หลี่ฮุ่ยหรานก้าวเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ “พ่อของหนูล่ะ? ไหนแม่บอกว่าพ่อของหนูใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยไม่เห็นค่าเงินของตระกูลหลี่เมืองเจียงหนาน และไม่ต้องการแม่อีกแล้วไม่ใช่เหรอ??!”“นี่.....”จางกุ้ยหลานรู้ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไปแล้ว สุดท้ายเธอจึงถอนหายใจลึก ๆ แล้วพูดอย่างจนปัญญา “ฮุ่ยหราน การตายของพ่อลูกเป็นเพียงเหตุสุดวิสัย แม่....ในตอนนั้นแม่เองก็ไม่ได้ตั้งใจ”“ได้ ต่อให้แม่ไม่ได้ตั้งใจ”หลี่ฮุ่ยหรานเกือบจะกัดจนฟันกรามแตก พร้อมและพูดอย่างคับแค้นใจ “ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่พูดเรื่องมรดกที่พ่อทิ้งเอาไว้ล่ะ? ทำไมแม่ถึงกีดกันหนูไม่ให้ติดต่อกับต้นตระกูลที่เมืองเจียงหนาน? ทั้งยังรีบเร่งที่อยากจะให้ตระกูลหลี่เมืองเจียนหนานทำการยอมรับใหม่อีกครั้ง?”“แม่ฉัน......แม่ฉัน......”สายตาของจางกุ้ยหลานกรอกไปมา เรื่องอื่นเธอสามารถพอที่จะเถียงถูๆไถๆข้าง ๆคู ๆได้ แต่มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น คนที่มีความเกี่ยวข้องต่างก็อยู่ที่นี่ทั้งหมด เธอจึงไม่สามารถที่จะแก้ตัวได้อีก“โอ๊ย....”สุดท้ายจางกุ้ยหลานก็ไม่มีทางเลือก นอกจากเอะอะโวยวายเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“ลูกสาว....ลูกรู้ไหมว่าลูกทำร้ายพวกเราตระ
“ขอโทษด้วย”หลี่ฮุ่ยหรานไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอในตอนนี้เลือกที่จะเชื่อใจหลินเฟิงอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าคำพูดของคนพวกนี้จะสมเหตุสมผลแค่ไหน เธอก็จะไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียวในตอนนี้ มีเพียงหลินเฟิงเท่านั้นที่คู่ควรให้เธอพึ่งพา“เนื่องจากหลี่หยวนบอกว่าเขาไปแจ้งกับคนของตระกู้และตระกูลหลงก็คงใกล้กลับมาได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็รอให้คนของตระกูลกู้และตระกูลหลงกลับมา ฉันคิดว่าพวกคุณก็ได้รู้ว่าสามีของฉันคุยโวโอ้อวดหรือเปล่า” หลี่ฮุ่ยหรานพิงตัวไปข้าง ๆหลินเฟิง ก่อนจะมองดูสายตาที่ตกตะลึงและงงงวยของตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานที่อยู่รอบ ๆ แสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของเธอในฐานะผู้หญิงที่แข็งแกร่ง“ถ้าหากสิ่งที่หลินเฟิงสามีของฉันพูดนั้นเกินจริงเกินไป ถ้าอย่างนั้นฉันหลี่ฮุ่ยหรานจะคุกเข่าและกราบทุกคนในตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานเองโดยตรง!”“ไม่กลับคำผิดคำพูดแน่นอน!”หลี่ฮุ่ยหรานเหลือบมองไปทางหลินเฟิง แล้วมองเห็นการตอบสนองต่อความเชื่อใจตัวเองในสายของเขา“วางใจเถอะฮุ่ยหราน ผมไม่มีทางโกหกคุณ”หลินเฟิงบีบมือของหลี่ฮุ่ยหรานเพื่อปลอบใจ ก่อนที่หลี่ฮุ่ยหรานจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มอย่างที่เชื่อมั่น“ฮุ่ยหราน เธอบ
“อะไรนะ?!”ในตอนที่หลี่ฟางพูดประโยคนี้จบ คนของตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานต่างก็ตกตะลึงกันทั้งหมด จากนั้นพวกเขาก็เริ่มครุ่นคิดถึงคำพูดประโยคนี้ของหลี่ฟางว่าหมายความว่าอย่างไร“ฟางเอ่อร์ ลูกบอกว่าตระกูลกู้จบแล้วหมายถึง....”หลี่กงเฉิงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยินในเวลานี้ ดังนั้นเขาเลยรีบเร่งให้ลูกชายของตัวเองบอกข่าวออกมาเพิ่มเติม“จากนี้ไปสี่ตระกูลหลักในเจียงหนาน ไม่สิ...จากนี้ไปจะเป็นสามตระกูลหลักแล้ว ตระกูลกู้จบสิ้นโดยสิ้นเชิงแล้ว” เมื่อเห็นว่าคนตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายที่ตัวเองพูด หลี่ฟางจึงดันแว่นตาของตัวเองขึ้น แล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “สมาชิกตระกูลกู้ทั้งหมดสามสิบสองคน ถูกคนฆ่าตายทั้งหมด ไม่รอดสักคน”“เฮือก...”เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ฟาง คนตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานทั้งหมดต่างก็สูดลมหายใจเข้าอย่างแรง“ถูกฆ่าทั้งหมด? ไม่เหลือรอดสักคน?”หลี่กงเฉิงเคลื่อนสายตาไปมองทางหลินเฟิงด้วยความยากลำบาก ก่อนจะพบว่าตอนที่หลินเฟิงได้ยินข่าวนี้ สีหน้าก็ยังนิ่งยิ่งเฉยอยู่ ราวกับว่ารู้มานานแล้ว“ตระกูลหลงล่ะ? คุณชายหลงยวนล่ะ?!”หลี่กงเฉิงคว้าคอเสื้อของลูกชายตัว
ถ้าหากพวกเขาตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานไปยั่วยุเทพหลินเฟิงคนนี้เข้า มันก็คงจะจบลงอย่างสิ้นเชิง!เมื่อหลี่ฟางเห็นคนตระกูลหลี่ที่อยู่โดยรอบต่างมองเขาด้วยความสงสัย หลี่ฟางก็กลืนน้ำลาย และขยับขัยบเข้าไปใกล้หูของพ่อตัวเองแล้วพูดว่า: “พ่อ หลินเฟิงน่ากลัวกว่าที่พ่อคิดไว้นะ!”เขาบอกเรื่องทั้งหมดกับพ่อของตัวเองที่หลินเฟิงทำกับตระกูลกู้ และเมื่อหลี่กงเฉิงฟังจบแววตาก็มืดมน จนเกือบจะสลบล้มลงไปตรงนี้คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่หลินเฟิงพูดจะเป็นความจริงทั้งหมด!ไม่ได้คุยโวโอ้อวดด้วยซ้ำคนอย่างพวกเขามองเหตุการณ์ได้ไม่ไกล จนไม่รู้ว่าเบื้องหลังของหลินเฟิงมีพลังแบบไหนด้วยซ้ำถึงขนาดอยากจะไว้ชีวิตหลินเฟิง แต่ตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนแบบนี้แล้ว หลินเฟิงปล่อยพวกเขาตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ก็ไม่เลวแล้ว!“ตุบ!” หลี่กงเฉิงก็คุกเข่าให้กับหลินเฟิงเช่นกัน“คุณชายหลินเฟิง ผม...ผมหลี่กงเฉิงที่สายตาสั้นมองการณ์ได้ไม่ไกล ถึงขนาดคิดเอาเองฝ่ายเดียวอยากจะวัดความสามารถของคุณชายหลินเฟิ ผมสมควรตาย!”“ตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานของผม มีตาหามีแววไม่!”หลี่กงเฉิง คนสำคัญอันดับสอ
แต่หลังจากที่เธอได้ยินคำพูดของหลินเฟิงที่ให้หลี่หยวนทำตามที่เดิมพันไว้ ก็รู้ว่าการตบตาของเธอไม่สำเร็จ แต่เพื่อลูกชายของเธอ ก็มองไปทางหลี่กงเฉิง“ตาเฒ่า คุณรีบขอร้องคุณชายหลินเฟิงเร็วเข้าเถอะ!”ถ้าหลี่หยวนตายเพราะเรื่องแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานก็คงจะกลายเป็นตัวตลกของทุกคน“คุณชายหลินเฟิง เด็กคนนี้มีนิสัยดื้นรั้นหัวแข็ง เพียงเพื่อให้บรรยากาศคึกคักก็เลยพูดตลกไปแบบนั้น ได้โปรดคุณให้อภัยด้วย....”หลี่กงเฉิงก็ไม่ได้อยากเห็นลูกชายคนเล็กของตัวเองตายอย่างน่าหดหู่ใจเช่นอย่างนี้ ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่เพียงมองหลินเฟิงอย่างอ้อนวอนเมื่อเห็นลูกชายของตัวเองโง่เขลาแบบนี้ หลี่กงเฉิงก็เลยตบหน้าหลี่หยวนลูกชายของตัวเองต่อหน้าทุกคน“ยังไม่รีบกราบขอโทษคุณชายหลินเฟิงอีกเหรอ?!”หลี่หยวนถูกพ่อตบจนได้สติขึ้นมา เขารีบคุกเข่าแล้วกราบลงไป “คุณชายหลินเฟิง เมื่อครู่ผมล้อเล่นกับคุณครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกคุณอย่างแน่นอน”“หือ?”หลินเฟิงเอียงศีรษะ ก่อนจะมองไปที่หลี่เยว่หรูที่นั่งตัวสั่นคุกเข่าอยู่ไกล ๆ“ถ้าอย่างนั้นทำไมผมถึงได้ยินคนพูดว่า คุณเป็นคนที่หัวรั้นนะ?”“ถึงขั้นที่ใครบางคนก็ยังอยา
หลังจากนั้นประมานหนึ่งชั่วโมงหลินเฟิงปฏิเสธคำเชิญงานเลี้ยงของตระกูลหลี่เมืองเจียงหนาน ก่อนจะขับรถพาหลี่ฮุ่ยหรานและแม่ลูกจางซินรีบกลับคฤหาสน์ของตระกูลหลี่เมืองเจียงเป่ยรอบนี้ถือว่าเป็นผลสำเร็จไม่น้อยถึงแม้หลินเฟิงจะปฏิเสธค่าชดเชยทรัพย์สินเงินทองจากตระกูลหลี่เมืองเจียงหนาน แต่ตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานก็ยังหาวิธีอื่นเพื่อเอาใจหลินเฟิงนั่นก็คือหลี่ฮุ่ยหรานหลี่กงเฉิงตบหน้าอกเพื่อแสดงให้เห็นว่า ในอนาคตเขาจะร่วมลงทุนอย่างเต็มที่ในหลี่ซื่อกรุ๊ป และช่วยพัฒนากิจการของหลี่ฮุ่ยหรานให้ยิ่งใหญ่และแข็งแรงและนำมรดกทั้งหมดของพ่อหลี่ฮุ่ยหรานส่งมอบให้หลี่ฮุ่ยหรานจัดการส่วนหลี่หยวนนั้นสุดท้ายการเดิมพันที่เขาสร้างขึ้นมา ก็ยังถูกพี่ใหญ่ของตัวเองบังคับให้ปฏิบัติเพียงแต่การลงโทษนั้นเบากขึ้นมาหน่อย นั่นคือการให้เขาผลัดกันจูบก้นสุนัขตัวใหญ่ที่ตัวเองเลี้ยงไว้ถึงแม้หลี่หยวนจะทำหน้ามุ่ยตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตามหลังจากนั้นเขาก็ไปบ้วนปากและแปรงฟันอย่างบ้าคลั่งไม่กี่วันต่อมา ตระกูลหลี่เมืองเจียงหนานก็ส่งคนไปย้ายหลุมฝังศพของคุณปู่หลี่ให้กลับไปยังครอบครัวนี่ก็ถือได้ว
ถึงแม้ว่าหลินเฟิงจะพูดแบบนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าชายชราคนนี้รู้จักหลินเฟิงดี ถึงขั้นที่ยังรู้จักเธอด้วยเธอรู้นิสัยของหลินเฟิงดี และชายชราคนนี้คงจะมีปัญหาอะไรบางอย่างกับหลินเฟิงแน่ ๆ“ผู้อาวุโสท่านนี้ โปรดอย่าโกรธหลินเฟิงเลย ทำไมถึงไม่เข้าไปนั่งพักในบ้านสักหน่อย ฉันดูแล้วคุณน่าจะรอมานานแล้วสินะคะ?”หลี่ฮุ่ยหรานเหลือบมองไปยังเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ไกลๆเห็นได้ชัดว่า เฮลิคอปเตอร์ลำนี้น่าจะจอดมานานพอสมควรแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ดึงดูดผู้คนมาล้อมดูกันเยอะขนาดนี้“หึหึ สาวน้อยมีมารยาทอย่างยิ่ง ไม่เลวเลย”อาฝูยิ้มอย่างใจดี กำลังจะเดินเข้าบ้าน แต่ไม่คิดว่าหลินเฟิงจะก้าวมาข้างหน้า ขวางทางชายชราเข้าบ้านเอาไว้“มีเรื่องอะไรก็พูดตอนนี้เถอะ พูดแล้วก็รีบไป”“ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในบ้าน ไม่จำเป็นหรอก”เมื่อเห็นหลินเฟิงไม่มีมารยาทขนาดนี้ หลี่ฮุ่ยหรานก็เลิกคิ้วขึ้นแต่เธอคิดดูอีกครั้งหลินเฟิงไม่ใช่คนที่ไม่เคารพผู้อาวุโสถ้าหากหลินเฟิงไม่ได้มีท่าทางที่ดีต่อเขา ถ้างั้นตัวเองก็ยิ่งไม่ควรมองข้ามท่าทางของหลินเฟิงแล้วไปทำเรื่องเกินความจำเป็นดังนั้นหลี่ฮุ่ยหรานจึงหันไปพยักหน้าขอโทษกับอาฝู แล้วเดินเข้าไปใน
ในเวลานี้ จางกุ้ยหลานก็ขยับเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าที่น่าตื้นเต้น“ลูกสาว ดูสิ ดูสิ ทับทิมเม็ดใหญ่ขนาดนี้ คุณภาพดีกว่าเครื่องประดับทั้งหมดที่เคยเห็นในงานจิวเวอรี่อีก! แม่เจ้า จะขายได้เท่าไหร่กันเชียว....”“แม่!”หลี่ฮุ่ยหรานโกรธขึ้นมาเล็กน้อย: “ของล้ำค่าขนาดนี้อย่าแตะต้องซี้ซั้วได้ไหม? พวกเรายังต้องส่งคืนกลับไปอีกนะ!”“อะไรนะ? ส่งกลับคืน?!”จางกุ้ยหลานสะดุ้งโหยง ก่อนจะซ่อนกล่องไว้ในอ้อมแขนของตัวเองอย่างรวดเร็วเธอมองไปทางหลี่ฮุ่ยหรานด้วยความประหลาดใจ: “ลูกสาว ชื่อของลูกถูกเขียนไว้ข้างบนอย่างชัดเจน แสดงว่ามันมอบให้กับลูก แล้วจะส่งสิ่งนี้กลับไปได้อย่างไร?!”“มันมีค่ามากเกินไป หนูรับไว้ไม่ได้”หลี่ฮุ่ยหรานส่ายหน้าราวกับกลองเขย่า“คนเขามีน้ำใจ ลูกจะส่งกลับคืนไปได้ยังไง?”จางกุ้ยหลานกลอกตาไปที่ลูกสาวของตัวเองที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้ ยังไงซะทับทิมเม็ดนี้เธอก็ไม่คิดที่จะส่งกลับคืนไปแน่“พี่ พี่รับไว้เถอะ นี่เป็นของขวัญจากความตั้งใจดีของครอบครัวของคุณชายหลินเฟิง เพื่อเฉลิมฉลองการแต่งงานของพี่กับคุณชายหลินเฟิง” จางซินพูดโน้มน้าว“หลินเฟิง คุณส่งคืนกลับไปเถอะ ฉันไม่อยากให้คุณติดหนี้น้ำใจค
เกรงว่าถังจื้อสิงไม่มีทางพูดมากกับคนที่เป็นสมาชิกตระกูลย่อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน ถังจื้อสิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ยืดนิ้วสองนิ้วออกมาและกล่าวว่า:“ส่วนเรื่องที่สอง ผมต้องการเอาอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนมาทั้งหมด”"อะไรนะ?!"เมื่อเผชิญกับคำขออันน่าเหลือเชื่อครั้งที่สองนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึงถังเจี้ยนหยวนมองดูลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกันเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นต้องรู้ไว้ว่า ครั้งนี้ที่ถังเจี้ยนหยวนให้ตระกูลย่อยกลับมาที่ต้นตระกูล ก็เป็นแค่ธรรมเนียมของบรรพบุรุษซื้อทรัพย์สินของตระกูลที่แบ่งแยกกันกลับมาทีละน้อยถึงแม้จะไม่สามารถซื้อกลับคืนได้แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาการร่วมหุ้นโดยสรุป เราใช้กระบวนการทางธุรกิจเพื่อให้ผู้คนที่แยกจากตระกูลกลับมาเข้าสู่ต้นตระกูลอีกครั้งแต่คำขอที่สองของถังจื้อสิงนั้นช่างน่าเหลือเชื่อเขาต้องการนำอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนแบบนี้หมายความว่าอะไร?สาขาของตระกูลถังได้ทำงานหนักเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายนอกมานานหลายทศวรรษ และบางสาขาก็ได้พัฒนาร้านค้าและอุตสาหกรรมมาแล้วหลายชั่วรุ่นตอนนี้เพียงเพราะค
“ผมมีเรื่องที่จะประกาศ 3 เรื่อง”ถังจื้อสิงยกนิ้วสามนิ้วขึ้น กวาดตามองไปที่คนจากสาขาตระกูลถังทั้งหมด แล้วพูดอย่างเย็นชา:“เรื่องแรก ผมขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามกดดันการค้ากับตระกูลหลงอีกต่อไป และส่วนต่างราคาสินค้าที่แลกเปลี่ยนจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์”"อะไรนะ?!"เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังพากันตกตะลึงจนหน้าถอดสีต้องรู้ไว้ว่า ในฐานะตระกูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมังกร ตระกูลถังมักเสนอราคาที่เอื้ออำนวยที่สุดในการทำธุรกรรมกับตระกูลหลงทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากตระกูลหลงรุกรานตระกูลถังซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังนั้นถังเจี้ยนหยวนจึงออกคำสั่งห้ามโดยตรง ปฏิเสธความร่วมมือและธุรกรรมใดๆ กับตระกูลหลงส่งผลให้ตระกูลหลงเสียหายเป็นอย่างมากแน่นอนว่าตระกูลถังก็มีความสูญเสียเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลงแล้ว ความเสียหายแค่นี้ตระกูลถังถือว่ายอมรับได้แต่ตอนนี้ถังจื้อสิงที่เพิ่งรับตำแหน่ง กลับสั่งให้ฟื้นฟูการซื้อขายอีกครั้งและยังต้องการโอนส่วนต่าง 30% อีกด้วยสำหรับตระกูลถัง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่สามารถทำเงินจากการทำธุรกิจกับตระกูลหลงได้เท่านั้น แต่พวกเขายังจะขาดทุนอีกด้วย
“หลินเฟิงเหรอ เสียชีวิตในขณะที่ต่อสู้กับอีกาแห่งหนานไห่แล้ว”เมื่อได้ยินคำตอบที่เป็นตบตาขนาดนี้ สมาชิกตระกูลถังที่อยู่ตรงนั้นต่างก็มีสีหน้าสับสน และบางคนถึงกับเริ่มมองทะลุผ่านทุกอย่างคิดหาทางออกให้ตัวเองอย่างเงียบๆ“แฮ่มแฮ่ม…”ถังจื้อสิงไอสองครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับมา เขายิ้มบางพูดว่า:“เป็นเพราะได้ความดีจากการฆ่าอีกาแห่งหนานไห่ อีกทั้งและพ่อของผมถังเจี้ยนหยวนก็ได้รับความตกใจ ดังนั้น เมื่อสักครู่นี้พ่อของผมได้เจรจากับผมแล้ว ว่าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้กับผมล่วงหน้า”“คุณพ่อ คุณพูดสิครับว่าใช่ไหม?”เมื่อสัมผัสได้ว่าถังจื้อสิงกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาข่มขู่ที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขา ถังเจี้ยนหยวนก็รู้สึกขมขื่นในปากเขาเงยหน้าขึ้นมองคนจากตระกูลย่อยของตระกูลถังคนเหล่านี้กำลังรอคำตอบจากเขาอยู่ในตอนนี้ถังเจี้ยนหยวนก็รู้แล้วว่าแม่น้ำเลือดที่ถังจื้อสิงพูดหมายถึงอะไรหากถังเจี้ยนหยวนกล้าปฏิเสธที่นี่ ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูคงจะเข้ามาและฆ่าทุกคนในห้องจัดเลี้ยงด้วยอาวุธของพวกเขาอย่างแน่นอนไม่เก็บไว้สักคนเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะอาศัยความช่วยเหลือจากตระ
“กลับมาช่วยเรา? เขา?”ถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่านอยู่แล้ว เขาทำลายจินตนาการของถังหว่านและคนอื่นๆ เป็นชิ้นๆ ด้วยท่าทางไร้หัวใจ พร้อมกับเยาะเย้ย:“พี่ชายหลงอวี่เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ที่ดีที่สุดในเขตกองทัพหัวตง ต่อให้ทั้งประเทศก็เป็นอันดับต้นๆ ”“เขาอยู่ในเขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีความสามารถมากพอที่จะข่มขู่พวกป่าเถื่อนทางเหนือได้ ในบางแง่ เขาก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากราชาแห่งหนานหลินทางตอนใต้”"แค่พวกนักบู๊กระจอกพวกนั้น เขาคนเดียวก็สามารถจัดการได้หมด"“สำหรับแมงดาที่พี่ฝากความหวังไว้ เกรงว่าเขาไม่สามารถสู้พี่หลงอวี่ได้”มองดูสีหน้าของถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนซีดลงอย่างมากถังจื้อสิงรู้สึกภูมิใจอย่างมากแม้ว่าเขาจะสงสัยเล็กน้อยว่า ทำไมพี่ชายของเขาถึงใช้เวลานานมากในการจัดการกับแมงดาคนนั้นแต่เขายังคงจดจำคำสั่งของหลงอวี่ไว้ในใจ และรู้ว่าสิ่งต่างๆ ไม่สามารถล่าช้าได้เรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนที่ตระกูลย่อยของตระกูลถังจะโต้ตอบเขาจึงออกคำสั่งโดยตรงเขาสั่งลูกน้องติดอาวุธพาถังเจี้ยนหยวนและถังหว่านไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลถังและที่นั่นถูกควบคุมโดยลูกน้องของถังจื้อซิง
แต่หลังจากนี้ล่ะความแข็งแกร่งที่หลงอวี้เพิ่งแสดงออกมาในห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ได้ทิ้งร่องรอยลึกๆ ที่เรียกว่าความกลัวไว้ให้กับเขาเผชิญการปิดล้อมจากกลุ่มนักบู๊นับสิบคนไม่เพียงแต่หลงอวี่จะไม่ถอยหนี แต่เขายังอาละวาดฆ่าคนทั้งห้องจัดเลี้ยงจนเลือดไหลนองเป็นสายน้ำไม่มีใครที่สามารถเทียบเทียมเขาได้ด้วยซ้ำเขาได้เห็นกระบวนการทั้งหมด ความกลัวที่มีต่อต่อความแข็งแกร่งของหลงอวี่ทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาแม่ทัพหลงอวี่คนนั้น คงเป็นจุดสูงสุดที่เขาไม่อาจบรรลุได้ในช่วงชีวิตของเขาไม่ต้องว่าหลังจากที่พวกเขาหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงมังกรดำที่ถูกเลียนแบบโดยพลังชี้แท้ขนาดใหญ่มากจนสามารถบดบังดวงอาทิตย์และท้องฟ้า มันสามารถเผาห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ให้กลายเป็นซากปรักหักพังได้ในครั้งเดียวระดับความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักบู๊ธรรมดาทั่วไปจะบรรลุได้ถึงพูดได้ว่าไท่สื่อทงเสียใจตั้งแต่แรกเริ่มแล้วเขาเสียใจที่ฟังคำพูดของหลินเฟิง เพื่อศักดิ์ศรี พาถังเจี้ยนหยวน ถังหว่าน และคนอื่นๆ หนีไปและตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้วไท่สื่อทงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อความกลัวในหัวใจของเ
“หยุดนะ”ขณะที่ไท่สื่อทงกำลังคุ้มกันถังหว่านและคนอื่นๆ ออกไป ถังจื้อสิงและลูกน้องของเขาได้ขวางทางถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้เมื่อเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนสีดำที่อยู่รอบๆ ถังหว่านจึงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า:"ถังจื้อสิง วันนี้นายต้องการที่จะอยากได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้ได้เลยงั้นเหรอ!""ต่อให้ต้องฟังคำใส่ร้ายจากคนนอกแล้วฆ่าพ่อตัวเองก็ตามเหรอ?!"“ฉันไม่อยากอธิบาย”ถังจื้อสิงเงยหน้าขึ้น ถึงขั้นที่สบตากับถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิด จากนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ:“ทั้งหมดนี้ก็เพื่ออนาคตของตระกูลถัง!”"ขอแค่ฉันได้เป็นผู้นำตระกูลถัง รวบรวมตระกูลย่อยทั้งหมดและต้นตระกูลถังเข้าด้วยกัน ตระกูลถังของเราถึงจะกำจัดสถานการณ์อันโกลาหลนี้ไปได้!"“พ่อ พ่อแก่แล้ว สละตำแหน่งนี้อย่างว่าง่ายเถอะนะ!”“จื้อสิง...”ถังเจี้ยนหยวนถูกถังหว่านประคองไว้ พูดขึ้นอย่างอ่อนแอ:“นายคิดจริงๆ เหรอว่าหลงอวี่จริงใจกับนาย จริงใจตระกูลถังของเรา?”“นายเคยคิดบ้างไหม หากนายรวมตระกูลถังและรวมกองกำลังของตระกูลถังเข้าด้วยกัน หลงอวี่จะเปลี่ยนใจ ใช้นายเป็นหุ่นเชิดเพื่อควบคุมตระกูลถังของเราทางอ้อมหรือไม่?”แ
ภายใต้สายธารพลังชี่แท้สีดำที่แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าหลินเฟิงแผดเสียงออกมา พลังชี่แท้ของทั้งร่างกายของเขาก็พุ่งพล่านออกมา ค่อยๆ ควบแน่น ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นจอมมารขนาดใหญ่สีดำและแดงแขนขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากกลางอากาศและคว้าคอของมังกรดำไว้“ตาย!”หลินเฟิงคำรามออกมา มังกรดำตัวนั้นก็ถูกฝ่ามือของเขาตบจนแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลางอากาศ พลังชี่แท้ที่แผ่นซ่านอยู่โดยรอบบดขยี้ห้องจัดเลี้ยงจนกลายเป็นผง“หึหึ คุณมีความแข็งแกร่งอยู่บ้างจริงๆ!”ในสายลมโหมกระหน่ำ หลงอวี่หัวเราะเสียงดัง และโยนเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดบ่าทิ้งไปเขาชักมีดสปาต้าเปื้อนเลือดออกมาจากเอวของเขา บดขยี้ก้อนหินในซากปรักหักพังใต้เท้าของเขา พุ่งตรงไปหาหลินเฟิง“มีดเล่มนี้…”หลินเฟิงสามารถบอกได้ในทันทีว่ามีดสปาต้าที่แม่ทัพหลงอวี่หยิบออกมาไม่ใช่ของธรรมดา เขาเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ในมือห่อหุ้มพลังชี่แท้หนาๆ และต่อยไปที่มีดสปาต้าสีเลือด“กริ๊ง!”เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นมามีดสปาต้าสีเลือดนี้ต้านทานหมัดของหลินเฟิงเอาไว้ แต่ต้องรู้ไว้ว่า ตอนนี้ร่างกายของหลินเฟิงแข็งแกร่งจนถึงขอบเขตเทพแล้วเห็นได้ว่ามีดสปาต้าเล่มนี
แม่ทัพหลงอวี่ยิ้มบางและพูดว่า:“ถึงแม้คนผู้นี้จะกำเริบเสิบสาน แต่ความสามารถของเขาก็ไม่ธรรมดา”“เป้าหมายของคุณในตอนนี้ คือการรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ ควบคุมทุกคนของตระกูลถังในห้องจัดเลี้ยงหลัก บรรลุตำแหน่งผู้นำตระกูลของคุณ”“อย่าให้มีช่องโหว่ใดๆ แม้แต่นิด”“ครับ”เมื่อได้ยินแบบนี้ ถังจื้อสิงก็ไม่มีเจตนาจะขัดขืน เขาประสานกำปั้นคารวะหลงอวี่ และนำลูกน้องของเขาออกไปก่อนจะจากไป เขายังจ้องมองหลินเฟิงด้วยความเย็นชาเหมือนมองดูคนตายประตูห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ถูกปิดลง เหลือเพียงแค่หลินเฟิงและหลงอวี่เท่านั้นที่อยู่ที่นั่น“จดหมายท้าทายจากอีกาแห่งหนานไห่ที่ว่า เป็นฝีมือของคุณสินะ?”หลินเฟิงเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงเงยหน้าขึ้นและถาม“ถูกต้องแล้ว”แม่ทัพหลงอวี่พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม:“เพื่อควบคุมเค้กก้อนใหญ่อย่างตระกูลถัง เราต้องหาข้ออ้างที่เหมาะสมไม่ใช่เหรอ?”“อีกาแห่งหนานไห่ล่ะ?”หลินเฟิงหรี่ตาลง เขาได้ยินจากถังเจี้ยนหยวน ว่าจดหมายท้าทายนั้นเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ดังนั้นจดหมายท้าทายจึงถูกเขียนโดยอีกาแห่งหนานไห่ งั้นก็ยืนยันได้ว่าอีกาแห่งหนานไห่อยู่ในมือของแม่ทัพหลงอวี่“ผ
หลินเฟิงยืนอยู่ที่ด้านหนึ่ง จ้องมองท่าทางของถังจื้อสิงที่คิดว่าตัวเองชอบธรรมด้วยความเย็นชา แสงสว่างในดวงตาของเขาก็เย็นเยือกลงเรื่อยๆ“คุณก็คือหลินเฟิงสินะ?”แม่ทัพหลงอวี่เดินออกมา เขากอดอก ยิ้มเยาะใส่หลินเฟิงและพูดว่า:“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณบาดหมางกับบตระกูลหลงของผมงั้นเหรอ”“แล้วไงล่ะ?”หลินเฟิงเดินออกมา และปกป้องถังหว่านและคนอื่นๆ ไว้อยู่ข้างหลังเขา“ไม่ต้องกังวลขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังไม่สนใจคุณ แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น”หลงอวี่สะบัดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มที่พาดอยู่บนตัว และแสยะยิ้มพูดว่า:“แต่คุณก็พยายามกระโดดโลดเต้นให้มากที่สุดขณะที่ราชาหลินแห่งตอนใต้ยังมีชีวิตอยู่เถอะ เพราะเมื่อพ่อของคุณเสียชีวิต นั่นคือเวลาที่คุณจะต้องชดใช้หนี้”“ใช้หนี้? ใช้หนี้ของใคร?”ใบหน้าของหลินเฟิงแข็งทื่อ รีบถามขึ้นว่า“ฮ่าๆ เรื่องนี้ผมไม่มีความจำเป็นต้องบอกคุณ ยังไงซะ ถ้าวันนี้คุณยังถือว่าเจียมตัว ก็พาแฟนสาวของคุณออกไปจากตระกูลถังซะ”“แบบนี้ คุณยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายวัน”คำขู่ในคำพูดของหลงอวี่ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่ทว่าหลังจากหลินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ยิ้มเผยฟัน“คุณชื่อหลงอวี่สินะ? ให้ผมไสหัว