“พี่คิณ หนูขอโทษ” ปลาทูพึมพำทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท ทำนิ้วเรียวของพี่ชะงัก “หนูไม่รู้ว่าพี่จะโกรธหนูขนาดนี้ ถ้ารู้หนูคงไม่ทำ พี่เค้กส้มเขาชอบพี่มาก”
“...”นิ่งฟัง ขณะที่หัวใจกระตุกเต้นไร้จังหวะ เหตุเพราะคำว่า ‘หนู’ ที่คนตัวเล็กใช้แทนตัวเองเป็นครั้งแรก
“อย่าโกรธหนูเลยนะ หนูไม่ชอบตัวเองเลยตอนเราทะเลาะกัน”
อคิณขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ทำเอาอยากจะเข้าไปอีก “ทำไม?” เอ่ยถามคนละเมอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แอบกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับมองสำรวจดวงหน้าสีหวาน
“ไม่มีความสุข ใจหนูมันโหวงๆตลอดเวลา ไม่ชอบสักนิด”
“แล้วชอบแบบไหน?” ไม่รู้อะไรดลใจให้ถามอะไรที่มันส่งผลกับใจตัวเองแบบนั้น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด เปลือกตาคู่น้อยค่อยๆปรือขึ้น ฟ้องว่าทั้งหมดที่พูดมา เด็กน้อยไม่ได้ละเมอ
“ชอบแบบที่เป็นพี่คิณ...ของหนู” เป็นอีกครั้งที่ลำคอหนาแห้งเผือด กลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก “อย่าโกรธหนูเลยนะคะ”
“อย่าทำหน้าแบบนี้?” จังหวะนี้โดนน็อกแทบไม่เหลือความเคร่งขรึม ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆบนผิวแก้มน้อง ที่ตอนนี้สีชัดกว่าปกติ
“พี่คิณ หายโกรธหนูนะ” ยังคงอ้อนพร้อมทำตาแป๋ว ชนิดที่นอกจากหัวใจจะสั่นไหวแล้ว อคิณยังอยากงับปากสีระเรื่อที่เอาแต่พูดไม่หยุด “เราดีกันนะ...อื้อ”
คิดแล้วทำเลยมีอยู่จริง คนอดใจไม่ไหวกดริมฝีปากทาบแตะลงบนริมฝีปากบางอุ่นร้อน มันช่วยไม่ได้ที่ปากของเด็กน้อยจะนุ่มละมุม จนเขาต้องขยับงับจริงๆ
กลิ่นกายหอมอ่อนๆบวกกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งอยู่ในปากส่งผลให้อคิณห้ามใจไม่อยู่ หยัดตัวเองให้ขึ้นไปอยู่บนเตียง คร่อมทับบนร่างน้อง
“หะ หายใจไม่ออก” เด็กน้อยไร้ประสบการณ์ตามไม่ทัน ดันอกแกร่ง ผละออกแล้วสูดอากาศเข้าเต็มปอด แต่เพียงอึดใจคนเจนจัดก็ตามมารั้งท้ายทอยให้กลับไปรับสัมผัสวาบหวิวอีกครั้งและอีกครั้ง
ปลายลิ้นสากกวาดต้อนไปทั่วองศาในโพรงปากเล็ก ช่วงชิมเอาความหอมหวานอย่างล้ำลึก ส่งผลให้ใจดวงน้อยเต้นถี่รัว อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนฉับพลัน นึกว่ากำลังอยู่ในท่ามกลางทะเลทราย
ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วผิวกายเนียนนุ่มมือ ไม่ว่าจะเฟ้นตรงไหนก็น่าสัมผัสไปหมด จนไม่อาจหยุดตัวเองได้อีกต่อไป เส้นบางๆคำว่าพี่น้องที่ขีดไว้ ขาดผึ่งเหลือแค่เธอกับฉัน
“อือ~” เสียงครางหวานในลำคอเปล่งออกมาเป็นระยะ เมื่อคนช่ำชองเลื่อนใบหน้ามาซุกไซร้กับซอกคอ ดูดเม้มเบาๆให้พอหายหมั่นเขี้ยวตามอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่านแต่ไม่ได้คิดจะฝากรอย
“ตัวเธอหอมจัง” เอ่ยชมไปตามตรง ไม่ว่าตรงไหนมันก็หอมยั่วยวนปลุกกำหนัด ทำเอาเมาทั้งที่ดื่มไปไม่มาก แนบกลางกายสัมผัสกับความนุ่มยุ่นผ่านเนื้อผ้า
เสื้อหนังที่คลุมให้ร่างเล็กถูกถอดออก โยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ตามมาด้วยการเกี่ยวสายเดี่ยวบนไหล่ลงมาเกยที่ข้อศอก แม้จะไม่สว่างแต่แสงที่สาดส่องก็พอให้ได้เห็นของสวยงาม แผ่นปิดจุกปิดเม็ดสีหวานเอาไว้ มันกำลังล้อตาล้อใจ
อคิณหายใจหนักหน่วง กลืนน้ำลงคออึกใหญ่บ่อยที่สุดในชีวิต ค่อยๆลอกแผ่นสีเนื้อออก มือสั่นเทาไม่ต่างกับหัวใจที่สั่นระริก
“นมโคตรสวย” อ้าปากงับ ครอบดูดดึงเล็กน้อยให้พอได้ยินเสียงคนสยิว เต้าอีกข้างก็ไม่ปล่อยให้ว่าง นวดเฟ้นด้วยฝ่ามือตัวเอง ส่งผลให้คนใต้ร่างหายใจหอบหนัก บิดเร่าไปมาด้วยความเสียดเสียว โดยไม่รู้ว่ายิ่งดีดดิ้นมันยิ่งส่งผลให้ลำกายที่ซ้อนอยู่ในกางเกงยีนส์ขยายใหญ่
ความอดทนที่จะทำอย่างใจเย็นค่อยๆเลือนหายทีละนิด ร่างกายของปลาทูไม่มีส่วนไหนที่หยั่งใจเขาได้เลย หยัดกายขึ้นยืนด้วยเข่าถอดเสื้อตัวเองออกอย่างลวกๆขณะใช้สายตาแทะโลมคนขาวนวล ไม่มีเว้นว่างให้อีกฝ่ายได้พักเขินอาย
“พะ พี่คิณ...” กล้ามเป็นมัดๆบอกชัดถึงการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ทำเอาคนตัวเล็กหายใจติดขัด
เคยเห็นแต่ในโซเซียลที่มีรูปนายแบบหรือดาราที่เขาโพสกัน ทว่าตอนนี้มันมาอยู่ตรงหน้า แบบให้เห็นกันจะๆตา อดไม่ได้ที่จะลอบมองทุกสัดส่วน
อคิณโน้มตัวมาประกบริมฝีปากบางอีกครั้ง อารมณ์ที่ใต่ระดับไม่อาจผ่อนแรง ดูดดึงกลีบปากน้อง แรงบ้างเบาบ้างสลับไปมา ปลุกปั่นให้ใครอีกคนตามไม่ทัน เคลิบเคลิ้มชนิดที่ต้องยอมศิโรราบ เทคนิคนี้เขาใช้บ่อยและมันได้ผลทุกครั้ง
“นุ่มไปทั้งตัวเลย”
ทำไมเขาไม่เคยรู้ว่ายัยตัวแสบ...แม่งโคตรน่าเอาเป็นบ้า!
ปลายนิ้วร้ายค่อยๆเลื่อนจากเรียวขาขึ้นมายังขอบชั้นในตัวบาง ใช้นิ้วโป้งสอดไปง่ามขา ทำทุกอย่างให้นุ่มนวลกลัวว่าน้องจะตกใจเพราะรู้ดีว่านี้คือครั้งแรกของเธอ แต่ด้านบนกลับตรงกันข้าม ลิ้นร้อนกวัดเกี่ยวพันปลายลิ้นน้อยอย่างหอกเย้าปลุกอารมณ์เด็กน้อยให้คล้อยตาม
“อ๊ะ!” ร่างบางสะดุ้งตัวหน่อยๆเมื่อนิ้วซุกซนแตะเข้ากับความนุ่มหยุ่นของจุดอ่อนไหว มันยากมากที่จะบอกให้ตัวเองยับหยั่งทุกอย่างที่กำลังหวาบหวิวและรู้สึกดีอยู่ในขณะนี้
คนร้อนแรงยิ้มมุมปากเมื่อรอยแยกที่ปิดสนิทเหนียวลื่นไปด้วยน้ำหวานที่เยิ้มไหลออกมาจากภายใน แต่น้ำแค่นี้มันจะพออะไร?
ความเสียดเสียวเล่นงานจนเผลอกัดปากล่างตัวเอง มือบางขย้ำลงกับผ้าปูจนยับยู่ระบายความวาบหวามที่ก่อเกิด หายใจหอบหนักยิ่งกว่าการแข่งวิ่ง อีกฝ่ายก็เล่นกับความรู้สึกและจิตใจโดยการ เกี่ยวแพนตี้ไปด้านข้างแล้วสอดนิ้วกลางเข้ามารุกรานภายในร่องเปียกชื้นที่คับแน่น เล่นเอาใบหน้างามเหยเก จนพี่หวั่นใจ“เจ็บเหรอ?”“...” ปลาทูส่ายหน้า ไม่เข้าใจความรู้สึกตอนนี้ จะเจ็บก็ไม่เจ็บจะเสียวก็ไม่เสียว มันแน่นไปจนน่าอึดอัด “ใจเย็นๆแล้วมองหน้าฉัน” เวลานี้ไม่รู้หรอกว่าควรจะปลอบยังไง เพราะไม่เคยต้องเล้าโลมหรือใจเย็นกับผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน เด็กน้อยลืมตา ช้อนขึ้นมองดวงตาคมกริบที่ตอนนี้หยาดเยิ้มไม่ต่างกัน “อย่าเกร็ง ไม่งั้นเธอจะเจ็บ”“ตะ แต่ปลาทู...” “ใจเย็นๆ” แววตากังวนฉายชัด อคิณจึงตัดบท เขารู้ว่าเธอกำลังกลัว “มองตาฉันแล้วอย่าว่อกแวก” หลอกล่อด้วยคำพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เริ่มขยับช่วงล่างจากเชิงช้าแล้วค่อยเพิ่มจังหวะ พลางลอบมองดวงหน้าหวานไปด้วย เมื่อไหร่ที่เธอเกร็ง นิ้วเรียวก็จะหยุด “ใจเย็นๆ ฉันอยู่นี้ ฉันจะไม่ทำเธอเจ็บ” และเมื่อไหร่ที่ร่องสาวเริ่มผ่อนแรงอคิณก็เร่งเร้า แต่หลังๆมาอดใจไม่ได้ เพิ่มจำนวนนิ้วจา
“พะ พี่คิณก็ขยับอยู่” “ฉันหมายถึง...เย_เธอแรงๆ” คำพูดที่ตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของคนใต้ร่าง นอกจากโพรงสาวจะตอดรัดแล้วยังผลิตน้ำออกมา ช่วยให้ลำกายที่ผลุบเข้าผลุบออก ทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น“ดะ เดี๋ยวพี่คิณ อร๊าย อะ” ปลาทูร้องเสียงหลงเมื่อคนร้อนแรงไม่คิดจะรอคำตอบ ออกแรงกระแทกความแข็งขื่อเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับเลื่อนปลายนิ้วผ่านผิวกายขึ้นมาสะกิดเขี่ยยอดอกที่ตั้งชัน ทำเอาคนเสียวกระสันแอ่นกายบิดเร่า อคิณมองว่าคนตัวเล็กโคตรเซ็กซี่ อดใจไม่อยู่ก้มลงดูดดึงเต้าอวบนุ่ม ยิ่งกว่าโหยหา สูดกลิ่นหอมเข้าปอดหนักๆ หลงใหลเรือนร่างยิ่งกว่าสิ่งใดพลับ พลับ พลับทุกการเคลื่อนไหวขับเคลื่อนเต็มไปด้วยความหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบบวกกับเสียงครวญคราง ส่งผลให้เราทั้งคู่จมอยู่ในห้วงของอารมณ์ความต้องการ ใบหน้าหล่อเหล่าผุดเหงื่อเม็ดเล็กเต็มกรอบหน้าและคิดว่าน้องก็คงเป็นเหมือนกัน“รีโมทแอร์อยู่ไหน” เอ่ยถาม กลัวว่าน้องจะผืนขึ้นจนเอาต่อไม่ได้“ยะ อยู่ตรงประตู อ่ะ” ฝ่ามือใหญ่จับแขนเล็กให้โอบลอบลำคอ ก่อนจะสอดท่อนแขนเข้าใต้แผ่นหลังเนียนที่ตอนนี้ชื้นไปด้วยเหงื่อ กระชับจับร่างเล็กพลิกมานั่งคร่อมบนตัก เอ็น
หลังจากที่สงบสติตัวเองได้ ร่างเล็กก็หยัดตัวลงจากเตียง ทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะเหมือนขาจะไม่มีแรง เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดามือน้อยเลิ่กผ้าห่มขึ้นหวังจะเก็บเตียง จัดให้ดีๆเหมือนทุกวัน ทว่า...OMG! ปลาทูแทบกลั้นเสียงกรี๊ดไม่อยู่ บนผ้าปูที่นอนมีคราบสีแดงเปื้อนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ทำเอาแข่งขาอ่อน ไม่ต้องถามให้มากความว่ามันคือคราบอะไร“นี่เสียตัวไม่พอ ยังต้องเป็นคนรื้อผ้าปูที่นอนไปซักเองอีกเหรอเนี่ย”โอ้ย ปลาทูจะบ้าเสียงคนเดินลงบันได เรียกความสนใจจากใครอีกคนที่กำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าทีวี ไม่ใช่ว่าอารมณ์ดีอะไรหรอก แค่อยากหาอะไรทำ ฆ่าเวลาและความรู้สึกนึกคิดที่วนอยู่ในหัวไม่หยุดอคิณรีบรุดตัวเดินเข้าไปหา เมื่อคนตัวเล็กเหยียบเท้าถึงบันไดขั้นสุดท้ายพร้อมกับตระกร้าผ้าในมือ ร่างบางแอบสะดุ้งตัวตกใจที่เห็นว่าเขายังอยู่ในบ้าน ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างคนทำตัวไม่ถูก ทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมดทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาได้เตรียมตัวพูดหน้ากระจกไปแล้วตั้งหลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นยังไง ให้ตายเถอ
“ฉัน...” เขาพูดไม่ออก เริ่มไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการอะไรกันแน่ เขาไม่ชอบการผูกมัด เธอก็ไม่คิดจะพูดถึงเขาไม่ชอบการมีสถานะติดตัว เธอก็ไม่คิดจะเรียกร้องเขาชอบที่จะมีอิสระ ดูท่าเธอก็คงจะให้เขาเต็มที่อีกเหมือนกัน“ถ้าพี่คิณรู้สึกผิดก็แค่ขอโทษ แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ” เห็นเขาเงียบ ปลาทูจึงเน้นย้ำอีกรอบ“คือ...ฉัน...ขอโทษ” อคิณหายใจหนักหน่วง ยอมปล่อยคนตรงหน้าให้เป็นอิสระ “โอเคค่ะ” ยอมกันง่าย เธอก็ไม่ติดใจ “งั้นต่อไปพี่คิณไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องคิดมากแล้วนะ ปลาทูโตพอที่จะเข้าใจว่าเรื่องเมื่อคืนมันคือธรรมชาติของมนุษย์ ไม่วันใดก็วันหนึ่งปลาทูก็ต้องเสียมันไปอยู่ดี อีกอย่าง...ปลาทูไม่อยากรู้สึกแย่ที่ความเป็นพี่น้องของเรามันหายไป ช่วงที่ผ่านมาที่เราไม่คุยกัน ปลาทูไม่มีความสุขเลย ปลาทู...อยากได้พี่คิณคนเดิมของปลาทูกลับมา”“...” อคิณนิ่งฟังเหตุผลของน้องอย่างเข้าใจ คนตรงหน้าไม่โกรธและไม่คิดอยากจะให้เขารับผิดชอบ มันคือเรื่องดีที่สุดที่เขาอยากจะได้จากทุกๆความสัมพันธ์ แต่ตอนนี้...เขากลับ...มึงอยากมีโซ่ห้อยคอเหรอวะ ไอ้คิณ?ช่างแม่งเถอะ! แบบนี้ก็ดีแล้วนิ“อะ ยาคุมฉุกเฉิน” คิดได้แบบนั้น มือหนาก็ล
ครึก ครึก!“โว้! เฮ้ย!...อะไรเนี่ย?” ปลาทู เด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้มหวานละมุน โวยวายกับตัวเองด้วยโทนเสียงที่หงุดหงิด เนื่องจากรถมินิคูเปอร์ที่ขับอยู่ดันมาจอดค้างเติงอยู่กลางถนนเสียดื้อๆ เป็นเรื่องให้อารมณ์บูดบึ้งแต่เช้า “จะมาพังอะไรกันตอนนี้”ตอนที่เธอกำลังจะไปมหาลัยเนี่ย!นิ้วเรียวกดปุ๊บส่งสัญญาณให้กับรถคันอื่นที่ตามมาได้รับรู้ว่ารถคันนี้กำลังเสียจะได้ไม่มีใครบีบแตรไล่ ก่อนจะยกโทรศัพท์หวังจะโทรหาช่างประจำ ทว่าสายตาอันเฉียบแหลมที่กำลังมองผ่านกระจกรถ มองเห็นบิ๊กไบก์คันคุ้นตาของใครบางคนกำลังขับเข้ามาใกล้ ร่างเล็กจึงไม่รอช้า เปิดประตูลงไปขอความช่วยเหลือทันที“ทำบ้าอะไรของเธอ” จากที่คิดว่าจะขับผ่านไปแล้วเชียว แต่เมื่อเห็นยัยเด็กข้างบ้านเดินลงจากรถมาดักหน้ารถเขา อคิณ จึงทำแบบที่ใจหวังไม่ได้ “อยากตายก็ไปโดดสะพานนู้น” พร้อมชี้มือนำทางหากเป็นปกติคนตัวเล็กคงด่าคืนไปแล้ว แต่เพราะตอนนี้อยู่ในสถาณการณ์ที่ต้องพึ่งพาอีกฝ่าย ปลาทูจึงทำได้เพียง “พี่คิณช่วยปลาทูหน่อยสิ อยู่ๆรถมันก็ดับ” “แล้วแต่งตัวอะไรของเธอ?” อคิณไม่ได้สนใจสิ่งที่น้องพูด ถอดหมวกกันน๊อกแล้วลอบมองกระโปร่งพลีทที่สั้นขึ้นมาเหนือเข่า “จะไปเ
“ได้ไงก่อน? เฮ้ย! พี่คิณ พี่คิณณณ” จังหวะที่คนตัวเล็กกำลังหันซ้ายหันขวาคิดหาหนทาง คนที่นั่งบนบิ๊กไบก์ก็สับเกียร์ออกตัวโดยไม่คิดจะเอาน้องสาวข้างบ้านที่ยังยืนอยู่สักบาท ทำเอาเจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะก่นด่าไล่หลัง “ไอ้พี่คิณคนบ้า ไอ้คนเลว ไอ้คนไม่มีน้ำใจ ไอ้คนมนุษยธรรมติดลบ”แล้วไงต่อ? สุดท้ายปลาทูก็ต้องยืนรอจนช่างมายกรถของเธอไป จากนั้นก็ไหว้วานให้ไปส่งที่มหาลัยเพราะรู้จักกันดี เนื่องจากใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง“ขอบคุณนะคะคุณลุง” มือเล็กยกขึ้นพนมกลางอกด้วยความนอบน้อมก่อนจะลงจากรถ มองนาฬิกาก็แทบเข่าทรุด “สายมาสิบนาที”ปลาทูไม่รอช้าสับขาวิ่งไปยังสนามหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างไม่คิดชีวิต โชคดีที่วันนี้ใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่งั้นคงมีคนล้มคะมำหน้าแหก เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากไอ้พี่ข้างบ้านตัวร้ายที่ไม่ยอมให้เธอติดรถมาด้วย แม้จะไม่ใช่ความผิดเขาแต่ก็ขอตั้งข้อหาอีกฝ่ายไว้ก่อนทั้งที่บ้านเราอยู่ติดกัน เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ทำไมเขาไม่มีจิตสำนึกของความเป็นพี่น้องหยุมหัว อันแน่นแฟ้นของเราบ้างเลยนะขวับ!เมื่อมาถึง ทุกสายตาต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียวแต่คนเหนื่อยหอบลากกลับไม่คิดจะใส่ใจ โน้มตัวเท้าแขนท
หลังจากที่ร่วมกิจกรรมเสร็จนักศึกษาทุกคนก็แยกย้าย ปลาทูจึงเดินไปยังโรงอาหารเพื่อหาของเย็นๆมาดับร้อนในร่างกาย วันนี้เป็นวันที่สองของการเปิดภาคเรียน ทั้งมหาลัยก็จะดูครึกครื้น ไปทางไหนก็มีแต่เสียงหัวเราะพูดคุยแจ้วจ้าวตามประสาของคนที่พึ่งกลับมาเจอกัน มหาลัย StarLight Univercity แห่งนี้ค่อนข้างจะคัดนักศึกษา กว่าจะเข้าได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะง่ายสุดก็คงต้องกระเป๋าหนัก ฉะนั้นยอมซะตรงนี้เลยว่าปลาทูไม่มีเพื่อนที่มาด้วยกันจากโรงเรียนเดิมเลย มันจึงไม่แปลกที่ตอนนี้เธอจะเดินอยู่คนเดียว แต่ใช่ว่าจะเหงาเพราะตั้งแต่เดินเข้าโรงอาหารมา สายตาของทุกคนก็เอาแต่จับจ้องมาที่เธอ ทว่าปลาทูก็ไม่คิดจะสนใจ“ปลาทู” ได้ยินคนเรียกชื่อ ใบหน้าหวานจึงหันไปยังต้นเสียง พร้อมส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้แก่หญิงสาวรุ่นเดียวกัน ขณะที่อีกฝ่ายก็ชูป้ายชื่อของตัวเองให้ดู“ยิ้ม?” ดวงตาคู่น้อยมองดูแล้วอ่านออกเสียง “อึม” ขานรับในลำคอแล้วเม้มปากแน่นยิ้ม เป็นสาวน้อยขี้อายที่ไม่กล้าแสดงออกต่างกับปลาทูที่กล้าแสดงออกไปทุกอย่าง แม้แต่ร้องเต้นต่อหน้าคนหมู่มาก ยังไม่รู้สึกเคอะเขินแม้แต่น้อยแถมยังดูน่ารักสดใสอีกต่างหาก เธอจึงรวบรวมความกล้าเพื่
@บ้านอคิณเสียงบิ๊กไบก์ขับเข้ามาในบ้าน ปราณี จึงไม่รอช้าที่จะเข้ามาสั่งเสียกับลูกชายเพียงคนเดียวก่อนที่ตัวเธอและ เอกภพ ผู้เป็นสามีต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัดสองคืน“คิณ แม่ทำกับข้าวไว้ในตู้ คิณเอาไปให้น้องด้วยนะลูก” “เด็กนั้นอยู่บ้านคนเดียวอีกแล้วเหรอแม่?” เอ่ยถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้ามองแม่ตัวเอง แต่กลับหันไปมองบ้านปูนสีขาวสองชั้นที่อยู่ติดกัน ไม่รู้ว่ายัยตัวเล็กนั้นกลับมาหรือยังเพราะอีกฝ่ายให้เพื่อนมาส่ง แต่พอเห็นประตูบ้านเปิดอยู่ก็ได้คำตอบ“น้าดากับลุงทินพึ่งจะไปเมื่อเช้าน่ะ เห็นว่าอีกอาทิตย์หรือสองอาทิตย์นี้แหละจะกลับมา”“ร้านอาหารที่นู้นยุ่งเหรอแม่ ช่วงนี้ถึงได้ไปบ่อย” อคิณพยักหน้ารับทราบก่อนจะเดินเข้าบ้านตรงไปที่ห้องครัว เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมารินใส่แก้ว ไม่ได้นึกแปลกใจอะไรเพราะทั้งบ้านเขาและบ้านเธอก็เป็นแบบนี้เสมอมาบ้านของปลาทูทำธุรกิจร้านอาหารอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้เห็นว่ากำลังจะขยายไปประเทศอื่น ส่วนบ้านเขาทำกิจการโรงแรมและรับเหมาก่อสร้าง เป็นเหตุให้ทั้งพ่อแม่เขาต้องเดินทางอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน เพราะงั้นลูกๆทั้งสองบ้านถึงได้อยู่กันเหมือนพี่น้องไปโดยปริยายเมื่อแม่กับพ่อสั่งการจนเ
“ฉัน...” เขาพูดไม่ออก เริ่มไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าต้องการอะไรกันแน่ เขาไม่ชอบการผูกมัด เธอก็ไม่คิดจะพูดถึงเขาไม่ชอบการมีสถานะติดตัว เธอก็ไม่คิดจะเรียกร้องเขาชอบที่จะมีอิสระ ดูท่าเธอก็คงจะให้เขาเต็มที่อีกเหมือนกัน“ถ้าพี่คิณรู้สึกผิดก็แค่ขอโทษ แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ” เห็นเขาเงียบ ปลาทูจึงเน้นย้ำอีกรอบ“คือ...ฉัน...ขอโทษ” อคิณหายใจหนักหน่วง ยอมปล่อยคนตรงหน้าให้เป็นอิสระ “โอเคค่ะ” ยอมกันง่าย เธอก็ไม่ติดใจ “งั้นต่อไปพี่คิณไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องคิดมากแล้วนะ ปลาทูโตพอที่จะเข้าใจว่าเรื่องเมื่อคืนมันคือธรรมชาติของมนุษย์ ไม่วันใดก็วันหนึ่งปลาทูก็ต้องเสียมันไปอยู่ดี อีกอย่าง...ปลาทูไม่อยากรู้สึกแย่ที่ความเป็นพี่น้องของเรามันหายไป ช่วงที่ผ่านมาที่เราไม่คุยกัน ปลาทูไม่มีความสุขเลย ปลาทู...อยากได้พี่คิณคนเดิมของปลาทูกลับมา”“...” อคิณนิ่งฟังเหตุผลของน้องอย่างเข้าใจ คนตรงหน้าไม่โกรธและไม่คิดอยากจะให้เขารับผิดชอบ มันคือเรื่องดีที่สุดที่เขาอยากจะได้จากทุกๆความสัมพันธ์ แต่ตอนนี้...เขากลับ...มึงอยากมีโซ่ห้อยคอเหรอวะ ไอ้คิณ?ช่างแม่งเถอะ! แบบนี้ก็ดีแล้วนิ“อะ ยาคุมฉุกเฉิน” คิดได้แบบนั้น มือหนาก็ล
หลังจากที่สงบสติตัวเองได้ ร่างเล็กก็หยัดตัวลงจากเตียง ทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะเหมือนขาจะไม่มีแรง เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดามือน้อยเลิ่กผ้าห่มขึ้นหวังจะเก็บเตียง จัดให้ดีๆเหมือนทุกวัน ทว่า...OMG! ปลาทูแทบกลั้นเสียงกรี๊ดไม่อยู่ บนผ้าปูที่นอนมีคราบสีแดงเปื้อนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ทำเอาแข่งขาอ่อน ไม่ต้องถามให้มากความว่ามันคือคราบอะไร“นี่เสียตัวไม่พอ ยังต้องเป็นคนรื้อผ้าปูที่นอนไปซักเองอีกเหรอเนี่ย”โอ้ย ปลาทูจะบ้าเสียงคนเดินลงบันได เรียกความสนใจจากใครอีกคนที่กำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าทีวี ไม่ใช่ว่าอารมณ์ดีอะไรหรอก แค่อยากหาอะไรทำ ฆ่าเวลาและความรู้สึกนึกคิดที่วนอยู่ในหัวไม่หยุดอคิณรีบรุดตัวเดินเข้าไปหา เมื่อคนตัวเล็กเหยียบเท้าถึงบันไดขั้นสุดท้ายพร้อมกับตระกร้าผ้าในมือ ร่างบางแอบสะดุ้งตัวตกใจที่เห็นว่าเขายังอยู่ในบ้าน ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันอย่างคนทำตัวไม่ถูก ทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปหมดทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาได้เตรียมตัวพูดหน้ากระจกไปแล้วตั้งหลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นยังไง ให้ตายเถอ
“พะ พี่คิณก็ขยับอยู่” “ฉันหมายถึง...เย_เธอแรงๆ” คำพูดที่ตรงไปตรงมาเป็นสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของคนใต้ร่าง นอกจากโพรงสาวจะตอดรัดแล้วยังผลิตน้ำออกมา ช่วยให้ลำกายที่ผลุบเข้าผลุบออก ทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น“ดะ เดี๋ยวพี่คิณ อร๊าย อะ” ปลาทูร้องเสียงหลงเมื่อคนร้อนแรงไม่คิดจะรอคำตอบ ออกแรงกระแทกความแข็งขื่อเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ พร้อมกับเลื่อนปลายนิ้วผ่านผิวกายขึ้นมาสะกิดเขี่ยยอดอกที่ตั้งชัน ทำเอาคนเสียวกระสันแอ่นกายบิดเร่า อคิณมองว่าคนตัวเล็กโคตรเซ็กซี่ อดใจไม่อยู่ก้มลงดูดดึงเต้าอวบนุ่ม ยิ่งกว่าโหยหา สูดกลิ่นหอมเข้าปอดหนักๆ หลงใหลเรือนร่างยิ่งกว่าสิ่งใดพลับ พลับ พลับทุกการเคลื่อนไหวขับเคลื่อนเต็มไปด้วยความหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบบวกกับเสียงครวญคราง ส่งผลให้เราทั้งคู่จมอยู่ในห้วงของอารมณ์ความต้องการ ใบหน้าหล่อเหล่าผุดเหงื่อเม็ดเล็กเต็มกรอบหน้าและคิดว่าน้องก็คงเป็นเหมือนกัน“รีโมทแอร์อยู่ไหน” เอ่ยถาม กลัวว่าน้องจะผืนขึ้นจนเอาต่อไม่ได้“ยะ อยู่ตรงประตู อ่ะ” ฝ่ามือใหญ่จับแขนเล็กให้โอบลอบลำคอ ก่อนจะสอดท่อนแขนเข้าใต้แผ่นหลังเนียนที่ตอนนี้ชื้นไปด้วยเหงื่อ กระชับจับร่างเล็กพลิกมานั่งคร่อมบนตัก เอ็น
ความเสียดเสียวเล่นงานจนเผลอกัดปากล่างตัวเอง มือบางขย้ำลงกับผ้าปูจนยับยู่ระบายความวาบหวามที่ก่อเกิด หายใจหอบหนักยิ่งกว่าการแข่งวิ่ง อีกฝ่ายก็เล่นกับความรู้สึกและจิตใจโดยการ เกี่ยวแพนตี้ไปด้านข้างแล้วสอดนิ้วกลางเข้ามารุกรานภายในร่องเปียกชื้นที่คับแน่น เล่นเอาใบหน้างามเหยเก จนพี่หวั่นใจ“เจ็บเหรอ?”“...” ปลาทูส่ายหน้า ไม่เข้าใจความรู้สึกตอนนี้ จะเจ็บก็ไม่เจ็บจะเสียวก็ไม่เสียว มันแน่นไปจนน่าอึดอัด “ใจเย็นๆแล้วมองหน้าฉัน” เวลานี้ไม่รู้หรอกว่าควรจะปลอบยังไง เพราะไม่เคยต้องเล้าโลมหรือใจเย็นกับผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน เด็กน้อยลืมตา ช้อนขึ้นมองดวงตาคมกริบที่ตอนนี้หยาดเยิ้มไม่ต่างกัน “อย่าเกร็ง ไม่งั้นเธอจะเจ็บ”“ตะ แต่ปลาทู...” “ใจเย็นๆ” แววตากังวนฉายชัด อคิณจึงตัดบท เขารู้ว่าเธอกำลังกลัว “มองตาฉันแล้วอย่าว่อกแวก” หลอกล่อด้วยคำพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เริ่มขยับช่วงล่างจากเชิงช้าแล้วค่อยเพิ่มจังหวะ พลางลอบมองดวงหน้าหวานไปด้วย เมื่อไหร่ที่เธอเกร็ง นิ้วเรียวก็จะหยุด “ใจเย็นๆ ฉันอยู่นี้ ฉันจะไม่ทำเธอเจ็บ” และเมื่อไหร่ที่ร่องสาวเริ่มผ่อนแรงอคิณก็เร่งเร้า แต่หลังๆมาอดใจไม่ได้ เพิ่มจำนวนนิ้วจา
“พี่คิณ หนูขอโทษ” ปลาทูพึมพำทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท ทำนิ้วเรียวของพี่ชะงัก “หนูไม่รู้ว่าพี่จะโกรธหนูขนาดนี้ ถ้ารู้หนูคงไม่ทำ พี่เค้กส้มเขาชอบพี่มาก”“...”นิ่งฟัง ขณะที่หัวใจกระตุกเต้นไร้จังหวะ เหตุเพราะคำว่า ‘หนู’ ที่คนตัวเล็กใช้แทนตัวเองเป็นครั้งแรก “อย่าโกรธหนูเลยนะ หนูไม่ชอบตัวเองเลยตอนเราทะเลาะกัน”อคิณขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์ทำเอาอยากจะเข้าไปอีก “ทำไม?” เอ่ยถามคนละเมอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แอบกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับมองสำรวจดวงหน้าสีหวาน “ไม่มีความสุข ใจหนูมันโหวงๆตลอดเวลา ไม่ชอบสักนิด”“แล้วชอบแบบไหน?” ไม่รู้อะไรดลใจให้ถามอะไรที่มันส่งผลกับใจตัวเองแบบนั้น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด เปลือกตาคู่น้อยค่อยๆปรือขึ้น ฟ้องว่าทั้งหมดที่พูดมา เด็กน้อยไม่ได้ละเมอ“ชอบแบบที่เป็นพี่คิณ...ของหนู” เป็นอีกครั้งที่ลำคอหนาแห้งเผือด กลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก “อย่าโกรธหนูเลยนะคะ”“อย่าทำหน้าแบบนี้?” จังหวะนี้โดนน็อกแทบไม่เหลือความเคร่งขรึม ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆบนผิวแก้มน้อง ที่ตอนนี้สีชัดกว่าปกติ“พี่คิณ หายโกรธหนูนะ” ยังคงอ้อนพร้อมทำตาแป๋ว ชนิดที่นอกจากหัวใจจะสั่
“ปลาทู ยิ้ม นี้ปันปัน น้องรหัสพี่” มาวินแนะนำสาวน้อยหน้าตาน่ารักภายใต้แว่นกรอบหนาให้สองสาวรู้จัก ปลุกให้คนที่กำลังอยู่กับความคิดตัวเองได้สติ“เราเรียนสาขาและห้องเดียวกันค่ะ” ยิ้มอธิบาย ขณะที่ปลาทูก็มีสีหน้าคล้ายคนที่พึ่งจะนึกออก “ใช่ๆ จำได้ล่ะ” ปลาทูนั้นพอจะเคยเห็นปันปันอยู่บ้าง เพียงแต่อีกฝ่ายนั้นค่อยข้างเป็นคนที่เงียบขรึม เราเลยไม่ค่อยได้คุยกัน “งั้นยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะปันปัน”“อึม” เจ้าของชื่อขานรับในรลำคอ พลางระบายยิ้มบางๆ ไม่ใช่ว่าหยิ่ง แต่เธอแค่เป็นประเภทที่ไม่ชอบเข้าสังคม ติดสันโดษ จะเรียกว่า Introvert ก็คงไม่ผิด นี่ถ้าพี่รหัสไม่ชวนมาเธอคงจะนั่งเขียนนิยายอยยู่ในห้องการินกับเพทายก็แนะนำหญิงสาวน้องรหัสของตัวเองให้ทั้งสามรู้จักบ้าง ทำให้ปลาทูเริ่มจะพูดมากขึ้นเพราะเป็นคนพูดไม่หยุดอยู่แล้ว“งั้นวันนี้พวกเราอยากดื่มอะไรก็สั่งเลยนะ พวกพี่เลี้ยงเอง” “เย้!” สาวๆรุ่นน้องชอบใจก่อนที่เพทายจะยกมือเรียกพนักงาน ทุกคนสั่งกันเรียบร้อยปลาทูก็เตรียมจะอ้าปาก“คอสโม” อคิณสั่งแทน คอสโมโพลิแทนเป็นเครื่องดื่มที่มีเหล้าน้อย ดื่มง่าย น่าจะเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์อย่างเธ
“พวกพี่จะชวนไปปาร์ตี้ร้านไอ้ทายน่ะ ถือเป็นการเชื้อมสัมพันธ์น้องรหัส”“น่าสนุกวะพี่ ผมขอไปด้วยสิ” โบนัสรีบเสนอตัว พร้อมว่างแขนพาดบนไหล่ของปลาทูอย่างลองเชิง ทำอคิณแทบขยับตัวพุ่งใส่แต่มาวินกับการินที่ประกบข้างก็จับไว้แน่น พลางกระซิบเตือนสติ“ท่องไว้ว่านั้นน้อง ไม่ใช่เมีย อย่าออกอาการเยอะ”“น้องเว้ย น้อง” สิ่งที่ทำได้คือกัดปาก ถอดหายใจหนักๆอย่างคนข่มอารมณ์ตัวเองแล้วทดเอาไว้ในใจ หมายหัวไอ้เด็กเวรนี้ลงบัญชีดำก่อนใครเพื่อน ขณะที่ปลาทูก็ปัดมือปลาหมึกออกแต่โบนัสก็พาดลงมาใหม่ เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบจนเริ่มรำคาญเลยปล่อยไป ก่อนจะหันกลับมาสนใจรุ่นพี่ตรงหน้า“งั้นปลาทูขอถาม...ผู้ปกครองก่อนนะคะ” ผู้ปกครองที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ใคร คือพี่ข้างบ้านนั้นแหละ ดูสิว่าพูดขนาดนี้แล้วพี่คนขี้งอนจะว่าไง“อ่า...งั้นถือว่าไป เพราะผู้ปกครองของเราก็ไป” อาเธอร์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ“ใช่ป่ะมึง?” การินก็ส่งสายตาถามเจ้าตัว“อึม” ตอบเรียบๆ ทว่าในใจกลับลุ้นหนักว่าน้องจะว่าไงต่อ“งั้น...” สีหน้าครุ่นคิด “ไปก็ได้ค่ะ”แค่นั้นใบหน้าของรุ่นพี่ทุกคนก็ประดับด้วยรอยยิ้ม ปลาทูจึงหันไปชวนยิ้มให้ไปด้วยกันซึ่งยิ้มก็ตอบตกลง ส่วนโบนัสที่ขอไปด้
สายตาคู่นั้นใช่ว่าปลาทูจะไม่เห็น แต่เพราะคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้ผิดอะไร จึงเลือกที่จะมองไม่เห็น แต่ก่อนขึ้นเรียนขอลองทำเป็นเดินเข้าไปเฉียดใกล้เขาหน่อย ทว่าไอ้พี่คนซืนก็ไม่รั้งไม่เรียกแม้แต่คำเดียวชิ! เมินให้ตลอดละกันไอ้พี่บ้า “จะงอนให้หนักเลย” บ่นอุบอิบ “งอนใครเหรอ?” ยิ้มที่เดินมาด้วยกันได้ยินพอดีจึงเอ่ยถาม ขณะที่โบนัสก็เดินตามมาติดๆก็หยุดฟัง“ปะ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ฉีกยิ้มกว้างเพื่อยืนยันในคำตอบ ทว่าสายตาดันไปเห็นกลุ่มของพี่สาวคนสวยเมื่อวาน รอยยิ้มจึงค่อยๆเลื่อยหุบลงเหลือเพียงบางๆ“น้องปลาทู”“พี่เค้กส้ม สวัสดีค่ะ” มือน้อยยกไหว้ตามมารยาทรุ่นพี่รุ่นน้อง อึดอัดนิดหน่อยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมาหาด้วยเรื่องอะไร “เป็นไงบ้างจ๊ะ วันนี้พี่มีขนมของอคิณแล้วก็เค้กของน้องปลาทูด้วยนะ ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่เมื่อวานน้องช่วยเอาขนมไปให้อคิณ” ที่จริงขนมเค้กในส่วนของเด็กนั้นเค้กส้มไม่ได้ซื้อ เธอกินไม่หมด จะทิ้งก็เสียดายของเหลือๆมันเหมาะกับยัยเด็กนี้ที่สุดแล้ว“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เค้กเอากลับไปเถอะ ทั้งของพี่คิณแล้วก็เค้กที่จะให้ปลาทูด้วย” คำขอบคุณอะไรเธอไม่เอาทั้งนั้นแหละตอนนี้“ทำไมล่ะ อคิณเขาไม่รับเหรอ?” สีห
หลังจากที่อยู่พูดคุยกันจนหายคิดถึง ปลาทูก็ขอตัวพร้อมได้ขนมตาลติดมือกลับมาด้วย เด็กน้อยชอบกินขนมไทย ปราณีจึงไม่ลืมที่จะซื้อกลับบ้านมาทุกครั้งนั่งทำการบ้านอยู่ตรงโต๊ะทานข้าว จนช่วงเย็นก็ได้ยินเสียงบิ๊กไบก์ขับเข้าบ้านข้างๆ ร่างเล็กจึงลุกไปหยิบเอาถุงกระดาษที่สาวสวยฝากไว้ตรงเคาน์เตอร์ครัวแล้วกลับมานั่งทำการบ้านตามเดิม ไม่ถึงห้านาที...“พอรู้ว่าแม่ฉันกลับมาก็ไปเสนอหน้าเลยนะ” ประโยคทักทายที่ได้ยินแล้วเป็นต้องถอดหายใจแรงๆไม่เคยจะทักกันเหมือนพี่น้องคู่อื่นเลยจริงๆ“อ่ะ” มือเล็กดันถุงที่ว่าไปตรงหน้าให้คนที่กำลังหย่อนก้นนั่ง อคิณนึกแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็เปิดดู เห็นเป็นคุกกี้ก็เปิดฝากเอาเข้าปากในทันที ถือเป็นครั้งแรกที่ยัยตัวแสบซื้อขนมให้“นึกไงให้ขนมฉัน?” “พี่เค้กส้ม นิเทศปีสี่ฝากมาให้ค่ะ”“ห๊ะ!” คนตกใจวางทุกอย่างแล้วตรงเข้าห้องครัว คายสิ่งที่อยู่ในปากลงถังขยะ “ถึงกับต้องคายทิ้งเลยเหรอพี่คิณ” ปลาทูเดินตามไปเกาะประตูดู เป็นต้องตาโตเมื่อคนพี่หันไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำมาเปิด นึกว่าจะกินแต่ไม่ เขาล้างปาก! แล้วบ้วนทิ้งลงซิงค์ล้างจาน “ตะ ต้องขนาดนั้นเลยเหรอพี่คิณ”“คิดว่าตัวเองเป็นแม่สื่อหรือไง” จัด