Share

บทที่ 264

Penulis: จิ้งซิง
เวินฉางอวิ้นถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง

ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยพบกับม่อโฉวซือไท่มาก่อน แม้ว่าม่อโฉวซือไท่จะไม่ชอบหน้าพวกเขา แต่นางก็มักจะวางตัวอย่างสำรวมและสุขุมตลอดมา

ไหนเลยจะเหมือนวันนี้ ช่างราวกับหญิงชาวบ้านปากตลาดจริงๆ

เวินฉางอวิ้นหน้าแดงก่ำ กล่าวด้วยความลำบากใจ “ม่อโฉวซือไท่ ช่วงนี้ท่านพ่อของข้าสุขภาพไม่ดี กำลังพักรักษาตัว...”

“พักรักษาตัว? เหอะ ทำเรื่องชั่วช้าไว้มาก คราวนี้กรรมตามสนองแล้วกระมัง?”

“ม่อโฉวซือไท่!”

เวินฉางอวิ้นทนฟังต่อไปไม่ไหวจริงๆ “ท่านโปรดให้ความเคารพท่านพ่อของข้าด้วย ที่นี่คือจวนเจิ้นกั๋วกง ไม่ใช่อารามสุ่ยเยว่ของพวกท่าน!”

“อย่าว่าแต่ที่นี่คือจวนเจิ้นกั๋วกงเลย ต่อให้ที่นี่เป็นวังหลวง วันนี้เจ้าก็ต้องเรียกเขาออกมาพบข้า!”

ม่อโฉวซือไท่จ้องมองเวินฉางอวิ้นตาเขม็ง “เจ้าจะไปเรียกหรือไม่? ถ้าเจ้าไม่ไปเรียก ข้าก็จะเข้าไปหาเอง! บังเอิญว่าข้าคุ้นเคยกับสวนแห่งนี้เป็นอย่างดี!”

เวินฉางอวิ้นที่ถูกจ้องตาเขม็งก็รู้สึกขนลุกซู่ จึงได้แต่พูดว่า “ม่อโฉวซือไท่โปรดรอสักครู่ ข้าจะเข้าไปถามท่านพ่อก่อน”

หลังจากเวินฉางอวิ้นไปตามคนแล้ว ม่อโฉวซือไท่ก็หันกลับมามอง พบว่าลูกศิษย์ของตนจ้องมอง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 265

    “ข้าไม่มีทางเชื่อเรื่องเช่นนี้เพียงเพราะคำพูดของเจ้า!”เวินเฉวียนเซิ่งกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเวินซื่อที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันหัวเราะเยาะออกมานางถือโอกาสเยาะเย้ยใครบางคน “ถึงแม้ว่าท่านเจิ้นกั๋วกงจะไม่เชื่อคำพูดของท่านอาจารย์ของข้า แต่เมื่อครู่นี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ปฏิเสธว่าเวินเยวี่ยเป็นบุตรนอกสมรสของท่าน ช่างน่าสนใจจริงๆ ”คำพูดนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตระหนักได้ทันทีเวินเฉวียนเซิ่งชะงักไปครู่หนึ่งเวินฉางอวิ้นมองท่านพ่อของเขาด้วยสีหน้าซับซ้อนแม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้คำตอบจากความเงียบของท่านพ่อของเขาแล้ว แต่การยืนยันอีกครั้งในตอนนี้ ก็ยังทำให้เขารู้สึกแย่อยู่ดีเขาไม่คิดเลยว่าท่านพ่อจะทรยศต่อท่านแม่ของพวกเขาจริงๆ ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้ ภาพลักษณ์ของท่านพ่อในสายตาของพวกเขานั้น คือผู้ที่รักท่านแม่ของพวกเขาอย่างสุดหัวใจเพราะตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ท่านพ่อของพวกเขาไม่เคยมีอนุภรรยาเลย ดังนั้น ความรักของพวกเขาที่มีต่อท่านพ่อจึงยิ่งลึกซึ้งแต่ไม่คาดคิดว่า ในวันนี้ภาพลักษณ์ของท่านพ่อผู้แสนดีกลับถูกทำลายลงอย่างย่อยยับท่านพ่อของพวกเขาไม่เพียงแต่ทรยศต่อท่านแม่ของพวกเขาเท่านั

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 266

    สุดท้าย เวินซื่อพวกนางศิษย์อาจารย์สองคนก็ถูกเชิญออกไปก่อนที่เวินซื่อจะจากไป นางหันกลับไปมองเวินฉางอวิ้น แล้วทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง“พี่ใหญ่ ท่านแม่รักพวกเรามาก ดังนั้นอย่าทำให้นางผิดหวัง”เวินฉางอวิ้นยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเขามองเวินซื่อที่หันหลังเดินจากไปอย่างเหม่อลอย สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่นตั้งแต่น้องห้าออกจากสกุลเวิน นางก็ไม่ได้เรียกเขาแบบนี้มานานแล้วใช่แล้ว เขาคือพี่ใหญ่ของพวกเขาเชียวนะและเป็นบุตรคนแรกของท่านแม่ท่านแม่รักพวกเขามากขนาดนั้น หากนางได้เห็นบุตรทั้งห้าคนของตัวเองกลายเป็นอย่างทุกวันนี้ คงจะรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดมากกระมัง?“ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของหญิงบ้าคนนั้นหรอก น้องหกของเจ้าตอนนี้ยังไม่กลับมา เวินซื่อลงเขามาพอดี เจ้าตามนางไป ดูว่านางจะไปที่ไหนต่อ เผื่อว่าจะพบเบาะแสของน้องหกของเจ้า”เวินเฉวียนเซิ่งตบไหล่ของเวินฉางอวิ้น แล้วพูดกับเขา“แล้วเรื่องของท่านแม่เล่า? ท่านพ่อไม่ไปดูหน่อยหรือ?”เวินฉางอวิ้นเงยหน้าขึ้นสบตากับเวินเฉวียนเซิ่งเวินเฉวียนเซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง “พ่อจะไปดูเดี๋ยวนี้ แต่เจ้าจะทิ้งน้องหกของเจ้าไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นรีบไปเถอะ”เขาคิดว่าเม

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 267

    “ท่านแม่...ลูกมาช้าไปแล้ว เป็นลูกที่อกตัญญู!”เวินฉางอวิ้นมองร่องรอยเหล่านั้นที่ถูกปกปิดเอาไว้ เขาแทบจะกัดฟันร้องไห้ดอกกล้วยไม้ที่พวกเขาพี่น้องทั้งห้าคนปลูกไว้ให้ท่านแม่ถูกขุดออกไปจำนวนมาก ดูก็รู้ว่าที่นี่ถูกคนขุดขึ้นมาอย่างแน่นอนและครั้งล่าสุดที่พวกเขามาเยี่ยมท่านแม่ ก็เป็นวันครบรอบวันตายของท่านแม่แท้ๆ ห่างจากตอนนี้ไม่ถึงสี่เดือน!เวลานี้ เมื่อดูจากร่องรอยที่ถูกเคลื่อนย้ายแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่นานมานี้เองดังนั้น หมายความว่าศพของท่านแม่ถูกขโมยไปภายในสี่เดือนนี้ หรือแม้กระทั่งถูกขโมยไปภายในเดือนนี้ด้วยซ้ำ!หากเป็นน้องหกจริงๆ เหตุใดนางถึงต้องทำแบบนี้ด้วย?!ทันใดนั้น เวินฉางอวิ้นก็นึกอะไรขึ้นได้ เขาหันไปมองเวินเฉวียนเซิ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าตกตะลึงเขาเอ่ยถามทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม “ท่านพ่อ หรือว่าที่น้องหกทำแบบนี้เพราะว่าครั้งนั้นข้าตีนาง? นางจึงทำแบบนี้เพื่อแก้แค้นข้า?”“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น...”เวินเฉวียนเซิ่งกล่าวอย่างยากลำบาก “เจ้าเองก็รู้นี่ว่าเยวี่ยเอ๋อร์นาง...”“ข้าไม่รู้!”เวินฉางอวิ้นพลันตะโกนทั้งน้ำตาบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ เวลานี้กลับกอดป้ายหลุมศพของท่านแม่ซึ่งเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 268

    เมื่อกลับเข้ามาในมิติของหยกแล้ว เวินซื่อก็ลากเวินเยวี่ยออกมาจากกรงเหล็กทันที“กรี๊ดดด!”“นังบ้า! นังสารเลว!”“เจ้าจะทำอะไรอีก?!”เดิมทีเวินเยวี่ยกำลังพักผ่อน ตั้งใจจะรอให้ร่างกายฟื้นฟูกำลังขึ้นมาสักหน่อยแล้วค่อยหาโอกาสหลบหนี ไม่คิดว่าเวินซื่อจะกลับมาเร็วขนาดนี้และพอกลับมา ก็เหมือนกับราชสีห์ที่กำลังเดือดดาล“ข้าจะฆ่าเจ้า!”เวินซื่อฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของเวินเยวี่ย“ข้าให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย บอกมาว่าศพของเจ้าแม่ของข้าอยู่ที่ไหน!”เวินเยวี่ยไอออกมา พยายามดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง “จะ...เจ้าฝันไปเถอะ!”นางยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าจะฆ่าข้า ข้าก็จะไม่บอกเจ้าเด็ดขาด!”ศพของท่านแม่ของเวินซื่อ คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้นางหนีรอดออกไปได้ดังนั้น นางจะไม่ยอมบอกนังเด็กสารเลวเวินซื่อนี่ง่ายๆ !ไม่เพียงเท่านั้น นางยังต้องการให้เวินซื่อคุกเข่าอ้อนวอนนางในท้ายที่สุด!“ดี เช่นนั้นก็มาต่อจากเมื่อคืนกันเลย”เวินซื่อลากเวินเยวี่ยขึ้นไปบนชั้นสอง ใช้กำลังมัดนางไว้บนแท่นปรุงยา จากนั้นก็ยัดยาพิษที่เตรียมไว้สำหรับเวินเยวี่ยเข้าไปในปากของนาง“อื้อ...แค่กๆๆ !”“เจ้าเอาอะไรให้ข้า

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 269

    “แค่กๆ ...ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกลักพาตัวเสียแล้ว ดังนั้นศพจึงอยู่ที่เสอจิ่ว”ดังนั้น ก็คือวันก่อนหน้าที่นางจะลักพาตัวเวินเยวี่ย เวินเยวี่ยก็ให้เสอจิ่วไปขโมยศพท่านแม่ของนางพอดีอย่างนั้นหรือ?เวินซื่อไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลยว่า หากวันนั้นตัวเองไม่ได้ให้จู๋เยวี่ยไปลักพาตัวเวินเยวี่ย คงเป็นไปได้ว่าศพของท่านแม่นางคงจะถูกเวินเยวี่ยทำลายไปแล้ว!“เสอจิ่วคือใคร?”“มะ...ไม่รู้ ตั้งแต่เกิดมาก็มีเขาและพวกเขาอยู่แล้ว...”เขาและพวกเขา?เสอจิ่ว จิ่ว...หรือว่าเบื้องหลังเวินเยวี่ยยังมีคนอีกกลุ่มอยู่?เวินซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยแม้จะโดนวางยาพิษสารภาพความจริง เวินเยวี่ยก็ไม่อาจบอกที่มาที่ไปได้ หรือจะเป็นไปได้ว่า เหมือนกับพวกจินซือถู เป็นคนที่ไป๋ชูโหรวมารดาของนางทิ้งเอาไว้ให้ แต่ยังไม่ทันได้บอกนางหรือไม่ก็เบื้องหลังของเวินเยวี่ย ยังมีอะไรที่ลึกล้ำกว่านี้อีกเพียงแต่ตอนนี้นางยังไม่ได้สัมผัสไม่สิ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้สัมผัสเวลานี้ เขาในบรรดาพวกเขา เสอจิ่วผู้นี้ก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วมิใช่หรือ?ดูท่าจะยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว หลังจากที่ได้ศพของท่านแม่กลับคืนมา นางก็จะต้องฆ่าเวินเยวี่ยในทันที“เขาอยู่ที่ไ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 270

    “เจ้าเจอเขาเมื่อเร็วๆ นี้หรือ?”เวินซื่อส่ายหน้า “ไม่ ไม่ใช่ เขาขโมยของสำคัญมากของข้าไป ดังนั้นตอนนี้ข้ากำลังตามหาเขาอยู่”จินซือถูหัวเราะเยาะทันที “เวินเยวี่ยสั่งการสินะ? ปกติพวกนั้นก็โผล่มาให้เห็นแวบๆ แล้วหายตัวไป ต่อให้เป็นเสอจิ่วข้าก็เจอแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนคนที่เหลือข้าไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ”“ซ่อนตัวลึกขนาดนี้เชียว?”เวินซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยจินซือถูเอ่ยขึ้น “จะตามหาพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายดายเช่นนั้น แต่เสอจิ่วผู้นั้นน่าจะปรากฏตัวขึ้นเร็วๆ นี้”เวินซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นเพราะเวินเยวี่ยอยู่ในมือของข้าอย่างนั้นหรือ?”“ใช่แล้ว พวกเขาจะไม่ปล่อยให้เวินเยวี่ยเป็นอะไรไปแน่ ดังนั้นช่วงนี้เจ้าควรระวังตัวสักหน่อย อย่าหายไปเสียก่อนที่จะช่วยทำยาแก้พิษให้ข้าล่ะ”ขณะที่จินซือถูพูดประโยคนี้ ท่าทางมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นเวินซื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หากเป็นเช่นนี้ เจ้าก็ต้องระวังตัวหน่อยแล้วล่ะ”“ข้าจะต้องระวังอะไร? เดิมทีข้าก็เป็นแค่หุ่นเชิดที่ถูกเวินเยวี่ยควบคุมอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้เพราะเวินเยวี่ยถูกจับ ข้าก็เลยกลายเป็นหุ่นเชิดที่ถูกเจ้าควบคุมแทน พวกเขาจะมาโทษหุ่นเชิดที

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 271

    ราวกับว่ามาจากสำนักเดียวกันแต่จินซือถูกลับบอกว่าเขาเคยเห็นเสอจิ่วแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นและเมื่อดูจากท่าทีที่เขาพูดถึงเสอจิ่ว ก็ดูเหมือนจะไม่รู้จักจริง ๆเนื่องจากเป็นความสงสัยเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเวินซื่อจึงไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะถึงอย่างไรตอนนี้นางก็ไม่มีเวลาให้เสียเปล่ามากนักเวินซื่อกลับเข้ามาในมิติในหยกอีกครั้ง ในเมื่อช้าเร็วเสอจิ่วก็จะมาหาถึงเรือนอยู่แล้ว เช่นนั้นนางก็จะเตรียมรับมืออีกฝ่ายเป็นอย่างดี……ในขณะเดียวกัน...เมืองหลวงภายในจวนเจิ้นกั๋วกง“เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่เชื่อว่าน้องหกจะทำเรื่องแบบนี้! ต้องเป็นเวินซื่อที่ใส่ร้ายน้องหกอีกเป็นแน่!”หลังจากกลับไปในวันนั้น เวินฉางอวิ้นที่ผิดหวังกับพ่อของตัวเองเป็นอย่างมาก ก็ไม่ลังเลที่จะบอกน้องชายทั้งสองของตัวเองเรื่องที่มารดาถูกขโมยร่างไปปฏิกิริยาของทั้งสองนั้นตื่นเต้นมากน่าเสียดาย ความตื่นเต้นของพวกเขากลับไม่เหมือนที่เวินฉางอวิ้นคิดไว้“ตอนนี้สำคัญหรือว่าน้องห้ากับน้องหกใครใส่ร้ายหรือใครเป็นคนทำ? สิ่งที่สำคัญมิใช่ร่างของท่านแม่ที่ถูกขโมยไปจริง ๆ และพวกเราควรหาวิธีเอาร่างของนางคืนมาโดยเร็วที่สุดหรอกหรือ?!”“ข้าย่อมรู้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 272

    หลังจากกลับมาที่ห้องของตัวเองแล้ว เวินจื่อเยวี่ยก็นำว่าวเด็กเล่นตัวหนึ่งออกมาจากกล่องไม้ขนาดใหญ่ใบหนึ่งอย่างระมัดระวังว่าวตัวนี้เป็นตัวที่มารดาทำให้เขาเองกับมือตอนที่เขายังเด็ก แต่ตั้งแต่มารดาล่วงลับไป เขาก็ไม่ได้เอาออกมาอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ ในที่สุดเขาก็หยิบว่าวตัวนี้ออกมาอีกครั้งแต่กลับไม่ใช่เพราะแม่ของเขาน้องหกต้องถูกเวินซื่อซ่อนตัวไว้แน่ หากต้องการให้เวินซื่อปล่อยตัวน้องหกออกมา ก็ต้องนำสิ่งของที่เวินซื่อให้ความสำคัญมาแลกเปลี่ยนกับนาง”ส่วนสิ่งที่เวินซื่อให้ความสำคัญมากที่สุดคือของสิ่งใดนั้น ความจริงเวินจื่อเยวี่ยและพวกเขาต่างรู้แน่ชัดมาโดยตลอดเพราะถึงอย่างไรตอนแรกที่เวินซื่อทูลขอราชโองการออกบวชเป็นชีนั้น พอลับหลังพวกเขาก็ต้องการนำป้ายวิญญาณของมารดาไปด้วยต่อมาก็ใช้พี่รองมาข่มขู่พวกเขา เอาสินเดิมของมารดาไปด้วยบัดนี้ข้าวของของมารดาในครอบครัวนี้เหลืออยู่เพียงไม่กี่ชิ้นแล้วว่าวตัวนี้...ความจริงเวินจื่อเยวี่ยเสียดายมาก โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าจะนำว่าวตัวนี้ไปแลกเปลี่ยนกับเวินซื่อ เขาก็ยิ่งตัดใจไม่ลงแต่ว่าน้องหกยังอยู่กับเวินซื่อเวลานี้เวินซื่อยังป้ายกิตติศัพท์ว่าน้องห

Bab terbaru

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 550

    ถึงขั้นเอาอีกฝ่ายมาข่มขู่เวินจื่อเยวี่ย ทำให้เวินจื่อเยวี่ยต้องเลือกระหว่างนางและหลินเนี่ยนฉือแล้วนางสารเลวที่ยังไม่เดินผ่านประตูเข้ามาจะเอาอะไรมาเทียบกับนาง!เวินเยวี่ยโกรธจัดจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในเสี้ยววินาทีที่ก้มศีรษะลง สายตาอาบยาพิษช่างน่าสะพรึงกลัว“ยุแยงตะแคงรั่ว?”เวินซื่อแค่รู้สึกว่าคำพูดของเวินจื่อเยวี่ยน่าขบขันมาก “มีเพียงคนที่มีหัวใจเท่านั้นถึงจะรู้สึกว่าใคร ๆ ก็เป็นเช่นนี้”นางเหลือบมองเวินเยวี่ยแวบหนึ่งอย่างเฉยชา ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่แยแส “ท่านคิดว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้จะใช้พวกท่านไปก่อกวนความสงบของนางหรือ? ฝันไปเถอะ พวกท่านยังไม่คู่ควร”“เหอะ พูดเสียน่าฟัง ถ้าไม่ใช่เพราะจดหมายที่เจ้าเขียนไปฟ้อง หลินเนี่ยนฉืออยู่ที่อู๋โจวอยู่ดี ๆ จะเข้ามาที่เมืองหลวงทำไม? แล้วยังต้องการถอนหมั้นกับข้าอีก?!”ถึงตอนนี้เวินจื่อเยวี่ยยังคงเชื่อว่าเวินซื่อไปพูดอะไรกับหลินเนี่ยนฉือ ถึงทำให้หลินเนี่ยนฉือทำเช่นนั้น“ท่านคิดว่าข้อมูลในใต้หล้านี้มีสิ่งใดที่สามารถปิดบังได้อย่างนั้นหรือ? จวนเจิ้นกั๋วกงของพวกท่านได้ทำเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้า ไร้ยางอายมาไม่น้อย แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงตั้งน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 549

    อูฐผอมซูบยังตัวใหญ่กว่าม้าการจะทำลายจวนเจิ้นกั๋วกงอันใหญ่โตแห่งนี้โดยอาศัยแมลงเพียงไม่กี่ตัว มันเป็นไปไม่ได้เลยแน่นอน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงเพียงแต่ราคาที่ต้องจ่ายนั้นสูงเกินไปอย่างเช่นการหมั้นหมายระหว่างจวนเจิ้นกั๋วกงและสกุลหลินเมื่อจวนเจิ้นกั๋วกงถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับชาวต่างเผ่า เวินเฉวียนเซิ่งจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อชำระล้างให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหานี้และวิธีการที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นการดึงผู้คนให้เข้ามาพัวพันมากขึ้นสกุลหลินที่ยังมีการหมั้นหมายกับจวนเจิ้นกั๋วกงเป็นกลุ่มแรกที่รับศึกหนัก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างหลินเนี่ยนฉือและเวินซื่อ และจะกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เวินเฉวียนเซิ่งดึงสกุลหลินให้ลงมาพัวพันด้วยดังนั้นก่อนจะยุติการหมั้นหมายระหว่างหลินเนี่ยนฉือและเวินจื่อเยวี่ย เวินซื่อยังไม่สามารถทำอะไรบุ่มบ่ามได้ทว่า ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถแตะต้องจวนเจิ้นกั๋วกงได้ แต่การมีเวินเยวี่ยเพียงคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย“หมั้น...หมั้นหมาย?”ในขณะนี้ เสียงที่สับสนของเวินเยวี่ยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของ เวินจื่อเยวี่ย“พี่สาม ท่านหมั้นกับใครตั้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 548

    “ท่าน…!”เวินเยวี่ยลมแทบจับเมื่อได้ยินที่เวินซื่อพูดนางข่มไฟโทสะเอาไว้ “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่คนของกองทัพธงดำเสียหน่อย ให้ท่านมาทำการค้นหา ไม่น่าจะเหมาะสมกระมัง?”เวินเยวี่ยฝืนยิ้ม “ท้ายที่สุดแล้วบุญคุณความแค้นระหว่างพี่หญิงห้ากับเยวี่ยเอ๋อร์นั้นเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งกันทั่วทุกคน ถ้าเกิด…”ประโยคสุดท้ายนี้ไม่ได้พูดออกมาทั้งหมด แต่ก็สามารถเข้าใจทุกอย่างที่ควรเข้าใจถ้าเกิดเวินซื่อเข้าไปวางกลอุบายบางอย่างเพื่อใส่ร้ายนางแล้วจะทำเช่นไร?เวินซื่อหันหน้าไปเผชิญหน้ากับเวินเยวี่ย รอยยิ้มเล็ก ๆ เผยออกมาบนใบหน้าอันบริสุทธิ์ผุดผ่องและงดงามของนาง “ข้าไม่ต่ำช้าไร้ยางอายเหมือนเจ้า”ใบหน้าของเวินเยวี่ยสลดลงเพราะดำด่าของนางทันทีแต่วินาทีต่อมาก็ได้ยินเวินซื่อพูดว่า “แต่ว่านี่มันก็เป็นปัญหาจริง ๆ ในเมื่อคุณหนูหกสกุลเวินเป็นกังวลเช่นนี้ เช่นนั้นข้าธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็ขอยืนค้นหาอยู่ที่ประตูแล้วกัน”ยืนค้นหาอยู่ที่ประตูหรือ?แล้วจะค้นหาอย่างไร?ขณะที่เวินเยวี่ยและคนอื่น ๆ กำลังงุนงง เวินซื่อก็พลิกฝ่ามือ ก่อนจะหยิบขวดหยกขวดหนึ่งออกมาจากกลางฝ่ามือของนางฉางเสี่ยวหานก้าวเข้าไปรับขวดหยกจากมือของเว

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 547

    “เหลวไหลสิ้นดี!”แววอันตรายฉายผ่านดวงตาอันคมกริบของเวินเฉวียนเซิ่งในทันใดเขาจ้องไปที่รถม้าที่เวินซื่อนั่งอยู่ สายตามองทะลุช่องว่างของม่านหน้าต่าง พลางชี้ตรงไปที่เวินซื่อ “เวินซื่อ เจ้ารู้ไหมว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่? เจ้ากำลังใส่ร้ายขุนนางในราชสำนักซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง!”“หากเจ้าไม่สามารถแสดงหลักฐานใด ๆ ได้ ต่อให้เจ้าจะเคยเป็นลูกสาวของข้า ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ เด็ดขาด!”“เจิ้นกั๋วกงไม่จำเป็นต้องใจร้อนขู่ขวัญเช่นนี้”ว่าแล้วเวินซื่อก็ยกมือขึ้นเปิดม่านรถแล้ว เดินออกมาจากด้านในอย่างช้า ๆเสี่ยวหานก้าวไปข้างหน้าอย่างมีไหวพริบ ทำตามสาวใช้เหล่านั้น เอื้อมมือออกไปช่วยประคองธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนางลงจากรถม้าช้า ๆหลังจากลงสู่พื้นและยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว เวินซื่อก็เงยหน้าขึ้นมองเวินเฉวียนเซิ่งผ่านกองทัพธงดำ นางยิ้มเล็กน้อย “ถ้าธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่มีหลักฐาน วันนี้จะกล้านำกองกำลังไปปิดล้อมจวนเจิ้นกั๋วกงของท่านได้อย่างไร”การทำงานตามคำสั่งส่วนตัวของอ๋องผู้สำเร็จราชการเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำงานตามพระราชโองการของฝ่าบาทก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเวินซื่อยกมือขึ้น รับพระราชโองการจากมือของกองทัพ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 546

    ให้อ๋องผู้สำเร็จราชการแทนมาหนุนหลังนางแล้วอย่างไรต่อ เขาไม่เชื่อว่า อ๋องผู้สำเร็จราชการแทนผู้สง่างามจะบังคับเขาให้ถอนหมั้นได้อย่างนั้นหรือ!เมื่อเวินเฉวียนเซิ่งได้ยินเวินจื่อเยวี่ยพูด ก็มองเขาแวบหนึ่งอย่างเย็นชา “เจ้าควรคิดหาวิธีช่วยพี่ใหญ่ของเจ้าก่อนดีกว่า ถ้าครั้งนี้พี่ใหญ่ของเจ้าตาย ก็อย่าได้คิดเรื่องหมั้นหมายเลย ข้าเวินเฉวียนเซิ่ง ไม่มีลูกชายที่ใจไม้ไส้ระกำอย่างเจ้า”ใบหน้าของเวินจื่อเยวี่ยขรึมลงทันทีเขารู้ว่าลูกชายคนโปรดของบิดาไม่ใช่เขา แต่เป็นพี่ใหญ่ที่บิดาเลี้ยงดูอย่างสุดชีวิตจิตใจแต่เขานึกไม่ถึงว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว บิดาจะยังโหดร้ายถึงเพียงนี้ เอาการหมั้นหมายของเขามาข่มขู่เขาเวินจื่อเยวี่ยไม่ได้พูดอะไรอีกแต่ในขณะนี้ พ่อบ้านนั้นพูดด้วยสีหน้าขมขื่น “ท่านกั๋วกง คุณชายสาม ครั้งนี้ผู้ที่นำกองทัพธงดำมาไม่ใช่ท่านอ๋องขอรับ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้เวินเฉวียนเซิ่งก็หันกลับไปหาพ่อบ้าน “ไม่ใช่เป่ยเฉินหยวนหรอกหรือ? แล้วใครล่ะ?”นอกจากฮ่องเต้น้อยและเป่ยเฉินหยวนเองแล้ว ยังมีใครอีกที่สามารถระดมกองทัพธงดำ ถึงขั้นกล้าปิดล้อมจวนเจิ้นกั๋วกงของเขาได้?ขณะที่เวินเฉวียนเซิ่งกำลังครุ่นคิดในหัวว

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 545

    “เสี่ยวหาน ให้ข้าดูหน้าเจ้าหน่อยสิ”หลังจากขับไล่เวินเฉวียนเซิ่งและเวินจื่อเยวี่ยออกไปแล้ว เวินซื่อก็ดึงฉางเสี่ยวหานเข้ามา“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ตบไม่โดนหน้า ข้าหลบได้นิดหน่อย แค่ตบโดนหัวเท่านั้น”ถึงกระนั้น การตบของเวินจื่อเยวี่ยก็หนักหน่วงมาก จนศีรษะของฉางเสี่ยวหานถึงกับสั่นคลอนในตอนนั้น ใช้เวลาสักพักกว่าจะตอบสนองได้“เจ้าไม่ต้องกังวล การตบครั้งนี้ข้าจะต้องเอาคืนเขาอย่างแรงแน่นอน”สีหน้าของเวินซื่อเคร่งขรึมลง น้ำเสียงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งฉางเสี่ยวหานลุกขึ้นกล่าวว่า “ไม่ ๆ ๆ ไม่ต้องหรอกธิดาศักดิ์สิทธิ์ เมื่อครู่ท่านช่วยตบคืนแทนเสี่ยวหานแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีกเจ้าค่ะ”ฉางเสี่ยวหานรู้จักคนในเมืองหลวงน้อยมาก แต่หลังจากติดตามเวินซื่อมาเป็นเวลานาน ก็ได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ มากขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์พูดกับสองพ่อลูกคู่นั้นเมื่อครู่ ก็ย่อมสามารถคาดเดาตัวตนของพวกเขาได้อย่างง่ายดายคนหนึ่งคืออดีตบิดาของธิดาศักดิ์สิทธิ์ อีกคนคืออดีตพี่ชายของธิดาศักดิ์สิทธิ์ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นย่ำแย่มากพออยู่แล้ว หากธิดาศักดิ์สิทธิ์ต้องทะเลาะกับพี่ชายหนักขึ้นด้วยเรื่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 544

    เขาขบริมฝีปากล่างแน่น กัดปากของตัวเองแตกเหมือนไม่รู้สึกตัว ปล่อยให้เลือดไหลลงจากมุมปากช้า ๆ“หลินเนี่ยนฉือล่ะ?”เวินจื่อเยวี่ยเอ่ยปากถามขึ้นทันใด“ข้าอยากพบนาง”“นางไม่อยากพบท่าน”เวินซื่อเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ“ข้าบอกว่าข้าอยากพบนาง!”เวินจื่อเยวี่ยตวาดลั่นอย่างฉุนเฉียวขึ้นมาทันใด พลางปัดมือของจางเสี่ยวหานออกมือของจางเสี่ยวหานถูกตีเจ็บ ตกใจสะดุ้งโหยง เมื่อนางรู้ตัวก็เอื้อมมือออกไปอีกครั้ง คว้าเพียงหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นไว้ส่วนจี้หยกก็ร่วงลงสู่พื้นดัง “ตุ้บ” ตามมาด้วยเสียงแตกหักดังขึ้น จี้หยกแยกออกเป็นสองส่วนทันทีเวินจื่อเยวี่ยที่ยังอยู่ในอาการฉุนเฉียวเมื่อได้ยินเสียงนี้อย่างกะทันหัน ก็ก้มหน้าลงมอง เกิดความสับสนขึ้นโดยพลันเขารีบเก็บจี้หยกขึ้นมา เมื่อมองดูรอยแตกหักนั้น ก็ไม่อาจยับยั้งไฟโทสะที่อัดอั้นอยู่เต็มอกไว้ได้ เพียงชั่วครู่ก็ระเบิดอารมณ์ใส่ฉางเสี่ยวหาน...“ใครให้เจ้าทำของของข้าพัง! เจ้าอยากตายหรือไง?!”“อะไรนะ? ไม่ใช่ข้า เป็นท่านต่างหากที่ปัดมือของข้าเอง...”“สาวใช้ต่ำต้อยอย่างเจ้ายังกล้าเถียงอีก!”เวินจื่อเยวี่ยลุกพรวดขึ้น สีหน้ามีรอยพยายาท ยกมือขึ้นตบหน้าฉางเส

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 543

    เวินจื่อเยวี่ยมองเวินเฉวียนเซิ่งอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ท่านพ่อ พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”เวินจื่อเยวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง “เจ้าน่าจะเข้าใจ เจ้าสาม”“ข้าไม่เข้าใจ!”เวินจื่อเยวี่ยตวาดออกมาทันใด พลางจ้องมองไปที่บิดาของเขาอย่างไม่ละสายตาเวินเฉวียนเซิ่งถอนหายใจอีกครั้ง “แค่การหมั้นหมายเท่านั้น พ่อรู้ว่าเจ้าไม่เต็มใจยอมรับ แต่พี่ใหญ่ของเจ้ามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว ถ้ายังไม่เอายากลับไปอีก เขาจะต้องตายในไม่ช้า”“เจ้าสาม เจ้าจะทนเห็นพี่ใหญ่ของเจ้าตายไปได้จริงหรือ?”เวินจื่อเยวี่ยที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของเขาได้ถามด้วยเสียงอันสั่นเครือเล็กน้อย “ก็เลยต้องเสียสละการหมั้นของข้าเพื่อช่วยพี่ใหญ่อย่างนั้นหรือ? ทั้ง ๆ ที่เรายังมีวิธีอื่นอีก แต่ท่านก็ยังยืนกรานที่จะขอร้องเวินซื่อ?!”“ยังมีวิธีอื่นอีกหรือ?”สีหน้าของเวินเฉวียนเซิ่งเย็นชาลง น้ำเสียงแย่มาก “ไม่ว่าจะเป็นบัวหิมะก็ดี เห็ดหลินจือสีม่วงอายุหนึ่งร้อยปีก็ดี หรือหญ้าฝรั่นที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยซ้ำก็ดี เจ้าคิดว่ามีสิ่งไหนหาง่ายบ้าง?!”“หากพี่ใหญ่ของเจ้ายังยืดเวลาได้อีกครึ่งค่อนเดือน พ่อก็จะไม่รีบร้อนเช่นนี้! แต่นี่พี่ใหญ่ของเจ้าอาจตายได้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 542

    นางมองเวินเฉวียนเซิ่งอย่างเย็นชา “ท่านไม่มีคุณสมบัตินี้ตั้งนานแล้ว”“เวินซื่อ! จงระวังท่าทีในการพูดจาของเจ้าด้วย แม้ว่าตอนนี้เจ้าจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่ความสัมพันธ์พ่อลูกของเจ้ากับพ่อจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง อย่าลืมว่ายังมีเลือดของสกุลเวินไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า”“ใครบอกว่าเปลี่ยนแปลงไม่ได้?”เวินซื่อยิ้มเยาะ “ความสัมพันธ์นี้จะเปลี่ยนไปในไม่ช้า แต่ตอนนี้ขอวกกลับเข้าประเด็นก่อน ท่านเจิ้นจั๋วกง ท่านยังไม่ได้บอกตัวเลือกของท่านเลย ท่านวางแผนที่จะเลือกใครกันแน่?”ล้มเหลวในการเล่นกับอารมณ์ ล้มเหลวในการข่มขู่กลับมาสู่เงื่อนไขข้อแรกสุดอีกครั้ง สายตาของเวินเฉวียนเซิ่งเย็นชาลงระดับหนึ่งในทันใดเวินซื่อดูเหมือนจะมองไม่เห็นเลย เร่งรัดเขาด้วยอารมณ์ที่ดีมาก“ข้ามีเวลาไม่มากนัก ท่านเจิ้นจั๋วกงรีบตัดสินใจโดยเร็วที่สุดเถอะ มิฉะนั้นก็จะไม่มีการเจรจาใด ๆ อีกแล้ว”นางหันไปมองเวินเฉวียนเซิ่งด้วยรอยยิ้มตาหยี “‘พี่ใหญ่แสนดี’ ของข้าก็น่าจะมีเวลาไม่เพียงพอใช่ไหม?”“ถุย!”เวินจื่อเยวี่ยถ่มน้ำลายใส่นางอย่างรุนแรง “พี่ใหญ่ไม่มีน้องสาวที่ชั่วร้ายอย่างเจ้า!”“ถูกต้อง ข้าชั่วร้าย แต่ก็เทียบไม่ได้กับเว

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status