คนที่ชอบนัดข้าออกไปดูงิ้ว แต่กลับวางยาในน้ำชาจนข้าหมดสติไป ตอนที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง อาภรณ์บนร่างข้าก็ถูกถอดจนเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ภาพเบื้องหน้ามืดสนิท แล้วยังมีมือหยาบกร้านของใครบางคนกำลังลูบคลำเพื่อตรวจวัดขนาดด้วย ข้าตั้งสติได้จึงส่งเสียงกรีดร้อง ทว่าปากกับถูกม้วนผ้าสกปรกอุดไว้ จึงส่งเสียงออกไปไม่ได้เลย สตรีที่อยู่ตรงหน้าคล้ายจำรำคาญจึงตบหน้าข้าสองครั้ง ความปวดแสบปวดร้อนแผ่ไปทั่วแก้มสองข้างทันใด สักพักหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นก็จากไป ข้าได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังมาจากห้องข้างๆ “ตรวจสอบแล้ว เป็นหญิงพรหมจรรย์จริงๆ รูปโฉมและเรือนกายก็ยอดเยี่ยมอย่างมาก สามร้อยตำลึงขาดตัว!” “ตกลง!”
Lihat lebih banyakข้าพยายามสุดชีวิตเพื่อหนีออกมาจากสถานที่แห่งนั้น ก็เพียงเพราะอยากพบพวกเขาอีกครั้งเท่านั้นทั้งที่จนป่านนี้แล้วแท้ๆ แต่ข้าก็ยังอดนึกถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นของท่านแม่ ฝ่ามืออันกว้างใหญ่ของท่านพ่อ และความรักที่พี่ชายมอบให้ข้าตั้งแต่เด็กไม่ได้ช่างน่าขันเสียจริงข้าเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า จ้องตรงไปที่สามคนตรงหน้า แล้วฉีกยิ้มสดใส "ได้ ข้าจะทำตามที่พวกท่านต้องการ""ข้าจะตาย"พวกเขาพาข้าไปที่ศาลบรรพชนพวกเขาให้เวลาข้าทำใจหนึ่งก้านธูปหลังจากธูปดับ ข้าจะต้องฆ่าตัวตายต่อหน้าป้ายวิญญาณบรรพชนเพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติของสตรีและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลป้ายบรรพชนอันเย็นเยียบในความมืด ราวกับดวงตาที่จ้องมองข้าด้วยความโกรธแค้น ชวนให้หวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผลข้ามองเปลวเทียนที่สั่นระริกตรงหน้า ภาพใบหน้าโล่งอกของบิดารมารดาและพี่ชาย หลังจากข้ายินยอมจะฆ่าตัวตายผุดขึ้นมาอีกครั้งบางทีพวกเขาอาจไว้ใจข้ามากเกินไป ถึงขนาดไม่ส่งคนมาเฝ้าในศาลบรรพชน ปล่อยให้ข้าอยู่ตัวคนเดียวเมื่อธูปใกล้จะดับมอดลง เงาร่างสามสาบก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู ราวกับวิญญาณร้ายที่หมายเอาชีวิต"ซีเยว่ ต้องการความช่วยเหลือไหมลูก"แม่เร
พี่ชายไม่พูดอะไรมาก ลากทั้งสองคนลงไปทันที ไม่นานก็ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากข้างนอกแม้จะได้แก้แค้นสำเร็จ แต่ในใจข้ากลับไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเจ็ดวันนี้ ราวกับความฝันอันยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตข้าไปโดยสิ้นเชิงท่านแม่กอดข้าด้วยความเป็นห่วงน้ำตาข้าเริ่มคลอเบ้า บอกตัวเองว่าอย่างน้อยก็ยังมีครอบครัวที่รักและห่วงใยข้าขณะที่ข้ารู้สึกถึงมือที่อบอุ่นของมารดาซึ่งกำลังลูบศีรษะข้าอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินท่านแม่พูดขึ้นว่า "ซีเยว่ คนพวกนั้นตายไปหมดแล้ว""เจ้าได้แก้แค้นตามที่ต้องการแล้ว หากไม่ฆ่าตัวตายเสียตอนนี้ เจ้าจะยังรอไปถึงเมื่อไหร่ล่ะ?"ข้าละงัก ค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ “ท่านแม่ ท่านพูดเรื่องอะไรอยู่เจ้าคะ?”สีหน้าของท่านแม่ยังคงอ่อนโยน แขนที่กอดข้าก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับทำให้ข้าหนาวสั่นไปทั้งตัว"ซีเยว่ เจ้าเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว เพื่อชื่อเสียงนับร้อยปีของตระกูลหลี่ เจ้ามีทางเดียวคือต้องฆ่าตัวตาย เจ้าเข้าใจหรือไม่?"ข้าจ้องมองท่านแม่ ค่อยๆ ถอยออกจากอ้อมกอดของท่านท่านแม่ไม่ได้โกรธ เพียงแต่มองข้
พี่ชายได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด ทั้งตีทั้งเตะหลานจื่อ "แปลว่าวันนั้น ตอนที่เจ้าบอกว่านั่นไม่ใช่ซีเยว่ ก็เป็นการจงใจใช่ไหม?""ซีเยว่นับเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเจ้ามาตลอดหลายปี เจ้าทำแบบนี้กับนางได้อย่างไร?"เขาไม่คาดคิดเลยว่า ทั้งที่มีโอกาสช่วยข้าออกจากหอคณิกาได้ทันทีโดยไม่เสียชื่อเสียง แต่กลับถูกหลานจื่อทำลายจนหมดสิ้นเมื่อเห็นว่าแผนการล้มเหลว หลานจื่อก็ไม่ปิดบังอีกต่อไปนางหัวเราะเสียงคิกคัก ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นมองข้าผ่านเส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิง พูดอย่างดุร้าย"เพื่อนงั้นเหรอ? คนโง่อย่างเจ้าจะมาเป็นเพื่อนข้าได้อย่างไร?"ข้าจ้องตานางอย่างสงบ ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อยกับคำพูดนั้นแต่หลานจื่อกลับโกรธที่เห็นความสงบนิ่งของข้า ท่าทางยิ่งคลุ้มคลั่ง "จะบอกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเจ้าเห็นข้าเป็นเพื่อนจริงๆ หรือ?""เจ้าแค่ต้องการคนประกบ คนติดตามก็เท่านั้น!""ละครเพื่อนรักดุจพี่น้องท้องเดียวกันนี้ ข้าเองก็ไม่ได้อยากแสดงต่อหรอก ในเมื่อเจ้าเป็นลูกสาวแท้ๆ ของท่านราชเลขาธิการ การติดตามเจ้าก็มีประโยชน์มากมาย""แต่ใครใช้ให้องค์ชายรองชอบเจ้าล่ะ? ข้ายอมให้เจ้าได้ทุกอย่าง แต่องค์ชายรองข้ายอมยกให
ข้าโกรธจนตัวสั่น "วันนั้นข้าไปตามนัดของเจ้า แต่ระหว่างทางเจ้าวางยาทำให้ข้าสลบแล้วขายข้าไปที่หอคณิกา เจ้ายังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือ!"ซ่งเหวินหดตัวเข้าหากันด้วยความกลัว แต่ก็ยังปากแข็งบอกว่า "คุณหนูหลี่ช่างไม่รู้จักอาย สตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน กลับพูดเรื่องการนัดพบบุรุษได้โดยไม่อายปากเลย!""แต่เรื่องที่คุณหนูหลี่ถูกขายไปหอคณิกานั้น ตอนนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้กันหมดแล้ว ชื่อเสียงของคุณหนูหลี่พังพินาศแล้ว คงไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอก"เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของพี่ชายก็เขียวคล้ำ ใบหน้าของพ่อและแม่ก็บึ้งตึงอย่างมากซ่งเหวินยังคงพูดอย่างไม่รู้จักอาย "แม้ว่าซีเยว่จะเคยอยู่ในหอคณิกา แต่ก่อนหน้านี้เราก็รักใคร่กัน ข้าจะยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่งนางเข้าบ้านก็ได้"เขาพูดด้วยท่าทางโอหังราวกับอยู่เหนือกว่า มองมาที่ข้าด้วยความรักลึกซึ้ง "ซีเยว่ ข้าชอบเจ้าจริงๆ ข้าไม่สนใจหรอกว่าชื่อเสียงของเจ้าจะเสียหายขนาดไหน เจ้าแต่งงานกับข้าเถอะนะ!"ข้ารู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง อยากจะฆ่าเขาให้ตายเสียตรงนี้พี่ชายถึงกับชักดาบออกมาจ่อที่ลำคอเขาซ่งเหวินตกใจจนฉี่ราด แต่ยังคงตะโกนว่า "พวกเจ้าคิดให้ดีๆ สิ! ใ
พี่ชายมีสีหน้าเศร้าโศก แต่ก็ยังพยายามปลอบใจข้า "ไม่เป็นไรแล้ว โชคดีที่ซีเยว่รู้จักใช้คำว่า 'ผินผิน' มาทำให้พี่รู้สึกสะกิดใจ พี่จึงช่วยเจ้าได้ทันเวลา""ซีเยว่ฉลาดจริงๆ พี่ภูมิใจในตัวเจ้านะ"ตอนที่แม่เล้าจะตั้งชื่อดอกไม้เป็นฉายาแทนตัวให้ข้า ข้าบอกกับนางว่าจะขอตั้งเองแม้ทุกคนจะรู้ว่าบุตรสาวท่านราชเลขาธิการมีนามว่าหลี่ซีเยว่ แต่ชื่อเล่น 'ผินผิน' นั้นมีเพียงคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดที่สุดเท่านั้นที่รู้โชคดีที่แม่เล้าไม่ได้คิดอะไรมาก จึงยอมให้ข้าตั้งชื่อเองและโชคดีที่พี่ชายช่างสังเกต จึงรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับชื่อนี้แต่ข้าก็ยังร้องไห้ไม่หยุด อยากจะระบายความทุกข์และความกลัวที่ได้รับในช่วงหลายวันนี้ออกมาให้หมดเมื่อข้าร้องไห้จนพอใจแล้ว พี่ชายจึงถามข้า "เจ้าวางใจได้ พี่จะแก้แค้นให้เจ้าแน่นอน บอกพี่มาสิว่าใครเป็นคนขายเจ้าให้หอคณิกา?"ข้ากัดฟันด้วยความแค้น พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ซ่งซูกับหลานจื่อ พวกเขาสองคนร่วมมือกันทำร้ายข้า!"ตอนที่เห็นหลานจื่อนั่งอยู่กับซ่งซูในหอคณิกา ข้าก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาด้วยฐานะของซ่งซู เขาไม่มีทางรู้จักข้าได้เลยแต่ในความจริง กลับกลายเป็นว่าเขามัก
ดาบเล่มหนึ่งพุ่งแหวกผ่านอากาศเข้ามา ปักลงตรงหน้าแม่เล้าอย่างรุนแรงแม่เล้าตกใจร้องกรี๊ด มือที่กำลังจะเปิดผ้าคลุมหน้าของข้าหยุดชะงักพี่ชายบุกเข้ามาพร้อมคนจำนวนมาก สายตาคมกริบมองมาที่ข้าบนเวที ก่อนจะก้าวเดินตรงมาแม่เล้ายังพยายามขัดขวาง "นายท่าน หากท่านสนใจคุณหนูผินผิน ก็เข้าร่วมการประมูลกับขุนนางและแขกคนอื่นๆ ได้ อย่าใช้กำลังเลยนะเจ้าคะ!"พี่ชายมองนางด้วยความเย็นชา ตบนางจนกระเด็นออกไปคนอื่นๆ ในที่นั้นไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พากันขว้างปาข้าวของขึ้นมาบนเวที"ทำอะไรของเขา? ใครกล้ามาก่อเรื่องที่นี่?""ชู่! ดูเหมือนจะเป็นคนจากกรมอาญา คงมาสืบคดี""คนกรมอาญาแล้วยังไง? ข้ามาหาความสำราญ เขาจะจับข้าด้วยข้อหาอะไรกัน?"...เมื่อเห็นว่ามีเสียงบ่นด้วยความไม่พอใจจากด้านล่างเวทีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พี่ชายกลับย่อตัวลงตรงหน้าข้าอย่างมั่นคง คอยป้องกันสิ่งสกปรกที่ถูกขว้างปาขึ้นมา"ซีเยว่ เป็นเจ้าใช่ไหม?"ในขณะนั้น ข้าแทบจะร้องไห้ออกมาข้าพยักหน้าไม่หยุด พูดด้วยเสียงสะอื้น "พี่ชาย ใช่เจ้าค่ะ เป็นข้าเอง"ดวงตาของพี่ชายฉายแววโกรธเกรี้ยว โอบข้าเข้าสู่อ้อมกอดและจะพาข้าออกไปแต่แม่เล้าไม่ยอม
แม่เล้าดีใจจนหุบยิ้มไม่ลง รีบพยักหน้าแล้วรับเอาทองคำไปอย่างรวดเร็วในใจข้าทั้งเศร้าและโกรธเคือง จ้องมองหลานจื่อพลางขยับริมฝีปากถาม "ทำไมกัน?"หลานจื่อชะงักเล็กน้อย เดินมาจับคางข้าเชิดขึ้น หลังจากพิจารณาใบหน้าช้ำบวมที่ไม่เหลือเค้าความงามเหมือนเดิม นางก็กระซิบข้างหูข้าว่า "เพราะเจ้ามันโง่เหมือนควาย สมควรแล้วที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้!"ความชื้นแผ่ซ่านบนใบหน้า เป็นน้ำตาที่ผสมกับเลือดรินไหลลงมาหลานจื่อลุกขึ้นอย่างถึงพอใจ ยื่นเท้ามาเหยียบมือข้าและบดขยี้อย่างแรงความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่หัวใจ ข้าดิ้นรนอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับสุนัขจรจัดที่ไร้ญาติขาดที่พึ่งในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงวุ่นวายดังมาจากห้องโถงด้านหน้าเสียงฝีเท้าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีแผ่กระจายไปทั่ว ไม่นานนัก ทั้งหอคณิกาก็เงียบเสียงลงเสียงเย็นชาดังขึ้น "กรมอาญามาตรวจสอบคดี ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องรีบออกไปเสีย"แม่เล้าและหลานจื่อที่กำลังจะเดินจากไปต่างสีหน้าเปลี่ยนไปแต่ดวงตาข้ากลับสว่างวาบพี่ชาย!เขาต้องพบว่าข้าหายตัวไปและมาตามหาข้าแน่!ข้าตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พยายามคลานไปที่ห้องโถงด้านหน้าซึ่งอยู่ห่างเพียงกำแพงกั้น
แส้ฟาดลงบนร่างไม่หยุด ทั่วทั้งตัวแสบร้อนราวถูกของมีคมกรีดแทงข้าขยับตัวเพียงนิดเดียว ก็ถูกตบจนล้มลงกับพื้นแม่เล้ามองข้าด้วยสายตาเย็นชา "ถ้าเจ้ายังไม่ยอมเชื่อฟังอีก จะไม่ใช่แค่เจ็บตัวธรรมดาแบบนี้หรอกนะ!"ข้าไม่ยอมแพ้ จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงตะโกนอย่างร้อนรน"สองเดือนก่อน มีหญิงสองคนแต่งกายเป็นชายมาที่หอชุนหยวน ตอนนั้นท่านเป็นคนต้อนรับเองนะ หนึ่งในนั้นก็คือข้านี่แหละ! ท่านดูให้ดีๆ สิ!""คนที่ขายข้ามาที่นี่ ต้องปิดบังความจริงกับท่านแน่ๆ! เชื่อข้าเถอะ!"แม่เล้ากวาดตามองข้าขึ้นลงอยู่สองสามครา แล้วเยาะเย้ยว่า "เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ? ข้าไปสืบข่าวที่จวนราชเลขาธิการแล้ว ช่วงนี้คุณหนูจวนราชเลขาธิการเป็นไข้หวัดนอนป่วยอยู่บนเตียง จะหายตัวไปได้อย่างไร?"ข้ารู้สึกหน้ามืดตามัว กระวนกระวายจนเลือดลมพลุ่งพล่าน กระอักเลือดออกมาคำโตนั่นเป็นข้ออ้างที่ข้าแต่งขึ้นมาเองเพื่อออกไปพบซ่งซู แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็นดาบที่ย้อนกลับมาแทงตัวข้าเสียเองในที่สุดข้าก็สิ้นหวัง น้ำตาไหลรินอย่างห้ามไม่อยู่แต่แม่เล้าชินชากับภาพแบบนี้ จึงไม่มีความสงสารแม้แต่น้อยนางเรียกแม่นมรูปร่างอ้วนท้วมเข้ามาสองคน สั่งเสียงเ
ข้าได้ยินชัดเจน นั่นเป็นเสียงต่อรองราคาของคนสองคนคนหนึ่งคือซ่งซู คนรักของข้า อีกคนคือแม่เล้าจากหอคณิกาที่อยู่ห่างจากบ้านข้าสองถนน!ร่างกายเริ่มหนาวสั่น ข้าตระหนักได้ว่าตัวเองถูกซ่งซูขายเข้าหอคณิกาเสียแล้วไม่นาน พวกเขาก็ตกลงราคากันเสร็จผ้าดำที่ปิดตาถูกดึงออก ข้าเผชิญหน้ากับสายตาที่ทั้งน่าขยะแขยงและโลภมากของแม่เล้าร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัวแม่เล้าพินิจดูข้าด้วยความพอใจ "ไม่เลว ขอแค่เจ้าว่าง่าย ด้วยคุณสมบัติของเจ้า ต้องเป็นดาวเด่นของหอชุนหยวนได้แน่"ข้าส่งเสียงครางในลำคอด้วยความวิตกกังวลแม่เล้าพูดเสียงเย็นชา "อย่าคิดจะเล่นลูกไม้กับข้าเชียว เข้ามาในหอชุนหยวนแล้ว อย่าคิดว่าจะกลับออกไปได้!"ข้ารู้ว่านางจำข้าไม่ได้ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้ายังอยู่ในวัยซุกซน ข้าเคยแต่งตัวเป็นบุรุษมาเที่ยวหอชุนหยวนสองสามครั้งตอนนั้นแม่เล้าเดาได้ว่าข้าเป็นใคร จึงต้อนรับข้าอย่างดีแต่ข้าไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งข้าจะตกอยู่ในเงื้อมมือของนางข้ากล้ำกลืนความอับอายไว้ คลานไปคว้าเสื้อผ้าราคาแพงที่อยู่บนพื้น ส่งเสียงครางอู้อี้ชุดนี้ตัดจากผ้าแพรพระราชทาน บนนั้นยังมีลายปักที่มีเฉพาะในจวนราชเลขาธิการ แค่ให้แม่
ข้าได้ยินชัดเจน นั่นเป็นเสียงต่อรองราคาของคนสองคนคนหนึ่งคือซ่งซู คนรักของข้า อีกคนคือแม่เล้าจากหอคณิกาที่อยู่ห่างจากบ้านข้าสองถนน!ร่างกายเริ่มหนาวสั่น ข้าตระหนักได้ว่าตัวเองถูกซ่งซูขายเข้าหอคณิกาเสียแล้วไม่นาน พวกเขาก็ตกลงราคากันเสร็จผ้าดำที่ปิดตาถูกดึงออก ข้าเผชิญหน้ากับสายตาที่ทั้งน่าขยะแขยงและโลภมากของแม่เล้าร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความกลัวแม่เล้าพินิจดูข้าด้วยความพอใจ "ไม่เลว ขอแค่เจ้าว่าง่าย ด้วยคุณสมบัติของเจ้า ต้องเป็นดาวเด่นของหอชุนหยวนได้แน่"ข้าส่งเสียงครางในลำคอด้วยความวิตกกังวลแม่เล้าพูดเสียงเย็นชา "อย่าคิดจะเล่นลูกไม้กับข้าเชียว เข้ามาในหอชุนหยวนแล้ว อย่าคิดว่าจะกลับออกไปได้!"ข้ารู้ว่านางจำข้าไม่ได้ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้ายังอยู่ในวัยซุกซน ข้าเคยแต่งตัวเป็นบุรุษมาเที่ยวหอชุนหยวนสองสามครั้งตอนนั้นแม่เล้าเดาได้ว่าข้าเป็นใคร จึงต้อนรับข้าอย่างดีแต่ข้าไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งข้าจะตกอยู่ในเงื้อมมือของนางข้ากล้ำกลืนความอับอายไว้ คลานไปคว้าเสื้อผ้าราคาแพงที่อยู่บนพื้น ส่งเสียงครางอู้อี้ชุดนี้ตัดจากผ้าแพรพระราชทาน บนนั้นยังมีลายปักที่มีเฉพาะในจวนราชเลขาธิการ แค่ให้แม่...
Komen