หน้าคฤหาสน์สกุลเนี่ยมีรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่ คนที่ก้าวลงมาด้วยตนเอง เพื่อแจ้งความประสงค์แก่ผู้เฝ้าประตูซึ่งปั้นสีหน้าอย่างไม่เป็นมิตรคือจิ่งป๋อ ด้านหลังเขาเป็นเกอสวินคอยอารักขาความปลอดภัย“อย่างไร เรื่องนี้สำคัญนัก ข้าต้องการแจ้งข่าวให้พี่สะใภ้ทราบด้วยตัวเอง”“ขออภัยด้วยคุณชาย ท่านเจ้าบ้านกำชับว่าฮูหยินม่ายสุขภาพไม่สู้ดี และหมอหลวงไม่อยากให้ผู้ใดผ่านเข้าไปข้างใน เกรงจะพาเชื้อโรคปะปนถึงเรือนต่าง ๆ ด้วยโรคบางชนิดในช่วงเวลานี้ติดจากคนสู่คน เรื่องนี้ไม่อาจผ่อนปรน”จิ่งป๋อได้ยินคำพูดราวกับเขาจะพาโรคร้ายไปแปดเปื้อนผู้อื่น เขาจึงทั้งอึ้ง ทั้งโมโห บ่าวสกุลเนี่ยไม่ธรรมดาสักนิด“จะ...เจ้า ฝีปากดีเช่นนี้ เป็นแค่คนดูแลประตูเรือนได้หรือ”ฝ่ายที่ถูกจิ่งป๋อชี้หน้าไม่ได้แสดงความโกรธ เขารับฟังด้วยดี และตอบกลับอย่างสุภาพ ทั้งหมดถูกเตรียมการไว้โดยเป็นคำสั่งของเนี่ยหยวนซู“อย่างที่แจ้งท่านแล้ว หากมอบหนังสือไว้ อย่างไรต้องถึงมือของคุณหนูซูแน่นอน”“พวกเจ้าไร้เหตุผล พี่ใหญ่ข้าแต่งงานกับพี่สะใภ้ไม่กี่วันก็หาเรื่องแยกพวกเขาให้ห่างกัน สิ่งนี้ย่อมไม่ถูกต้อง”คนเฝ้าประตูไม่อยากกล่าวสิ่งใดอีก หน้าที่พวกเขาแค่ยืนกระ
คณะเฉิงอ๋อง หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงโจวบุกป่าเข้ามาในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีจุดประสงค์คือตามหาสัตว์ปีกที่เขาต้องการนำไปเลี้ยงเพื่อเสริมบารมีคู่บัลลังก์ครั้งนี้ฮ่องเต้เฉิงโจวออกล่าสัตว์ป่าด้วยตนเอง พระองค์ต้องการจับเป็นนกชิงเหนี่ยวที่มีขนสีขาว ซึ่งบนศีรษะของมันด้านบนสุดดูคล้ายมีเครื่องประดับสีแดงครอบอยู่ ทั้งงดงามแลเห็นแต่ไกล ขนาดตัวเท่ากับทารกแรกเกิด และเป็นนกที่ใช้ชีวิตในถ้ำสูงประวัติของนกชนิดนี้คือ หากผู้ใดสามารถจับได้ครบสามตัว คนผู้นั้นจะยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า เนื่องจากนกชิงเหนี่ยวคือตัวแทนของ นรก สวรรค์ และดินแดนมนุษย์เมื่อเข้าวันที่สามได้เกิดเหตุไม่คาดฝัน จนเกือบทำให้แคว้นเฉิงโจวเกือบต้องเปลี่ยนฮ่องเต้องค์ใหม่ นั่นเป็นเพราะพวกนายพรานและหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ถูกเสือดำทำร้ายเสียชีวิตไปหลายสิบคน เฉิงอี้หลางก็ถูกตะบบที่หลังมือจนเป็นแผลฉกรรจ์ และนั่นทำให้เขาบ้าเลือดอยากเอาชีวิตเสือดำให้จงได้ สุดท้ายเฉิงอี้หลางได้พลัดหลงเข้าไปในป่าลึก เดือดร้อนจิ่งหลัวคุนที่ติดตามมาด้วยต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือทว่าทั้งหมดกลับเป็นแผนร้ายที่มีคนวางกลอุบายเอาไว้ เพื่อลวงให้ฮ่องเต้หนุ่มติดกับดัก“มีผู้
เนี่ยหยวนซูใช้เวลาในคฤหาสน์สกุลเนี่ยเป็นส่วนใหญ่ นั่นเป็นเพราะนางสนใจเรื่องบัญชีและแผนที่ของเมืองหลวง รวมถึงแคว้นต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นอาณาจักรใหญ่ โดยที่แคว้นเฉิงโจวเป็นหนึ่งในอาณาจักรเว่ย แต่ละแคว้นปกครองตนเอง จัดสรรส่วนกลางให้ส่งมาตรวจสอบปีละสองครั้ง ยามนี้ผู้ที่มาเยือนแคว้นเฉิงโจวคือซือหม่าหู่หรือหู่ฮาวเทียน เขามีอำนาจไม่ต่างจากชินอ๋องผู้หนึ่ง แม้ไร้กำลังทหารนับแสนนาย ทว่าก็ไม่อาจมีผู้ใดลบหลู่เกียรติ มิหนำซ้ำยังได้รับการปรนนิบัติอย่างดีสำหรับเนี่ยหยวนซูยามนี้ สิ่งที่ต้องวางแผนมีมากมาย เป้าหมายนางคือ ทองคำกับความร่ำรวย เรื่องนี้จะทำให้นางที่เป็นสตรีในยุคสมัยโบราณสามารถก้าวขึ้นไปอยู่เหนือผู้ชายอกสามศอกยามนั้นนางมองปิ่นทองคำที่มีพลอยโลหิตประดับอยู่ เครื่องประดับชิ้นนี้เป็นของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่แห่งสยาม ซึ่งครั้งหนึ่งฝ่ายนั้นใช้มันสังหารคนรักตน แม้จะดูเหมือนสิ่งอัปมงคล ทว่าเนี่ยหยวนซูกลับชอบอย่างยิ่ง ด้วยค่อนข้างมีเรื่องชวนให้สะเทือนใจทั้งยังบอกให้รู้ว่า ความรักกับหน้าที่ในบางคราต้องเดินสวนทางกัน และมันอาจสร้างบาดแผลในใจไปชั่วชีวิต“ปิ่นนี้เป็นของเจ้าหญิงองค์หนึ่ง คือสิ่งที่คนรั
อ้ายเหมยที่ช่วงนี้ทำตัวเป็นนกพิราบสื่อสารก้าวมาใกล้ ๆ เชามี่และเอ่ยอย่างมีท่าทีลับลมคมนัยว่า “นายหญิงเชา ดูเหมือนคนของเราที่แฝงตัวอยู่ในเรือนไท่ฮูหยิน เข้าใกล้ความจริงแล้วเจ้าค่ะ มินานคงหาของพวกนั้นพบ คราวนี้เราคงจัดการพวกนั้นให้อยู่ใต้ฝ่าเท้านายหญิงของบ่าวได้เสียที”“อย่าเพิ่งกระโตกกระตาก ข้าบอกแล้วเมื่อหลักฐานมีพร้อม ข้าถึงจะเปิดโปงทุกอย่าง แต่ตอนนี้เราต้องอยู่ในจวนจิ่งให้ได้อย่างปลอดภัยและอดทนเข้าไว้ ซึ่งข้าคงต้องแสดงตัวเป็นอนุคนโปรดของท่านแม่ทัพให้สมบทบาท”อ้ายเหมยพยักหน้าตามที่เชามี่กล่าว แต่อดสงสัยไม่ได้“แต่...สภาพท่านแม่ทัพตอนนี้ อย่าหาว่าบ่าวแช่งเลยนะเจ้าคะ นอนติดเตียงมาหลายวัน และเกอสวินก็วิ่งเข้าวิ่งออก คอยดูแลเกือบทุกอย่าง หากเกิดเรื่องร้ายแรง ฝ่ายเราจะทำอย่างไร ตัวนายหญิงเชาก็ยังไม่มีทายาท...สืบสกุลจิ่ง”“ฮึ จะยากอะไร ข้าต้องมีทายาทของท่านแม่ทัพในท้องให้ได้ อีกอย่าง สิ่งที่ข้าอยากรู้ก็คือนังจิ้งจอกเก้าหางใช้เล่ห์กลต่ำทรามอันใดในคืนเข้าหอกับท่านแม่ทัพ ถึงได้อยู่กันยาวนานจนรุ่งสาง ที่สำคัญหากมันเกิดตั้งครรภ์ ข้าคงรับมือยาก”“นายหญิงเชาอย่าลืมสิเจ้าคะ ตั้งครรภ์ได้ก็สามารถแท
เวลาผ่านไปราว ๆ ชั่วหนึ่งก้านธูปดับเท่านั้น เชามี่ยังไม่ได้แสดงบทงิ้วของนางได้เต็มที่เลย สาวใช้และผู้คุมกฎจากจวนจิ่งก็ก้าวมาที่เรือนหลังนี้ ก่อนที่นางจะถูกกันตัวให้ออกไปอยู่ด้านนอก โดยห้ามเข้าไปรบกวนจิ่งหลัวคุน“ห้ามขัดขวาง ใครไม่เกี่ยวจงถอยไป ข้ากำลังช่วยท่านแม่ทัพ หากกระทำไม่เสร็จตามพิธีกรรม รู้หรือไม่ของอาจเข้าตัวคนในจวนจิ่ง วิญญาณชั่วจะสิงร่างผู้อื่นได้”“นายหญิงเชา แต่สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำคือการเชือดไก่เชือดเป็ด แล้วเอาเลือดมาทาตามขอบประตู ขอบหน้าต่าง นอกจากนั้นกลิ่นกำยาน ก็ทำให้การหายใจติดขัดไปหมด หยุดเสียเถิด การกระทำทั้งหมดนี้ ประหลาดนัก หาใช่การรักษาคนป่วย” คนที่เอ่ยคือเกอสวิน เขาวิ่งวุ่นอยู่ข้างใน คราแรกกำลังจะออกมาห้ามและไล่ตะเพิดเชามี่ ทว่าตำแหน่งตนด้อยกว่านางอยู่สักหน่อย ดังนั้นจึงสั่งให้ทหารรับใช้ ไปแจ้งข่าวที่เรือนจิ่งป๋อ ซึ่งได้ผลเร็วเกินคาด ฝ่ายนั้นคงรีบไปรายงานซ่งหยูชุน“เจ้ามันก็แค่ เด็กน้อยยกอ่างล้างหน้ากับล้างเท้าให้ท่านแม่ทัพ กล้าดีอย่างไรถึงมาขึ้นเสียงกับข้า”เด็กหนุ่มไม่ได้โต้ตอบ หากยืนกรานไม่ให้เชามี่เข้าไปข้างใน และคนจากเรือนไท่ฮูหยินก็หมายจะไปลากตัวนางโยนออกน
แม้จะกินแหนงแคลงใจกันอยู่สักหน่อย แต่นางกับจิ่งป๋อยังนับว่าเป็นญาติกัน ดังนั้นจึงอยากเห็นการแสดงของเขาที่มาจากหอลำนำรัก และนางทำให้ผู้อื่นเห็นความใจกว้างของนางที่มีความเป็นมิตรกับทุกคน โดยเฉพาะพี่น้องฝั่งสามี ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน“คุณหนู ตัดสินใจเช่นนี้ดีแล้วหรือเจ้าคะ อย่างไรคุณชายสามก็เป็นคนแซ่จิ่ง” ด้วยความคุ้นเคยเมื่ออยู่ตามลำพัง ฝานเหอก็มักเรียกเนี่ยหยวนซูเช่นนั้น อีกทั้งนางเป็นแม่นมของหญิงสาวด้วยจึงเอ่ยถามอย่างเป็นกังวลเนี่ยหยวนซูมองฝานเหอก่อนจะบอกอีกฝ่ายว่า “ภายภาคหน้า เราต้องทำการค้ามากมาย ดังนั้นคงเลือกแขกหรือลูกค้าไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างเงื่อนไข เพื่อให้พวกเขาเป็นมิตรยามก้าวเข้ามาในร้าน สิ่งนี้เจ้าเข้าใจที่ข้ากล่าวหรือไม่”“หมายความว่า คุณหนูจะเรียกเก็บเงินจากสกุลจิ่งเมื่อพวกเขามางานเลี้ยง?” และคนที่ถามคือเสี่ยวฉุน“เด็กน้อยของข้า คุณชายสามแม้ไม่ได้ถังแตกและมีเงินทองจากการเปิดการแสดงอยู่บ้าง แต่ข้าคงไม่ไปรีดเลือดกับปูหรอก ครั้งนี้ข้าจะเป็นคนเชิญเขามาร่ายรำในงานเลี้ยงต่างหากเล่า”เสี่ยวฉุนสงสัยหนัก ไม่ต่างจากฝานเหอ“หากคุณหนูอยากชมชายงามหรือนางระบำเอวอ่อน บ่าวเห
ศาลาหลังดังกล่าวซ่อนอยู่หลังบ่อน้ำพุร้อน เนี่ยหยวนซูตั้งใจนัดจิ่งหลัวคุนมาที่นี่ นางอยากสร้างข่าวดังให้แก่ตน ด้วยรู้ว่ายามนี้ไทเฮาหรือปาอิงเหรินพำนักอยู่ที่นี่เกือบครึ่งเดือนแล้วเพื่อถือศีลกินเจ โดยเป็นคำเชิญของหวังเจิ้นซือไท่ดังนั้นจะมีสิ่งใดเล่าที่ทำให้เนี่ยหยวนซูได้พบต้นเหตุที่ทำให้นางต้องแต่งงานกับแม่ทัพหนุ่ม และการปรากฏตัวให้อยู่ในสายตาไทเฮาย่อมเป็นสิ่งที่ดี ฝ่ายนั้นอย่างไรก็ต้องอยากรู้อยากเห็นว่านางกับจิ่งหลัวคุนยังมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันหรือไม่ และจากการคาดคะเนของหญิงสาว นางมั่นใจว่าปาอิงเหรินต้องการได้กำลังพลของสกุลจิ่งมาอยู่ในกำมือตน นอกจากนั้นก็หาทางบีบสกุลเนี่ยให้ตกเป็นเครื่องมือ เพื่อนางจะได้เสวยสุขบนกองเงินกองทองซึ่งจริง ๆ แล้ว หญิงสาวไม่ได้มีเจตนาก่อกวนจิ่งหลัวคุนหรือปั่นหัวให้เขากลายเป็นหมาบ้า เมื่อรู้ว่าเขาบาดเจ็บเพราะรับลูกเกาทัณฑ์แทนฮ่องเต้ก็สงสาร แต่นั่นไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำหยาบคายและป่าเถื่อนกับนาง อย่างไรลาโง่ก็ต้องได้รับบทเรียนก่อนที่นางจะได้หนังสือหย่าขาดจากเขาศาลาดังกล่าวเงียบสงบ และน้ำพุร้อนบริเวณนี้ก็ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้ามาได้ ซึ่งนอกจากเอ
“พี่ใหญ่ ยังมีความจริงใจไม่พอ ทั้งยังขาดแรงจูงใจที่อยากให้พี่สะใภ้กลับมาอยู่ด้วยกัน”“เจ้าอย่ามาทำเป็นรู้ดีกว่าข้า!”“ฮ่า ๆ ๆ เรื่องเอาใจผู้อื่น และพ่นคำหวานหูให้คนหลง ข้าย่อมนำหน้าพี่ใหญ่อยู่หลายก้าว แล้วของที่จะมอบแทนใจแก่พี่สะใภ้เตรียมพร้อมแล้วใช่หรือไม่”แม่ทัพหนุ่มมองไปที่กล่องไม้ที่เกอสวินรักษาไว้ และเอ่ยว่า “สิ่งนี้ข้าตั้งใจมอบให้นางในคืนเข้าหอ ผิดแต่...เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันเสียก่อน” เนี่ยหยวนซูไม่ได้คาดคิดว่า การที่นางมาอารามเชิงเขาจะต้องมีเรื่องไม่คาดฝันถึงเพียงนี้!บุรุษผู้นั้น มองด้านหลังและเห็นเพียงเสี้ยวหน้า หญิงสาวต้องตัวเย็นเฉียบ ก่อนยืนนิ่งอยู่เกือบหนึ่งอึดใจ อีกทั้งท่าทางการเดินของเขาในบางครา ละม้ายจิ่งหลัวคุนหลายส่วน ราวกับอีกฝ่ายถอดแบบบุรุษผู้นี้ ผิดแต่แม่ทัพหนุ่มองอาจมากกว่า หุ่นกำยำและสูงกว่าสักหนึ่งคืบได้ ที่สำคัญจิ่งหลัวคุนมีไอสังหารท่วมร่าง แต่คนที่ยืนอยู่ในเสื้อผ้าสบาย ๆ คล้ายคุณชายท่านหนึ่ง กลับดูสุภาพ อ่อนโยน ทั้งเข้ากับธรรมชาติราวกับเขาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่หญิงสาวเลือกที่จะหลบไปอีกด้าน ทว่ากลับเป็นตอนนั้นที่นางพลาดพลั้งด้วยก้าวเร็วเกินไป ทั้งยังไม่ทันระ
7 เดือนต่อมา หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เนี่ยหยวนซูที่ยามนี้ท้องโตใกล้คลอด มีความสุขในการกินกว่าใคร ส่วนจิ่งหลัวคุนแม้จะเลิกแพ้อาหารแทนนางและไม่ค่อยเป็นลมหรือมีอาการหน้ามืด แต่เขากลับเป็นห่วงภรรยาชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมห่างไปไหน ด้วยได้ยินเรื่องสตรีเสียชีวิตระหว่างคลอดบุตร รวมถึงอันตรายหลังการคลอด อีกทั้งสิ่งที่อาจเกิดกับชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลก ทั้งหมดเป็นเพราะเขาฟังผู้อื่นมากเกินไป ทั้งยังอ่านตำราต่างๆ เยอะ เรื่องนี้เนี่ยหยวนซูเข้าใจว่าเป็นเพราะเขารักและห่วงนาง “ท่านพี่ ข้าเพียงแค่อยากเดินเล่นสักหน่อย...” เนี่ยหยวนซูบอกเขา เช้านี้นางกินทั้งของคาวของหวานแล้วยังมีผลไม้อีก “แต่หมอบอกให้เจ้าอยู่นิ่งๆ ช่วงนี้ใกล้กำหนดที่ลูกจะลืมตาขึ้นมาดูโลกแล้ว” “ท่านพูดถูก แต่ให้นั่งๆ นอนๆ ไม่ขยับตัว มันทำให้ข้าอึดอัด บางทีก็เครียด ซึ่งอาจส่งผลถึงเด็กน้อยของเรา” นางว่าจบจึงมองชายหนุ่ม อ้อนวอนเขาด้วยสายตา “ได้ แต่แค่เดินที่สวนด้านหน้าเท่านั้น เราจะไม่ไปมากกว่านี้” เนี่ยหยวนซูไม่อยากขัดใจสามี แค่เขาให้นางออกจากเร
จิ่งหลัวคุนไม่อาจยืนนิ่งเฉย อาการเขาคล้ายคนจะหน้ามืดตามด้วยการวูบหมดสติ ยามนั้นแม้จิ่งป๋อฉุดแขนพี่ชายไว้ แต่กลายเป็นว่าเขาถูกเตะเสียนี่ แถมไม่ใช่เตะธรรมดา หากส่งผลให้จิ่งป๋อร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร ด้วยใครกันจะทนแรงของอดีตแม่ทัพหนุ่มไหว โดยเฉพาะอีกฝ่ายคือนักแสดงในโรงละคร วันๆ ร้องเพลง เล่นดนตรี สรรหาเรื่องรื่นเริงเท่านั้น ยามนี้จิ่งป๋อไม่ใช่หนุ่มน้อย ปีนี้อายุเขาสมควรออกเรือน ทว่าอย่างที่พี่ชายห่วงคือจนป่านนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจิ่งป๋อสนใจสตรีหรือบุรุษกันแน่ และที่จิ่งหลัวคุนแสดงท่าทีขึงขังก่อนทำร้ายน้องชาย เป็นเพราะเขา อ้างว่าตนสุขภาพดี ทว่าสภาพอย่างที่เห็น เขาดูแย่หนัก หน้าซีดท่าทางอิดโรย ฝ่ายจื่อเยว่มองคนเป็นพ่อสลับอาหนุ่มหล่อ ก่อนรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย และถามว่า “เมื่อเช้าท่านพ่อ แพ้อาหารใดหรือไม่เจ้าคะ” นางถามอย่างซื่อๆ นั่นแหละ ดวงตากลมโตมองจิ่งหลัวคุนอย่างต้องการคำตอบ “เหตุใดถึงถามพ่อเช่นนี้ เรื่องพรรคนั้นย่อมไม่เกิดขึ้น” “เอ แต่ลูกได้ยินเสียงคล้ายคนอาเจียน โอ้กอ้ากหลายหนเชียว” และสายตาลูกสาวกับน้องชายหันไปทางจิ่งห
ผิดแต่เรื่องทายาทอีกฝ่ายที่เสี่ยวฉุนไม่ได้รายงานไป เนื่องจากตกลงกับเกอสวินไว้ว่าอยากให้เนี่ยหยวนซูกับจิ่งหลัวคุนได้ปรับความเข้าใจกันเสียก่อน และช่วงสองสามปีให้หลังนางติดต่อเกอสวินไม่ได้เช่นกัน จวบจนได้พบหน้าอีกครั้ง เสี่ยวฉุนก็ต้องยอมรับว่าเกอสวินเป็นหนุ่มเต็มตัว และเขาขโมยหัวใจนางไปหมดแล้วช่วงเช้าวันส่งตัวเจ้าสาว ฝานเหอมีสีหน้าไม่สู้ดี ด้วยของที่เตรียมเอาไว้ในห้องหอหายไป รวมถึงพัดของเจ้าสาวแล้วก็ผ้าคลุมหน้า สิ่งที่สำคัญมาก ด้วยสองสิ่งนี้เกี่ยวพันถึงเจ้าบ่าวด้วย แต่ยังโชคดีที่มีชุดสำรองเอาไว้“ไม่มีเจ้าคะเถ้าแก่เนี้ย” ฝานเหอบอกเนี่ยหยวนซู และนางไม่ได้เซ้าซี้ถามสิ่งใดหายไปอีกบ้าง แต่กวาดตามองหาไปทั่วๆ ห้องก่อนก้าวออกไปด้านนอก ยามนั้นเสียงดนตรี เสียงโห่ร้องดังเป็นระยะและอาหารเครื่องดื่มมีให้กินอิ่มหนำเป็นอย่างมากร่างสูงของจิ่งหลัวคุนเดินมาหาหญิงสาว ใบหน้าเขาแดงด้วยฤทธิ์สุรา“อาซู... เห็นน้องสามหรือไม่”เนี่ยหยวนซูถอนหายใจเล็กน้อย และถามว่า “นี่คงไม่ใช่ว่า ท่านกับคุณชายสามจะวางแผน ร้ายๆ กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวหรอกนะ”“โอ้มิได้ ไม่มีการมอมสุรา หรือใส่ยากำหนัดในอาหารทั้งนั้น อาซูก็รู้ บ่า
ตอนพิเศษของหมั้นต่างหน้าจิ่งหลัวคุนไม่ได้รับใช้ทางด้านทหารแคว้นเฉิงโจวมาได้เกือบสามปี และเขาดูมีความสุข หัวเราะบ่อยครั้ง ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มให้เห็นบ่อยๆ แม้ตัวเขาเสียดายหลายสิ่งโดยเฉพาะประสบการณ์ที่สะสมมา แต่ชีวิตย่อมต้องเดินหน้าส่วนภรรยาเขา เนี่ยหยวนซูนั้นอยากเป็นเถ้าแก่เนี้ยคนดังดูแลการค้าทั่วทั้งอาณาจักรอันกว้างใหญ่ และปากบอกอยู่เสมอว่าไม่สนใจเขา ไม่ว่าจะทำสิ่งใดต่อจากนี้ให้จิ่งหลัวคุนเลือกเอง แต่เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคืนตำแหน่งทางการทหารก็แอบเสียดายไม่ได้ ดังนั้นจึงต่อว่าเขาพอให้หายหงุดหงิดใจ ด้วยหากเขายังเป็นแม่ทัพแคว้นเฉิงโจว อย่างไรคงมีความสามารถเจรจาค้าขายกับทางการและแคว้นพันธมิตรได้“ตอนนี้ นอกจากเป็นลาโง่ ท่านยังเป็นฉลามตาบอด ว่ายน้ำไม่รู้ทิศทาง คิดอย่างไร ถึงทิ้งตำแหน่งทรงเกียรติแล้วมาเป็นโจรสลัด!”จิ่งหลัวคุนหัวเราะ และเอ่ยว่า“เป็นเพราะต้องการแบ่งเบาภาระภรรยา การค้าขายทางน้ำ นับว่าสำคัญ ข้าจึงอยากทำหน้าที่เป็นหน่วยพิเศษคุ้มครองสินค้าทุกอย่างที่เจ้าขายและต้องการซื้อหาให้ปลอดภัยที่สุด”“ฮึ... แล้วคิดว่า เงินที่ท่านหาได้จากการเป็นคนส่งของ มันจะพอให้ข้าถลุงเล่นหรือ”ชายหน
เนี่ยหยวนซูส่ายหน้า “อย่าเลย...จะเป็นการเสียเวลาโดยเปล่า ข้ากำลังต้องการคำตอบจากพ่อค้าเรือเหล่านี้ หากเขายินยอมขายให้ข้า พวกท่านจะได้ทำการเก็บอากรเพื่อเข้าหลวงอย่างถูกต้อง ในครั้งต่อไปสินค้าทุกอย่างที่มาถึงเมืองเป่ยซาน ไม่ว่าจะค้าขายสิ่งใดต้องจ่ายเงินเข้าหลวง!”น้ำเสียงเนี่ยหยวนซูฟังแล้วก็เด็ดขาด แต่นั่นคือการป้องกันปัญหาในภายภาคหน้า เพื่อไม่ให้ใครคิดเอาเปรียบ หรือนำสินค้าไร้คุณภาพมาหลอกขายในราคาที่สูงเกินกว่าเหตุเมื่อเนี่ยหยวนซูเอ่ยจบ ร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่มีผมหยักสลวยเส้นเล็กสีปีกอีกา ก้าวลงมาจากเรือลำใหญ่ที่สุดดวงตาคมกริบจ้องมาที่เนี่ยหยวนซู ในวาบแรกที่สายตาคนทั้งคู่ประสานกัน เป็นเหตุให้หญิงสาวต้องหวั่นไหว“เอ...คนตัวโต ท่านเป็นใครถึงกล้ามองมารดาข้าเช่นนี้ ไม่กลัวข้าควักลูกตาท่านหรือ” จื่อเยว่เอ่ย และวางท่าราวกับเป็นผู้พิทักษ์เนี่ยหยวนซู“เยว่เอ๋อร์อย่าได้เสียมารยาทกับผู้อื่น”“มิได้นะท่านแม่...ข้าเป็นลูกย่อมต้องปกป้องท่าน จะให้บุรุษใดมามองเช่นนี้ ถูกต้องที่ไหนกัน”“ฮ่า ๆ ๆ ลูกของอาซูหรอกหรือ...มิน่า ถึงขี้เหร่เช่นเจ้า และยังเป็นแม่นางน้อยด้วย”คนผู้นั้นเอ่ยและหัวเราะชอบใจ“ไร้มา
บทส่งท้ายเนี่ยหยวนซูคาดไว้แล้วว่า เมื่อวันที่นางสามารถยืนด้วยลำแข้งของตน มีกิจการใหญ่โต ขยายสาขาไปมากมาย ย่อมมีวันที่สินค้าขาดแคลน และยามนี้ต้องผลิตถ่านที่ทั้งหอม ไร้ควัน ให้ความร้อนได้นาน ที่ต้องส่งเข้าคลังหลวงเพื่อเป็นของวังหลังโดยเฉพาะ แต่กลับขาดวัตถุดิบซึ่งก็คือไม้ดำหอม นอกจากนั้นยังมีชุดหนังกระดาษที่ใช้ในการรบยุคใหม่ เนื่องจากน้ำหนักเบาป้องกันสนิมได้ดีสำหรับเมืองติดแม่น้ำหรือชายทะเล“วันนี้จะมีเรือการค้าจากชาวต่างชาติ และเมืองทางใต้เข้ามาหลายลำ พวกเขาเป็นชาวเล สกุลเก่าแก่เจ้าค่ะ”เนี่ยหยวนซูได้ยินเรื่องนี้มาพักใหญ่ ทั้งเป็นปัญหาต่อการค้านางมิน้อย การค้าทางเรือยังไม่ได้มีการควบคุมดีพอ อีกทั้งมีสินค้าหลากหลาย ผู้คนให้ความสนใจทุกครั้งที่เดินทางมาถึงสร้างความตื่นตาตื่นใจต่อชาวเมือง ขุนนางน้อยใหญ่ และเศรษฐีต่างออกมาใช้เงินซื้อหาสิ่งของต่าง ๆ เข้าเรือน พลอยให้ช่วงเวลาดังกล่าวร้านค้าในเครือสกุลเนี่ยได้รับผลกระทบ ที่ผ่านมานางจึงเปิดโต๊ะเจรจากับทางการ ขอให้สินค้าทุกชนิด ลงทะเบียนก่อนทำการซื้อขาย ในภายภาคหน้าต้องเข้าร่วมสมาคมของเมืองเป่ยซาน ก่อนนำมาวางขายได้ มิเช่นนั้นการค้าในเมืองนี้คงเ
เรียกข้าว่า เถ้าแก่เนี้ยเนี่ยหยวนซูทรุดลงไปกองบนพื้น นางกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ แม้น้ำตาจะไหลออกมาไม่หยุด“แม่นมฝาน เสี่ยวฉุน บอกข้าได้หรือไม่ว่ายามนี้ข้าไม่ได้ฝันไป”หญิงสาวเอ่ยจบก็สลบไปด้วยไม่อาจทนรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นห้าปีต่อมา โรคระบาดที่เกิดจากไข้หวัดรุนแรงมาก คร่าชีวิตคนไปหลายหมื่น หนักสุดคือในเมืองหลวง กว่าจะพบยารักษาโรคและวิธีป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อ ทั่วทั้งแคว้นเฉิงโจวและแคว้นใกล้เคียงก็ย่ำแย่กันอย่างหนักผิดกับเมืองเป่ยซานที่มีทั้งโรงยา สำนักแพทย์ที่จัดตั้งขึ้น รวมถึงศูนย์สมุนไพร คราแรกไฉนผู้ใดจะเชื่อฟังเนี่ยหยวนซู ให้ดีนางก็เป็นเพียงแม่ค้าปากคอเลาะร้าย หวังกำไรจากผู้อื่น และมีเงินทองเหลือเฟือจากบิดา อีกทั้งปีแรกนางเริ่มขายน้ำเต้าหู้ โจ๊กห้าสหาย ของกินเล่น รวมถึงพวกหนังสือภาพลามก และยาช่วยให้สตรีวัยทองมีชีวิตชีวา รวมถึงเหล้าดองยากับสมุนไพรสำหรับบุรุษทุกวัยทว่าเข้าปีที่สอง นางกลับมีภัตตาคารกลางน้ำ โรงน้ำชาชื่อดังหลายโรง รวมถึงห้องพักชั้นเยี่ยม ถนนสายโลกีย์ที่สว่างทั้งกลางวันและกลางคืน ก็ล้วนเป็นชื่อนางที่ถือครองที่ดินพร้อมเก็บค่าเช่าโรคระบาดดังกล่าวแม้จะเข้ามาสู่เมืองเ
“มีสิ่งใดที่ข้าเคยทำแล้วเกี่ยวข้องกับฮ่องเต้เยี่ยงนั้นหรือ”“โอ้ เจ้าถามเช่นนี้ ไม่นึกถึงจิตใจข้าสักนิด สามีก็หวงและหึงเจ้าเป็นนะอาซู”เนี่ยหยวนซูพ่นลมหายใจอุ่น ๆ ใส่หน้าเขา และเอ่ยว่า“มันใช่เวลาที่ท่านพี่จะทำตัวเยี่ยงคนใจแคบรึอย่างไร เล่าทั้งหมดให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้”“ฮ่องเต้เมื่อครั้งเยาว์วัย เขามักปลอมเป็นคุณชายออกมาหาความสำราญเสมอ และร้านขายของของเจ้าบ้านเนี่ยคือสวรรค์สำหรับเขา นั่นจึงทำให้เจ้ากับเขาได้พบกันโดยบังเอิญหลายครั้ง แต่ฮ่องเต้ไม่เคยแสดงฐานะที่แท้จริง ด้วยในวัยเยาว์ เขาชอบอำพรางตนด้วยการสวมหน้ากาก”หญิงสาวยักไหล่ นางจำจดสิ่งที่อยู่ในวัยเด็กไม่ได้จริง ๆ“แค่พบกับข้าไม่กี่ครั้ง ฮ่องเต้ก็ทำเรื่องผิดใจไทเฮา จนฝ่ายนั้นจ้องเล่นงานข้า ถึงขั้นอยากเอาชีวิตเลยหรืออย่างไร”“นั่นเป็นเพราะ หากเจ้าได้เป็นฮองเฮาย่อมหมายความว่าไทเฮาก็ไม่อาจควบคุมฝ่าบาทได้ เพราะเขาจะมีทั้งอำนาจในมือ และเงินล้นเหลือ”เนี่ยหยวนซูหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง และเอ่ยกับอีกฝ่าย“แต่นางก็เลือกที่จะเก็บแม่งป่องพิษอย่างฟานเลี่ยงเอาไว้ แล้วตอนนี้คนผู้นั้นก็กำลังแว้งกัดไทเฮา”จิ่งหลัวคุนเลิกคิ้วขึ้นสูง อันที่จริงเขายังไม่ได
สุดท้ายเราก็หย่ากันเนี่ยหยวนซูลุกขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ แม้ยังอ่อนเพลียแต่นางอยากทำอาหารเพื่อจิ่งหลัวคุน ฝ่ายเขากำลังฝึกวรุยทธ์อยู่ด้านนอก และนางเดินออกไปดูจึงเห็นว่าเขาสวมเพียงกางเกงผ้าบาง ๆ ด้านล่าง ส่วนบนเปลือยแผงอกกำยำ“เจ้าควรพักผ่อน อย่าเพิ่งรีบตื่นเลย”“มิได้ ภรรยาสมควรดูแลสามี หน้าที่นี้ใครก็ห้ามแย่งข้าทำ” บอกเขาเช่นนั้น สองแก้มก็ผะผ่าวร้อน และมือเรียวไม่รู้จะวางไว้ที่ใด“สักพัก ท่านพี่มาอาบน้ำด้วย ข้าจะให้คนต้มน้ำอุ่นไว้รอ”“วันนี้อากาศดี อาบที่ลำธารด้านล่างก็สดชื่นไม่ต้องให้ผู้อื่นยุ่งยากกับข้าหรอก”“มิได้ ท่านไม่ใช่เด็ก ๆ จะแก้ผ้าเล่นน้ำได้อย่างไรกัน”“เอ...เจ้าหวงสามีตั้งแต่เมื่อใดอาซู”เนี่ยหยวนซูถลึงตาใส่อีกฝ่ายแล้วเอ่ยว่า “หากท่านแก้ผ้าเล่นน้ำที่ลำธารได้ ภรรยาก็จะกระทำเช่นกัน”“ฮ่า ๆ ๆ อย่าทำเช่นนั้นเลยอาซู เกรงว่าฝนจะตกจนน้ำป่าท่วมทั้งเมืองนี้!”หญิงสาวฉุนจัด แต่ไม่อยากเข้าไปตอแยเพราะเกรงว่าหากใกล้ชิดกันอีกอาจเป็นนางที่ต้องการสัมผัสความแข็งแกร่งจากเรือนกายเขา รวมถึงแรงสิเน่หายามเขาโจนจ้วงความหวานล้ำแทรกผ่านเนื้อสาว ฝานเหอกับเสี่ยวฉุนต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สิ่งใดจะสุข