Share

บทที่ 48

Author: ปาเย่วเซิ่งเซี่ย
เฉินฟูขี่ม้าออกไปพร้อมกับกล่องสองสามใบ ตามที่คาดไว้ องครักษ์ไม่ได้ถามเขาว่าเขากำลังจะไปไหน ถึงยังไงตราบใดที่คุณหนูซ่งไม่ออกไปก็คงไม่เป็นไร ฮ่องเต้แค่สั่งให้กักขังนางไว้ และไม่เกี่ยวอะไรกับคนอื่นในจวน จวนเสนาบดีกั๋วกงใหญ่ขนาดนั้น แต่ละวันต้องมีคนเข้าออกเพื่อซื้อของอยู่แล้ว

เฉินฟูมาถึงจวนอ๋องฮว ยและบอกว่าคุณหนูจากจวนเสนาบดีกั๋วกงมาขอมอบของขวัญแต่งงานให้ท่านหญิงด้วย

คนเฝ้าประตูเข้าไปรายงาน หลังจากนั้นไม่นาน พ่อบ้านเจิงของพระชายาอ๋องฮวยก็เดินออกมา คารวะกันแล้ว เขาพูดว่า "คารวะพ่อบ้านเฉินขอรับ พระชายาบอกว่าคุณหนูจากจวนเสนาบดีกั๋วกงกลับจวนหลังหย่า กำลังต้องการเงินอยู่ ไม่จำเป็นต้องมาเสียเงินกับท่านหญิงเลย ของขวัญไม่จำเป็นหรอก แต่ขอรับน้ำใจไว้ พ่อบ้านเฉินกลับไปเถอะ หากไม่มีอะไรก็ไม่ต้องมาหาหรอก"

เฉินฟูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมองดูสีหน้าที่ไม่แยแสของพ่อบ้านเจิง เขาก็เข้าใจทันที

พระชายาอ๋องฮวยรังเกียจคุณหนูที่เป็นแม่ม่าย การรับของขวัญแต่งงานจากนางคิดว่าเป็นโชคร้าย ดังนั้นจวนอ๋องฮวยจึงไม่ต้องการ

เฉินฟูมีความโกรธในใจ แต่การอบรมสั่งสมที่ดีจากตระกูลชั้นสูงสอนให้เขาต้องรักษาสุภาพเอาไว้ "ในเมื
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (4)
goodnovel comment avatar
Tiwapon Prasertsarn
การดูถูกเหยียดหยามเป็นการทำร้ายจิตใจกันมาก
goodnovel comment avatar
Tiwapon Prasertsarn
เรื่องการนินทามีอยู่ทั่วไป
goodnovel comment avatar
Nampeth Juethai Meow
จ่ายไป200฿ดูได้ไม่จบเรื่องหรือคะ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 49

    ประตูของจวนเสนาบดีกั๋วกงปิดลง ปิดกั้นนางหมินอยู่ข้างนอกทุกอย่างที่เกี่ยวกับจวนแม่ทัพ แม่นมเหลียงไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใดเลยแต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเฉินฟู นางก็ถามว่า "พ่อบ้านเฉิน เกิดอะไรขึ้นหรือ?"เฉินฟูยื่นแส้ม้าให้คนดูแลม้า แล้วขยับขาซ้ายของเขา วันนี้เขาขี่ม้าไปหลายแห่ง ดังนั้นขาที่เคยบาดเจ็บนั้นจึงรู้สึกบวมและเจ็บปวดเล็กน้อย"พระชายาอ๋องฮวยไม่ได้รับของขวัญท่คุณหนูมอบให้ท่านหญิง" เฉินฟูพูดอย่างเบาเสียงมาก กลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเข้าแม่นมเหลียงสะดุ้ง "พระชายากับฮูหยิงของเราเป็นพี่น้องกัน และปกติพวกนางก็ดูใกล้ชิด...จ้า เข้าใจแล้ว"แม้ว่าฮ่องเต้จะแต่งตั้งตำแหน่งเสนาบดีกั๋วกงให้เขา แต่คุณหนูกลับจวนเพราะหย่ากัน คนอื่นคนนอกลือกันอย่างไม่น่าฟังเช่นนั้น บวกกับฮูหยิงก็ไม่อยู่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างน้ากับหลานเลยหมดไปในสายตาของตระกูลชนชั้นสูง พวกเขามักจะคิดว่าคุณหนูได้รับการหนุนหลังจากท่านพ่อและพี่ชาย ถึงได้รับความสนใจจากฮ่องเต้ ดังนั้นไม่มีใครไม่ดูถูกคุณหนูเลยเฉินฟูกล่าวว่า "ของขวัญนั้นข้าเก็บไว้ในห้องข้างๆ ของเรือนนั้น คืนนี้คุณหนูไปรับม้า คงไม่พบมัน อย่าให้นางรู้

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 50

    การฝึกฝนนี้ใช้เวลาครึ่งชั่วยาม นางเหยียดขาของนางขึ้นไปในกลางอากาศ และร่างกายที่แข็งแกร่งและตัวเบาของนางก็หมุนตัวอย่างรวดเร็วสองสามครั้ง จากนั้นหันกลับมาและใช้กำลังภายในเพื่อกระตุ้นหอกให้โจมตี ทันใดนั้นได้แต่เห็นก้อนหินก้อนหนึ่งแตกออกกลายเป็นฝุ่นไปเลยเฉินฟูประหลาดใจพลางเดินไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบดู เห็นแต่ว่าใบไม้ที่เต็มพื้นนั้นถูกเจาะเป็นรู โดยไม่มีข้อยกเว้นเฉินฟู่รู้สึกปลื้มใจอย่างยิ่ง "ทักษะการใช้หอกของคุณหนูมันดีกว่าแม่ทัพน้อยเสียอีก ขนาดเทียบกับท่านเสนาบดีกั๋วกงได้เลย"ซ่งซีซีถือหอกในมือ ดูคู่กับนางมาก บนหน้าผากของนางมีเม็ดเหงื่อออก และใบหน้าดูแดงราวกับดอกพลัมสีแดงบาน ในที่สุด หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งเดือน นางก็กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับตอนที่นางลงจากเขา "งั้นคราวนี้ข้าจะออกไปพร้อมกับหอกดอกท้อนี้"จะมีการเสริมกำลังแน่นอน แต่อาจจะไปสายหน่อย นางจึงต้องรวมตัวคนจากสถาบันว่านซงเหมินและสหายเก่าบางคนไปที่สนามรบก่อน เพื่อร่วมมือกับเป่ยหมิงอ๋องช่วยเฝ้าดินแดนจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึงตอนนี้ เป่ยหมิงอ๋องกำลังทำสงครามกับแคว้งซาที่เขตหนานเจียง เขาจะรู้ถึงสถานการณ์ของแคว้งซา แน่น

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 51

    หิมะรอบแรกนี้ ตกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็หยุดแล้วซ่งซีซียังคงสวมเสื้อผ้าสีขาวล้วน มีดอกไม้สีขาวบนผมของนาง เวลาอยู่ในจวนเสื้อผ้าที่นางสวนใส่นั้นโดยพื้นฐานแล้วเป็นสีขาวหมด ไว้ทุกข์ให้ท่านพ่อและท่านแม่เป็นเวลาสามปี ดังนั้นนาง จึงไม่สวมเสื้อผ้าสีสันสดใสนางยังคงทำตัวเหมือนตอนที่นางอยู่ในจวนแม่ทัพ ไม่รีบไม่ร้อน ตอนเข้าห้องก็คารวะให้ "ข้าคารวะฮูหยินผู้เฒ่ารองเจ้าคะ"จากนั้นนางก็คำนับนางหมิน และพยักหน้าเล็กน้อยฮูหยินผู้เฒ่ารองยืนขึ้นและก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับมือนาง หลังจากมองพิจราณาดูแล้ว นางยังคงผิวขาว มีสีหน้าสดใส ดูดีกว่าตอนที่อยู่จวนแม่ทัพตั้งเยอะเลยเห็นเช่นนี้นางถึงรู้สึกโล่งใจ แต่เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่นางอยู่ใน จวนแม่ทัพ ดวงตาของนางก็อดไม่ได้ที่จะแดงขึ้น "ซีซี สบายดีหรือไม่?""ฮูหยินผู้เฒ่ารองไม่ต้องกังวล ซีซีสบายดีเจ้าคะ" ซ่งซีซีช่วยพยุงนางนั่งลง ยิ้มเล็กน้อย และเงยหน้าขึ้นมอง "ท่านฮูหยินผู้เฒ่ารองก็สบายดีเช่นกันหรือไม่?""ดี สบายดีแหละ" ฮูหยินผู้เฒ่ารองนั่งลง และโล่งใจเมื่อเห็นว่า นางไม่ได้เสียใจเรื่องที่จ้านเป่ยว่างแต่งงานกับยี่ฝาง"ซีซี" นางหมินคารวะกลับ "คืออย่างนี้...""ฮูหย

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 52

    เมื่อเห็นท่าทางทั้งกังวลใจและไม่สบายใจของนางหมิน ซ่งซีซี ก็อดยิ้มไม่ได้ "ไม่เป็นไร เจ้าพูดมาเถอะ"คืนนี้ นางจะออกจากเมืองหลวงแล้ว ถ้าเรื่องนี้วันนี้ไม่ได้จัดการให้เรียบร้อย นางจะมาใหม่พรุ่งนี้และวันมะรืนนี้ด้วย เพื่อไม่ให้นางมาขอพบแต่งเข้าจวนไม่ได้ จนทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้นางรู้ว่านางหมินไม่ได้รับความโปรดจากฮูหยินผู้เฒ่าจ้าน นอกจากไม่มีลูกชายแล้ว ทั้งยังครอบครัวของฝ่ายพ่อแม่ของนางไม่มีอำนาจ สินเดิมก็ไม่มีเท่าไร ยิ่งไม่มีความกล้าหาญและความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของสตรีผู้สูงศักดิ์ที่จากตระกูลชั้นสูงนางหมินไม่เคยรังแกนางมาก่อน ยิ่งไม่ได้วางมาดที่ในฐานะพี่สะใภ้ให้กับนาง ดังนั้นนางจึงยอมฟังคำบ่นของนางน้ำตาของนางหมินเหมือนลูกปัดที่แตกหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง นางเล่าถึงความวุ่นวายในงานเลี้ยงแต่งงาน แขกออกไปหมดและทหารที่ได้รับเชิญก็จากไปอย่างไม่สบอารมณ์ในที่สุด ทุกคนต่างตำหนินาง รวมทั้งจ้านเป่ยชิง สามีของนางด้วยในคืนวันแต่งงาน ยี่ฝางคว่ำโต๊ะ เดิมทีจ้านเป่ยว่างจากไปแล้ว แต่เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ารู้เรื่องแล้วก็ไล่ให้เขากลับเข้าไป"นี่ยังไม่ว่าอะไรนะ" นางหมินพูดด้วยความโกรธและเสีย

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 53

    ซ่งซีซีมองสายตาที่สิ้นหวังของนาง โดยคิดว่านางหมินคงหวาดกลัวกับแผนการที่จวนแม่ทัพจะหย่ากับนางนางหมินร้องไห้เสียงดัง และรีบปิดปากด้วยผ้าเช็ดหน้า หลังจากสงบอารมณ์พักใหญ่ถึงพูดต่อ "ซีซี เป็นเรื่องจริงนะ ข้าไม่โกหกเจ้า ท่านแม่บอกว่า จวนแม่ทัพในตอนนี้แตกต่างจากอดีต มันสามารถเข้าสู่ตระกูลชั้นสูงแล้ว ตอนที่ข้าดูแลบ้าน นางมักจะทำตัวไม่พอใจกับข้า โดยบอกว่าในตัวข้าไม่มีออร่าที่เป็นลูกสะใภ้คนโต ยังพูดตรงๆ ว่านางเสียใจที่ปล่อยให้ท่านสามีแต่งงานกับข้าตั้งแต่แรก""ข้าแตกต่างจากเจ้า หากข้าหย่าแล้ว ข้าจะกลับไปบ้านพ่อแม่ไม่ได้ ข้าจะถูกครอบครัวพ่อแม่ด่าไม่เป็นท่า ข้าทำให้พวกเขาต้องเสียชื่อ มันจะส่งผลต่อการแต่งงานของน้องสาวและหลานสาวของข้า ข้าทำได้เพียงตายในจวนแม่ทัพก่อนที่จะหย่าร้างเท่านั้น ไม่แม้แต่เป็นแม่ชีด้วยซ้ำ"ครอบครัวพ่อแม่ของนางหมิน ซ่งซีซีรู้เรื่องบ้างท่านพ่อของนางเป็นบรรณาธิการชั้นเจ็ดในสภาองคมนตรี แม้ว่าตำแหน่งงานไม่สูงนักและก็ไม่มีอำนาจอะไร แต่เป็นเกียรติสูงสุดสำหรับนักวิชาการ หากลูกสาวของตัวเองถูกหย่า บรรณาธิการหมินย่อมไม่ยอมแน่ๆฮูหยินผู้เฒ่าจ้านรู้สึกว่าจวนแม่ทัพในปัจจุบันนี้แตกต่า

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 54

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ารองและนางหมินจากไปแล้ว ซ่งซีซีก็ไม่กลับไปนอนต่อ ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว แรอฟ้ามืดจะออกเดินทาง ตอนนี้ไม่เห็นจะต้องนอนเลยนางนึกถึงสิ่งที่นางหมินพูดเกี่ยวกับงานแต่งงานของจ้านเป่ยว่าง และทันใดนั้นก็อยากจะหัวเราะปรากฎว่าจ้านเป่ยว่างชอบคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมาเช่นนี้แต่นิสัยตรงไปตรงมานี้ไม่ได้ทำให้เขามีความสุขในท้ายที่สุด แต่ทำให้จวนแม่ทัพเสียหน้าด้วย แขกทุกคนในงานเลี้ยงแต่งงานจากไปหมด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยนะยี่ฝาง...ซ่งซีซียังคิดทบทวนกับสองคำนี้ในใจ ความเกลียดชังและความโกรธที่นางพยายามระงับไว้ก็พุ่งออกมาราวกับแม่น้ำและมหาสมุทรอย่างไรอย่างนั้นถ้าไม่ใช่นางโลภกับผลงาน สังหารทั้งหมู่บ้านและผู้ถูกจับ ทั้งครอบครัวของจวนโหวก็คงไม่ถูกสังหารก่อนหน้านี้ นางไม่เคยเกลียดยี่ฝางมาก่อน ไม่ว่านางจะขโมยสามีของนางหรือดูถูกดูแคลน นางยังคงเคารพนางทำงานเพื่อบ้านเมือง และบรรลุสันติภาพระหว่างเมืองซีจิงและแคว้งซางแต่ยามนี้ นางเกลียดยี่ฝางเข้ากระดูกดำเรื่องที่ยี่ฝางนางสังหารหมู่และผู้ถูกจับ นางไม่รู้ว่าท่านตารู้เรื่องนี้หรือไม่แต่ฝ่าบาทคงไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะจดหมายทหารท

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 55

    ตอนเย็นพักผ่อนที่โรงเตี้ยม ทั้งสายฟ้าและนางจะได้นอนหลับได้ดี นางตื่นตัวเป็นพิเศษเมื่ออยู่ข้างออกเช่นนี้ นางตื่นก่อนรุ่งสางเพื่ออาบน้ำอาบท่า แล้วเอาผ้าสีดำคลุมหน้าค่อยออกเดินทางต่อการเดินทางนั้นมันยากลำบากโดยธรรมชาติแล้ว และยังหนาวมากด้วย แม้ว่าใบหน้าจะคลุมด้วยผ้าสีดำแต่ลมก็ยังคงรุนแรงมากจนผิวของนางหยาบกร้านเมื่อตกเย็นตอนที่นางพักในโรงเตี้ยม นางได้ส่องกระจก และเห็นว่าผิวของนางที่เคยชุ่มชื้นสดใสนั้น ยามนี้กลับจะแตกออกแล้ว จึงหยิบขวดน้ำมันบำรุงผิวมาทาไม่ใช่เพราะอยากสวย แต่มันแห้งจนแตกออกก็จะเจ็บด้วยในเช้าตรู่ของวันที่ห้าของการเดินทาง นางมาถึงเขตหนานเจียงแต่ตลอดทางนี้ นางรู้สึกใจคอไม่ดี ที่ทางหลวงไม่มีกลุ่มขนส่งอาหารและหญ้า หรือบอกอีกนัยหนึ่งคือ เป่ยหมิงอ๋องคิดว่าตัวเองชัยชนะแน่นอนเลยไม่จำเป็นต้องขนส่งอาหารและหญ้าอย่างต่อเนื่องแต่ยังมีสงครามที่ยากที่จะรับมือต้องสู้เมื่อมาถึงเขตหนานเจียง หลังจากได้สอบถามมา และพบว่ายามนี้เหลือเพียงเขตอีลี่และเขตซีม่อนเท่านั้นที่ไม่ได้เอากลับมาเป่ยหมิงอ๋องใช้กองทัพเก่งมาก และฟื้นคืนพื้นที่ของเขตหนานเจียงที่สูญหายไปได้ถึเก้าส่วน ตอนนี้เหลือเพีย

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 56

    นางขี่ม้าและติดตามเซี่ยหลูโม่ไป โดยมองออกไปเมื่อทุกๆ สิบก้าวก็มีกองไฟจัดไว้ และนางอดไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาเดิมทีเขตหนานเจียงมีกองกำลังสามแสนนาย หลังจากยืมจากชายแดนเฉิงหลิงมาหนึ่งแสนนาย ทั้งหมดรวมเป็นสี่แสนนายแต่จากการสังเกตของนาง ตอนนี้คงไม่เหลือสองแสนเลยตลอดทางที่เป่ยหมิงอ๋องออกศึกเพื่อยึดดินแดนกลับมา ได้รับ 23 เมืองของเขตหนานเจียงกลับ ยามนี้เหลือแค่สองแห่ง ไม่ต้องคิดเลย ต้องมีทหารเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเมื่อมาถึงนอกค่ายผู้บัญชาการ ผู้บุกเบิกและรองแม่ทัพยืนอยู่ทั้งสองฝั่งของค่าย ซ่งซีซีเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง พวกเขายังอยู่ในชุดเกราะขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าที่หยาบกร้านและดำมาก และมีเคราที่ผูกปมกันห่างจากค่ายผู้บัญชาการไม่ถึงสิบไม้ มีทหารหลายคนยืนมองดูจากระยะไกล หนึ่งในนั้น ซ่งซีซีรู้จักเขา เขาชื่อฟางเทียนสวี และเขาเป็นอดีตลูกน้องของท่านพ่อนาง ตอนนางยังเด็ก ท่านอาฟางเคยกอดนางด้วยฟางเทียนสวีก้าวเข้ามา ยืนอยู่ข้างหน้าซ่งซีซี มองพิจารณานาง และถามอย่างตื่นเต้นว่า "ซีซีเหรอ?""ท่านอาฟาง!" ซ่งซีซีเรียก ดวงตาของนางเผยความอบอุ่นขึ้นมาริมฝีปากของฟางเทียนสวีสั่น เขาพยักหน้า และหันหลังก

Latest chapter

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1556

    ระหว่างที่ซ่งซีซีทำการสืบสวน นางได้รับเบาะแสจากขันทีน้อยคนหนึ่งว่า หนามเหล็กขององค์ชายสามที่หายไปนั้น แท้จริงแล้วมีนางกำนัลคนหนึ่งเก็บไปขันทีน้อยผู้นั้นเป็นผู้เห็นกับตา ว่าหนามเหล็กถูกเก็บไปโดยนางกำนัลชื่อจู๋อวิ๋น ซึ่งรับใช้ใกล้ชิดอยู่ข้างกายพระสนมกงเฟยพระสนมกงเฟยไม่ได้มีเหตุใดที่จะปองร้ายองค์ชายใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับพระสนมเต๋อเฟยและพระสนมซูเฟยก็เพียงธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นซ่งซีซีจึงทูลขออนุญาตไทเฮา เพื่อตรวจสอบวังหลัง ว่าจู๋อวิ๋นนั้นแท้จริงแล้วอยู่ข้างใครผลปรากฏว่า เมื่อตรวจสอบประวัติ จู๋อวิ๋นตอนเข้าวังครั้งแรก เป็นเพียงนางกำนัลล้างผ้าในฝ่ายซักรีด ชีวิตลำบากยากเข็ญนางเป็นคนบ้านเดียวกับชิงหลัน นางกำนัลคนสนิทของพระสนมเต๋อเฟย ชิงหลันจึงช่วยเจรจากับหมัวมัวผู้ดูแล ให้จู๋อวิ๋นได้ไปอยู่ตำหนักพระสนมกงเฟย เป็นเพียงสาวรับใช้ทำความสะอาดจู๋อวิ๋นเป็นคนหัวไว ฉลาดปราดเปรียว เพียงไม่กี่ปีก็ได้รับความไว้วางใจจากพระสนมกงเฟย กลายเป็นคนใกล้ชิดที่พระสนมกงเฟยพึ่งพามากที่สุดส่วนสมุดทะเบียนของนางกำนัลในกรมมหาดเล็ก เมื่อตรวจสอบพบว่า ตอนจู๋อวิ๋นถูกส่งไปตำหนักพระสนมกงเฟยนั้น ได้เปลี่ยนถิ่นกำเ

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1555

    ในขณะที่ฮองเฮาวิ่งวุ่นคิดจะรับองค์ชายสามมาเลี้ยงดูที่ตำหนักฉางชุน ซ่งซีซีก็ปรากฏตัวขึ้นนางกล่าวกับฉีฮองเฮาว่า “จริงๆ แล้ว หม่อมฉันรออยู่ตลอด ว่าฮองเฮาจะถามหรือไม่ว่า ก่อนองค์ชายใหญ่สิ้นใจได้พูดอะไรไว้บ้าง แต่ฮองเฮากลับมิได้ถามเลย”ฉีฮองเฮาเงยหน้าขึ้นทันใด สีหน้าเต็มไปด้วยการปฏิเสธ “ไม่ต้องพูด เขาย่อมต้องโทษข้า เขาโกรธข้ามาโดยตลอด”ซ่งซีซีกล่าวว่า “กลับตรงกันข้าม เขาบอกว่า... เขารักท่านมาก”ฉีฮองเฮาหัวเราะเยาะเย้ยอย่างแสนเศร้า ไม่เชื่อแม้แต่น้อย “คนตายไปแล้ว เจ้าจะกุเรื่องอะไรขึ้นมาอีกเพื่อให้ข้ายิ่งเศร้าใจ?”ซ่งซีซีมองดูรอยฝ่ามือที่ปรากฏชัดบนใบหน้านาง รวมถึงดวงตาที่บวมแดงจากการร่ำไห้ ความเจ็บปวดจากการเสียบุตรควรจะเป็นความทุกข์ที่กัดกินถึงกระดูก แต่สิ่งที่นางคิดกลับเป็นเรื่องจะรับองค์ชายสามมาเลี้ยงดูไม่รู้ว่านั่นเป็นเพื่อการล้างแค้น หรือเพื่อให้มีหมากในมือ นางหวังจะผลักดันองค์ชายสามขึ้นเป็นองค์รัชทายาท ตัดขาดความหวังของพระสนมเต๋อเฟยโดยสิ้นเชิง“หม่อมฉันเป็นเพียงผู้ส่งสาร จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ฮองเฮาจะพิจารณา” ซ่งซีซีว่าจบ ก็ล่าถอยออกไปเมื่อซ่งซีซีจากไป ฮองเฮาก็ยกมือปิดหน้า ร

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1554

    เมื่อไทเฮาได้ฟัง ก็อดมิได้ที่จะน้ำตาคลอ เด็กคนนี้เป็นคนกตัญญู แต่เสียดายที่ฮองเฮาไม่รู้จักรักษาบุญวาสนาฟ้าค่ำลงอย่างสิ้นเชิง พวกเขาออกเดินทางแล้วเสิ่นชิงเหอและหวังเยว่จาง พร้อมกับศิษย์ของหมอมหัศจรรย์ดันร่วมกันอารักขา ตลอดทางมีเซี่ยหลูโม่จัดการเตรียมการอย่างรัดกุม ล้อเกวียนได้ดัดแปลงใหม่ ด้านในปูด้วยเบาะนุ่มหลายชั้นหมอมหัศจรรย์ดันได้จัดการตรึงร่างเขาไว้เช่นกัน พันร่างไว้หลายชั้น แต่ละชั้นรองด้วยสำลี ทั้งช่วยกันหนาว ทั้งลดแรงกระแทกที่อาจทำอันตรายแก่ร่างกายเขาอากาศหนาวเย็นจนแทงกระดูก ถนนหนทางว่างเปล่าไร้ผู้คนหิมะโปรยปรายลงมาเบาๆ บนถนนหินสีเขียวมีเกล็ดขาวบางเบาตกกระจาย เกวียนบดผ่าน เกิดเสียงเบาๆ แผ่วแผ่วจักรพรรดิ์ซูชิงทอดพระเนตรอยู่นานนับนาน ขบวนรถหายลับไปนานแล้ว พระองค์ก็ยังหนาวจนตัวสั่น แต่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น คิดเพียงขออยู่อีกสักครู่ ก่อนจะเสด็จกลับพระราชวังหิมะเกาะบนพระเศียรและพระอังสา เซี่ยหลูโม่ช่วยปัดออก กล่าวเสียงแผ่วว่า “เสด็จพี่ อากาศหนาวเย็นแล้ว พวกเรากลับวังเถอะ”“ไทเฮาเล่า?” จักรพรรดิ์ซูชิงถอนสายตากลับมาถามไทเฮามิได้เสด็จออกมาส่ง ด้วยว่าทรงชราแล้ว การร่ำลาเช่นน

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1553

    องค์ชายใหญ่ฝืนทนมาได้ถึงสามวัน ซึ่งแม้แต่หมอมหัศจรรย์ดันก็ไม่คาดคิดมาก่อนตามสภาพบาดเจ็บของเขา เป็นไปได้มากว่าจะไม่รอดถึงวันที่สอง แต่เขาก็ยังฝืนผ่านมาได้เป็นดั่งที่ได้วางแผนกันไว้ หากเขาสามารถทนผ่านพ้นได้ แสดงว่าเลือดที่ออกภายในหยุดแล้ว แม้การเดินทางไกลจะไม่เหมาะสม แต่ก็เป็นหนทางเดียว พวกเขาจึงต้องออกเดินทางในสามวันนี้ ไทเฮาและจักรพรรดิ์ซูชิงแทบไม่ได้หลับเลย คอยเฝ้าอยู่ข้างกายองค์ชายใหญ่อย่างไม่ห่างเวลาที่องค์ชายใหญ่รู้สึกตัวนั้นน้อยมาก ส่วนใหญ่พอตื่นมาก็เจ็บปวดจนใบหน้าซีดเผือด พูดอะไรแทบไม่ออก แต่เมื่อเขาลืมตาเห็นเสด็จย่าและเสด็จพ่อ ก็เหมือนได้แรงใจจะฝืนต่อไปเขาไม่รู้เลยว่า ความแน่วแน่ของเขานั้นได้สะเทือนใจทุกผู้คน ตลอดสามวันนี้ พอรู้สึกตัวก็ต้องทนความเจ็บปวด ต้องฝังเข็มแล้วหลับไป แม้แต่ในฝันก็ยังเจ็บปวด ไม่มีอะไรนอกจากความเจ็บเขาไม่เคยพูดว่าอยากตายเลยสักครั้ง แต่ในใจนั้นเคยคิดอยู่บ่อยครั้งว่าหากต้องเจ็บปวดเช่นนี้ สู้ตายเสียยังจะดีเสียกว่าทว่าในทุกครั้ง เขาจะกัดฟันแน่นแล้วบอกตัวเองว่าอดทนอีกครั้ง เขาฝืนมาได้ก็เพราะเช่นนี้ก่อนออกเดินทาง เซี่ยหลูโม่กับซ่งซีซีได้มาเยี่ยม

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1552

    เกากงกงถอนหายใจ “ซูเฟย อย่างไรองค์ชายสามก็ต้องออกมาพูดสักคำ มิใช่หรือ? ต่อให้มิใช่พระองค์ที่ทำ อย่างน้อยก็ต้องให้พระองค์เป็นคนพูดเอง” ซูเฟยกล่าวเสียงแข็ง “ไม่จำเป็นต้องให้เขาพูด สิ่งที่ข้ากล่าวคือความจริง” นางจ้องมองซ่งซีซี ดวงตาเย็นเยียบ “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการส่งรายงาน ต้องการสร้างผลงาน และข้าก็ไม่เคยมีไมตรีต่อตัวเจ้า เพราะฉะนั้นแม้หลักฐานจะไม่แน่นหนา เจ้าก็ยังจะตัดสินว่าเป็นข้ากับองค์ชายสามที่ทำ ซ่งซีซี ข้าจะไม่มีวันให้เจ้าสมหวัง และจะไม่มีวันให้เจ้าทำร้ายลูกของข้า ข้าจะใช้ชีวิตของข้าเป็นเดิมพันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์” เมื่อกล่าวจบ มือของนางก็คว้ากรรไกรที่วางอยู่บนโต๊ะ จ่อไปที่ลำคอตนเอง แล้วแทงลงไปอย่างรวดเร็ว ซ่งซีซีรู้ตัวตั้งแต่นางกล่าวประโยคนั้นแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่านางจะลงมือรวดเร็วเพียงนี้ มิได้ลังเลแม้เพียงนิดเดียว เมื่อซ่งซีซีพุ่งตัวไปถึง นางก็เห็นเพียงซูเฟยดึงกรรไกรออกจากคอตัวเอง เลือดพวยพุ่งออกมาไม่หยุด “พระนาง!” ฮว๋าเชี่ยนกรีดร้อง โผเข้าไปกอดร่างของนาง ตำหนักกุ้ยหลันนั้นเปลี่ยวร้างเกินไป แม้ว่าซ่งซีซีจะรีบไปตามหมอหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อพากลับมา ซูเฟยก็สิ้นลม

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1551

    เมื่อซ่งซีซีเดินทางไปถึงตำหนักกุ้ยหลัน ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลง ตำหนักกุ้ยหลันตั้งอยู่ในมุมอันเปลี่ยวร้าง แค่เพียงกำแพงกั้นระหว่างมันกับตำหนักเย็น ลมหนาวพัดหวีดหวิว ราวกับเสียงร้องคร่ำครวญของภูตผี ซ่งซีซีเดินนำเกากงกง ซึ่งเป็นขันทีใกล้ชิดไทเฮามาตามเส้นทาง เห็นเพียงสองข้างทางเต็มไปด้วยวัชพืชแห้งเหี่ยว ต้นหญ้าที่มีสีเขียวอ่อนเพียงน้อยนิดก็ดูจะใกล้ตายเต็มที ฤดูหนาวทางเหนือไม่อาจให้โอกาสแก่สีเขียวใดๆ ได้เลย เช่นเดียวกับพื้นที่รอบตำหนักเย็นที่ไม่อาจมีความหวังใดๆ งอกงาม ก่อนหน้านี้เมื่อไปเยือนตำหนักอื่น เกากงกงไม่ได้ตามไปด้วย แต่ครั้งนี้เมื่อมุ่งหน้าไปยังตำหนักของซูเฟย เกากงกงกล่าวว่าไทเฮาทรงมีรับสั่งให้เขาติดตามไปด้วย ซ่งซีซีเข้าใจความหมายของไทเฮาดี เกากงกงอยู่เคียงข้างไทเฮามานาน ย่อมเข้าใจเล่ห์เหลี่ยมของวังหลังเป็นอย่างดี แม้จะไม่อาจคาดเดาได้หมดจด แต่ก็คงเดาได้ไม่น้อย ซูเฟยดูเหมือนรอพวกเขามานานแล้ว เมื่อเห็นซ่งซีซีและเกากงกงมาถึง นางถึงกับบิดคอที่ปวดเมื่อย ก่อนจะเหลือบมองไปทางด้านหลังพวกเขา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “มากันแค่สองคนหรือ? ข้ายังคิดว่าพระชายาจะนำคนมาปิดตำหน

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1550

    เต๋อเฟยสะดุ้งไปเล็กน้อย มือกำผ้าเช็ดหน้าแน่นแล้วเอ่ยถามว่า “เรื่องใด? พระชายาว่ามาตรงๆ ได้เลย” ซ่งซีซีกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้วังหลังคึกคักกันยกใหญ่ เดี๋ยวก็ว่าฝูเจาอี๋ตกเลือดเพราะซูเฟย เดี๋ยวก็ว่าฮองเฮาเป็นผู้ก่อเหตุ พระนางเต๋อเฟยดูแลวังหลังมานาน ย่อมต้องรู้ว่าเรื่องพวกนี้แพร่มาจากที่ใด และใครเป็นผู้จงใจขยายข่าวลือออกไป ใช่หรือไม่?” เต๋อเฟยไม่คิดว่านางจะมาถามถึงเรื่องเก่าเช่นนี้ สีหน้าที่แฝงความโศกเศร้าแข็งค้างไปชั่วขณะ โดยไม่รู้ตัวก็สบตากับชิงหลันแลกเปลี่ยนสายตากัน แต่ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น นางก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวว่า “ในวังมีข่าวลือมากมายมาแต่ไหนแต่ไร ไม่จำเป็นต้องใส่ใจนัก พระชายาควรสืบสวนคดีลอบสังหารองค์ชายใหญ่ดีกว่า” ซ่งซีซีกล่าวว่า “ไทเฮามีรับสั่งให้หม่อมฉันสืบสวนตั้งแต่เหตุฝูเจาอี๋ตกเลือด ดังนั้นคดีลอบสังหารองค์ชายใหญ่ต้องตรวจสอบแน่นอน แต่เรื่องอื่นก็ต้องสืบสวนด้วย พระนางและซูเฟยช่วยกันดูแลวังหลังมาเนิ่นนาน คงทราบเรื่องราวในวังหลังเป็นอย่างดี หม่อมฉันคิดว่าแทนที่จะจับตัวเหล่านางกำนัลมาทรมานสอบสวนให้เอิกเกริก จะดีกว่าหากมาขอคำตอบโดยตรงจากพระ

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1549

    ในตำหนักของฝูเจาอี๋ ซ่งซีซีก็ได้เข้าไปสอบถาม แม้ว่าฝูเจาอี๋จะไม่ได้กล่าวตรงๆ ว่าซูเฟยเป็นคนทำให้นางแท้งบุตร แต่กลับพูดว่า “ผู้ที่ทำความชั่ว ย่อมได้รับผลกรรม ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ไม่อาจหนีพ้นไปได้” วาจานี้มิได้พาดพิงถึงซูเฟยเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงฮองเฮาด้วย ขณะที่ซ่งซีซีเตรียมตัวจะออกจากตำหนัก ฝูเจาอี๋กลับถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน “พระชายา องค์ชายใหญ่... ไม่อาจช่วยไว้ได้แล้วจริงหรือ?” ซ่งซีซีเดิมคิดว่านางคงเสียใจต่อชะตากรรมขององค์ชายใหญ่ แต่เมื่อหันไปมองกลับเห็นว่า ในนัยน์ตาของฝูเจาอี๋ ไม่มีแววเวทนาใดๆ ซ้ำยังแฝงด้วยความปีติเล็กๆ ราวกับว่าเป็นความยินดีจากการล้างแค้นสำเร็จ แม้ว่านางจะพยายามปกปิด แต่ก็ยังเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว ซ่งซีซีมิได้ตอบอะไร เพียงแค่หมุนตัวเดินออกไป ฮองเฮาทำให้นางแท้งบุตร นางย่อมไม่หวังให้องค์ชายใหญ่มีชีวิตรอด ซ่งซีซีไม่มีสิทธิ์ตัดสินนาง ผู้ใดไม่เคยผ่านความเจ็บปวดของผู้อื่น ก็ไม่มีสิทธิ์สั่งสอนให้เขาทำดี เดิมที นางควรไปที่ตำหนักกุ้ยหลันต่อ แต่หลังจากไตร่ตรอง นางตัดสินใจนำคนไปตำหนักไฉหลิงก่อน ก่อนหน้านี้ นางคิดว่าจะยังไม่ไป เพราะได้ยินว่าองค์ชายรอ

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1548

    ฮองเฮาไม่เคยเห็นค่าเต๋อเฟยนัก ตระกูลไม่มีรากฐานที่มั่นคง รูปโฉมก็มิได้โดดเด่น นางสามารถก้าวขึ้นมาเป็นพระสนมได้ ก็เพียงเพราะโชคดีที่ให้กำเนิดองค์ชายรอง ตัวนางเองก็คงรู้ดีว่าไม่มีคนคอยหนุนหลัง จึงต้องประพฤติตนอย่างอ่อนน้อมระมัดระวัง อาจมีเล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าใช้กลอุบายร้ายกาจเกินไป อย่างเรื่องที่เต๋อเฟยให้ความช่วยเหลือฝูเจาอี๋ ก็เพียงเพื่อใช้ฝูเจาอี๋สร้างอำนาจในวังหลัง หวังให้ตนเองมั่นคงขึ้น แต่นางให้การช่วยเหลือเท่าไร ฝูเจาอี๋ก็ไม่เคยเห็นคุณค่า กลับมองว่านางเพียงแค่พาองค์ชายรองไปแย่งความรักจากฮ่องเต้ เรื่องที่เต๋อเฟยมักทำก็คือ การนำก้อนหินมาทุ่มใส่เท้าของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ ฮองเฮาจึงไม่เห็นนางอยู่ในสายตา แต่บัดนี้ องค์ชายใหญ่เกิดเรื่องขึ้น นางมีเพียงแค่ซูเฟยเป็นผู้ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม นางเคยคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้วว่า ซูเฟยมีคนหนุนหลัง ตระกูลของนางเป็นขุนนางสายเดียวกับเซี่ยหลูโม่ ภรรยาของอัครเสนาบดีหลี่ก็ดูแลโรงงานผลิตเสื้อผ้า ส่วนซ่งซีซีก็เป็นผู้รับหน้าที่สืบสวน นางไม่มีวันยอมให้ซ่งซีซีช่วยปกป้องซูเฟย ทุกอย่างต้องทำต่อหน้าตนเอง ซ่งซีซีมองออกถึงความคิดข

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status