คนที่ลงมาจากที่นั่งด้านหลังทั้งทางซ้ายและทางขวาสองคน คนหนึ่งคือประธานเกา ส่วนอีกคนหนึ่งคือประธานฉีฟู่เจิงไม่ได้ปฏิเสธการรับแขก แต่เชิญพวกเขาสองคนเข้าห้องทำงานแล้วนั่งลงดื่มน้ำชาหลังจากโอภาปราศรัยกันเสร็จ ประธานเกาก็แจ้งการตัดสินของการประชุมผู้ถือหุ้นฟู่เจิงฟังแล้วกลับนิ่งเฉย ชงน้ำชาให้ประธานทั้งสองด้วยท่วงท่าสง่างาม แสดงออกว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่มีความคิดกลับไปทำงานที่ฟู่ซื่อแบบอ้อม ๆสาเหตุมีสองอย่าง หนึ่งคือคุณปู่เสียชีวิต จากนั้นภรรยาของตัวเองก็แท้ง สองเรื่องนี้สะเทือนใจเขามาก เขาต้องการเวลาเยียวยาจิตใจระยะหนึ่ง ไม่มีกะจิดกะใจไปมุ่นอยู่กับงานในบริษัทสองคือเขาเคยบอกแล้วว่ามีความคิดไม่สอดคล้องกับคณะกรรมการบริษัท และตอนนี้ฟู่เยว่ก็นั่งตำแหน่งประธานบริหาร เขาไม่อยากให้พี่น้องต้องสู้กันเองประธานเกาแลกสายตากับประธานฉีด้วยความจนใจ หลังจากดื่มน้ำชาสองแก้วแล้วก็คว้าน้ำเหลวกลับแต่ตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทว่างเว้นหนึ่งวัน อารมณ์ของผู้ถือหุ้นทั้งหลายก็จะไม่ผ่อนคลายหนึ่งวันภายหลังประธานฉีมาอีกสองครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิมเวินเหลียงอยู่โรงพยาบาลห้าวัน วันที่ห้าถังซือซือมาเยี่ยม
เวินเหลียงส่ายหน้า “ฉันไม่รู้สิ”“งั้นก็ได้ ไม่รีบนะ เธอค่อย ๆ คิดไป เอาไว้พวกเธอหย่ากันแล้วเราก็ไปเที่ยวให้สบายใจกันก่อน!”“พวกเรา?”“อื้ม” ถังซือซือพยักหน้าอย่างจริงจัง “เรานั่นแหละ มีฉันกับเธอ แล้วดูสิว่าจูฝานจะว่างไหม”เวินเหลียงคิดดูแล้ว ตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป จึงรับปาก “ได้”“งั้นฉันกลับไปแล้วจะค่อย ๆ วางแผน ดูสิว่าฤดูใบไม้ผลิไปเที่ยวที่ไหนดี”……นับจากวันที่หก เวินเหลียงกลับไปพักฟื้นที่บ้านกระทั่งออกเดือนแม่บ้านดูแลเธออย่างดีในทุก ๆ ด้านฟู่เจิงยังคงอยู่ที่คฤหาสน์ เพียงแต่ทั้งสองแค่เจอกันทุกวัน กลับไม่มีคำพูดต่อกันสามีภรรยาที่เคยสนิทสนมไร้ช่องว่าง ตอนนี้กลายเป็นไม่มีอะไรจะพูดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฟู่เจิงปรากฏตัวต่อหน้าเวินเหลียงน้อยมาก ๆเวินเหลียงมักนั่งอาบแดดอยู่ที่ระเบียงของห้องนอนหลักเป็นประจำ นั่งทีก็ปาไปครึ่งวันพระอาทิตย์ในฤดูหนาวอบอุ่นไม่ร้อนแผดเผา สบายมากวันนี้ฟู่เจิงกลับไปในตอนกลางคืน เห็นเวินเหลียงยังนั่งนิ่งเหม่อลอยอยู่ที่ระเบียง ทอดสายตามองออกไปไกลหลังจากเสียลูก เธอก็เงียบงันถึงที่สุดดังนั้นเช้าวันต่อมา เวินเหลียงจึงถูกเสียงสัตว์ที่ปากประ
ค่ำคืนดึกสงัดประตูห้องนอนหลักถูกผลักออกเปิดเป็นช่องฟู่เจิงเดินเข้าไปเงียบ ๆ บนตัวมีกลิ่นบุหรี่ติดจาง ๆ เดินไปทางเตียงทีละก้าว“เมี๊ยว...” แมวรูมเมตของเวินเหลียงเห็นเขาแล้ว“ชู่...”ฟู่เจิงวางอาหารกระป๋องที่แกะแล้วไว้ตรงหน้ารูมเมตของเวินเหลียงรูมเมตเอาจมูกมาดมฟุดฟิดอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเริ่มสวาปามฟู่เจิงลูบหัวปุ๊กลุกเบา ๆ แล้วเดินไปถึงข้างเตียงภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าที่กำลังกลับสนิทของเวินเหลียงสงบมาก ฟู่เจิงจ้องไม่ละสายตาอยู่นานเขานั่งลงข้างเตียงเบา ๆ นิ้วมือลูบไล้ดวงหน้าละเอียดลื่นของเธอเบา ๆ ดุจขนนกก็มีแต่ช่วงเวลาแบบนี้ที่เขาจะกล้าเข้าใกล้เวินเหลียงอย่างใกล้ชิด ถึงไม่เห็นแววตาเย็นชารังเกียจของเธอเขากลัวว่าจะเห็นสายตาอย่างนั้นของเธอฟู่เจิงผู้เด็ดขาดในสมรภูมิทางธุรกิจเชื่อมั่นละสุขุมคนนั้นก็มีช่วงเวลาที่กลัวเหมือนกันถ้าเขาในอดีตได้ยินคำพูดนี้จะต้องหัวเราะ ไม่ยี่หระแล้วปล่อยผ่านไปแน่วินาทีที่เขารู้ใจตัวเอง เขารู้ว่าสายใยที่ชื่อว่าเวินเหลียงบนตัวเขาไม่มีวันขจัดได้ตลอดชีวิตพวกเขาเคยใช้ชีวิตคู่ที่ราบเรียบสมานฉันท์สองปีกว่า และเคยกอดนัวเนียจูบดูดดื่มกันอยู่บนเตี
เวินเหลียงกอดโถอัฐิลงจากรถแน่น ๆฟู่เจิงติดต่อไว้ก่อนแล้ว จึงมีหลวงจีนน้อยนำพวกเขาไปถึงตึกเดี่ยวเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังฝั่งหนึ่ง เวินเหลียงเงยหน้ามองทีหนึ่ง เห็นป้ายเล็ก ๆ บนนั้นเขียนว่า ‘หอจุติ’พอเข้าไปแล้วก็เห็นโถวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบบนกำแพงด้านหนึ่ง ในโถแต่ละใบล้วนบรรจุอัฐิอยู่อัฐิในหอจุติจะแบ่งแยกความแตกต่างชั้นแรกจะวางอัฐิของคนทั่วไป ชั้นที่สองเป็นของฆราวาสที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่บ้าน ชั้นที่สามเป็นดวงวิญญาณของทารกที่แท้ง และมีเจดีย์สำหรับอัฐิของพระด้วยการนำของหลวงจีนน้อย เวินเหลียงวางโถอัฐิแล้วล็อกด้วยมือของตัวเองจากนั้นหลวงจีนน้อยก็พาพวกเขาไปยังวิหารจุติที่อยู่ทางตะวันตกของวิหารหลักวิหารจุติอยู่ตั้งอยู่ที่สูง ด้านหน้ามีบันไดขึ้นสูงระยะหนึ่งมีขั้นบันไดทั้งหมดแปดสิบเอ็ดขั้น ซึ่งหมายถึงหลังจากผ่านแปดสิบเอ็ดเคราะห์แล้วจึงจะสำเร็จมรรคผลไปสู่แดนสุขาวดีได้ฟู่เจิงจูงมือของเวินเหลียงย่างขึ้นบันไดทีละก้าวด้วยความศรัทธาในวิหารมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่สามองค์ ได้แก่ พระอมิตตาภะพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรและพระสถามปราปต์โพธิสัตว์เวินเหลียงเดินอ้อมกำแพงด้านหนึ่งตาม
พอออกมาจากอารามก็เจอกับลมหนาวปะทะเข้ามาพร้อมกับปุยสีขาวเล็ก ๆหิมะตกแล้วเวินเหลียงมองท้องฟ้าฟู่เจิงมองเวินเหลียง “เราจะกลับกันเลย?”เวินเหลียงมองสีของท้องฟ้า หิมะท่าทางจะตกหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ วิ่งทางด่วนคงไม่ปลอดภัยเท่าไร“ค้างที่นี่สักคืนแล้วกัน พรุ่งนี้หิมะหยุดแล้วค่อยกลับ”“ได้”ฟู่เจิงถอดเสื้อนอกของตัวเองคลุมไหล่ของเวินเหลียง เวินเหลียงกำลังจะปฏิเสธกลับได้ยินฟู่เจิงพูดขึ้น “เธอเพิ่งออกเดือน ยังต้องรักษาสุขภาพ”“ขอบคุณค่ะ”“ไม่ได้พูดขอบคุณกับฉัน...”ฟู่เจิงอยากพูดว่าเธอเป็นเมียฉัน สมควรอยู่แล้วเพียงแต่คำพูดนี้อย่างไรก็พูดไม่ออกพวกเขาแต่งงานกันสามปี เขามีหนึ่งพันกว่าทิวาราตรีเรียกเธอว่าที่รักได้แต่เขาไม่เคยเรียกตอนนี้เขาไม่มีโอกาสนี้แล้วฟู่เจิงหวังเหลือเกินว่าหิมะห่านี้จะตกตลอดไป ไม่มีวันหยุดเพราะอย่างนั้นพวกเขาจะได้หยุดอยู่ที่นี่ตลอดไป ไม่ต้องกลับไปสถานที่ที่ทำให้เธอเสียใจและพวกเขาก็ไม่ต้องหย่ากันด้วยเพียงแต่...ความหวังก็คือความหวังหิมะหยุดในตอนกลางคืนวันรุ่งขึ้นพวกเขาเดินทางอยู่บนเส้นทางขากลับตอนลงจากทางด่วน เวินเหลียงพูดขึ้น “เรากลับไปเอาเอกสารแล้
“เธอแน่ใจเหรอว่าจะรอฉัน?”ฟู่เจิงยังอยากพูดว่าจะส่งเวินเหลียงกลับบ้าน แต่ก็คิดอีกว่าส่งเวินเหลียงกลับบ้านใช้เวลาพอ ๆ กับไปสำนักงานเขต ถ้าพูดออกไปจะเผยไต๋ก็เลยรีบกลืนคำพูดที่อยู่ริมปากกลับ“ค่ะ ถึงยังไงฉันก็ไม่มีธุระ”“ได้” ลูกกระเดือกของฟู่เจิงขยับขึ้นลง เห็นเวินเหลียงยืนกรานจะหย่าอย่างนี้ ในใจทั้งเปรี้ยวทั้งขมทรมานมากทั้งที่เขาเป็นคนเสนอเรื่องหย่าเอง ตอนนี้กลับไม่ยินยอมแบบสุด ๆฟู่เจิงส่งเวินเหลียงไปที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามตึกฟู่ซื่อ ลังเลนิดหนึ่ง “จะเที่ยงแล้ว เธอเข้าบริษัทกับฉัน ไปพักผ่อนที่ห้องรับรองสักเดี๋ยวไหม?”เวินเหลียงส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันลาออกแล้ว ถ้าไปโผล่ที่บริษัทอีกจะไม่ค่อยดี”สายตาของฟู่เจิงมืดลง ความมืดเข้มข้นจนแทบจะหยดเป็นน้ำทั้งที่พวกเขาเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว เธอกลับไม่อยากเผยตัวที่บริษัทกับเขาอีกเขาคิดถึงเมื่อก่อนมาก พวกเขาวิ่งด้วยกันตอนเช้า กินข้าวเช้าด้วยกัน ไปเข้างานที่บริษัทด้วยกัน“งั้นก็ได้” ฟู่เจิงสั่งกาแฟและของหวานให้เวินเหลียง จากนั้นก็มองเธอสองทีก่อนจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์เวินเหลียงหาที่นั่งในมุมของร้านกาแฟ ดื่มเล็กน้อยผ่านไปประมาณครึ่งช
เวินเหลียงได้ยินไม่ชัด คิดแค่ว่าฟู่เจิงละเมอเพราะเมาเธอดึงข้อมือของตัวเองออก แต่เพราะฟู่เจิงกำแน่นขึ้นจึงดึงไม่ออกเวินเหลียงจึงเอามือแกะนิ้วของฟู่เจิง แต่ก็แกะไม่ออกอีกฟู่เจิงพึมพำอีกครั้ง “อาเหลียง ฉันรักเธอ”เวินเหลียงสะท้านทั้งตัว มือที่กำลังเคลื่อนไหวชะงักไป นึกว่าตัวเองหูฝาด เธอจึงเงี่ยหูเข้าไปแล้วถามเบา ๆ “ฟู่เจิง คุณว่าอะไรนะ?”“ฉันรักเธอ อาเหลียง อย่าจากฉันไป ฉันสำนึกผิดแล้ว ต่อไปฉันจะรักเธอให้มาก อย่าจากฉันไป...”ฟู่เจิงรู้ถึงความอ่อนแอของตัวเองดี เขากลัวจะเห็นสายตาเย็นชาถากถางของเวินเหลียง จึงได้แต่ใช้วิธีนี้วิงวอนเธอเวินเหลียงได้ยินแล้วก็หลุบตาลงเธอคิด ในฝันฟู่เจิงคงจำคนผิดและต่อให้เขาไม่จำคนผิด ที่เขาไม่อยากหย่ากับเธอก็เพราะความละอายใจเท่านั้นถูกทำร้ายมากมายอย่างนั้น ทั้งยังต้องสูญเสียอย่างเจ็บปวด เธอไม่อยากพัวพันกับเขาอีกต่อไปเวินเหลียงแกะนิ้วของฟู่เจิงต่อพอสัมผัสได้ถึงความประสงค์ที่จะออกไป ฟู่เจิงจึงหดหู่และสิ้นหวังพลันเธอได้ยินการสารภาพรักของเขาแล้ว กลับไม่มีการตอบสนองใด ๆสุดท้ายก็ยังรั้งเธอไว้ไม่ได้เหรอ?รสขมเฝื่อนละทักขึ้นมาจากหัวใจไม่ เขาจะ
เมื่อก่อนฟู่เจิงไม่รู้ว่าทำไมถึงมีคนชอบสูบบุหรี่ขนาดนั้นตอนนี้เขาเข้าใจแล้วพอสูบหนึ่งมวลหมด ฟู่เจิงดับบุหรี่แล้วตากลมเย็นอีกพักหนึ่ง กระทั่งกลิ่นบุหรี่บนตัวจางหายไปแล้วจึงออกจากห้องเวินเหลียงรอเขาอยู่ชั้นล่างแล้วเหมือนว่าเธอจะรู้ว่าเดี๋ยวเขาต้องลงมาแน่ทั้งสองสบตากันทีหนึ่ง จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็เบนสายตาออกจากกันความอาลัยอาวรณ์ของเขาและความเด็ดเดี่ยวที่จะไปของเธอถูกถ่ายทอดออกมาแบบไม่ต้องกล่าววาจา“ไปกันเถอะ”“ค่ะ” เวินเหลียงลุกขึ้นยืนแล้วตามขึ้นรถอยู่ข้างหลังฟู่เจิงครั้งนี้ฟู่เจิงไม่ได้จงใจลดความเร็ว ราบรื่นตลอดทางไม่นานก็ถึงลานจอดรถของสำนักงานเขตนี่เป็นครั้งที่สองที่พวกเขามาที่นี่ฟู่เจิงและเวินเหลียงลงจากรถตามลำดับ ต่างคนต่างถือเอกสารของตัวเอง เดินเคียงบ่าเข้าไปอย่างรู้ใจ ไม่มีใครพูด เงียบจนประหลาดตอนที่เดินเข้าไป จู่ ๆ ฟู่เจิงก็จูงมือของเวินเหลียง ขณะที่เธอกำลังจะชักมือออก เขาก็พูดขึ้น “ครั้งสุดท้าย”ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขามีโอกาสมากมายที่จะจับมือเธอ จับสายว่าวที่โอนเอนน่าเสียดายที่เขาพลาดว่าวลอยไปเสียแล้ว ออกจากคลองจักษุของเขาโดยสิ้นเชิงมือของเขายังคงอบอุ
อิเลียลุกขึ้นพรวด พลางมองเยี่ยนหวยอย่างเหลือเชื่อ“ถ้าเธอยังเห็นฉันเป็นพี่ชายของเธออยู่ ก็เชื่อฟังฉัน แล้วกลับไปเมืองฟิลาเดลเฟียพรุ่งนี้ซะ!” เยี่ยนหวยนั่งตัวตรงพลางเงยหน้ามองเธออยู่บนโซฟา“ฉันไม่กลับ!” อิเลียเดือดดาลจนแค่นเสียงฮึออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะกลับไปนั่งตรงมุมโซฟา “อยากกลับพี่ก็กลับไปเองซะเลยสิ!”“ฟู่เจิงไม่ใช่คนดี ต่อให้ระหว่างพวกเธอมีลูกด้วยกัน เขาก็ไม่มีทางคบกับเธอ”ก่อนหน้านี้ฟู่เจิงเคยมีเรื่องอื้อฉาวว่ามีชู้ ตอนนี้ก็มีอดีตภรรยาที่มีความสัมพันธ์คลุมเครือมาอีกคน ขอให้เป็นผู้ใหญ่ที่รักลูกสาว ก็จะไม่มีวันเลือกเขาทั้งนั้น“พี่รู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่คนดี? พี่รู้ได้ไงว่าเขาจะไม่คบกับฉัน? วันนี้ตอนเที่ยงเรายังไปกินข้าวด้วยกันอยู่เลย!”เมื่อเห็นอิเลียดื้อดึง ในใจของเยียนหวยก็รู้สึกไม่ได้ดั่งใจ เขาแสยะยิ้มออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเธอไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันตามลำพัง แต่ฟู่ซือฝานอยู่ข้าง ๆ ใช่ไหม?”ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ฟู่เจิงจะมากินข้าวกับอิเลียตามลำพังได้ยังไง? นอกเสียจากเขาคิดจะเลิกกับเวินเหลียงจริง ๆ“...ใช่ ก็เขาเป็นลูกของพวกเรานี่” เมื่อเห็นว่าถูกเดาทางถูก อิเลียก็พูดอึ
แต่หลังจากเดินตามแผนแล้วถึงได้พบว่า นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยถ้าพ่อแม่คุณลุงคุณป้ารู้ว่าเธอมีลูกนอกสมรสข้างนอก ต้องเข้ามาแทรก และไม่แน่ว่าจะพาตัวเธอกับลูกกลับไป“อิเลีย ผมเข้าใจนะครับคุณในฐานะแม่แท้ ๆ คุณอยากรีบกระชับความสัมพันธ์กับฝานฝาน แต่ก็อย่าตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะมักจะไปหาฝานฝานที่โรงเรียนอนุบาล แบบนี้จะส่งผลกระทบกับชีวิตของเธอได้นะครับ”“ฉันรู้แล้วค่ะ ต่อไปจะไม่ไปหาเขาที่โรงเรียนอนุบาลอีก ฉันเห็นว่าคุณกินน้อยมาก อาหารที่เหลือไม่ถูกปากหรือเปล่า?”ฟู่เจิง “...ก่อนมาผมกินมาบ้างแล้ว”หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ ฟู่ซือฝานรบเร้าขอกลับกับฟู่เจิงเธอล้วงกลยุทธ์ร้องไห้งอแงชักดิ้นชักงออยู่ที่พื้นของเด็กห้าขวบออกมาอย่างล้ำลึก ไม่มีเหตุผล ทว่าอิเลียฝืนเธอไม่ได้อิเลียทำได้เพียงกลับไปที่บ้านของเซี่ยเจิน“อิเลีย เธอกลับมาแล้วเหรอ?”เมื่อเห็นอลิซนั่งอยู่บนโซฟา อิเลียเดินมานั่งลง “เป็นยังไงบ้าง? ครั้งนี้เธอไปเมืองซีกับซีซาร์ ได้แสร้งทำเป็นเจอโดยบังเอิญ แล้วไปกินข้าวกับเขาอะไรหรือเปล่า?”อลิซเบะปาก “เปล่า”“ทำไมล่ะ? โอกาสดีขนาดนั้นทำไมเธอไม่คว้าเอาไว้?”“เขางานยุ่งมาก ฉันกล
อิเลียจัดผมด้วยท่าทางราวกับไม่มีเจตนาอื่น หน้าตาเผยความตื่นเต้นออกมาดูท่าเธอจะเลือกวิธีถูกจริง ๆในตอนนี้เธอเพิ่งเข้าใกล้ฟู่ซือฝานไม่เท่าไร ท่าทีของฟู่เจิงเขาก็ผ่อนคลายลงเยอะแล้วผ่านไปยี่สิบนาที ฟู่เจิงก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องรับรองนี่เป็นการเจอกันครั้งที่สองหลังจากวันนั้นเขานั่งลงข้าง ๆ ฟู่ซือฝาน พลางพยักหน้าให้อิเลียเบา ๆ “รบกวนแล้ว ไม่ถือสาที่ผมมาร่วมโต๊ะด้วยใช่ไหม?”“ไม่ถือสา นั่งเถอะค่ะ”สีหน้าของอิเลียเย็นชา ราวกับยังอยู่ต่อหน้าคุณหญิงและฟู่ชิงเยว่ครั้งก่อน เธอไม่ได้โกรธที่ฟู่เจิงปฏิเสธเธออย่างไร้ความปรานี“งานผมยุ่งมาก ยากที่จะใส่ใจคุณกับฝานฝานได้มากขนาดนั้น”“ฝานฝานเป็นลูกของฉัน นี่เป็นสิ่งที่สมควรอยู่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าคุณจะมา ก็เลยสั่งอาหารไปสุ่ม ๆ เดี๋ยวอาหารมาเสิร์ฟคุณก็ดูแล้วกันว่าอยากจะสั่งเพิ่มไหม”“ผมไม่เลือกกิน” ฟู่เจิงตอบจากนั้นพนักงานก็เริ่มมาเสิร์ฟอาหารฟู่เจิงมองเนื้อแพะที่มาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก้มหน้าไปมองฟู่ซือฝานฟู่ซือฝานก้มศีรษะน้อย ๆ อย่างกระวนกระวายอิเลียหยิบตะเกียบขึ้นมา “ไม่ต้องเกรงใจ กินเลยค่ะ”ฟู่เจิงลังเลอยู่ครู่หนึ่
เจียงเฉิงเที่ยงวันศุกร์ อิเลียไปรับฟู่ซือฝานออกไปกินข้าวเที่ยงที่คฤหาสน์ย่านซิงเหอวานเธอฉีกยิ้มพลางพูดกับฟู่ซือฝานว่า “เมื่อวานแม่ว่าจะไปรับหนูที่โรงเรียนอนุบาล จู่ ๆ ก็นึกถึงคำพูดของหนูเมื่อครั้งก่อนได้ ก็เลยมาวันนี้ วันนี้ตอนบ่ายแม่จะพาหนูไปเล่นดี ๆ เป็นยังไงจ๊ะ?”ฟู่ซือฝานเอียงคอพลางครุ่นคิด “ตอนบ่ายหนูต้องทำการบ้าน แค่กินข้าวเที่ยงก็พอแล้วค่ะ”“ก็ได้ งั้นหนูคิดไว้หรือเปล่าว่าอยากกินอะไร?”“ไปร้านอาหารที่มีเมนูเนื้อแพะแนะนำแล้วกันค่ะ” ฟู่ซือฝานเอ่ยขึ้นด้วยทีท่าจริงจัง “วันนี้คุณลุงบอกว่าจะไปกินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนหนู ไม่รู้ว่าจะมาไหม”นัยน์ตาอิเลียวาบความปลื้มปีติออกมา “จริงเหรอ?”“เขาเคยบอกไว้แบบนี้ค่ะ คุณน้าคะ ที่คุณน้ารับหนูออกมา ไม่ใช่เป็นเพราะอยากกระชับความสัมพันธ์กับหนูสองต่อสองเหรอคะ? ทำไมถึงหวังให้คุณลุงมาด้วยล่ะคะ?”เจ้าตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง“น้า...น้ามีเรื่องอยากพูดคุยกับพ่อของหนูน่ะ แล้วก็หวังว่าเราจะได้กินข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว” อิเลียรีบหาข้ออ้างทันทีเจ้าเด็กคนนี้ หูตาเฉียบแหลมจริง ๆ“อ้อ”“น้าจะหาร้านอาหารเนื้อแพะเดี๋ยวน
“เรียกฉันทำไม?” เยี่ยนหวยมองเธอด้วยสีหน้าไร้เดียงสา“ตอนนี้มันฤดูร้อน”ผ่านฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว“ฉันแค่นึกถึงวันนั้นที่ไปติวให้เธอแล้วเจอแม่เธอเข้าโดยบังเอิญ เธอคิดไปถึงไหน?” เยี่ยนหวยเลิกคิ้วถังซือซือชะงักไปมีครั้งหนึ่งตอนที่เธอติวอยู่ในบ้าน แล้วบังเอิญเจอแม่ของเธอเข้าจริง ๆ แต่นั่นมันเรื่องตอนเทอมที่สองเยี่ยนหวยต้องจงใจพูดถึงวันนั้นตอนเทอมแรกแน่ ๆ ให้เธอเข้าใจผิดถ้าเธอชี้ไปเลยว่าเยี่ยนหวยจำผิด ก็จะเข้าแผนของเยี่ยนหวย เหมือนว่าเธอยังไม่เคยลืมเรื่องในอดีต คิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นของเธอกับเยี่ยนหวยอยู่ตลอด“ตอนนี้ไม่ใช่ฤดูร้อนเหรอ? นายคิดไปถึงไหนอีก?” เธอปัดตกเรื่องนี้ไปอย่างมั่นใจทันทีหลังพูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินไปด้านหน้าต่อ “ไม่พูดแล้ว รีบไปร้านถัดไปเถอะ”อยู่ข้างนอกจนถึงสี่ทุ่ม ทั้งสองคนถึงกลับไปยังโรงแรมด้วยกันถังซือซืออยากเรียกรถกลับไปเอง ไม่อยากให้เยี่ยนหวยไปส่งเธอเยี่ยนหวยจึงเอ่ยไปตามตรงว่า “ฉันพักอยู่ที่โรงแรมเดียวกันกับเธอ”ถังซือซือ “...”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วคราวก่อนตอนที่เวินเหลียงถ่ายรูปเยี่ยนหวยรูปแรกที่เมืองฟิลาเดลเฟีย เวินเหลียงก็ถามว่าช่วงนี้เยี่ยนหวย
เมืองซีในฐานะเมืองใหญ่ของเจียงหนาน ประเภทของกินเล่นมีมากมาย ของกินเอกลักษณ์ที่ขึ้นชื่อไปทั่วประเทศอาทิ เต้าหู้เหม็น ไส้กรอกยักษ์ เส้นหมีเฝิ่น กุ้งเผ็ดเป็นต้นถังซือซือเคยมาเมืองซีตอนมาทำงานต่างถิ่นก่อนหน้านี้ เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด จึงทำได้เพียงเดินช็อปปิงที่อื่น แต่เพิ่งเคยมาถนนคนเดินที่นี่เป็นครั้งแรกเธอซื้อไส้กรอกยักษ์สองชิ้นก่อน และแบ่งให้เยี่ยนหวยหนึ่งชิ้นกินไปได้เพียงครึ่งเดียว ถังซือซือก็หยุดอยู่ตรงหน้าร้านขายขนมฉือปา เธอกลืนน้ำลายแล้วถามขึ้นว่า “รู้ไหมคะว่าตรงไหนมีถังขยะบ้าง?”“ที่เหลือเธอไม่กินแล้วเหรอ?”“อืม”“ไม่อร่อย?”“ไม่ใช่ อร่อยมาก แต่ว่ายังมีของอร่อยอื่น ๆ อีกเยอะแยะ ฉันอยากเก็บท้องเอาไว้”เยี่ยนหวย “...”“เอามาให้ฉันก็ได้” เยี่ยนหวยรับไส้กรอกครึ่งชิ้นที่เหลืออยู่มาจากในมือของเธอ ก่อนจะเติมเข้าไปในท้องอย่างไม่มีภาระใด ๆถังซือซือซื้อขนมฉือปาแล้วเธอทำตัวอย่างกับโจร แต่ละร้านไม่ยอมปล่อยไปเลย ทว่าก็ชิมเพียงสองสามคำ ทั้งหมดที่เหลือก็โยนให้เยี่ยนหวยอย่างสบายใจเยี่ยนหวยเพลิดเพลินกับพฤติกรรมพรรค์นี้ ในใจเข้าใจได้ในทันที ราวกับกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อนหลังเรียนอย
“มันเรื่องอะไรกันแน่?”ก่อนหน้านี้ที่เยี่ยนหวยอยู่ที่เจียงเฉิง กลับไม่ได้สังเกตเท่าไรว่าอิเลียกำลังทำอะไรอยู่ เธอออกไปข้างนอกทุกวัน เยี่ยนหวยคิดเพียงแค่ว่าเธอกำลังไปเที่ยวเล่นถังซือซือไม่ใช่คนที่จะกุเรื่องมั่วซั่ว เธอพูดแบบนี้ ต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ ๆ“พูดไปแล้วก็ยาว ตอนแรกฟู่ชิงเยว่อาของฟู่เจิงรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่ที่เมืองนอก ตอนนี้อายุห้าขวบแล้ว ปีที่แล้วอาเหลียงแท้ง แล้วฟู่ชิงเยว่ติดธุระพอดี เลยส่งเด็กคนนั้นกลับประเทศมาให้ฟู่เจิงดูแลช่วงหนึ่ง ฟู่เจิงเลยให้เด็กคนนั้นอยู่ในประเทศไปเลยเพื่อง้ออาเหลียง ปกติจะมาอยู่เป็นเพื่อนอาเหลียง และเด็กคนนั้นเองก็เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านของฟู่เจิง แต่ว่า...”เยี่ยนหวยเดาเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปออกแล้ว จึงรับช่วงเอ่ยขึ้นต่อว่า “แต่ว่าจู่ ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวบอกว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกของฟู่เจิงกับอิเลีย?”“ใช่ รายละเอียดฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน เหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับอาของฟู่เจิงนิดหน่อย เธอรู้ตัวตนของเด็กผู้หญิงคนนั้นมาตั้งแต่แรก และไม่ชอบอาเหลียงมาโดยตลอด ยังไงตอนนี้อาเหลียงก็อยู่กับฉัน เขากับฟู่เจิงทะเลาะกันอีกแล้ว”เยี่ยนหวยเอ่ยควา
“เยี่ยนหวย!!”ประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งสองคนเข้าไปกันตามลำดับ แล้วลงไปยังลานจอดรถใต้ดินตรงมุมเลี้ยว ในหัวของผู้หญิงสวมหน้ากากอนามัยวาบภาพที่เห็นเมื่อครู่ขึ้นมา หมัดที่ห้อยอยู่กำขึ้นแน่น เธอก้มหน้าทั้งดวงตาที่ประกายความอำมหิตออกมาหากเวินเหลียงอยู่ตรงนี้ คงจะจำได้แน่ ๆ ว่าผู้หญิงที่สวมหน้ากากอนามัยคนนี้ก็คืออลิซที่เธอมาเจียงเฉิง ก็เพราะเยี่ยนหวย เยี่ยนหวยมาเมืองซีเมื่อสองวันก่อน เธอเองก็ตามมาเช่นกันอิเลียถามเลขาของเยี่ยนหวย เมื่อรู้โรงแรมของเขาก็บอกกับอลิซทีแรกอลิซคิดว่าเยี่ยนหวยมาทำธุระที่เมืองซี จากนั้นก็ค่อย ๆ พบว่ามันไม่ชอบมาพากลเยี่ยนหวยไม่ยุ่งเลยสักนิดแถมยังมีเวลาไปสอบถามร้านอาหารท้องถิ่น ถนนคนเดิน จุดชมวิวของเมืองซีเป็นต้น อีกต่างหาก ไม่เหมือนมาทำงานต่างถิ่น แต่เหมือนมาเที่ยวเสียมากกว่าจนกระทั่งวันนี้ เมื่อได้เห็นภาพนั้น อลิซถึงเข้าใจทุกอย่างที่แท้คนที่ซีซาร์ชอบไม่ใช่เฟย์ แต่เป็นถังซือซือเพื่อนของเฟย์!ที่แท้เขาไม่ได้มาทำงานต่างถิ่นที่เมืองซี แต่มาเพื่อตามจีบถังซือซือ!ที่เขาสอบถามร้านอาหารและจุดชมวิวของเมืองซี ก็เพื่อพาถังซือซือไปวันนี้!ในใจอลิซอิจฉาเป็นอย่างม
เมื่อเยี่ยนหวยได้ยินดังนั้น ก็รู้ในทันทีว่าเวินเหลียงไม่ได้รักษาคำมั่นสัญญาแต่เขาก็เตรียมตัวไว้นานแล้ว วันนั้นหลังจากกลับไปก็ให้คนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด แล้วตัดคลิปมาใส่ไว้ในโทรศัพท์เมื่อได้ยินถังซือซือถามขึ้น เขาก็รีบส่งให้เธอทันที “ก็แค่คนที่ไม่สลักสำคัญอะไรคนหนึ่ง ฉันปฏิเสธเขาไปแล้ว”ถังซือซือดูคลิปรอบหนึ่ง ก่อนจะเบะปาก “อยู่ต่างประเทศคุณเยี่ยนมีสาวมาชอบเพียบเลยนะคะ”“แต่ฉันสนใจอยากจะครอบครองแค่เธอ”“จะยอมให้ฉันครอบครองไหม คุณถัง?”เยี่ยนหวยนั่งเอี้ยวตัว แขนข้างหนึ่งพาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้ เขาโน้มตัวเข้ามา ตัวท่อนบนใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ กลิ่นหอมฉุยจาง ๆ และกลิ่นอายของชายหนุ่มที่มาพร้อมกับการบุกรุกโอบล้อมเธอเอาไว้เขาดันแว่นตากรอบทอง สีหน้าอบอุ่น ฉีกยิ้มทว่าก็ราวกับไม่ยิ้ม มุมปากกระตุกรอยยิ้มเล็กน้อย ค่อนข้างมีความรู้สึกประเภทหน้าเนื้อใจเสือถังซือซือเหม่อไปครู่หนึ่ง“คุณถัง?”ใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ไออุ่นร้อนปะทะเข้ามาที่หน้า ในที่สุดถังซือซือก็ได้สติกลับมา เธอเอนหลังพลางตบหน้าอก “นายทำฉันตกใจหมด...ไป ไปเดินหาของกินเล่นกันเถอะ”เธอลุกขึ้นและเดินออกไปอย่าง