พวกนั้นแย่งเอากระเป๋าถือของจางซินและจางกุ้ยหลานไว้ก่อนจะกดทั้งสองคนไว้ที่พื้นและมัดมือมัดเท้าเอาไว้“เอาตัวไป!”จางกุ้ยหลานและจางซินถูกลูกน้องของหลัวอวี้เฟิ่งแบกตัวออกไปส่วนกระเป๋าที่ใส่ของมีค่าถูกหลัวอวี้เฟิ่งเห็นเข้าก็ถูกยกเอาไปวางไว้ที่รถของตนเองและฮุบทุกอย่างเอาไว้เองคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือจางกุ้ยหลานและจางซินที่ยุ่งกันมาทั้งวันแต่ทุกอย่างกลับเป็นการทำเพื่อหลัวอวี้เฟิ่งทั้งนั้นผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงหลี่ฮุ่ยหรานที่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจถูกเหยาปินพามาส่งที่คฤหาสน์ตระกูลหลินที่ด้านหน้าคฤหาสน์เธอเห็นรถที่เธอซื้อให้กับแม่ของเธอก็เลยคิดว่าจางกุ้ยหลานกลับมาแล้วแต่ในตอนที่เปิดประตูเข้าไปด้านใน ก็พบว่าบ้านของตัวเองเหมือนถูกโจรบุกเข้ามาปล้นไม่มีผิดอย่าว่าแต่จางกุ้ยหลานและจางซินเลย ขนาดคนรับใช้ที่เธอจ้างไว้ก็ไม่เห็นสักคนในตอนนี้เธอรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างถึงเธอจะไม่รู้ถึงจิตใจของจางกุ้ยหลาน แต่ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็เป็นแม่ของเธอ วันนี้ที่เธอกลับมาที่บ้านก็เพราะกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่าย“นี่อะไรน่ะ?”เหยาปินหยิบเอาตั๋วเครื่องบินสองใบจากพื้นขึ้นมา หลี่ฮุ่ยหรานรับเอามาถ
ผ่านไปได้ไม่นาน รถมายบัคของหลินเฟิงก็มาจอดลงที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลหลี่เขามาที่นี่ครั้งล่าสุดก็เมื่องานศพของหลี่ชานเหอหลินเฟิงมองไปรอบ ๆ บริเวณคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ในใจก็ตัดสินใจสิ่งหนึ่งได้วันนี้เขาจะพาหลี่ฮุ่ยหรานกลับไปอยู่ที่อ่าวเทียนสุ่ยคฤหาสน์นี้ก็เก็บเอาไว้จางกุ้ยหลานกับหลานสาวของเธอไปเถอะถ้าเกิดว่าเธอรู้ตัวแล้วไม่มาหาเรื่องเขาอีกในตอนที่เขากำลังจะกดกริ่งนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอเป็นเบอร์แปลกหน้าหลินเฟิงไม่ได้ลังเล เขาจึงกดรับสายทันทีในตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงที่ทั้งเข็มแข็งและเข้มงวดของชายแก่คนหนึ่ง“เฟิงเอ่อร์ ไม่คิดเลยนะว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่”น้ำเสียงนี้ทำให้เขานึกย้อนไปถึงช่วงเวลาในอดีต มือที่จับโทรศัพท์อยู่สั่นอย่างรุนแรง เขาพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองก่อนจะพูดออกไปด้วยเสียงราบเรียบ “ดูแล้วการที่ผมยังมีชีวิตอยู่จะทำให้คุณแปลกใจมาก ๆ งั้นเหรอ?”“หึหึ เฟิงเอ่อร์ยังคิดแค้นฉันอยู่เหรอ?”น้ำเสียงนั้นเหมือนกับว่าลอดผ่านหูของเขาเข้าไปที่สมอง“เสิ่นหานเหรอ?”หลินเฟิงไม่ได้รับคำแต่เปลี่ยนเป็นย้อนถามแทน“เปล่า ไม่ใช่เสิ่นหานแต่เจียงโจวเกิดเรื่อง
“63 ปีแล้วครับนายท่าน”พ่อบ้านที่ชื่ออาฝูตอบอย่างนอบน้อม“ลูกสาวของนาย...ได้ข่าวว่าไปได้ดีเลยที่จิงเฉิง?”“ก็พอได้ครับ”อาฝูพยักหน้าก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เห็นว่าเป็นหัวหน้าของสำนักวรยุทธ์ สิ่งที่เด็ก ๆ เขาทำกัน พวกเราไม่เข้าใจหรอกครับ”“ในเมื่อหลินเฟิงไม่ได้ตาย สัญญาหมั้นของพวกเรายังนับไหม?”ราชาหลินแห่งตอนใต้หันหน้าไปมองพ่อบ้านที่เป็นทั้งเพื่อนเก่าแก่ของตัวเองพร้อมสายตายิ้ม ๆ“ต้องมีผลสิครับนายท่าน เดี๋ยวผมจะใช้คนไปส่งข่าวให้ลูกสาวของผมรีบเดินทางไปปกป้องคุณชายหลินที่เจียงโจว”“อืม”ราชาหลินแห่งตอนใต้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ“ประเทศมังกรมีแต่อันตราย ก็ได้แต่รอดูว่ามันจะคิดเองได้เมื่อไหร่!”เขาส่ายหน้าพลางถอนหายใจออกมา“คุณชายหลินฉลาดเกินใคร จะต้องเข้าใจความเป็นห่วงของคุณแน่ครับ”ในตอนที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันนั้น ที่ด้านนอกก็มีคนในชุดทหารเดินเข้ามา“รายงานครับ!”“มีอะไร”ราชาหลินแห่งตอนใต้กลับมาวางอำนาจดังเดิม ท่าทางโรยแรงเมื่อสักครู่ก็หายไปตอนนี้เหลือแค่เพียงความน่าเกรงขามและความเย็นชา“รายงายครับ นายพลหร่วนเหวินอาจากประเทศเวน่าขอเข้าพบ”“หร่วนเหวินอา?”ราชาหลินหัวเราะก่อนจ
“เจอแล้วครับ จางกุ้ยหลานกับจางซินถูกคนตระกูลหลี่จากเจียงหนานจับตัวไป”หลังจากออกไปราว ๆ ครึ่งชั่วโมง เหยาปินก็กลับมาเพื่อบอกข่าวที่ตัวเองได้ไปสืบหามา“ตระกูลหลี่จากเจียงหนานเหรอ?”หลี่ฮุ่ยหรานไม่เข้าใจ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ? จะจับตัวแม่และน้องสาวเธอไปทำไม?“ก็คงต้องการจะบอกทางนั้นว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรา”หลินเฟิงเห็นหลี่ฮุ่ยหรานไม่ได้ตอบอะไรจึงอธิบายออกมาหน้านิ่งในที่สุดหลี่ฮุ่ยหรานก็ได้สติกลับมา สีหน้าของเธอตอนนี้แย่กว่าเดิมอีก“ไปเถอะ ถึงจางกุ้ยหลานไม่ควรจะเป็นแม่ใครแต่ยังไงก็เป็นแม่ของเธอ ฉันไม่มองดูอยู่นิ่ง ๆ หรอก”หลินเฟิงตัดสินใจจะไปที่ตระกูลหลี่ทางเจียงหนานเพื่อช่วยจางกุ้ยหลาน“ขอบคุณนะหลินเฟิง”ทำไมหลี่ฮุ่ยหรานจะไม่รู้ว่าหลินเฟิงคิดอะไรอยา แต่ตอนนี้เธอรู้สึกขอบคุณเขาเป็นอย่างมากทำไมเธอถึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลินเฟิงจะดีขนาดนี้?เมื่อคิดว่าถึงตรงนี้ ในใจเธอก็ยิ่งรู้สึกผิดเพราะอย่างนั้นในตอนที่บอกลาเหยาปิน หลินเฟิงก็ขับรถพาหลี่ฮุ่ยหรานไปที่ตระกูลหลี่ทันทีที่ด้านหน้าคฤหาสน์ของตระกูลหลี่แห่งเจียงหนาน เขาก็ลงรถและบอกสถานะของตนเองไม่คิดเลยว่าคนที่มาต้อ
“แต่ว่าเธอก็ไม่เคยติดต่อพวกเรามาเลย และจางกุ้ยเฟิงก็ไม่เคยให้เราติดต่อเธอได้ผ่านทางเขา เพราะอย่างนั้นมันเลยกลายมาเป็นแบบนี้”ตอนนี้หลี่ฮุ่ยหรานเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมแม่ของเธอถึงไม่ยอมให้เธอกลับมาเยี่ยมพ่อบ้างยื้อกันมาตั้งนาน ที่แท้ก็พ่อของเธอเสียชีวิตไปแล้วนี่เอง!และสมบัติของพ่อจางฮุ่ยหรานก็อยากจะฮุบเอาไว้คนเดียวอีกด้วย!หลี่ฮุ่ยหรานรู้สึกปวดหัวมาก ๆ ถ้าไม่ได้หลินเฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ช่วยประคองไว้เธออาจจะลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้วที่จางกุ้ยหลานวางแผนนับล้านอย่างเพื่อที่จะได้กลับมาที่ตระกูลหลี่ก็เพื่อที่จะกลับมาฮุบสมบัติทั้งหมดไว้คนเดียว!“จางกุ้ยหลานอยู่ที่ไหน?”หลินเฟิงเห็นว่าหลี่ฮุ่ยหรานเริ่มจะแตกตื่นก็รีบถาม“นายคือหลินเฟิงสินะ?”หลี่กงเฉิงไม่ใช่คนที่ไม่รู้บุญคุณคนเขาส่ายหน้าไปมาพลางมองหลินเฟิง “ถึงผมจะไม่รู้ว่าคุณทำยังไงถึงหนีจากตระกูลกู้และตระกูลหลงได้”“แต่ในเมื่อคุณมาที่นี่แล้วผมก็ไม่มีทางปล่อยคุณไปง่าย ๆ”พูดจบเขาก็ส่งสายตาให้บอดี้การ์ดที่หลีกทางให้กับหลินเฟิงท่าทางพวกนี้ถูกหลินเฟิงมองอยู่ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าลุงของหลี่ฮุ่ยหรานต้องการจะทำอะไรถึงแม้ว่าเขาจะทำเห
“ดูเหมือนว่ารสนิยมของคุณชายหลี่หยวนจะไม่เลวจริง ๆ”ประโยคถัดไปของหลินเฟิงทำให้หลี่หยวนตกตะลึงไปชั่วครู่เขาตอบสนองกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยว่า: “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าคุณก็ยอมรับมันแล้วใช่ไหม?”“ได้!” หลี่หยวนปรบมือด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดว่า “ทุกคนในตระกูลหลี่ของฉันเป็นพยาน ถ้าพี่หลินเฟิงท่านนี้ไม่ทำให้คุณชายหลงยอมจำนน เขาก็จะต้องกินอุจจาระของสุนัขล่าเนื้อของผม!”“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”“หลินเฟิง อย่าฝืนรักในศักดิ์ศรีเลย คุณชายหลี่หยวนเป็นคนขึ้นชื่อเรื่อหัวรั้น แต่ฉันก็อยากเห็นนายกินอุจจาระสุนัขเหมือนกันนะ”หลี่เยว่หรูเหน็บแนมอยู่ข้าง ๆ“หลินเฟิง คนเราต้องยึดความจริงเป็นหลัก”หลี่กงเฉิงก็รู้สึกพูดไม่ออกกับการคุยโวโอ้อวดของหลินเฟิงตอนนี้พวกเขาต่างก็ปกป้องตัวเองได้ยากแล้ว ยังต้องมาช่วยจางกุ้ยหลานอีกแค่ช่วยจางกุ้ยหลานก็ช่างเถอะ คิดไม่ถึงว่าเพื่อเป้าหมายของตัวเองแล้ว จะต้องพูดคำโกหกที่ปัญญาอ่อนแบบนี้ต่อหน้าสาธารณชนอีกด้วย คิดว่าตระกูลหลี่ของเขาต่างก็เป็นคนโง่กันหมดงั้นเหรอ?จะเชื่อคำพูดโกหกของเขางั้นเหรอ? หลี่กงเฉิงรู้สึกว่าสติปัญญาของตัวเองถูกหลินเฟิงสบประ
หลี่ฮุ่ยหรานก้าวเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ “พ่อของหนูล่ะ? ไหนแม่บอกว่าพ่อของหนูใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยไม่เห็นค่าเงินของตระกูลหลี่เมืองเจียงหนาน และไม่ต้องการแม่อีกแล้วไม่ใช่เหรอ??!”“นี่.....”จางกุ้ยหลานรู้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไปแล้ว สุดท้ายเธอจึงถอนหายใจลึก ๆ แล้วพูดอย่างจนปัญญา “ฮุ่ยหราน การตายของพ่อลูกเป็นเพียงเหตุสุดวิสัย แม่....ในตอนนั้นแม่เองก็ไม่ได้ตั้งใจ”“ได้ ต่อให้แม่ไม่ได้ตั้งใจ”หลี่ฮุ่ยหรานเกือบจะกัดจนฟันกรามแตก พร้อมและพูดอย่างคับแค้นใจ “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่พูดเรื่องมรดกที่พ่อทิ้งเอาไว้ล่ะ? ทำไมแม่ถึงกีดกันหนูไม่ให้ติดต่อกับต้นตระกูลที่เมืองเจียงหนาน? ทั้งยังรีบเร่งที่อยากจะให้ตระกูลหลี่เมืองเจียนหนานทำการยอมรับใหม่อีกครั้ง?”“แม่ฉัน......แม่ฉัน......”สายตาของจางกุ้ยหลานกรอกไปมา เรื่องอื่นเธอสามารถพอที่จะเถียงถูๆไถๆข้าง ๆคู ๆได้ แต่มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น คนที่มีความเกี่ยวข้องต่างก็อยู่ที่นี่ทั้งหมด เธอจึงไม่สามารถที่จะแก้ตัวได้อีก“โอ๊ย....”สุดท้ายจางกุ้ยหลานก็ไม่มีทางเลือก นอกจากเอะอะโวยวายเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“ลูกสาว....ลูกรู้ไหมว่าลูกทำร้ายพวกเราตระ
“ขอโทษด้วย”หลี่ฮุ่ยหรานไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอในตอนนี้เลือกที่จะเชื่อใจหลินเฟิงอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าคำพูดของคนพวกนี้จะสมเหตุสมผลแค่ไหน เธอก็จะไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียวในตอนนี้ มีเพียงหลินเฟิงเท่านั้นที่คู่ควรให้เธอพึ่งพา“เนื่องจากหลี่หยวนบอกว่าเขาไปแจ้งกับคนของตระกู้และตระกูลหลงก็คงใกล้กลับมาได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็รอให้คนของตระกูลกู้และตระกูลหลงกลับมา ฉันคิดว่าพวกคุณก็ได้รู้ว่าสามีของฉันคุยโวโอ้อวดหรือเปล่า” หลี่ฮุ่ยหรานพิงตัวไปข้าง ๆหลินเฟิง ก่อนจะมองดูสายตาที่ตกตะลึงและงงงวยของตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานที่อยู่รอบ ๆ แสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของเธอในฐานะผู้หญิงที่แข็งแกร่ง“ถ้าหากสิ่งที่หลินเฟิงสามีของฉันพูดนั้นเกินจริงเกินไป ถ้าอย่างนั้นฉันหลี่ฮุ่ยหรานจะคุกเข่าและกราบทุกคนในตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานเองโดยตรง!”“ไม่กลับคำผิดคำพูดแน่นอน!”หลี่ฮุ่ยหรานเหลือบมองไปทางหลินเฟิง แล้วมองเห็นการตอบสนองต่อความเชื่อใจตัวเองในสายของเขา“วางใจเถอะฮุ่ยหราน ผมไม่มีทางโกหกคุณ”หลินเฟิงบีบมือของหลี่ฮุ่ยหรานเพื่อปลอบใจ ก่อนที่หลี่ฮุ่ยหรานจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างที่เชื่อมั่น“ฮุ่ยหราน เธอบ
เกรงว่าถังจื้อสิงไม่มีทางพูดมากกับคนที่เป็นสมาชิกตระกูลย่อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน ถังจื้อสิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ยืดนิ้วสองนิ้วออกมาและกล่าวว่า:“ส่วนเรื่องที่สอง ผมต้องการเอาอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนมาทั้งหมด”"อะไรนะ?!"เมื่อเผชิญกับคำขออันน่าเหลือเชื่อครั้งที่สองนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึงถังเจี้ยนหยวนมองดูลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกันเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นต้องรู้ไว้ว่า ครั้งนี้ที่ถังเจี้ยนหยวนให้ตระกูลย่อยกลับมาที่ต้นตระกูล ก็เป็นแค่ธรรมเนียมของบรรพบุรุษซื้อทรัพย์สินของตระกูลที่แบ่งแยกกันกลับมาทีละน้อยถึงแม้จะไม่สามารถซื้อกลับคืนได้แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาการร่วมหุ้นโดยสรุป เราใช้กระบวนการทางธุรกิจเพื่อให้ผู้คนที่แยกจากตระกูลกลับมาเข้าสู่ต้นตระกูลอีกครั้งแต่คำขอที่สองของถังจื้อสิงนั้นช่างน่าเหลือเชื่อเขาต้องการนำอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนแบบนี้หมายความว่าอะไร?สาขาของตระกูลถังได้ทำงานหนักเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายนอกมานานหลายทศวรรษ และบางสาขาก็ได้พัฒนาร้านค้าและอุตสาหกรรมมาแล้วหลายชั่วรุ่นตอนนี้เพียงเพราะค
“ผมมีเรื่องที่จะประกาศ 3 เรื่อง”ถังจื้อสิงยกนิ้วสามนิ้วขึ้น กวาดตามองไปที่คนจากสาขาตระกูลถังทั้งหมด แล้วพูดอย่างเย็นชา:“เรื่องแรก ผมขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามกดดันการค้ากับตระกูลหลงอีกต่อไป และส่วนต่างราคาสินค้าที่แลกเปลี่ยนจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์”"อะไรนะ?!"เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังพากันตกตะลึงจนหน้าถอดสีต้องรู้ไว้ว่า ในฐานะตระกูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมังกร ตระกูลถังมักเสนอราคาที่เอื้ออำนวยที่สุดในการทำธุรกรรมกับตระกูลหลงทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากตระกูลหลงรุกรานตระกูลถังซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังนั้นถังเจี้ยนหยวนจึงออกคำสั่งห้ามโดยตรง ปฏิเสธความร่วมมือและธุรกรรมใดๆ กับตระกูลหลงส่งผลให้ตระกูลหลงเสียหายเป็นอย่างมากแน่นอนว่าตระกูลถังก็มีความสูญเสียเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลงแล้ว ความเสียหายแค่นี้ตระกูลถังถือว่ายอมรับได้แต่ตอนนี้ถังจื้อสิงที่เพิ่งรับตำแหน่ง กลับสั่งให้ฟื้นฟูการซื้อขายอีกครั้งและยังต้องการโอนส่วนต่าง 30% อีกด้วยสำหรับตระกูลถัง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่สามารถทำเงินจากการทำธุรกิจกับตระกูลหลงได้เท่านั้น แต่พวกเขายังจะขาดทุนอีกด้วย
“หลินเฟิงเหรอ เสียชีวิตในขณะที่ต่อสู้กับอีกาแห่งหนานไห่แล้ว”เมื่อได้ยินคำตอบที่เป็นตบตาขนาดนี้ สมาชิกตระกูลถังที่อยู่ตรงนั้นต่างก็มีสีหน้าสับสน และบางคนถึงกับเริ่มมองทะลุผ่านทุกอย่างคิดหาทางออกให้ตัวเองอย่างเงียบๆ“แฮ่มแฮ่ม…”ถังจื้อสิงไอสองครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับมา เขายิ้มบางพูดว่า:“เป็นเพราะได้ความดีจากการฆ่าอีกาแห่งหนานไห่ อีกทั้งและพ่อของผมถังเจี้ยนหยวนก็ได้รับความตกใจ ดังนั้น เมื่อสักครู่นี้พ่อของผมได้เจรจากับผมแล้ว ว่าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้กับผมล่วงหน้า”“คุณพ่อ คุณพูดสิครับว่าใช่ไหม?”เมื่อสัมผัสได้ว่าถังจื้อสิงกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาข่มขู่ที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขา ถังเจี้ยนหยวนก็รู้สึกขมขื่นในปากเขาเงยหน้าขึ้นมองคนจากตระกูลย่อยของตระกูลถังคนเหล่านี้กำลังรอคำตอบจากเขาอยู่ในตอนนี้ถังเจี้ยนหยวนก็รู้แล้วว่าแม่น้ำเลือดที่ถังจื้อสิงพูดหมายถึงอะไรหากถังเจี้ยนหยวนกล้าปฏิเสธที่นี่ ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูคงจะเข้ามาและฆ่าทุกคนในห้องจัดเลี้ยงด้วยอาวุธของพวกเขาอย่างแน่นอนไม่เก็บไว้สักคนเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะอาศัยความช่วยเหลือจากตระ
“กลับมาช่วยเรา? เขา?”ถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่านอยู่แล้ว เขาทำลายจินตนาการของถังหว่านและคนอื่นๆ เป็นชิ้นๆ ด้วยท่าทางไร้หัวใจ พร้อมกับเยาะเย้ย:“พี่ชายหลงอวี่เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ที่ดีที่สุดในเขตกองทัพหัวตง ต่อให้ทั้งประเทศก็เป็นอันดับต้นๆ ”“เขาอยู่ในเขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีความสามารถมากพอที่จะข่มขู่พวกป่าเถื่อนทางเหนือได้ ในบางแง่ เขาก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากราชาแห่งหนานหลินทางตอนใต้”"แค่พวกนักบู๊กระจอกพวกนั้น เขาคนเดียวก็สามารถจัดการได้หมด"“สำหรับแมงดาที่พี่ฝากความหวังไว้ เกรงว่าเขาไม่สามารถสู้พี่หลงอวี่ได้”มองดูสีหน้าของถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนซีดลงอย่างมากถังจื้อสิงรู้สึกภูมิใจอย่างมากแม้ว่าเขาจะสงสัยเล็กน้อยว่า ทำไมพี่ชายของเขาถึงใช้เวลานานมากในการจัดการกับแมงดาคนนั้นแต่เขายังคงจดจำคำสั่งของหลงอวี่ไว้ในใจ และรู้ว่าสิ่งต่างๆ ไม่สามารถล่าช้าได้เรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนที่ตระกูลย่อยของตระกูลถังจะโต้ตอบเขาจึงออกคำสั่งโดยตรงเขาสั่งลูกน้องติดอาวุธพาถังเจี้ยนหยวนและถังหว่านไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลถังและที่นั่นถูกควบคุมโดยลูกน้องของถังจื้อซิง
แต่หลังจากนี้ล่ะความแข็งแกร่งที่หลงอวี้เพิ่งแสดงออกมาในห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ได้ทิ้งร่องรอยลึกๆ ที่เรียกว่าความกลัวไว้ให้กับเขาเผชิญการปิดล้อมจากกลุ่มนักบู๊นับสิบคนไม่เพียงแต่หลงอวี่จะไม่ถอยหนี แต่เขายังอาละวาดฆ่าคนทั้งห้องจัดเลี้ยงจนเลือดไหลนองเป็นสายน้ำไม่มีใครที่สามารถเทียบเทียมเขาได้ด้วยซ้ำเขาได้เห็นกระบวนการทั้งหมด ความกลัวที่มีต่อต่อความแข็งแกร่งของหลงอวี่ทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาแม่ทัพหลงอวี่คนนั้น คงเป็นจุดสูงสุดที่เขาไม่อาจบรรลุได้ในช่วงชีวิตของเขาไม่ต้องว่าหลังจากที่พวกเขาหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงมังกรดำที่ถูกเลียนแบบโดยพลังชี้แท้ขนาดใหญ่มากจนสามารถบดบังดวงอาทิตย์และท้องฟ้า มันสามารถเผาห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ให้กลายเป็นซากปรักหักพังได้ในครั้งเดียวระดับความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักบู๊ธรรมดาทั่วไปจะบรรลุได้ถึงพูดได้ว่าไท่สื่อทงเสียใจตั้งแต่แรกเริ่มแล้วเขาเสียใจที่ฟังคำพูดของหลินเฟิง เพื่อศักดิ์ศรี พาถังเจี้ยนหยวน ถังหว่าน และคนอื่นๆ หนีไปและตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้วไท่สื่อทงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อความกลัวในหัวใจของเ
“หยุดนะ”ขณะที่ไท่สื่อทงกำลังคุ้มกันถังหว่านและคนอื่นๆ ออกไป ถังจื้อสิงและลูกน้องของเขาได้ขวางทางถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้เมื่อเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนสีดำที่อยู่รอบๆ ถังหว่านจึงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า:"ถังจื้อสิง วันนี้นายต้องการที่จะอยากได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้ได้เลยงั้นเหรอ!""ต่อให้ต้องฟังคำใส่ร้ายจากคนนอกแล้วฆ่าพ่อตัวเองก็ตามเหรอ?!"“ฉันไม่อยากอธิบาย”ถังจื้อสิงเงยหน้าขึ้น ถึงขั้นที่สบตากับถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิด จากนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ:“ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตของตระกูลถัง!”"ขอแค่ฉันได้เป็นผู้นำตระกูลถัง รวบรวมตระกูลย่อยทั้งหมดและต้นตระกูลถังเข้าด้วยกัน ตระกูลถังของเราถึงจะกำจัดสถานการณ์อันโกลาหลนี้ไปได้!"“พ่อ พ่อแก่แล้ว สละตำแหน่งนี้อย่างว่าง่ายเถอะนะ!”“จื้อสิง...”ถังเจี้ยนหยวนถูกถังหว่านประคองไว้ พูดขึ้นอย่างอ่อนแอ:“นายคิดจริงๆ เหรอว่าหลงอวี่จริงใจกับนาย จริงใจตระกูลถังของเรา?”“นายเคยคิดบ้างไหม หากนายรวมตระกูลถังและรวมกองกำลังของตระกูลถังเข้าด้วยกัน หลงอวี่จะเปลี่ยนใจ ใช้นายเป็นหุ่นเชิดเพื่อควบคุมตระกูลถังของเราทางอ้อมหรือไม่?”แ
ภายใต้สายธารพลังชี่แท้สีดำที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าหลินเฟิงแผดเสียงออกมา พลังชี่แท้ของทั้งร่างกายของเขาก็พุ่งพล่านออกมา ค่อยๆ ควบแน่น ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นจอมมารขนาดใหญ่สีดำและแดงแขนขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากกลางอากาศและคว้าคอของมังกรดำไว้“ตาย!”หลินเฟิงคำรามออกมา มังกรดำตัวนั้นก็ถูกฝ่ามือของเขาตบจนแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลางอากาศ พลังชี่แท้ที่แผ่นซ่านอยู่โดยรอบบดขยี้ห้องจัดเลี้ยงจนกลายเป็นผง“หึหึ คุณมีความแข็งแกร่งอยู่บ้างจริงๆ!”ในสายลมโหมกระหน่ำ หลงอวี่หัวเราะเสียงดัง และโยนเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดบ่าทิ้งไปเขาชักมีดสปาต้าเปื้อนเลือดออกมาจากเอวของเขา บดขยี้ก้อนหินในซากปรักหักพังใต้เท้าของเขา พุ่งตรงไปหาหลินเฟิง“มีดเล่มนี้…”หลินเฟิงสามารถบอกได้ในทันทีว่ามีดสปาต้าที่แม่ทัพหลงอวี่หยิบออกมาไม่ใช่ของธรรมดา เขาเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ในมือห่อหุ้มพลังชี่แท้หนาๆ และต่อยไปที่มีดสปาต้าสีเลือด“กริ๊ง!”เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมามีดสปาต้าสีเลือดนี้ต้านทานหมัดของหลินเฟิงเอาไว้ แต่ต้องรู้ไว้ว่า ตอนนี้ร่างกายของหลินเฟิงแข็งแกร่งจนถึงขอบเขตเทพแล้วเห็นได้ว่ามีดสปาต้าเล่มนี
แม่ทัพหลงอวี่ยิ้มบางและพูดว่า:“ถึงแม้คนผู้นี้จะกำเริบเสิบสาน แต่ความสามารถของเขาก็ไม่ธรรมดา”“เป้าหมายของคุณในตอนนี้ คือการรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ ควบคุมทุกคนของตระกูลถังในห้องจัดเลี้ยงหลัก บรรลุตำแหน่งผู้นำตระกูลของคุณ”“อย่าให้มีช่องโหว่ใดๆ แม้แต่นิด”“ครับ”เมื่อได้ยินแบบนี้ ถังจื้อสิงก็ไม่มีเจตนาจะขัดขืน เขาประสานกำปั้นคารวะหลงอวี่ และนำลูกน้องของเขาออกไปก่อนจะจากไป เขายังจ้องมองหลินเฟิงด้วยความเย็นชาเหมือนมองดูคนตายประตูห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ถูกปิดลง เหลือเพียงแค่หลินเฟิงและหลงอวี่เท่านั้นที่อยู่ที่นั่น“จดหมายท้าทายจากอีกาแห่งหนานไห่ที่ว่า เป็นฝีมือของคุณสินะ?”หลินเฟิงเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงเงยหน้าขึ้นและถาม“ถูกต้องแล้ว”แม่ทัพหลงอวี่พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม:“เพื่อควบคุมเค้กก้อนใหญ่อย่างตระกูลถัง เราต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมไม่ใช่เหรอ?”“อีกาแห่งหนานไห่ล่ะ?”หลินเฟิงหรี่ตาลง เขาได้ยินจากถังเจี้ยนหยวน ว่าจดหมายท้าทายนั้นเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ดังนั้นจดหมายท้าทายจึงถูกเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ งั้นก็ยืนยันได้ว่าอีกาแห่งหนานไห่อยู่ในมือของแม่ทัพหลงอวี่“ผ
หลินเฟิงยืนอยู่ที่ด้านหนึ่ง จ้องมองท่าทางของถังจื้อสิงที่คิดว่าตัวเองชอบธรรมด้วยความเย็นชา แสงสว่างในดวงตาของเขาก็เย็นเยือกลงเรื่อยๆ“คุณก็คือหลินเฟิงสินะ?”แม่ทัพหลงอวี่เดินออกมา เขากอดอก ยิ้มเยาะใส่หลินเฟิงและพูดว่า:“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณบาดหมางกับบตระกูลหลงของผมงั้นเหรอ”“แล้วไงล่ะ?”หลินเฟิงเดินออกมา และปกป้องถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้อยู่ข้างหลังเขา“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังไม่สนใจคุณ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น”หลงอวี่สะบัดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดอยู่บนตัว และแสยะยิ้มพูดว่า:“แต่คุณก็พยายามกระโดดโลดเต้นให้มากที่สุดขณะที่ราชาหลินแห่งตอนใต้ยังมีชีวิตอยู่เถอะ เพราะเมื่อพ่อของคุณเสียชีวิต นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องชดใช้หนี้”“ใช้หนี้? ใช้หนี้ของใคร?”ใบหน้าของหลินเฟิงแข็งทื่อ รีบถามขึ้นว่า“ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณ ยังไงซะ ถ้าวันนี้คุณยังถือว่าเจียมตัว ก็พาแฟนสาวของคุณออกไปจากตระกูลถังซะ”“แบบนี้ คุณยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน”คำขู่ในคำพูดของหลงอวี่ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่ทว่าหลังจากหลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มเผยฟัน“คุณชื่อหลงอวี่สินะ? ให้ผมไสหัว