“แต่ที่ท่านรับปากว่าจะกำจัดปีศาจตนนั้นด้วยตัวเอง ข้าคิดว่ามันอันตราย”
“จุดประสงค์ของเรามาที่นี่ก็เพื่อการณ์นี้ และมีเพียงวิธีนี้ที่จะพิสูจน์ได้ว่าเราบริสุทธิ์ อีกอย่างข้าพูดไปแล้วต้องทำให้ได้”
นางเอ่ยอย่างมุ่งมั่นและมั่นใจในตนเอง ทว่าเกาถิงนึกไม่สบายใจนัก เป็นห่วงนายของตนด้วยยังไม่อาจคาดเดาฝีมือปีศาจตนนั้นได้ อย่างไรนางก็จะไม่ปล่อยให้ซีหรูเผชิญหน้ากับปีศาจลำพังเป็นแน่
ทว่าหากจะหาทางหนีจากชายสองคนนี้ก็คงยากเช่นกัน พวกเขาดูไม่ธรรมดาโดยเฉพาะผู้ที่คุมอยู่ด้านหลัง นางรู้สึกได้ถึงพลังที่แกร่งกล้าเหนือผู้ใดอย่างไม่เคยพบพานมาก่อนจนน่าประหลาดใจ
ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรักษาสัจจะที่จะปล่อยพวกนางหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นนางจะปกป้องนายตนด้วยชีวิต
อยู่ๆ ผู้ที่เดินนำก็ยกมือขึ้นให้หยุด แล้วเดินวนกลับไปหาเจ้าของร่างสูงใหญ่ด้านหลัง
“ปีศาจตนนั้นอยู่ไม่ห่างนัก”
หวังหย่งรายงานกับนายตน
จิ่นลี่พยักหน้า เขากับหวังหย่งบดบังพลังเทพเซียนสวรรค์ของตนเอาไว้ ปีศาจจึงไม่อาจรับรู้ได้ แต่ที่ประมือกันไปเมื่อครู่อาจทำให้มันระมัดระวังตัว ไท่จื่อเหลือบมองไปยังปีศาจน้อยสองตนก่อนเอ่ยขึ้น
“เจ้าสองคนนำไปก่อน”
“หึ ย่อมได้ ในเมื่อชายชาตรีไม่กล้าออกหน้า ข้าก็จะจัดการเอง”
ซีหรูเชิดหน้าอย่างมั่นใจ สะบัดหน้าเดินนำไปก่อน เกาถิงจึงรีบตามติดไม่ห่าง
หวังหย่งถอนหายใจระอา ขณะที่ไท่จื่อจิ่นลี่นั้นกลับตีหน้าขรึมเฉยเมย ก่อนจะนำคนของตนเดินต่ออย่างเชื่องช้าห่างจากร่างเล็กสองร่างเข้าไว้ ต้องการพิสูจน์ว่าปีศาจน้อยนั่นพูดจริงหรือว่าจะร่วมมือกับปีศาจร้ายหันมาเล่นงานพวกเขา
ขณะนั้นเงาหนึ่งวูบผ่านหน้ามาทำให้ซีหรูรีบกระโดดขึ้นเหาะตามไปในทันใด เกาถิงเองก็ไม่ยอมให้นายตนห่างตัว
“ตามไป
จิ่นลี่สั่งเสียงเข้ม
“หยุดนะ ปีศาจร้าย”
ซีหรูตะโกนลั่นพร้อมรีบรุดเพื่อจะตามให้ทัน แต่เพียงครู่หนึ่งปีศาจร้ายก็โผล่มาตรงหน้า
“หยาบคายนัก ปีศาจน้อย”
ปีศาจสาวใบหน้างดงามเอ่ยเสียงเข้มดวงตาฉายแสงแดงวาบขึ้น ขณะเดียวกันเกาถิงก็ขยับมาขวางหน้านายตนไว้ทันใด
“พวกเจ้าบังอาจเข้ามาในเขตของข้า คิดหวังสิ่งใด หรือต้องการมาแย่งอาหารของข้า”
“ข้าจะมาจัดการกับเจ้าต่างหาก”
“ฮึๆๆ ปีศาจน้อยเช่นพวกเจ้าน่ะหรือจะทำอันใดข้าได้ น่าขันนัก”
“งั้นก็มาลองดู วันนี้หากจัดการกับปีศาจนอกรีดเช่นเจ้าไม่ได้ ข้าจะไม่กลับเผ่าปีศาจเด็ดขาด”
ซีหรูประกาศกร้าวพร้อมพุ่งตัวเข้าใส่ขณะที่มือร่ายพลังเวทย์ของตนซัดใส่ปีศาจร้าย อีกฝ่ายก็ปัดป้องได้อย่างไม่ติดขัดทั้งโต้กลับอย่างรุนแรง นางพยายามรับมือและสู้เต็มกำลัง เกาถิงเองก็ร่วมมือด้วย สองกำลังมุ่งมั่นจะเอาชนะปีศาจร้ายให้จงได้
ปีศาจดูดเลือดนั้นไม่ได้แข็งแกร่งมากกว่าซีหรูและเกาถิง นางเป็นปีศาจธรรมดาที่รักกับมนุษย์แล้วสามีของนางตายจาก ในขณะที่นางไม่แก่ลง ตลอดหลายพันปีจึงแต่งงานใหม่และย้ายที่อยู่ไปเรื่อยเมื่อสามีตาย หากแต่นางถูกทรยศจากสามีคนล่าสุดจึงฆ่าเขาและหญิงสาวผู้นั้นพร้อมสูบเลือดเนื้อด้วยความแค้น ได้รับรู้ถึงรสชาติหอมหวานและมีพลังราวยาอายุวัฒนะ จากนั้นมาจึงดำรงตนด้วยเลือดเนื้อมนุษย์ เมื่อมีผู้มาปราบก็เปลี่ยนหลักแหล่งที่กบดาน
จิ่นลี่กับหวังหย่งมองเหตุการณ์อยู่ไม่ห่างนัก หากก็ได้เห็นชัดเจนว่าปีศาจน้อยสองตนต้องการกำจัดปีศาจดูดเลือดอย่างแท้จริง
เมื่อไม่อาจหลบหลีกการโจมตีจากสองด้านได้ ปีศาจดูดเลือดก็ถูกทำร้าย นางจำต้องหาทางเพิ่มพลังให้ตนในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นได้พลาดท่าถูกทำลายสูญสิ้นเป็นแน่
“คิดว่าจะหนีพ้นหรือยายแก่”
เกาถิงตะโกนเมื่อปีศาจดูดเลือดหมุนตัวหนีหายออกไปยังชายป่า
แม้จะประหลาดใจที่อีกฝ่ายหนีไปทางด้านนั้น ทว่าซีหรูกับคนของตนก็ตามไป ไท่จื่อกับหวังหย่งเองก็เช่นกัน
ปีศาจดูดเลือดนั้นได้กลิ่นเลือดเนื้อมนุษย์ที่ชายป่าจึงรีบออกมาหวังเจอเหยื่ออันโอชะ นางโผเข้าไปโฉบคนแรกที่เห็นเมื่อโผล่จากชายป่ามา
“อ๊าก!!”
มนุษย์ผู้นั้นกรีดร้องทันทีที่ถูกฉุดเข้าป่า ทว่ายังไม่ทันได้ทำสิ่งใดปีศาจดูดเลือดก็ถูกยับยั้งด้วยพลังของผู้ที่เหนือกว่าตนอย่างมากจนเซผงะ
“ปล่อยคนเดี๋ยวนี้”
เสียงเข้มดังขึ้น พร้อมสองร่างที่ปรากฏและปราดเข้ามาพยายามจะช่วยมนุษย์ในเงื้อมมือปีศาจ
ขณะเดียวกันนั้นที่ชายป่าก็เต็มไปด้วยชาวบ้านถือคบไฟมาอย่างมากมายพร้อมเสียงตะโกนหลายเสียง
“ปีศาจฆ่าคนอีกแล้ว”
“เผามัน”
“เผาปีศาจให้สิ้น”
“ใช่ๆ จับไม่ได้ก็เผาป่าไปเลย”
ทั้งยังมีคนเริ่มโยนคบไฟเข้าไปในป่าด้วยเข้าใจว่าไม่อาจช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับตัวไปได้อย่างแน่นอน ผู้คนในหมู่บ้านตัดสินใจกันแล้วว่าจะเผาป่า เมื่อคนที่มาจับหมูป่าบอกว่าสหายตนถูกจับกินไปหมดแล้ว และปลุกระดมให้ชาวบ้านมาช่วยกันกำจัดปีศาจ
ซีหรูพ้นชายป่าออกมาแล้วกลับต้องชะงักหยุดนิ่งงันไป เกาถิงเองก็ต้องหยุดตาม ผู้คนมากมาย เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดและเปลวไฟร้อนที่ขยับไหวทำให้ภาพบางอย่างแล่นเข้ามาในสำนึกของซีหรู แล้วก็ต้องกุมศีรษะตนเมื่อรู้สึกปวดจนไม่อาจทนได้
‘ท่านแม่...ฮือ...’
เสียงเด็กเล็กร้องไห้จ้าด้วยความกลัวและเจ็บปวดเสียใจก้องอยู่ในหู ทุกอย่างประดังประเดวิ่งวนอยู่ภายใน นางสั่นหัวไปมาครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อจดจำได้ว่าสิ่งที่อยู่ในความคิดนั้นคือเหตุการณ์ใด
มนุษย์โหดร้ายพวกนี้เผามารดาของนางทั้งเป็น!
“มนุษย์โหดร้าย ชั่วช้าเลวทราม สมควรตาย!”
นางกรีดร้องเสียงดังยกมือขึ้นร่ายเวทย์พลังแล้วผลักโหมเข้าใส่มนุษย์ ทำให้ไฟที่โยนมานั้นลอยกลับไปตกใส่ผู้คนจนต้องวิ่งหนีอย่างวุ่นวาย ทว่าไฟโหมท่วมสูงเป็นวงล้อมราวตั้งใจเผาทุกคนให้มอดไหม้ทั้งเป็น
“ธิดาน้อย อย่าเจ้าค่ะ”
เกาถิงเห็นว่าไม่ได้การณ์ก็รีบฉุดนายตน แต่อีกฝ่ายกลับร้องไห้น้ำตานองหน้าทั้งยังกรีดร้องออกมาอย่างรุนแรง
“ไม่! ข้าจะฆ่ามัน ฆ่ามันให้หมด!”
เมื่อไม่อาจปล่อยให้นายตนฆ่ามนุษย์ นางก็จำต้องจี้จุดให้อีกฝ่ายสลบ ร่างเล็กทรุดลงฮวบเกาถิงก็รีบโอบอีกฝ่ายพาหายตัวหนีไปจากตรงนี้โดยเร็วที่สุด
=========
การจากไปของมารดาด้วยน้ำมือมนุษย์ มีผลต่อสภาพจิตใจของซีหรูมาก T^T
เรื่องนี้อาจจะเปิดเรื่องไม่หนักหน่วงโครมครามเหมือนเรื่องแรก แต่ยังคงความดราม่าอยู่ค่ะ
แล้วบอกเล่าความรักความผูกพันของสองคนสองคนที่ค่อยๆ มีใจให้กัน ช่วยเหลือปกป้องกันและกัน
เนื้อหาดราม่าอบอุ่นหวานซึ้ง ฝากเรื่องราวของปีศาจน้อยแสนงามกับไท่จื่อสวรรค์ผู้เย็นชาด้วยนะคะ
จิ่นลี่เห็นไฟโหมท่วมตรงชายป่าพร้อมเสียงผู้คนเขาก็ปล่อยให้หวังหย่งจัดการกับปีศาจร้าย อย่างน้อยเวลานี้ก็ช่วยชีวิตคนได้แล้ว ร่างสูงใหญ่เหินกายสูงขึ้นมุ่งหน้าออกไปดู แล้วก็เห็นเพลิงล้อมรอบชาวบ้านที่ต่างก็หวาดกลัวและร้องขอความช่วยเหลือ เขารีบร่ายเวทย์เรียกพยับฝนมาอย่างทันท่วงที ทว่าฝนเพียงอย่างเดียวกลับไม่อาจลดทอนไฟนี้ลงได้มีผู้ใช้เวทย์โหมไฟนี้ขึ้นมา จิ่นลี่จำต้องสยบด้วยพลังเวทย์ของตนเสริมด้วยไฟจึงมอดดับลงชาวบ้านบางคนได้รับบาดแผลไฟไหม้แต่นับว่าไม่หนักหนา ต่างก็รีบคุกเข่าขอบคุณสวรรค์ที่บันดาลให้ฝนตกลงมาเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีเค้าฝนแม้แต่น้อยจากนั้นไท่จื่อสวรรค์ก็กลับเข้าไปช่วยหวังหย่ง หากอีกฝ่ายสามารถสยบปีศาจดูดเลือดได้แล้ว และพันธนาการไว้ด้วยเวทย์จนไม่อาจหนีได้ ขณะที่ไม่เห็นปีศาจน้อยทั้งสองตน“ปีศาจน้อยสองตนนั่นหนีไปแล้ว นางเป็นพวกเดียวกับเจ้าหรือไม่”จิ่นลี่ถามกับปีศาจดูดเลือดซึ่งเวลานี้ใบหน้าสวยงามที่รังสรรค์ปั้นแต่งด้วยมนต์นั้นซีดเผือด“ข้าไม่รู้จักพวกนาง ไม่เคยเห็นมาก่อน”นางส่ายหน้าแล้วร้องขอ“นายท่านปล่อยข้าไปเถิด อย่าทำอันใดข้าเลย”“ฆ่าคนไม่กลัวความผิด ภัยมาถึงตัวกลับร้องขอชีวิต”ห
“ลูกไม่ไป ลูกไม่แต่ง เหตุใดท่านพ่อจึงผลักไสลูก”คนพูดกอดอกทั้งยังเมินหน้าหนีอย่างไม่อยากรับฟังสิ่งใดหลังจากนางฟื้นขึ้นมาสามวันก็มีราชโองการจากสวรรค์ชั้นฟ้ามายังเผ่าปีศาจ สู่ขอองค์หญิงเผ่าปีศาจเพื่ออภิเษกกับไท่จื่อสวรรค์ซีหรูถูกเรียกออกมารับราชโองการ ถอยกลับไปอยู่ด้านหลังบิดาพร้อมส่ายหน้าไม่ยอมรับ ทำให้เจ้าปีศาจจำต้องเป็นผู้รับไว้ด้วยความเกรงใจ ผู้แทนพระองค์ย้ำว่าวันคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไปขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจากสวรรค์จะมารับว่าที่พระชายา จากนั้นก็กลับไป“เผ่าปีศาจของเรา ตั้งใจอยู่อย่างสันติ เป็นมิตรกับทั้งหกพิภพนับแต่ท่านปู่ของลูกขึ้นครองดินแดน”โจวซุ่นพยายามบอกให้บุตรสาวเข้าใจทั้งที่ตนนั้นก็ห่วงซีหรูมากเช่นกัน ทั้งยังไม่อยากอยู่ห่างลูกสาวคนเดียวแม้แต่น้อย“เมื่อสวรรค์หยิบยื่นไมตรี พ่อก็จำต้องรับไว้ เดิมทีเผ่าปีศาจกับสวรรค์ก็ยากจะเกี่ยวข้องกัน แต่ครานี้สวรรค์ยอมผูกสัมพันธ์ ซื้อใจเผ่าปีศาจด้วยเกียรติของชายาไท่จื่อ ยิ่งทำให้เราปฏิเสธไม่ได้”“ใช่ ธิดาน้อย เราเพิ่งอยู่อย่างสงบสุขไม่กี่พันปี เราไม่ต้องการให้มีสงครามอีก”“เห็นแก่ราษฎรเผ่าปีศาจ ที่สำคัญธิดาน้อยควรเห็นแก่เจ้าปีศาจ ที่จำเป
แม้จ้องมองกันอยู่นานแววตาคู่หวานที่ค่อนข้างปรือก็มีเพียงความขุ่นมัวให้เห็น หากจิ่นลี่ก็คิดว่าอีกฝ่ายอาจแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะลงมือเผามนุษย์ชาวบ้านธรรมดาก่อนจะหลบหนี“เสแสร้งแกล้งทำ หลบหนีความผิด ไม่คิดว่าองค์หญิงเผ่าปีศาจจะขี้ขลาดเช่นนี้”เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่หลงเชื่อโดยง่าย“ท่านว่าใครเสแสร้ง ขี้ขลาด”เมื่อถูกต่อว่าตรงๆ อารมณ์โกรธของซีหรูก็พุ่งทะยานในทันใด แม้ตัวเล็กกว่าก็ไม่คิดกลัวเกรง ร่างบอบบางลุกพรวดเชิดหน้าเถียง แต่เพราะมึนเมาทำให้รู้สึกเหมือนพื้นที่ยืนเอียงไปมาจนเสียหลักแทบทรุดล้มลง หากก็ได้แขนกำยำสอดเข้ามารองรับเอาไว้จิ่นลี่เห็นอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอาการไม่มั่นคงนัก เมื่อลุกขึ้นกะทันหันแล้วโอนเอนเขาจึงขยับเข้าไปช่วยได้ทันด้วยสัญชาตญาณของร่างกาย กระชับร่างบอบบางแนบอก กลิ่นเหล้าจากลมหายใจอ่อนโชยมาทำเอาต้องถอนหายใจระอา ขณะจ้องใบหน้างดงามในระยะประชิดซีหรูเงยมองสบตาคมกริบของผู้ที่ประคองตนแล้วความรู้สึกร้อนวูบประหลาดก็แผ่ซ่าน ใบหน้ากับร่างกายที่มีฤทธิ์เหล้ากำจายจนไอร้อนทั่วตัวอยู่แล้วนั้นร้อนกว่าเดิม ทั้งช่องท้องเหมือนมีบางสิ่งหมุนวนอยู่ อาการที่ไม่เคยรู้จักพาให้อกใจหวิวหวั่นหายใจติ
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ดื่มเหล้ามงคลจนเมาเละ อาเจียนใส่ข้า ล่วงเกินข้าแล้วก็หลับ หลบหลีกเก่งเช่นนี้จนเป็นนิสัยสินะ”เมื่อไม่อาจทนกับกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนต่อได้จิ่นลี่ก็ถอดชุดของตนออกเพื่อล้างหน้าล้างตัว เปลี่ยนทั้งเสื้อคลุมและเสื้อตัวในใหม่ พอกลับมายังเตียงของตนก็หยุดมองร่างเล็กที่นอนไม่ขยับพร้อมกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วส่ายหน้า ยื่นมือจะปลดผ้าคาดตรงเอวบางหากกลับหยุดนิ่งอย่างชั่งใจ“อย่าโทษข้า เจ้าดื่มจนเมาเอง”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ตัดสินใจจับผ้าคาดเอวของหญิงสาวแกะปม ก่อนจะค่อยๆ ปลดชุดสีแดงเข้มบนเรือนร่างอีกฝ่าย ตาคมเลี่ยงที่จะมองตรงๆ หากมือกลับสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายสตรีนั้นเขาไม่เคยเห็นด้วยไม่มีจิตใจฝักใฝ่ การเป็นองค์ชายสวรรค์นั้นต้องเติบโตขึ้นพร้อมความสามารถรอบด้าน จิ่นลี่กับเจิ้งหานฝึกปรือพลังปราณและศาสตร์การสู้รบมาด้วยกัน เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็เรียนรู้งานราชกิจ ต่างไม่ใส่ใจสิ่งอื่นเพราะภาระที่รอคอยนั้นยิ่งใหญ่พี่ชายเขาเจิ้งหานไม่มีหญิงใดในสายตากระทั่งอภิเษกกับหนิงเฟิ่ง ส่วนเขาไม่ถูกกะเกณฑ์ด้วยชีวิตคู่ไม่มีผลต่อบัลลังก์สวรรค์ ต่างจากเวลานี้ที่ขึ้นมาเป็นไท่จื่อแทนพี่ชาย พระบิดาและพระมาร
ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะมีส่วนอาบน้ำเป็นบ่อที่มิดชิดประดับประดาสวยงามเช่นนี้ซีหรูคิดในใจขณะที่เกาถิงเข้ามาพร้อมนางกำนัลที่มานำทางให้ไปยังพื้นที่อาบน้ำซึ่งเชื่อมต่อด้านหลังตำหนัก“ข้านึกว่าชาวสวรรค์เช่นพวกเจ้า จะมีกายทิพย์หอมสะอาด ไม่จำเป็นต้องชำระล้างร่างกายเสียอีก”นางกำนัลสองคนต่างยิ้มกับคำพูดของพระชายาก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ย“บ่อน้ำนี้เป็นน้ำแร่สวรรค์เพคะ แช่แล้วจะช่วยให้ผ่อนคลายแล้วก็สมานบาดแผลภายนอกกับรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้ดีเพคะ”“หมายความว่าก็ไม่ได้อาบน้ำกันทุกวัน”“เพคะ แต่ไท่จื่อมักแช่น้ำแร่ทุกครั้งเมื่อกลับจากราชกิจเพคะ”ซีหรูมองหน้าผู้ตอบนิ่งชั่วอึดใจก่อนจะยิ้มบาง“พวกเจ้ารู้ลึกรู้จริงเช่นนี้ ข้าถามคนไม่ผิดจริงๆ”นางกำลังคนที่บอกหน้าซีดแล้วรีบคุกเข่าลงพร้อมเพื่อนของนางเองก็เช่นกัน“พระชายาโปรดอภัย ข้าน้อยเพียงต้องการให้พระชายาทราบถึงกิจวัตรของไท่จื่อเพคะ”“ใช่เพคะ ทุกครั้งที่ไท่จื่อแช่น้ำแร่จะมีเพียงหวังหย่งกับจางหย่งปรนนิบัติเพคะ พวกเราเหล่านางกำนัลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าตำหนักหลี่คุณในเวลานี้เพคะ”นางกำนัลอีกนางรีบช่วยสหายตนผู้เป็นพระชายาอดนึกแปลกใจกับคำบอกไม่ได้จึงถามต่อ“
“เจ้ารีบเอาเหล้ามาให้ข้าโดยเร็ว”นางสั่งกับหนึ่งในนางกำนัลที่กำลังจัดโต๊ะอาหาร อีกฝ่ายก็รับคำแล้วเร่งรีบไปจัดการ เกาถิงได้แต่มองอย่างแปลกใจ เมื่อได้เหล้ามาและนางกำนัลออกไปหมดแล้วซีหรูก็รีบดื่มอย่างเช่นที่เคยทำในวันแต่งงาน“ไท่จื่อกำลังจะมาแล้ว ท่านดื่มเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะพระชายา ไท่จื่อย่อมต้องการเวลาส่วนตัวกับท่าน”สีหน้าของซีหรูเหยเก หากก็ยังพยายามดื่มต่อ ในลำคอ ช่องท้องและใบหน้าร้อนวูบวาบด้วยสุรารสชาติร้อนแรง“เวลานี้ไท่จื่อไม่มีผู้ใด ท่านควรทำตัวให้เป็นที่โปรดปราน ยึดหัวใจของไท่จื่อไว้ให้ได้เพียงผู้เดียว ยิ่งหากมีทายาท ยิ่งส่งเสริมความมั่นคงของท่าน”เกาถิงไม่อยากให้นายตนละเลยการใช้ชีวิตสำหรับคู่แต่งงาน แม้มาอยู่สวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ต่างจากทุกที่นัก หากวันใดวันหนึ่งมีไท่จื่อชายารอง ย่อมต้องมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นซีหรูทอดถอนใจ อย่างไรนางก็ยังไม่คุ้นชินกับสวามี ทั้งไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อกัน นางคิดว่าเขาเองก็เช่นกัน“เจ้าก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ข้ากับไท่จื่อก็เพิ่งพบหน้ากันในวันแต่งงาน ยังต่างก็เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เขาเองก็ดูไม่ชอบหน้าข้าเท่าไรนัก”นางพูดไปอย่างที่เข้าใจ ด้วยท่าทางของอีก
อ้อมแขนกำยำรัดร่างของซีหรูแนบแน่นจนรู้สึกได้ถึงเรือนกายหนาแกร่งพร้อมสัดส่วนต่างจากตนที่เบียดชิดทำเอาขนลุกชัน ทั้งหัวใจยังยิ่งสั่นระรัว ปากอุ่นกระด้างกดลงไม่รุนแรง หากมีพลานุภาพทำให้ขาของนางราวไร้กระดูก นอกจากบดเบียดไม่ห่างแล้วอีกฝ่ายยังเม้มกลีบปากทั้งบนล่าง มือบางเกร็งจนขยำสาบเสื้อบนแผงอกกว้างราวเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งกายเข้ามาหามากกว่าเดิม ดึงสัญชาตญาณดิบในกายชายที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ความมั่นคงของจิตจิ่นลี่ในมาเนิ่นนาน ริมฝีปากและลมหายใจร้อนอ่อนบางกรุ่นกลิ่นเหล้าไม่ได้ทำให้นึกรังเกียจ กลับเชิญชวนให้ลิ้มลองครอบครอง อยากมึนเมาไปกับนาง คิดแล้วปลายลิ้นอุ่นก็ขยับไล้เพื่อหาทางล่วงล้ำโพรงปากนุ่มมือหนาเคลื่อนไหวตามใจปรารถนาที่อยากแตะต้องร่างนุ่มมือในทุกส่วน ข้างหนึ่งไล้ไปหยุดวางกระชับสะโพก อีกข้างลูบผ่านเอวบางขึ้นมาเกาะกุมเหนือทรวงอวบอิ่มแล้วร่างเล็กก็สะดุ้งเบาๆ กลีบปากอิ่มเผยอเป็นโอกาสให้เขาสอดแทรกลิ้นเข้าโลมเล้าลิ้นเล็กได้ตามต้องการ“อื้อ...”ซีหรูที่มึนกับสัมผัสแสนระทึกใจเริ่มขยับตัวอย่างต่อต้าน ความตระหนกก่อตัวในจิตใจสาวน้อยเมื่อถูกคุกคามในร่างกายส่วนที่ไม่ควรให้ผู้ใดแต
“เจ้าเป็นภรรยา ไม่มีสิทธิ์ขึ้นเสียงหรือแย้งสามี ที่ดินแดนปีศาจทุกคนอาจจะตามใจเจ้าแม้แต่เจ้าปีศาจ แต่ที่นี่เจ้าต้องเชื่อฟังข้า เดินตามข้าหนึ่งก้าว”แม้น้ำเสียงที่เอ่ยจะราบเรียบหากก็เน้นถึงคำสั่งชัดเจน และคนฟังก็รู้สึกราวถูกกดขี่ข่มเหงให้อยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า“นี่ข้าเป็นชายาหรือบ่าวของท่าน ข้าก็มีความคิดของข้า อยากพูดอะไรข้าก็จะพูด”“หากคำพูดกับการกระทำของเจ้าเหมาะสมและเป็นผู้ใหญ่ ข้าจะไม่บังคับเลย แต่นี่เจ้าหาเรื่องป่วนข้าเป็นเด็กไม่ยอมโตแล้วก็เอาแต่ใจ ไม่คิดทำหน้าที่ภรรยาที่ดีแม้แต่น้อย”“ถึงข้าจะอายุน้อยกว่าท่านหลายแสนปี แต่ข้าก็โตแล้ว”ซีหรูเสียงแข็ง ตาขุ่นขึ้นเมื่อรู้สึกว่าไท่จื่อดุเหมือนนางเป็นเด็กเล็กไม่ประสา“ท่านไม่ใช่อาจารย์ ไม่ใช่ท่านพ่อ อย่ามาสั่งสอนเหมือนข้าไม่รู้ความ”เพราะคำก็เด็กสองคำก็เด็กของสวามีทำให้ซีหรูโกรธจัด นางรู้ว่าตนนั้นยังอายุน้อย แต่ก็ไม่ใช่คนที่โง่งมคิดเองไม่เป็น ต้องทำตามทุกอย่างที่เขาสั่งเพียงเท่านั้น นางไม่ชอบความคิดเช่นนี้ แม้เป็นสตรี อ่อนด้อยประสบการณ์กว่าแต่นางก็เป็นชายาสามีภรรยาวควรยืนเคียงข้างกัน ช่วยส่งเสริมกันและกัน บิดาของนางบอกเอาไว้เช่นนั้นก่อนจ
เมื่อตั้งใจหลบเลี่ยงซีหรูก็รีบกลับมาเข้านอน โดยมีเกาถิงกับนางกำนัลเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้อง ครู่ใหญ่ร่างสูงใหญ่ของไท่จื่อกับหวังหย่งจางหย่งก็ปรากฏกายขึ้น ทั้งสองนางย่อกายก้มหน้าทันที“เปิดประตู”จิ่นลี่เอ่ยเสียงเรียบ“เอ่อ พระชายาหลับแล้วเพคะ”เกาถิงจำใจบอกเสียงเบาตามความต้องการของนายตนโดยไม่กล้าสบตาคู่คมกริบ“ผู้มีชนักติดหลัง แล้วยังกล้าโกหกซ้ำซากอาจเพราะเห็นว่าข้าละเลย แต่ยังไงความผิดติดตัวก็ยังคงอยู่”ไท่จื่อเปรยเสียงเรียบ ทำเอาเกาถิงเริ่มตัวสั่น ใจคอไม่ดีนัก“อ่านฎีกาเมื่อครู่ รายงานที่ว่ามนุษย์ชาวบ้านถูกไฟเวทย์ทำร้ายบาดเจ็บโดยไม่รู้สาเหตุหลายคน ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ด้วยสิ”คราวนี้เกาถิงเหลือบขึ้นมองไท่จื่อด้วยสายตาตระหนกแล้วรีบคุกเข่าลงอย่างเกรงกลัว“ขอไท่จื่อเมตตา เป็นข้าน้อยเองที่ผิด ข้าน้อยยินดีรับผิดเพคะ”“เจ้ายินดีรับผิดที่โกหกข้าว่าพระชายาหลับแล้ว หรือเรื่องอื่น”จิ่นลี่ถามหยั่งเชิง อีกฝ่ายก็ยิ่งหน้าซีดเผือด“เอ่อ...”“เจ้าคงไม่อยากให้ข้าละเลยนายของเจ้า”เขาไม่ได้ต้องการฟังความเห็นคนสนิทของชายาตนอยู่แล้วจึงกล่าวตัดบท ก่อนจะสั่งความหวังหย่ง“หวังหย่ง คดีนี้ที่โลกมนุษย์เจ้าจัดกา
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารระหว่างไท่จื่อกับพระชายาค่อนข้างเงียบ ต่างคนต่างตักอาหารของตน ไม่ได้ใส่ใจกันและกัน ไม่มีการพูดคุยระหว่างมื้อเช่นสามีภรรยา ไร้ความหวานชื่นใดๆเกาถิงที่คอยรับใช้กับนางกำนัลหนึ่งคนได้แต่ลอบสบตากัน ก่อนหน้านี้สายตาคมกริบเหลือบมองนางแวบหนึ่งในตอนมาถึงโต๊ะอาหารทำให้เกาถิงแทบอยากให้ตนเองตัวเล็กลงนัก และนางก็ได้รู้แล้วว่าผู้ที่ลงไปแดนมนุษย์กับไท่จื่อในครั้งนั้นชื่อหวังหย่ง อีกฝ่ายมองเธอด้วยแววตาสงสัยชัดเจนทว่าไม่เอ่ยถาม นั่นยิ่งทำให้นางไม่สบายใจหากก็ยังทำราวไม่เคยพบเจอเขาไม่นานไท่จื่อก็วางช้อนแล้วนั่งนิ่งเงียบ ซีหรูที่ยังกินอยู่แสร้งกินเชื่องช้าไปเรื่อยๆ คิดว่าเขาอิ่มและเบื่อก็คงกลับตำหนักไปเอง ทว่าผ่านไปครู่หนึ่งอีกฝ่ายก็ยังนั่งหลังตรงท่าทางเคร่งขรึม สร้างความกดดันให้ผู้ที่ตั้งใจถ่วงเวลา สุดท้ายนางก็เอ่ยเพราะไม่อยากฝืนทนอีกแล้ว“ท่านอิ่มแล้วกลับตำหนักก่อนก็ได้ ข้ายังไม่อิ่ม เกรงใจไท่จื่อ”บอกแล้วก็รีบตักน้ำแกงตรงหน้ามาซด แสดงท่าทางให้รู้ว่าตนนั้นยังเอร็ดอร่อยกับการกินยิ่งนัก“ข้าจะพักที่ตำหนักเจ้า”“พรวด...”เกาถิงรีบเข้ามาเช็ดปากให้นายตนที่เลอะน้ำแกง เพราะคำพูดของไท่จื่อ
“เจ้าเป็นภรรยา ไม่มีสิทธิ์ขึ้นเสียงหรือแย้งสามี ที่ดินแดนปีศาจทุกคนอาจจะตามใจเจ้าแม้แต่เจ้าปีศาจ แต่ที่นี่เจ้าต้องเชื่อฟังข้า เดินตามข้าหนึ่งก้าว”แม้น้ำเสียงที่เอ่ยจะราบเรียบหากก็เน้นถึงคำสั่งชัดเจน และคนฟังก็รู้สึกราวถูกกดขี่ข่มเหงให้อยู่ในฐานะที่ต่ำกว่า“นี่ข้าเป็นชายาหรือบ่าวของท่าน ข้าก็มีความคิดของข้า อยากพูดอะไรข้าก็จะพูด”“หากคำพูดกับการกระทำของเจ้าเหมาะสมและเป็นผู้ใหญ่ ข้าจะไม่บังคับเลย แต่นี่เจ้าหาเรื่องป่วนข้าเป็นเด็กไม่ยอมโตแล้วก็เอาแต่ใจ ไม่คิดทำหน้าที่ภรรยาที่ดีแม้แต่น้อย”“ถึงข้าจะอายุน้อยกว่าท่านหลายแสนปี แต่ข้าก็โตแล้ว”ซีหรูเสียงแข็ง ตาขุ่นขึ้นเมื่อรู้สึกว่าไท่จื่อดุเหมือนนางเป็นเด็กเล็กไม่ประสา“ท่านไม่ใช่อาจารย์ ไม่ใช่ท่านพ่อ อย่ามาสั่งสอนเหมือนข้าไม่รู้ความ”เพราะคำก็เด็กสองคำก็เด็กของสวามีทำให้ซีหรูโกรธจัด นางรู้ว่าตนนั้นยังอายุน้อย แต่ก็ไม่ใช่คนที่โง่งมคิดเองไม่เป็น ต้องทำตามทุกอย่างที่เขาสั่งเพียงเท่านั้น นางไม่ชอบความคิดเช่นนี้ แม้เป็นสตรี อ่อนด้อยประสบการณ์กว่าแต่นางก็เป็นชายาสามีภรรยาวควรยืนเคียงข้างกัน ช่วยส่งเสริมกันและกัน บิดาของนางบอกเอาไว้เช่นนั้นก่อนจ
อ้อมแขนกำยำรัดร่างของซีหรูแนบแน่นจนรู้สึกได้ถึงเรือนกายหนาแกร่งพร้อมสัดส่วนต่างจากตนที่เบียดชิดทำเอาขนลุกชัน ทั้งหัวใจยังยิ่งสั่นระรัว ปากอุ่นกระด้างกดลงไม่รุนแรง หากมีพลานุภาพทำให้ขาของนางราวไร้กระดูก นอกจากบดเบียดไม่ห่างแล้วอีกฝ่ายยังเม้มกลีบปากทั้งบนล่าง มือบางเกร็งจนขยำสาบเสื้อบนแผงอกกว้างราวเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวร่างนุ่มนิ่มที่ทิ้งกายเข้ามาหามากกว่าเดิม ดึงสัญชาตญาณดิบในกายชายที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ความมั่นคงของจิตจิ่นลี่ในมาเนิ่นนาน ริมฝีปากและลมหายใจร้อนอ่อนบางกรุ่นกลิ่นเหล้าไม่ได้ทำให้นึกรังเกียจ กลับเชิญชวนให้ลิ้มลองครอบครอง อยากมึนเมาไปกับนาง คิดแล้วปลายลิ้นอุ่นก็ขยับไล้เพื่อหาทางล่วงล้ำโพรงปากนุ่มมือหนาเคลื่อนไหวตามใจปรารถนาที่อยากแตะต้องร่างนุ่มมือในทุกส่วน ข้างหนึ่งไล้ไปหยุดวางกระชับสะโพก อีกข้างลูบผ่านเอวบางขึ้นมาเกาะกุมเหนือทรวงอวบอิ่มแล้วร่างเล็กก็สะดุ้งเบาๆ กลีบปากอิ่มเผยอเป็นโอกาสให้เขาสอดแทรกลิ้นเข้าโลมเล้าลิ้นเล็กได้ตามต้องการ“อื้อ...”ซีหรูที่มึนกับสัมผัสแสนระทึกใจเริ่มขยับตัวอย่างต่อต้าน ความตระหนกก่อตัวในจิตใจสาวน้อยเมื่อถูกคุกคามในร่างกายส่วนที่ไม่ควรให้ผู้ใดแต
“เจ้ารีบเอาเหล้ามาให้ข้าโดยเร็ว”นางสั่งกับหนึ่งในนางกำนัลที่กำลังจัดโต๊ะอาหาร อีกฝ่ายก็รับคำแล้วเร่งรีบไปจัดการ เกาถิงได้แต่มองอย่างแปลกใจ เมื่อได้เหล้ามาและนางกำนัลออกไปหมดแล้วซีหรูก็รีบดื่มอย่างเช่นที่เคยทำในวันแต่งงาน“ไท่จื่อกำลังจะมาแล้ว ท่านดื่มเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะพระชายา ไท่จื่อย่อมต้องการเวลาส่วนตัวกับท่าน”สีหน้าของซีหรูเหยเก หากก็ยังพยายามดื่มต่อ ในลำคอ ช่องท้องและใบหน้าร้อนวูบวาบด้วยสุรารสชาติร้อนแรง“เวลานี้ไท่จื่อไม่มีผู้ใด ท่านควรทำตัวให้เป็นที่โปรดปราน ยึดหัวใจของไท่จื่อไว้ให้ได้เพียงผู้เดียว ยิ่งหากมีทายาท ยิ่งส่งเสริมความมั่นคงของท่าน”เกาถิงไม่อยากให้นายตนละเลยการใช้ชีวิตสำหรับคู่แต่งงาน แม้มาอยู่สวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ต่างจากทุกที่นัก หากวันใดวันหนึ่งมีไท่จื่อชายารอง ย่อมต้องมีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นซีหรูทอดถอนใจ อย่างไรนางก็ยังไม่คุ้นชินกับสวามี ทั้งไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อกัน นางคิดว่าเขาเองก็เช่นกัน“เจ้าก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ข้ากับไท่จื่อก็เพิ่งพบหน้ากันในวันแต่งงาน ยังต่างก็เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน เขาเองก็ดูไม่ชอบหน้าข้าเท่าไรนัก”นางพูดไปอย่างที่เข้าใจ ด้วยท่าทางของอีก
ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะมีส่วนอาบน้ำเป็นบ่อที่มิดชิดประดับประดาสวยงามเช่นนี้ซีหรูคิดในใจขณะที่เกาถิงเข้ามาพร้อมนางกำนัลที่มานำทางให้ไปยังพื้นที่อาบน้ำซึ่งเชื่อมต่อด้านหลังตำหนัก“ข้านึกว่าชาวสวรรค์เช่นพวกเจ้า จะมีกายทิพย์หอมสะอาด ไม่จำเป็นต้องชำระล้างร่างกายเสียอีก”นางกำนัลสองคนต่างยิ้มกับคำพูดของพระชายาก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ย“บ่อน้ำนี้เป็นน้ำแร่สวรรค์เพคะ แช่แล้วจะช่วยให้ผ่อนคลายแล้วก็สมานบาดแผลภายนอกกับรักษาอาการบาดเจ็บภายในได้ดีเพคะ”“หมายความว่าก็ไม่ได้อาบน้ำกันทุกวัน”“เพคะ แต่ไท่จื่อมักแช่น้ำแร่ทุกครั้งเมื่อกลับจากราชกิจเพคะ”ซีหรูมองหน้าผู้ตอบนิ่งชั่วอึดใจก่อนจะยิ้มบาง“พวกเจ้ารู้ลึกรู้จริงเช่นนี้ ข้าถามคนไม่ผิดจริงๆ”นางกำลังคนที่บอกหน้าซีดแล้วรีบคุกเข่าลงพร้อมเพื่อนของนางเองก็เช่นกัน“พระชายาโปรดอภัย ข้าน้อยเพียงต้องการให้พระชายาทราบถึงกิจวัตรของไท่จื่อเพคะ”“ใช่เพคะ ทุกครั้งที่ไท่จื่อแช่น้ำแร่จะมีเพียงหวังหย่งกับจางหย่งปรนนิบัติเพคะ พวกเราเหล่านางกำนัลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าตำหนักหลี่คุณในเวลานี้เพคะ”นางกำนัลอีกนางรีบช่วยสหายตนผู้เป็นพระชายาอดนึกแปลกใจกับคำบอกไม่ได้จึงถามต่อ“
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ดื่มเหล้ามงคลจนเมาเละ อาเจียนใส่ข้า ล่วงเกินข้าแล้วก็หลับ หลบหลีกเก่งเช่นนี้จนเป็นนิสัยสินะ”เมื่อไม่อาจทนกับกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนต่อได้จิ่นลี่ก็ถอดชุดของตนออกเพื่อล้างหน้าล้างตัว เปลี่ยนทั้งเสื้อคลุมและเสื้อตัวในใหม่ พอกลับมายังเตียงของตนก็หยุดมองร่างเล็กที่นอนไม่ขยับพร้อมกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วส่ายหน้า ยื่นมือจะปลดผ้าคาดตรงเอวบางหากกลับหยุดนิ่งอย่างชั่งใจ“อย่าโทษข้า เจ้าดื่มจนเมาเอง”เอ่ยเสียงเข้มแล้วก็ตัดสินใจจับผ้าคาดเอวของหญิงสาวแกะปม ก่อนจะค่อยๆ ปลดชุดสีแดงเข้มบนเรือนร่างอีกฝ่าย ตาคมเลี่ยงที่จะมองตรงๆ หากมือกลับสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายสตรีนั้นเขาไม่เคยเห็นด้วยไม่มีจิตใจฝักใฝ่ การเป็นองค์ชายสวรรค์นั้นต้องเติบโตขึ้นพร้อมความสามารถรอบด้าน จิ่นลี่กับเจิ้งหานฝึกปรือพลังปราณและศาสตร์การสู้รบมาด้วยกัน เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็เรียนรู้งานราชกิจ ต่างไม่ใส่ใจสิ่งอื่นเพราะภาระที่รอคอยนั้นยิ่งใหญ่พี่ชายเขาเจิ้งหานไม่มีหญิงใดในสายตากระทั่งอภิเษกกับหนิงเฟิ่ง ส่วนเขาไม่ถูกกะเกณฑ์ด้วยชีวิตคู่ไม่มีผลต่อบัลลังก์สวรรค์ ต่างจากเวลานี้ที่ขึ้นมาเป็นไท่จื่อแทนพี่ชาย พระบิดาและพระมาร
แม้จ้องมองกันอยู่นานแววตาคู่หวานที่ค่อนข้างปรือก็มีเพียงความขุ่นมัวให้เห็น หากจิ่นลี่ก็คิดว่าอีกฝ่ายอาจแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะลงมือเผามนุษย์ชาวบ้านธรรมดาก่อนจะหลบหนี“เสแสร้งแกล้งทำ หลบหนีความผิด ไม่คิดว่าองค์หญิงเผ่าปีศาจจะขี้ขลาดเช่นนี้”เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่หลงเชื่อโดยง่าย“ท่านว่าใครเสแสร้ง ขี้ขลาด”เมื่อถูกต่อว่าตรงๆ อารมณ์โกรธของซีหรูก็พุ่งทะยานในทันใด แม้ตัวเล็กกว่าก็ไม่คิดกลัวเกรง ร่างบอบบางลุกพรวดเชิดหน้าเถียง แต่เพราะมึนเมาทำให้รู้สึกเหมือนพื้นที่ยืนเอียงไปมาจนเสียหลักแทบทรุดล้มลง หากก็ได้แขนกำยำสอดเข้ามารองรับเอาไว้จิ่นลี่เห็นอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอาการไม่มั่นคงนัก เมื่อลุกขึ้นกะทันหันแล้วโอนเอนเขาจึงขยับเข้าไปช่วยได้ทันด้วยสัญชาตญาณของร่างกาย กระชับร่างบอบบางแนบอก กลิ่นเหล้าจากลมหายใจอ่อนโชยมาทำเอาต้องถอนหายใจระอา ขณะจ้องใบหน้างดงามในระยะประชิดซีหรูเงยมองสบตาคมกริบของผู้ที่ประคองตนแล้วความรู้สึกร้อนวูบประหลาดก็แผ่ซ่าน ใบหน้ากับร่างกายที่มีฤทธิ์เหล้ากำจายจนไอร้อนทั่วตัวอยู่แล้วนั้นร้อนกว่าเดิม ทั้งช่องท้องเหมือนมีบางสิ่งหมุนวนอยู่ อาการที่ไม่เคยรู้จักพาให้อกใจหวิวหวั่นหายใจติ
“ลูกไม่ไป ลูกไม่แต่ง เหตุใดท่านพ่อจึงผลักไสลูก”คนพูดกอดอกทั้งยังเมินหน้าหนีอย่างไม่อยากรับฟังสิ่งใดหลังจากนางฟื้นขึ้นมาสามวันก็มีราชโองการจากสวรรค์ชั้นฟ้ามายังเผ่าปีศาจ สู่ขอองค์หญิงเผ่าปีศาจเพื่ออภิเษกกับไท่จื่อสวรรค์ซีหรูถูกเรียกออกมารับราชโองการ ถอยกลับไปอยู่ด้านหลังบิดาพร้อมส่ายหน้าไม่ยอมรับ ทำให้เจ้าปีศาจจำต้องเป็นผู้รับไว้ด้วยความเกรงใจ ผู้แทนพระองค์ย้ำว่าวันคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งต่อไปขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจากสวรรค์จะมารับว่าที่พระชายา จากนั้นก็กลับไป“เผ่าปีศาจของเรา ตั้งใจอยู่อย่างสันติ เป็นมิตรกับทั้งหกพิภพนับแต่ท่านปู่ของลูกขึ้นครองดินแดน”โจวซุ่นพยายามบอกให้บุตรสาวเข้าใจทั้งที่ตนนั้นก็ห่วงซีหรูมากเช่นกัน ทั้งยังไม่อยากอยู่ห่างลูกสาวคนเดียวแม้แต่น้อย“เมื่อสวรรค์หยิบยื่นไมตรี พ่อก็จำต้องรับไว้ เดิมทีเผ่าปีศาจกับสวรรค์ก็ยากจะเกี่ยวข้องกัน แต่ครานี้สวรรค์ยอมผูกสัมพันธ์ ซื้อใจเผ่าปีศาจด้วยเกียรติของชายาไท่จื่อ ยิ่งทำให้เราปฏิเสธไม่ได้”“ใช่ ธิดาน้อย เราเพิ่งอยู่อย่างสงบสุขไม่กี่พันปี เราไม่ต้องการให้มีสงครามอีก”“เห็นแก่ราษฎรเผ่าปีศาจ ที่สำคัญธิดาน้อยควรเห็นแก่เจ้าปีศาจ ที่จำเป