แชร์

ตอนที่ 6 เรื่องราวในป่าใหญ่

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-23 12:00:47

 ชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเข้าป่าล่าสัตว์พวกเขาเข้าป่ามาหลายวันแล้วแต่เดิมสมควรจะกลับออกจากป่าได้แล้ว เพียงแต่ว่าการเข้าป่ามาครั้งนี้ยังล่าสัตว์ใหญ่อย่างหมูป่าไม่ได้เลยสักตัว 

หากยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปไม่นับว่ามาเสียเที่ยวหรอกหรือ เพราะความเป็นอยู่ของครอบครัวล้วนยากจน การรวมกลุ่มเข้าป่าล่าสัตว์วันนี้ทุกคนพกความหวังมาเต็มเปี่ยม หากกลับไปมือเปล่าไม่เท่ากับว่าคว้าน้ำเหลวหรอกหรือ

เพราะเป็นแบบนี้คนทั้งกลุ่มได้ตัดสินใจเข้าไปในป่าลึกกว่าที่เคยมา การรวมกลุ่มกันออกมาล่าสัตว์ในครั้งนี้ กินเวลาไปหลายวันกว่าทุกครั้ง หากว่าอีกสองวันยังคงล่าอะไรไม่ได้เลย พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะออกจากป่ากลับบ้านทันที 

“พี่ใหญ่ พวกเราออกจากบ้านมาหลายวันแล้วข้ารู้สึกใจคอไม่ดีเลย ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือไม่ วันที่พวกเราเดินทางมาเสี้ยวเอ๋อร์มีไข้ ตัวร้อนมาก” หยางเทียน

“น้องรองอย่าคิดมากเลย ไม่มีอะไรหรอก ทำใจให้สบายเถอะ ไม่แน่ว่าตอนนี้เสี้ยวเอ๋อร์อาจจะหายดีแล้วก็เป็นได้” หยางเทาได้แต่ปลอบน้องชาย

“ถ้าหากว่าสองวันนี้ยังล่าอะไรไม่ได้อีก ข้าจะกลับบ้านแล้วล่ะ อีกอย่างข้าไม่อยากจะเข้าป่าไปลึกมากกว่านี้แล้วพี่ใหญ่เห็นด้วยหรือไม่”

“อืม ข้าเห็นด้วย”

“พวกเจ้าพี่น้องบ้านหยางน่ะ คิดเห็นยังไงถ้าหากว่าพวกเราจะแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 4 คนออกล่า เพราะถ้าพวกเรายังรวมกันกลุ่มใหญ่แบบนี้ ส่วนแบ่งยิ่งจะน้อยลงไปอีก” หวงจิ่ง หนึ่งในชาวบ้านที่เข้าป่ามาด้วยกัน

“พวกเราพี่น้องไม่ขัดข้องหรอกนะ เดิมทีข้ากับน้องชายก็ตัดสินใจแล้วว่าหากภายในสองวันนี้ยังล่าอะไรไม่ได้พวกเราก็จะออกจากป่ากลับบ้านแล้วล่ะ” หยางเทา

“ใช่ ข้าเป็นห่วงที่บ้าน ร่างกายของภรรยาข้าไม่ใคร่จะดี วันที่พวกเราเดินทางมาลูกชายข้าก็ป่วยไข้ จิตใจข้าไม่สงบเอาเสียเลย” หยางเทียน

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ข้าจะได้ไปบอกคนอื่น ๆ ที่เหลือ ส่วนพวกเจ้าจะจับกลุ่มกับใครก็แล้วแต่การตัดสินใจของพวกเจ้าพี่น้อง ข้าไปล่ะ”

หลังจากหวงจิ่งนำคำพูดของผู้นำกลุ่มมาบอกกล่าวแก่ทุกคนเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็มีการแบ่งกลุ่มกันขึ้นโดยที่พี่น้องบ้านหยางทั้งสองคนอยู่กลุ่มเดียวกับพี่น้องบ้านลู่ที่มีความสนิทสนมกันดี ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรวมกลุ่มเข้าป่าล่าสัตว์กันอยู่ประจำ แต่ว่าชาวบ้านที่เข้าป่ามาด้วยกันก็ไม่ได้มีความสนิทชิดเชื้อกันไปเสียทุกคน

“เอาล่ะพวกเราจะแยกกันล่า แล้วอีกสองวันมาเจอกันที่ตรงนี้นะ ข้าขอเตือนพวกเจ้าอย่าได้เข้าไปในป่าลึกมากกว่านี้ เพราะถ้าเกิดว่าหลงเข้าไปในภูเขาอู๋หลงแล้วล่ะก็ความเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตรอดกลับมานั้นแทบไม่มี ภูเขาอู๋หลงทางด้านนี้อันตรายกว่าทางด้านที่อยู่ติดกับหมู่บ้านของเรา อย่าได้เอาชีวิตไปเสี่ยงอันตราย พวกเจ้าอย่าลืมว่ายังมีครอบครัวที่รอการกลับไปของพวกเจ้าทุกคนอยู่” จางหยุนเทียน ผู้นำกลุ่มในการล่าสัตว์ครั้งนี้ บอกให้ทุกคนระวังตัวก่อนจะแยกย้ายกันไป

“พวกเราเข้าใจแล้วท่านลุงจาง ขอบคุณท่านมากขอรับ" หยางเทียน

หลังจากนั้นพวกหยางเทียนก็ได้แยกจากชาวบ้านคนอื่นไปกับพี่น้องลู่จื้อ ลู่คง ทั้งสี่คนช่วยกันวางกับดักจากนั้นก็หาถ้ำหรือโพรงไม้ที่สามารถเข้าไปพักอาศัยได้ การมาล่าสัตว์ครั้งนี้ นับว่าไม่ราบรื่นตั้งแต่แรก เมื่อส่วนแบ่งน้อยย่อมมีคนไม่พอใจและอยากแยกตัวออกไปล่าเพียงลำพัง โดยไม่คำนึงถึงอันตราย หากว่าไม่ได้ลุงจางเตือนสติเอาไว้คงแตกแยกกันไปนานแล้ว

“ข้าว่าเข้าป่ามาครั้งนี้แปลกมาก แม้แต่ไก่ฟ้ายังหาได้ยากเลย ลำพังในแต่ละวันสัตว์ป่าเล็ก ๆ ที่ล่ามาได้ก็กลายเป็นเสบียงของพวกเราไปแล้ว แบบนี้จะเหลืออะไรให้เอากลับบ้านไปได้กัน” ลู่คง

“ข้าเห็นด้วยกับอาคง ข้าเองก็รู้สึกว่ามันแปลกมาก ข้าสังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้” หยางเทียน

“ข้าว่าพวกเราคงต้องระวังตัวให้มาก ขอแค่พวกเราปลอดภัยกลับไป ย่อมมีทางอื่นแน่นอน แต่ถ้าหากเอาชีวิตไปเสี่ยงอันตรายเกิดบาดเจ็บขึ้นมาจะกลายเป็นภาระครอบครัวเสียเปล่า ๆ แบบนั้นข้าว่าคงจะไม่ดีแน่” หยางเทา

“ข้าเห็นด้วยกับอาเทานะ” ลู่จื้อ

“ข้าอยากเตือนพวกเจ้าสักหน่อย อย่าได้วางใจคนบ้านเฟิง เมื่อสักครู่พวกเจ้าไม่เห็นสายตาที่เฟิงเล่ยมองมาทางพวกเราหรือ ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนบ้านนี้จงเกลียดจงชังอะไรพวกเจ้าสองพี่น้อง” ลู่คง

“ก็จะอะไรเสียอีก ใครไม่รู้บ้างว่าก่อนที่เสิ่นซื่อจะแต่งให้กับอาเทียนเฟิงเล่ยเองก็หมายตาเสิ่นซื่ออยู่เพียงแต่ครอบครัวของเสิ่นซื่อพอใจในตัวของอาเทียนถึงได้ตกลงให้มีการแต่งงานเกิดขึ้น เฟิงเล่ยเลยไม่ชอบหน้าอาเทียนมาตั้งแต่ตอนนั้นน่ะสิ” ลู่จื้อ

“เรื่องนี้มันก็นานมากแล้วนะ ต่างคนต่างแต่งภรรยาของตัวเองมาแล้ว ทำไมยังผูกใจเจ็บอยู่อีก ครั้งก่อนก็ล่อหมาป่ามา ถึงจะบอกว่าไม่ได้เจตนาแต่ข้าว่าคิดดีไม่ได้เลย โชคดีที่ลุงจางฝีมือเก่งกาจ หาไม่แล้วพวกเราได้แย่แน่ ๆ” หยางเทา

“อย่าคิดมากเลย ข้าคิดว่าเฟิงเล่ยคงไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้งนักหรอก อย่างมากก็คงเล่นลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเราแค่ระวังตัวให้ดีก็พอแล้ว ปีนี้เห็นว่าบ้านเฟิงเองก็เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตไม่มากเท่าไหร่ คนในบ้านเยอะย่อมทุกข์ใจเรื่องอาหารการกินอยู่แล้ว ข้าคิดว่าเฟิงเล่ยเองคงไม่มีเวลามาคิดแค้นเคืองข้ามากนักหรอก” หยางเทียน

“ก็ไม่แน่หรอก คนบ้านเฟิงหาดีไม่ได้ ระวังเอาไว้หน่อยก็ดี”

“อืม ข้าจะระวัง ตอนนี้พวกเรารีบพักผ่อนกันเถอะ”

ชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นล้วนแต่เป็นคนจิตใจดี แต่ในหมู่คนที่จิตใจดีเหล่านี้ย่อมมีคนไม่ดีปะปนอยู่ มีทั้งอิจฉาริษยา อีกทั้งพวกที่ทนเห็นคนอื่นได้ดีมีความสุขไม่ได้ต้องหาทางปัดแข้งปัดขาเสียหน่อยถึงจะดี 

หลังจากแต่ละกลุ่มแยกย้ายเพื่อหาเป้าหมายของตัวเอง จางหยุนเทียนเองก็จับตามองสี่พี่น้องบ้านเฟิงอยู่ตลอด เพราะเขาไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะก่อเรื่องอะไรอีก 

ครั้งที่แล้วก็ล่อหมาป่าเข้ามาในกลุ่มชาวบ้าน โชคดีที่มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น หากมากันทั้งฝูงยังไม่แน่ว่าจะมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หาว่าพวกเขาไม่คิดทำอะไรโง่ ๆ คงจะดีไม่น้อย

ทางด้านหยางเสี้ยวนั้นในทุก ๆ วันจะเข้าป่าเพื่อหาผักป่าหรือและตรวจดูกับดัก น้องชายอย่างหยางเสียนตอนนี้มีเจ้าเสี่ยวไป๋เล่นเป็นเพื่อนแล้วและไม่ต้องการตามพี่ชายเข้าป่าอีก ทำให้หยางเสี้ยวดีใจมาก เพราะถ้าหากน้องชายไปกับเขาด้วย เขาก็ไม่สามารถที่จะแอบเข้าไปในภูเขาอู๋หลงได้ แบบนั้นไม่เท่ากับว่าความลับที่เขาเข้าป่าลึกจะถูกเปิดเผยหรือ

บ้านใหญ่หยาง ตอนนี้อาหารการกินนับว่าไม่ลำบากมาก หลานชายเอาอาหารมาแบ่งให้ทุกครั้ง คนเป็นปู่เป็นย่าทั้งทุกข์ใจและสุขใจ สุขใจที่หลานกตัญญู ทุกข์ใจที่ครอบครัวพวกเขาล้วนยากจน การที่หยางเสี้ยวนำปลาและไก่ฟ้ามาให้บ่อย ๆ นั้น คนเป็นปู่เป็นย่าอยากให้เด็กชายนำไปขายเพื่อหาเงินเข้าบ้านมากกว่า 

แต่หยางเสี้ยวกลับบอกว่าคนเราจะทำงานหนักได้ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงก่อน ถ้าเกิดว่าร่างกายอ่อนแอเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา นอกจากจะต้องจ่ายค่าหมอค่ายาแล้วยังไม่สามารถทำงานได้ ถึงเวลานั้นจะตกเป็นภาระคนผู้อื่นที่จะต้องมาดูแล เมื่อทั้งสองคนคิดตามที่หลานพูดมานับว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง 

เพราะที่ผ่านมาอาหารการกินไม่พอ การที่จะมีเนื้อกินนั้นไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสได้กินบ่อย ๆ สัตว์น้อยใหญ่ที่ล่ามาได้แต่ละครั้งล้วนแล้วแต่นำไปขายแลกเงินทั้งนั้น เมื่อย้อนกลับมามองดูเด็กเล็ก ๆในบ้านต่างก็ซูบผอมกันทั้งนั้น ทุกคนต่างคิดว่าหลังจากที่หยางเสี้ยวป่วยในครั้งนี้เด็กชายเปลี่ยนไปมาก 

หยางเสี้ยวมีความคิดความอ่านที่รอบคอบเกินกว่าเด็กวัยแปดขวบทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ว่าหลานจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน คนเป็นปู่เป็นย่าย่อมดีใจที่เห็นหลานมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี อาจจะเพราะว่าครอบครัวของลูกชายคนรองมีเพียงหยางเทียนผู้เป็นพ่อที่เป็นแรงงานหลักของบ้าน 

ทำให้หยางเสี้ยวพยายามโตเกินวัยเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของบิดา น้องชายยังเด็ก มารดาร่างกายไม่แข็งแรงเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา การที่หยางเสี้ยวเปลี่ยนไปอาจจะมาจากสาเหตุนี้ก็ได้ ไม่มีใครคิดว่าหยางเสี้ยวตัวจริงได้ตายไปแล้ว ตอนนี้ไส้ในของหยางเสี้ยวคือมังกรที่มาจากมิติหนึ่ง อายุวิญญาณคือ 22 ไม่ใช่แปดขวบอย่างที่เป็น

“อาเสี้ยว อาเสี้ยวเจ้าอยู่บ้านหรือเปล่า” หยางเชวียนที่วันนี้ออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้า เด็กชายตั้งใจว่าจะตามน้องชายลูกพี่ลูกน้องเข้าป่าด้วยกัน

“พี่ใหญ่เชวียน มาหาข้าแต่เช้า มีอะไรหรือเปล่าขอรับ แล้วนี้กินมื้อเช้ามาหรือยัง”

“ข้ากินมาแล้ว วันนี้ข้าจะเข้าป่าไปหาผักป่ากับเจ้าด้วย วันนี้ท่านปู่กับท่านย่าและท่านแม่ออกไปรดน้ำที่ทุ่งนากันหมด”

“ได้สิ รอข้าสักเดี๋ยวนะ ขอไปเตรียมของก่อน”

“บ๊อก บ๊อก” เจ้าเสี่ยวไป๋เห่าหยางเชวียนเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

“เอ๋ เจ้าตัวเล็กนี่มาจากไหน อาเสียนเจ้าเอาลูกหมามาจากที่ใดกัน” 

“พี่ใหญ่เก็บมาจากป่าขอรับ ท่านพี่เชวียน พี่ใหญ่เอามาให้เป็นเพื่อนเล่นของข้า ท่านพี่เชวียนดูสิมันน่ารักมากเลย พี่ใหญ่ตั้งชื่อให้มันว่า เสี่ยวไป๋”

“เป็นเช่นนั้นหรือ ดีจังเลยนะ ต่อไปเจ้าก็จะได้มีเพื่อนเล่นแล้ว ทำไมเจ้าไม่ไปเล่นกับอาอินที่บ้านของข้าล่ะ”

“ไปไม่ได้หรอกขอรับ หากข้าไปแล้วท่านแม่ก็ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน พี่ใหญ่ก็ต้องเข้าป่าหาของป่า ท่านพ่อก็ไม่อยู่ข้าเลยต้องอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ ช่วยท่านแม่ปลูกผักที่บ้านขอรับ”

“อาเสียนเป็นเด็กดีจริง ๆ”

“ข้าพร้อมแล้วเราไปกันเถอะ เสียนเอ๋อร์อยู่บ้านกับท่านแม่ดี ๆ ล่ะเข้าใจหรือไม่ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะหาของอร่อย ๆ กลับมาฝาก”

“ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะรอกินนะขอรับ”

บทที่เกี่ยวข้อง

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง    ตอนที่ 7 เข้าป่ากับหยางเชวียน

    วันนี้เพราะมีหยางเชวียนมาด้วยทำให้หยางเสี้ยวกำลังตัดสินใจว่าจะไปที่ภูเขาอู๋หลงดีหรือไม่ เพราะการที่เขาเข้าป่าลึกไปทุกวันนั้นเขาไม่ได้บอกให้ใครรู้ ทุกคนเข้าใจว่าเขาไปขุดผักป่าและวางกับดักที่ภูเขาซิ่วสือที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของภูเขาอู๋หลง แต่หลังจากคิดไตร่ตรองรอบคอบแล้ว หยางเสี้ยวคิดว่าตัวเองสมควรจะพูดจาตกลงกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของตัวเองให้เข้าใจ ตอนนี้ท่านลุงยังไม่กลับบ้าน ลำพังอาศัยแค่ท่านปู่คนเดียวคงจะไม่ได้ ป้าสะใภ้เจ็บป่วยอ่อนแอ ท่านย่าเองร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเช่นเดียวกัน หยางเสี้ยวคิดว่าที่ทุกคนร่างกายไม่แข็งแรงมักเจ็บป่วยอยู่เสมอนั้นอาจจะเป็นเพราะขาดสารอาหาร เมื่อความเป็นอยู่ไม่ดีอาหารมีไม่เพียงพอ เนื้อสัตว์คือสิ่งที่หายาก อาหารแต่ละมื้อไม่ผักป่าผัดกับน้ำเติมเกลือนิดหน่อยก็เป็นโจ๊กที่หาเม็ดข้าวไม่เจอ น้ำมันสำหรับทำอาหารนั้นเป็นสิ่งที่หายากสำหรับชาวบ้านยากจน ส่วนเกลือก็ราคาแพง แต่ที่แพงกว่าเกลือก็น้ำตาล ไม่ว่าจะอะไรล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น“อาเสี้ยว มีอะไรหรือเปล่า ข้าเห็นเจ้าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่นานสองนาน แล้วนี่เราจะไปขุดผักป่าที่ไหนหรือ ทำไมเจ้าพาข้าเดินมาทางนี้ล่ะ เราไม

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 8 รู้ความจริง

    หยางเสี้ยวยังคงเดินหน้าเข้าไปในภูเขาอู๋หลงต่อไปเรื่อย ๆ หยางเชวียนเองก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวเท่ากับตอนแรกที่ยังไม่ได้เข้ามา ตอนนี้ในตะกร้าของเขามีผักป่าอยู่มากมาย หยางเสี้ยวบอกกับเขาว่าอย่าเก็บผักป่าไปมากนัก ให้เหลือพื้นที่ในตะกร้าเอาไว้ใส่ผลไม้ด้วย หากว่าไม่พบผลไม้อย่างอื่นค่อยเก็บผักป่าใส่ให้เต็ม“อาเสี้ยว ถ้าพวกเราเดินเข้าไปอีกจะกลับออกจากป่าไม่ทันนะ มันจะมืดเสียก่อน วันนี้พอแค่นี้ดีหรือไม่”“เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ว่าพรุ่งนี้ข้าอยากไปดูแถวป่าไผ่ก่อน ไม่รู้ว่าจะมีเห็ดเยื่อไผ่ให้เก็บหรือไม่”“เห็ดเยื่อไผ่คืออะไร ทำไมข้าไม่เคยได้ยินหรือได้เห็นเห็ดเยื่อไผ่ที่เจ้าว่ามานี้เลย” “ข้าว่าท่านน่ะอาจจะเคยเห็นแต่ไม่รู้จักก็เป็นได้”ในตอนที่ทั้งสองคนคุยกันเดินกลับออกจากป่าเพื่อจะไปตรวจดูกับดักที่หยางเสี้ยววางเอาไว้นั้น หยางเสี้ยวได้ยินเสียงคนคุยกันมาจากอีกด้านของป่า เด็กชายส่งสัญญาณให้หยางเชวียนเงียบ จากนั้นจึงพากันไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เสียงที่ทั้งสองคนได้ยินนั้นคือเสียงของลูกชายผู้ใหญ่บ้านเป็นไปตามที่หยางเสี้ยวได้คาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด ปล่อยข่าวลือที่ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว เพื่อที่ตัวเองจะได้เก็

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 9 การกลับมาของท่านพ่อ

    เสิ่นซื่อมองแผ่นหลังของลูกหลานเดินออกจากบ้านไปพร้อมตะกร้าใบเล็กที่ใส่กระต่ายเอาไว้ กระต่ายตัวอ้วนน้ำหนักน่าจะประมาณสี่หรือห้าชั่ง หยางเชวียนแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยของป่า นอกจากนี้ยังมีไก่ฟ้ากับกระต่ายป่าอย่างละตัว ทั้งสองคนใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงบ้านลุงฟู่กุ้ย หยางเสี้ยวต้องการขายกระต่ายตัวนี้ก่อน ค่อยไปบ้านท่านปู่พร้อมกับหยางเชวียน “อาเสี้ยว เจ้าว่าท่านปู่กับท่านย่าจะกล้ากินผูเถานี่หรือไม่ แล้วเราสองคนจะโดนท่านปู่ตำหนิหรือไม่ที่เข้าป่าไปลึก” หยางเชวียนเริ่มวิตกกังวล“ท่านไม่ต้องกลัวไป ประเดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ท่านปู่ฟังเอง ข้าเชื่อว่าท่านปู่มีเหตุผลพอที่จะไม่ดุด่าพวกเรา อาจจะมีตักเตือนนิดหน่อย”“ข้ากลัวว่าจะโดนไม้เรียวนี่สิ”“ท่านคิดมากไปแล้ว”เด็กชายทั้งสองยืนคุยกันอยู่หน้าบ้านของท่านลุงฟู่กุ้ยจนทำให้ท่านป้าหนิงเปิดประตูออกมาเรียกให้ทั้งสองเข้าไปในบ้าน“เจ้าสองคนพี่น้อง มายืนทำอันใดอยู่ตรงนี้ หรือว่ามีของมาขายให้ลุงฟู่กุ้ยของพวกเจ้ากันล่ะ เข้ามาก่อนสิ”“ขอบคุณท่านป้ามากขอรับ ข้าเอากระต่ายมาขายน่ะขอรับ” “โอ้ กระต่ายเหรอ เจ้ารอสักประเดี๋ยวป้าจะไปเรียกลุงของเจ้ามา”“ขอบคุณท่านป้าขอรับ”

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง    ตอนที่ 10 ครอบครัวพร้อมหน้า

    เสิ่นซื่อได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กร้องเอะอะเรียกนางกับบุตรชายคนโตเสียงดัง ในที่สุดสามีของนางก็กลับมาได้เสียที ความกังวลใจที่มีตลอดหลายวันมานี้ ก็สามารถวางลงได้แล้ว หยางเสี้ยวเองก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ท่านพ่อที่ไม่เคยได้พบหน้ากันผู้นี้ จะมีหน้าตาเหมือนพ่ออาทิตย์ของเขาหรือไม่สองแม่ลูกรีบเดินออกไปยังลานหน้าบ้านด้วยความเร่งรีบ เสิ่นซื่อมีรอยยิ้มอยู่เต็มหน้า เมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีกลับมาด้วยความปลอดภัย ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นกับเขาอย่างที่นางเป็นกังวล เพราะครั้งนี้หยางเทียนเข้าป่าไปหลายวันกว่าทุกครั้ง เสิ่นซื่ออดกลัวไม่ได้ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในป่า"ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว""อื้ม ข้ากลับมาแล้ว ครั้งนี้ไปเสียหลายวันพวกเจ้าแม่ลูกคงเป็นห่วงแย่"หยางเสี้ยวที่เดินตามหลังผู้เป็นแม่ออกมา เมื่อเห็นหน้าคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาในภพภูมินี้ของตน ก็อดที่จะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ หยางเทียน บิดาในชาตินี้ของเขามีหน้าตาเหมือนพ่ออาทิตย์อย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับว่าเป็นคนคนเดียวกันเสียอย่างนั้น หากเขาไม่ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหยางเสี้ยว ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้ก็คือพ่ออาทิตย์ของเขาอย่างไม่ต้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 11 ขายผูเถา

    เช้าวันต่อมาหยางเทียนแบกตะกร้าที่ใส่ผูเถาเอาไว้ออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเหม่า พร้อมด้วยหยางเทาผู้เป็นพี่ชาย เป้าหมายคือโรงเตี๊ยมเยี่ยนไหล เช้านี้ทั้งสองคนจะนำเอาผูเถาที่ลูกชายเก็บกลับมาจากภูเขาอู๋หลงเข้าไปขาย ทั้งสองคนไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่ แต่หยางเสี้ยวบอกเอาไว้ว่าต้องขายได้แน่ ๆ เพียงแต่จะได้มากได้น้อยนั้นขึ้นอยู่กับราคารับซื้อของโรงเตี๊ยม“น้องรอง ตั้งแต่เสี้ยวเอ๋อร์หายป่วยท่านพ่อบอกว่าหลานเปลี่ยนไปมากหรือ” หยางเทาถามน้องชายถึงความเปลี่ยนแปลงของหลาน“ใช่ขอรับพี่ใหญ่ เสี้ยวเอ๋อร์เปลี่ยนไปมากจริง ๆ ข้าไม่รู้ว่าตอนที่ลูกล้มป่วยเขาไปเจอเรื่องอันใดมา แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เขาก็ยังคงเป็นลูกชายของข้าเสมอ”“เจ้าเองอย่าได้คิดมากเลย การที่อาเสี้ยวเปลี่ยนไปในทางที่ดีแบบนี้ก็ดีแล้ว อายุแค่ 8 ขวบปีแต่จิตใจเข้มแข็งกล้าหาญกว่าข้าที่เป็นท่านลุงอีก อาเชวียนเล่าว่าอาเสี้ยวสอนวางกับดักด้วย เสียดายที่พวกเราไม่มีเงินส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือ ด้วยความฉลาดของพวกเขาข้าคิดว่าต้องสอบได้เป็นซิ่วไฉแน่”“ไม่แน่ว่าในอนาคตชีวิตของพวกเราอาจจะดีขึ้นก็ได้ ข้าเองรู้สึกละอายใจมาก ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นบิดาที่ไ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง    ตอนที่ 1 นอนหลับอยู่ดี ๆ ตื่นมาอีกทีก็ ....

    โลกคู่ขนานในอีกมิติหนึ่ง มังกรรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความไม่สบายตัว เขาจำได้ว่าเมื่อตอนกลางวันไปไหว้อัฐิพ่อกับแม่ที่วัดกลับมาก็อาบน้ำนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียการเดินทางโดยนั่งรถประจำทางกลับมาบ้านเกิดไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย เหนื่อยมากจริง ๆ พอเขาลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ที่นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของเขาที่บ้านเกิดหลังคามุงหญ้า ฝาผนังทำจากดินโคลนผสมฟาง ที่นี่ที่ไหน หรือเขาโดนจับตัวมาเรียกค่าไถ่ ถึงจะบอกว่าโดนจับตัวมาเขาก็ไม่มีเงินให้หรอกนะตอนนี้ ก็เหลือตัวคนเดียวแล้วเงินที่ไหนจะมี เรียนก็เพิ่งจบงานก็ยังไม่ได้ทำ จะมีก็แค่เงินประกันของพ่อแม่นิดหน่อยเท่านั้น ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือเกิดการเข้าใจผิดกันแน่ ถึงได้จับเขามาขังเอาไว้ที่นี่มังกรนอนคิดเรื่อยเปื่อยจนในที่สุดก็ตัดสินใจว่าตัวเองจะมัวมานอนคิดให้เปลืองสมองทำไม ลุกขึ้นไปดูเลยดีกว่าว่าที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ หวังว่าคนที่จับเขามาจะให้คำตอบเขาได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้วมังกรลุกขึ้นจากเตียงแข็ง ๆ ที่นอนจนปวดหลังมาทั้งคืน ยังไม่ทันที่จะก้าวขาลงจากเตียงก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาและก็มีความทรงจำของเด

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง    ตอนที่ 2 เริ่มต้นชีวิตใหม่ ในชื่อหยางเสี้ยว

    สองพี่น้องเดินออกจากบ้านและไม่ลืมที่จะปิดประตูรั้วให้เรียบร้อย หยางเสียนเด็กน้อยวัย 6 ขวบเป็นเด็กร่าเริงและรู้ความ ถึงแม้ว่าครอบครัวจะยากจน อาหารการกินไม่พอ แต่เด็กน้อยเองไม่เคยงอแงเลยสักครั้ง กลับกัน ท่าทางของเจ้าหนูน้อยมีความเป็นผู้ใหญ่เกินวัยอยู่มาก อาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่สอนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยก็เป็นได้ทั้งสองคนเดินลัดเลาะตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนผ่านมาเท่าไหร่ เพราะลำธารสายนี้ไม่นับว่าใหญ่มาก ไม่เหมือนกับลำธารที่อยู่ทางฝั่งบ้านของท่านปู่ท่านย่า อีกทั้งบ้านของพวกเขาอยู่ถึงท้ายหมู่บ้านจึงทำให้ไม่ค่อยมีคนผ่านไป หยางเสี้ยวพาน้องชายเดินมุ่งหน้าไปทางลำธาร ระหว่างทางก็สอดส่ายสายตามองหาเผื่อว่าจะพบเจออะไรที่สามารถเอากลับไปกินได้ แต่เดินมาจนเกือบถึงลำธารแล้วก็ยังหาของที่กินได้ไม่พบเลยสักอย่าง ตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่าเมื่อถึงลำธารแล้วยังจะพอมีอะไรให้กินได้บ้าง “พี่ใหญ่ ข้าคิดถึงท่านพ่อขอรับ หลายวันมานี่ท่านแม่เองก็มีสีหน้าทุกข์ใจ ยิ่งยามที่ท่านป่วยไข้นอนไม่ได้สติอยู่สองวัน ข้าเห็นท่านแม่แอบร้องไห้ในห้องครัวด้วยขอรับ”“เป็นพี่ใหญ่ที่ไม่ดีเอง พี่ใหญ่อ่อนแอ ทำให้เจ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 3 รอยยิ้มของน้องชาย

    เสิ่นซื่อที่กลับมาจากขุดผักป่ากับเพื่อนบ้าน เมื่อมาถึงกลับพบว่าลูกชายทั้งสองไม่อยู่ในบ้าน นางหาจนทั่วแล้วแต่หาลูกชายทั้งสองไม่พบ สวนหลังบ้านก็ไม่มี เมื่อไปดูในห้องเก็บฟืนถึงได้รู้ว่าตะกร้าสะพายหลังของลูกชายทั้งสองหายไป นี่ไม่เท่ากับว่าสองพี่น้องพากันขึ้นเขาไปหรือ ลูกชายของนางยังไม่ทันได้หายดีก็ขึ้นเขาไปอีกแล้ว ด้วยความร้อนใจเสิ่นซื่อรีบออกไปตามหาทันที แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ก้าวขาออกไปพ้นประตูบ้านก็พบว่าสองพี่น้องจูงมือกันกลับมา และได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กหัวเราะคิกคักดังลอยมา เสิ่นซื่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ “เสี้ยวเอ๋อร์เจ้าพาน้องไปที่ใดมา ไม่ใช่ว่าแม่บอกให้เจ้าพักผ่อนหรือ เจ้ายังไม่หายดีด้วยซ้ำ เสียนเอ๋อร์เหตุใดเจ้าไม่ห้ามปรามพี่ชาย ไม่ใช่แม่บอกให้เจ้าอยู่ดูแลพี่ชายหรือ”“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ข้าเป็นน้องชายเผื่อท่านแม่จะลืม ท่านพี่บอกว่าหายแล้ว อยากออกไปเดินเล่น พวกเราไม่ได้ไปไหนไกลเลยนะขอรับ ไปแค่ลำธารหลังบ้านเอง”“เจ้าลูกคนนี้นี่ ไม่ใช่ว่าเจ้ารบเร้าให้พี่ใหญ่ของเจ้าพาออกไปหรอกนะ”“ท่านแม่ขอรับ อย่าตำหนิน้องเลยขอรับ เป็นข้าเองที่ชวนน้องชายออกไป ข้าหายแล้วจริง ๆ ขอรับ ข้าน

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23

บทล่าสุด

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 11 ขายผูเถา

    เช้าวันต่อมาหยางเทียนแบกตะกร้าที่ใส่ผูเถาเอาไว้ออกจากบ้านไปตั้งแต่ยามเหม่า พร้อมด้วยหยางเทาผู้เป็นพี่ชาย เป้าหมายคือโรงเตี๊ยมเยี่ยนไหล เช้านี้ทั้งสองคนจะนำเอาผูเถาที่ลูกชายเก็บกลับมาจากภูเขาอู๋หลงเข้าไปขาย ทั้งสองคนไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่ แต่หยางเสี้ยวบอกเอาไว้ว่าต้องขายได้แน่ ๆ เพียงแต่จะได้มากได้น้อยนั้นขึ้นอยู่กับราคารับซื้อของโรงเตี๊ยม“น้องรอง ตั้งแต่เสี้ยวเอ๋อร์หายป่วยท่านพ่อบอกว่าหลานเปลี่ยนไปมากหรือ” หยางเทาถามน้องชายถึงความเปลี่ยนแปลงของหลาน“ใช่ขอรับพี่ใหญ่ เสี้ยวเอ๋อร์เปลี่ยนไปมากจริง ๆ ข้าไม่รู้ว่าตอนที่ลูกล้มป่วยเขาไปเจอเรื่องอันใดมา แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เขาก็ยังคงเป็นลูกชายของข้าเสมอ”“เจ้าเองอย่าได้คิดมากเลย การที่อาเสี้ยวเปลี่ยนไปในทางที่ดีแบบนี้ก็ดีแล้ว อายุแค่ 8 ขวบปีแต่จิตใจเข้มแข็งกล้าหาญกว่าข้าที่เป็นท่านลุงอีก อาเชวียนเล่าว่าอาเสี้ยวสอนวางกับดักด้วย เสียดายที่พวกเราไม่มีเงินส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือ ด้วยความฉลาดของพวกเขาข้าคิดว่าต้องสอบได้เป็นซิ่วไฉแน่”“ไม่แน่ว่าในอนาคตชีวิตของพวกเราอาจจะดีขึ้นก็ได้ ข้าเองรู้สึกละอายใจมาก ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นบิดาที่ไ

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง    ตอนที่ 10 ครอบครัวพร้อมหน้า

    เสิ่นซื่อได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กร้องเอะอะเรียกนางกับบุตรชายคนโตเสียงดัง ในที่สุดสามีของนางก็กลับมาได้เสียที ความกังวลใจที่มีตลอดหลายวันมานี้ ก็สามารถวางลงได้แล้ว หยางเสี้ยวเองก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ท่านพ่อที่ไม่เคยได้พบหน้ากันผู้นี้ จะมีหน้าตาเหมือนพ่ออาทิตย์ของเขาหรือไม่สองแม่ลูกรีบเดินออกไปยังลานหน้าบ้านด้วยความเร่งรีบ เสิ่นซื่อมีรอยยิ้มอยู่เต็มหน้า เมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีกลับมาด้วยความปลอดภัย ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นกับเขาอย่างที่นางเป็นกังวล เพราะครั้งนี้หยางเทียนเข้าป่าไปหลายวันกว่าทุกครั้ง เสิ่นซื่ออดกลัวไม่ได้ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในป่า"ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว""อื้ม ข้ากลับมาแล้ว ครั้งนี้ไปเสียหลายวันพวกเจ้าแม่ลูกคงเป็นห่วงแย่"หยางเสี้ยวที่เดินตามหลังผู้เป็นแม่ออกมา เมื่อเห็นหน้าคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาในภพภูมินี้ของตน ก็อดที่จะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้ หยางเทียน บิดาในชาตินี้ของเขามีหน้าตาเหมือนพ่ออาทิตย์อย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับว่าเป็นคนคนเดียวกันเสียอย่างนั้น หากเขาไม่ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหยางเสี้ยว ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้ก็คือพ่ออาทิตย์ของเขาอย่างไม่ต้

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 9 การกลับมาของท่านพ่อ

    เสิ่นซื่อมองแผ่นหลังของลูกหลานเดินออกจากบ้านไปพร้อมตะกร้าใบเล็กที่ใส่กระต่ายเอาไว้ กระต่ายตัวอ้วนน้ำหนักน่าจะประมาณสี่หรือห้าชั่ง หยางเชวียนแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยของป่า นอกจากนี้ยังมีไก่ฟ้ากับกระต่ายป่าอย่างละตัว ทั้งสองคนใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงบ้านลุงฟู่กุ้ย หยางเสี้ยวต้องการขายกระต่ายตัวนี้ก่อน ค่อยไปบ้านท่านปู่พร้อมกับหยางเชวียน “อาเสี้ยว เจ้าว่าท่านปู่กับท่านย่าจะกล้ากินผูเถานี่หรือไม่ แล้วเราสองคนจะโดนท่านปู่ตำหนิหรือไม่ที่เข้าป่าไปลึก” หยางเชวียนเริ่มวิตกกังวล“ท่านไม่ต้องกลัวไป ประเดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ท่านปู่ฟังเอง ข้าเชื่อว่าท่านปู่มีเหตุผลพอที่จะไม่ดุด่าพวกเรา อาจจะมีตักเตือนนิดหน่อย”“ข้ากลัวว่าจะโดนไม้เรียวนี่สิ”“ท่านคิดมากไปแล้ว”เด็กชายทั้งสองยืนคุยกันอยู่หน้าบ้านของท่านลุงฟู่กุ้ยจนทำให้ท่านป้าหนิงเปิดประตูออกมาเรียกให้ทั้งสองเข้าไปในบ้าน“เจ้าสองคนพี่น้อง มายืนทำอันใดอยู่ตรงนี้ หรือว่ามีของมาขายให้ลุงฟู่กุ้ยของพวกเจ้ากันล่ะ เข้ามาก่อนสิ”“ขอบคุณท่านป้ามากขอรับ ข้าเอากระต่ายมาขายน่ะขอรับ” “โอ้ กระต่ายเหรอ เจ้ารอสักประเดี๋ยวป้าจะไปเรียกลุงของเจ้ามา”“ขอบคุณท่านป้าขอรับ”

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 8 รู้ความจริง

    หยางเสี้ยวยังคงเดินหน้าเข้าไปในภูเขาอู๋หลงต่อไปเรื่อย ๆ หยางเชวียนเองก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวเท่ากับตอนแรกที่ยังไม่ได้เข้ามา ตอนนี้ในตะกร้าของเขามีผักป่าอยู่มากมาย หยางเสี้ยวบอกกับเขาว่าอย่าเก็บผักป่าไปมากนัก ให้เหลือพื้นที่ในตะกร้าเอาไว้ใส่ผลไม้ด้วย หากว่าไม่พบผลไม้อย่างอื่นค่อยเก็บผักป่าใส่ให้เต็ม“อาเสี้ยว ถ้าพวกเราเดินเข้าไปอีกจะกลับออกจากป่าไม่ทันนะ มันจะมืดเสียก่อน วันนี้พอแค่นี้ดีหรือไม่”“เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ว่าพรุ่งนี้ข้าอยากไปดูแถวป่าไผ่ก่อน ไม่รู้ว่าจะมีเห็ดเยื่อไผ่ให้เก็บหรือไม่”“เห็ดเยื่อไผ่คืออะไร ทำไมข้าไม่เคยได้ยินหรือได้เห็นเห็ดเยื่อไผ่ที่เจ้าว่ามานี้เลย” “ข้าว่าท่านน่ะอาจจะเคยเห็นแต่ไม่รู้จักก็เป็นได้”ในตอนที่ทั้งสองคนคุยกันเดินกลับออกจากป่าเพื่อจะไปตรวจดูกับดักที่หยางเสี้ยววางเอาไว้นั้น หยางเสี้ยวได้ยินเสียงคนคุยกันมาจากอีกด้านของป่า เด็กชายส่งสัญญาณให้หยางเชวียนเงียบ จากนั้นจึงพากันไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เสียงที่ทั้งสองคนได้ยินนั้นคือเสียงของลูกชายผู้ใหญ่บ้านเป็นไปตามที่หยางเสี้ยวได้คาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด ปล่อยข่าวลือที่ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว เพื่อที่ตัวเองจะได้เก็

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง    ตอนที่ 7 เข้าป่ากับหยางเชวียน

    วันนี้เพราะมีหยางเชวียนมาด้วยทำให้หยางเสี้ยวกำลังตัดสินใจว่าจะไปที่ภูเขาอู๋หลงดีหรือไม่ เพราะการที่เขาเข้าป่าลึกไปทุกวันนั้นเขาไม่ได้บอกให้ใครรู้ ทุกคนเข้าใจว่าเขาไปขุดผักป่าและวางกับดักที่ภูเขาซิ่วสือที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของภูเขาอู๋หลง แต่หลังจากคิดไตร่ตรองรอบคอบแล้ว หยางเสี้ยวคิดว่าตัวเองสมควรจะพูดจาตกลงกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของตัวเองให้เข้าใจ ตอนนี้ท่านลุงยังไม่กลับบ้าน ลำพังอาศัยแค่ท่านปู่คนเดียวคงจะไม่ได้ ป้าสะใภ้เจ็บป่วยอ่อนแอ ท่านย่าเองร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเช่นเดียวกัน หยางเสี้ยวคิดว่าที่ทุกคนร่างกายไม่แข็งแรงมักเจ็บป่วยอยู่เสมอนั้นอาจจะเป็นเพราะขาดสารอาหาร เมื่อความเป็นอยู่ไม่ดีอาหารมีไม่เพียงพอ เนื้อสัตว์คือสิ่งที่หายาก อาหารแต่ละมื้อไม่ผักป่าผัดกับน้ำเติมเกลือนิดหน่อยก็เป็นโจ๊กที่หาเม็ดข้าวไม่เจอ น้ำมันสำหรับทำอาหารนั้นเป็นสิ่งที่หายากสำหรับชาวบ้านยากจน ส่วนเกลือก็ราคาแพง แต่ที่แพงกว่าเกลือก็น้ำตาล ไม่ว่าจะอะไรล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น“อาเสี้ยว มีอะไรหรือเปล่า ข้าเห็นเจ้าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่นานสองนาน แล้วนี่เราจะไปขุดผักป่าที่ไหนหรือ ทำไมเจ้าพาข้าเดินมาทางนี้ล่ะ เราไม

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 6 เรื่องราวในป่าใหญ่

    ชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเข้าป่าล่าสัตว์พวกเขาเข้าป่ามาหลายวันแล้วแต่เดิมสมควรจะกลับออกจากป่าได้แล้ว เพียงแต่ว่าการเข้าป่ามาครั้งนี้ยังล่าสัตว์ใหญ่อย่างหมูป่าไม่ได้เลยสักตัว หากยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปไม่นับว่ามาเสียเที่ยวหรอกหรือ เพราะความเป็นอยู่ของครอบครัวล้วนยากจน การรวมกลุ่มเข้าป่าล่าสัตว์วันนี้ทุกคนพกความหวังมาเต็มเปี่ยม หากกลับไปมือเปล่าไม่เท่ากับว่าคว้าน้ำเหลวหรอกหรือเพราะเป็นแบบนี้คนทั้งกลุ่มได้ตัดสินใจเข้าไปในป่าลึกกว่าที่เคยมา การรวมกลุ่มกันออกมาล่าสัตว์ในครั้งนี้ กินเวลาไปหลายวันกว่าทุกครั้ง หากว่าอีกสองวันยังคงล่าอะไรไม่ได้เลย พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะออกจากป่ากลับบ้านทันที “พี่ใหญ่ พวกเราออกจากบ้านมาหลายวันแล้วข้ารู้สึกใจคอไม่ดีเลย ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือไม่ วันที่พวกเราเดินทางมาเสี้ยวเอ๋อร์มีไข้ ตัวร้อนมาก” หยางเทียน“น้องรองอย่าคิดมากเลย ไม่มีอะไรหรอก ทำใจให้สบายเถอะ ไม่แน่ว่าตอนนี้เสี้ยวเอ๋อร์อาจจะหายดีแล้วก็เป็นได้” หยางเทาได้แต่ปลอบน้องชาย“ถ้าหากว่าสองวันนี้ยังล่าอะไรไม่ได้อีก ข้าจะกลับบ้านแล้วล่ะ อีกอย่างข้าไม่อยากจะเข้าป่าไปลึกมากกว่านี้แล้วพี่ใหญ

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 5 สมาชิกใหม่

    หยางเสี้ยวที่เดินมุ่งหน้าไปตรวจดูกับดักที่เขาวางเอาไว้ด้วยความเร่งรีบ ถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะไม่พบของกินอย่างอื่นอีกนอกจากผักป่ากับเห็ดหูหนูดำ แต่ในใจลึก ๆ เด็กน้อยหวังว่าจะมีไก่ฟ้าหรือกระต่ายป่ามาติดกับดักที่เขาวางเอาไว้บ้าง อย่างน้อย ๆ จะได้นำไปทำอาหารบำรุงร่างกาย เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่กินเนื้อคือเมื่อไหร่ ความปรารถนาของหยางเสี้ยวในตอนนี้คือ มีอาหารมากพอให้กินอิ่มในทุกวัน และมีอาหารมากพอเพื่อเก็บสะสมเอาไว้เป็นเสบียงในฤดูหนาว ที่สำคัญหลังคาบ้านคงต้องทำการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพราะดูจากสภาพของบ้านในตอนนี้คงอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวแน่ พอหิมะตกลงมาหลังคาบ้านคงถล่มลงมาแน่ ๆ แค่คิดก็กลัวแทบแย่แล้ว ไหนจะเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ต้องเตรียม เหมือนกับว่าเขาได้ทะลุมิติมาเพื่อทำภารกิจเอาชีวิตรอดในโลกคู่ขนานยังไงยังงั้น“เฮ้อ ชาติที่แล้วว่ายากจนแล้ว ชาตินี้ยิ่งยากจนกว่า ไหน ๆ ก็มาแล้วก็คงต้องสู้กันสักตั้ง หวังว่าจะไม่ตายรอบสองหรอกนะ ทำไมไม่เหมือนที่เราคิดเอาไว้เลยล่ะ ไม่ใช่ชีวิตที่แล้วจน พอได้มีโอกาสได้เกิดใหม่จะต้องรวยหรือเปล่า ทำไมไม่เหมือนที่คิดเอาไว้เลยล่ะ ไม่เห็นเหมือนที่นิยายเขียนเอาไว

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง    ตอนที่ 4 ขายปลา

    เช้าวันต่อมาหยางเสี้ยวตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ข้อดีของการทะลุมิติมาในโลกคู่ขนานแห่งนี้ก็คือ ที่นี่มีทั้งท่านแม่ที่หน้าตาเหมือนคุณแม่ในโลกเดิมทุกอย่าง รวมถึงลักษณะนิสัยด้วย ตอนนี้หยางเสี้ยวมีความมั่นใจว่าท่านพ่อเองก็คงจะมีหน้าตาเหมือนกับคุณพ่อของเขาด้วยเช่นกัน ที่สำคัญเขาไม่ได้เป็นลูกคนเดียวโดดเดี่ยวอีกแล้ว เขามีน้องชายที่น่ารักสดใส ถึงแม้ครอบครัวจะยากจนมากก็ตามที และความยากจนนี่ล่ะที่เป็นอุปสรรคสำคัญของหยางเสี้ยว แต่ถึงจะยากจนหยางเสี้ยวก็ไม่คิดเก็บเอามาใส่ใจ มีเพียงพยายามใช้ชีวิตและมีชีวิตอยู่ตราบใดที่เราพยายามพอ ความยากจนก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญอีกต่อไป ไม่แน่ว่าการที่เขาทะลุมิติมาอาจจะเป็นบททดสอบในการใช้ชีวิต เหมือนกับการรับภารกิจตอนเล่นเกมออนไลน์ หากทำภารกิจสำเร็จย่อมมีรางวัลตามมา หยางเสี้ยวเชื่อเช่นนั้นหลังจากล้างหน้าล้างตาบ้วนปากเรียบร้อยแล้ว หยางเสี้ยวสะพายตะกร้าเดินมุ่งหน้าไปยังลำธารที่เขาขุดหลุมดักปลาเอาไว้ วันนี้หยางเสี้ยวตั้งใจจะขึ้นเขาเผื่อว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ตอนนี้ตัวเขาเองมาอยู่ในร่างของเด็กอายุ 8 ขวบ จึงไม่สามารถทำอะไรได้มากมายนัก สำหรับการล่าสัตว์เขาทำได้เ

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง     ตอนที่ 3 รอยยิ้มของน้องชาย

    เสิ่นซื่อที่กลับมาจากขุดผักป่ากับเพื่อนบ้าน เมื่อมาถึงกลับพบว่าลูกชายทั้งสองไม่อยู่ในบ้าน นางหาจนทั่วแล้วแต่หาลูกชายทั้งสองไม่พบ สวนหลังบ้านก็ไม่มี เมื่อไปดูในห้องเก็บฟืนถึงได้รู้ว่าตะกร้าสะพายหลังของลูกชายทั้งสองหายไป นี่ไม่เท่ากับว่าสองพี่น้องพากันขึ้นเขาไปหรือ ลูกชายของนางยังไม่ทันได้หายดีก็ขึ้นเขาไปอีกแล้ว ด้วยความร้อนใจเสิ่นซื่อรีบออกไปตามหาทันที แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ก้าวขาออกไปพ้นประตูบ้านก็พบว่าสองพี่น้องจูงมือกันกลับมา และได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กหัวเราะคิกคักดังลอยมา เสิ่นซื่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ “เสี้ยวเอ๋อร์เจ้าพาน้องไปที่ใดมา ไม่ใช่ว่าแม่บอกให้เจ้าพักผ่อนหรือ เจ้ายังไม่หายดีด้วยซ้ำ เสียนเอ๋อร์เหตุใดเจ้าไม่ห้ามปรามพี่ชาย ไม่ใช่แม่บอกให้เจ้าอยู่ดูแลพี่ชายหรือ”“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ข้าเป็นน้องชายเผื่อท่านแม่จะลืม ท่านพี่บอกว่าหายแล้ว อยากออกไปเดินเล่น พวกเราไม่ได้ไปไหนไกลเลยนะขอรับ ไปแค่ลำธารหลังบ้านเอง”“เจ้าลูกคนนี้นี่ ไม่ใช่ว่าเจ้ารบเร้าให้พี่ใหญ่ของเจ้าพาออกไปหรอกนะ”“ท่านแม่ขอรับ อย่าตำหนิน้องเลยขอรับ เป็นข้าเองที่ชวนน้องชายออกไป ข้าหายแล้วจริง ๆ ขอรับ ข้าน

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status