเองแล้วทดเอาไว้ในใจ หมายหัวไอ้เด็กเวรนี้ลงบัญชีดำก่อนใครเพื่อน ขณะที่ปลาทูก็ปัดมือปลาหมึกออกแต่โบนัสก็พาดลงมาใหม่ เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบจนเริ่มรำคาญเลยปล่อยไป ก่อนจะหันกลับมาสนใจรุ่นพี่ตรงหน้า“งั้นปลาทูขอถาม...ผู้ปกครองก่อนนะคะ” ผู้ปกครองที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ใคร คือพี่ข้างบ้านนั้นแหละ ดูสิว่าพูดขนาดนี้แล้วพี่คนขี้งอนจะว่าไง“อ่า...งั้นถือว่าไป เพราะผู้ปกครองของเราก็ไป” อาเธอร์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ“ใช่ป่ะมึง?” การินก็ส่งสายตาถามเจ้าตัว“อึม” ตอบเรียบๆ ทว่าในใจกลับลุ้นหนักว่าน้องจะว่าไงต่อ“งั้น...” สีหน้าครุ่นคิด “ไปก็ได้ค่ะ”แค่นั้นใบหน้าของรุ่นพี่ทุกคนก็ประดับด้วยรอยยิ้ม ปลาทูจึงหันไปชวนยิ้มให้ไปด้วยกันซึ่งยิ้มก็ตอบตกลง ส่วนโบนัสที่ขอไปด้
สายตาคู่นั้นใช่ว่าปลาทูจะไม่เห็น แต่เพราะคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้ผิดอะไร จึงเลือกที่จะมองไม่เห็น แต่ก่อนขึ้นเรียนขอลองทำเป็นเดินเข้าไปเฉียดใกล้เขาหน่อย ทว่าไอ้พี่คนซืนก็ไม่รั้งไม่เรียกแม้แต่คำเดียวชิ! เมินให้ตลอดละกันไอ้พี่บ้า “จะงอนให้หนักเลย” บ่นอุบอิบ “งอนใครเหรอ?” ยิ้มที่เดินมาด้วยกันได้ยินพอดีจึงเอ่ยถาม ขณะที่โบนัสก็เดินตามมาติดๆก็หยุดฟัง“ปะ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ฉีกยิ้มกว้างเพื่อยืนยันในคำตอบ ทว่าสายตาดันไปเห็นกลุ่มของพี่สาวคนสวยเมื่อวาน รอยยิ้มจึงค่อยๆเลื่อยหุบลงเหลือเพียงบางๆ“น้องปลาทู”“พี่เค้กส้ม สวัสดีค่ะ” มือน้อยยกไหว้ตามมารยาทรุ่นพี่รุ่นน้อง อึดอัดนิดหน่อยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมาหาด้วยเรื่องอะไร “เป็นไงบ้างจ๊ะ วันนี้พี่มีขนมของอคิณแล้วก็เค้กของน้องปลาทูด้วยนะ ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่เมื่อวานน้องช่วยเอาขนมไปให้อคิณ” ที่จริงขนมเค้กในส่วนของเด็กนั้นเค้กส้มไม่ได้ซื้อ เธอกินไม่หมด จะทิ้งก็เสียดายของเหลือๆมันเหมาะกับยัยเด็กนี้ที่สุดแล้ว“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เค้กเอากลับไปเถอะ ทั้งของพี่คิณแล้วก็เค้กที่จะให้ปลาทูด้วย” คำขอบคุณอะไรเธอไม่เอาทั้งนั้นแหละตอนนี้“ทำไมล่ะ อคิณเขาไม่รับเหรอ?” สีห
หลังจากที่อยู่พูดคุยกันจนหายคิดถึง ปลาทูก็ขอตัวพร้อมได้ขนมตาลติดมือกลับมาด้วย เด็กน้อยชอบกินขนมไทย ปราณีจึงไม่ลืมที่จะซื้อกลับบ้านมาทุกครั้งนั่งทำการบ้านอยู่ตรงโต๊ะทานข้าว จนช่วงเย็นก็ได้ยินเสียงบิ๊กไบก์ขับเข้าบ้านข้างๆ ร่างเล็กจึงลุกไปหยิบเอาถุงกระดาษที่สาวสวยฝากไว้ตรงเคาน์เตอร์ครัวแล้วกลับมานั่งทำการบ้านตามเดิม ไม่ถึงห้านาที...“พอรู้ว่าแม่ฉันกลับมาก็ไปเสนอหน้าเลยนะ” ประโยคทักทายที่ได้ยินแล้วเป็นต้องถอดหายใจแรงๆไม่เคยจะทักกันเหมือนพี่น้องคู่อื่นเลยจริงๆ“อ่ะ” มือเล็กดันถุงที่ว่าไปตรงหน้าให้คนที่กำลังหย่อนก้นนั่ง อคิณนึกแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็เปิดดู เห็นเป็นคุกกี้ก็เปิดฝากเอาเข้าปากในทันที ถือเป็นครั้งแรกที่ยัยตัวแสบซื้อขนมให้“นึกไงให้ขนมฉัน?” “พี่เค้กส้ม นิเทศปีสี่ฝากมาให้ค่ะ”“ห๊ะ!” คนตกใจวางทุกอย่างแล้วตรงเข้าห้องครัว คายสิ่งที่อยู่ในปากลงถังขยะ “ถึงกับต้องคายทิ้งเลยเหรอพี่คิณ” ปลาทูเดินตามไปเกาะประตูดู เป็นต้องตาโตเมื่อคนพี่หันไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำมาเปิด นึกว่าจะกินแต่ไม่ เขาล้างปาก! แล้วบ้วนทิ้งลงซิงค์ล้างจาน “ตะ ต้องขนาดนั้นเลยเหรอพี่คิณ”“คิดว่าตัวเองเป็นแม่สื่อหรือไง” จัด