“เอ่อ ทะ...ท่านเข้าใจผิด”
เป็นผู้ที่อยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้นด้วยเสียงตะกุกตะกัก ขณะผู้ที่ถูกจับได้กลับยืนเฉย
“พวกเจ้าเป็นปีศาจชัดๆ ยังคิดปฏิเสธอีกหรือ คิดว่ากลายร่างเป็นหญิงรูปร่างบอบบางแล้วข้าจะมองไม่ออกเช่นนั้นหรือ”
ชายหนุ่มดันกระบี่ประชิดคอผู้ที่ถูกจับตัวได้จนเลือดซิบขึ้นมา แม้เพียงน้อยนิดหากก็ทำเอาคนเห็นรีบร้องห้าม หากผู้เจ็บก็ยังไม่เอ่ยสิ่งใด
“อย่า...”
เกาถิงแทบกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นเลือดบนคอของนายตนแล้วรีบเอ่ยอย่างหวาดหวั่น
“อย่าทำอะไรพวกข้าเลย”
“แม้เป็นปีศาจ ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายข้า”
ซีหรูเสียงแข็งต่างกับคนของตน นั่นยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับเกาถิง ด้วยคมกระบี่ประชิดคอเล็กจนได้เลือด
“พวกเจ้าทำร้ายคน”
ชายหนุ่มผู้เอ่ยนั้นมีใบหน้าเลิศล้ำยากจะหาผู้เทียบได้ง่ายนักหากกลับเข้มดุดัน ทั้งเรือนร่างก็สูงใหญ่น่าเกรงขาม ดวงตาคมจ้องมายังนางราวต้องการคาดคั้น
“ข้าไม่ได้ทำสิ่งใด”
“พวกข้าเพิ่งมาถึง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่เกิดเหตุอันใดขึ้น”
เกาถึงรีบสำทับเพื่อหาทางช่วยธิดาน้อยของนาง
สายตาคมเหลือบมองเลือดสีแดงที่ซึมไหลลงเล็กน้อยแนบคอขาวพลางครุ่นคิด
กระบี่เวทย์คู่กายที่สร้างจากเกล็ดมังกรเงินของตนนั้น แตะต้องผิวเนื้อกายทิพย์เซียนหรือร่างแปลงปีศาจเพียงน้อยนิดก็สร้างบาดแผลเหวอะหวะ ทว่านางกลับเกิดรอยบาดราวมนุษย์มีเลือดเนื้อ
แม้แคลงใจสงสัย หากอย่างไรพวกนางก็เป็นปีศาจ เขาจิ่นลี่ย่อมมองไม่ผิดเป็นแน่
“เพียงคำพูดไม่อาจเชื่อถือได้ พวกเจ้าเป็นปีศาจ ทั้งยังมาอยู่ในป่าขณะที่พวกข้าไล่ตามปีศาจฆ่าคน ช่างดูน่าสงสัย”
“ฆ่าคน พวกข้าน่ะหรือ”
ซีหรูเสียงดัง ไม่หวั่นต่อคอที่สามารถถูกตัดได้ทุกเมื่อของตน
“ปรักปรำผู้อื่น ตาถั่วนัก”
“นี่เจ้า...ช่างกล้านัก ข้าขยับนิดเดียวคอเจ้าอาจหลุดจากบ่าก็เป็นได้”
ผู้เป็นถึงไท่จื่อสวรรค์และเทพสงครามเข่นเสียงขึ้น ดวงตาวาวโรจน์ ทว่าขณะนั้นคนของตนกลับมาพอดี
“ปีศาจตนนั้นรู้พื้นที่หลบสายตาในป่านี้ดียิ่งนัก ข้าไม่อาจตามได้ทัน”
แม้จะแปลกใจกับสถานการณ์ที่เห็นหากหวังหย่งก็รายงาน แล้วเหลือบมองหญิงสาวสองนางที่อยู่ในการควบคุมของนายตน เขามองออกว่านี่คือปีศาจ
“หรือป่าแห่งนี้เป็นแหล่งกบดานของปีศาจ”
หวังหย่งออกความเห็น
“มีมากกว่าหนึ่งก็ต้องกำจัดให้หมด”
จิ่นลี่เอ่ยอย่างจริงจัง พร้อมมองปีศาจน้อยตรงหน้าเขม็ง
“ได้โปรดนายท่าน อย่าทำอะไรพวกข้าเลย”
แล้วก็เป็นเกาถิงที่รีบคุกเข่าลงอย่างอ้อนวอน หากไม่เพราะคอของธิดาน้อยแนบอยู่กับคมกระบี่ นางไม่มีวันคุกเข่าให้ผู้ใดนอกจากนายของตนแน่
“อาถิง เจ้าทำอะไร ลุกขึ้นดี๋ยวนี้”
ซีหรูมองพี่เลี้ยงตนอย่างคาดไม่ถึง ปีศาจก็มีศักดิ์ศรี ไม่ควรคุกเข่าให้ใครง่ายดายเช่นนี้ แถมยังไม่มีความผิดใด คิดแล้วก็ยิ่งไม่พอใจคนที่จับตนไว้
“จะฆ่าก็ฆ่าเลย ไม่ต้องขู่ แต่ขอบอกเอาไว้เลยว่าท่านฆ่าคนผิด”
เจ้าของสายตาคมดุนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย
“ฆ่าเจ้านั้นไม่ยาก แต่ในเมื่อเจ้ายืนยันว่าไม่ผิด ข้าก็จะให้โอกาสพิสูจน์ตนเอง เจ้าต้องตามหาปีศาจตนนั้นกับพวกข้า กำจัดให้สิ้น”
“เพียงช่วยตามหาปีศาจน่ะหรือ”
ซีหรูไม่อยากเชื่อนักว่าเขาจะปล่อยพวกนาง
“หากพวกเจ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน ย่อมลงมือฆ่าปีศาจตนนั้นได้”
เขาบอกพร้อมลดกระบี่ลง
เกาถิงรีบเข้ามาดูแผลของนายตนอย่างเป็นห่วง ทว่าซีหรูไม่สนใจ นางขยับไปใกล้ร่างสูงใหญ่อีกนิดเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ
“ได้ ข้าจะฆ่าปีศาจร้ายนั่นด้วยมือของข้าเอง”
ชายหนุ่มกวาดมองผู้พูดด้วยสายตาไม่เชื่อถือ แต่หากพวกนางคิดไม่ซื่อย่อมไม่มีทางหนีพ้นมือตน แล้วจึงพูดราวท้าทาย
“หากเป็นเช่นนั้นได้ก็ดี อย่าคิดแอบหนีก็แล้วกัน”
“ข้าไม่ผิด ไม่จำเป็นต้องหนี”
เมื่อปีศาจน้อยเอ่ยอย่างมั่นใจ เขาจึงเพียงส่งเสียงในลำคอแล้วหันไปพูดกับคนของตน
“ปีศาจนั่นไปทางไหน เจ้านำทางก็แล้วกัน”
หวังหย่งพยักหน้ารับ ทุกครั้งที่ลงมาจัดการปัญหายังโลกมนุษย์ หากต้องแปลงกายเป็นมนุษย์ธรรมดา นายของตนมักให้พูดคุยเหมือนเป็นสหายกัน แม้ครั้งนี้ผู้เป็นทั้งเทพสงครามและไท่จื่อสวรรค์ไม่ถึงขั้นต้องลงมาดูแลด้วยตนเอง ทว่านายของเขานั้นต้องการเลี่ยงบางสิ่งบนสวรรค์จึงมากับตนด้วย
“เจ้าสองคนตามสหายข้าไป ข้าจะรั้งท้ายคอยจับตาดูพวกเจ้าเอง”
ไท่จื่อสวรรค์จิ่นลี่เอ่ยเมื่อคนของตนเดินนำไปก่อน ปีศาจน้อยแสนงดงามตาขุ่นขวางใส่เขาเพียงชั่วอึดใจก็ขยับตามหวังหย่งโดยมีปีศาจอีกตนประคอง ท่าทางการเอาใจใส่นั้นราวนายกับบ่าว ที่สำคัญเขายังติดใจกับบาดแผลของนางที่ต่างจากปีศาจเมื่อถูกกระบี่เวทย์
จับปีศาจร้ายไม่ใช่งานยาก เขาไม่จำเป็นต้องให้พวกนางมาช่วยเหลือ ทว่าจิ่นลี่ยังเคลือบแคลงใจว่าหากไม่ใช่พวกเดียวกันกับปีศาจตนนั้นเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ในเวลาเหมาะเจาะเช่นนี้
“ข้ารักษาแผลให้นะเจ้าคะ”
เกาถิงขยับมาชิดแล้วกระซิบกับนายตนด้วยท่าทางกังวล
ซีหรูพยักหน้ารับ ในใจยังเคืองคนของตนที่ถึงกับคุกเข่าขอชีวิต หากก็เหลือบมองไปยังเจ้าของร่างสูงใหญ่ด้านหลังอย่างโมโหเช่นกัน
“แปลกนัก นักล่าปีศาจก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไม่ใช่หรือ เหตุใดเขาถึงเร็วกว่าข้า”
นางรู้ว่าอีกฝ่ายยั้งมือในตอนที่นางรีบหยุดด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นตนคงไม่มีคออยู่บนบ่าแล้ว แอบหนีบิดามาครั้งนี้เกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งเพียงชั่วอึดใจเสียแล้ว
“พวกเขาอาจเป็นจอมยุทธ์หรือเซียนนักล่าปีศาจก็ได้เจ้าค่ะ”
เกาถิงร่ายเวทย์รักษาแผลให้กับนายตนจนหายสนิทแล้วเอ่ย นางไม่สบายใจนักที่อีกฝ่ายเลือดตกยางออก
“คนพวกนี้เก่งกาจกว่าปีศาจหรือ”
ซีหรูเคยพบเห็นเพียงมนุษย์ที่อ่อนแอ
“บางคนฝึกพลังปราณจนแข็งแกร่งสามารถสำเร็จเซียนขั้นสูง ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ได้เจ้าค่ะ”
“งั้นเขาก็คงฝึกมามากกว่าข้าสินะ”
พูดแล้วก็นึกน้อยใจตัวเอง นางนั้นอ่อนแอมาตั้งแต่อายุยังน้อย หากไม่ได้บิดาคอยมอบพลังปราณให้คงไม่อาจฝึกปรือจิตเวทย์ของเผ่าปีศาจได้ แม้จะทำได้ดีทว่าตัวนางเองกลับรู้สึกถึงร่างกายที่เปราะบางกว่าปีศาจตนอื่น ทั้งบิดายังไม่ให้นางฝึกใช้อาวุธมีคมใดเพราะเหตุนี้
“ข้าอ่อนแอกว่ามนุษย์เสียอีก”
เสียงหวานนั้นแฝงความเศร้าจนเกาถิงต้องจับมือนายตนไว้
“ไม่หรอกเจ้าค่ะ พวกเขาอายุมากกว่าและฝึกฝนปราณมานานแล้วต่างหาก”
นางเอ่ยพลางยิ้มในหน้าอยากให้ซีหรูอารมณ์ดี แล้วก็ได้ผลเมื่ออีกฝ่ายหลุดยิ้มถูกใจ
“นั่นสิ ข้าเห็นเขามีตีนกาหน่อยๆ แล้วด้วย หากเป็นปีศาจอายุคงราวท่านอาจางฉวน”
ซีหรูนึกถึงหนึ่งในผู้คุมกฎแดนปีศาจผู้ช่วยบิดาตน อารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้แอบค่อนคนที่จับตน แม้เขาจะดูอายุน้อยกว่าจางฉวนก็ตาม
=========
โถ…ไท่จื่อ มีตีนกาแล้วจริงเหรอ 555 ^-^"
“แต่ที่ท่านรับปากว่าจะกำจัดปีศาจตนนั้นด้วยตัวเอง ข้าคิดว่ามันอันตราย”“จุดประสงค์ของเรามาที่นี่ก็เพื่อการณ์นี้ และมีเพียงวิธีนี้ที่จะพิสูจน์ได้ว่าเราบริสุทธิ์ อีกอย่างข้าพูดไปแล้วต้องทำให้ได้”นางเอ่ยอย่างมุ่งมั่นและมั่นใจในตนเอง ทว่าเกาถิงนึกไม่สบายใจนัก เป็นห่วงนายของตนด้วยยังไม่อาจคาดเดาฝีมือปีศาจตนนั้นได้ อย่างไรนางก็จะไม่ปล่อยให้ซีหรูเผชิญหน้ากับปีศาจลำพังเป็นแน่ทว่าหากจะหาทางหนีจากชายสองคนนี้ก็คงยากเช่นกัน พวกเขาดูไม่ธรรมดาโดยเฉพาะผู้ที่คุมอยู่ด้านหลัง นางรู้สึกได้ถึงพลังที่แกร่งกล้าเหนือผู้ใดอย่างไม่เคยพบพานมาก่อนจนน่าประหลาดใจไม่รู้ว่าพวกเขาจะรักษาสัจจะที่จะปล่อยพวกนางหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นนางจะปกป้องนายตนด้วยชีวิตอยู่ๆ ผู้ที่เดินนำก็ยกมือขึ้นให้หยุด แล้วเดินวนกลับไปหาเจ้าของร่างสูงใหญ่ด้านหลัง“ปีศาจตนนั้นอยู่ไม่ห่างนัก”หวังหย่งรายงานกับนายตนจิ่นลี่พยักหน้า เขากับหวังหย่งบดบังพลังเทพเซียนสวรรค์ของตนเอาไว้ ปีศาจจึงไม่อาจรับรู้ได้ แต่ที่ประมือกันไปเมื่อครู่อาจทำให้มันระมัดระวังตัว ไท่จื่อเหลือบมองไปยังปีศาจน้อยสองตนก่อนเอ่ยขึ้น“เจ้าสองคนนำไปก่อน”“หึ ย่อมได้ ใน
จิ่นลี่เห็นไฟโหมท่วมตรงชายป่าพร้อมเสียงผู้คนเขาก็ปล่อยให้หวังหย่งจัดการกับปีศาจร้าย อย่างน้อยเวลานี้ก็ช่วยชีวิตคนได้แล้ว ร่างสูงใหญ่เหินกายสูงขึ้นมุ่งหน้าออกไปดู แล้วก็เห็นเพลิงล้อมรอบชาวบ้านที่ต่างก็หวาดกลัวและร้องขอความช่วยเหลือ เขารีบร่ายเวทย์เรียกพยับฝนมาอย่างทันท่วงที ทว่าฝนเพียงอย่างเดียวกลับไม่อาจลดทอนไฟนี้ลงได้มีผู้ใช้เวทย์โหมไฟนี้ขึ้นมา จิ่นลี่จำต้องสยบด้วยพลังเวทย์ของตนเสริมด้วยไฟจึงมอดดับลงชาวบ้านบางคนได้รับบาดแผลไฟไหม้แต่นับว่าไม่หนักหนา ต่างก็รีบคุกเข่าขอบคุณสวรรค์ที่บันดาลให้ฝนตกลงมาเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีเค้าฝนแม้แต่น้อยจากนั้นไท่จื่อสวรรค์ก็กลับเข้าไปช่วยหวังหย่ง หากอีกฝ่ายสามารถสยบปีศาจดูดเลือดได้แล้ว และพันธนาการไว้ด้วยเวทย์จนไม่อาจหนีได้ ขณะที่ไม่เห็นปีศาจน้อยทั้งสองตน“ปีศาจน้อยสองตนนั่นหนีไปแล้ว นางเป็นพวกเดียวกับเจ้าหรือไม่”จิ่นลี่ถามกับปีศาจดูดเลือดซึ่งเวลานี้ใบหน้าสวยงามที่รังสรรค์ปั้นแต่งด้วยมนต์นั้นซีดเผือด“ข้าไม่รู้จักพวกนาง ไม่เคยเห็นมาก่อน”นางส่ายหน้าแล้วร้องขอ“นายท่านปล่อยข้าไปเถิด อย่าทำอันใดข้าเลย”“ฆ่าคนไม่กลัวความผิด ภัยมาถึงตัวกลับร้องขอชีวิต”ห
“ลูกไม่ไป ลูกไม่แต่ง เหตุใดท่านพ่อจึงผลักไสลูก”คนพูดกอดอกทั้งยังเมินหน้าหนีอย่างไม่อยากรับฟังสิ่งใดหลังจากนางฟื้นขึ้นมาสามวันก็มีราชโองการจากสวรรค์ชั้นฟ้ามายังเผ่าปีศาจ สู่ขอองค์หญิงเผ่าปีศาจเพื่ออภิเษกกับไท่จื่อสวรรค์ซีหรูถูกเรียกออกมารับราชโองการ ถอยกลับไปอยู่ด้านหลังบิดาพร้อมส่ายหน้าไม่ยอมรับ ทำให้เจ้าปีศาจจำต้องเป็นผู้รับไว้ด้วยความเกรงใจ ผู้แทนพระองค์ย้ำว่าวันคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไปขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจากสวรรค์จะมารับว่าที่พระชายา จากนั้นก็กลับไป“เผ่าปีศาจของเรา ตั้งใจอยู่อย่างสันติ เป็นมิตรกับทั้งหกพิภพนับแต่ท่านปู่ของลูกขึ้นครองดินแดน”โจวซุ่นพยายามบอกให้บุตรสาวเข้าใจทั้งที่ตนนั้นก็ห่วงซีหรูมากเช่นกัน ทั้งยังไม่อยากอยู่ห่างลูกสาวคนเดียวแม้แต่น้อย“เมื่อสวรรค์หยิบยื่นไมตรี พ่อก็จำต้องรับไว้ เดิมทีเผ่าปีศาจกับสวรรค์ก็ยากจะเกี่ยวข้องกัน แต่ครานี้สวรรค์ยอมผูกสัมพันธ์ ซื้อใจเผ่าปีศาจด้วยเกียรติของชายาไท่จื่อ ยิ่งทำให้เราปฏิเสธไม่ได้”“ใช่ ธิดาน้อย เราเพิ่งอยู่อย่างสงบสุขไม่กี่พันปี เราไม่ต้องการให้มีสงครามอีก”“เห็นแก่ราษฎรเผ่าปีศาจ ที่สำคัญธิดาน้อยควรเห็นแก่เจ้าปีศาจ ที่จำเป
แม้จ้องมองกันอยู่นานแววตาคู่หวานที่ค่อนข้างปรือก็มีเพียงความขุ่นมัวให้เห็น หากจิ่นลี่ก็คิดว่าอีกฝ่ายอาจแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะลงมือเผามนุษย์ชาวบ้านธรรมดาก่อนจะหลบหนี“เสแสร้งแกล้งทำ หลบหนีความผิด ไม่คิดว่าองค์หญิงเผ่าปีศาจจะขี้ขลาดเช่นนี้”เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่หลงเชื่อโดยง่าย“ท่านว่าใครเสแสร้ง ขี้ขลาด”เมื่อถูกต่อว่าตรงๆ อารมณ์โกรธของซีหรูก็พุ่งทะยานในทันใด แม้ตัวเล็กกว่าก็ไม่คิดกลัวเกรง ร่างบอบบางลุกพรวดเชิดหน้าเถียง แต่เพราะมึนเมาทำให้รู้สึกเหมือนพื้นที่ยืนเอียงไปมาจนเสียหลักแทบทรุดล้มลง หากก็ได้แขนกำยำสอดเข้ามารองรับเอาไว้จิ่นลี่เห็นอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอาการไม่มั่นคงนัก เมื่อลุกขึ้นกะทันหันแล้วโอนเอนเขาจึงขยับเข้าไปช่วยได้ทันด้วยสัญชาตญาณของร่างกาย กระชับร่างบอบบางแนบอก กลิ่นเหล้าจากลมหายใจอ่อนโชยมาทำเอาต้องถอนหายใจระอา ขณะจ้องใบหน้างดงามในระยะประชิดซีหรูเงยมองสบตาคมกริบของผู้ที่ประคองตนแล้วความรู้สึกร้อนวูบประหลาดก็แผ่ซ่าน ใบหน้ากับร่างกายที่มีฤทธิ์เหล้ากำจายจนไอร้อนทั่วตัวอยู่แล้วนั้นร้อนกว่าเดิม ทั้งช่องท้องเหมือนมีบางสิ่งหมุนวนอยู่ อาการที่ไม่เคยรู้จักพาให้อกใจหวิวหวั่นหายใจติ
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ดื่มเหล้ามงคลจนเมาเละ อาเจียนใส่ข้า ล่วงเกินข้าแล้วก็หลับ หลบหลีกเก่งเช่นนี้จนเป็นนิสัยสินะ”เมื่อไม่อาจทนกับกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนต่อได้จิ่นลี่ก็ถอดชุดของตนออกเพื่อล้างหน้าล้างตัว เปลี่ยนทั้งเสื้อคลุมและเสื้อตัวในใหม่ พอกลับมายังเตียงของตนก็หยุดมองร่างเล็กที่นอนไม่ขยับพร้อมกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วส่ายหน้า ยื่นมือจะปลดผ้าคาดตรงเอวบางหากกลับหยุดนิ่งอย่างชั่งใจ“อย่าโทษข้า เจ้าดื่มจนเมาเอง”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ตัดสินใจจับผ้าคาดเอวของหญิงสาวแกะปม ก่อนจะค่อยๆ ปลดชุดสีแดงเข้มบนเรือนร่างอีกฝ่าย ตาคมเลี่ยงที่จะมองตรงๆ หากมือกลับสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายสตรีนั้นเขาไม่เคยเห็นด้วยไม่มีจิตใจฝักใฝ่ การเป็นองค์ชายสวรรค์นั้นต้องเติบโตขึ้นพร้อมความสามารถรอบด้าน จิ่นลี่กับเจิ้งหานฝึกปรือพลังปราณและศาสตร์การสู้รบมาด้วยกัน เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็เรียนรู้งานราชกิจ ต่างไม่ใส่ใจสิ่งอื่นเพราะภาระที่รอคอยนั้นยิ่งใหญ่พี่ชายเขาเจิ้งหานไม่มีหญิงใดในสายตากระทั่งอภิเษกกับหนิงเฟิ่ง ส่วนเขาไม่ถูกกะเกณฑ์ด้วยชีวิตคู่ไม่มีผลต่อบัลลังก์สวรรค์ ต่างจากเวลานี้ที่ขึ้นมาเป็นไท่จื่อแทนพี่ชาย พระบิดาและพระมาร
ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะมีส่วนอาบน้ำเป็นบ่อที่มิดชิดประดับประดาสวยงามเช่นนี้ซีหรูคิดในใจขณะที่เกาถิงเข้ามาพร้อมนางกำนัลที่มานำทางให้ไปยังพื้นที่อาบน้ำซึ่งเชื่อมต่อด้านหลังตำหนัก“ข้านึกว่าชาวสวรรค์เช่นพวกเจ้า จะมีกายทิพย์หอมสะอาด ไม่จำเป็นต้องชำระล้างร่างกายเสียอีก”นางกำนัลสองคนต่างยิ้มกับคำพูดของพระชายาก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ย“บ่อน้ำนี้เป็นน้ำแร่สวรรค์เพคะ แช่แล้วจะช่วยให้ผ่อนคลายแล้วก็สมานบาดแผลภายนอกกับรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้ดีเพคะ”“หมายความว่าก็ไม่ได้อาบน้ำกันทุกวัน”“เพคะ แต่ไท่จื่อมักแช่น้ำแร่ทุกครั้งเมื่อกลับจากราชกิจเพคะ”ซีหรูมองหน้าผู้ตอบนิ่งชั่วอึดใจก่อนจะยิ้มบาง“พวกเจ้ารู้ลึกรู้จริงเช่นนี้ ข้าถามคนไม่ผิดจริงๆ”นางกำลังคนที่บอกหน้าซีดแล้วรีบคุกเข่าลงพร้อมเพื่อนของนางเองก็เช่นกัน“พระชายาโปรดอภัย ข้าน้อยเพียงต้องการให้พระชายาทราบถึงกิจวัตรของไท่จื่อเพคะ”“ใช่เพคะ ทุกครั้งที่ไท่จื่อแช่น้ำแร่จะมีเพียงหวังหย่งกับจางหย่งปรนนิบัติเพคะ พวกเราเหล่านางกำนัลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าตำหนักหลี่คุณในเวลานี้เพคะ”นางกำนัลอีกนางรีบช่วยสหายตนผู้เป็นพระชายาอดนึกแปลกใจกับคำบอกไม่ได้จึงถามต่อ“
“เจ้ารีบเอาเหล้ามาให้ข้าโดยเร็ว”นางสั่งกับหนึ่งในนางกำนัลที่กำลังจัดโต๊ะอาหาร อีกฝ่ายก็รับคำแล้วเร่งรีบไปจัดการ เกาถิงได้แต่มองอย่างแปลกใจ เมื่อได้เหล้ามาและนางกำนัลออกไปหมดแล้วซีหรูก็รีบดื่มอย่างเช่นที่เคยทำในวันแต่งงาน“ไท่จื่อกำลังจะมาแล้ว ท่านดื่มเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะพระชายา ไท่จื่อย่อมต้องการเวลาส่วนตัวกับท่าน”สีหน้าของซีหรูเหยเก หากก็ยังพยายามดื่มต่อ ในลำคอ ช่องท้องและใบหน้าร้อนวูบวาบด้วยสุรารสชาติร้อนแรง“เวลานี้ไท่จื่อไม่มีผู้ใด ท่านควรทำตัวให้เป็นที่โปรดปราน ยึดหัวใจของไท่จื่อไว้ให้ได้เพียงผู้เดียว ยิ่งหากมีทายาท ยิ่งส่งเสริมความมั่นคงของท่าน”เกาถิงไม่อยากให้นายตนละเลยการใช้ชีวิตสำหรับคู่แต่งงาน แม้มาอยู่สวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ต่างจากทุกที่นัก หากวันใดวันหนึ่งมีไท่จื่อชายารอง ย่อมต้องมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นซีหรูทอดถอนใจ อย่างไรนางก็ยังไม่คุ้นชินกับสวามี ทั้งไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อกัน นางคิดว่าเขาเองก็เช่นกัน“เจ้าก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ข้ากับไท่จื่อก็เพิ่งพบหน้ากันในวันแต่งงาน ยังต่างก็เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เขาเองก็ดูไม่ชอบหน้าข้าเท่าไรนัก”นางพูดไปอย่างที่เข้าใจ ด้วยท่าทางของอีก
อ้อมแขนกำยำรัดร่างของซีหรูแนบแน่นจนรู้สึกได้ถึงเรือนกายหนาแกร่งพร้อมสัดส่วนต่างจากตนที่เบียดชิดทำเอาขนลุกชัน ทั้งหัวใจยังยิ่งสั่นระรัว ปากอุ่นกระด้างกดลงไม่รุนแรง หากมีพลานุภาพทำให้ขาของนางราวไร้กระดูก นอกจากบดเบียดไม่ห่างแล้วอีกฝ่ายยังเม้มกลีบปากทั้งบนล่าง มือบางเกร็งจนขยำสาบเสื้อบนแผงอกกว้างราวเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งกายเข้ามาหามากกว่าเดิม ดึงสัญชาตญาณดิบในกายชายที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ความมั่นคงของจิตจิ่นลี่ในมาเนิ่นนาน ริมฝีปากและลมหายใจร้อนอ่อนบางกรุ่นกลิ่นเหล้าไม่ได้ทำให้นึกรังเกียจ กลับเชิญชวนให้ลิ้มลองครอบครอง อยากมึนเมาไปกับนาง คิดแล้วปลายลิ้นอุ่นก็ขยับไล้เพื่อหาทางล่วงล้ำโพรงปากนุ่มมือหนาเคลื่อนไหวตามใจปรารถนาที่อยากแตะต้องร่างนุ่มมือในทุกส่วน ข้างหนึ่งไล้ไปหยุดวางกระชับสะโพก อีกข้างลูบผ่านเอวบางขึ้นมาเกาะกุมเหนือทรวงอวบอิ่มแล้วร่างเล็กก็สะดุ้งเบาๆ กลีบปากอิ่มเผยอเป็นโอกาสให้เขาสอดแทรกลิ้นเข้าโลมเล้าลิ้นเล็กได้ตามต้องการ“อื้อ...”ซีหรูที่มึนกับสัมผัสแสนระทึกใจเริ่มขยับตัวอย่างต่อต้าน ความตระหนกก่อตัวในจิตใจสาวน้อยเมื่อถูกคุกคามในร่างกายส่วนที่ไม่ควรให้ผู้ใดแต
เมื่อตั้งใจหลบเลี่ยงซีหรูก็รีบกลับมาเข้านอน โดยมีเกาถิงกับนางกำนัลเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้อง ครู่ใหญ่ร่างสูงใหญ่ของไท่จื่อกับหวังหย่งจางหย่งก็ปรากฏกายขึ้น ทั้งสองนางย่อกายก้มหน้าทันที“เปิดประตู”จิ่นลี่เอ่ยเสียงเรียบ“เอ่อ พระชายาหลับแล้วเพคะ”เกาถิงจำใจบอกเสียงเบาตามความต้องการของนายตนโดยไม่กล้าสบตาคู่คมกริบ“ผู้มีชนักติดหลัง แล้วยังกล้าโกหกซ้ำซากอาจเพราะเห็นว่าข้าละเลย แต่ยังไงความผิดติดตัวก็ยังคงอยู่”ไท่จื่อเปรยเสียงเรียบ ทำเอาเกาถิงเริ่มตัวสั่น ใจคอไม่ดีนัก“อ่านฎีกาเมื่อครู่ รายงานที่ว่ามนุษย์ชาวบ้านถูกไฟเวทย์ทำร้ายบาดเจ็บโดยไม่รู้สาเหตุหลายคน ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ด้วยสิ”คราวนี้เกาถิงเหลือบขึ้นมองไท่จื่อด้วยสายตาตระหนกแล้วรีบคุกเข่าลงอย่างเกรงกลัว“ขอไท่จื่อเมตตา เป็นข้าน้อยเองที่ผิด ข้าน้อยยินดีรับผิดเพคะ”“เจ้ายินดีรับผิดที่โกหกข้าว่าพระชายาหลับแล้ว หรือเรื่องอื่น”จิ่นลี่ถามหยั่งเชิง อีกฝ่ายก็ยิ่งหน้าซีดเผือด“เอ่อ...”“เจ้าคงไม่อยากให้ข้าละเลยนายของเจ้า”เขาไม่ได้ต้องการฟังความเห็นคนสนิทของชายาตนอยู่แล้วจึงกล่าวตัดบท ก่อนจะสั่งความหวังหย่ง“หวังหย่ง คดีนี้ที่โลกมนุษย์เจ้าจัดกา
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารระหว่างไท่จื่อกับพระชายาค่อนข้างเงียบ ต่างคนต่างตักอาหารของตน ไม่ได้ใส่ใจกันและกัน ไม่มีการพูดคุยระหว่างมื้อเช่นสามีภรรยา ไร้ความหวานชื่นใดๆเกาถิงที่คอยรับใช้กับนางกำนัลหนึ่งคนได้แต่ลอบสบตากัน ก่อนหน้านี้สายตาคมกริบเหลือบมองนางแวบหนึ่งในตอนมาถึงโต๊ะอาหารทำให้เกาถิงแทบอยากให้ตนเองตัวเล็กลงนัก และนางก็ได้รู้แล้วว่าผู้ที่ลงไปแดนมนุษย์กับไท่จื่อในครั้งนั้นชื่อหวังหย่ง อีกฝ่ายมองเธอด้วยแววตาสงสัยชัดเจนทว่าไม่เอ่ยถาม นั่นยิ่งทำให้นางไม่สบายใจหากก็ยังทำราวไม่เคยพบเจอเขาไม่นานไท่จื่อก็วางช้อนแล้วนั่งนิ่งเงียบ ซีหรูที่ยังกินอยู่แสร้งกินเชื่องช้าไปเรื่อยๆ คิดว่าเขาอิ่มและเบื่อก็คงกลับตำหนักไปเอง ทว่าผ่านไปครู่หนึ่งอีกฝ่ายก็ยังนั่งหลังตรงท่าทางเคร่งขรึม สร้างความกดดันให้ผู้ที่ตั้งใจถ่วงเวลา สุดท้ายนางก็เอ่ยเพราะไม่อยากฝืนทนอีกแล้ว“ท่านอิ่มแล้วกลับตำหนักก่อนก็ได้ ข้ายังไม่อิ่ม เกรงใจไท่จื่อ”บอกแล้วก็รีบตักน้ำแกงตรงหน้ามาซด แสดงท่าทางให้รู้ว่าตนนั้นยังเอร็ดอร่อยกับการกินยิ่งนัก“ข้าจะพักที่ตำหนักเจ้า”“พรวด...”เกาถิงรีบเข้ามาเช็ดปากให้นายตนที่เลอะน้ำแกง เพราะคำพูดของไท่จื่อ
“เจ้าเป็นภรรยา ไม่มีสิทธิ์ขึ้นเสียงหรือแย้งสามี ที่ดินแดนปีศาจทุกคนอาจจะตามใจเจ้าแม้แต่เจ้าปีศาจ แต่ที่นี่เจ้าต้องเชื่อฟังข้า เดินตามข้าหนึ่งก้าว”แม้น้ำเสียงที่เอ่ยจะราบเรียบหากก็เน้นถึงคำสั่งชัดเจน และคนฟังก็รู้สึกราวถูกกดขี่ข่มเหงให้อยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า“นี่ข้าเป็นชายาหรือบ่าวของท่าน ข้าก็มีความคิดของข้า อยากพูดอะไรข้าก็จะพูด”“หากคำพูดกับการกระทำของเจ้าเหมาะสมและเป็นผู้ใหญ่ ข้าจะไม่บังคับเลย แต่นี่เจ้าหาเรื่องป่วนข้าเป็นเด็กไม่ยอมโตแล้วก็เอาแต่ใจ ไม่คิดทำหน้าที่ภรรยาที่ดีแม้แต่น้อย”“ถึงข้าจะอายุน้อยกว่าท่านหลายแสนปี แต่ข้าก็โตแล้ว”ซีหรูเสียงแข็ง ตาขุ่นขึ้นเมื่อรู้สึกว่าไท่จื่อดุเหมือนนางเป็นเด็กเล็กไม่ประสา“ท่านไม่ใช่อาจารย์ ไม่ใช่ท่านพ่อ อย่ามาสั่งสอนเหมือนข้าไม่รู้ความ”เพราะคำก็เด็กสองคำก็เด็กของสวามีทำให้ซีหรูโกรธจัด นางรู้ว่าตนนั้นยังอายุน้อย แต่ก็ไม่ใช่คนที่โง่งมคิดเองไม่เป็น ต้องทำตามทุกอย่างที่เขาสั่งเพียงเท่านั้น นางไม่ชอบความคิดเช่นนี้ แม้เป็นสตรี อ่อนด้อยประสบการณ์กว่าแต่นางก็เป็นชายาสามีภรรยาวควรยืนเคียงข้างกัน ช่วยส่งเสริมกันและกัน บิดาของนางบอกเอาไว้เช่นนั้นก่อนจ
อ้อมแขนกำยำรัดร่างของซีหรูแนบแน่นจนรู้สึกได้ถึงเรือนกายหนาแกร่งพร้อมสัดส่วนต่างจากตนที่เบียดชิดทำเอาขนลุกชัน ทั้งหัวใจยังยิ่งสั่นระรัว ปากอุ่นกระด้างกดลงไม่รุนแรง หากมีพลานุภาพทำให้ขาของนางราวไร้กระดูก นอกจากบดเบียดไม่ห่างแล้วอีกฝ่ายยังเม้มกลีบปากทั้งบนล่าง มือบางเกร็งจนขยำสาบเสื้อบนแผงอกกว้างราวเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งกายเข้ามาหามากกว่าเดิม ดึงสัญชาตญาณดิบในกายชายที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ความมั่นคงของจิตจิ่นลี่ในมาเนิ่นนาน ริมฝีปากและลมหายใจร้อนอ่อนบางกรุ่นกลิ่นเหล้าไม่ได้ทำให้นึกรังเกียจ กลับเชิญชวนให้ลิ้มลองครอบครอง อยากมึนเมาไปกับนาง คิดแล้วปลายลิ้นอุ่นก็ขยับไล้เพื่อหาทางล่วงล้ำโพรงปากนุ่มมือหนาเคลื่อนไหวตามใจปรารถนาที่อยากแตะต้องร่างนุ่มมือในทุกส่วน ข้างหนึ่งไล้ไปหยุดวางกระชับสะโพก อีกข้างลูบผ่านเอวบางขึ้นมาเกาะกุมเหนือทรวงอวบอิ่มแล้วร่างเล็กก็สะดุ้งเบาๆ กลีบปากอิ่มเผยอเป็นโอกาสให้เขาสอดแทรกลิ้นเข้าโลมเล้าลิ้นเล็กได้ตามต้องการ“อื้อ...”ซีหรูที่มึนกับสัมผัสแสนระทึกใจเริ่มขยับตัวอย่างต่อต้าน ความตระหนกก่อตัวในจิตใจสาวน้อยเมื่อถูกคุกคามในร่างกายส่วนที่ไม่ควรให้ผู้ใดแต
“เจ้ารีบเอาเหล้ามาให้ข้าโดยเร็ว”นางสั่งกับหนึ่งในนางกำนัลที่กำลังจัดโต๊ะอาหาร อีกฝ่ายก็รับคำแล้วเร่งรีบไปจัดการ เกาถิงได้แต่มองอย่างแปลกใจ เมื่อได้เหล้ามาและนางกำนัลออกไปหมดแล้วซีหรูก็รีบดื่มอย่างเช่นที่เคยทำในวันแต่งงาน“ไท่จื่อกำลังจะมาแล้ว ท่านดื่มเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะพระชายา ไท่จื่อย่อมต้องการเวลาส่วนตัวกับท่าน”สีหน้าของซีหรูเหยเก หากก็ยังพยายามดื่มต่อ ในลำคอ ช่องท้องและใบหน้าร้อนวูบวาบด้วยสุรารสชาติร้อนแรง“เวลานี้ไท่จื่อไม่มีผู้ใด ท่านควรทำตัวให้เป็นที่โปรดปราน ยึดหัวใจของไท่จื่อไว้ให้ได้เพียงผู้เดียว ยิ่งหากมีทายาท ยิ่งส่งเสริมความมั่นคงของท่าน”เกาถิงไม่อยากให้นายตนละเลยการใช้ชีวิตสำหรับคู่แต่งงาน แม้มาอยู่สวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ต่างจากทุกที่นัก หากวันใดวันหนึ่งมีไท่จื่อชายารอง ย่อมต้องมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นซีหรูทอดถอนใจ อย่างไรนางก็ยังไม่คุ้นชินกับสวามี ทั้งไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อกัน นางคิดว่าเขาเองก็เช่นกัน“เจ้าก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ข้ากับไท่จื่อก็เพิ่งพบหน้ากันในวันแต่งงาน ยังต่างก็เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เขาเองก็ดูไม่ชอบหน้าข้าเท่าไรนัก”นางพูดไปอย่างที่เข้าใจ ด้วยท่าทางของอีก
ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะมีส่วนอาบน้ำเป็นบ่อที่มิดชิดประดับประดาสวยงามเช่นนี้ซีหรูคิดในใจขณะที่เกาถิงเข้ามาพร้อมนางกำนัลที่มานำทางให้ไปยังพื้นที่อาบน้ำซึ่งเชื่อมต่อด้านหลังตำหนัก“ข้านึกว่าชาวสวรรค์เช่นพวกเจ้า จะมีกายทิพย์หอมสะอาด ไม่จำเป็นต้องชำระล้างร่างกายเสียอีก”นางกำนัลสองคนต่างยิ้มกับคำพูดของพระชายาก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ย“บ่อน้ำนี้เป็นน้ำแร่สวรรค์เพคะ แช่แล้วจะช่วยให้ผ่อนคลายแล้วก็สมานบาดแผลภายนอกกับรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้ดีเพคะ”“หมายความว่าก็ไม่ได้อาบน้ำกันทุกวัน”“เพคะ แต่ไท่จื่อมักแช่น้ำแร่ทุกครั้งเมื่อกลับจากราชกิจเพคะ”ซีหรูมองหน้าผู้ตอบนิ่งชั่วอึดใจก่อนจะยิ้มบาง“พวกเจ้ารู้ลึกรู้จริงเช่นนี้ ข้าถามคนไม่ผิดจริงๆ”นางกำลังคนที่บอกหน้าซีดแล้วรีบคุกเข่าลงพร้อมเพื่อนของนางเองก็เช่นกัน“พระชายาโปรดอภัย ข้าน้อยเพียงต้องการให้พระชายาทราบถึงกิจวัตรของไท่จื่อเพคะ”“ใช่เพคะ ทุกครั้งที่ไท่จื่อแช่น้ำแร่จะมีเพียงหวังหย่งกับจางหย่งปรนนิบัติเพคะ พวกเราเหล่านางกำนัลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าตำหนักหลี่คุณในเวลานี้เพคะ”นางกำนัลอีกนางรีบช่วยสหายตนผู้เป็นพระชายาอดนึกแปลกใจกับคำบอกไม่ได้จึงถามต่อ“
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ดื่มเหล้ามงคลจนเมาเละ อาเจียนใส่ข้า ล่วงเกินข้าแล้วก็หลับ หลบหลีกเก่งเช่นนี้จนเป็นนิสัยสินะ”เมื่อไม่อาจทนกับกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนต่อได้จิ่นลี่ก็ถอดชุดของตนออกเพื่อล้างหน้าล้างตัว เปลี่ยนทั้งเสื้อคลุมและเสื้อตัวในใหม่ พอกลับมายังเตียงของตนก็หยุดมองร่างเล็กที่นอนไม่ขยับพร้อมกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วส่ายหน้า ยื่นมือจะปลดผ้าคาดตรงเอวบางหากกลับหยุดนิ่งอย่างชั่งใจ“อย่าโทษข้า เจ้าดื่มจนเมาเอง”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ตัดสินใจจับผ้าคาดเอวของหญิงสาวแกะปม ก่อนจะค่อยๆ ปลดชุดสีแดงเข้มบนเรือนร่างอีกฝ่าย ตาคมเลี่ยงที่จะมองตรงๆ หากมือกลับสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายสตรีนั้นเขาไม่เคยเห็นด้วยไม่มีจิตใจฝักใฝ่ การเป็นองค์ชายสวรรค์นั้นต้องเติบโตขึ้นพร้อมความสามารถรอบด้าน จิ่นลี่กับเจิ้งหานฝึกปรือพลังปราณและศาสตร์การสู้รบมาด้วยกัน เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็เรียนรู้งานราชกิจ ต่างไม่ใส่ใจสิ่งอื่นเพราะภาระที่รอคอยนั้นยิ่งใหญ่พี่ชายเขาเจิ้งหานไม่มีหญิงใดในสายตากระทั่งอภิเษกกับหนิงเฟิ่ง ส่วนเขาไม่ถูกกะเกณฑ์ด้วยชีวิตคู่ไม่มีผลต่อบัลลังก์สวรรค์ ต่างจากเวลานี้ที่ขึ้นมาเป็นไท่จื่อแทนพี่ชาย พระบิดาและพระมาร
แม้จ้องมองกันอยู่นานแววตาคู่หวานที่ค่อนข้างปรือก็มีเพียงความขุ่นมัวให้เห็น หากจิ่นลี่ก็คิดว่าอีกฝ่ายอาจแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะลงมือเผามนุษย์ชาวบ้านธรรมดาก่อนจะหลบหนี“เสแสร้งแกล้งทำ หลบหนีความผิด ไม่คิดว่าองค์หญิงเผ่าปีศาจจะขี้ขลาดเช่นนี้”เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่หลงเชื่อโดยง่าย“ท่านว่าใครเสแสร้ง ขี้ขลาด”เมื่อถูกต่อว่าตรงๆ อารมณ์โกรธของซีหรูก็พุ่งทะยานในทันใด แม้ตัวเล็กกว่าก็ไม่คิดกลัวเกรง ร่างบอบบางลุกพรวดเชิดหน้าเถียง แต่เพราะมึนเมาทำให้รู้สึกเหมือนพื้นที่ยืนเอียงไปมาจนเสียหลักแทบทรุดล้มลง หากก็ได้แขนกำยำสอดเข้ามารองรับเอาไว้จิ่นลี่เห็นอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอาการไม่มั่นคงนัก เมื่อลุกขึ้นกะทันหันแล้วโอนเอนเขาจึงขยับเข้าไปช่วยได้ทันด้วยสัญชาตญาณของร่างกาย กระชับร่างบอบบางแนบอก กลิ่นเหล้าจากลมหายใจอ่อนโชยมาทำเอาต้องถอนหายใจระอา ขณะจ้องใบหน้างดงามในระยะประชิดซีหรูเงยมองสบตาคมกริบของผู้ที่ประคองตนแล้วความรู้สึกร้อนวูบประหลาดก็แผ่ซ่าน ใบหน้ากับร่างกายที่มีฤทธิ์เหล้ากำจายจนไอร้อนทั่วตัวอยู่แล้วนั้นร้อนกว่าเดิม ทั้งช่องท้องเหมือนมีบางสิ่งหมุนวนอยู่ อาการที่ไม่เคยรู้จักพาให้อกใจหวิวหวั่นหายใจติ
“ลูกไม่ไป ลูกไม่แต่ง เหตุใดท่านพ่อจึงผลักไสลูก”คนพูดกอดอกทั้งยังเมินหน้าหนีอย่างไม่อยากรับฟังสิ่งใดหลังจากนางฟื้นขึ้นมาสามวันก็มีราชโองการจากสวรรค์ชั้นฟ้ามายังเผ่าปีศาจ สู่ขอองค์หญิงเผ่าปีศาจเพื่ออภิเษกกับไท่จื่อสวรรค์ซีหรูถูกเรียกออกมารับราชโองการ ถอยกลับไปอยู่ด้านหลังบิดาพร้อมส่ายหน้าไม่ยอมรับ ทำให้เจ้าปีศาจจำต้องเป็นผู้รับไว้ด้วยความเกรงใจ ผู้แทนพระองค์ย้ำว่าวันคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไปขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจากสวรรค์จะมารับว่าที่พระชายา จากนั้นก็กลับไป“เผ่าปีศาจของเรา ตั้งใจอยู่อย่างสันติ เป็นมิตรกับทั้งหกพิภพนับแต่ท่านปู่ของลูกขึ้นครองดินแดน”โจวซุ่นพยายามบอกให้บุตรสาวเข้าใจทั้งที่ตนนั้นก็ห่วงซีหรูมากเช่นกัน ทั้งยังไม่อยากอยู่ห่างลูกสาวคนเดียวแม้แต่น้อย“เมื่อสวรรค์หยิบยื่นไมตรี พ่อก็จำต้องรับไว้ เดิมทีเผ่าปีศาจกับสวรรค์ก็ยากจะเกี่ยวข้องกัน แต่ครานี้สวรรค์ยอมผูกสัมพันธ์ ซื้อใจเผ่าปีศาจด้วยเกียรติของชายาไท่จื่อ ยิ่งทำให้เราปฏิเสธไม่ได้”“ใช่ ธิดาน้อย เราเพิ่งอยู่อย่างสงบสุขไม่กี่พันปี เราไม่ต้องการให้มีสงครามอีก”“เห็นแก่ราษฎรเผ่าปีศาจ ที่สำคัญธิดาน้อยควรเห็นแก่เจ้าปีศาจ ที่จำเป